วิเคราะห์ หุ้น CREDIT ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CREDIT ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ CREDIT หมวดหมู่ธุรกิจ ธนาคาร (Banking) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน (Financials)




ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มุ่งเน้นการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก (Micro SME) และธุรกิจรายย่อย .

ประวัติและการดำเนินธุรกิจ
ธนาคารเริ่มต้นดำเนินธุรกิจเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2550 ในฐานะธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย และได้รับการยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 ภายใต้ชื่อ “ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)” .
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธนาคารไทยเครดิตให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย ได้แก่:
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME
สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อธุรกิจรายย่อย
สินเชื่อบุคคล
สินเชื่อที่ใช้บ้านหรือทองคำเป็นหลักประกัน
บริการเงินฝาก เช่น เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และเงินฝากปลอดภาษี .

ข้อมูลทั่วไป
ชื่อบริษัท: ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์: CREDIT
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: 123 อาคารไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400


ธนาคารมีสาขากว่า 500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง .


ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) มีบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจสนับสนุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธนาคาร ดังนี้:
บริษัทในเครือของธนาคารไทยเครดิต
บริษัท วี เอ็น บี โฮลดิ้ง จำกัด (VNB Holding Co., Ltd.)
เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารไทยเครดิต โดยถือหุ้นมากกว่า 50% และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านเงินทุนและกลยุทธ์การเติบโตของธนาคาร .
บริษัท ไทยไมโคร ดิจิทัล โซลูชั่นส์ จำกัด (Thai Micro Digital Solutions Co., Ltd.)
บริษัทในเครือที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการให้บริการทางการเงินของธนาคารไทยเครดิต .
นอกจากนี้ ธนาคารไทยเครดิตยังมีความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยหลายแห่ง เช่น บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันภัยแก่ลูกค้า .


256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)12,684,736.0015,894,566.0018,137,962.00
รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน (พันบาท)71,502.00340,494.00396,565.00
เงินลงทุนในตราสารหนี้ (พันบาท27,492.0062,581.00104,078.00
เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ (พันบาท)12,466,875.0015,371,339.0017,505,568.00
การให้เช่าซื้อ (พันบาท)118,867.00119,837.00130,145.00
อื่น ๆ (พันบาท)0.00315.001,606.00

256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)12,684,736.0015,894,566.0018,137,962.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)12,684,736.0015,894,566.0018,137,962.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)16,276.0020,711.00131,012.85



256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)2,680,821,003.583,112,891,980.153,633,032,766.48

256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)4,701,036.565,681,937.726,050,000.00

ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท


รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค. 2568



ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) มีพัฒนาการที่สำคัญหลายประการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการทางการเงินที่ครอบคลุมและยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก :

การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ธนาคารไทยเครดิตได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1 ในการบริหารจัดการและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน .
ด้วยพัฒนาการเหล่านี้ ธนาคารไทยเครดิตยังคงมุ่งมั่นในการเป็นธนาคารที่ให้บริการทางการเงินที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับทุกคนในสังคม.
การยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 ธนาคารไทยเครดิตได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเป็นธนาคารพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้สามารถให้บริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านเงินฝาก สินเชื่อ และบริการทางการเงินอื่น ๆ แก่ลูกค้าทั่วไปและธุรกิจขนาดใหญ่ .
การสนับสนุนธุรกิจรายย่อยและไมโครเอสเอ็มอี
ธนาคารไทยเครดิตมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและไมโครเอสเอ็มอี โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย เช่น สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม .
การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล
ธนาคารได้ก่อตั้งบริษัท Thai Micro Digital Solutions เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน “Micro Pay” สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า .
การส่งเสริมความรู้ทางการเงิน
ธนาคารได้ริเริ่มโครงการ “ตังค์โต Know-how” เพื่อส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความสามารถในการวางแผนการเงิน การออม และการบริหารหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ .






การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis) คือวิธีการศึกษาข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยเฉพาะราคาปิด ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบกราฟ เพื่อ คาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเก็งกำไร วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค เพื่อหาจุดซื้อ-จุดขายที่เหมาะสม ระบุช่วงเวลาที่ควรเข้าซื้อ (Buy Signal) หรือขายทำกำไร/ตัดขาดทุน (Sell Signal) เพื่อจับจังหวะของแนวโน้มราคา (Trend) วิเคราะห์ว่าแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend), หรือ Sideway เพื่อระบุระดับแนวรับ/แนวต้าน แนวรับ: ราคาที่มีโอกาสเด้งขึ้น แนวต้าน: ราคาที่มีแนวโน้มยากจะผ่านไปได้ เพื่อยืนยันหรือหาสัญญาณกลับตัว (Reversal) ใช้รูปแบบกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders
เครื่องมือที่ใช้บ่อย MA
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ช่วยกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น ดูแนวโน้มราคาระยะยาว เช่น MA5, MA20, MA200 บ่งชี้ทิศทางและแรงของแนวโน้ม Volume / ปริมาณการซื้อขาย
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI)

วัดภาวะ “ซื้อมากเกินไป” หรือ “ขายมากเกินไป”RSI > 70 = Overbought, RSI < 30 = Oversold
MACD (Moving Average Convergence Divergence)
ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) เช่น Cup & Handle, Triangle, Flag, Head & Shoulders
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้พยากรณ์อนาคตแน่นอน แต่ช่วยเพิ่ม “โอกาส” ในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทางทีมงานไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผู้ลงทุนหุ้นตัวใดก็ตามที่ ได้วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน มาทุกข้อแล้วเวลาจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนก็ตามควรมีการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค หรือ Technical analysis ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน.




Disclaimer

ใส่ความเห็น