วิเคราะห์ หุ้น STEC บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STEC บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STEC บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) STEC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




STEC – บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันต้องแยกข้อมูลให้ชัดเจนว่า STEC เดิมถูกปรับโครงสร้างเป็น STECON Group และ STEC ถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2567 โดยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเดิมยังอยู่ภายใต้กลุ่ม STECON
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ STEC
ทรัพย์สินของบริษัทรับเหมาก่อสร้างมีลักษณะเป็น สินทรัพย์ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานก่อสร้างโดยตรง ได้แก่ ที่ดิน อาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง ยานพาหนะ รวมถึงทรัพย์สินสำหรับสำนักงานและการบริหารโครงการ

  1. ที่ดินและสิทธิในที่ดิน
    ใช้เป็นสถานที่สำหรับสำนักงาน โรงงาน ลานเก็บวัสดุ พื้นที่สนับสนุนงานก่อสร้าง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท โดยทรัพย์สินประเภทที่ดินถือเป็นฐานสำคัญในการรองรับการดำเนินธุรกิจระยะยาว
  2. อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
    ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน อาคารปฏิบัติงาน โรงงาน อาคารสนับสนุน และสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการดำเนินงาน รวมถึงพื้นที่สำหรับจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง
  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง
    เป็นทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เช่น
    เครื่องจักรสำหรับงานก่อสร้าง
    เครื่องจักรงานดินและงานฐานราก
    เครื่องจักรสำหรับงานโครงสร้าง
    เครื่องมือและอุปกรณ์ก่อสร้าง
    อุปกรณ์สำหรับงานระบบและงานวิศวกรรม
    เครื่องมือเฉพาะทางสำหรับโครงการขนาดใหญ่
    บริษัทมีการบริหารจัดการเครื่องจักรและกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อการควบคุมต้นทุนและระยะเวลาการก่อสร้าง
  4. ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
    ใช้สำหรับขนส่งวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ และบุคลากรระหว่างสำนักงานกับพื้นที่โครงการ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติงานในไซต์ก่อสร้างต่าง ๆ
  5. อุปกรณ์สำนักงานและระบบสนับสนุน
    ประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งใช้สนับสนุนงานวิศวกรรม การออกแบบ การบริหารโครงการ การจัดซื้อ และการบริหารองค์กร
  6. สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง
    นอกจากสินทรัพย์ถาวร บริษัทรับเหมาก่อสร้างยังมีสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ เช่น งานระหว่างก่อสร้าง ลูกหนี้การค้า เงินรับล่วงหน้า และต้นทุนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการรับรู้รายได้ของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
  7. เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
    อีกส่วนหนึ่งของทรัพย์สินในระดับกลุ่มคือ เงินลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจต่อเนื่อง โดยโครงสร้างเดิมของ STEC มีการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง โรงไฟฟ้า คอนกรีต รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ

มุมมองสำหรับการวิเคราะห์หุ้น
จุดที่น่าสนใจของ STEC เดิมคือ เป็นธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์ในการดำเนินงานค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเครื่องจักร อุปกรณ์ก่อสร้าง และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ดังนั้นการใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรและการบริหารต้นทุนโครงการจึงมีผลต่อประสิทธิภาพของธุรกิจโดยตรง
สำหรับโครงสร้างปัจจุบัน STECON เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ถือธุรกิจหลัก ได้แก่ รับเหมาก่อสร้าง, สาธารณูปโภคและพลังงาน และโลจิสติกส์และการขนส่ง
สรุปสั้น ๆ: ทรัพย์สินหลักของธุรกิจ STEC ได้แก่ ที่ดิน อาคารและสิ่งปลูกสร้าง + เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง + ยานพาหนะ + อุปกรณ์สำนักงานและเทคโนโลยี + สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ + เงินลงทุนในธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น STEC
ปัจจุบัน STEC เดิม คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ปรับโครงสร้างเป็นกลุ่มบริษัทภายใต้ STECON Group โดย STEC กลายเป็นบริษัทย่อยของ STECON และธุรกิจของกลุ่มถูกจัดโครงสร้างให้ครอบคลุมทั้ง รับเหมาก่อสร้าง พลังงาน/สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

บริษัทในเครือ/บริษัทย่อยที่สำคัญของ STEC

บริษัทลักษณะธุรกิจความสัมพันธ์
บริษัท เอช ที อาร์ จำกัด (HTR)พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริษัทย่อย
บริษัท นูเวล พร็อพเพอตี้ จำกัด (Nouvelle Property)พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริษัทย่อย
บริษัท วิสดอม เซอร์วิสเซส จำกัด (Wisdom Services)ให้เช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงบริการฝึกอบรมบริษัทย่อย
บริษัท สเตคอน เพาเวอร์ จำกัด (STECON Power)ธุรกิจผลิตและลงทุนด้านพลังงานบริษัทย่อย
บริษัท ซิโน-ไทย โฮลดิ้ง จำกัดลงทุนในกิจการอื่น ๆบริษัทย่อย
บริษัท เอสเอ็นที คอนกรีต โซลูชั่น จำกัด (SNT Concrete Solution)ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จบริษัทย่อย

ข้อมูลโครงสร้างที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า HTR ถือหุ้น 80.90%, ขณะที่ Nouvelle Property, Wisdom Services, STECON Power, Sino-Thai Holding และ SNT Concrete Solution ถือหุ้น 100% ในช่วงข้อมูลที่เปิดเผยในแบบแสดงรายการฯ บริษัทร่วมที่เกี่ยวข้อง
นอกจากบริษัทย่อยแล้ว กลุ่ม STEC ยังมีการลงทุนใน บริษัทร่วม ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น
บริษัท ดีเคเค ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง จำกัด — รับออกแบบ ผลิต ก่อสร้าง และติดตั้งงานระบบสายส่งและโทรคมนาคม โดย STEC ถือหุ้น 35%
บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด — ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู
มองโครงสร้างธุรกิจแบบเข้าใจง่าย
STECON Group
↳ STEC — ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่
↳ STECON Power — พลังงาน
↳ SNT Concrete Solution — คอนกรีต/วัสดุก่อสร้าง
↳ Wisdom Services — เครื่องจักรก่อสร้างและบริการฝึกอบรม
↳ HTR / Nouvelle Property — อสังหาริมทรัพย์
↳ Sino-Thai Holding — การลงทุนในธุรกิจอื่น
↳ บริษัทร่วม — โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสายส่ง โทรคมนาคม และระบบขนส่ง
ดังนั้น จุดสำคัญของโครงสร้าง STEC คือ ไม่ได้มีเฉพาะธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่มีการต่อยอดไปยัง พลังงาน วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร อสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วมด้วย โดยบริษัทระบุว่า STECON และบริษัทในเครือมีมากกว่า 10 บริษัท
หมายเหตุ: หากนำไปทำบทความหุ้น ควรใช้ชื่อหลักทรัพย์ STECON สำหรับบริษัทโฮลดิ้งที่จดทะเบียนในปัจจุบัน ส่วน STEC คือบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลังการปรับโครงสร้างและการเพิกถอน STEC เดิมออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น STEC
บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
Sino-Thai Engineering & Construction Public Company Limited เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่รับงานทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเชื่อมโยงกับ ต้นทุนก่อสร้าง การแข่งขัน การส่งมอบโครงการ สภาพเศรษฐกิจ และการลงทุนภาครัฐ

  1. 🔨 ความเสี่ยงจากต้นทุนก่อสร้างผันผวน
    ราคา เหล็ก ปูนซีเมนต์ คอนกรีต พลังงาน และค่าขนส่ง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และอาจทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่บริษัทประเมินไว้ โดยเฉพาะโครงการที่มีลักษณะสัญญาราคาคงที่ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรของโครงการได้
  2. 🏗️ ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
    ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ทั้งผู้รับเหมารายใหญ่และรายกลาง โดยการแข่งขันด้านราคาอาจทำให้บริษัทต้องเสนอราคาที่แข่งขันได้เพื่อคว้างานใหม่ ส่งผลต่อ Margin หากต้นทุนเพิ่มขึ้นภายหลังได้รับงาน
  3. ⏱️ ความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการ
    โครงการขนาดใหญ่มีปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก เช่น การส่งมอบพื้นที่ แบบก่อสร้าง การประสานงานกับเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาช่วง และการจัดหาวัสดุ หากงานล่าช้าอาจทำให้ต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายโครงการเพิ่มขึ้น รวมถึงกระทบกำหนดรับรู้รายได้
  4. 👷 ความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงานฝีมือ
    งานก่อสร้างต้องพึ่งพาบุคลากรและแรงงานที่มีทักษะ หากเกิดการขาดแคลนหรือค่าแรงเพิ่มขึ้น อาจกระทบทั้ง ต้นทุนและความสามารถในการส่งมอบงาน บริษัทเองระบุประเด็นแรงงานฝีมือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
  5. 🏛️ ความเสี่ยงจากการลงทุนและงบประมาณภาครัฐ
    โอกาสในการรับงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มีความสัมพันธ์กับการจัดสรรและการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงนโยบายการลงทุนของภาครัฐ หากโครงการ Mega Project ล่าช้าหรือมีการเปลี่ยนแปลง อาจกระทบ Backlog และโอกาสรับงานใหม่
  6. 💰 ความเสี่ยงจากการบริหารต้นทุนและประมาณการโครงการ
    งานก่อสร้างมีมูลค่าสูงและใช้ระยะเวลาหลายปี หากบริษัทประเมินต้นทุน วัสดุ แรงงาน หรือระยะเวลาดำเนินงานคลาดเคลื่อน อาจทำให้กำไรของโครงการต่ำกว่าที่คาดไว้ได้
  7. ⚖️ ความเสี่ยงด้านสัญญาและข้อพิพาท
    โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีรายละเอียดสัญญาซับซ้อน หากเกิดข้อพิพาทเรื่อง งานเพิ่ม-ลด การส่งมอบงาน การชำระเงิน หรือความรับผิดชอบตามสัญญา อาจทำให้การรับรู้รายได้และกระแสเงินสดของบริษัทมีความไม่แน่นอน
  8. 🌱 ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ
    ธุรกิจก่อสร้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และแรงงานที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น หากไม่สามารถปรับตัวได้ อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานหรือทำให้โครงการเกิดความล่าช้าได้
  9. 📉 ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนภาคเอกชน
    หากเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนของภาคเอกชนและการพัฒนาโครงการใหม่อาจลดลง ทำให้การแข่งขันเพื่อแย่งงานเพิ่มขึ้น และอาจกระทบปริมาณงานใหม่ของบริษัท
  10. 🏢 ความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจก่อสร้าง
    STEC อยู่ในธุรกิจก่อสร้างเป็นหลัก ทำให้ผลประกอบการมีความสัมพันธ์กับ Backlog การรับงานใหม่ ต้นทุนโครงการ และวัฏจักรการลงทุน บริษัทจึงมีแผนปรับโครงสร้างไปสู่รูปแบบ Holding Company เพื่อเพิ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำและกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจก่อสร้าง

🔎 สรุปประเด็นที่ต้องจับตา
STEC = งานใหญ่ แต่ความเสี่ยงอยู่ที่ “ต้นทุน + Margin + ระยะเวลา + งานใหม่”
สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามเป็นพิเศษคือ
Backlog → งานใหม่ → Gross Margin → ต้นทุนวัสดุ → ค่าแรง → ความคืบหน้าโครงการ → กระแสเงินสด
โดยเฉพาะในธุรกิจรับเหมาที่มีโครงการขนาดใหญ่ การมี Backlog สูงไม่ได้หมายความว่ากำไรจะสูงตามเสมอไป เพราะความสามารถในการควบคุมต้นทุนและส่งมอบงานมีผลโดยตรงต่อกำไรของแต่ละโครงการ
หมายเหตุ: ข้อมูลความเสี่ยงข้างต้นอ้างอิงเอกสารบริษัทและข้อมูลตลาดล่าสุดที่ค้นได้ถึงปี 2569 และเป็นการอธิบายปัจจัยทางธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหุ้น.


ข้อมูล ณ วันที่ 14 มี.ค. 2568



บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เดิม ปัจจุบันควรอ้างอิงพัฒนาการต่อเนื่องภายใต้ STECON Group (STECON) เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างและนำ STECON เข้าจดทะเบียนแทน STEC ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2567
พัฒนาการที่สำคัญของ STEC / STECON
พ.ศ. 2505 — จุดเริ่มต้นของบริษัท
ก่อตั้ง “ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง” ด้วยทุนจดทะเบียน 500,000 บาท โดยเริ่มจากงานแปรสภาพโครงสร้างเหล็ก ก่อนขยายเข้าสู่งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค
พ.ศ. 2510 — เปลี่ยนเป็นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด
ธุรกิจขยายตัวจากงานโครงสร้างเหล็กไปสู่งานก่อสร้างที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงงานโรงงานอุตสาหกรรม งานสาธารณูปโภค และงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรก่อสร้าง
พ.ศ. 2523 — ขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
บริษัทเริ่มขยายงานก่อสร้างไปยัง สิงคโปร์ มาเลเซีย และบังกลาเทศ เป็นการเพิ่มประสบการณ์และขอบเขตการดำเนินงานนอกประเทศไทย
พ.ศ. 2535–2536 — ก้าวเข้าสู่ตลาดทุน
บริษัทก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงต้นทศวรรษ 2530 และพัฒนาสู่การเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ของไทย
พ.ศ. 2541–2543 — ปรับโครงสร้างและฟื้นฟูกิจการ
ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย บริษัทเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูกิจการ ก่อนฟื้นฟูกิจการสำเร็จในปี 2543
พ.ศ. 2548 — ก้าวสู่โครงการขนาดใหญ่ระดับหมื่นล้านบาท
บริษัทได้รับงานโครงการ Airport Rail Link ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ที่สะท้อนศักยภาพของบริษัทในงานโครงสร้างพื้นฐาน
พ.ศ. 2553–2560 — ขยายฐานงานโครงสร้างพื้นฐาน
บริษัทได้รับงานสำคัญหลายโครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟฟ้าสายสีเขียว รถไฟฟ้าสายสีส้ม และโครงการรถไฟทางคู่ สะท้อนการขยายบทบาทจากงานอาคารและโรงงานเข้าสู่งานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่อง
พ.ศ. 2561 — ขยายสู่งานพลังงานและโครงการขนาดใหญ่
บริษัทลงนามโครงการโรงไฟฟ้าศรีราชาและโรงไฟฟ้าปลวกแดง พร้อมเดินหน้าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน
พ.ศ. 2563 — ลงทุนในโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
STEC เข้าร่วมลงทุนในโครงการ PPP พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ผ่านกิจการร่วมค้า BBS โดย STEC ถือหุ้น 20% ในบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด
พ.ศ. 2564 — เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
บริษัทเข้าร่วมโครงการ PPP ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 และ M81 และลงนามโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ รวมถึงงานศูนย์ราชการฯ
พ.ศ. 2565 — ขยายงานระบบราง
บริษัทลงนามโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ สัญญาที่ 1 และ 2 และได้รับอนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับโครงสร้างรางโมโนเรล
พ.ศ. 2566 — จัดตั้ง STECON Group
เกิดการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ โดยจัดตั้ง STECON Group เป็นบริษัทโฮลดิ้ง เพื่อรองรับการขยายการลงทุนจากธุรกิจก่อสร้างไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจใหม่ ๆ
พ.ศ. 2567 — ปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผ่านจาก STEC สู่ STECON
มีการแลกหุ้น STEC เป็น STECON ในอัตรา 1 หุ้นต่อ 1 หุ้น และ STECON เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทน STEC ซึ่งถูกเพิกถอนโดยสมัครใจเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567
พ.ศ. 2568 — ขยายโมเดลธุรกิจให้หลากหลายขึ้น
STECON เดินหน้าขยายฐานธุรกิจจากรับเหมาก่อสร้างไปสู่ สาธารณูปโภค พลังงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ โลจิสติกส์ และคมนาคม เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจก่อสร้างเพียงด้านเดียว
พ.ศ. 2568 — ผลประกอบการฟื้นตัว
รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 34,219 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิประมาณ 1,948 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนสุทธิประมาณ 2,357 ล้านบาท ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ
พ.ศ. 2568 — เข้าสู่ดัชนี SET100
หุ้น STECON ได้รับคัดเลือกเข้าสู่การคำนวณดัชนี SET100 และ SET100FF และได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AAA ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ
สรุปภาพใหญ่
พัฒนาการของ STEC → STECON จึงเป็นการเปลี่ยนจากบริษัทที่มีฐานหลักเป็น ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ไปสู่โครงสร้างแบบ Holding Company ที่มุ่งกระจายธุรกิจไปยัง โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ดิจิทัล/ดาต้าเซ็นเตอร์ โลจิสติกส์ และคมนาคม ขณะที่ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นฐานสำคัญของกลุ่มบริษัท
หมายเหตุสำหรับทำบทวิเคราะห์หุ้น: หากจะเขียนหัวข้อในปัจจุบัน แนะนำใช้ชื่อ “หุ้น STECON – บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” และอธิบายว่าเป็นบริษัทที่เกิดจากการปรับโครงสร้างของ STEC – บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อไม่ให้ข้อมูล ticker ปัจจุบันคลาดเคลื่อนครับ.


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด48.0374.4687.2499.06174.16
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ403.64400.82281.86439.17356.01
สินค้าคงเหลือ415.08470.22551.34482.78656.30
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน988.801,022.55951.301,070.101,259.54
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ1,834.421,989.261,946.591,971.201,933.06
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน2,039.362,179.112,139.942,152.732,126.61
รวมสินทรัพย์3,028.163,201.663,091.243,222.833,386.15
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม775.59586.08506.31566.84700.38
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ338.25215.75214.44217.44255.93
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี90.00145.20126.21166.09114.91
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,325.361,087.70997.331,094.471,246.51
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน312.07605.91468.33544.31385.15
รวมหนี้สิน1,637.431,693.611,465.661,638.781,631.66
ทุนจดทะเบียน725.00725.00725.00725.00725.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า725.00725.00725.00725.00725.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น345.72345.72345.72345.72345.72
กำไร(ขาดทุน)สะสม316.23433.54551.07509.55679.99
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น3.363.363.363.363.36
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,390.311,507.621,625.151,583.621,754.06
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย0.430.430.430.430.43

หน่วย: ล้านบาท

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,969.432,082.352,180.751,201.271,351.71
รายได้อื่น32.1313.8016.807.3113.74
รวมรายได้2,001.562,096.152,197.561,208.581,365.44
ต้นทุน1,611.621,660.411,760.47944.711,024.53
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร203.71219.47215.08114.67139.50
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,815.331,879.881,975.551,059.381,164.03
EBITDA307.85345.19359.29218.41268.72
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย121.61128.92137.2869.2167.31
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้186.23216.27222.00149.20201.42
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่127.36117.31142.18100.64157.91
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.180.160.200.140.22

หน่วย: ล้านบาท

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน199.16108.53387.25166.54158.48
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-570.80-233.26-95.89-47.51-105.11
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน284.81151.16-278.59-94.4333.55
เงินสดสุทธิ-86.8326.4312.7724.6086.92

ปรับข้อมูลเต็มปี

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.456.605.416.19
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)66.9355.3067.4859.01
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.753.453.493.23
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)97.31105.90104.55112.96
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)7.6611.368.2210.81
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)47.6332.1244.4133.76
วงจรเงินสด (วัน)116.60129.08127.62138.21

📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค STEC — ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น
หมายเหตุ: ปัจจุบันหุ้นของกลุ่มซิโน-ไทยใช้ชื่อย่อ STECON หลังการปรับโครงสร้างบริษัท ดังนั้นข้อมูลราคาล่าสุดด้านล่างอ้างอิง STECON ซึ่งเป็นหุ้นที่ต่อเนื่องจาก STEC เดิม
🔥 ภาพรวมกราฟ: “พักตัวบนแนวโน้มขาขึ้น ลุ้นทดสอบ High เดิม”
ราคาล่าสุดระหว่างวันที่ 28 ก.ย. 2569 อยู่บริเวณ 19.00 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ -1.55% โดยแกว่งในกรอบ 18.80–19.20 บาท และมีปริมาณซื้อขายกว่า 15.5 ล้านหุ้น ณ เวลาที่ข้อมูลถูกบันทึก
โครงสร้างราคาช่วงเดือนกันยายนยังถือว่า ยกฐานสูงขึ้น จากบริเวณ 17.40–17.80 บาทขึ้นมาทดสอบโซน 19 บาท โดยวันที่ 25 ก.ย. ราคาขึ้นไปทำ High ที่ 19.80 บาท พร้อม Volume กว่า 50.6 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
📈 จุดสำคัญบนกราฟ
แนวรับ
🟢 18.80–19.00 บาท — แนวรับแรก/โซนพักตัว
🟢 18.40–18.60 บาท — แนวรับสำคัญจากฐานเดิม
🟢 17.80–18.00 บาท — แนวรับใหญ่ หากเกิดแรงขายรอบใหม่
แนวต้าน
🔴 19.30–19.50 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🔴 19.80 บาท — High ล่าสุดและแนวต้านสำคัญ
🔴 หากผ่าน 19.80 บาทได้พร้อม Volume อาจเปิดทางให้ตลาดจับตา 20.00 บาทขึ้นไป
ข้อมูลย้อนหลังแสดงให้เห็นว่าบริเวณ 19.30 บาท มีการซื้อขายหลายครั้งในช่วง 21–23 ก.ย. ขณะที่วันที่ 25 ก.ย. ราคาพุ่งขึ้นแตะ 19.80 บาท ก่อนย่อลงมาในวันที่ 28 ก.ย.
⚡ สัญญาณ Volume น่าสนใจ
จุดที่น่าจับตาคือวันที่ 25 ก.ย. ราคาปรับขึ้น 2.66% จาก 18.80 เป็น 19.30 บาท และมี Volume ประมาณ 50.64 ล้านหุ้น สูงกว่าวันก่อนอย่างชัดเจน ขณะที่ High ขึ้นไปถึง 19.80 บาท
ในมุมเทคนิค นี่เป็นลักษณะที่ควรติดตามว่า แรงซื้อจะกลับเข้ามายืนยันการเบรกแนวต้านหรือไม่ เพราะการขึ้นเหนือ 19.80 บาทด้วย Volume ที่ขยายตัว จะมีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นด้วย Volume เบาบาง
🎯 เกมของกราฟตอนนี้
Bullish Scenario 🐂
ถ้ายืนเหนือ 19.00 บาท ได้ และกลับไปทะลุ 19.30–19.50 บาท จากนั้นผ่าน 19.80 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้น → โครงสร้างจะมีโอกาสเปลี่ยนเป็นรอบ Breakout และตลาดจะจับตาโซน 20 บาท เป็นจุดถัดไป
Sideway Scenario ↔️
หากยังไม่ผ่าน 19.30–19.80 บาท ราคาอาจแกว่งสะสมกำลังในกรอบประมาณ 18.40–19.80 บาท
Bearish Scenario 🐻
หากหลุด 18.40 บาท พร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น จะทำให้ภาพการยกฐานระยะสั้นเริ่มเสีย และควรจับตาโซน 17.80–18.00 บาท ต่อไป
🚨 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
STECON กำลังพักตัว หลังขึ้นแรง!
กราฟยังอยู่ในโครงสร้างที่น่าสนใจ หลังราคาขยับจากโซน 17 บาทขึ้นมาทดสอบ 19 บาท และล่าสุดเพิ่งทำ High ที่ 19.80 บาท แต่ยังต้องผ่านด่านสำคัญให้ได้
🔥 19.80 บาท = ด่านวัดใจ!
⚡ ผ่าน + Volume = ลุ้นรอบใหม่
🛡️ 18.40–18.60 บาท = โซนรับสำคัญ
🎯 20 บาท = เป้าหมายทางจิตวิทยาที่ตลาดจับตา
คีย์เวิร์ดของกราฟ:
พักตัว → สะสมกำลัง → รอ Breakout → Volume ต้องมา
ทั้งนี้เป็นการอ่าน Price Action และ Volume จากข้อมูลราคาที่มีอยู่ ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขายโดยตรง และราคาวันที่ 28 ก.ย. เป็นข้อมูลระหว่างวันตามเวลาที่ SET เผยแพร่ ไม่ใช่ราคาปิดสิ้นวัน


วิเคราะห์กราฟเทคนิค STEC — สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
STEC บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันใช้ชื่อหลักทรัพย์ STECON โดยราคาปิดล่าสุดที่ตรวจสอบได้ 19.30 บาท ณ 25 ก.ย. 2569 เพิ่มขึ้น +0.50 บาท หรือ +2.66% ด้วยปริมาณซื้อขายกว่า 50.64 ล้านหุ้น และขึ้นมาทดสอบจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 19.80 บาท
🔥 ภาพรวมกราฟ: “โมเมนตัมขาขึ้นยังเด่น แต่กำลังชนด่านสำคัญ”
โครงสร้างราคาช่วงเดือนกันยายนยังเป็น Higher High / Higher Low อย่างเห็นได้ชัด จากบริเวณ 17.40 บาทช่วงต้นเดือน ขึ้นมาทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 19.80 บาทในวันที่ 25 ก.ย.
จุดที่น่าสนใจคือ วันที่ 25 ก.ย. ราคาเบรกขึ้นแรงพร้อม Volume 50.64 ล้านหุ้น สูงกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ขณะที่ราคาปิด 19.30 บาทยังอยู่ใกล้ High ของวัน สะท้อนแรงซื้อที่เข้ามาค่อนข้างหนาแน่น
ข้อมูลตัวชี้วัดล่าสุดจากแหล่งข้อมูลตลาดระบุว่า RSI(14) ประมาณ 59.1, MACD เป็นบวก และราคาอยู่เหนือ MA50 และ MA200 ซึ่งยังสนับสนุนภาพโมเมนตัมขาขึ้น แต่ ADX ประมาณ 21 บ่งชี้ว่าความแข็งแรงของเทรนด์ยังไม่ได้อยู่ในระดับสูงมาก

📈 แนวรับ–แนวต้านที่จับตา

ระดับมุมมองทางเทคนิค
19.80 บาท⭐ แนวต้านสำคัญ / High 52 สัปดาห์
19.30–19.50 บาทโซนทดสอบแรงซื้อหลังการขึ้นแรง
18.70–18.90 บาทแนวรับระยะสั้น
18.30–18.50 บาทแนวรับสำคัญจากฐานเดิม
18.10 บาทแนวรับถัดไป
17.40–17.80 บาทฐานสำคัญของรอบขาขึ้นล่าสุด

ข้อมูลย้อนหลังช่วง 15–25 ก.ย. สนับสนุนโซนเหล่านี้ โดยราคาแกว่งจากประมาณ 18.10–19.80 บาท ก่อนปิดที่ 19.30 บาท


🚀 จุดจับตาแบบ “สายเทคนิค”
19.80 บาท คือด่านวัดใจ
หากราคาสามารถ ผ่าน 19.80 บาท พร้อม Volume สนับสนุน ได้ จะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่น่าจับตา เพราะเป็นการทำจุดสูงสุดใหม่ของกรอบ 52 สัปดาห์ ขณะที่หากยังผ่านไม่ได้ มีโอกาสเห็นแรงขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน
ในทางกลับกัน หากย่อตัวแต่ยัง ยืนเหนือ 18.70–18.90 บาท ได้ โครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นยังไม่เสียรูป
แต่ถ้าหลุด 18.30–18.50 บาท พร้อม Volume ขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังการพักฐานที่ลึกขึ้น
⚡ สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
STECON กำลังเดินหน้าเข้าสู่โซน “วัดพลังเบรก”
ราคาขึ้นแรงจากฐาน 17 บาทกว่า ๆ มาสู่ 19 บาทต้น ๆ พร้อม Volume ที่เร่งตัว
ด่าน 19.80 บาท = จุดสำคัญที่ต้องจับตา
ผ่านได้พร้อมวอลุ่ม → โมเมนตัมขาขึ้นมีโอกาสเดินหน้าต่อ
ยืนเหนือ 18.70–18.90 บาท → ภาพระยะสั้นยังแข็งแรง
หลุด 18.30–18.50 บาท → ระวังแรงขายและการพักฐาน
“หุ้นกำลังชน High เดิม… รอบนี้จะเบรก หรือโดนขายทำกำไร?” 📊🔥
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านเป็นการอ่านจากพฤติกรรมราคาและ Volume ไม่ใช่การรับประกันทิศทางราคา และชื่อหลักทรัพย์ปัจจุบันใน SET คือ STECON หลังการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท/หลักทรัพย์


Disclaimer

ใส่ความเห็น