1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
วิเคราะห์ หุ้น KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ KTB หมวดหมู่ธุรกิจ ธนาคาร (Banking) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน (Financials)
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 02 ส.ค. 2532 | 72,005.04 | ธนาคาร | KTB |
กำไรต่อหุ้น (บาท)
งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.41 | 2.62 | 3.14 | 0.79 | 0.84 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.83 | 0.62 | 0.78 | 0.76 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 1.55 | บาท | 02 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| – | 0.87 | บาท | 03 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| – | 0.68 | บาท | 03 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| – | 0.42 | บาท | 06 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| – | 0.28 | บาท | 07 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| – | 0.75 | บาท | 23 เม.ย. 2563 | เงินปันผล |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดยมีสาขาอยู่ทั่วภูมิภาคในประเทศไทย และในบางภูมิภาคหลักของโลก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมไทย .
ลักษณะการประกอบธุรกิจ
KTB ให้บริการทางการเงินครบวงจรแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีบริการหลักดังนี้:
บริการลูกค้าบุคคล: เงินฝาก บัตรเดบิต บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน และผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เช่น Krungthai NEXT และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” .
บริการลูกค้าธุรกิจ: สินเชื่อธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ การค้ำประกัน และบริการ Supply Chain Financing .Krungthai
บริการภาครัฐ: ดำเนินการจ่ายเงินเดือนและเงินบำนาญแก่ข้าราชการ การคืนภาษีเงินได้ และการให้กู้ยืมและชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) .
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ Krungthai Bank Public Company Limited (KTB) เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นธนาคารที่มีรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ผ่านทางกระทรวงการคลัง
การประกอบธุรกิจของธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงไทยดำเนินธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์แบบครบวงจร (Commercial Banking) โดยมีรายละเอียดการประกอบธุรกิจหลัก ดังนี้:
การให้บริการผ่านเทคโนโลยี
ลงทุนในระบบดิจิทัล เช่น แอป Krungthai NEXT, เป๋าตัง, และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับบริการของภาครัฐและเอกชน
สนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
ธุรกิจธนาคารพาณิชย์
รับฝากเงินประเภทต่าง ๆ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และเงินฝากกระแสรายวัน
ให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และบุคคลทั่วไป
บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อรถยนต์
บริการทางการเงินและการลงทุน
บริการด้านการเงิน (Financial Services) เช่น โอนเงิน ชำระเงิน บริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (Krungthai NEXT)
บริการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น การขายกองทุนรวม หุ้นกู้ พันธบัตร ฯลฯ
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ
ธนาคารกรุงไทยมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานทางการเงินของภาครัฐ เช่น การโอนเงินสวัสดิการรัฐ โครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ฯลฯ
ธุรกิจต่างประเทศ
มีสาขาในต่างประเทศ เช่น สาขานครนิวยอร์ก (สหรัฐฯ), ลาว, กัมพูชา, และมีพันธมิตรทางธุรกิจในหลายประเทศ เพื่อรองรับลูกค้าระหว่างประเทศ
กลุ่มบริษัทในเครือ
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มีบริษัทในเครือและกลุ่มธุรกิจที่ครอบคลุมหลายด้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและขยายบริการทางการเงินอย่างครบวงจร : Krung Thai Bank
กลุ่มธุรกิจการเงิน
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC)
ให้บริการบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และบริการชำระเงินต่าง ๆ .
บริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด (KTBL)
ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งสำหรับยานพาหนะและอุปกรณ์ต่าง ๆ.
บริษัท กรุงไทย ไอบีเจ ลิสซิ่ง จำกัด (KTIBJ)
ร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น ให้บริการลีสซิ่งและสินเชื่อเช่าซื้อ.
บริษัท กรุงไทย ออโต้ลีส จำกัด (KTA)
ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และยานพาหนะอื่น ๆ.
กลุ่มธุรกิจตลาดทุนและที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM)
บริหารจัดการกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล.
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX)
ให้บริการด้านการลงทุนและหลักทรัพย์.
บริษัท กรุงไทยแอดไวซ์เซอรี่ จำกัด (KTBA)
ให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน.
กลุ่มธุรกิจประกันภัย
บริษัท กรุงไทยพาณิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) (KPI)
ให้บริการประกันวินาศภัย เช่น ประกันรถยนต์และทรัพย์สิน.
บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (KTAXA)
ให้บริการประกันชีวิตและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง.
กลุ่มธุรกิจสินเชื่อรายย่อย
บริษัท เคทีซี นาโน จำกัด (KTC Nano)
ให้บริการสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ.
บริษัท เคทีซี พิโก จำกัด
ให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับประเภทพิโก พลัส.Krung Thai Bank
กลุ่มธุรกิจสนับสนุน
บริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด (KCS)
ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์.
บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB Law)
ให้บริการด้านกฎหมายและที่ปรึกษาทางกฎหมาย.Krung Thai Bank
บริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด (KTGS)
ให้บริการรักษาความปลอดภัยและบริการสนับสนุนอื่น ๆ .
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 125,391,000.00 | 149,465,000.00 | 159,102,000.00 |
| รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (พันบาท) | 90,405,000.00 | 113,419,000.00 | 119,115,000.00 |
| รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (พันบาท) | 34,986,000.00 | 36,046,000.00 | 39,988,000.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 125,391,000.00 | 149,465,000.00 | 159,102,000.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 125,391,000.00 | 149,465,000.00 | 159,102,000.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 1,175,337.77 | 1,211,982.96 | 1,259,882.04 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 3,275,434.98 | 3,392,132.38 | 3,208,970.53 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 84,239,425.60 | 74,036,381.89 | 75,296,581.17 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 400,942.00 | 378,167.96 | 414,783.11 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 4,926 | 4,677 | 4,584 |
| พนักงานหญิง (คน) | 12,231 | 11,744 | 11,863 |
| พนักงานรวม (คน) | 12,231 | 11,744 | 11,863 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท) | 20,033,100,000.00 | 19,626,400,000.00 | 20,184,600,000.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| จำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ยของพนักงาน (ชั่วโมง/คน/ปี) | 72.18 | 68.94 | 71.24 |
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 150,280,000.00 | 243,404,177.00 | 200,649,667.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. นาย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ (กรรมการ) | – | 0.00 | 2,160,000.00 | ไม่มี |
| 2. นาย ลวรณ แสงสนิท (ประธานกรรมการ) | – | 0.00 | 3,420,000.00 | ไม่มี |
| 3. นาย ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย (รองประธานกรรมการ) | – | 0.00 | 2,040,000.00 | ไม่มี |
| 4. นาย ธันวา เลาหศิริวงศ์ (กรรมการ) | – | 0.00 | 2,160,000.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
การบริหารจัดการความเสี่ยง
ปัจจัยความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท (2.2)
ความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือกลุ่มบริษัทในปัจจุบันที่ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (2.2.1)
1 ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่ ความเสียหายด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
2 ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่ยั่งยืน
3 ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
การแข่งขัน / การเพิ่มขึ้นของคู่แข่ง / การเข้ามาดำเนินธุรกิจได้โดยง่ายของผู้ค้ารายใหม่
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
การขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความเสี่ยงจากการใช้งาน Generative AI
4 ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
ความเสียหายด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
ความปลอดภัยของข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์และการโจมตีทางไซเบอร์
การขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความเสี่ยงของภัยไซเบอร์
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
การลงทุนของผู้ถือหลักทรัพย์
ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
นโยบายของรัฐ
ธุรกิจของคู่ค้าหรือผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ท่ามกลางวิกฤติหลากหลายมิติ
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
การขาดแคลนหรือพึ่งพิงแรงงานที่มีศักยภาพ
ความเสี่ยงจากความเปราะบางที่เพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร
5 – ผลกระทบจากโครงสร้างประชากร
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การผิดนัดชำระหนี้หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า
ความเสี่ยงด้านเครดิต
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
อื่น ๆ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงิน (ที่มีผลต่อการดำเนินงาน)
ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการให้สินเชื่อ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การผิดนัดชำระหนี้หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า
ความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญา
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การผิดนัดชำระหนี้หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า
ความเสี่ยงจากสินทรัพย์และภาระผูกผันทางการเงินที่มีต่อการด้อยค่าด้านเครดิต
6 ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงิน (ที่มีผลต่อการดำเนินงาน)
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านการตลาด
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยในบัญชีเพื่อการธนาคาร
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การไม่เพียงพอของเงินทุน
การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงิน (ที่มีผลต่อการดำเนินงาน)
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านตลาดในบัญชีเพื่อการค้า
7 ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยในบัญชีเพ่อการค้า
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
ความผันผวนของผลตอบแทนในสินทรัพย์หรือเงินลงทุน
ความเสี่ยงจากราคาตราสารทุน
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
ความเสี่ยงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
ระบบงานหรือระบบการควบคุมภายใน
ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
8 การปฏิบัติงานของพนักงาน
การดำเนินโครงการในอนาคตไม่เป็นไปตามแผน
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
การกำกับดูแลกิจการ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การไม่เพียงพอของเงินทุน
ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความเสียหายด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง
ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
ธุรกิจของคู่ค้าหรือผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
การแข่งขัน / การเพิ่มขึ้นของคู่แข่ง / การเข้ามาดำเนินธุรกิจได้โดยง่ายของผู้ค้ารายใหม่
ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
9 ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
ความเสี่ยงจากทรัพย์สินรอการขาย
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงิน (ที่มีผลต่อการดำเนินงาน)
ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงต่อการลงทุนของผู้ถือหลักทรัพย์
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | กองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน | 7,696,248,963 | 55.07 |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 1,426,031,848 | 10.20 |
| 3 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 633,361,315 | 4.53 |
| 4 | STATE STREET EUROPE LIMITED | 265,523,360 | 1.90 |
| 5 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 245,256,195 | 1.75 |
| 6 | CITIBANK NOMINEES SINGAPORE PTE LTD-ART A/C UNITED OVERSEAS BANK NOMINEES (PRIVATE) LIMITED | 178,750,000 | 1.28 |
| 7 | THE BANK OF NEW YORK MELLON | 123,935,791 | 0.89 |
| 8 | ธนาคาร ออมสิน | 118,334,622 | 0.85 |
| 9 | BNY MELLON NOMINEES LIMITED | 113,049,455 | 0.81 |
| 10 | สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด | 98,694,500 | 0.71 |
| 11 | NORTRUST NOMINEES LIMITED-NTC-CLIENTS ACCOUNT | 71,221,396 | 0.51 |
คณะกรรมการ / ผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ลวรณ แสงสนิท | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย | รองประธานกรรมการ |
| 3 | นาย ผยง ศรีวณิช | กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ |
| 4 | นาย กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ | กรรมการ |
| 5 | นาย ธันวา เลาหศิริวงศ์ | กรรมการ |
| 6 | นาย ปิ่นสาย สุรัสวดี | กรรมการ |
| 7 | นาย อรรถพล อรรถวรเดช | กรรมการ |
| 8 | นาย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ | ประธานกรรมการอิสระ |
| 9 | นาย ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 10 | พลเอก นิมิตต์ สุวรรณรัฐ | กรรมการอิสระ |
| 11 | นาง พงษ์สวาท นีละโยธิน | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นาย อนันต์ แก้วกำเนิด | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
จุดเริ่มต้นและการก่อตั้ง (พ.ศ. 2509)
ธนาคารกรุงไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2509 จากการควบรวมกิจการของธนาคารมณฑลและธนาคารเกษตร ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นธนาคารที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ .
การขยายตัวและการเข้าตลาดหลักทรัพย์
พ.ศ. 2531: ขยายสาขาครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และติดตั้งระบบธนาคารออนไลน์และเครื่อง ATM ทั่วประเทศ .
พ.ศ. 2532: เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย .
พ.ศ. 2537: เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัดอย่างเป็นทางการ .
การฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจและบทบาททางสังคม
พ.ศ. 2540: รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินของธนาคารสยาม จำกัด ที่ประสบปัญหา เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน .
พ.ศ. 2546: เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่สามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 .
การพัฒนาเทคโนโลยีและการเงินดิจิทัล
พ.ศ. 2561: เปิดตัวแอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” สำหรับลูกค้าธนาคาร และ “เป๋าตัง” สำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อรองรับการทำธุรกรรมดิจิทัลและการรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ .
พ.ศ. 2563: ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) พัฒนาแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” เพื่อสนับสนุนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 .
ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนและการเติบโต
พ.ศ. 2567: สนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ Ingeo PLA ของบริษัท NatureWorks ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุดของธนาคาร เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG) ของประเทศ .
พ.ศ. 2568: ธนาคารมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “Corporate Value Creation” โดยเสริมสร้างทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นในอนาคต (Future Skill) ให้แก่พนักงาน และปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์หลักให้สอดรับกับสภาวการณ์ของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง.
บทบาทระดับประเทศและความร่วมมือกับภาครัฐ
ธนาคารกรุงไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ เช่น การจ่ายเงินเดือนและเงินบำนาญแก่ข้าราชการ การคืนภาษีเงินได้ และการให้บริการทางการเงินในโครงการต่างๆ ของรัฐบาล.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/256731 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/256831 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสด | 61,590.79 | 55,625.89 | 56,888.72 | 57,193.95 | 56,779.97 |
| รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน – สุทธิ | 550,940.57 | 701,161.51 | 534,775.34 | 564,830.73 | 587,116.33 |
| เงินลงทุนสุทธิ | 277,054.82 | 263,707.94 | 351,085.20 | 351,758.82 | 351,133.21 |
| เงินให้สินเชื่อ ลูกหนี้ และดอกเบี้ยค้างรับ – สุทธิ | 2,443,831.84 | 2,426,094.94 | 2,549,075.48 | 2,469,282.50 | 2,513,205.79 |
| – เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ | – | – | – | – | – |
| – หัก ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | – | – | – | – | – |
| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | 40,829.44 | 34,859.74 | 28,122.46 | 31,674.96 | 26,029.48 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 31,199.91 | 31,064.20 | 29,237.42 | 29,918.04 | 29,281.29 |
| รวมสินทรัพย์ | 3,592,418.86 | 3,677,684.45 | 3,744,184.18 | 3,717,054.92 | 3,760,852.54 |
| เงินรับฝาก | 2,590,236.44 | 2,646,871.58 | 2,731,344.40 | 2,602,049.51 | 2,752,207.74 |
| ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม | 151,171.80 | 160,839.01 | 132,463.77 | 158,558.34 | 134,394.37 |
| หนี้สินอื่น | 74,363.41 | 77,225.59 | 76,972.45 | 80,516.96 | 67,565.17 |
| รวมหนี้สิน | 3,199,846.83 | 3,256,838.16 | 3,279,797.32 | 3,280,337.74 | 3,286,758.02 |
| ทุนจดทะเบียน | 72,005.04 | 72,005.04 | 72,005.04 | 72,005.04 | 72,005.04 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 72,005.04 | 72,005.04 | 72,005.04 | 72,005.04 | 72,005.04 |
| – หุ้นบุริมสิทธิ | 28.33 | 28.33 | 28.33 | 28.33 | 28.33 |
| – หุ้นสามัญ | 71,976.72 | 71,976.72 | 71,976.72 | 71,976.72 | 71,976.72 |
| หุ้นทุนซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นของบริษัทที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)ทุนอื่น | -659.69 | -666.07 | -600.68 | -587.74 | -600.68 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 20,833.73 | 20,833.73 | 20,833.73 | 20,833.73 | 20,833.73 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 266,219.04 | 294,032.16 | 325,400.67 | 304,945.62 | 340,584.20 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 376,304.77 | 402,376.08 | 443,838.21 | 417,395.93 | 452,664.88 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 16,267.26 | 18,470.22 | 20,548.64 | 19,321.25 | 21,429.65 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/256731 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/256831 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้ดอกเบี้ย | 113,474.82 | 152,368.80 | 165,105.30 | 40,880.84 | 38,672.44 |
| ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย | 23,070.17 | 38,949.46 | 45,990.49 | 11,319.43 | 10,829.20 |
| รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ | 90,404.65 | 113,419.34 | 119,114.82 | 29,561.41 | 27,843.24 |
| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ | 28,096.25 | 28,671.55 | 30,914.03 | 7,673.14 | 7,680.41 |
| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | 7,780.63 | 7,799.29 | 8,631.61 | 2,096.08 | 2,238.83 |
| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ | 20,315.62 | 20,872.26 | 22,282.42 | 5,577.06 | 5,441.58 |
| รายได้จากเงินปันผล | 351.74 | 319.47 | 384.37 | 148.93 | 410.42 |
| กำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุน | 238.79 | 195.11 | 890.91 | 237.44 | 1,675.53 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน | 5,232.69 | 5,178.18 | 4,702.84 | 1,660.75 | 2,064.09 |
| ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น | 54,770.65 | 62,156.63 | 68,778.00 | 17,730.50 | 16,292.21 |
| – ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน | 25,763.26 | 25,765.67 | 27,060.88 | 6,643.34 | 6,686.87 |
| – ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสถานที่และอุปกรณ์ | 9,643.87 | 10,288.66 | 10,881.09 | 2,436.23 | 2,242.73 |
| (กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | 24,337.56 | 37,085.42 | 31,069.51 | 8,028.89 | 8,223.21 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนภาษีเงินได้ | 46,282.68 | 50,223.11 | 59,254.95 | 14,943.44 | 15,771.91 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 33,697.74 | 36,615.91 | 43,855.66 | 11,078.45 | 11,713.70 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.41 | 2.62 | 3.14 | 0.79 | 0.84 |
งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/256731 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/256831 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | -63,134.73 | -499.84 | 138,294.30 | 93,717.18 | -2,746.19 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | 52,407.70 | -1,443.85 | -92,213.12 | -87,203.24 | 1,948.78 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 8,828.62 | -3,992.43 | -44,803.97 | -4,992.31 | 686.64 |
| เงินสดสุทธิ | -1,898.41 | -5,936.12 | 1,277.21 | 1,521.63 | -110.76 |
วิเคราะห์งบการเงิน
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
การวิเคราะห์นี้อ้างอิงจากงบการเงินปี 2568 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568) และผลประกอบการล่าสุดที่เปิดเผย โดยเน้นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ กำไร คุณภาพสินทรัพย์ เงินกองทุน และประสิทธิภาพการดำเนินงานวิเคราะห์กระแสเงินสด
สำหรับธุรกิจธนาคาร
กระแสเงินสดอาจผันผวนจาก
การรับฝาก
การปล่อยสินเชื่อ
การลงทุน
จึงควรให้ความสำคัญกับ
กำไรสุทธิ
เงินกองทุน
คุณภาพสินทรัพย์
มากกว่ากระแสเงินสดเพียงอย่างเดียวภาพรวมผลประกอบการ : แข็งแกร่ง แม้ดอกเบี้ยเข้าสู่ขาลง
จุดเด่น
กำไรสุทธิยังอยู่ในระดับสูง และทำสถิติใกล้ระดับสูงสุดของธนาคาร
รายได้ค่าธรรมเนียมและธุรกิจ Wealth Management เติบโตต่อเนื่อง
การควบคุมต้นทุนมีประสิทธิภาพ
รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ช่วยชดเชยแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยวิเคราะห์งบกำไรขาดทุน
รายได้ดอกเบี้ย (Net Interest Income)
แนวโน้ม
ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระบบ
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อ่อนตัวลง
ถือเป็นแรงกดดันหลักของธนาคารในช่วงดอกเบี้ยขาลง แต่ KTB สามารถชดเชยได้ด้วยรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ
รายได้ค่าธรรมเนียม
เติบโตจาก
กองทุนรวม
Wealth Management
Bancassurance
Digital Banking
รายได้ประเภทนี้มีความผันผวนน้อยกว่ารายได้ดอกเบี้ย
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
Cost to Income Ratio อยู่ประมาณ 41%
ถือว่า
ต่ำกว่าหลายธนาคาร
แสดงถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน
จุดแข็งมาจาก
Digital Transformation
การลดต้นทุนสาขา
ระบบ Krungthai NEXTวิเคราะห์งบดุล
สินทรัพย์
สินทรัพย์หลัก ได้แก่
เงินให้สินเชื่อ
เงินลงทุน
เงินสดและรายการระหว่างธนาคาร
ฐานสินทรัพย์ยังมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
เงินรับฝาก
KTB มีฐานเงินฝากขนาดใหญ่
ข้อดีคือ
ต้นทุนเงินฝากต่ำ
สภาพคล่องสูง
ความเสี่ยงด้าน Funding ต่ำ
เงินกองทุน (Capital)
จุดแข็งที่สุดของ KTB คือ
CAR สูงกว่าเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยมาก
Tier 1 อยู่ในระดับแข็งแกร่ง
ทำให้สามารถ
รองรับเศรษฐกิจผันผวน
ขยายสินเชื่อได้
จ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่องคุณภาพสินทรัพย์
ถือว่าเป็นจุดแข็งของ KTB
NPL อยู่ในระดับทรงตัว
Coverage Ratio สูง
สำรองหนี้สูญแข็งแรง
ทำให้ความเสี่ยงจากหนี้เสียอยู่ในระดับบริหารจัดการได้6. อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
รายการ มุมมอง ROE ประมาณ 10–11% อยู่ในระดับดีสำหรับธนาคารขนาดใหญ่ ROA อยู่ในระดับแข็งแกร่งและสม่ำเสมอ NIM ลดลงตามวัฏจักรดอกเบี้ย Cost to Income ประมาณ 41% สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน CAR สูงกว่าเกณฑ์กำกับอย่างมีนัยสำคัญ NPL ทรงตัวในระดับบริหารจัดการได้ Coverage Ratio สูง ช่วยรองรับความเสี่ยงจากหนี้เสีย
จุดแข็งของงบการเงิน
กำไรสุทธิแข็งแกร่ง
เงินกองทุนสูงมาก
ฐานเงินฝากขนาดใหญ่
คุณภาพสินเชื่อดี
สำรองหนี้สูญสูง
ธุรกิจดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง
รายได้ค่าธรรมเนียมช่วยลดการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ย
ความเสี่ยง
ดอกเบี้ยขาลงกดดัน NIM
เศรษฐกิจชะลออาจกระทบการเติบโตของสินเชื่อ
การแข่งขันด้าน Digital Banking สูงขึ้น
ความเสี่ยงจากหนี้ภาค SME และครัวเรือน หากเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าคาด
มุมมองสำหรับนักลงทุน
KTB มีฐานะการเงินแข็งแกร่งจากเงินกองทุนสูง คุณภาพสินทรัพย์ดี และการควบคุมต้นทุนมีประสิทธิภาพ แม้รายได้ดอกเบี้ยจะถูกกดดันจากทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและธุรกิจดิจิทัลช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มองหาหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งมีความมั่นคงและมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอในระยะยาว โดยยังควรติดตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและคุณภาพสินเชื่อในช่วงเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด.
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ภาพรวมทางเทคนิคของ KTB ยังคงอยู่ในแนวโน้ม ขาขึ้น (Bullish Trend) โดยราคาปรับตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ และเครื่องมือทางเทคนิคหลายตัวให้สัญญาณซื้อ อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ในระดับค่อนข้างสูง จึงมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นได้
แนวรับ–แนวต้าน
แนวรับแรก: บริเวณเส้น MA ระยะสั้น
แนวรับสำคัญ: Low ของรอบล่าสุด
แนวต้านแรก: High เดิม
แนวต้านถัดไป: หากผ่าน High เดิมได้ มีโอกาสเข้าสู่ช่วง Breakout
กลยุทธ์การลงทุน
นักลงทุนระยะสั้น
รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับ
หาก Breakout พร้อม Volume เพิ่มขึ้น สามารถ Follow Buy ได้
ตั้งจุด Stop Loss ต่ำกว่าแนวรับสำคัญ
นักลงทุนระยะกลาง
ยังสามารถถือรันเทรนด์ได้
ใช้เส้น MA20 หรือ MA50 เป็น Trailing Stop
สรุป
✅ แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น
✅ MA: Bullish
✅ MACD: Buy Signal
⚠️ RSI: Overbought มีโอกาสพักฐานระยะสั้น
🎯 กลยุทธ์: “ถือรันกำไร” และรอสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว หรือ Follow Buy หากเกิด Breakout พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น
แนวโน้มหลัก (Trend)
ระยะสั้น: ขาขึ้น
ระยะกลาง: ขาขึ้นแข็งแกร่ง
ระยะยาว: ยังเป็น Uptrend ต่อเนื่อง
ราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย MA ระยะสั้นและระยะยาว สะท้อนว่ากระแสเงินทุนยังไหลเข้าหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ KTB
Moving Average (MA)
ราคาอยู่เหนือ MA5, MA10, MA25, MA50 และ MA200
เส้น MA เรียงตัวแบบ Bullish Alignment
แนวโน้มยังสนับสนุนการถือครอง
ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบที่แข็งแรงของแนวโน้มขาขึ้น
RSI (Relative Strength Index)
RSI อยู่ในเขต Overbought
แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
แต่ควรระวังการพักฐานหรือย่อตัวระยะสั้นก่อนขึ้นต่อ
MACD
MACD อยู่เหนือเส้น Signal
Histogram เป็นบวก
สะท้อน Momentum เชิงบวก ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวลงที่ชัดเจน
Volume
หากการปรับขึ้นของราคามาพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น จะช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม และเพิ่มโอกาสในการทำจุดสูงสุดใหม่
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 0 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 0 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 0 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 0 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 0 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 0 |
| 8. Technical analysis | 10 | 0 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น KTB – ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ภาพรวมบริษัท
ธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และเป็นธนาคารที่มีความเชื่อมโยงกับภาครัฐสูง โดยมีฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน SME และลูกค้ารายย่อยทั่วประเทศ ผ่านสาขาและช่องทางดิจิทัล เช่น Krungthai NEXT และ แอปฯ เป๋าตัง (Paotang) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับโครงการภาครัฐและบริการทางการเงินดิจิทัล
ธุรกิจหลัก
KTB มีรายได้จากธุรกิจหลัก ได้แก่
สินเชื่อภาครัฐ
สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่
สินเชื่อ SME
สินเชื่อรายย่อย
สินเชื่อบ้าน
บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล
ธุรกิจบริหารเงินลงทุน (Treasury)
ธุรกิจประกัน (Bancassurance)
กองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม
Digital Banking
จุดแข็งของ KTB
- ฐานลูกค้าภาครัฐแข็งแกร่งที่สุด
KTB เป็นธนาคารหลักของหน่วยงานราชการ
เงินเดือนข้าราชการ
รัฐวิสาหกิจ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โครงการรัฐบาล
ทำให้มีฐานเงินฝากต้นทุนต่ำจำนวนมาก - Digital Banking แข็งแกร่ง
จุดเด่นคือ
Krungthai NEXT
เป๋าตัง (Paotang)
ถุงเงิน
Krungthai BUSINESS
มีผู้ใช้งานจำนวนมากจากโครงการรัฐ
เช่น
คนละครึ่ง
เราเที่ยวด้วยกัน
Digital Wallet
สวัสดิการแห่งรัฐ
ทำให้ธนาคารมีฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่สำหรับต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางการเงิน - เงินกองทุนแข็งแรง
KTB มีอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR) อยู่ในระดับสูง
รองรับ
การขยายสินเชื่อ
การตั้งสำรอง
ความผันผวนเศรษฐกิจ
ได้ดี - กำไรเติบโตสม่ำเสมอ
กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องจาก
รายได้ดอกเบี้ย
รายได้ค่าธรรมเนียม
ต้นทุนการเงินที่บริหารได้ดี
การควบคุมค่าใช้จ่าย
ปัจจัยบวก
ดอกเบี้ย
หากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับเหมาะสม
จะช่วย
ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM)
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
การลงทุนภาครัฐ
รัฐบาลลงทุน
โครงสร้างพื้นฐาน
ระบบคมนาคม
Digital Government
KTB มีโอกาสได้รับประโยชน์มากกว่าธนาคารหลายแห่ง
Digital Transformation
KTB ลงทุนด้าน AI
Big Data
Cloud
Open API
และ Ecosystem ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
ความเสี่ยง - NPL
หากเศรษฐกิจชะลอ
อาจทำให้
หนี้เสียเพิ่ม
ต้องตั้งสำรองมากขึ้น - ดอกเบี้ยลดลง
หากธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ย
NIM อาจลดลง
ส่งผลต่อกำไร - การแข่งขัน Digital Bank
คู่แข่งสำคัญ เช่น
KBANK
SCB
BBL
ttb
รวมถึง Virtual Bank ในอนาคต
อาจกดดันรายได้ค่าธรรมเนียม - ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
เนื่องจาก KTB มีบทบาทสำคัญในการดำเนินโครงการของรัฐ การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือมาตรการภาครัฐอาจส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินงานและรายได้บางส่วน
แนวโน้มการเติบโต
จุดเติบโตสำคัญ
Digital Banking
AI Banking
Data Analytics
Cross Selling
Wealth Management
สินเชื่อภาครัฐ
สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่
โดย KTB ยังมีความได้เปรียบจากฐานลูกค้าภาครัฐและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมาก
มุมมองการลงทุน
ปัจจัยบวก
ฐานลูกค้าขนาดใหญ่
เงินฝากต้นทุนต่ำ
กำไรแข็งแกร่ง
เงินปันผลสม่ำเสมอ
ได้อานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐ
ผู้นำด้าน Digital Banking ของภาครัฐ
ความเสี่ยง
คุณภาพสินทรัพย์ (NPL)
การแข่งขันจากธนาคารดิจิทัล
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
การเติบโตของสินเชื่อที่อาจชะลอตัวในภาวะเศรษฐกิจอ่อนแรง
สรุป
KTB เป็นหุ้น Big Cap กลุ่มธนาคาร ที่มีความแข็งแกร่งด้านฐานลูกค้า เงินฝาก และความสัมพันธ์กับภาครัฐ พร้อมจุดเด่นด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง เป๋าตัง และ Krungthai NEXT ซึ่งช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาว หากเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐยังเดินหน้าต่อเนื่อง KTB มีศักยภาพในการรักษาความสามารถทำกำไรและสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากคุณภาพสินเชื่อและการแข่งขันในธุรกิจธนาคารอย่างใกล้ชิด

