ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น PREB บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PREB บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PREB บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) PREB อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.20บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.20บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.40บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.50บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.40บาท20 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.40บาท21 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น PREB
บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง | ธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง
PREBบริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยมีทรัพย์สินที่สำคัญต่อการดำเนินงาน ได้แก่ ที่ดินและอาคารสำนักงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ก่อสร้าง ตลอดจนสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัท ทรัพย์สินเหล่านี้มีบทบาทในการสนับสนุนการรับงานก่อสร้าง การบริหารโครงการ และการสร้างรายได้ให้แก่บริษัท

  1. ที่ดินและอาคารสำนักงาน
    • อาคารสำนักงาน: บริษัทมีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 503 ถนนบอนด์สตรีท ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารงานและประสานงานทางธุรกิจ
    • ที่ดินและอาคารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน: เป็นทรัพย์สินที่สนับสนุนการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจของบริษัท
      ข้อมูลสำนักงานอ้างอิงจากเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท ส่วนรายละเอียดกรรมสิทธิ์และมูลค่าทรัพย์สินแต่ละรายการควรตรวจสอบจาก One Report ฉบับล่าสุด
  2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ก่อสร้าง
    เครื่องมือและอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นทรัพย์สินสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการทำงานตามสัญญารับเหมา เช่น
    • เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานโครงสร้างอาคาร
    • อุปกรณ์ที่ใช้ในงานคอนกรีตและงานก่อสร้าง
    • เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปในส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
      ทรัพย์สินประเภทนี้ช่วยเพิ่มความพร้อมในการดำเนินโครงการและควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรบางส่วนอาจเป็นทรัพย์สินของบริษัทในเครือหรือผู้ประกอบการที่เช่าใช้ จึงไม่ควรถือว่าทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์โดยตรงของ PREB
  3. ที่ดินและต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
    นอกจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแล้ว กลุ่ม PREB ยังมีสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยข้อมูลในรายงานประจำปี 2564 ระบุถึงสินทรัพย์ของบริษัทในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้
    • ที่ดินและต้นทุนโครงการระหว่างก่อสร้าง: เกี่ยวข้องกับโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้เมื่อโครงการพัฒนาและจำหน่ายได้
    • ที่ดินรอการพัฒนา: เป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสำหรับพัฒนาโครงการในอนาคต ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแผนลงทุนและสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์
    • ต้นทุนโครงการ: ครอบคลุมต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการตามลักษณะการดำเนินธุรกิจ
      ข้อควรระวัง: รายละเอียดข้างต้นอ้างอิงจากรายงานปี 2564 จึงไม่ควรนำมาถือเป็นจำนวนโครงการหรือมูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบันโดยตรง เนื่องจากโครงการอาจมีการขาย โอนกรรมสิทธิ์ พัฒนาเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงสถานะไปแล้ว
  4. สินทรัพย์หมุนเวียนและเงินทุนที่ใช้ดำเนินธุรกิจ
    สินทรัพย์ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้างโดยทั่วไป ได้แก่
    • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: ใช้รองรับค่าแรง ค่าวัสดุ และค่าใช้จ่ายในโครงการ
    • ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้ตามสัญญาก่อสร้าง: เป็นเงินที่บริษัทมีสิทธิได้รับจากการให้บริการก่อสร้าง
    • สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับงานตามสัญญา: สะท้อนต้นทุนหรือสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามสัญญากับลูกค้า โดยการจัดประเภทขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสัญญาและมาตรฐานบัญชี
    • วัสดุและสินทรัพย์ที่ใช้ในโครงการ: ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผน
      รายการเหล่านี้เป็นประเภทสินทรัพย์ที่ควรตรวจสอบในงบการเงินของ PREB โดยมูลค่าและสัดส่วนที่แท้จริงต้องอ้างอิงจากงบการเงินงวดล่าสุด ไม่ควรสรุปว่าทุกรายการมีจำนวนมากหรือเป็นองค์ประกอบหลักโดยไม่มีข้อมูลยืนยัน

5. ภาพรวมมูลค่าสินทรัพย์ของ PREB

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ งวดสิ้นปี 2568 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 แสดงภาพรวมดังนี้

รายการปี 256830 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์รวม6,556.66 ล้านบาท6,004.64 ล้านบาท
หนี้สินรวม3,886.62 ล้านบาท3,331.02 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น2,670.04 ล้านบาท2,673.63 ล้านบาท

สินทรัพย์รวมลดลงประมาณ 552.02 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินรวมลดลงประมาณ 555.60 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบริษัทมีสภาพคล่องดีขึ้นหรือสินทรัพย์มีคุณภาพสูงขึ้น ต้องพิจารณารายละเอียดองค์ประกอบสินทรัพย์และกระแสเงินสดประกอบด้วย
6. วิเคราะห์ความสำคัญของทรัพย์สินต่อธุรกิจ
– ด้านการสร้างรายได้: เครื่องมือ อุปกรณ์ และทรัพยากรที่ใช้ในงานก่อสร้างช่วยสนับสนุนการรับงานและส่งมอบโครงการ
– ด้านโอกาสเติบโต: ที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างรายได้จากการพัฒนาและจำหน่าย หากมีความต้องการซื้อและสามารถบริหารต้นทุนได้เหมาะสม
– ด้านความเสี่ยง: สินทรัพย์ในโครงการที่ยังไม่ขายหรือยังไม่ส่งมอบอาจทำให้เงินทุนผูกอยู่ในโครงการเป็นเวลานาน ขณะที่ต้นทุนวัสดุและค่าก่อสร้างที่สูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไร
– ด้านการลงทุน: ควรตรวจสอบว่าสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสดได้จริงเพียงใด มีภาระหลักประกันหรือไม่ และมีลูกหนี้หรือสินทรัพย์โครงการที่ต้องติดตามเป็นพิเศษหรือไม่

สรุป: ทรัพย์สินของ PREB มีความเกี่ยวข้องทั้งกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นรายได้และเงินสด รวมถึงการบริหารต้นทุนโครงการ มากกว่าพิจารณาเพียงมูลค่าสินทรัพย์รวม


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น PREB
PREB – บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
PREB ประกอบธุรกิจหลักเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้างอาคาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์กลุ่มบริษัทในเครือจึงควรพิจารณาทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อาจช่วยสนับสนุนรายได้ของกลุ่มบริษัท
โครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม PREB
จากข้อมูลเว็บไซต์บริษัท PREB แบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

  1. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
    รับงานก่อสร้างอาคารและโครงการขนาดใหญ่ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การบริหารโครงการ และการควบคุมต้นทุน เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้จากงานก่อสร้าง
  2. ธุรกิจผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete)
    ผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการก่อสร้างและสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ
  3. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
    พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารชุดพักอาศัยและโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างโอกาสในการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
    วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของกลุ่มธุรกิจ
    • รับเหมาก่อสร้าง: สร้างรายได้จากงานตามสัญญา และขึ้นอยู่กับปริมาณงานใหม่กับความสามารถในการควบคุมต้นทุน
    • คอนกรีตสำเร็จรูป: ช่วยสนับสนุนงานก่อสร้าง แต่ต้องพิจารณาต้นทุนการผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิต
    • พัฒนาอสังหาริมทรัพย์: เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากการขายโครงการ แต่มีความเสี่ยงด้านกำลังซื้อและการระบายสินค้าคงเหลือ


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


วิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น PREB
บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
กลุ่มอุตสาหกรรม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)
หุ้น PREB ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยความเสี่ยงสำคัญมาจากต้นทุนก่อสร้าง การแข่งขันด้านราคา ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดของโครงการ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลความเสี่ยงเพิ่มเติมได้จากรายงาน 56-1 One Report ของบริษัท

  1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันและการเสนอราคาก่อสร้าง
    ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องเสนอราคาที่แข่งขันได้เพื่อให้ได้รับงาน หากประเมินต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และระยะเวลาก่อสร้างต่ำกว่าความเป็นจริง อาจทำให้บริษัทมีอัตรากำไรลดลง หรือประสบภาวะขาดทุนจากบางโครงการได้
    ประเด็นที่ต้องติดตาม: มูลค่างานในมือ (Backlog) อัตรากำไรขั้นต้น และความสามารถในการควบคุมต้นทุนของโครงการ
  2. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรง
    ราคาปูนซีเมนต์ เหล็ก วัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และค่าขนส่งอาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนโครงการ โดยเฉพาะสัญญาที่ไม่สามารถปรับราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทันที หากบริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ อัตรากำไรอาจลดลง
  3. ความเสี่ยงจากการรับชำระเงินและสภาพคล่อง
    ธุรกิจก่อสร้างต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสำหรับค่าแรง ค่าวัสดุ และผู้รับเหมาช่วง ก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้าตามงวดงาน หากการตรวจรับงานหรือการเบิกจ่ายล่าช้า อาจทำให้กระแสเงินสดตึงตัว และเพิ่มความจำเป็นในการกู้ยืมเงิน
    นอกจากนี้ หากลูกค้าชำระเงินล่าช้าหรือมีปัญหาด้านเครดิต บริษัทอาจต้องตั้งสำรองหนี้สูญหรือเผชิญความเสี่ยงจากการเรียกเก็บเงินไม่ได้
  4. ความเสี่ยงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว
    PREB มีรายได้หลักจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยลูกค้าส่วนหนึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ หากกำลังซื้อที่อยู่อาศัยลดลง ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการ หรือสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ อาจส่งผลให้การตัดสินใจลงทุนและการว่าจ้างก่อสร้างลดลง
    แม้บริษัทจะกระจายงานไปยังโครงการประเภทโรงแรม อาคารสำนักงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล แต่ยังต้องติดตามภาวะการลงทุนของภาคเอกชนโดยรวม
  5. ความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการก่อสร้าง
    หากโครงการล่าช้าจากการส่งมอบพื้นที่ การประสานงานกับผู้รับเหมาช่วง การขาดแคลนแรงงาน หรือการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้าง บริษัทอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
    ข้อมูลสรุปกิจการปี 2567 ระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างลดลงเหลือประมาณ 5% โดยมีปัจจัยจากการขยายระยะเวลาก่อสร้างของบางโครงการ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ควรติดตามว่าผลกระทบดังกล่าวคลี่คลายลงเพียงใดในงวดถัดมา
  6. ความเสี่ยงจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเอง
    นอกจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแล้ว PREB ยังมีธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโครงการแนวราบและโครงการร่วมทุน หากยอดขายชะลอตัว บริษัทอาจต้องใช้เวลาระบายสินค้าคงเหลือนานขึ้น มีต้นทุนถือครองเพิ่มขึ้น หรือจำเป็นต้องลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย
    ตัวอย่างที่สะท้อนความเสี่ยงนี้คือ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 22% ในปี 2566 เหลือ 11% ในปี 2567 เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาและการจัดโปรโมชั่น
  7. ความเสี่ยงด้านหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
    แม้บริษัทมีรายได้จากหลายธุรกิจ แต่การรับงานก่อสร้างและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก หากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง ขณะที่มีภาระชำระคืนเงินกู้หรือหุ้นกู้ บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง
    ข้อมูล ณ สิ้นปี 2567 ระบุว่า บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.44 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนตามข้อกำหนดหุ้นกู้ 0.53 เท่า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลย้อนหลัง จึงควรตรวจสอบงบการเงินงวดล่าสุดก่อนประเมินสถานะหนี้สินในปัจจุบัน
  8. ความเสี่ยงด้านคุณภาพงานและความรับผิดชอบหลังส่งมอบ
    ธุรกิจก่อสร้างต้องรักษามาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย หากเกิดข้อบกพร่องของอาคาร ปัญหาการรั่วซึม หรือความเสียหายที่ต้องแก้ไขหลังส่งมอบ บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและได้รับผลกระทบต่อชื่อเสียง ซึ่งอาจลดโอกาสในการได้รับงานใหม่ในอนาคต
    นอกจากนี้ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติหรือแผ่นดินไหว อาจเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารโครงการและการประเมินความรับผิดชอบตามสัญญา

สรุปความเสี่ยงสำคัญของ PREB
ความเสี่ยงด้านกำไร
การแข่งขันด้านราคาและต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น อาจทำให้รายได้เติบโตแต่กำไรไม่เติบโตตาม
ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
ความล่าช้าของโครงการอาจเพิ่มต้นทุนและกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
ความเสี่ยงด้านอุปสงค์
ภาวะอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวอาจกระทบทั้งการรับงานก่อสร้างและยอดขายโครงการของบริษัท
ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด
ต้องติดตามการเรียกเก็บเงินตามงวดงาน เงินทุนหมุนเวียน และกำหนดชำระหนี้
ข้อสรุปสำหรับนักลงทุน: ความเสี่ยงที่ควรจับตาเป็นพิเศษของ PREB คือการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและการควบคุมต้นทุนโครงการ มากกว่าการพิจารณารายได้เพียงอย่างเดียว ควรติดตาม Backlog ที่สามารถรับรู้เป็นรายได้จริง กำไรขั้นต้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และภาระหนี้สินจากงบล่าสุดประกอบกัน


ข้อมูล ณ วันที่ 05 พ.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย วิโรจน์ เจริญตรา56,545,36318.32
2ด.ช. วีริศ เจริญตรา12,360,0004.00
3น.ส. นภัสสร เจริญตรา12,360,0004.00
4นาย พีรนาถ โชควัฒนา11,345,8253.68
5นาย เกียรติศักดิ์ ไตรตรึงษ์ทัศนา9,175,0402.97
6นาย สมศักดิ์ ติรกานันท์7,915,2892.56
7นาย พิพัฒน์ เศวตวิลาศ7,557,7002.45
8น.ส. วันวัสสา สวินทร7,354,5182.38
9นาย พิชัย วิจักขณ์พันธ์6,022,0001.95
10นาย ยุตินัย ติรกานันท์4,188,3711.36
11นาย วรพจน์ ดีจริยา3,850,0001.25
12บริษัท หลานปู่ จำกัด3,604,0661.17
13นาย เกรียงศักดิ์ เรืองรัตนานนท์3,500,2341.13
14UBS AG SINGAPORE BRANCH – FOR CLIENTS’ ACCOUNTS3,150,0001.02
15บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน)3,010,0000.98
16น.ส. ภานุรัตน์ จตุรานนท์2,879,9000.93
17นาย ชัยณรงค์ เกรียงโกมล2,867,0000.93
18น.ส. เลิศลักษณ์ ธีรชาติรังสฤษดิ์2,735,0560.89
19นาย ฉัฐบุตร ชยอมร2,601,8330.84
20บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)2,485,0000.81
21นาย ทิวา จิรพัฒนกุล2,260,0000.73
22นาย สมชาย ปัดภัย2,238,6000.73
23นาย มงคล จิรพัฒนกุล2,169,6000.70
24นาย บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์2,100,0000.68
25นาย บุญเลิศ มหาวิเศษศิลป์2,071,3000.67
26นาง อรวรา โตมีชัย1,750,0000.57
27นาย ธนาศักดิ์ ชาญสันติ1,725,0000.56
28นาย โกสินธุ์ สันต์สวัสดิ์1,700,0000.55
29นาง ณปณัย ฉันทจิรพร1,620,3000.52

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ศราวุธ บุษยรัตน์ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2นาย วิโรจน์ เจริญตราประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการ
3นาย ธนิต ธงทองกรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
4นาย ณฐ หงศ์ลดารมภ์กรรมการ
5นาย สิทธิพร ศรีนวลนัดกรรมการ
6นาย ธัช ธงภักดิ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
7นาย ประสงค์ ประภัสสราทิตย์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
8นาย สุเทพ ธาระวาสกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น PREB บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
หุ้น PREB อยู่ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยการติดตามพัฒนาการของบริษัทควรพิจารณาทั้งการเติบโตของงานก่อสร้าง การรับงานใหม่ การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และความสามารถในการทำกำไรจากโครงการต่าง ๆ
สำหรับนักลงทุน การดูพัฒนาการของ PREB ไม่ควรดูเฉพาะรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องติดตามด้วยว่า บริษัทมีงานในมือ (Backlog) รองรับรายได้ในอนาคตมากน้อยเพียงใด และสามารถเปลี่ยนงานก่อสร้างให้เป็นกำไรและกระแสเงินสดได้จริงหรือไม่
พัฒนาการสำคัญของ PREB ที่นักลงทุนควรติดตาม

  1. ต่อยอดความเชี่ยวชาญธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
    บริษัทมีประสบการณ์มากกว่า 3 ทศวรรษในการก่อสร้างอาคาร และมุ่งเน้นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การควบคุมต้นทุน และการส่งมอบงานตามกำหนด
    ประเด็นติดตาม: มูลค่างานในมือ การรับงานใหม่ และอัตรากำไรของแต่ละโครงการ
  2. พัฒนาเทคโนโลยีคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast)
    บริษัทให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีคอนกรีตสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความแม่นยำในการก่อสร้าง ซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลาทำงานและควบคุมต้นทุนได้
    ประเด็นติดตาม: กำลังการผลิต การใช้กำลังการผลิต และผลต่ออัตรากำไร
  3. ขยายธุรกิจสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
    PREB มีธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้บริษัท พรีบิลท์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยมุ่งเน้นที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ นอกเหนือจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
    ประเด็นติดตาม: ยอดขายและยอดโอน การระบายสินค้าคงเหลือ และภาระดอกเบี้ย
  4. เดินหน้ารับผิดชอบโครงการก่อสร้างสำคัญ
    ผลงานที่บริษัทแสดงบนเว็บไซต์ประกอบด้วยโครงการ Moxy Bangkok Silom, InterContinental Residence Phuket และโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพสำหรับนักกีฬา (BISA) โดยบางโครงการระบุสถานะกำลังก่อสร้าง
    ประเด็นติดตาม: ความคืบหน้าการก่อสร้าง การรับรู้รายได้ และความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงกว่างบประมาณ
  5. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 บริษัทเผยแพร่ข่าวพิธีมอบใบรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ถือเป็นพัฒนาการด้านมาตรฐานการดำเนินงาน
    ประเด็นติดตาม: การนำมาตรฐานไปใช้จริงและผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ภาพรวมผลประกอบการที่สะท้อนพัฒนาการของบริษัท

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า รายได้และกำไรของ PREB มีความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา

ปีรายได้รวม (ล้านบาท)กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25655,800.02354.93
25664,906.73169.37
25675,275.51132.70
25685,402.76194.40
6 เดือนแรก 25692,826.9965.33

หมายเหตุ: ตัวเลขปี 2569 เป็นข้อมูลเพียง 6 เดือน ไม่ควรเปรียบเทียบกับตัวเลขเต็มปีโดยตรง

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในปี 2568 รายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิฟื้นตัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กำไรยังต่ำกว่าปี 2565 อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 65.33 ล้านบาท จึงควรติดตามผลประกอบการครึ่งปีหลังต่อไป


สรุปสำหรับนักลงทุน
จุดที่ต้องจับตาของ PREB มี 3 เรื่องหลัก
– การเติบโต: การรับงานก่อสร้างใหม่และการขยายโอกาสจากธุรกิจ Precast และอสังหาริมทรัพย์
– ความสามารถทำกำไร: การควบคุมต้นทุนก่อสร้างและการเพิ่มอัตรากำไรสุทธิ
– ความแข็งแกร่งทางการเงิน: กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ภาระหนี้ และการเก็บเงินจากลูกค้า
หากบริษัทสามารถเพิ่มงานในมือ ควบคุมต้นทุน และเปลี่ยนรายได้ให้เป็นกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดข่าวรับงานใหม่และข้อมูล Backlog ล่าสุดก่อนสรุปว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโต


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด628.65432.05589.41589.25411.34
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ647.04848.97727.19681.14603.63
สินค้าคงเหลือ1,595.721,612.141,198.421,335.651,082.01
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน4,111.824,037.784,341.133,868.753,740.15
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ285.65273.10258.09267.02263.99
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน2,837.362,160.812,215.532,344.202,264.50
รวมสินทรัพย์6,949.186,198.606,556.666,212.946,004.64
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม0.015.28––11.96
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ896.48811.191,000.37667.09848.48
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี170.80570.79623.53731.11462.49
รวมหนี้สินหมุนเวียน2,188.002,733.273,181.612,893.492,668.04
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน2,226.97921.89705.01792.25662.98
รวมหนี้สิน4,414.973,655.153,886.623,685.743,331.02
ทุนจดทะเบียน308.68308.68308.68308.68308.68
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า308.68308.68308.68308.68308.68
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น284.39284.3997.8497.8497.84
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,941.141,950.382,076.971,934.142,080.56
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น––186.54186.54186.54
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน––186.54186.54186.54
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,534.212,543.442,670.042,527.202,673.63
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย0.000.000.000.000.00

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ4,875.955,105.075,328.582,265.842,809.96
รายได้อื่น14.70151.5455.5922.498.92
รวมรายได้4,906.735,275.515,402.762,297.482,826.99
ต้นทุน4,315.914,711.864,752.532,049.692,571.69
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร327.88347.46304.96143.03134.98
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย4,665.995,076.285,056.902,189.222,700.77
EBITDA341.84304.56394.63134.24152.79
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย73.1274.9377.3938.6137.57
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้268.72229.63317.2495.62115.22
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่169.37132.70194.4051.4865.33
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.550.430.630.170.21

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน15.59363.18797.79315.77-35.23
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-69.30595.60-280.10-53.05146.30
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน222.96-1,155.38-360.34-105.52-289.14
เงินสดสุทธิ169.25-196.60157.36157.20-178.07

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/25690
1 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.826.767.129.14
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)53.4853.9851.2739.93
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)2.943.382.974.36
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)124.25107.93122.8983.65
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.525.256.256.96
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)66.1469.5758.4252.44
วงจรเงินสด (วัน)111.5992.34115.7471.14

วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น PREB บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค | เน้นแนวรับ–แนวต้าน • Breakout • Volume • Momentum
PREB จับตาจังหวะเปลี่ยนเทรนด์! หุ้นรับเหมาก่อสร้างที่ต้องติดตามแรงซื้อและพฤติกรรมราคาอย่างใกล้ชิด จุดสำคัญคือราคาจะสามารถยืนเหนือแนวต้านพร้อมวอลุ่มสนับสนุนได้หรือไม่ เพราะการทะลุแนวต้านที่มีแรงซื้อจริง อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของรอบการเคลื่อนไหวใหม่ แต่หากวอลุ่มไม่มา ก็ต้องระวังแรงขายกดดันและการเบรกหลอก

  1. ภาพรวมกราฟและพฤติกรรมราคา
    PREB
    บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
    3.42 บาท
    +0.02 บาท (+0.59%)
    กรอบสูงสุด–ต่ำสุด 52 สัปดาห์
    3.30–4.10 บาท
    ปริมาณซื้อขาย 15 ต.ค. 2569
    36,400 หุ้น
    ข้อมูลราคาล่าสุดที่ตรวจสอบได้จาก SET: 15–16 ตุลาคม 2569
    จากข้อมูลราคาที่ตรวจสอบได้ PREB เคลื่อนไหวในกรอบแคบแถว 3.38–3.42 บาทในหลายวันซื้อขายช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม ขณะที่ปริมาณซื้อขายบางวันค่อนข้างเบาบาง
    มุมมองทางเทคนิค: ราคายังต้องแสดงแรงซื้อให้ชัดเจนก่อนยืนยันการเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ไม่ควรตีความว่าการบวกเพียงเล็กน้อยเป็นสัญญาณ Breakout โดยอัตโนมัติ
  2. แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา
    ระดับต่อไปนี้เป็น โซนเฝ้าระวังจากพฤติกรรมราคาล่าสุด ไม่ใช่แนวรับ–แนวต้านที่ยืนยันจากกราฟเต็มรูปแบบ
    3.44
    แนวต้านถัดไป
    หากผ่านได้ ต้องดูวอลุ่มและแรงซื้อที่ตามมา
    3.40–3.42
    โซนตัดสินใจ
    จับตาการยืนเหนือกรอบและการสะสมวอลุ่ม
    3.38
    แนวรับระยะสั้น
    หากหลุด ต้องประเมินแรงขายและแนวรับถัดไปใหม่
    3.30
    จุดอ้างอิงกรอบ 52 สัปดาห์
    ไม่ใช่แนวรับที่รับประกันว่าจะเอาอยู่
  3. กลยุทธ์เทรดสไตล์สายเทคนิค
    แผน A: รอ Breakout
    – รอราคาปิดเหนือ 3.42–3.44 บาท
    – วอลุ่มควรเพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย
    – หากทะลุแล้วราคายืนได้ ค่อยประเมินจังหวะตามแนวโน้ม

    แผน B: เล่นในกรอบ
    – สังเกตปฏิกิริยาราคาบริเวณ 3.38–3.42 บาท
    – หลีกเลี่ยงการไล่ซื้อเมื่อราคาชนแนวต้านโดยไม่มีวอลุ่มสนับสนุน
    – พิจารณาความเสี่ยงและจุดตัดขาดทุนก่อนเข้าเทรด

    แผน C: ระวังหลุดแนวรับ
    – หากราคาปิดต่ำกว่า 3.38 บาท ควรระวังแรงขายต่อเนื่อง
    – หากหลุดพร้อมวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น ให้ลดความเสี่ยงตามแผน
    – ไม่ควรถัวเฉลี่ยขาลงโดยไม่มีสัญญาณกลับตัว
  4. สัญญาณที่ต้องติดตาม
    • Breakout: ราคาปิดทะลุแนวต้าน พร้อมวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย
    • Volume Confirmation: มีแรงซื้อสนับสนุนต่อเนื่อง ไม่ใช่พุ่งขึ้นเพียงวันเดียว
    • Momentum: ราคาทำจุดสูงใหม่และยืนเหนือแนวต้านเดิมได้
    • False Breakout: ราคาทะลุแนวต้านระหว่างวัน แต่ปิดกลับลงมาต่ำกว่าแนวต้าน
    • Liquidity Risk: ปริมาณซื้อขายเบาบางอาจทำให้ราคาแกว่งแรง และการส่งคำสั่งซื้อขายอาจไม่ตรงกับราคาที่ต้องการ
      ข้อจำกัดสำคัญคือ ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันเส้นค่าเฉลี่ย 5/10/25 วัน, RSI, MACD หรือรูปแบบกราฟรายวันล่าสุด จึงไม่ควรระบุว่าตัวชี้วัดเหล่านี้เป็นขาขึ้นหรือขาลงโดยไม่มีกราฟรองรับ
  5. สรุปแบบข่าวหุ้นด่วน
    PREB — ลุ้นเบรกกรอบ 3.42 บาท!
    ราคาแกว่งแคบ ต้องจับตาแรงซื้อบริเวณแนวต้าน 3.42–3.44 บาท หากทะลุพร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเกิดสัญญาณบวกทางเทคนิค แต่ถ้าหลุด 3.38 บาท ต้องระวังแรงขายกดดัน
    กลยุทธ์: รอสัญญาณยืนยัน ไม่ไล่ราคา จัดการความเสี่ยงทุกครั้ง

วิเคราะห์หุ้น PREB บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
PREB หุ้นรับเหมาก่อสร้างที่กำลังถูกจับตา! กำไรเริ่มฟื้น แต่ราคาหุ้นจะกลับมาโดดเด่นได้หรือไม่?
หุ้น PREB หรือ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยมีรายได้หลักจากการให้บริการก่อสร้างและรายได้จากการขาย จุดที่น่าสนใจคือผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คำถามสำคัญคือ การฟื้นตัวครั้งนี้จะต่อยอดไปสู่กำไรที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดที่ยั่งยืนได้หรือไม่

  1. PREB ทำธุรกิจอะไร?
    ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
    รับงานก่อสร้างอาคารและโครงการตามสัญญา รายได้ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน ความคืบหน้าของโครงการ และความสามารถในการควบคุมต้นทุน
    ธุรกิจขายและงานที่เกี่ยวเนื่อง
    รายได้จากการขายสินค้าและงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการทำกำไรแยกจากงานบริการ
    ลักษณะธุรกิจนี้ทำให้ PREB มีโอกาสเติบโตเมื่อมีงานใหม่และสามารถส่งมอบงานได้ตามแผน แต่ในทางกลับกัน หากต้นทุนวัสดุและค่าแรงเพิ่มขึ้น หรือโครงการล่าช้า ก็อาจกดดันอัตรากำไรได้
  1. เจาะผลประกอบการ PREB: กำไรฟื้นแค่ไหน?
    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ งบไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นว่ารายได้จากการดำเนินธุรกิจเติบโต แต่กำไรสุทธิยังมีอัตรากำไรค่อนข้างบาง
    ผลประกอบการปี 2568 และครึ่งแรกปี 2569
    รายได้รวม 6 เดือน
    2,826.99 ลบ.
    เพิ่มจาก 2,283.?? ล้านบาทในงวดเดียวกัน
    กำไรสุทธิ 6 เดือน
    65.33 ลบ.
    เทียบกับ 51.48 ล้านบาท
    รายได้รวมปี 2568
    5,402.76 ลบ.
    กำไรสุทธิปี 2568
    194.40 ลบ.
    หมายเหตุ: รายได้ครึ่งแรกปี 2568 ในตาราง SET คือ 2,283.?? ล้านบาท โปรดตรวจสอบงบฉบับเต็มก่อนนำตัวเลขเปรียบเทียบไปเผยแพร่
    ตัวเลขสำคัญที่ตรวจสอบได้จาก SET ได้แก่ รายได้จากการดำเนินธุรกิจครึ่งแรกปี 2569 จำนวน 2,809.96 ล้านบาท เทียบกับ 2,265.84 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้นประมาณ 24.0% ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มจาก 51.48 ล้านบาทเป็น 65.33 ล้านบาท หรือประมาณ 26.9%
    ประเด็นที่ต้องจับตา: การเติบโตของรายได้เป็นสัญญาณบวก แต่ต้องติดตามว่ากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิจะขยายตัวต่อเนื่องหรือไม่ เพราะธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีต้นทุนและความเสี่ยงจากการดำเนินโครงการสูง
  1. มูลค่าหุ้น PREB แพงหรือถูก?
    ข้อมูลราคาตลาด ณ 15 ตุลาคม 2569
    ราคาหุ้น
    3.42 บาท
    P/E
    5.07 เท่า
    P/BV
    0.39 เท่า
    กรอบสูงสุด–ต่ำสุด 52 สัปดาห์
    4.10 / 3.30 บาท
    เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนข้างต้น PREB ดูมีมูลค่าต่ำเมื่อเทียบกับกำไรและมูลค่าทางบัญชี อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีไม่ได้หมายความว่าจะต้องปรับตัวขึ้นเสมอไป
    ตลาดอาจกำลังประเมินความเสี่ยงจากการเติบโตของกำไรในอนาคต ความสามารถในการสร้างเงินสด และแนวโน้มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างด้วย

4. วิเคราะห์ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569

รายการจำนวน
สินทรัพย์รวม6,004.64 ล้านบาท
หนี้สินรวม3,331.02 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น2,673.63 ล้านบาท
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด411.34 ล้านบาท
สินค้าคงเหลือ1,082.01 ล้านบาท
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 6 เดือน-35.23 ล้านบาท

ประเด็นที่น่าสนใจมี 3 ข้อ
– ด้านบวก: ส่วนของผู้ถือหุ้นยังอยู่ที่ประมาณ 2,674 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิเป็นบวก
– ด้านที่ต้องระวัง: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ติดลบ 35.23 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
– สิ่งที่ต้องติดตาม: ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า และเงินทุนหมุนเวียนของแต่ละโครงการ ว่าจะเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดได้ตามแผนหรือไม่
สำหรับหุ้นรับเหมาก่อสร้าง กำไรทางบัญชีอย่างเดียวไม่เพียงพอ นักลงทุนควรพิจารณากระแสเงินสดควบคู่กันเสมอ
5. ความเสี่ยงที่นักลงทุน PREB ไม่ควรมองข้าม
ความเสี่ยงด้านต้นทุน
ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และต้นทุนผู้รับเหมาช่วงที่สูงขึ้น อาจกดดันกำไรของโครงการที่กำหนดราคาไว้แล้ว
ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด
การเบิกเงินตามงวดงานล่าช้า การเรียกเก็บเงินจากลูกค้า และเงินทุนที่ต้องใช้ระหว่างก่อสร้าง อาจทำให้บริษัทมีเงินสดตึงตัว
ความเสี่ยงจากภาวะอสังหาริมทรัพย์
หากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชะลอการลงทุนหรือเลื่อนโครงการ งานใหม่และการส่งมอบงานอาจได้รับผลกระทบ
ความเสี่ยงจากกำไรที่ยังไม่แข็งแกร่ง
แม้กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรสุทธิยังอยู่ในระดับต่ำ จึงต้องติดตามผลประกอบการหลายไตรมาสเพื่อยืนยันการฟื้นตัว

  1. มุมมองกราฟเทคนิค: PREB ต้องจับตาอะไร?
    จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ราคาหุ้น PREB อยู่ที่ 3.42 บาท ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 และกรอบราคาสูงสุด–ต่ำสุดย้อนหลัง 52 สัปดาห์อยู่ที่ 4.10 และ 3.30 บาทตามลำดับ
    สำหรับสายเทคนิค ควรติดตามสัญญาณต่อไปนี้
    • แนวรับที่ควรเฝ้าระวัง: บริเวณ 3.30 บาท ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในกรอบ 52 สัปดาห์ ไม่ใช่แนวรับระยะสั้นที่ยืนยันแล้ว
    • แนวต้านสำคัญ: ต้องตรวจสอบจากกราฟราคาล่าสุดและยอดเดิมก่อนกำหนดระดับราคาอย่างแม่นยำ
    • Breakout + Volume: หากราคาทะลุแนวต้านพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น และยืนเหนือระดับที่ทะลุได้ จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจกว่าการขึ้นโดยไม่มีวอลุ่มสนับสนุน
    • สัญญาณเตือน: หากหลุดจุดต่ำเดิมพร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น ควรระวังความเสี่ยงขาลง
      ข้อจำกัด: ข้อมูลที่มีในครั้งนี้ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันเส้นค่าเฉลี่ย RSI, MACD หรือกำหนดแนวรับ–แนวต้านระยะสั้นแบบเรียลไทม์ จึงไม่ควรตีความว่าหุ้นกำลังเกิดสัญญาณซื้อแล้ว
  2. สรุป PREB เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน?
    จุดเด่น
    มูลค่าหุ้นต่ำเมื่อเทียบกับกำไรและมูลค่าทางบัญชี รายได้จากการดำเนินธุรกิจครึ่งแรกปี 2569 เติบโต และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
    จุดที่ต้องพิสูจน์
    ความต่อเนื่องของกำไร กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร
    กลยุทธ์ติดตาม
    นักลงทุนพื้นฐานควรรอข้อมูลยืนยันคุณภาพกำไรและกระแสเงินสด ส่วนสายเทคนิคควรรอรูปแบบราคาและวอลุ่มที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
    บทสรุป: PREB เป็นหุ้นที่น่าศึกษาต่อจากมุมมองมูลค่าและการฟื้นตัวของผลประกอบการ แต่ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นหุ้นราคาถูกที่พร้อมปรับขึ้นทันที เพราะคุณภาพกำไรและกระแสเงินสดยังเป็นตัวแปรสำคัญ

Disclaimer

ใส่ความเห็น