วิเคราะห์ หุ้น TYCN บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TYCN อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) เป็นของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 11 ธ.ค. 2546 | 4,475.62 | เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) | TYCN |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ผลิตและจำหน่าย เหล็กลวด เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (เหล็กเส้นกลม และเหล็กข้ออ้อย ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า?เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต?) ลวดเหล็ก สกรู สลักเกลียว และแท่งเกลียว
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.27 | 0.23 | -0.47 | 0.22 | 0.10 | -0.05 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.13 | 1.51 | 1.46 | 1.67 | 1.45 |
การจ่ายปันผล
**** ไม่มีข้อมูล ****
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TYCN
บริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กลวด เหล็กลวดอบอ่อน เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต สกรู สลักเกลียว และแท่งเกลียว โดยมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่จังหวัดระยอง และมีสายการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ข้อมูลด้านทรัพย์สินด้านล่างอ้างอิง รายงานประจำปี 2568 (2025) ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่บริษัทเผยแพร่ใน One Report
- ที่ดินและพื้นที่โรงงาน
สถานประกอบการหลักตั้งอยู่ที่ 99 หมู่ 1 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง 21180
บริษัทมีพื้นที่สีเขียวภายในโรงงานประมาณ 53 ไร่ คิดเป็น 18.50% ของพื้นที่ทั้งหมด สะท้อนว่าฐานการผลิตมีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับรองรับโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
มูลค่าตามบัญชีของ ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดิน ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 648.13 ล้านบาท ในงบการเงินรวม - อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
บริษัทมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สนับสนุนการผลิต รวมถึงอาคารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและการดำเนินงาน
มูลค่าตามบัญชี อาคารและสิ่งปลูกสร้าง ณ สิ้นปี 2568 ประมาณ 331.11 ล้านบาท
บริษัทกำหนดอายุการใช้งานของอาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยทั่วไปไว้ที่ประมาณ 5–30 ปี - เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ TYCN เนื่องจากธุรกิจมีลักษณะเป็น โรงงานผลิตเหล็กแบบต่อเนื่อง
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีมูลค่าตามบัญชีของ เครื่องจักรและอุปกรณ์ประมาณ 1,557.27 ล้านบาท ในงบการเงินรวม
เครื่องจักรและสายการผลิตที่สำคัญ ได้แก่
ระบบตรวจสอบและปรับสภาพ Billet
เครื่องเจียรผิว Billet
เตา Reheating Furnace
เครื่องรีดเหล็ก
Rolling Mill
ระบบผลิต Wire Rod
เครื่องรีดลวด
เครื่องจักรผลิต Annealed Wire
เครื่องจักรผลิต Fastener เช่น สกรูและสลักเกลียว
เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับผลิต Steel Wire Strand
บริษัทระบุว่ามีสายการผลิตแบบ Vertical Integration ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยใช้วัตถุดิบหลักอย่าง Billet และ Wire Rod ในกระบวนการผลิตต่อเนื่อง - กำลังการผลิต
โรงงานของ TYCN มีกำลังการผลิตสินค้าสำเร็จรูปรวมประมาณ 546,000 ตันต่อปี และในปี 2568 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตประมาณ 55.67%
สำหรับสายการผลิต Wire Rod บริษัทมี Rolling Stand รวม 18 ชุด ขณะที่กระบวนการผลิต Annealed Wire มีเครื่อง Drawing สำหรับลวดขนาดเล็ก 13 เครื่อง และสำหรับลวดขนาดใหญ่ 10 เครื่อง - ยานพาหนะ
บริษัทมีทรัพย์สินประเภทยานพาหนะสำหรับสนับสนุนการดำเนินงาน โดยมูลค่าตามบัญชีของ Motor Vehicles ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 13.14 ล้านบาท ในงบการเงินรวม - เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
มีเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงานสำหรับสนับสนุนการบริหารและการดำเนินงานของบริษัท โดยมูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 7.72 ล้านบาท - สินทรัพย์ระหว่างติดตั้งและก่อสร้าง
บริษัทมีสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการติดตั้งและก่อสร้าง ซึ่งสะท้อนการลงทุนต่อเนื่องในเครื่องจักรและระบบการผลิต โดย ณ สิ้นปี 2568 มีมูลค่าตามบัญชีประมาณ 57.38 ล้านบาท ในงบการเงินรวม
8. มูลค่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์รวม
| ประเภททรัพย์สิน | มูลค่าตามบัญชี ปี 2568 |
|---|---|
| ที่ดินและส่วนปรับปรุง | 648.13 ลบ. |
| อาคารและสิ่งปลูกสร้าง | 331.11 ลบ. |
| เครื่องจักรและอุปกรณ์ | 1,557.27 ลบ. |
| ยานพาหนะ | 13.14 ลบ. |
| เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน | 7.72 ลบ. |
| สินทรัพย์ระหว่างติดตั้ง/ก่อสร้าง | 57.38 ลบ. |
| รวม | 2,614.74 ลบ. |
ตัวเลขดังกล่าวเป็น มูลค่าตามบัญชีสุทธิ (Net Book Value) ของงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ไม่ใช่มูลค่าตลาดของทรัพย์สิน สรุปมุมมองทรัพย์สินของ TYCN
TYCN เป็นหุ้นที่มี Asset Base ด้านการผลิตค่อนข้างชัดเจน โดยมีฐานทรัพย์สินหลักอยู่ที่ ที่ดิน + โรงงาน + เครื่องจักรเหล็ก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ มูลค่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิในงบรวมอยู่ที่ประมาณ 2.61 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่เครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและพึ่งพาประสิทธิภาพของสายการผลิต
นอกจากนี้ บริษัทมี กำลังการผลิต 546,000 ตันต่อปี และระบบการผลิตแบบต่อเนื่องตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ทรัพย์สินโรงงานและเครื่องจักรมีความสำคัญโดยตรงต่อความสามารถในการสร้างรายได้ของ TYCN
หมายเหตุ: TYCN ยังมีการลงทุนในบริษัทย่อย/บริษัทร่วมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล็กและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น Green Engineering Holding, Siam PC Products และ Fastbolt International ซึ่งเป็นสินทรัพย์ในรูปแบบเงินลงทุน ไม่ใช่ทรัพย์สินโรงงานโดยตรงของ TYCN
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TYCN
สำหรับ บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN โครงสร้างกลุ่มบริษัทตาม 56-1 One Report 2568 (ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568) มีการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมหลายแห่ง โดยธุรกิจหลักยังเกี่ยวข้องกับ เหล็ก ผลิตภัณฑ์โลหะ และธุรกิจลงทุน บริษัทที่ TYCN ถือหุ้นโดยตรง
| บริษัท | สัดส่วนที่ TYCN ถือ | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|---|
| KDB Co., Ltd. | 44.99% | ธุรกิจลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ |
| Fastbolt International Pte. Ltd. | 47.47% | ธุรกิจลงทุน/ถือครองกิจการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล็กและสกรู |
| Green Engineering Holding Co., Ltd. (GEH) | 54.99% | บริษัทโฮลดิ้งเพื่อการลงทุน |
| TY Steel Co., Ltd. | 19.43% | ผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่ง (Billet) และเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต |
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ GEH เป็นบริษัทย่อยของ TYCN เนื่องจาก TYCN ถือหุ้นมากกว่า 50% ขณะที่ KDB, Fastbolt และ TY Steel อยู่ในลักษณะการลงทุน/บริษัทร่วมตามโครงสร้างการถือหุ้นและการควบคุมกิจการ
บริษัทที่อยู่ภายใต้ GEH
Green Engineering Holding (GEH) ถือหุ้นในกิจการต่อเนื่อง ได้แก่
Siam PC Products Co., Ltd. (SPC) — GEH ถือหุ้น 60%
Saiyai Kaew Steelwire Co., Ltd. (SYK) — GEH ถือหุ้น 30% และ SPC ถือหุ้น 70%
Mega Import-Export Co., Ltd. (MEGA) — SPC ถือหุ้น 51%
ดังนั้นโครงสร้างของกลุ่ม TYCN มีลักษณะเป็น Holding Structure ที่ TYCN ถือ GEH และ GEH ลงทุนต่อในธุรกิจผลิตภัณฑ์เหล็ก/ลวดเหล็ก ขณะที่การลงทุนใน Fastbolt ช่วยเชื่อมโยงกับธุรกิจผลิตภัณฑ์เหล็กและสลักเกลียวในต่างประเทศด้วย
จุดที่น่าสนใจของโครงสร้างกลุ่ม TYCN
TYCN ไม่ได้มีเฉพาะธุรกิจผลิตเหล็กของบริษัทแม่เท่านั้น แต่มีการกระจายการลงทุนออกไปทั้ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจผลิตภัณฑ์เหล็ก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Fasteners/สกรู โดยเฉพาะการลงทุนใน Fastbolt International Pte. Ltd. ซึ่ง TYCN ถือหุ้น 47.47% และเป็นบริษัทร่วมที่บันทึกบัญชีตามวิธีส่วนได้เสีย
ส่วน TY Steel ปัจจุบัน TYCN ถือหุ้น 19.43% ขณะที่บริษัทแม่ถือหุ้น 5.94% โดย TY Steel ดำเนินธุรกิจผลิตเหล็กแท่งและเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
สรุปภาพรวมโครงสร้าง
TYCN
↳ KDB 44.99% → ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์
↳ Fastbolt International 47.47% → ธุรกิจลงทุน/ผลิตภัณฑ์เหล็กและ Fasteners
↳ GEH 54.99% → Holding Company
↳ SPC 60%
↳ MEGA 51%
↳ SYK ร่วมถือกับ GEH
↳ TY Steel 19.43% → เหล็กแท่งและเหล็กเส้น
ข้อมูลโครงสร้างนี้อ้างอิงจาก TYCN 56-1 One Report 2568 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่ค้นพบสำหรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท ณ สิ้นปี 2568
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TYCN
บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
TYCN ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย เหล็กลวด เหล็กเส้น ลวดอบอ่อน สกรู สลักเกลียว และผลิตภัณฑ์เหล็กสำหรับงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม ทำให้ผลประกอบการมีความสัมพันธ์กับภาวะเศรษฐกิจ ราคาวัตถุดิบ การแข่งขัน และตลาดต่างประเทศค่อนข้างมาก
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมเหล็ก
ความต้องการใช้เหล็กขึ้นอยู่กับภาคก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ และภาคการผลิต หากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือการลงทุนลดลง อาจทำให้คำสั่งซื้อและยอดขายของ TYCN ลดลง ขณะเดียวกันราคาผลิตภัณฑ์เหล็กและวัตถุดิบสามารถผันผวนได้รวดเร็ว ส่งผลต่ออัตรากำไรของบริษัท - ความเสี่ยงจากการแข่งขันและเหล็กราคาต่ำ
ตลาดเหล็กมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะสินค้านำเข้าราคาต่ำ ซึ่งอาจกดดันราคาขายและส่วนต่างกำไรของ TYCN บริษัทระบุถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาต่ำ รวมถึงการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เหล็กและ Fastener จากผู้ผลิตต่างประเทศ - ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
TYCN ต้องใช้ Billet และ Wire Rod เป็นวัตถุดิบหลัก และในปี 2568 บริษัทจัดซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศประมาณ 93% โดยมีแหล่งสำคัญ เช่น จีนและโอมาน ขณะที่ซื้อในประเทศประมาณ 7% ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และสถานการณ์ Supply Chain สามารถกระทบต้นทุนการผลิตได้โดยตรง - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
การพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าทำให้ TYCN มีความเสี่ยงด้านค่าเงิน โดยบริษัทระบุว่ามีสถานะ Net USD Demand เนื่องจากความต้องการเงินดอลลาร์จากการนำเข้าสูงกว่ารายรับเงินตราต่างประเทศบางส่วน หากอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย ต้นทุนและกำไรอาจได้รับผลกระทบ แม้บริษัทจะใช้ Forward Contract และ Natural Hedging เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว - ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยสามารถส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทและบริษัทในกลุ่ม โดย TYCN ระบุว่ามีการติดตามทิศทางดอกเบี้ยและพิจารณาเครื่องมือ เช่น Interest Rate Swap เพื่อบริหารความเสี่ยง - ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ มาตรการกีดกันทางการค้า และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก อาจส่งผลต่อทั้ง ความต้องการเหล็ก ราคาวัตถุดิบ การขนส่ง และตลาดส่งออก ของ TYCN - ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงคลัง
เนื่องจากราคาเหล็กมีความผันผวน หากบริษัทประเมินความต้องการตลาดผิดพลาดและถือครองสินค้าคงคลังในระดับสูง อาจเกิดความเสี่ยงจากต้นทุนสินค้าที่สูงกว่าราคาตลาด หรือจำเป็นต้องลดราคาขายเพื่อระบายสินค้า บริษัทจึงระบุว่าการบริหาร Inventory และ Production ให้สอดคล้องกับ Demand เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการบริหารความเสี่ยง - ความเสี่ยงจากการใช้กำลังการผลิต
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่ากำลังการผลิตสินค้าสำเร็จรูปอยู่ที่ประมาณ 546,000 ตัน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวมประมาณ 55.67% หากอุปสงค์ในตลาดไม่ฟื้นตัวเพียงพอ การใช้กำลังการผลิตในระดับต่ำอาจทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้นและกดดันความสามารถในการทำกำไร - ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ
ธุรกิจผลิตเหล็กเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน การปล่อยมลพิษ น้ำเสีย และของเสียจากกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนที่เข้มงวดมากขึ้น บริษัทจึงต้องลงทุนและปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานเหล่านี้ - ความเสี่ยงจากธุรกรรมกับบุคคล/บริษัทที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้างของกลุ่ม TYCN มีความสัมพันธ์กับบริษัทในเครือและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น Tycoons Group Enterprise และ Fastbolt International โดยรายงานประจำปีระบุถึงมาตรการควบคุมความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการทำรายการระหว่างกัน ดังนั้นประเด็น Related Party Transactions และ Conflict of Interest จึงเป็นเรื่องที่ผู้ลงทุนควรติดตามอย่างต่อเนื่อง
สรุปประเด็นความเสี่ยงที่ควรจับตา
TYCN เป็นหุ้นที่ความเสี่ยงหลักผูกกับ “วัฏจักรเหล็ก + ราคาวัตถุดิบ + ค่าเงิน + การแข่งขัน”
โดยเฉพาะ 4 ตัวแปรสำคัญ ได้แก่
ราคาวัตถุดิบ → ราคาขายเหล็ก → Gross Margin → กำไรสุทธิ
หากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นเร็วกว่าราคาขาย หรือการแข่งขันทำให้บริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ อัตรากำไรอาจถูกกดดัน ขณะที่เศรษฐกิจและการลงทุนที่ชะลอตัวสามารถกระทบปริมาณขายได้โดยตรง
ทั้งนี้ ข้อมูล SET ณ 17 ก.ย. 2569 ระบุว่า TYCN อยู่ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม/เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ และราคาหุ้นอยู่ที่ 1.69 บาท โดยช่วง 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.54–1.83 บาท
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 18 มี.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | TYCOONS GROUP ENTERPRISE CO.,LTD. | 180,470,477 | 30.24 |
| 2 | บริษัท เพอเพิล เมทอล จำกัด | 147,197,636 | 24.67 |
| 3 | บริษัท พรอสเพอ สตีล จำกัด | 91,742,979 | 15.37 |
| 4 | CITI (NOMINEES) LIMITED-FIRST COMMERCIAL BANK-TDR | 60,000,000 | 10.05 |
| 5 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 20,228,782 | 3.39 |
| 6 | BANQUE PICTET & CIE SA | 18,176,300 | 3.05 |
| 7 | นาย จำเริญ รุ่งวัฒนาเศรษฐ์ | 12,200,000 | 2.04 |
| 8 | น.ส. ศราวลี ประเสริฐ | 6,754,587 | 1.13 |
| 9 | นาย วัชระ ปัญจวัฒนา | 3,124,200 | 0.52 |
| 10 | นาย สมชาย ปัดภัย | 2,354,900 | 0.39 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย หวง เหวิน สง | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย นัธทวัฒน์ ฐานาภิญญานันท์ | กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ |
| 3 | นางสาว เฟิ่ง เหมย หวง | กรรมการ |
| 4 | นาง ลู เยน เจียน | กรรมการ |
| 5 | นาย จิรวัฒน์ หวาง | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 6 | นาย นาวิน ว่องชาญกิจ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย พิพัฒน์ หวังพิชิต | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TYCN
บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย เหล็กลวด (Wire Rod), ลวดอบอ่อน, สกรูและโบลต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เหล็กที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2539 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2546
พัฒนาการสำคัญตามลำดับ
2539 – เริ่มก่อตั้งบริษัท
บริษัทจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็ก โดยมีฐานการผลิตอยู่ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญของภาคตะวันออก
2542 – เริ่มดำเนินโครงการโรงงานผลิตเหล็กลวดและสกรู
โครงการโรงงานผลิตเหล็กลวดและสกรูของบริษัทได้รับความเห็นชอบด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2542 ถือเป็นพัฒนาการสำคัญในการสร้างฐานการผลิตของ TYCN
2546 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
TYCN เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2546 ด้วยราคา IPO 15.50 บาทต่อหุ้น
ช่วงต่อมา – ขยายและพัฒนากระบวนการผลิต
บริษัทพัฒนากระบวนการผลิตตั้งแต่เหล็กแท่งและเหล็กลวด ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น เหล็กลวดขนาดต่าง ๆ ลวดอบอ่อน สกรู และโบลต์ โดยมีการใช้เครื่องจักรสำหรับการรีดละเอียด การม้วนเหล็กลวด และกระบวนการปรับปรุงคุณสมบัติและเคลือบผิวผลิตภัณฑ์
2566 – มีพัฒนาการด้านการขยายกำลังการผลิต
โครงการ ขยายการผลิตเหล็กลวด สลักเกลียว และเหล็กเส้นกลม ได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 สะท้อนการพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตและการเพิ่มความสามารถในการรองรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น
2567–2568 – ปรับโครงสร้างการจัดหาวัตถุดิบและบริหารฐานการผลิต
ในปี 2568 บริษัทจัดหาวัตถุดิบหลัก ได้แก่ เหล็กแท่งและเหล็กลวด จากจีน โอมาน และประเทศไทย โดยสัดส่วนการซื้อจากต่างประเทศอยู่ที่ 93% และในประเทศ 7% สะท้อนลักษณะธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบจากตลาดต่างประเทศค่อนข้างมาก
2568–2569 – เดินหน้าธุรกิจท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมเหล็ก
TYCN ยังคงดำเนินธุรกิจหลักด้านเหล็กลวด เหล็กเส้น ลวดอบอ่อน สกรูและโบลต์ และยังมีการรายงานผลประกอบการต่อเนื่อง โดย ณ ปี 2569 บริษัทมีทั้งงบการเงินไตรมาส 1 และไตรมาส 2/2569 เผยแพร่ผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว
มุมมองสรุปสำหรับนักลงทุน
จุดเปลี่ยนสำคัญของ TYCN คือการพัฒนาจากฐานการผลิตเหล็กลวดและสกรู ไปสู่การมีผลิตภัณฑ์เหล็กหลายประเภท พร้อมการขยายโครงการผลิตเหล็กลวด สลักเกลียว และเหล็กเส้นกลมในช่วงปี 2566 ขณะที่โครงสร้างต้นทุนยังมีความเชื่อมโยงกับ ราคาวัตถุดิบเหล็กและตลาดต่างประเทศ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากวัตถุดิบส่วนใหญ่จัดหาจากต่างประเทศ
ข้อมูลล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า TYCN อยู่ในกลุ่ม อุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม / เหล็กและโลหะภัณฑ์ และมีธุรกิจหลักเป็นการผลิตและจำหน่าย Wire Rod, reinforcing bar, annealed wire, screw และ bolt
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 493.77 | 309.81 | 302.42 | 415.84 | 494.74 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 199.45 | 280.45 | 427.25 | 272.19 | 433.28 |
| สินค้าคงเหลือ | 1,424.74 | 1,816.85 | 1,919.32 | 1,442.16 | 2,075.14 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 2,221.91 | 2,465.19 | 2,795.11 | 2,201.86 | 3,364.23 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 2,398.89 | 2,532.60 | 2,614.74 | 2,557.15 | 2,496.50 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 3,554.21 | 3,452.69 | 3,622.91 | 3,485.28 | 3,654.55 |
| รวมสินทรัพย์ | 5,776.12 | 5,917.88 | 6,418.01 | 5,687.14 | 7,018.79 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | 1,730.50 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 161.23 | 261.14 | 336.38 | 201.59 | 368.55 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | 53.01 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,041.04 | 1,632.32 | 1,914.41 | 1,317.72 | 2,313.46 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 57.20 | 84.54 | 103.47 | 91.87 | 316.63 |
| รวมหนี้สิน | 1,098.24 | 1,716.86 | 2,017.87 | 1,409.58 | 2,630.09 |
| ทุนจดทะเบียน | 4,475.62 | 4,475.62 | 4,475.62 | 4,475.62 | 4,475.62 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 4,475.62 | 4,475.62 | 4,475.62 | 4,475.62 | 4,475.62 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | – | – | – | – | – |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 168.61 | -110.87 | 22.22 | -48.83 | -6.75 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -174.20 | -506.08 | -497.34 | -490.73 | -491.01 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | 1.51 | – | 1.52 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 4,470.03 | 3,858.67 | 4,000.50 | 3,936.06 | 3,977.86 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 207.85 | 342.34 | 399.64 | 341.49 | 410.83 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 5,574.70 | 4,247.79 | 5,751.80 | 2,409.86 | 4,324.80 |
| รายได้อื่น | 67.61 | 27.63 | 112.14 | 41.04 | 13.59 |
| รวมรายได้ | 5,642.31 | 4,275.42 | 5,863.94 | 2,450.90 | 4,338.39 |
| ต้นทุน | 5,212.08 | 4,192.04 | 5,412.43 | 2,215.51 | 4,183.48 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 335.87 | 319.51 | 293.96 | 156.39 | 156.42 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 5,552.97 | 4,506.94 | 5,730.39 | 2,372.50 | 4,339.44 |
| EBITDA | 392.18 | -6.40 | 337.66 | 168.14 | 201.72 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 225.16 | 212.39 | 240.21 | 108.12 | 192.77 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 167.03 | -218.79 | 97.45 | 60.01 | 8.94 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 136.18 | -283.25 | 133.09 | 62.05 | -28.97 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.23 | -0.47 | 0.22 | 0.10 | -0.05 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 907.70 | -285.38 | 52.00 | 433.90 | -61.36 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -278.62 | -319.19 | -332.03 | -138.37 | -181.14 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -543.35 | 420.62 | 272.64 | -189.51 | 434.82 |
| เงินสดสุทธิ | 85.73 | -183.96 | -7.39 | 106.02 | 192.32 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 17.70 | 16.25 | 16.03 | 21.73 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 20.62 | 22.45 | 22.78 | 16.79 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 2.59 | 2.90 | 2.61 | 4.20 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 141.12 | 125.98 | 139.93 | 86.97 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 19.85 | 18.12 | 13.86 | 25.89 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 18.39 | 20.15 | 26.33 | 14.10 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 143.35 | 128.29 | 136.38 | 89.67 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น TYCN
บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
TYCN ปิดล่าสุด 1.66 บาท (-1.78%) วันที่ 18 ก.ย. 2569 โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 1.63–1.75 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 5.3 พันหุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.54–1.83 บาท
🔥 จับตา! TYCN เริ่มมีสัญญาณ “ทดสอบแนวต้าน” แต่ยังต้องรอ Volume ยืนยัน
กราฟ TYCN ช่วงล่าสุดยังมีลักษณะ Sideway / สะสมในกรอบแคบ ราคาส่วนใหญ่เคลื่อนไหวบริเวณ 1.65–1.70 บาท และยังไม่มีการ Breakout ที่ชัดเจน ขณะที่ข้อมูลเทคนิคอีกแหล่งระบุ RSI(14) อยู่ราว 53.1 และ ADX ราว 11.4 สะท้อนโมเมนตัมที่ยังไม่แข็งแรงและแนวโน้มหลักยังไม่ชัดเจน
จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
🟢 แนวรับแรก: 1.63–1.65 บาท
🟢 แนวรับสำคัญ: 1.60–1.62 บาท
🔥 แนวต้านแรก: 1.69–1.70 บาท
🚀 แนวต้านถัดไป: 1.73–1.76 บาท
🎯 แนวต้านสำคัญ: 1.80–1.83 บาท
ช่วงวันที่ 14 ก.ย. หุ้นขึ้นไปทดสอบ 1.69 บาทด้วย Volume สูงถึงประมาณ 30.5K หุ้น และวันที่ 18 ก.ย. มีการเปิดที่ 1.75 บาท ก่อนถอยมาปิด 1.66 บาท จึงต้องระวังแรงขายบริเวณโซน 1.73–1.76 บาทเป็นพิเศษ
⚡ เกมนี้วัดกันที่ “Breakout + Volume”
เงื่อนไขเชิงบวก: หาก TYCN สามารถยืนเหนือ 1.70 บาท ได้อย่างมั่นคง และมี Volume เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าจับตาสำหรับการทดสอบ 1.73–1.76 บาท และถัดไปบริเวณ 1.80–1.83 บาท
แต่หาก ไม่ผ่าน 1.70 บาท และราคาหลุด 1.63–1.65 บาท พร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น ภาพ Sideway อาจเปลี่ยนเป็นการถอยลงทดสอบ 1.60–1.62 บาท ได้
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
🔥 TYCN ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา — จุดชี้ขาดอยู่ที่ 1.70 บาท!
ผ่านได้ + Volume เข้า = ลุ้นรอบใหม่
ไม่ผ่าน = ระวังแรงขายกดกลับ
หลุด 1.63 บาท = ต้องจับตาแนวรับถัดไปอย่างใกล้ชิด
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น TYCN — บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ ธุรกิจหลักคือผลิตและจำหน่าย เหล็กลวด เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ลวดเหล็ก สกรู สลักเกลียว และแท่งเกลียว โดยมีฐานการผลิตที่จังหวัดระยอง
- ภาพรวมธุรกิจ
TYCN เป็นผู้ผลิตเหล็กที่รายได้มีความสัมพันธ์กับ ปริมาณการขาย ราคาผลิตภัณฑ์เหล็ก และต้นทุนวัตถุดิบ ดังนั้นกำไรของบริษัทอาจผันผวนมากกว่ารายได้
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทมีผลิตภัณฑ์หลายประเภท ตั้งแต่เหล็กลวดและเหล็กเส้น ไปจนถึงสกรูและสลักเกลียว ทำให้สามารถรองรับความต้องการจากภาคก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรมได้หลากหลาย - ผลประกอบการล่าสุด — จุดที่ต้องจับตา
ข้อมูลล่าสุดที่บริษัทนำส่งต่อตลาดหลักทรัพย์คือ งบไตรมาส 2/2569 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 และเป็นงบรวมที่ผ่านการสอบทานแล้ว
Q2/2569
รายได้รวมประมาณ 1,838 ล้านบาท
รายได้จากการขายประมาณ 1,816 ล้านบาท
รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นประมาณ 53.9% YoY
แต่กำไรขั้นต้นลดลงเหลือประมาณ 2.46%
บริษัทมี ขาดทุนสุทธิประมาณ 24 ล้านบาท
เทียบกับ Q2/2568 ที่มีกำไรสุทธิประมาณ 38 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เรื่อง “ขายได้หรือไม่” แต่เป็นเรื่อง ขายมากขึ้นแล้วเหลือกำไรมากน้อยแค่ไหน
ต้นทุนขายใน Q2/2569 เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ โดยข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าต้นทุนขายเพิ่มขึ้นประมาณ 60.9% YoY ส่งผลให้ Margin ถูกกดดันอย่างมาก
สัญญาณที่เห็นชัด
รายได้ ↑↑ แต่ Margin ↓
นี่เป็นลักษณะของธุรกิจ Commodity ที่ต้องระวัง เพราะยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นตาม
3. ฐานะการเงิน ข้อมูลอัตราส่วนล่าสุด ณ Q2/2569 สะท้อนว่า
| ตัวชี้วัด | Q2/2568 | Q2/2569 |
|---|---|---|
| Current Ratio | 1.67x | 1.45x |
| D/E | 0.33x | 0.60x |
| ROE | -4.81% | 1.06% |
| ROA | -2.60% | 0.89% |
| Gross Margin | 8.07% | 3.27% |
| EBIT Margin | 2.45% | 0.21% |
| Net Margin | 2.50% | -0.69% |
ภาพนี้บอกว่า ฐานะทางการเงินยังไม่ได้อยู่ในภาวะหนี้สูงมาก แต่ภาระหนี้เพิ่มขึ้น และความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับต่ำ โดย D/E เพิ่มจาก 0.33 เท่า เป็น 0.60 เท่า ขณะที่ Current Ratio ลดจาก 1.67 เป็น 1.45 เท่า
ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามคือ หนี้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกเปลี่ยนเป็นยอดขายและกำไรได้เร็วแค่ไหน
4. จุดแข็งของ TYCN
🟢 1. ยอดขายมีสัญญาณฟื้นตัว
Q2/2569 ยอดขายเติบโตมากกว่า 50% YoY สะท้อนว่าความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัทในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
🟢 2. มีฐานการผลิตในประเทศไทย
บริษัทตั้งอยู่ที่นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญของภาคตะวันออก
🟢 3. Valuation ด้าน Book Value อยู่ในระดับต่ำ
ข้อมูล SET ณ 17 ก.ย. 2569 ระบุราคา 1.69 บาท และ P/BV ประมาณ 0.25 เท่า ขณะที่ Market Cap ประมาณ 1,008.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม P/BV ต่ำไม่ได้แปลว่าหุ้นจะกลับตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะตลาดอาจกำลังสะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ต่ำของธุรกิจ
5. ความเสี่ยงสำคัญ
🔴 1. ต้นทุนวัตถุดิบเหล็ก
เป็นความเสี่ยงหลัก เพราะหากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขาย บริษัทจะถูกบีบ Margin ทันที ซึ่งเห็นได้จาก Q2/2569 ที่ GPM ลดลงอย่างมาก
🔴 2. ราคาขายเหล็กผันผวน
ธุรกิจเหล็กมีลักษณะ Commodity ราคาขายขึ้นกับภาวะตลาดและการแข่งขัน หากบริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ กำไรจะถูกกดดัน
🔴 3. การแข่งขันในตลาดเหล็ก
การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้บริษัทจำเป็นต้องรักษาราคาขายเพื่อรักษาปริมาณคำสั่งซื้อ ส่งผลต่อ Margin
🔴 4. ค่าใช้จ่ายทางการเงิน
Q2/2569 มีภาระหนี้เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลวิเคราะห์งบระบุว่าหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 30% YoY และมีการเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะยาวจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน
🔴 5. กำไรยังไม่สม่ำเสมอ
ปี 2567 บริษัทขาดทุนสุทธิ ขณะที่ปี 2568 กลับมามีกำไร และ Q2/2569 กลับมาขาดทุนอีกครั้ง สะท้อนว่าผลประกอบการยังอ่อนไหวต่อวัฏจักรธุรกิจและต้นทุนเหล็ก
6. มุมมองเชิงพื้นฐาน
ถ้ามอง TYCN แบบ VI/พื้นฐาน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่า P/BV คือ
“บริษัทสามารถเปลี่ยนยอดขายที่เติบโตกลับมาเป็นกำไรได้หรือไม่?”
เพราะปัจจุบันภาพที่เห็นคือ
ยอดขายโตแรง → ปริมาณธุรกิจเพิ่ม → แต่ต้นทุนโตเร็วกว่ายอดขาย → Margin หด → กำไรสุทธิถูกกดดัน
ดังนั้นงบไตรมาสถัดไปจะมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะ 4 ตัวเลข:
Gross Margin
ต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วย
ต้นทุนทางการเงิน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
หากยอดขายยังเติบโตพร้อมกับ GPM ฟื้นขึ้น จะทำให้คุณภาพของการเติบโตแตกต่างจากกรณีที่ยอดขายโตจากการลดราคา
7. มุมมองกราฟเทคนิค
ข้อมูล SET ณ 17 ก.ย. 2569 ระบุว่า TYCN อยู่ที่ประมาณ 1.69 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.54–1.83 บาท
จุดที่ควรจับตาในเชิงเทคนิค:
แนวรับ
1.60–1.65 บาท
1.54 บาท เป็นบริเวณ Low 52 สัปดาห์
แนวต้าน
1.70–1.75 บาท
1.83 บาท เป็น High 52 สัปดาห์
ภาพทางเทคนิคจึงเป็นลักษณะ หุ้นที่กำลังแกว่งในกรอบค่อนข้างแคบ และต้องรอการยืนยันด้วย Volume
หากผ่านบริเวณ 1.83 บาท ได้พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่น่าสนใจมากกว่าการขึ้นเพียงเล็กน้อยด้วย Volume ต่ำ
ในทางกลับกัน หากหลุดบริเวณ 1.54 บาท ภาพการแกว่งตัวจะเสียรูปมากขึ้น
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นการตีกรอบเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่ค้นได้ ไม่ใช่ราคาเป้าหมายหรือคำแนะนำซื้อขาย
🔎 สรุป TYCN แบบสั้น ๆ
TYCN = หุ้นเหล็กที่ “ยอดขายฟื้น แต่ Margin ยังเป็นโจทย์ใหญ่”
บวก
ยอดขาย Q2/69 โตแรง
มีผลิตภัณฑ์เหล็กหลายประเภท
P/BV ต่ำประมาณ 0.25 เท่า
D/E ยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง
ต้องระวัง
GPM ลดลงอย่างชัดเจน
Q2/69 กลับมาขาดทุน
ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กผันผวน
หนี้สินเพิ่มขึ้น
กำไรยังมีความผันผวนสูง
จุดสำคัญที่สุดของ TYCN ในช่วงต่อไป:
“ยอดขายจะโตต่อหรือไม่” อาจสำคัญน้อยกว่า “Margin จะกลับมาหรือไม่” เพราะ Q2/2569 แสดงให้เห็นแล้วว่าการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กำไรฟื้นตัว

