ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น EP บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น EP บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น EP บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ EP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.25บาท12 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.25บาท14 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น EP
บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EP มีธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และ ธุรกิจโรงพิมพ์แบบครบวงจร ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินงานจึงครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้า อาคาร โรงงาน เครื่องจักร และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าและสิ่งพิมพ์

  1. ที่ดินและอาคาร
    ทรัพย์สินสำคัญของ EP และบริษัทย่อยประกอบด้วย ที่ดิน อาคารสำนักงาน อาคารโรงงาน และสิ่งปลูกสร้าง ที่ใช้รองรับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการโรงพิมพ์และกิจการด้านพลังงาน
    ในอดีตข้อมูล One Report ระบุถึงอาคารโรงงานและสำนักงาน รวมถึงอาคารโกดังสำหรับเก็บสินค้าในพื้นที่ บางบ่อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่ใช้ในธุรกิจโรงพิมพ์
  2. โรงงานและเครื่องจักรสำหรับธุรกิจสิ่งพิมพ์
    EP มีธุรกิจโรงพิมพ์แบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การพิมพ์ ไปจนถึงการเข้าเล่มเป็นสิ่งพิมพ์สำเร็จรูป
    ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจึงประกอบด้วย
    อาคารโรงงาน
    อาคารสำนักงาน
    อาคารโกดัง
    เครื่องจักรการพิมพ์
    เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    อุปกรณ์สำหรับกระบวนการหลังการพิมพ์และเข้าเล่ม
    อุปกรณ์สำนักงานและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
    ข้อมูล One Report ในช่วงก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์สำคัญของธุรกิจโรงพิมพ์ โดยมีทั้งเครื่องจักรที่สำนักงานใหญ่และโรงงานสาขาบางบ่อ
  3. โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
    อีกหนึ่งกลุ่มทรัพย์สินหลักของ EP คือ สินทรัพย์และเงินลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักอีกด้านของบริษัท
    อย่างไรก็ตาม ต้องแยกข้อมูลของโครงการในอดีตออกจากโครงการที่บริษัทถือครองอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจาก EP มีการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนด้านพลังงาน โดยในปี 2568 มีการดำเนินการขาย EPVN ซึ่งถือโครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม 2 โครงการ รวม 99 MW ให้แก่ BCPG Investment Holdings ในมูลค่าประมาณ 4,613.71 ล้านบาท
  4. เงินลงทุนในกิจการพลังงาน
    นอกจากการถือครองทรัพย์สินโดยตรง EP ยังมีทรัพย์สินในรูปของ เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ที่ประกอบธุรกิจด้านพลังงาน โดย SET ระบุว่าบริษัทมีการลงทุนในกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ รวมถึงโรงไฟฟ้าระบบ Cogeneration
    จึงถือเป็นทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ที่สร้างรายได้จากธุรกิจพลังงาน แม้จะไม่ได้ปรากฏในรูป “โรงไฟฟ้า” ที่บริษัทแม่ถือโดยตรงทั้งหมด
  5. ยานพาหนะและอุปกรณ์สนับสนุน
    การดำเนินธุรกิจยังมี ยานพาหนะ เครื่องมือ และอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงาน สำหรับใช้ในสำนักงาน โรงงาน และกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ

สรุปทรัพย์สินสำคัญของ EP

ประเภททรัพย์สินการใช้ประโยชน์
ที่ดินรองรับสำนักงาน โรงงาน และกิจการต่าง ๆ
อาคารสำนักงานใช้บริหารและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ
อาคารโรงงานใช้ผลิตสิ่งพิมพ์
อาคารโกดังจัดเก็บสินค้าและวัตถุดิบ
เครื่องจักรการพิมพ์ผลิตสิ่งพิมพ์แบบครบวงจร
เครื่องจักรและอุปกรณ์สนับสนุนกระบวนการผลิต
สินทรัพย์ด้านพลังงานใช้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
เงินลงทุนในบริษัทย่อย/บริษัทร่วมลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ
ยานพาหนะและอุปกรณ์สำนักงานสนับสนุนการดำเนินงาน

จุดที่น่าสนใจ: EP มีโครงสร้างสินทรัพย์ที่แตกต่างจากหุ้นโรงไฟฟ้าทั่วไป เพราะมีทั้ง “สินทรัพย์จากธุรกิจโรงพิมพ์” + “สินทรัพย์และเงินลงทุนในธุรกิจพลังงาน” ทำให้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินควรพิจารณาทั้งสองธุรกิจควบคู่กัน


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น EP
บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
EP มีลักษณะเป็น บริษัทโฮลดิ้ง ที่ลงทุนผ่านบริษัทย่อยและบริษัทย่อยทางอ้อม โดยโครงสร้างธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาเชื่อมโยงทั้ง ธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และธุรกิจสิ่งพิมพ์/บรรจุภัณฑ์
บริษัทหลักที่อยู่ในกลุ่ม EP
บริษัท ตะวันออกการพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (EPPCO) — ธุรกิจรับจ้างพิมพ์สิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ โดย EP ถือหุ้นโดยตรงในสัดส่วนสูงมาก
บริษัท อีเทอร์นิตี้ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (ETP) — บริษัทแกนหลักด้านการลงทุนในธุรกิจพลังงานและโรงไฟฟ้า โดย EP ถือหุ้นใน ETP
บริษัท เอ็ปโก้ กรีน พาวเวอร์ พลัส จำกัด (EPCOG) — พัฒนาและผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงงานติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
บริษัท เอ็ปโก้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (EPCOE) — ให้บริการด้านบำรุงรักษาและติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
EP Group (HK) Company Limited — บริษัทในฮ่องกงที่ใช้เป็นโครงสร้างสำหรับการลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม
Alternative Energies Kabushiki Kaisha — ลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานในประเทศญี่ปุ่น
Higashi Nihon Mega Solar 3 Godo Kaisha — บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น
EPVN W1 (HK) Company Limited และ EPVN W2 (HK) Company Limited — โครงสร้างการลงทุนในโครงการพลังงานในเวียดนาม ทั้งนี้ EP มีการปรับโครงสร้าง/จำหน่ายการลงทุนใน EPVN W2 ในช่วงที่ผ่านมา จึงควรแยกจากโครงสร้างเดิม
บริษัท/โครงการพลังงานที่เกี่ยวข้อง
ในโครงสร้างเดิมของกลุ่มยังพบ STC Energy, Apex Energy Solutions และ That Siri ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม รวมถึงการถือหุ้นทางอ้อมในโครงการ PPTC และ SSUT
สรุปสำหรับนักลงทุน: EP จึงมีโครงสร้างแบบ Holding Company โดยมี ETP เป็นหนึ่งในแกนสำคัญของธุรกิจพลังงาน ขณะที่การลงทุนผ่านบริษัทย่อยและบริษัทย่อยทางอ้อมทำให้กลุ่มมีฐานธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ โซลาร์ฟาร์ม โรงไฟฟ้า การพัฒนาโครงการพลังงานในญี่ปุ่น/เวียดนาม ไปจนถึงธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น EP
บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
EP ดำเนินธุรกิจหลักผ่านการถือหุ้นในบริษัทย่อย โดยมีทั้ง ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และ ธุรกิจสิ่งพิมพ์–บรรจุภัณฑ์ ทำให้ความเสี่ยงของบริษัทมีทั้งจากธุรกิจพลังงาน โครงสร้างเงินทุน และผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย
⚠️ 1. ความเสี่ยงจากผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง
ประเด็นที่ต้องจับตาค่อนข้างมากคือความสามารถในการกลับมาทำกำไร โดยปี 2568 EP มีรายได้ 870.33 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่าย 2,384.86 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิถึง 1,512.76 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 ขาดทุนสุทธิ 824.90 ล้านบาท
หากผลขาดทุนยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจกดดันทั้ง ฐานทุน สภาพคล่อง และความสามารถในการลงทุนในโครงการใหม่
⚠️ 2. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการดำเนินงานต่อเนื่อง
SET เคยขอให้ผู้ลงทุนศึกษางบการเงินของ EP และติดตามคำชี้แจงของบริษัท ขณะที่บริษัทได้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงบไตรมาส 2/2568 หลังผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับ ความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานต่อเนื่องของกลุ่มบริษัท
นี่จึงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม โดยเฉพาะ กระแสเงินสด การชำระหนี้ และแหล่งเงินทุน
⚠️ 3. ความเสี่ยงจากภาระหนี้และต้นทุนทางการเงิน
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์ 8,103.69 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินอยู่ที่ 5,601.81 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 2,287.15 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปี 2568 มีการเปิดเผยรายการรับความช่วยเหลือทางการเงินหลายรายการ รวมถึงเงินกู้บางส่วนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 14.50% ซึ่งสะท้อนว่าต้นทุนการจัดหาเงินทุนเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา
⚠️ 4. ความเสี่ยงจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
ธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีระยะเวลาคืนทุนค่อนข้างยาว จึงมีความเสี่ยงจาก
ต้นทุนทางการเงิน
ความล่าช้าของโครงการ
ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง
สภาพอากาศและประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า
การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ
เงื่อนไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
โดยเฉพาะโครงการในต่างประเทศยังมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม
⚠️ 5. ความเสี่ยงจากการกระจายธุรกิจหลายประเภท
EP มีทั้ง พลังงาน และ สิ่งพิมพ์/บรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีลักษณะธุรกิจแตกต่างกันอย่างมาก
ดังนั้น หากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมีผลประกอบการอ่อนแอ อาจกระทบภาพรวมของกลุ่ม ขณะเดียวกันการบริหารหลายธุรกิจยังเพิ่มความซับซ้อนในการจัดสรรเงินทุนและบริหารบริษัทย่อย
⚠️ 6. ความเสี่ยงจากธุรกรรมและรายการระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2568 SET มีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันและการรับความช่วยเหลือทางการเงินของ EP รวมถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ETP และการขายหุ้นในโครงการพลังงานในเวียดนาม จึงเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามเรื่อง ความโปร่งใส การกำกับดูแล และเงื่อนไขของธุรกรรมระหว่างกัน อย่างใกล้ชิด
⚠️ 7. ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ
การมีธุรกิจพลังงานในต่างประเทศทำให้บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น อัตราแลกเปลี่ยน กฎหมายท้องถิ่น นโยบายพลังงาน การเมือง และการโอนเงินกลับประเทศ โดยเฉพาะโครงการในเวียดนามที่มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานลมในช่วงที่ผ่านมา
⚠️ 8. ความเสี่ยงจากธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์
ธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง และต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้เต็มที่ อาจกดดันอัตรากำไรของธุรกิจ
🔎 สรุปแบบนักลงทุน
EP มีจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษที่ “ฐานะการเงิน + สภาพคล่อง + หนี้สิน + การกลับมาทำกำไร” มากกว่าการมองเพียงศักยภาพของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
โดยตัวเลขปี 2568 ถือว่าน่ากังวล เพราะ ขาดทุนสุทธิ 1,512.76 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับส่วนผู้ถือหุ้น
ดังนั้น หากจะประเมิน EP ในเชิงลงทุน ควรติดตาม 4 ตัวแปรหลักคือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน → ภาระหนี้และดอกเบี้ย → ผลงานของโรงไฟฟ้า → ความสามารถในการพลิกกลับมามีกำไร


ข้อมูล ณ วันที่ 16 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)378,942,49140.64
2นาย ยุทธ ชินสุภัคกุล231,307,94824.80
3นาย ฉาย บุนนาค21,599,7002.32
4นาย ยุทธชัย ชินสุภัคกุล19,901,6882.13
5บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู จำกัด (มหาชน)10,000,0001.07
6นาย กิตติ เพชรสุนทรสกุล9,500,0001.02
7นาย มงคล ศรเลิศล้ำวาณิช8,614,9000.92
8นาย กำพล วิระเทพสุภรณ์7,395,4000.79
9นาง ภาวนา อัจฉราวรรณ6,882,8680.74
10นาย สมภพ จูฑะพุทธิ6,515,0000.70
11นาย พิศิษฏ์ เกียรติศิริขจร6,500,0000.70
12นาย ภานุต อยู่ทอง5,615,9000.60
13นาย สนอง สวยพริ้ง5,600,0000.60
14นาย ยอด ชินสุภัคกุล5,269,0270.57
15น.ส. อรอร อัครเศรณี5,086,5000.55
16น.ส. มาลินี ชินสุภัคกุล5,065,0000.54
17นาย วสวัตติ์ พฤกษ์สุนทร5,056,7380.54

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ยุทธ ชินสุภัคกุลประธานกรรมการ
2นาย อารักษ์ ราษฎร์บริหารประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาย กฤษฎา พฤติภัทรกรรมการ
4นาย แดน ชินสุภัคกุลกรรมการ
5นาย พิพัทธ์ ชนะสงครามกรรมการ
6นาย สุรพล ทวีโชคทรัพย์สินกรรมการ
7นาย ธนะชัย สันติชัยกูลกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
8นาย ธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
9นาย สมชาย คูวิจิตรสุวรรณกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น EP
บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท EP มีพัฒนาการจากธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ขยายเข้าสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญของกลุ่มบริษัท
📌 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
ปี 2560 — EP เริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่ ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า Solar Rooftop และงานติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย
ปี 2562 — บริษัทขยายธุรกิจเข้าสู่ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ โดยเฉพาะกล่องลูกฟูก และผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ทำให้โครงสร้างธุรกิจมีความหลากหลายมากขึ้น
ปี 2563 — ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ EP เริ่มลงทุนใน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม เพื่อสร้างฐานรายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ
ปี 2567 — โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม HL3 ขนาด 30 MW ในเวียดนาม เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 และเริ่มรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าให้ EVN
ปี 2568 — การลงทุนพลังงานลมเดินหน้าสู่ช่วงสำคัญ โดย HL4 ขนาด 30 MW เริ่ม COD วันที่ 22 กันยายน 2568 ขณะที่โครงการ CBTN และ PTMN รวม 100 MW เริ่ม COD วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ทำให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามทั้ง 4 โครงการ รวมกำลังการผลิต 160 MW และเริ่มรับรู้รายได้ครบทุกโครงการ
🔎 จุดที่น่าจับตา
พัฒนาการของ EP จึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจเดิมไปสู่การมี ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลุ่ม โดยเฉพาะโครงการลมในเวียดนามที่ทยอย COD จนครบ 160 MW ในช่วงปลายปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการปี 2568 ยังได้รับผลกระทบจาก ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 638.80 ล้านบาท และค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ 960.20 ล้านบาท จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามควบคู่กับการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
สรุปสั้น ๆ:
EP เดินเกมจาก “สิ่งพิมพ์–บรรจุภัณฑ์” สู่ “พลังงานหมุนเวียน” อย่างชัดเจน จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม และปี 2568 เป็นปีที่โครงการทั้ง 4 แห่ง รวม 160 MW เริ่ม COD และรับรู้รายได้ครบ — จากนี้โจทย์สำคัญคือการเปลี่ยนกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นให้กลายเป็นกระแสเงินสดและกำไรที่แข็งแรงขึ้น


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด308.6957.1573.14310.66156.75
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ153.14344.44441.49438.24685.16
สินค้าคงเหลือ126.87109.6286.3198.6296.60
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน725.64715.77676.59961.00997.46
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ8,489.058,080.777,372.467,825.837,171.27
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน8,979.228,547.017,427.108,286.097,236.50
รวมสินทรัพย์9,704.879,262.788,103.699,247.108,233.96
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม390.10399.39288.51342.72247.62
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ636.52577.04434.17514.60283.88
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี1,042.923,221.153,485.943,538.423,032.35
รวมหนี้สินหมุนเวียน2,753.245,069.054,652.055,324.293,641.56
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน2,619.34508.16949.76603.182,284.36
รวมหนี้สิน5,372.585,577.215,601.815,927.475,925.91
ทุนจดทะเบียน1,165.631,165.631,165.631,165.63932.51
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า932.51932.51932.51932.51932.51
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น603.20603.20–––
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,742.63917.74-595.03266.39-496.06
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น331.26684.721,949.671,718.611,626.48
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน6.026.02609.21609.21609.21
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่3,609.603,138.162,287.152,917.512,062.92
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย722.69547.42214.72402.11245.12

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ827.51923.90861.89405.62661.41
รายได้อื่น19.4316.385.575.35216.09
รวมรายได้847.44940.59870.33411.12878.12
ต้นทุน724.03774.25663.21332.05504.95
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร120.36134.92122.6551.5354.03
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,123.061,652.612,384.861,056.42569.60
EBITDA-208.85-546.54-1,361.52-577.21511.28
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย66.77165.47153.0168.09202.77
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-275.62-712.02-1,514.53-645.30308.52
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-465.36-824.90-1,512.76-651.3598.97
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.50-0.88-1.62-0.700.11

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน262.11-524.39-598.29-417.48147.10
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-124.68-65.3455.26-32.160.81
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-251.43-15.27-102.76272.44254.99
เงินสดสุทธิ-114.00-605.01-645.78-177.20402.89

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)3.712.192.311.99
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)98.29166.42157.98183.43
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)6.556.775.668.57
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)55.7453.9264.4942.61
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)1.281.311.152.09
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)286.05278.26318.58174.29
วงจรเงินสด (วัน)-132.02-57.93-96.1151.76

⚡ วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น EP
บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
EP กำลัง “สะสมพลัง” หรือยังไม่พ้นช่วงพักตัว? 🔥
ราคาล่าสุดวันที่ 11 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 1.13 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.90–1.41 บาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายล่าสุดค่อนข้างเบาบางเพียงราว 12.43 ล้านบาท
📈 มุมมองกราฟ
ภาพรวมระยะสั้นยังเป็นลักษณะ Sideway / สะสมกำลัง มากกว่าจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว การจะเปลี่ยนโมเมนตัมให้เด่นชัด ต้องเห็นแรงซื้อและวอลุ่มกลับเข้ามาสนับสนุน
แนวรับสำคัญ
1.10 บาท — ฐานระยะสั้น
1.05 บาท — แนวรับถัดไป
1.00 บาท — แนวรับจิตวิทยา หากหลุดต้องระวังแรงขายเพิ่ม
แนวต้านสำคัญ
1.15 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
1.20 บาท — แนวต้านสำคัญ
1.30 บาท — เป้าหมายถัดไปหากโมเมนตัมกลับมา
1.41 บาท — High ในรอบ 52 สัปดาห์
🚨 จุดที่ต้องจับตา
EP ยังไม่ใช่จังหวะที่ควรไล่ราคาแบบไม่มีวอลุ่ม เพราะการซื้อขายล่าสุดอยู่ในระดับค่อนข้างเบา ดังนั้นสัญญาณที่น่าสนใจจริง ๆ คือ “ราคาเบรก + วอลุ่มพุ่ง”
หาก EP สามารถ ทะลุ 1.15–1.20 บาท พร้อมวอลุ่มหนาแน่น จะเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา เพราะมีโอกาสเปลี่ยนจากการแกว่งสะสมไปสู่การสร้าง Momentum ขาขึ้น
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.15–1.20 บาท และวอลุ่มยังแผ่ว ภาพยังมีโอกาสแกว่งออกข้างเพื่อสะสมกำลังต่อ
🔥 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
EP กำลัง “สะสมเงียบ” หรือกำลังรอวอลุ่มปลุกเกม?
จุดชี้ชะตาอยู่ที่ 1.15–1.20 บาท หากทะลุพร้อมวอลุ่ม = ลุ้นรอบใหม่ 📈
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน = ยังต้องรอจังหวะ และเฝ้ารับบริเวณ 1.10 / 1.05 บาท
จับตา “เบรกแนวต้าน + วอลุ่ม” ให้ดี เพราะนี่คือสัญญาณที่บอกว่า EP อาจกำลังจะตื่น!
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น EP — บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
Eastern Power Group Public Company Limited หรือ EP เป็นหุ้นที่มีโครงสร้างธุรกิจค่อนข้างน่าสนใจ เพราะมีทั้ง ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยยังมีการลงทุนในบริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าและไอน้ำแบบ Cogeneration ด้วย
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
EP มีธุรกิจหลัก 2 ส่วน ได้แก่
ธุรกิจพลังงาน — ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ธุรกิจสิ่งพิมพ์ — โรงพิมพ์ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนการผลิตจนถึงการเข้าเล่ม
ธุรกิจลงทุน — ลงทุนในบริษัทร่วมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้า Cogeneration
จุดที่ต้องจับตาคือ ธุรกิจพลังงานมีลักษณะสร้างกระแสเงินสดระยะยาว หากโครงการสามารถเดินเครื่องได้ตามแผน ขณะที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์มีลักษณะเป็นธุรกิจดั้งเดิมและมีการเติบโตจำกัดกว่า
💰 มุมมองด้านมูลค่า
ข้อมูล SET ณ 9 ก.ย. 2569 ระบุว่า EP มีราคาประมาณ 1.13 บาท Market Cap ราว 1,053.7 ล้านบาท และมี P/BV ประมาณ 0.51 เท่า ขณะที่ EV อยู่ที่ประมาณ 6,651.7 ล้านบาท
การซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีค่อนข้างมากอาจทำให้ EP มีลักษณะเป็น หุ้น Value / Asset Play ได้ แต่ต้องระวังว่า EV ที่สูงเมื่อเทียบกับ Market Cap สะท้อนว่าธุรกิจมีภาระโครงสร้างเงินทุนและหนี้สินที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
⚡ จุดแข็งที่น่าสนใจ

  1. มีธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นแกนสำคัญ
    ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีจุดเด่นด้านรายได้ที่สามารถคาดการณ์ได้มากกว่าธุรกิจที่ขึ้นกับยอดขายสินค้าโดยตรง หากโครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เหมาะสม
  2. มีสินทรัพย์และการลงทุนในธุรกิจพลังงาน
    EP ไม่ได้เป็นเพียงโรงพิมพ์ แต่มีการกระจายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทั้งในและต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสสร้างมูลค่าจากการขยายโครงการในอนาคต
  3. Valuation ค่อนข้างต่ำ
    P/BV ประมาณ 0.51 เท่า ถือเป็นระดับที่ตลาดกำลังให้ส่วนลดกับมูลค่าทางบัญชีอย่างมาก จึงมีโอกาสเกิด Re-rating หากผลประกอบการหรือกระแสเงินสดฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
  4. ราคาหุ้นอยู่ใกล้โซนต่ำของรอบ 52 สัปดาห์
    ข้อมูลล่าสุดระบุกรอบ 52 สัปดาห์ประมาณ 0.90–1.41 บาท โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 1.13 บาท

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ภาระหนี้และต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งอัตราแลกเปลี่ยน กฎระเบียบ และสภาพเศรษฐกิจ
ธุรกิจสิ่งพิมพ์มีแนวโน้มเติบโตจำกัด เมื่อเทียบกับธุรกิจดิจิทัล
ความผันผวนของกำไร อาจเกิดจากส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากบริษัทร่วมและรายการทางบัญชี
ต้องติดตามว่า การลงทุนในพลังงานสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสินทรัพย์และหนี้สิน
📌 มุมมองการลงทุน
ผมมอง EP เป็นหุ้นลักษณะ “Asset Play + Energy Turnaround” มากกว่าหุ้นเติบโตแบบ Growth Stock
ธีลงทุนของ EP คือการรอให้ตลาดเห็นมูลค่าของสินทรัพย์และธุรกิจพลังงานมากขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังสะท้อนส่วนลดค่อนข้างมาก
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงว่า “P/BV ต่ำหรือไม่” — ต้องดูว่า กำไรจากโรงไฟฟ้า + กระแสเงินสด + การลดภาระหนี้ สามารถเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่
สรุป: EP มี Upside เชิงมูลค่า หากธุรกิจพลังงานสร้างกำไรและกระแสเงินสดได้ดีขึ้น แต่ยังเป็นหุ้นที่ต้องติดตามงบการเงินและโครงสร้างหนี้อย่างใกล้ชิด จึงเหมาะกับการวิเคราะห์แบบ Value/Asset Play มากกว่าการมองจาก P/E เพียงอย่างเดียว
หมายเหตุ: ข้อมูลราคาที่อ้างอิงล่าสุดอยู่ที่ 1.13 บาท และงบการเงินล่าสุดที่ SET แสดงคือไตรมาส 2/2569
ถ้ามองในสไตล์ “เพจหุ้นสายเทคนิค” EP จะน่าสนใจมากขึ้นเมื่อราคาเริ่มสร้างฐาน + วอลุ่มกลับมา + สามารถเบรกแนวต้านสำคัญได้พร้อมโมเมนตัม เพราะจะเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มกลับมาให้ความสนใจกับหุ้นตัวนี้อีกครั้ง


Disclaimer

ใส่ความเห็น