วิเคราะห์ หุ้น UMI บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UMI บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UMI บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) UMI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.04บาท28 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.03บาท29 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.03บาท28 พ.ค. 2567เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น UMI
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
UMI ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลน และโมเสก รวมถึงขยายไปยังวัสดุปูพื้นและวัสดุปิดผนัง เช่น SPC และ WPC ดังนั้นทรัพย์สินหลักของบริษัทจึงอยู่ในกลุ่ม ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการผลิตและจัดจำหน่าย

  1. ที่ดินและพื้นที่โรงงาน
    จากข้อมูลรายงานประจำปี บริษัทมีที่ดินหลักใน อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ได้แก่
    ที่ดินแปลงที่ 1 ติดถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) ตำบลโคกแย้ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เนื้อที่ประมาณ 105 ไร่ 2 งาน 22 ตารางวา เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตกระเบื้องจำนวน 2 โรงงาน
    ที่ดินแปลงที่ 2 เลียบคลองระพีพัฒน์ ในพื้นที่ตำบลไผ่จ้อก้อ ตำบลหนองปลิง และตำบลไผ่ต่ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี รวมประมาณ 379 ไร่ 1 งาน 92 ตารางวา ใช้เป็นพื้นที่โรงงานผลิตกระเบื้องและส่วนขยาย
    ที่ดินแปลงที่ 3 ติดถนนสุวรรณศร ตำบลโคกแย้ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ประมาณ 98 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวา เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนของ บริษัท ทีที เซรามิค จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม
  2. โรงงานผลิต
    โรงงานถือเป็นทรัพย์สินหลักของ UMI เนื่องจากเป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์กระเบื้องและวัสดุปิดผิวต่าง ๆ โดยพื้นที่โรงงานในจังหวัดสระบุรีรองรับการผลิตทั้ง กระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องพอร์ซเลน
  3. อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
    บริษัทมีอาคารโรงงานและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต การจัดเก็บสินค้า และการดำเนินงานของธุรกิจ โดยข้อมูลรายงานระบุว่า อาคารและเครื่องจักรมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 609 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566
  4. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    เครื่องจักรเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ UMI ใช้ในกระบวนการผลิตกระเบื้อง ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การขึ้นรูป การเผา การตกแต่ง ไปจนถึงการคัดแยกและบรรจุสินค้า โดยบริษัทระบุว่าเครื่องจักรมีอายุการคิดค่าเสื่อมราคาโดยทั่วไปประมาณ 5–20 ปี
  5. ทรัพย์สินของบริษัทในกลุ่ม
    ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม UMI ยังรวมถึงโรงงานผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนของ TT Ceramic (TTC) ซึ่งช่วยเสริมกำลังการผลิตและขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวัสดุปูพื้นและปิดผิว
  6. สินทรัพย์และฐานทรัพย์สินโดยรวม
    ล่าสุด ณ 31 มีนาคม 2569 UMI มีสินทรัพย์รวมประมาณ 3,052.30 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 1,987.71 ล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทมีฐานสินทรัพย์ที่สำคัญรองรับธุรกิจการผลิตและจำหน่ายวัสดุตกแต่งพื้นและผนัง

สรุปสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์หุ้น
UMI มีฐานทรัพย์สินที่โดดเด่นจากการถือครองที่ดินขนาดใหญ่ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งโรงงานผลิตกระเบื้องหลายแห่ง รวมถึงโรงงานผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนของบริษัทในกลุ่ม ประกอบกับอาคารโรงงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ทำให้ทรัพย์สินด้านการผลิตถือเป็นหนึ่งในฐานสำคัญในการสร้างรายได้ของ UMI ขณะเดียวกัน ที่ดินและโรงงานขนาดใหญ่ยังเป็นสินทรัพย์ที่ควรติดตามในมุมของมูลค่าทรัพย์สินและประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตของบริษัท


สำหรับ หุ้น UMI – บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) โครงสร้างกลุ่มธุรกิจมีทั้งธุรกิจผลิต–จำหน่ายวัสดุปูพื้นและผนัง ธุรกิจจัดจำหน่าย และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยข้อมูลบริษัทปัจจุบันยังสะท้อนการดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยและบริษัทที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง
กลุ่มบริษัทในเครือ UMI

  1. บริษัท ที.ที.เซรามิค จำกัด (มหาชน)
    เป็นธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับ การผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิก ถือเป็นส่วนสำคัญของกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างของ UMI โดย UMI ถือหุ้นในสัดส่วนที่มีอำนาจควบคุม
  2. บริษัท ร่วมพัฒน์เซรามิค จำกัด (RPC)
    ดำเนินธุรกิจด้าน จัดจำหน่ายกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลน กระเบื้องแกรนิตโต้ และสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ PORCELA โดยปัจจุบันยังมีการทำตลาดและจำหน่ายสินค้าในกลุ่มกระเบื้องอย่างต่อเนื่อง
  3. บริษัท ยู เอ็ม ไอ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด
    ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ โดยมีทรัพย์สินอย่างอาคารชำนาญ เพ็ญชาติ บิสเนส เซ็นเตอร์ ซึ่งใช้ประโยชน์ด้านการขายพื้นที่และให้เช่าอาคาร
  4. บริษัท เซอมาส จำกัด
    เกี่ยวข้องกับธุรกิจ จัดจำหน่ายวัตถุดิบประเภทดิน หิน และแร่ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตกระเบื้องเซรามิก จึงมีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตของกลุ่ม UMI
  5. บริษัท ยูมิ ดีพเทค จำกัด
    เป็นบริษัทย่อยที่ UMI จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยมีธุรกิจเกี่ยวกับ การจำหน่ายเครื่องสำอาง อาหารเสริม และสมุนไพร สะท้อนการขยายธุรกิจออกนอกกลุ่มวัสดุก่อสร้างเดิม

สรุปภาพรวมกลุ่ม UMI
โครงสร้างธุรกิจของ UMI สามารถมองเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่
🧱 ธุรกิจกระเบื้องและวัสดุปิดผิว — ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิก พอร์ซเลน โมเสก รวมถึงผลิตภัณฑ์ Floor & Wall Coverings
🏪 ธุรกิจจัดจำหน่าย — กระจายสินค้าไปยังค้าส่ง ค้าปลีก และโครงการอสังหาริมทรัพย์
🏢 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจใหม่ — มีทั้งรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม และสมุนไพร
ปัจจุบัน UMI ยังวางธุรกิจให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ SPC และ WPC นอกเหนือจากกระเบื้องเซรามิก พอร์ซเลน และโมเสกด้วย
มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดเด่นของโครงสร้างกลุ่ม UMI คือการมีธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ วัตถุดิบ → การผลิต → การจัดจำหน่าย → อสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การเพิ่มธุรกิจใหม่อย่าง UMI Deep Tech เป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะแปลงเป็นรายได้และกำไรที่มีนัยสำคัญได้มากน้อยเพียงใด



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น UMI
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย กระเบื้องเซรามิก พอร์ซเลน และโมเสก รวมถึงขยายไปยังวัสดุปูพื้นและปิดผนัง เช่น SPC และ WPC โดยมีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจำหน่ายผ่านค้าส่ง ค้าปลีก และโครงการอสังหาริมทรัพย์
⚠️ 1. ความเสี่ยงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์
ความต้องการกระเบื้องและวัสดุตกแต่งมีความสัมพันธ์กับการก่อสร้างบ้าน อาคาร และโครงการอสังหาริมทรัพย์ หากตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว การเปิดโครงการใหม่ลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ อาจกระทบยอดขายของ UMI ได้
⚠️ 2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
ธุรกิจกระเบื้องและวัสดุปิดผิวมีการแข่งขันสูง ทั้งผู้ผลิตในประเทศและสินค้านำเข้า การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้บริษัทต้องใช้โปรโมชั่นหรือปรับราคาขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ส่งผลต่ออัตรากำไร
⚠️ 3. ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
การผลิตกระเบื้องเซรามิกเป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะความร้อนและการเผา หากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ หรือค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไร
⚠️ 4. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อภายในประเทศ
ธุรกิจค้าปลีกและวัสดุก่อสร้างได้รับผลกระทบจากรายได้และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง หรือผู้บริโภคเลื่อนการปรับปรุงบ้าน อาจทำให้ยอดขายสินค้าวัสดุตกแต่งลดลง
⚠️ 5. ความเสี่ยงจากสินค้าทดแทนและพฤติกรรมผู้บริโภค
ตลาดวัสดุปูพื้นและปิดผนังมีทางเลือกเพิ่มขึ้น เช่น SPC, WPC และวัสดุตกแต่งรูปแบบใหม่ ซึ่ง UMI เองก็ขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว แต่หากบริษัทปรับสินค้าไม่ทันกับเทรนด์ อาจเสียโอกาสทางการตลาดให้กับคู่แข่ง
⚠️ 6. ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงเหลือ
ธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีสินค้าหลากหลายรุ่น สี และลวดลาย หากความต้องการเปลี่ยนแปลงหรือสินค้าไม่เป็นที่นิยม อาจทำให้เกิดสินค้าคงเหลือสูง ต้องลดราคาเพื่อระบายสินค้า และอาจกระทบกำไร
⚠️ 7. ความเสี่ยงจากตลาดส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน
UMI มีการจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นความผันผวนของค่าเงินบาท ต้นทุนโลจิสติกส์ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า อาจส่งผลต่อรายได้และกำไรจากตลาดต่างประเทศ
⚠️ 8. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงิน
แม้ฐานะการเงินล่าสุดมีหนี้สินลดลง โดยข้อมูล 3M/2569 ระบุหนี้สินประมาณ 979.56 ล้านบาท ลดจาก 1,454.41 ล้านบาท ใน 3M/2568 แต่บริษัทก็ยังต้องบริหารเงินทุนหมุนเวียน สินค้าคงเหลือ และภาระทางการเงินอย่างใกล้ชิด
⚠️ 9. ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลประกอบการ
ผลประกอบการของ UMI สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามยอดขาย ต้นทุนการผลิต และปัจจัยพิเศษ โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้ 2,500.81 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 81.18 ล้านบาท ขณะที่ 3M/2569 รายได้อยู่ที่ 684.55 ล้านบาท ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามว่าอัตรากำไรที่ดีขึ้นสามารถรักษาได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
⚠️ 10. ความเสี่ยงด้านการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของตลาด
การขยายจากกระเบื้องดั้งเดิมไปสู่ SPC/WPC และ Floor & Wall Coverings ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แต่ก็ทำให้บริษัทต้องลงทุนด้านสินค้า การตลาด และช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติม ขณะที่ต้องแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นในตลาดวัสดุตกแต่งที่มีการแข่งขันสูง
🔎 มุมมองนักลงทุน
UMI เป็นหุ้นที่ต้องจับตา 3 เรื่องหลัก:
“ยอดขาย – ต้นทุนการผลิต – อัตรากำไร”
จุดที่น่าสนใจคือฐานะการเงินในข้อมูลล่าสุดดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้า และบริษัทกำลังขยายพอร์ตจากกระเบื้องไปยัง SPC/WPC และวัสดุปูพื้น-ผนังทางเลือก แต่ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่ กำลังซื้อ อสังหาริมทรัพย์ การแข่งขันด้านราคา และต้นทุนการผลิต ซึ่งล้วนมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ
สรุป: UMI ไม่ใช่ธุรกิจที่ไม่มีโอกาสเติบโต แต่การเติบโตของกำไรจำเป็นต้องพิสูจน์ผ่านยอดขายที่ฟื้นตัว ควบคุมต้นทุนได้ และสร้างมาร์จิ้นจากสินค้าใหม่อย่าง SPC/WPC ให้ได้อย่างต่อเนื่อง


ข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย เศรณี เพ็ญชาติ87,267,58310.43
2นาง นิภานันท์ ตันตรานนท์77,676,5349.29
3นาง นงนาถ เพ็ญชาติ67,987,1508.13
4น.ส. ปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์52,743,6006.31
5นาง ขนิษฐา มากดวงเทียน23,808,3252.85
6นาย สินธุ์ เหล่าวิวัฒน์วงศ์21,071,4002.52
7นาย ณัฐวุฒิ อนันตประกร20,560,2002.46
8นาง พีรพรรณ เหล่าวิวัฒน์วงศ์18,904,0002.26
9นาย เมธาวี เหล่าวิวัฒน์วงศ์18,795,0002.25
10นาย ณัฐชนา เพ็ญชาติ17,806,8332.13
11นาง ปิยนุช ประภาวงศ์16,946,5002.03
12น.ส. กิรัชฌา เหล่าวิวัฒน์วงศ์14,733,6501.76
13นาง ปัณพร เหล่าวิวัฒน์วงศ์13,112,7251.57
14น.ส. ปัญจมา เหล่าวิวัฒน์วงศ์13,112,4001.57
15น.ส. วรัญญา เหล่าวิวัฒน์วงศ์13,104,0001.57
16บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด10,729,3771.28
17นาย บุญเจือ เอี่ยมพิกุล10,600,0001.27
18นาย ธเนศ รัศมีสุขานนท์10,274,4001.23
19นาง หทัยรัตน์ ลัภภัทร10,267,8001.23
20นาย ธัญ เปลวเทียนยิ่งทวี9,736,9501.16
21นาง วลัยพรรณ เพ็ญชาติ9,500,0001.14
22นาย มานิตย์ บุญประเสริฐ9,200,0001.10
23น.ส. รติรัตน์ เหล่าวิวัฒน์วงศ์6,881,7000.82
24นาย ประสาร ประภาวงศ์6,763,0000.81
25นาย ภูดิท ศรีสกุลดี6,300,0000.75
26นาย ณัฏฐ์ เพ็ญชาติ5,963,6000.71
27นาย วรวัชร ตันตรานนท์5,698,7500.68
28นาย เฉลิมพล วงศ์เมฆ4,930,0000.59
29นาง หทัยกาญจน์ สุริยะ4,604,1000.55
30น.ส. ปิยฉัตร เหล่าวิวัฒน์วงศ์4,541,5000.54
31นาย ศักดิ์ชัย อนันตประกร4,343,0500.52
32นาง ดวงใจ หมู่ผึ้ง4,216,6000.50

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1ร้อยเอก เศรณี เพ็ญชาติประธานคณะกรรมการ
2นาย สุทิน ยุทธนาวราภรณ์กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
3นาง นิภานันท์ ตันตรานนท์กรรมการ
4นางสาว ปวริศา เพ็ญชาติกรรมการ
5นางสาว ปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์กรรมการ
6นาย มารุต มังคละพฤกษ์กรรมการ
7นาย เมธาวี เหล่าวิวัฒน์วงศ์กรรมการ
8นาย วรวัชร ตันตรานนท์กรรมการ
9นาย กฤษณ์ พันธ์รัตนมาลากรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นาง นพรัตน์ รุ่งอุทัยศิริกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
11นาย ศิวะพร ทรรทรานนท์กรรมการอิสระ
12นาย สุพจน์ แก้วมณีกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น UMI
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
UMI เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจจากผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลน สู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน วัสดุปูพื้นและวัสดุปิดผนังแบบครบวงจร (Floor & Wall Coverings) โดยขยายสินค้าไปยังกลุ่ม SPC และ WPC เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าและลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์กระเบื้องเพียงอย่างเดียว
🔹 พัฒนาผลิตภัณฑ์และขยาย Product Mix
บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งกระเบื้องเซรามิก พอร์ซเลน โมเสก รวมถึงวัสดุปูพื้นและปิดผนังประเภทใหม่ เช่น SPC และ WPC เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคและตลาดก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป
🔹 เดินหน้าสู่ Smart Factory และ Digital Transformation
UMI ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับกระบวนการทำงาน โดยพัฒนาระบบ Smart Factory, การบริหารคลังสินค้า และ Workflow & Paperless เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน
🔹 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน
บริษัทมุ่งปรับปรุง Productivity และควบคุมต้นทุนผ่านการบริหารวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการผลิต เครื่องจักร และสินค้าคงคลัง รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
🔹 สร้าง Synergy ภายในกลุ่มบริษัท
ในปี 2569 UMI Group เดินหน้าสร้าง Synergy ภายในกลุ่ม อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุน Productivity Improvement ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัทย่อยที่แล้วเสร็จในไตรมาส 1/2569 ช่วยให้ฐานะการเงินของกลุ่มแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
🔹 ลงทุนด้านพลังงานและความยั่งยืน
บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างต้นทุนระยะยาวผ่านการลงทุนใน ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
🔹 ยกระดับ ESG และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
UMI ให้ความสำคัญกับ ESG อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทได้รับ การรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (Green Culture), รางวัล CSR-DIW และรางวัลธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สะท้อนการยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม
🔹 จากธุรกิจกระเบื้อง สู่การเป็นผู้เล่นวัสดุตกแต่งครบวงจร
พัฒนาการของ UMI ในช่วงหลังจึงไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มยอดขายกระเบื้อง แต่เน้น Product Mix + Efficiency + Digital Transformation + Financial Restructuring + ESG เพื่อสร้างโครงสร้างธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นและความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น
จุดที่น่าสนใจ: ผลประกอบการ 3M/2569 รายได้อยู่ที่ 684.55 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 307.15 ล้านบาท ขณะที่ D/E ลดลงเหลือ 0.47 เท่า จาก 0.95 เท่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าการปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัทย่อยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด93.77186.26221.61157.45239.22
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ644.66596.11551.89629.52644.09
สินค้าคงเหลือ696.60697.98647.89702.86646.75
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,473.571,525.131,490.731,540.291,595.64
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ1,382.111,271.391,227.841,235.841,214.36
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,511.591,397.251,483.611,349.661,483.00
รวมสินทรัพย์2,985.172,922.382,974.352,889.943,078.64
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม55.9125.730.1627.0920.66
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ371.56343.99287.44344.41426.02
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี72.3953.3315.7522.97–
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,118.23611.96521.69581.98592.79
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน356.26800.79860.74777.73422.49
รวมหนี้สิน1,474.491,412.751,382.431,359.711,015.28
ทุนจดทะเบียน836.50836.50836.50836.51836.51
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า836.50836.50836.50836.51836.51
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น15.5015.5015.5015.5015.50
กำไร(ขาดทุน)สะสม198.04224.69285.52242.18585.83
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น413.22396.79539.34396.15544.45
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,463.271,473.491,676.871,490.331,982.29
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย47.4136.14-84.9639.9081.07

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ2,726.152,568.812,453.131,247.161,300.59
รายได้อื่น22.6122.6647.6832.1114.33
รวมรายได้2,748.752,591.472,500.811,279.271,314.92
ต้นทุน2,102.501,892.931,771.54916.91907.59
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร576.70573.12585.85285.26284.68
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย2,708.352,496.832,391.511,216.141,222.54
EBITDA198.77227.35202.68107.63563.90
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย158.37132.7193.3844.5040.44
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้40.4194.64109.3063.13523.46
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-15.6551.7581.1838.39333.77
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.020.060.100.050.40

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน110.50250.40238.9093.03165.73
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-28.88-27.66-54.47-32.77-24.12
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-60.93-130.25-149.08-89.06-124.00
เงินสดสุทธิ20.6992.4935.35-28.8117.61

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)4.144.273.893.94
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)88.1585.4093.7692.73
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)2.712.632.512.61
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)134.45138.65145.18139.77
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.295.614.764.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)68.9965.0576.6979.79
วงจรเงินสด (วัน)153.62159.00162.25152.71

🔥 วิเคราะห์กราฟเทคนิค UMI — สหโมเสคอุตสาหกรรม
UMI กำลังอยู่ในโซน “ลุ้นรีบาวด์ แต่ยังต้องรอเบรกให้ชัด” โดยราคาล่าสุดวันที่ 15 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 0.90 บาท ระหว่างวันแกว่ง 0.90–0.94 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 387,000 หุ้น มูลค่าประมาณ 0.35 ล้านบาท
📊 มุมมองกราฟสายเทคนิค
โครงสร้างระยะสั้นยังเป็นลักษณะ Sideway / สะสมกำลัง หลังราคาปรับตัวลงจากโซนสูงก่อนหน้า โดยจุดที่ต้องจับตาคือการกลับมายืนเหนือแนวต้านพร้อม Volume สนับสนุน
ช่วงเดือน ส.ค. เคยมีแรงซื้อเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด เช่น วันที่ 22 ส.ค. ราคาปิด 0.96 บาท เพิ่มขึ้น 4.35% พร้อมวอลุ่มกว่า 2.65 ล้านหุ้น สะท้อนว่าหุ้นตัวนี้สามารถเกิด Momentum ได้หากมีแรงซื้อกลับเข้ามา
🎯 แนวรับ–แนวต้าน
แนวรับแรก: 0.90 บาท
แนวรับถัดไป: 0.88–0.89 บาท
แนวต้านแรก: 0.94 บาท
แนวต้านสำคัญ: 0.96–0.98 บาท
แนวต้านถัดไป: 1.00 บาท
เกมเทคนิค:
ถ้ายังยืน 0.90 บาท ได้ มีโอกาสสร้างฐานเพื่อรีบาวด์กลับขึ้นทดสอบ 0.94 → 0.96–0.98 บาท แต่ถ้าสามารถ เบรก 0.98 บาท พร้อม Volume พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจ เพราะมีโอกาสเปลี่ยนจาก “แกว่งสะสม” เป็น Breakout + Momentum
ในทางกลับกัน หากหลุด 0.88–0.89 บาท พร้อมวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังแรงขายกดดันต่อเนื่อง
🚨 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
ราคาอย่างเดียวอาจยังไม่พอ — ต้องดู “Volume” ประกอบ
หากเกิดภาพ
ราคาทะลุ 0.98 บาท + Volume ขยายตัว + ยืนเหนือแนวต้านได้
จะถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตาอย่างมากสำหรับการเล่นรอบ
ขณะที่การดีดขึ้นแต่ Volume ไม่ตาม ยังต้องระวังว่าอาจเป็นเพียง Technical Rebound
🔥 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
UMI จ่อจุดวัดใจ! 0.90 บาทคือฐานสำคัญ ส่วน 0.94–0.98 บาทคือด่านพิสูจน์แรงซื้อ
ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา แต่เป็นช่วง “เฝ้าดูการสะสม + รอ Volume ยืนยัน” หากเบรก 0.98 บาทได้แบบมีวอลุ่ม มีโอกาสเห็น Momentum รอบใหม่ แต่ถ้าหลุด 0.88–0.89 บาท ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
สายเทคนิคจับตา: ฐาน 0.90 → เบรก 0.94 → ผ่าน 0.98 = ลุ้น Momentum
หัวใจสำคัญ: “ราคาเบรก + Volume ต้องมา” 📈
ข้อมูลนี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์.


วิเคราะห์หุ้น UMI — บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
UMI เป็นหุ้นในกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลน และโมเสก พร้อมขยายไปยังวัสดุปูพื้นและปิดผนังทางเลือก เช่น SPC และ WPC โดยจำหน่ายผ่านช่องทางค้าส่ง ค้าปลีก และโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
🔎 จุดเด่นของ UMI

  1. ธุรกิจมีความหลากหลายมากกว่ากระเบื้องเพียงอย่างเดียว
    รายได้หลักปี 2568 มาจากกระเบื้องเซรามิกประมาณ 60.42% และกระเบื้องพอร์ซเลนประมาณ 35.03% ขณะที่บริษัทเพิ่มสินค้าใหม่อย่าง SPC และ WPC เพื่อขยายตลาด Floor & Wall Coverings
  2. ฐานะการเงินดีขึ้นชัดเจน
    ปี 2568 UMI มีสินทรัพย์ 2,974.35 ล้านบาท หนี้สิน 1,382.43 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 1,676.87 ล้านบาท โดย D/E อยู่ราว 0.87 เท่า ถือว่าไม่ได้มีภาระหนี้สูงเมื่อเทียบกับฐานทุน
  3. กำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง
    กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 81.18 ล้านบาท เพิ่มจาก 51.75 ล้านบาทในปี 2567 หรือประมาณ 57% แม้รายได้ลดลงจาก 2,591.47 ล้านบาท เหลือ 2,500.81 ล้านบาท สะท้อนการควบคุมต้นทุนและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น

🚀 จุดที่น่าจับตาในปี 2569
ตัวเลข 6M/2569 ถือว่าน่าสนใจมาก โดย UMI มีรายได้รวม 1,314.92 ล้านบาท และกำไรสุทธิสูงถึง 333.77 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 1,982.29 ล้านบาท และหนี้สินลดเหลือ 1,015.28 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไร 6 เดือนที่พุ่งแรงไม่ได้สะท้อนกำไรจากธุรกิจหลักทั้งหมด เพราะบริษัทมี “กำไรจากกิจกรรมอื่น” ถึง 431.09 ล้านบาท ดังนั้นนักลงทุนควรแยกให้ออกระหว่าง กำไรจากการดำเนินงานปกติ กับกำไรพิเศษก่อนประเมินว่ากำไรระดับนี้จะยั่งยืนหรือไม่💰 มุมมองงบการเงิน

ภาพใหญ่ถือว่า ดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้า

รายการ256725686M/69
รายได้รวม2,591.47 ลบ.2,500.81 ลบ.1,314.92 ลบ.
กำไรสุทธิ51.75 ลบ.81.18 ลบ.333.77 ลบ.
สินทรัพย์2,922.38 ลบ.2,974.35 ลบ.3,078.64 ลบ.
หนี้สิน1,412.75 ลบ.1,382.43 ลบ.1,015.28 ลบ.
ส่วนผู้ถือหุ้น1,473.49 ลบ.1,676.87 ลบ.1,982.29 ลบ.

ข้อมูลล่าสุดที่ SET ระบุเป็นงบไตรมาส 2/2569 ซึ่งผ่านการสอบทานแล้ว ประเด็นสำคัญ: ROA และ ROE ใน 6M/69 กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 19.09% และ 21.69% ตามข้อมูลของบริษัท แต่ตัวเลขดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากกำไรพิเศษ จึงไม่ควรนำไป Annualize ตรง ๆ เพื่อคาดกำไรทั้งปี
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
กำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ หากตลาดบ้านและคอนโดชะลอ ความต้องการกระเบื้องอาจลดลง
การแข่งขันด้านราคา ในตลาดกระเบื้องและวัสดุตกแต่งมีการแข่งขันสูง กดดัน Margin
ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ ธุรกิจกระเบื้องเป็นธุรกิจการผลิตที่ใช้พลังงานสูง
กำไรพิเศษอาจไม่เกิดซ้ำ เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการประเมิน UMI ช่วงนี้
สภาพคล่องของหุ้น UMI เป็นหุ้นขนาดเล็ก ปริมาณซื้อขายบางช่วงไม่สูง ทำให้ราคาอาจเคลื่อนไหวเร็วเมื่อมีแรงซื้อหรือแรงขาย
📌 มุมมองเชิงลงทุน
ผมมอง UMI เป็นหุ้นลักษณะ “Turnaround + Value + Asset/Balance Sheet Play” มากกว่าหุ้น Growth เต็มตัว
สิ่งที่น่าสนใจคือ ธุรกิจหลักเริ่มฟื้น ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้น และหนี้ลดลง ขณะที่บริษัทพยายามเพิ่มสินค้าใหม่อย่าง SPC/WPC เพื่อสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติม
แต่ จุดชี้ขาดของ UMI คือกำไรปกติ หากหลังจากตัดกำไรพิเศษออกแล้ว ธุรกิจหลักยังสามารถรักษา Margin และสร้างกำไรเพิ่มขึ้นได้ หุ้นจะมี Story ที่น่าสนใจมากขึ้น
ด้านราคาหุ้น ล่าสุดวันที่ 14 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 0.90 บาท ตามข้อมูล SET
สรุปสั้น ๆ:
UMI เริ่มเห็นสัญญาณ “งบฟื้น–หนี้ลด–ฐานทุนแข็งแรง” แต่ยังต้องพิสูจน์ว่ากำไรที่พุ่งแรงในปี 2569 จะเปลี่ยนเป็นกำไรจากธุรกิจหลักที่ยั่งยืนได้หรือไม่ หากทำได้ Story ของหุ้นจะเปลี่ยนจากหุ้นวัสดุก่อสร้างขนาดเล็กธรรมดา ไปสู่หุ้น Turnaround ที่น่าจับตา ได้เลย
มุมมอง: ⭐⭐⭐½/5 — น่าสนใจแบบเก็งกำไร/Turnaround แต่ต้องจับตากำไรปกติและ Volume อย่างใกล้ชิด


Disclaimer

ใส่ความเห็น