วิเคราะห์ หุ้น DCC บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น DCC บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น DCC บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) DCC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.02บาท04 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 25690.02บาท04 มิ.ย. 2569เงินปันผล
01 ต.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.01บาท30 เม.ย. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2568 – 30 ก.ย. 25680.02บาท03 ธ.ค. 2568เงินปันผล
01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.03บาท05 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 25680.03บาท06 มิ.ย. 2568เงินปันผล
01 ต.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.02บาท30 เม.ย. 2568เงินปันผล
01 ก.ค. 2567 – 30 ก.ย. 25670.02บาท04 ธ.ค. 2567เงินปันผล
01 เม.ย. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.02บาท05 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 มี.ค. 25670.02บาท06 มิ.ย. 2567เงินปันผล
01 ต.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.01บาท25 เม.ย. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2566 – 30 ก.ย. 25660.02บาท06 ธ.ค. 2566เงินปันผล
01 เม.ย. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.01บาท06 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 มี.ค. 25660.02บาท06 มิ.ย. 2566เงินปันผล
01 ต.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.01บาท27 เม.ย. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 30 ก.ย. 25650.03บาท06 ธ.ค. 2565เงินปันผล
01 เม.ย. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.04บาท06 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 มี.ค. 25650.06บาท31 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ต.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.05บาท28 เม.ย. 2565เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 30 ก.ย. 25640.04บาท03 ธ.ค. 2564เงินปันผล
01 เม.ย. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.05บาท03 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 มี.ค. 25640.05บาท28 พ.ค. 2564เงินปันผล
01 ต.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.04บาท27 เม.ย. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น DCC บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)
DCC ดำเนินธุรกิจหลักด้าน ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องพอร์ซเลนสำหรับปูพื้นและบุผนัง โดยมีทรัพย์สินสำคัญที่ใช้สนับสนุนทั้งด้านการผลิต การจัดเก็บ และการกระจายสินค้า รวมถึงเครือข่ายสาขาจำหน่ายทั่วประเทศ

  1. โรงงานและสถานที่ผลิต
    ทรัพย์สินสำคัญของ DCC คือ โรงงานผลิตกระเบื้อง โดยโรงงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    นอกจากนี้ DCC ยังมีความเชื่อมโยงกับฐานการผลิตของบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท ไทล์ท้อป อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ซึ่งผลิตกระเบื้องและผลิตภัณฑ์ที่ DCC รับมาจำหน่าย
  2. อาคารและสำนักงาน
    บริษัทมี สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ และมีอาคาร/พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงพื้นที่บริเวณโรงงานและจุดจำหน่ายสินค้า
  3. เครือข่ายสาขาและร้านจำหน่าย
    จุดแข็งด้านทรัพย์สินของ DCC คือ เครือข่ายสาขาจำหน่ายกระเบื้อง ที่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคของประเทศไทย เช่น สาขาในภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางจำหน่ายและกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคและผู้รับเหมาโดยตรง
    เครือข่ายดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ เพราะช่วยให้บริษัทเข้าถึงตลาดปลายทางได้กว้าง และลดการพึ่งพาช่องทางจำหน่ายเพียงรูปแบบเดียว
  4. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    ธุรกิจเซรามิกต้องใช้ เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิตกระเบื้อง รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมวัตถุดิบ การขึ้นรูป การเคลือบ การเผา การคัดคุณภาพ และการบรรจุสินค้า
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุนต่อหน่วย และความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีรูปแบบและคุณภาพหลากหลาย
  5. คลังสินค้าและสินค้าคงเหลือ
    DCC จำเป็นต้องมี พื้นที่จัดเก็บกระเบื้องและวัสดุที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสินค้าหลากหลายรุ่น สี ขนาด และลวดลาย ก่อนกระจายไปยังสาขาและลูกค้า
    โดย ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 10,679.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 10,164.11 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าบริษัทมีฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่รองรับการดำเนินธุรกิจ
  6. ที่ดิน
    ที่ดิน เป็นทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อ DCC เนื่องจากใช้เป็นที่ตั้งของโรงงาน สำนักงาน สถานที่จัดเก็บสินค้า และพื้นที่สำหรับเครือข่ายการจำหน่าย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตั้งโรงงานในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญต่อห่วงโซ่การผลิตของบริษัท
  7. ระบบโลจิสติกส์และการขนส่ง
    ธุรกิจกระเบื้องเป็นธุรกิจที่มีสินค้าหนักและมีปริมาณมาก บริษัทจึงต้องพึ่งพา ระบบขนส่งและอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสินค้า สำหรับนำกระเบื้องจากโรงงานหรือคลังสินค้าไปยังสาขาและลูกค้า
  8. ทรัพย์สินจากบริษัทย่อย
    DCC ยังมีทรัพย์สินทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องผ่านบริษัทย่อย โดยบริษัทระบุว่ามีบริษัทย่อย 2 บริษัท และรับซื้อผลิตภัณฑ์จากโรงงานของบริษัทย่อยดังกล่าวเพื่อจำหน่ายต่อ

สรุปมุมมองนักลงทุน
ทรัพย์สินหลักของ DCC ไม่ได้มีเพียงโรงงาน แต่เป็น “ระบบนิเวศการขายกระเบื้อง” ตั้งแต่ฐานการผลิต → คลังสินค้า → เครือข่ายสาขา → ลูกค้าปลายทาง
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทมีฐานสินทรัพย์รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท และมีเครือข่ายสาขาที่ช่วยสนับสนุนการกระจายสินค้า ขณะที่ธุรกิจยังเชื่อมโยงกับฐานการผลิตของบริษัทย่อย ทำให้ DCC มีโครงสร้างธุรกิจที่ค่อนข้างครบวงจรตั้งแต่การจัดหาผลิตภัณฑ์จนถึงการจำหน่าย
ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า ณ 6M/2569 DCC มีสินทรัพย์ 10,679.54 ล้านบาท หนี้สิน 3,360.41 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 7,273.31 ล้านบาท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น DCC
บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC มีโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร โดยบริษัทแม่ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ขณะที่บริษัทย่อยหลักเป็นฐานการผลิตกระเบื้องและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถควบคุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การผลิตจนถึงการจำหน่ายได้ค่อนข้างมาก

  1. บริษัท ไทล์ท้อป อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) — TTOP
    เป็น บริษัทย่อยของ DCC
    DCC ถือหุ้นประมาณ 96.83%
    ดำเนินธุรกิจผลิต กระเบื้องเซรามิกปูพื้น กระเบื้องบุผนัง และกาวยาแนว
    ผลิตภัณฑ์หลักถูกส่งให้ DCC เพื่อจัดจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ
    จึงเป็นฐานการผลิตสำคัญของกลุ่ม DCC
  2. บริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) — RCI
    เป็น บริษัทย่อยของ DCC
    DCC ถือหุ้นประมาณ 98.47%
    ดำเนินธุรกิจผลิต กระเบื้องเซรามิกปูพื้นและกระเบื้องบุผนัง
    จำหน่ายผลิตภัณฑ์หลักให้ DCC และผ่านตัวแทน/ช่องทางการขายของกลุ่ม
    ช่วยเสริมกำลังการผลิตและความหลากหลายของสินค้าในเครือ
    โครงสร้างธุรกิจโดยสรุป
    DCC — บริษัทแม่ / ศูนย์กลางการจัดจำหน่าย
    ⬇
    TTOP — ผลิตกระเบื้อง + กาวยาแนว
    RCI — ผลิตกระเบื้องเซรามิก
    ⬇
    DCC จัดจำหน่าย → ร้านค้า/ตัวแทนในประเทศ → ลูกค้าปลายทาง
    รวมถึง การขายส่งและการส่งออก
    จุดเด่นของโครงสร้างนี้คือ TTOP และ RCI เป็นฐานการผลิต ขณะที่ DCC เป็นศูนย์กลางการขายและกระจายสินค้า ทำให้ธุรกิจมีลักษณะเชื่อมโยงกันภายในกลุ่มอย่างชัดเจน และบริษัทระบุว่านโยบายการบริหารของบริษัทย่อยสอดคล้องกับ DCC โดยผลิตภัณฑ์ของ RCI และ TTOP ส่วนใหญ่จำหน่ายผ่าน DCC
    สรุปสำหรับนักลงทุน: กลุ่ม DCC จึงมีแกนธุรกิจหลัก 3 ส่วน คือ “ฐานผลิต → บริษัทแม่จัดจำหน่าย → เครือข่ายร้านค้า/ตัวแทน” ช่วยให้บริษัทบริหารสินค้าและช่องทางขายได้เป็นระบบ และลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกสำหรับสินค้าหลักของกลุ่ม


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น DCC
บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน)
DCC ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลน และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานปูพื้น–บุผนัง โดยมีทั้งการผลิตเองและรับสินค้าจากบริษัทย่อยเพื่อจัดจำหน่าย

  1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันของสินค้านำเข้าราคาถูก
    ถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญ เพราะตลาดกระเบื้องไทยเผชิญการแข่งขันจากสินค้านำเข้าจาก จีน เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งบริษัทระบุว่ามีราคาเฉลี่ยต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตในไทยประมาณ 6–10% และสัดส่วนกระเบื้องนำเข้าในตลาดไทยเพิ่มขึ้นจาก 26% ในปี 2563 เป็น 34% ในปี 2568 หากการแข่งขันด้านราคายังคงรุนแรง อาจกดดันทั้งยอดขาย ราคาขายเฉลี่ย และอัตรากำไรของ DCC
  2. ความเสี่ยงจากภาวะอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างชะลอตัว
    ความต้องการกระเบื้องมีความสัมพันธ์กับการสร้างบ้าน คอนโดมิเนียม การปรับปรุงที่อยู่อาศัย และงานก่อสร้าง หากตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง การใช้กระเบื้องอาจลดลง ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณขายของบริษัท โดย DCC ระบุว่าตลาดในประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา
  3. ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
    ธุรกิจผลิตกระเบื้องต้องใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและเผา รวมถึงใช้วัตถุดิบหลายประเภท หากราคาพลังงาน วัตถุดิบ หรือค่าขนส่งปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไร
  4. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อของผู้บริโภค
    กระเบื้องเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและปรับปรุงบ้าน หากรายได้ครัวเรือนลดลง หนี้ครัวเรือนสูง หรือผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย การซ่อมแซมและตกแต่งบ้านอาจถูกเลื่อนออกไป ส่งผลต่อยอดขายในตลาดค้าปลีก
  5. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
    หากผู้ผลิตในประเทศและสินค้านำเข้าหันมาแข่งขันด้วยการลดราคา อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้โปรโมชั่นหรือปรับราคาขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ซึ่งอาจกระทบกำไรต่อหน่วย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโดยรวมไม่ได้เติบโตมากนัก
  6. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภค
    ตลาดกระเบื้องมีการเปลี่ยนแปลงด้านลวดลาย ขนาด สี และรูปแบบสินค้าอย่างต่อเนื่อง หากสินค้าไม่ตรงกับความต้องการของตลาด อาจทำให้เกิดสินค้าคงเหลือและจำเป็นต้องทำโปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้า
  7. ความเสี่ยงด้านสินค้าคงเหลือและการบริหารสต๊อก
    การมีสินค้าหลากหลายรุ่นและลวดลายช่วยตอบโจทย์ลูกค้า แต่ก็เพิ่มความซับซ้อนในการบริหารสินค้าคงคลัง หากความต้องการของตลาดเปลี่ยนเร็ว สินค้าบางรุ่นอาจขายช้าหรือล้าสมัย และต้องใช้ส่วนลดเพื่อระบายสต๊อก
  8. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดในประเทศ
    DCC มีธุรกิจหลักอยู่ในตลาดกระเบื้องไทย ดังนั้นหากเศรษฐกิจไทย อสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอพร้อมกัน อาจส่งผลต่อผลประกอบการค่อนข้างชัดเจน
  9. ความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ชะลอตัว
    ข้อมูลปี 2568 สะท้อนว่ารายได้ลดลงจาก 7,091.98 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 6,371.68 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดจาก 1,103.57 ล้านบาท เหลือ 904.39 ล้านบาท ดังนั้นประเด็นที่ต้องติดตามคือการฟื้นตัวของยอดขายและความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการแข่งขันที่สูง

🔎 สรุปความเสี่ยง DCC แบบนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ DCC อยู่ที่ “ตลาดกระเบื้องโตช้า + สินค้านำเข้าราคาถูก + กำลังซื้อในประเทศ + ต้นทุนการผลิต”
จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ส่วนแบ่งตลาดของกระเบื้องนำเข้า, ยอดขายสาขา/ปริมาณขาย, ราคาขายเฉลี่ย, ต้นทุนพลังงาน และอัตรากำไร เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ว่าการแข่งขันที่รุนแรงกำลังกดดันผลประกอบการมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ DCC ยังมีฐานธุรกิจขนาดใหญ่และเครือข่ายการผลิต/จัดจำหน่ายของกลุ่มบริษัท แต่ผลประกอบการปี 2568 ที่ลดลงทำให้การติดตามการฟื้นตัวของกำไรมีความสำคัญมากขึ้น


ข้อมูล ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย มารุต แสงศาสตรา1,478,129,00016.20
2นาย มนต์รัก แสงศาสตรา1,460,000,00016.00
3นาย รุ่งโรจน์ แสงศาสตรา800,000,0008.77
4นาย ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล505,500,0005.54
5นาย นครินทร์ แสงศาสตรา437,000,0004.79
6น.ส. สุภาณี ทองเปล่งศรี414,280,0004.54
7นาง ภาวดี อุทัยกิตติศัพท์303,000,0003.32
8นาย วิบูลย์ วัชรสุรังค์235,722,4242.58
9บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)214,500,0002.35
10น.ส. รสสุคนธ์ วัชรสุรังค์206,241,7002.26
11นาย กันต์ธวัช วัชรสุรังค์194,293,7002.13
12น.ส. สุพรรณิการ์ วัชรสุรังค์165,430,0001.81
13นาย ภากร วัชรสุรังค์156,800,0001.72
14นาง ลักษณา วัชรสุรังค์93,879,2801.03
15นาย พิสุทธิ์ วิริยะเมตตากุล90,400,0000.99
16นาย พิจิตต์ วิริยะเมตตากุล90,000,0000.99
17นาย สรัฐ ตันตราภรณ์82,034,0000.90
18นาย สุวิทย์ สมานพันธ์ชัย82,000,0000.90
19น.ส. วราภรณ์ สมานพันธ์ชัย66,000,0000.72
20นาย พิชิต วิริยะเมตตากุล64,500,0000.71
21นาย พิพัทธ์ วิริยะเมตตากุล63,160,0000.69
22นาง พัชนี วิบูลย์จันทร์63,000,0000.69
23SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED52,093,7060.57
24บริษัท กรีน รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)50,000,0000.55
25บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน)50,000,0000.55
26นาย ราชัญ ทยานุวัฒน์45,777,1200.50

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย รุ่งโรจน์ แสงศาสตราประธานกรรมการบริษัท
2นาย มารุต แสงศาสตราประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
3นาย มนต์รัก แสงศาสตรารองประธานกรรมการ
4นาย จารุวัตร ไตรถวิลกรรมการ
5นาย ชนินทร์ ศุภภิญโญพงศ์กรรมการ
6นาย ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุลกรรมการ
7นาย ปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์กรรมการ, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
8นางสาว สมฤทัย บุญฤทธิ์กรรมการ
9นาย จักรพร สุปิยพันธุ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นาย ศิริพงษ์ ทิณรัตน์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
11นาง สมรวดี ผลประเสริฐกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น DCC บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)
2532 – จุดเริ่มต้นของ DCC
บริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2532 เดิมใช้ชื่อ บริษัท โรแยลฟลอร์ไทล์ จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิค ก่อนพัฒนาสู่ผู้ประกอบการรายสำคัญในตลาดวัสดุก่อสร้างของไทย
2535 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
DCC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2535 และต่อมาได้รับการจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในปี 2537
2557 – ปรับโครงสร้างธุรกิจ
บริษัทดำเนินการโอนธุรกิจของบริษัทย่อย ได้แก่ เมืองทอง เซรามิค, เวิลด์ไวด์ เซรามิค และ พิค แอนด์ เปย์ มาอยู่ภายใต้ DCC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการดำเนินงาน
2562 – ก้าวสำคัญจากการเข้าซื้อ RCI
DCC มีมติอนุมัติการเข้าซื้อกิจการ บริษัท โรแยล ซีรามิคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ RCI ผ่านการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจ โดยเสนอซื้อ 578.83 ล้านหุ้น หรือ 93.84% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้ว ในราคา 4 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,315.32 ล้านบาท
หลังการปรับโครงสร้าง – เสริมความแข็งแกร่งด้านสินค้าและช่องทางจำหน่าย
ปัจจุบัน DCC มีทั้งการผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิค รวมถึงกระเบื้องพอร์ซเลน กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ตลอดจนสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง เช่น กาวยาแนว กาวซีเมนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง โดยรับสินค้าจากบริษัทย่อยอย่าง ไทล์ท้อป อินดัสตรี้ และ โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม มาจำหน่ายด้วย
2568 – เผชิญตลาดอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อที่ชะลอตัว
ผลประกอบการสะท้อนแรงกดดันจากภาวะตลาด โดยรายได้ลดจาก 7,091.98 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 6,371.68 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิลดจาก 1,103.57 ล้านบาท เหลือ 904.39 ล้านบาท
2569 – เดินหน้ารักษาฐานธุรกิจและเครือข่ายจำหน่าย
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 DCC มีรายได้ 3,106.60 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 464.38 ล้านบาท โดยยังคงโครงสร้างธุรกิจหลักที่เน้นการผลิต/จัดจำหน่ายกระเบื้องและสินค้าที่เกี่ยวข้อง ผ่านเครือข่ายของกลุ่มบริษัท
สรุปมุมมอง:
DCC พัฒนาจากผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิค สู่ธุรกิจที่มีทั้ง ฐานการผลิต + บริษัทย่อย + เครือข่ายจัดจำหน่าย + สินค้าวัสดุตกแต่งครบวงจรมากขึ้น โดยดีล RCI ในปี 2562 ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการขยายฐานธุรกิจ ขณะที่ระยะหลังโจทย์สำคัญคือการรับมือกับกำลังซื้อและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ซึ่งสะท้อนผ่านรายได้และกำไรที่ลดลงในปี 2568


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด87.3958.1652.6937.5846.40
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ144.14165.42124.46167.17162.07
สินค้าคงเหลือ2,741.142,783.262,980.332,787.672,958.14
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,982.433,007.913,158.552,993.483,167.68
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ6,258.926,475.946,665.946,437.416,782.69
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน7,077.707,209.507,356.507,170.637,511.86
รวมสินทรัพย์10,060.1310,217.4110,515.0510,164.1110,679.54
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม1,590.001,542.001,915.001,390.001,750.00
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ763.50688.57620.35742.13703.24
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน2,626.882,477.562,764.832,397.582,699.99
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน751.59673.07623.36667.69660.42
รวมหนี้สิน3,378.473,150.633,388.203,065.273,360.41
ทุนจดทะเบียน912.56912.56912.56912.56912.56
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า912.56912.56912.56912.56912.56
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น3,233.503,233.503,233.503,233.503,233.50
กำไร(ขาดทุน)สะสม4,175.484,560.194,712.124,592.304,904.23
หุ้นทุนรับซื้อคืน––91.99–91.99
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-1,684.99-1,684.99-1,684.99-1,684.99-1,684.99
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–-1,684.99-1,684.99-1,684.99-1,684.99
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่6,636.557,021.267,081.197,053.377,273.31
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย45.1145.5245.6645.4745.82

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ7,740.597,028.496,310.703,423.813,077.63
รายได้อื่น56.8263.4960.9830.0128.98
รวมรายได้7,797.417,091.986,371.683,453.823,106.60
ต้นทุน4,798.984,239.763,764.872,047.281,780.45
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร1,493.521,445.421,447.19749.03728.35
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย6,292.505,685.185,212.062,796.312,508.79
EBITDA2,103.501,996.591,740.27945.11878.75
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย598.59589.79580.64287.60280.94
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้1,504.911,406.801,159.62657.51597.81
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,182.171,103.57904.39514.06464.38
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.130.120.100.060.05

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน1,596.901,561.591,252.33879.71854.01
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-885.47-643.84-611.21-172.18-316.69
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-663.93-946.98-646.59-728.11-543.62
เงินสดสุทธิ47.50-29.22-5.47-20.58-6.30

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)45.4143.5437.8036.23
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)8.048.389.6610.07
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.531.311.471.22
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)237.80279.39248.01299.77
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.845.755.114.84
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)62.5063.4571.3775.41
วงจรเงินสด (วัน)183.33224.32186.29234.44

วิเคราะห์กราฟเทคนิค DCC — ไดนาสตี้เซรามิค
DCC กำลังอยู่ในโหมด “พักฐาน” หลังผ่านช่วงปรับตัว — จุดสำคัญอยู่ที่การฝ่า 1.40 บาท พร้อมวอลุ่ม!
ล่าสุดข้อมูล SET วันที่ 11 ก.ย. 2569 DCC ปิดที่ 1.37 บาท แกว่งในกรอบ 1.36–1.37 บาท ปริมาณซื้อขาย 483,552 หุ้น และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.13–1.51 บาท นอกจากนี้ DCC มีรายการ Big Lot มูลค่า 66.68 ล้านบาทในวันที่ 14 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นประเด็นที่สายเทคนิคควรจับตาเรื่องวอลุ่มและการเปลี่ยนมือ
🔥 มุมมองกราฟ
ภาพรวมระยะสั้น ยังเป็นลักษณะ Sideway/พักตัว หลังจากราคาถอยลงจากโซนสูงกว่า 1.40 บาท ขณะที่บริเวณ 1.36–1.37 บาท เป็นโซนที่ต้องรักษาให้ได้
จุดที่น่าสนใจคือ 1.40–1.42 บาท หากราคาสามารถ Breakout ผ่านโซนนี้ได้พร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อโมเมนตัม และมีโอกาสเปิดทางทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1.45–1.50 บาท
ข้อมูลทางเทคนิคจาก Investing ที่มีการรวบรวมก่อนหน้านี้ก็สะท้อนว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลาง–ยาวยังมีโครงสร้างเชิงบวก โดย MA20, MA50, MA100 และ MA200 ให้สัญญาณซื้อในชุดข้อมูลดังกล่าว
📌 แนวรับ–แนวต้าน
แนวรับแรก: 1.36 บาท
แนวรับสำคัญ: 1.33–1.34 บาท
แนวรับถัดไป: 1.30 บาท
แนวต้านแรก: 1.40 บาท
แนวต้านสำคัญ: 1.42–1.45 บาท
แนวต้านถัดไป: 1.50 บาท
🚀 สัญญาณที่สายเทคนิคต้องจับตา
เกมของ DCC อยู่ที่ “Breakout + Volume”
หากราคายืนเหนือ 1.40 บาท ได้ และมีวอลุ่มเข้ามาหนาแน่นกว่าค่าเฉลี่ย จะถือเป็นสัญญาณว่าฝั่งซื้อเริ่มกลับมาคุมโมเมนตัม มีโอกาสเดินหน้าทดสอบ 1.42–1.45 บาท และหากผ่านได้ มีลุ้นขยับขึ้นหาโซน 1.50 บาท
แต่ถ้า หลุด 1.36 บาท และมาพร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังการพักฐานลึกลงไปหาโซน 1.33–1.34 บาท
สรุป: DCC ยังไม่ใช่จังหวะ “ไล่ราคา” แต่เป็นหุ้นที่ควร เฝ้าจับตาการสะสม + รอเบรกแนวต้าน โดยเฉพาะ 1.40 บาท หากเกิด Breakout พร้อม Volume เมื่อไร เกมเทคนิคจะน่าสนใจขึ้นทันที


วิเคราะห์หุ้น DCC — บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)
บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกปูพื้น–บุผนัง รวมถึงพอร์ซเลนและสินค้าเกี่ยวเนื่อง โดยมีธุรกิจที่เชื่อมโยงกับบริษัทย่อยอย่าง ไทล์ท้อป อินดัสตรี้ และ โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม ทำให้ DCC มีทั้งฐานการผลิตและเครือข่ายสินค้าค่อนข้างครบในกลุ่มวัสดุตกแต่งพื้นผิว
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
จุดเด่นของ DCC คือการทำธุรกิจในตลาดกระเบื้องที่มีความต้องการต่อเนื่องจาก การก่อสร้างบ้านใหม่ การรีโนเวต และการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยบริษัทไม่ได้จำกัดตัวเองเฉพาะกระเบื้อง แต่ยังจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น กาวยาแนว กาวซีเมนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งกระเบื้องด้วย
โมเดลธุรกิจจึงมีลักษณะเป็น Volume + Distribution + Product Mix กล่าวคือ หากปริมาณการขายฟื้นตัว พร้อมกับสามารถรักษาราคาขายและอัตรากำไรได้ ก็มีโอกาสช่วยหนุนกำไรได้ค่อนข้างดี

📊 วิเคราะห์งบการเงิน

ตัวเลขล่าสุด 6 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนภาพว่า DCC ยังมีกำไรในระดับแข็งแรง แต่รายได้และกำไรลดลงจากปีก่อน

รายการ6M/25696M/2568
รายได้3,106.60 ลบ.3,453.82 ลบ.
กำไรสุทธิ464.38 ลบ.514.06 ลบ.
กำไรสุทธิเปลี่ยนแปลง-9.66%—
Gross Margin42.15%40.20%
Net Margin14.95%14.88%
D/E0.46 เท่า0.43 เท่า
ROE11.93%14.37%

ข้อมูลจาก SET ระบุว่า แม้ยอดขายลดลง แต่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 40.20% เป็น 42.15% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกด้านการบริหาร Product Mix และต้นทุน


ที่น่าสนใจคือไตรมาส 2/2569 บริษัทมียอดขาย 1,480.1 ล้านบาท ลดลง 6.0% YoY ขณะที่ปริมาณขายลดลง 13.6% แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.7% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาอยู่ที่ 44.1%
ประเด็นสำคัญ: DCC กำลังเจอสถานการณ์ที่ “ขายปริมาณน้อยลง แต่พยายามรักษากำไรต่อหน่วย” ซึ่งเป็นจุดที่ต้องติดตามต่อในไตรมาสถัดไป
💰 ฐานะการเงิน
ฐานะการเงินถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างแข็งแรง
สินทรัพย์ 10,679.54 ล้านบาท
หนี้สิน 3,360.41 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 7,273.31 ล้านบาท
D/E Ratio เพียง 0.46 เท่า
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 6M/69 อยู่ที่ 854.01 ล้านบาท
ดังนั้น DCC ไม่ใช่หุ้นที่มีภาพของการใช้หนี้สูงเพื่อเร่งขยายธุรกิจ แต่มีโครงสร้างเงินทุนค่อนข้างระมัดระวัง
อีกจุดที่น่าสนใจคือกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังเป็นบวกสูง ขณะที่กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเป็นลบ ซึ่งสะท้อนการนำเงินสดไปชำระคืน/บริหารโครงสร้างเงินทุนและจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น

🏭 จุดแข็งของ DCC

  1. ธุรกิจเข้าใจง่ายและเป็นสินค้าจำเป็นในภาคก่อสร้าง
    กระเบื้องเป็นวัสดุที่เกี่ยวข้องกับทั้งบ้านใหม่และการซ่อมแซม/รีโนเวต
  2. มีเครือข่ายธุรกิจครบ
    DCC สามารถรับสินค้าจากบริษัทย่อยและนำมาจำหน่ายผ่านช่องทางของกลุ่ม ทำให้มี Product Portfolio ค่อนข้างกว้าง
  3. Gross Margin ยังแข็งแรง
    แม้ยอดขายลดลง แต่ Gross Margin 6M/69 กลับเพิ่มขึ้นเป็น 42.15% จาก 40.20% ถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยพยุงกำไร
  4. หนี้ไม่สูง
    D/E 0.46 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ค่อนข้างดี
  5. มีโอกาสเป็นหุ้นปันผล
    ณ 30 มิ.ย. 2569 SET ระบุ Dividend Yield ประมาณ 5.52% ซึ่งทำให้ DCC มีความน่าสนใจในมุมของนักลงทุนที่มองหากระแสเงินสดจากเงินปันผล อย่างไรก็ตาม Yield เปลี่ยนแปลงตามราคาหุ้นและการจ่ายจริงในแต่ละงวด
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
  6. ตลาดอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อ
    หากตลาดบ้านและคอนโดชะลอตัว รวมถึงผู้บริโภคลดการรีโนเวต ยอดขายกระเบื้องสามารถได้รับผลกระทบโดยตรง
  7. ปริมาณขายลดลง
    นี่คือประเด็นที่ต้องจับตาที่สุดในระยะสั้น เพราะ Q2/69 ปริมาณขายลดลงถึง 13.6% YoY แม้บริษัทสามารถชดเชยบางส่วนด้วยราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น
  8. ต้นทุนพลังงาน
    ธุรกิจกระเบื้องใช้พลังงานสูงในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการเผา หากต้นทุนก๊าซ ไฟฟ้า หรือพลังงานปรับตัวขึ้นเร็ว อาจกดดัน Margin
  9. การแข่งขันด้านราคา
    ตลาดวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ทั้งผู้ผลิตในประเทศและสินค้านำเข้า หากการแข่งขันด้านราคากลับมารุนแรง อัตรากำไรอาจลดลง
  10. กำไรมีแนวโน้มชะลอ
    กำไรสุทธิ 6M/69 อยู่ที่ 464.38 ล้านบาท ลดลงจาก 514.06 ล้านบาทใน 6M/68 ขณะที่ ROE ลดจาก 14.37% เหลือ 11.93%

📈 มุมมองการลงทุน
DCC มีลักษณะเป็นหุ้น “Defensive + Dividend + Recovery Play” มากกว่าจะเป็นหุ้น Growth แบบก้าวกระโดด
สิ่งที่น่าสนใจ
ฐานะการเงินแข็งแรง + หนี้ไม่สูง + Margin ดี + กระแสเงินสดจากธุรกิจเป็นบวก + มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผล
แต่ Catalyst สำคัญ ที่จะทำให้ภาพ DCC น่าสนใจขึ้น คือการเห็น ปริมาณขายกลับมาฟื้นตัว หลังจาก 6M/69 ยังหดตัว ขณะเดียวกันต้องรักษา Gross Margin ให้อยู่ในระดับสูงต่อไป
ล่าสุด ณ 14 ก.ย. 2569 SET แสดงราคา DCC ที่ 1.36 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.13–1.51 บาท และ P/E ประมาณ 14.44 เท่า / P/BV 1.70 เท่า ตามข้อมูล Factsheet ของ SET
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
DCC = หุ้นวัสดุก่อสร้างที่ “กำไรยังดี แต่ยอดขายต้องฟื้น”
🟢 ฐานะการเงิน: แข็งแรง
🟢 D/E: ต่ำ
🟢 Gross Margin: ดีขึ้น
🟢 กระแสเงินสด: แข็งแรง
🟢 Dividend: มีจุดเด่น
🟡 รายได้: ชะลอตัว
🟡 ปริมาณขาย: ต้องจับตา
🔴 ความเสี่ยง: กำลังซื้อและตลาดอสังหาฯ
🔴 Catalyst: ต้องรอ Volume การขายกลับมา
บทสรุป: DCC เหมาะกับการมองในธีม “หุ้นพื้นฐานแข็งแรง + ปันผล + รอการฟื้นตัวของยอดขาย” มากกว่าการคาดหวังการเติบโตแบบหวือหวา หากเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว การเพิ่มขึ้นของ Volume ขายจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถปลดล็อก Upside ของกำไรได้


Disclaimer

ใส่ความเห็น