วิเคราะห์ หุ้น TPCH บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TPCH อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI ทรัพยากร (Resources)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 08 ม.ค. 2558 | 401.20 | กลุ่มอุตสาหกรรม MAI ทรัพยากร (Resources) | TPCH |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีบริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล เป็นบริษัทแกน
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.43 | 0.72 | 0.58 | -0.48 | 0.24 | -1.55 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.82 | 1.08 | 1.65 | 0.92 | 1.04 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ต.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.04 | บาท | 15 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2567 | 0.13 | บาท | 04 ธ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.23 | บาท | 17 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.40 | บาท | 20 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.18 | บาท | 18 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ต.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.05 | บาท | 18 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 ก.ย. 2564 | 0.34 | บาท | 07 ธ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.11 | บาท | 20 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TPCH
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ประกอบธุรกิจในลักษณะ Holding Company โดยลงทุนในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ดังนั้นทรัพย์สินสำคัญของกลุ่มจึงอยู่ในรูป เงินลงทุนในบริษัทย่อย/กิจการร่วมค้า โรงไฟฟ้า เครื่องจักร และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
- โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล
เป็นทรัพย์สินหลักของกลุ่ม TPCH ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าที่ใช้ เชื้อเพลิงชีวมวล ในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น CRB, TSG, PGP, SGP, MWE และ PTG ซึ่งมีเครื่องจักรและระบบผลิตไฟฟ้าเป็นสินทรัพย์หลักของแต่ละโครงการ
ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
อาคารและสิ่งปลูกสร้างโรงไฟฟ้า
หม้อไอน้ำและระบบเผาไหม้
กังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ระบบลำเลียงและจัดเก็บเชื้อเพลิงชีวมวล
ระบบบำบัดมลพิษและระบบควบคุมสิ่งแวดล้อม
ระบบสายส่งและอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบไฟฟ้า - โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
TPCH มีการลงทุนในธุรกิจ โรงไฟฟ้าขยะเพื่อชุมชน รวมถึงกลุ่มกิจการร่วมค้า เช่น SPNT และ MGP โดยทรัพย์สินประกอบด้วยโรงไฟฟ้า เครื่องจักร ระบบจัดการเชื้อเพลิงขยะ และระบบผลิตไฟฟ้า - โครงการพลังงานแสงอาทิตย์
กลุ่มบริษัทมีการพัฒนาโครงการ Solar Power ในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการในประเทศลาว ซึ่งตามข้อมูลบริษัทในปี 2568 มีโครงการที่วางแผนกำลังการผลิตขายประมาณ 100 MW
ทรัพย์สินสำคัญ ได้แก่
ที่ดินและพื้นที่ติดตั้งโครงการ
แผง Solar PV
Inverter
โครงสร้างรองรับแผง
ระบบควบคุมและแปลงกระแสไฟฟ้า
ระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า - โครงการพลังงานลมในประเทศกัมพูชา
TPCH ลงทุนใน Indochina Wind Power (IWP) ในสัดส่วน 40% เพื่อพัฒนาโครงการพลังงานลมในประเทศกัมพูชา โดยโครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ Electricité du Cambodge หรือ EDC สำหรับกำลังการผลิตขาย 150 MW ระยะเวลา 25 ปี ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยในปี 2568
ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ได้แก่
พื้นที่โครงการ
กังหันลม
เสากังหันและใบพัด
ระบบผลิตและควบคุมไฟฟ้า
ระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า - เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า
เนื่องจาก TPCH เป็น Holding Company สินทรัพย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่เฉพาะในรูปโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือโดยตรง แต่รวมถึง เงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า ที่ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนด้วย โดย SET ระบุชัดว่า TPCH ลงทุนในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน - อาคารสำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการบริหาร
นอกจากทรัพย์สินด้านโรงไฟฟ้าแล้ว กลุ่มบริษัทมีทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น
อาคารและสำนักงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน
ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ยานพาหนะและอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงาน
สรุปในมุมวิเคราะห์หุ้น ทรัพย์สินของ TPCH สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก
| กลุ่มทรัพย์สิน | ลักษณะ |
|---|---|
| ⚡ โรงไฟฟ้าชีวมวล | สินทรัพย์หลัก สร้างรายได้จากการขายไฟฟ้า |
| ♻️ โรงไฟฟ้าขยะ | ผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน |
| ☀️🌬️ พลังงานแสงอาทิตย์และลม | โครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ |
| 🏢 เงินลงทุน/สินทรัพย์สนับสนุน | เงินลงทุนในบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า อาคารและอุปกรณ์ |
ในภาพรวม สินทรัพย์ของ TPCH มีลักษณะเป็นสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใช้สร้างกระแสเงินสดระยะยาว โดย SET รายงานว่าสินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 7,723.81 ล้านบาท ณ ไตรมาส 1/2568 ขณะที่งบปี 2568 ได้ถูกนำส่งและเผยแพร่โดยบริษัทผ่าน SET แล้ว
ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุน: มูลค่าและความสามารถในการสร้างรายได้ของทรัพย์สินกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับอัตราการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิง เงื่อนไข PPA และความคืบหน้าของโครงการใหม่ โดยข้อมูลไตรมาส 1/2568 ระบุว่าโครงการ CRB, TSG, PGP, SGP และ MWE มีอัตราการเดินเครื่องเฉลี่ยมากกว่า 95% ขณะที่ PTG อยู่ที่ 87%
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TPCH
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ดำเนินธุรกิจในลักษณะ Holding Company โดยถือหุ้นในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และให้บริการสนับสนุนแก่บริษัทในกลุ่ม โดยมี บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด (CRB) เป็นบริษัทแกนของกลุ่ม บริษัทสำคัญในกลุ่ม TPCH
| บริษัท | ลักษณะธุรกิจ | สัดส่วนที่ TPCH ถือหุ้น* |
|---|---|---|
| บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด (CRB) | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล | 73.13% |
| บริษัท แม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ จำกัด (MWE) | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล | 85.00% |
| บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด (MGP) | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล | 46.00% |
| บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด (TSG) | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล | 65.00% |
| บริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด (PGP) | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล | — |
| บริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด (SGP) | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล | — |
| บริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด (PTG) | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล | — |
| บริษัท พี พี แอล พาวเวอร์ จำกัด (PPLP) | ผลิต/จำหน่ายก๊าซชีวภาพ | 51.00% |
| TPCH Power 9, 10, 11, 14, 15, 18, 19 | โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน/ชีวมวล | — |
| บริษัท มหานคร พาวเวอร์ จำกัด / โครงการพลังงานต่างประเทศ | พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ | — |
*สัดส่วนด้านบนอ้างอิงข้อมูลที่เปิดเผยในเอกสารของบริษัท/ตลาดทุน และบางบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุนตามช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบงบการเงินและ One Report ล่าสุดก่อนนำตัวเลขไปใช้เป็นข้อมูลปัจจุบัน
กลุ่มธุรกิจหลักของ TPCH
โรงไฟฟ้าชีวมวล
เป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม ได้แก่ CRB, MWE, MGP, TSG, PGP และ SGP โดยใช้เชื้อเพลิงชีวมวล เช่น เศษไม้ แกลบ ชีวมวลจากยางพารา ปาล์ม และมะพร้าว เป็นต้น
โรงไฟฟ้าชุมชนและโครงการพลังงานหมุนเวียน
TPCH มีการพัฒนาโครงการผ่านบริษัทในกลุ่ม เช่น TPCH9, TPCH10, TPCH11, TPCH14, TPCH15, TPCH18 และ TPCH19 ซึ่งอยู่ในกลุ่มโครงการพลังงานชีวมวล/โรงไฟฟ้าชุมชนตามแผนการลงทุนของบริษัท
พลังงานรูปแบบอื่นและการขยายการลงทุน
นอกจากชีวมวลแล้ว TPCH มีการขยายการลงทุนไปยังพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น โดยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ระบุถึงแผนพัฒนา พลังงานแสงอาทิตย์ใน สปป.ลาว และโครงการพลังงานลมในกัมพูชา ซึ่งสะท้อนการขยายพอร์ตจากโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศไปสู่พลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ
จุดที่น่าสนใจของโครงสร้างกลุ่ม
โครงสร้างของ TPCH จึงสามารถมองเป็น “บริษัทแม่ → บริษัทโรงไฟฟ้า → รายได้จากการขายไฟฟ้า” โดยบริษัทแม่ทำหน้าที่ลงทุน บริหาร และสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม ขณะที่บริษัทย่อยเป็นผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้าโดยตรง
อีกประเด็นสำคัญคือ TPCH เคยปรับพอร์ตการลงทุน โดยในปี 2566 บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในกลุ่ม TPCH1, TPCH2, TPCH5 และ ECO เพื่อปรับโครงสร้างพอร์ตและลดการลงทุนในโครงการที่ผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายเดิม
สรุปสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์หุ้น:
TPCH เป็น Holding Company ที่มีแกนธุรกิจอยู่ในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะชีวมวล ผ่านบริษัทย่อยหลายแห่ง เช่น CRB, MWE, MGP, TSG, PGP และ SGP พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตไปสู่พลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นและโครงการในต่างประเทศ ทำให้โครงสร้างกลุ่มมีทั้งโรงไฟฟ้าที่ดำเนินงานแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
ข้อมูลของ ก.ล.ต. แสดงว่าปัจจุบันมี One Report ปี 2568 ของ TPCH เผยแพร่แล้ว ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จึงเป็นเอกสารหลักที่ควรใช้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทย่อยและสัดส่วนการถือหุ้นล่าสุดก่อนเผยแพร่บทวิเคราะห์
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TPCH
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
TPCH ประกอบธุรกิจลงทุนและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า โดยมีความเกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลและพลังงานหมุนเวียน ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะอยู่ทั้งด้าน เชื้อเพลิง การเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ต้นทุนการลงทุน นโยบายภาครัฐ และผลตอบแทนของโครงการ โดยข้อมูลล่าสุดของบริษัทมีรายงานประจำปี 2568 และงบการเงินถึงไตรมาส 2/2569 เผยแพร่ผ่าน ก.ล.ต. แล้ว
- ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและต้นทุนเชื้อเพลิง
โรงไฟฟ้าชีวมวลต้องพึ่งพาวัตถุดิบ เช่น เศษไม้ แกลบ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หากปริมาณวัตถุดิบลดลงหรือราคาปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและกดดันอัตรากำไร
บริษัทเคยระบุถึงกรณีที่ ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้นจนส่งผลต่อผลประกอบการของโรงไฟฟ้าบางโครงการ ซึ่งสะท้อนว่าความผันผวนของเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยสำคัญของธุรกิจ - ความเสี่ยงจากประสิทธิภาพและการหยุดซ่อมโรงไฟฟ้า
รายได้ของโรงไฟฟ้าขึ้นอยู่กับความสามารถในการเดินเครื่องและผลิตไฟฟ้า หากเครื่องจักรขัดข้อง ต้องหยุดซ่อม หรือมีประสิทธิภาพต่ำกว่าคาด อาจทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายลดลง
บริษัทมีการเปิดเผยว่าการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเป็นระยะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เคยกระทบผลการดำเนินงานของบางโครงการ - ความเสี่ยงจากการก่อสร้างโครงการล่าช้า
โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีระยะเวลาก่อสร้างหลายขั้นตอน หากการก่อสร้างล่าช้า ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น หรือการติดตั้งและทดสอบเครื่องจักรไม่เป็นไปตามแผน อาจทำให้โครงการเริ่มสร้างรายได้ช้ากว่าประมาณการ
เอกสารของบริษัทระบุถึงความเสี่ยงทั้ง เงินลงทุนสูงกว่าคาด ราคาค่าก่อสร้างสูงขึ้น และการพัฒนา/ก่อสร้างล่าช้า - ความเสี่ยงจากผลตอบแทนของโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
การลงทุนในโรงไฟฟ้าเป็นการลงทุนระยะยาว หากปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ต่ำกว่าประมาณการ ราคาขายไฟฟ้าไม่เป็นไปตามสมมติฐาน หรือต้นทุนดำเนินงานสูงกว่าคาด ผลตอบแทนจากโครงการอาจต่ำกว่าที่วางแผนไว้
บริษัทระบุความเสี่ยงโดยตรงว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และมีการติดตามผลตอบแทนของโรงไฟฟ้าที่เข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง - ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐและโครงสร้างค่าไฟฟ้า
ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเกี่ยวข้องกับนโยบายของภาครัฐ การรับซื้อไฟฟ้า ใบอนุญาต และเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หากนโยบายด้านพลังงานหรือหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลต่อการพัฒนาโครงการใหม่และรายได้ในอนาคต - ความเสี่ยงด้านเงินลงทุนและภาระทางการเงิน
การพัฒนาโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งค่าก่อสร้าง เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และเงินทุนหมุนเวียน หากต้องใช้เงินกู้เพื่อขยายโครงการ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินสามารถกระทบกระแสเงินสดและกำไรของบริษัทได้ - ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ
โรงไฟฟ้าและแหล่งวัตถุดิบอาจได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วม ฝนตกหนัก ภัยแล้ง หรือเหตุการณ์สภาพอากาศผิดปกติ ซึ่งอาจกระทบทั้งการจัดหาชีวมวล การขนส่งวัตถุดิบ และการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า โดยบริษัทเองเคยมีการแจ้งสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ด้วย - ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเกิดปัญหาด้านมลพิษ เสียง ฝุ่น หรือผลกระทบต่อชุมชน อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การหยุดดำเนินงาน หรือข้อจำกัดในการขยายโครงการ - ความเสี่ยงจากการกระจายตัวของโครงการ
แม้การมีหลายโครงการช่วยกระจายความเสี่ยง แต่หากโครงการบางแห่งมีผลประกอบการต่ำกว่าคาดอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ผลตอบแทนรวมของกลุ่มลดลง บริษัทจึงมีการประเมินผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง และในอดีตมีการพิจารณาจัดการการลงทุนในโครงการที่ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย - ความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจใหม่
หาก TPCH ขยายจากธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลไปยังพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นหรือโครงการใหม่ บริษัทจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี เงินลงทุน ใบอนุญาต คู่ค้า และความสามารถในการสร้างผลตอบแทน ซึ่งอาจแตกต่างจากธุรกิจเดิม
สรุปความเสี่ยง TPCH แบบนักลงทุน
จุดที่ควรจับตาเป็นพิเศษ:
ต้นทุนเชื้อเพลิง → ปริมาณวัตถุดิบ → Availability โรงไฟฟ้า → ปริมาณไฟฟ้าที่ขายได้ → ราคาขายไฟ → ต้นทุนทางการเงิน → ผลตอบแทนของโครงการ
สำหรับ TPCH สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนโครงการที่มี แต่คือ แต่ละโรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ และสามารถควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ เพราะบริษัทเคยเปิดเผยว่าต้นทุนเชื้อเพลิงสูง ราคาขายไฟค่อนข้างต่ำ และการหยุดซ่อมบำรุง ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้บางโครงการมีผลดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) | 173,548,860 | 43.26 |
| 2 | นาย อนันต์ ระวีแสงสูรย์ | 16,400,000 | 4.09 |
| 3 | นาย ชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย | 12,428,000 | 3.10 |
| 4 | นาย สันติ โกวิทจินดาชัย | 11,000,000 | 2.74 |
| 5 | นาง ลักษมณ์สุนีย์ หทัยวิทวัส | 10,328,400 | 2.57 |
| 6 | บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด | 4,040,000 | 1.01 |
| 7 | นาย ธนภาคย์ ยงพิพัฒน์วงศ์ | 4,000,000 | 1.00 |
| 8 | นาย ไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี | 4,000,000 | 1.00 |
| 9 | นาย เจริญ ตั้งสิริวงศ์ | 3,416,600 | 0.85 |
| 10 | นาย ไพศาล สุวัฒิกะ | 3,400,300 | 0.85 |
| 11 | นาย อนุรักษ์ บุญแสวง | 2,972,400 | 0.74 |
| 12 | นาย สมชาย สาธิตอเนกชัย | 2,227,700 | 0.56 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ธนู กุลชล | ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ |
| 2 | นาย เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 3 | นาง กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี | กรรมการ |
| 4 | นาย ไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี | กรรมการ |
| 5 | นาย ปฐมพล สาวทรัพย์ | กรรมการ |
| 6 | นาย พล คงเสือ | กรรมการ |
| 7 | นาย ธันวา ธีระวิทยเลิศ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาย นรชัย ศรีพิมล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาง บุญทิพา สิมะสกุล | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TPCH
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
TPCH เริ่มต้นจากการจัดตั้งบริษัทในปี 2555 เพื่อเป็นแกนนำในการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกลุ่มไทยโพลีคอนส์ ก่อนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2557 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อ 8 มกราคม 2558
พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
- 2555–2557: วางโครงสร้างธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
บริษัทจัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมและบริหารการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยเน้น โรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นธุรกิจหลัก และเริ่มขยายไปสู่พลังงานจากขยะ ต่อมาในปี 2557 TPCH เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนและเพิ่มทุนเพื่อเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ - 2558: เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
TPCH เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2558 ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนเพื่อรองรับการขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในระยะต่อมา - 2556–2564: ขยายฐานโรงไฟฟ้าชีวมวลอย่างต่อเนื่อง
บริษัททยอยพัฒนาและนำโรงไฟฟ้าชีวมวลหลายโครงการเข้าสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ได้แก่ CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP, PTG, TPCH5, TPCH1 และ TPCH2 โดยโรงไฟฟ้า TPCH2 เริ่ม COD ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ส่งผลให้บริษัทมีฐานโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ดำเนินงานเชิงพาณิชย์จำนวน 10 แห่งตามข้อมูลบริษัท - ขยายจากชีวมวลสู่ “พลังงานขยะ”
TPCH เพิ่มการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โดยเข้าลงทุนใน บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด (SP) ซึ่งดำเนินธุรกิจนำขยะมูลฝอยมาใช้ผลิตไฟฟ้า และต่อมาพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม เพื่อกระจายประเภทแหล่งพลังงานของกลุ่มบริษัท - 2567–2568: เดินหน้าขยายการลงทุนไปต่างประเทศ
บริษัทเริ่มขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนออกนอกประเทศไทย โดยลงทุนใน
โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใน สปป.ลาว (MKP) กำลังการผลิตขาย 100 MW
โครงการพลังงานลมในกัมพูชา (IWP) กำลังการผลิตขาย 150 MW และมี PPA กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้ากัมพูชาเป็นระยะเวลา 25 ปี
การขยายดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนจากการพึ่งพาโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศไปสู่พอร์ต Solar + Wind + Waste + Biomass - ปี 2568: โครงการต่างประเทศเข้าสู่ช่วงก่อสร้างและเตรียม COD
ในไตรมาส 1/2568 โครงการ MKP อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยบริษัทตั้งเป้า COD ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 ขณะที่โครงการ IWP อยู่ระหว่างการพัฒนาใบอนุญาตก่อสร้างและการคัดเลือกผู้รับเหมา - ปี 2568–2569: เร่งสร้างฐานรายได้จากโครงการใหม่
ข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่าในไตรมาส 4/2568 โครงการ MKP และ IWP มีความคืบหน้าการก่อสร้าง และมีการทดสอบขนานไฟบางส่วนในช่วงปลายปี 2568 โดยบริษัทคาดว่าในปี 2569 จะสามารถทยอยจ่ายไฟเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม IWP มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ โดยบริษัทอยู่ระหว่างการหาผู้ร่วมทุนและมีการรับรู้ด้อยค่าเงินลงทุนโครงการจำนวนประมาณ 325.77 ล้านบาท ตามคำอธิบายงบปี 2568 ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ควรติดตามควบคู่กับความคืบหน้าของโครงการต่างประเทศ - พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม
บริษัทเดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มเติม เช่น SPNS และ SPNK รวมถึงศึกษาโครงการเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานขยะในพอร์ต โดยในปี 2568 บริษัทระบุแผนพัฒนาโครงการ SP4–SP7 เพิ่มเติมด้วย
ภาพรวมพัฒนาการของ TPCH
TPCH มีพัฒนาการจาก “ผู้ลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศ” → “ผู้พัฒนาพอร์ตพลังงานหมุนเวียนหลากหลายประเภท” โดยปัจจุบันมีการลงทุนครอบคลุม ชีวมวล + ขยะชุมชน + พลังงานแสงอาทิตย์ + พลังงานลม และขยายการลงทุนจากประเทศไทยไปยัง ลาวและกัมพูชา
ประเด็นพัฒนาการที่น่าติดตามในระยะถัดไป คือการทยอย COD ของโครงการต่างประเทศ โดยเฉพาะ MKP, การแก้ไขสถานะของ IWP, ประสิทธิภาพการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าขยะ และการพัฒนาโครงการขยะใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายกำลังผลิตและโครงสร้างรายได้ของ TPCH ในอนาคต.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปรับปรุง (30 ก.ย. 2567) | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 266.79 | 373.96 | 43.40 | 82.96 | 7.02 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 750.70 | 536.51 | 550.73 | 453.70 | 447.10 |
| สินค้าคงเหลือ | 49.70 | 51.68 | 52.01 | 53.09 | 47.46 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,979.07 | 2,121.00 | 1,860.68 | 1,868.35 | 1,182.74 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 4,302.35 | 4,074.25 | 3,883.95 | 3,967.08 | 3,775.34 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 5,784.29 | 5,678.27 | 5,101.60 | 5,713.13 | 4,853.81 |
| รวมสินทรัพย์ | 7,763.35 | 7,799.27 | 6,962.28 | 7,581.48 | 6,036.56 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 25.00 | 4.32 | 37.32 | 85.39 | 39.14 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 352.23 | 230.43 | 265.91 | 257.34 | 309.80 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 2,007.58 | 1,625.80 | 781.78 | 1,622.56 | 741.02 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 2,405.72 | 1,964.20 | 1,127.06 | 2,039.09 | 1,141.98 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 1,451.14 | 2,062.24 | 2,288.01 | 1,735.60 | 1,951.39 |
| รวมหนี้สิน | 3,856.86 | 4,026.44 | 3,415.07 | 3,774.69 | 3,093.37 |
| ทุนจดทะเบียน | 401.20 | 401.20 | 401.20 | 401.20 | 401.20 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 401.20 | 401.20 | 401.20 | 401.20 | 401.20 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,254.31 | 1,254.31 | 1,254.31 | 1,254.31 | 1,254.31 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 1,628.23 | 1,564.23 | 1,357.16 | 1,646.13 | 734.41 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 9.19 | 9.19 | 9.19 | 9.19 | 9.19 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 3,292.92 | 3,228.93 | 3,021.85 | 3,310.82 | 2,399.10 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 613.57 | 543.90 | 525.36 | 495.97 | 544.09 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 2,851.42 | 2,365.17 | 2,206.41 | 1,134.82 | 1,069.55 |
| รายได้อื่น | 13.26 | 11.96 | 58.55 | 5.48 | 22.97 |
| รวมรายได้ | 2,893.34 | 2,444.69 | 2,355.00 | 1,181.20 | 1,136.77 |
| ต้นทุน | 2,009.57 | 1,629.12 | 1,608.20 | 773.99 | 760.02 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 373.54 | 177.38 | 187.39 | 97.32 | 75.04 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 2,383.10 | 1,837.90 | 2,123.41 | 871.81 | 1,562.57 |
| EBITDA | 839.88 | 828.41 | 421.47 | 409.80 | -329.26 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 365.22 | 273.43 | 280.16 | 137.94 | 145.35 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 474.66 | 554.98 | 141.31 | 271.86 | -474.61 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 288.44 | 234.30 | -192.23 | 96.74 | -622.75 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.72 | 0.58 | -0.48 | 0.24 | -1.55 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 710.86 | 527.54 | 678.15 | 382.23 | 359.67 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -970.19 | -84.57 | -188.69 | -309.40 | -81.43 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 348.26 | -335.80 | -820.02 | -363.83 | -314.63 |
| เงินสดสุทธิ | 88.93 | 107.18 | -330.56 | -291.00 | -36.39 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 5.65 | 5.22 | 5.95 | 6.08 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 64.64 | 69.98 | 61.33 | 60.02 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 32.14 | 31.02 | 34.89 | 31.71 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 11.36 | 11.77 | 10.46 | 11.51 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 11.05 | 10.47 | 13.17 | 12.40 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 33.02 | 34.85 | 27.72 | 29.43 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 42.97 | 46.89 | 44.07 | 42.11 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์กราฟเทคนิค TPCH — ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง
TPCH กำลังอยู่ในช่วง “พักฐานหลังแรงขาย” หลังราคาปรับตัวลงแรงจากบริเวณ 1.20–1.40 บาทในเดือนสิงหาคม ก่อนลงมาทดสอบโซนต่ำกว่า 1 บาท โดยราคาปิดล่าสุดวันที่ 18 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 0.96 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.92–2.92 บาท
🔥 ภาพกราฟที่ต้องจับตา
จากข้อมูลราคาย้อนหลัง TPCH เคยพุ่งขึ้นแรงในวันที่ 28 ส.ค. จาก 0.94 ไปปิด 1.06 บาท (+12.77%) พร้อม Volume กว่า 41.1 ล้านหุ้น แต่หลังจากนั้นราคากลับเข้าสู่การพักฐานต่อเนื่อง จนล่าสุดปิดที่ 0.96 บาท
จุดสำคัญคือบริเวณ 0.92–0.95 บาท เพราะเป็นโซนที่ราคาลงมาทดสอบหลายครั้ง หากยังยืนได้ มีโอกาสเกิด Technical Rebound แต่ถ้าหลุด 0.92 บาทลงมาพร้อม Volume จะทำให้ภาพเทคนิคกลับมาเป็นลบชัดเจนขึ้น
📌 แนวรับ–แนวต้าน
| ระดับ | มุมมองทางเทคนิค |
|---|---|
| 0.92–0.95 | 🟢 แนวรับสำคัญ / ฐานเดิม |
| 0.90 | แนวรับจิตวิทยา |
| 0.97–1.00 | 🔴 ด่านแรก ต้องผ่านให้ได้ |
| 1.02–1.06 | 🔥 แนวต้านสำคัญ + โซน Volume เดิม |
| 1.10–1.20 | แนวต้านถัดไป หากเกิดรอบฟื้นตัว |
🚨 เกมนี้วัดกันที่ “1 บาท”
ราคาปัจจุบัน 0.96 บาท ยังอยู่ต่ำกว่า 1 บาท ดังนั้นการกลับขึ้นไปยืนเหนือ 0.97–1.00 บาท ให้ได้ก่อน จะเป็นสัญญาณแรกว่ากำลังซื้อเริ่มกลับมา
ถ้าสามารถ ทะลุ 1.00 บาท + Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเปิดทางให้ลุ้นทดสอบ 1.02–1.06 บาท
และถ้า เบรก 1.06 บาทพร้อม Volume หนาแน่น จะทำให้โครงสร้างระยะสั้นเริ่มเปลี่ยนจาก “รีบาวด์” เป็น “รอบฟื้นตัว” ได้มากขึ้น
⚡ Volume คือพระเอกของรอบนี้
จุดที่น่าสนใจมากคือวันที่ 28 ส.ค. TPCH มี Volume พุ่งขึ้นกว่า 41 ล้านหุ้น ขณะที่ราคาปิดบวกแรง 12.77% แต่หลังจากนั้น Volume ลดลงและราคาค่อย ๆ ถอยกลับลงมา
ดังนั้น หากจะมองหาสัญญาณ Breakout จริง ต้องการเห็นลักษณะ
ราคาเบรก 1.00 → Volume เพิ่ม → ผ่าน 1.02–1.06 → ยืนเหนือแนวต้าน
มากกว่าการที่ราคาดีดขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่ Volume ยังบาง
📉 จุดที่ต้องระวัง
ถ้าราคา หลุด 0.92 บาท ซึ่งเป็น Low ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมและอยู่ใกล้ Low 52 สัปดาห์ที่ 0.92 บาท ภาพ Technical จะเสียทรงมากขึ้น และควรระวังแรงขายรอบใหม่
🎯 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
TPCH ยังไม่ใช่กราฟขาขึ้นเต็มตัว แต่กำลังอยู่ในโซนที่ต้องจับตาการสร้างฐาน
🔥 ผ่าน 1.00 บาท + Volume = เริ่มมีสัญญาณบวก
🚀 ผ่าน 1.06 บาท + Volume = ลุ้นรอบรีบาวด์แรงขึ้น
🎯 เป้าหมายถัดไป 1.10–1.20 บาท
⚠️ หลุด 0.92 บาท = ต้องระวังภาพเสียทรง
คีย์เวิร์ดของ TPCH ตอนนี้คือ “ฐาน 0.92–0.95 / เบรก 1 บาท / Volume ต้องมา”
ทั้งนี้ การวิเคราะห์ข้างต้นเป็นการอ่านโครงสร้างราคาและ Volume จากข้อมูลล่าสุดที่มีถึง 18 ก.ย. 2569 ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขาย และข้อมูล SET ระบุว่าราคาล่าสุด ณ วันดังกล่าวอยู่ที่ 0.96 บาท
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น TPCH — บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เป็นบริษัท Holding Company ที่ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีฐานธุรกิจหลักจาก โรงไฟฟ้าชีวมวล และขยายไปสู่พลังงานขยะ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมทั้งในไทยและต่างประเทศ
- ภาพรวมธุรกิจ
โครงสร้างธุรกิจของ TPCH มีลักษณะกระจายไปตามประเภทพลังงาน ได้แก่
ชีวมวล (Biomass) — เป็นธุรกิจหลักและเป็นฐานรายได้สำคัญของกลุ่ม
พลังงานขยะ — ผ่านโครงการโรงไฟฟ้าขยะและการพัฒนาโครงการเพิ่มเติม
พลังงานแสงอาทิตย์ — มีโครงการในประเทศลาว
พลังงานลม — ลงทุนในโครงการ Indochina Wind Power หรือ IWP ในกัมพูชา โดยมี PPA กำลังผลิตขาย 150 MW ระยะเวลา 25 ปี
การลงทุนในต่างประเทศ — เป็นหนึ่งในแนวทางเพิ่มกำลังการผลิตและกระจายแหล่งรายได้
จุดสำคัญคือ TPCH ไม่ได้เป็นเพียงโรงไฟฟ้าชีวมวลแบบเดิม แต่กำลังพยายามเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่ Renewable Energy Platform ที่มีพลังงานหลายประเภทมากขึ้น - จุดแข็งของ TPCH
① มีฐานโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องอยู่แล้ว
ข้อมูลบริษัทในช่วงปี 2568 ระบุว่าโครงการ CRB, TSG, PGP, SGP และ MWE มีอัตราการเดินเครื่องเฉลี่ยมากกว่า 95% ขณะที่ PTG อยู่ที่ประมาณ 87% สะท้อนว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีอยู่สามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ในระดับหนึ่ง
② มีโอกาสเติบโตจากโครงการใหม่
TPCH มีการลงทุนในพลังงานหลายประเภท โดยเฉพาะโครงการ Solar ในลาว และ Wind ในกัมพูชา ซึ่งหากสามารถพัฒนาและ COD ได้ตามแผน จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตและลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศ
③ ธุรกิจ Renewable Energy มีรายได้ระยะยาว
ธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว ทำให้ลักษณะธุรกิจแตกต่างจากธุรกิจที่ต้องพึ่งพายอดขายสินค้าในแต่ละเดือน
④ ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก
ณ 18 ก.ย. 2569 SET รายงาน TPCH ที่ 0.96 บาท มี Market Cap ประมาณ 385 ล้านบาท และ P/BV ประมาณ 0.16 เท่า ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.92–2.92 บาท
อย่างไรก็ตาม P/BV ต่ำไม่ได้หมายความว่าหุ้นถูกโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทกำลังเผชิญกับปัญหาผลประกอบการและคุณภาพสินทรัพย์ - ประเด็นที่ต้องจับตาอย่างมาก
⚠️ ผลประกอบการปี 2569 พลิกเป็นขาดทุนหนัก
นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดของ TPCH ในขณะนี้
ไตรมาส 2/2569 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิ 567.9 ล้านบาท เทียบกับกำไร 31.4 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568
ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ขาดทุนสุทธิ 622.8 ล้านบาท เทียบกับกำไร 96.7 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
และที่สำคัญ รายงานผู้สอบบัญชีระบุเป็น ความเห็นแบบมีเงื่อนไข - ทำไมกำไรจึงทรุดหนัก?
ข้อมูล SET ระบุว่ามีรายการ Expected Credit Loss (ECL) ที่สำคัญ 2 รายการในไตรมาส 2/2569 ได้แก่
เงินให้กู้ยืมแก่ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) ตั้ง ECL ประมาณ 135.5 ล้านบาท
เงินให้กู้ยืมแก่ บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด ตั้ง ECL ประมาณ 590.0 ล้านบาท
รวมกันประมาณ 725.4 ล้านบาท
ดังนั้น การอ่านงบ TPCH ในปี 2569 ต้องแยกให้ออกระหว่าง
“ผลประกอบการของโรงไฟฟ้า”
กับ
“ผลกระทบจากรายการทางบัญชีและความเสี่ยงของเงินให้กู้ยืม/การลงทุน”
เพราะตัวเลขขาดทุนสุทธิที่เห็นไม่ได้สะท้อนเพียงประสิทธิภาพการขายไฟฟ้าเท่านั้น - ฐานะทางการเงิน
ข้อมูลก่อนหน้าที่ SET เผยแพร่สำหรับปี 2567 แสดงให้เห็นว่า TPCH มีสินทรัพย์ประมาณ 7,799 ล้านบาท หนี้สินประมาณ 4,026 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 3,229 ล้านบาท โดย D/E อยู่ราว 1.07 เท่า
แต่สถานการณ์ปี 2569 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการตั้ง ECL จำนวนมากสามารถกดดันส่วนของผู้ถือหุ้นและมูลค่าทางบัญชีได้
จุดที่นักลงทุนควรติดตามต่อคือ
ลูกหนี้/เงินให้กู้ยืมที่มีความเสี่ยง
การเรียกคืนเงินกู้
การปรับโครงสร้างของ Siam Power
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
หนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
ความสามารถของโรงไฟฟ้าเดิมในการสร้าง Cash Flow - โครงการเติบโตในอนาคต
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ IWP ในกัมพูชา ซึ่ง TPCH ลงทุนในสัดส่วน 40% และมี PPA สำหรับโครงการพลังงานลมกำลังผลิตขาย 150 MW ระยะเวลา 25 ปี
นอกจากนี้ยังมีโครงการ Solar ในประเทศลาว 100 MW และโครงการพลังงานขยะที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
หากโครงการเหล่านี้สามารถเดินหน้าได้ตามแผน จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตในอนาคต แต่ในทางกลับกันก็ต้องใช้เงินลงทุนและเผชิญความเสี่ยงด้าน
การก่อสร้าง + เงินทุน + ใบอนุญาต + ค่าใช้จ่าย + ความเสี่ยงประเทศ
ดังนั้นการเติบโตของ TPCH จึงไม่ได้ขึ้นกับเพียง “มีโครงการ” แต่ขึ้นกับ ความสามารถในการเปลี่ยนโครงการให้เป็นโรงไฟฟ้าที่ COD และสร้างกระแสเงินสดจริง - ความเสี่ยงสำคัญ
🔴 1. ความเสี่ยงจากเงินให้กู้ยืมและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ECL รวมกว่า 725 ล้านบาทใน Q2/69 เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างมาก
🔴 2. ความเสี่ยงจากเชื้อเพลิงชีวมวล
ต้นทุนเชื้อเพลิงมีผลโดยตรงต่อ Margin บริษัทจึงต้องบริหารแหล่งจัดหาและราคาวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง
🔴 3. ความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐ
ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนพึ่งพานโยบายรับซื้อไฟฟ้า ใบอนุญาต และกฎเกณฑ์ภาครัฐ
🔴 4. ความเสี่ยงจากการลงทุนต่างประเทศ
โครงการลาวและกัมพูชามีทั้งความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ค่าเงิน การก่อสร้าง และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
🔴 5. ความเสี่ยงจากการขยายโครงการ
การลงทุนโครงการใหม่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก หาก COD ล่าช้า อาจกระทบกระแสเงินสดและภาระทางการเงิน - มุมมองเชิงพื้นฐาน
TPCH มี สินทรัพย์และโครงการ Renewable Energy ที่น่าสนใจ และมีฐานโรงไฟฟ้าที่ดำเนินงานอยู่แล้ว แต่ภาพพื้นฐานในปี 2569 แตกต่างจากภาพในช่วงก่อนหน้าอย่างชัดเจน
จุดบวก
มีโรงไฟฟ้าที่ดำเนินงานแล้ว
กระจายไปสู่ Solar / Wind / Waste
มีโครงการต่างประเทศ
มีโอกาสเพิ่มกำลังผลิตในอนาคต
P/BV ต่ำมากเมื่อเทียบกับอดีต
จุดลบ
6M/69 ขาดทุน 622.8 ล้านบาท
มี ECL จำนวนมาก
มีความเห็นผู้สอบบัญชีแบบมีเงื่อนไข
ต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์และเงินให้กู้ยืม
การเติบโตจากโครงการใหม่ยังต้องพิสูจน์ด้วย COD และกระแสเงินสดจริง
สรุปแบบนักลงทุน
TPCH เป็นหุ้น Renewable Energy ที่มี “สินทรัพย์โรงไฟฟ้า + โครงการเติบโต” แต่กำลังอยู่ในช่วงที่ตลาดต้องการเห็นการแก้ปัญหาคุณภาพสินทรัพย์และการฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน
ดังนั้น ตัวแปรสำคัญต่อการเปลี่ยนมุมมองต่อหุ้นในระยะต่อไป ไม่ใช่แค่การประกาศโครงการใหม่ แต่คือ
“โรงไฟฟ้าเดิมทำเงินได้แค่ไหน + เงินที่ปล่อยกู้จะกลับมาเท่าไร + โครงการใหม่ COD ได้จริงหรือไม่ + งบกลับมากำไรได้เมื่อไร”
สำหรับราคาปัจจุบันที่ SET รายงานราว 0.96 บาท ณ 18 ก.ย. 2569 นักลงทุนจึงควรให้น้ำหนักกับ คุณภาพงบและกระแสเงินสด มากกว่าการมองเพียง P/BV ต่ำ
หมายเหตุ: ข้อมูลผลประกอบการล่าสุดที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ งบ Q2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 และข้อมูลราคาหุ้นตาม SET ณ ช่วง 18–19 ก.ย. 2569

