วิเคราะห์ หุ้น THG บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THG บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THG บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ THG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ การแพทย์ (Health Care Services) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น THG
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เป็นกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลและบริการด้านสุขภาพ โดยมีทรัพย์สินหลักเป็น โรงพยาบาล อาคารสถานพยาบาล เครื่องมือแพทย์ ที่ดิน สิทธิการเช่า และทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนธุรกิจสุขภาพ ปัจจุบันเครือข่ายของกลุ่มมี 11 โรงพยาบาล รวม 1,825 เตียง และมีธุรกิจต่อเนื่องด้านเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ Wellness Residential และบริการสุขภาพอื่น ๆ

💰 สินทรัพย์ทางการเงินและเงินทุนหมุนเวียน
THG ยังมีสินทรัพย์หมุนเวียนสำหรับรองรับการดำเนินงาน เช่น
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น
สินค้าคงเหลือ
เงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงิน
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัทระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 THG มี สินทรัพย์รวม 20,450.20 ล้านบาท แบ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน 3,223.80 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 17,226.41 ล้านบาท

🏥 โรงพยาบาลและอาคารสถานพยาบาล
ทรัพย์สินสำคัญที่สุดของ THG คือ อาคารโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ซึ่งใช้เป็นฐานในการสร้างรายได้จากการรักษาพยาบาล เช่น
โรงพยาบาลธนบุรี
โรงพยาบาลธนบุรี 2
โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
โรงพยาบาลในเครือและกิจการร่วมลงทุนในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูมิภาค และต่างประเทศ
อาคารผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
ห้องผ่าตัด ห้อง ICU ห้องตรวจ และศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง
ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เป็นโรงพยาบาลขนาด 127 เตียง และเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกลุ่มในการขยายธุรกิจ Healthcare

🏨 ที่ดินและสิทธิการเช่า
THG มีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ ที่ดิน อาคาร และสิทธิการเช่า สำหรับใช้ดำเนินกิจการโรงพยาบาล
ตัวอย่างที่สำคัญคือการเข้าซื้อบริษัทที่ถือ สิทธิการเช่าที่ดินและอาคาร บริเวณถนนบำรุงเมือง เพื่อพัฒนาเป็นโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

🩺 เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
เป็นทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการให้บริการรักษาพยาบาล เช่น
เครื่องเอกซเรย์
เครื่อง CT Scan
เครื่อง MRI
เครื่อง Ultrasound
เครื่องช่วยหายใจ
เครื่องตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
เครื่องมือผ่าตัด
อุปกรณ์ ICU
อุปกรณ์สำหรับศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง
นอกจากนี้ THG ยังขยายธุรกิจไปสู่ การจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ อีกด้วย

💊 เวชภัณฑ์และสินค้าทางการแพทย์
ประกอบด้วยสินค้าที่ใช้ในการดำเนินงานโรงพยาบาล เช่น
ยาและเวชภัณฑ์
วัสดุทางการแพทย์
อุปกรณ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์
อุปกรณ์สำหรับผู้ป่วย
สินค้าสำหรับการดูแลสุขภาพ

👴 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและ Wellness
THG ยังมีทรัพย์สินที่ใช้สำหรับธุรกิจ Wellness และการดูแลผู้สูงอายุ เช่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยพักฟื้น และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัดให้บริการ
รวมถึงการพัฒนา Wellness Residential ซึ่ง SET ระบุว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ THG ขยายเพิ่มเติมจากธุรกิจโรงพยาบาล

🏢 อาคารสำนักงานและทรัพย์สินสนับสนุน
นอกจากพื้นที่รักษาพยาบาลแล้ว ยังมีทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน เช่น
อาคารสำนักงาน
ห้องพักบุคลากร
พื้นที่บริการผู้ป่วย
พื้นที่จอดรถ
ระบบสาธารณูปโภค
ระบบไฟฟ้าและระบบสำรองไฟ
ระบบปรับอากาศและระบบก๊าซทางการแพทย์

📊 สรุปโครงสร้างทรัพย์สิน THG


มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดแข็งด้านทรัพย์สินของ THG คือมีฐานทรัพย์สินที่เชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะเครือข่ายโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ ขณะที่ข้อมูล SET ณ ไตรมาส 1/2569 ระบุว่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 20,506 ล้านบาท และเครือข่ายรวม 1,825 เตียง


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น THG
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
THG มีโครงสร้างธุรกิจเป็น กลุ่ม Healthcare แบบครบวงจร โดยมีธุรกิจหลักคือโรงพยาบาลเอกชน และต่อยอดไปยังธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ การบริบาลผู้ป่วย เครื่องมือแพทย์ อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ รวมถึงธุรกิจสนับสนุนด้านเทคโนโลยี
🏥 1. กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล
บริษัทและบริษัทในเครือ/กิจการที่เกี่ยวข้องกับ THG ครอบคลุมโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น
โรงพยาบาลธนบุรี — โรงพยาบาลหลักของกลุ่ม ดำเนินงานโดย THG
โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา
โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง — ดำเนินงานโดย บริษัท โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จำกัด โดย THG ถือหุ้นประมาณ 95.14%
โรงพยาบาลธนบุรี บูรณา — ดำเนินงานโดย บริษัท ธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด ซึ่ง THG ถือหุ้น 99.99%
โรงพยาบาลธนบุรี ราษฎร์ยินดี — ดำเนินงานโดย บริษัท โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี จำกัด (มหาชน) โดย THG ถือหุ้น 57.41%
โรงพยาบาลธนบุรี ทุ่งสง
โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง
โรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี
โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี
โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี
ข้อมูลของ THG ระบุว่าเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ขณะที่เอกสารประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 ระบุโครงสร้างบริษัทและกิจการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย
👵 2. ธุรกิจ Wellness & Elderly Care
THG ไม่ได้มีเฉพาะโรงพยาบาล แต่ขยายไปสู่ธุรกิจดูแลสุขภาพระยะยาว ได้แก่
บริษัท ธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด
โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้
โครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ ประชาอุทิศ
บริษัท ดีเอส ออลล์ จำกัด
บริษัท พรีเมียร์ โฮม เฮลท์ แคร์ จำกัด ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อเป็น ธนบุรี เวลบีอิ้ง
Horizon Rehab Center
จุดเด่นของกลุ่มนี้คือการเชื่อมต่อบริการตั้งแต่ การรักษา → ฟื้นฟู → ดูแลผู้สูงอายุ → Wellness ซึ่งช่วยให้ THG มีรายได้จาก Healthcare มากกว่าการรักษาในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว
🩺 3. ธุรกิจบริบาลผู้ป่วยและบริการสุขภาพ
กลุ่ม THG ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยและบริการทางการแพทย์ เช่น
บริษัท ธนบุรี เสริมรัฐ จำกัด
บริษัท ที เอช เฮลท์ จำกัด
ธุรกิจบริบาลและฟื้นฟูผู้ป่วย
บริการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและบริการทางการแพทย์
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ THG สามารถต่อยอดจากโรงพยาบาลไปยังบริการ Healthcare ต่อเนื่องได้
💻 4. ธุรกิจเทคโนโลยีและระบบสนับสนุน
หนึ่งในบริษัทที่อยู่ในโครงสร้างกลุ่มคือ
บริษัท โมดูลล่า ซอฟท์แวร์ เอ็กซ์เปอร์ตีส จำกัด
ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี สนับสนุนระบบงานของธุรกิจในกลุ่ม Healthcare
🏢 5. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
THG มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาโครงการ ได้แก่
บริษัท ธนบุรีพัฒนาที่ดิน จำกัด
บริษัท ราชธานี เรียลตี้ จำกัด
โครงการที่อยู่อาศัยที่ผนวกบริการ Healthcare และ Wellness
จึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยเสริมโมเดล Healthcare + Real Estate + Wellness ของกลุ่ม
🌏 6. ธุรกิจในต่างประเทศ
THG มีการขยายธุรกิจ Healthcare ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศเมียนมา ผ่านธุรกิจโรงพยาบาลและบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น ARYU International Health Care Co., Ltd.
📌 สรุปโครงสร้าง THG แบบเข้าใจง่าย
THG — Healthcare Ecosystem
🏥 โรงพยาบาล
↓
🩺 ศูนย์การแพทย์ / บริการรักษา
↓
🧑‍⚕️ บริบาลผู้ป่วย / Rehabilitation
↓
👵 Senior Care / Wellness
↓
🏡 ที่พักอาศัยเพื่อสุขภาพ
↓
💻 เทคโนโลยีและระบบสนับสนุน
↓
🌏 ขยายธุรกิจ Healthcare ต่างประเทศ
ดังนั้น หากมอง THG ในมุม หุ้นโรงพยาบาล จุดที่น่าสนใจคือบริษัทไม่ได้พึ่งพารายได้จากโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่พยายามสร้าง Healthcare Ecosystem ตั้งแต่การรักษาไปจนถึงการดูแลสุขภาพระยะยาว
หมายเหตุ: โครงสร้างบริษัทและสัดส่วนการถือหุ้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบโครงสร้างล่าสุดจากเอกสารบริษัทก่อนนำไปใช้ในบทวิเคราะห์การลงทุนอย่างเป็นทางการ.



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น THG
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
THG เป็นกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลและบริการสุขภาพที่มีธุรกิจหลักด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลสุขภาพ ดังนั้นความเสี่ยงไม่ได้มีเฉพาะเรื่องจำนวนผู้ป่วย แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ต้นทุน บุคลากร การลงทุน หนี้สิน และผลประกอบการของบริษัทย่อย ด้วย
🔴 1. ความเสี่ยงด้านฐานะการเงินและสภาพคล่อง
ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือภาระทางการเงินของกลุ่มบริษัท โดยปี 2567 THG มีผลขาดทุนสุทธิ 1,764.51 ล้านบาท และบริษัทระบุว่ามีทั้งต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงการบันทึกด้อยค่าเงินลงทุนและการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจำนวนมาก
หากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ฟื้นตัวตามแผน อาจทำให้บริษัทต้องบริหาร หนี้ การลงทุน และสภาพคล่อง อย่างเข้มงวดขึ้น
🔴 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทย่อย
THG มีการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพหลายแห่ง ความเสี่ยงคือ หากบริษัทย่อยบางแห่งมีผลประกอบการต่ำกว่าคาด บริษัทแม่อาจต้องรับรู้ผลขาดทุน ด้อยค่าเงินลงทุน หรือให้การสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติม
กรณีปี 2567 บริษัทได้เปิดเผยการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย เช่น โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง และธนบุรี เวลบีอิ้ง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่สะท้อนความเสี่ยงของการขยายธุรกิจผ่านบริษัทย่อยได้อย่างชัดเจน
🔴 3. ความเสี่ยงจากต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์
ธุรกิจโรงพยาบาลพึ่งพา แพทย์ พยาบาล และบุคลากรเฉพาะทาง ในระดับสูง หากค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น หรือเกิดการขาดแคลนบุคลากร อาจกดดันอัตรากำไรของโรงพยาบาล
โดยเฉพาะการแข่งขันเพื่อดึงตัวแพทย์เฉพาะทางระหว่างโรงพยาบาลเอกชน อาจทำให้ต้นทุนบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
🟠 4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล
ตลาดโรงพยาบาลเอกชนมีการแข่งขันสูง ทั้งด้านคุณภาพการรักษา เทคโนโลยี ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง และการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติ
หากคู่แข่งเปิดศูนย์การแพทย์ใหม่หรือมีแพทย์เฉพาะทางที่แข็งแกร่งกว่า อาจกระทบจำนวนผู้ป่วยและรายได้ของ THG
🟠 5. ความเสี่ยงจากรายได้ผู้ป่วยที่ผันผวน
รายได้ของโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ป่วย ประเภทโรค และความซับซ้อนของการรักษา หากจำนวนผู้ป่วยลดลง หรือสัดส่วนผู้ป่วยที่มีรายได้สูงลดลง อาจส่งผลต่อรายได้และ Margin
ตัวอย่างเช่น ไตรมาส 1/2568 THG มีรายได้รวม 2,231.65 ล้านบาท ลดลง 4.50% YoY แม้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทจะเพิ่มขึ้นจากการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
🟠 6. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการแพทย์และอุปกรณ์
ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของการรักษา หากโรงพยาบาลไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าบริการได้ทั้งหมด จะกดดันอัตรากำไร
🟠 7. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบายภาครัฐ
ธุรกิจโรงพยาบาลอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานจำนวนมาก เช่น มาตรฐานสถานพยาบาล การคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วย การกำหนดราคาหรือเงื่อนไขการเบิกจ่ายจากระบบประกันสุขภาพและประกันสังคม
การเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐหรือบริษัทประกันอาจส่งผลต่อ รายได้ต่อผู้ป่วยและ Margin ของธุรกิจ
🟠 8. ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและคุณภาพการรักษา
ธุรกิจโรงพยาบาลมีความอ่อนไหวต่อชื่อเสียง หากเกิดเหตุการณ์ เช่น ความผิดพลาดทางการแพทย์ การร้องเรียนของผู้ป่วย หรือปัญหาด้านบริการ อาจกระทบความเชื่อมั่นและชื่อเสียงของแบรนด์ในระยะยาว
🟠 9. ความเสี่ยงจากการลงทุนและการขยายกิจการ
การเปิดโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์ใหม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และต้องใช้เวลาในการสร้างฐานผู้ป่วย หากจำนวนผู้ใช้บริการไม่ถึงระดับที่คุ้มทุน อาจทำให้เกิด ค่าเสื่อมราคา ต้นทุนทางการเงิน และผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
ดังนั้นการลงทุนใหม่ของ THG ต้องติดตามทั้ง เงินลงทุนต่อโครงการ + ระยะเวลาคืนทุน + EBITDA/กำไรของแต่ละโรงพยาบาล
🟡 10. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
แม้การรักษาพยาบาลเป็นบริการจำเป็น แต่การรักษาบางประเภทสามารถเลื่อนออกไปได้ โดยเฉพาะบริการที่ไม่เร่งด่วนหรือการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคอาจลดการใช้บริการบางประเภท


📌 ประเด็นที่นักลงทุน THG ควรจับตาเป็นพิเศษ


⚠️ จุดที่ต้องระวังที่สุดของ THG
สำหรับ THG ผมมองว่า “การฟื้นตัวของกำไร + การควบคุมหนี้และกระแสเงินสด + ผลประกอบการของบริษัทย่อย” เป็น 3 ตัวแปรสำคัญที่สุด
เพราะบริษัทเพิ่งผ่านช่วงที่ผลประกอบการได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการด้อยค่าและการตั้งสำรอง ขณะที่บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหา
ข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่ารายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 8,777 ล้านบาท ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามว่า กำไรที่ฟื้นตัวนั้นมาจากการเติบโตของธุรกิจหลักอย่างยั่งยืน หรือมาจากการลดต้นทุน/รายการพิเศษ
สรุปแบบเพจหุ้นมืออาชีพ:
THG ไม่ใช่หุ้นที่ต้องดูแค่ “จำนวนคนไข้” แต่ต้องดู “คุณภาพของกำไรและฐานะการเงิน” เป็นหลัก
จุดเสี่ยงสำคัญคือ หนี้ – กระแสเงินสด – บริษัทย่อย – การด้อยค่า – ต้นทุนบุคลากร หาก 5 จุดนี้ฟื้นตัวได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกลับมาเติบโตของ THG
บริษัทมีการเผยแพร่ 56-1 One Report 2568 และเอกสารนักลงทุนล่าสุดไว้บนเว็บไซต์ IR ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบรายละเอียดความเสี่ยงและงบการเงินเชิงลึกเพิ่มเติม


ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น THG
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เป็นกลุ่มธุรกิจสุขภาพที่มีธุรกิจหลักคือโรงพยาบาลเอกชน และขยายไปสู่ธุรกิจบริหารโรงพยาบาล การบริบาลผู้ป่วย เครื่องมือแพทย์ และ Wellness Residential ปัจจุบันมีเครือข่ายโรงพยาบาลรวม 11 แห่ง 1,825 เตียง ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูมิภาค และต่างประเทศ
🔹 พัฒนาการในช่วงสำคัญ

เพิ่มศักยภาพบริการเฉพาะทาง
โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง เปิดให้บริการ ศูนย์รังสีรักษา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เป็นอีกก้าวในการเพิ่มบริการทางการแพทย์เฉพาะทางของเครือ THG
🔹 สถานะล่าสุดที่น่าสนใจ
ในปี 2568 THG มีรายได้จากการดำเนินงานประมาณ 9,097 ล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อน แต่ EBITDA ปกติอยู่ที่ประมาณ 1,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ประมาณ 96 ล้านบาท โดยหากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 240 ล้านบาทจากปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
สำหรับ ไตรมาส 1/2569 THG มีรายได้ 2,166.40 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 26.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 13.05 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 ขณะที่หนี้สินลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
📌 สรุปพัฒนาการ THG แบบนักลงทุน
THG กำลังเปลี่ยนจาก “กลุ่มโรงพยาบาล” → “Healthcare Ecosystem”
โรงพยาบาล → ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง → Wellness → ดูแลผู้สูงอายุ → เครื่องมือแพทย์ → บริหารโรงพยาบาล
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในช่วงหลังคือ การเพิ่มทุนและนำเงินไปลดหนี้ในปี 2568 ซึ่งช่วยลดภาระทางการเงินและทำให้ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าขยายศักยภาพโรงพยาบาลและบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
มุมที่ควรติดตามต่อ: การสร้าง Synergy กับกลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง, การฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วย, การเพิ่มอัตราการใช้เตียง, ธุรกิจ Wellness และความสามารถในการเปลี่ยนฐานะการเงินที่แข็งแรงขึ้นให้กลายเป็นการเติบโตของกำไรในระยะยาว

ขยายจากธุรกิจโรงพยาบาลสู่ Healthcare Ecosystem
THG พัฒนาธุรกิจจากโรงพยาบาลหลัก ไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ เช่น การรับบริหารโรงพยาบาลและศูนย์แพทย์ ธุรกิจบริบาลผู้ป่วย เครื่องมือแพทย์ และโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมบริการทางการแพทย์สำหรับผู้สูงวัย เพื่อสร้างรายได้จาก Healthcare ในหลายรูปแบบ

เดินหน้าธุรกิจ Wellness และผู้สูงอายุ
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ซึ่งพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยและบริการด้านสุขภาพ โดยเฟสแรกประกอบด้วย Community Mall โรงพยาบาลธนบุรี บูรณา คลับเฮ้าส์ และสวนสาธารณะ ขณะที่โครงการในเฟสถัดไปถูกชะลอให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ

ปรับพอร์ตการลงทุนและลดการลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก
THG มีการปรับโครงสร้างการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การลดสัดส่วนการถือหุ้นใน ธนบุรี คานาบิซ จาก 75% เหลือ 14% ในปี 2565 ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวพ้นสถานะบริษัทย่อยของ THG

ปี 2567 ปรับกลยุทธ์องค์กรครั้งใหญ่
THG วางแนวทางให้ธุรกิจโรงพยาบาลเติบโตในลักษณะ “เชน” มากขึ้น พร้อมยกระดับคุณภาพบริการเพื่อรองรับผู้ป่วยต่างชาติ และขยายตลาดไปสู่บริการสุขภาพนอกเหนือจากการรักษาโรคแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ บริษัทมีการปรับโครงสร้างผู้บริหารและกลยุทธ์ธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2567
🔹 พัฒนาการเด่นในปี 2568

เปิดอาคารผู้ป่วยนอกใหม่ของโรงพยาบาลธนบุรี
วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 โรงพยาบาลธนบุรีเปิดให้บริการอาคารผู้ป่วยนอกแห่งใหม่ 8 ชั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ใช้บริการ

เพิ่มทุนครั้งใหญ่เพื่อปรับโครงสร้างทางการเงิน
ปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ THG โดยบริษัทลดทุนเดิม และเพิ่มทุนรวมประมาณ 941 ล้านบาท พร้อมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่
RAM จำนวนประมาณ 430 ล้านหุ้น ราคา 8.65 บาท/หุ้น มูลค่าประมาณ 3,723 ล้านบาท
ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (RO) จำนวนประมาณ 511 ล้านหุ้น ราคา 5 บาท/หุ้น มูลค่าประมาณ 2,555 ล้านบาท
หุ้นเพิ่มทุนส่วนที่จัดสรรให้ RAM เริ่มซื้อขายวันที่ 27 สิงหาคม 2568

นำเงินเพิ่มทุนไปลดภาระหนี้
THG นำเงินจากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้ RAM จำนวนประมาณ 3,723.8 ล้านบาทไปชำระหนี้สถาบันการเงินเต็มจำนวน ส่วนเงินจาก RO ประมาณ 2,555.9 ล้านบาทนำไปชำระหนี้ ไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ผลคือ ณ สิ้นปี 2568 หนี้สินรวมลดลงมากกว่า 53% เหลือประมาณ 5,918 ล้านบาท ขณะที่โครงสร้างส่วนของผู้ถือหุ้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ








วิเคราะห์หุ้น THG — ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป
Thonburi Healthcare Group หรือ THG เป็นหุ้นโรงพยาบาลที่กำลังอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวหลังผ่านวิกฤต” จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของรายได้แบบหวือหวา แต่เป็นการ พลิกกลับมามีกำไร + ลดภาระหนี้ + ปรับโครงสร้างธุรกิจและต้นทุน
ข้อมูลล่าสุดที่พบจาก SET คือ งบ ไตรมาส 1/2569 และราคาที่มีข้อมูลล่าสุดในช่วงปลาย ก.ค. 2569 อยู่แถว 7.4–7.6 บาท

2. งบการเงิน: จุดที่น่าสนใจมากที่สุด

ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่า THG กำลังอยู่ในช่วง Turnaround


ประเด็นสำคัญคือ
ปี 2567 ขาดทุนหนัก 1,764.51 ล้านบาท
ปี 2568 กลับมามีกำไร 96.22 ล้านบาท
Q1/2569 กำไรเพิ่มเป็น 26.86 ล้านบาท จาก 13.05 ล้านบาทใน Q1/2568 หรือประมาณ +106% YoY
แม้รายได้ Q1/69 ลดลงประมาณ 4% YoY แต่กำไรกลับเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึง การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
หนี้สินลดจาก 12,625.60 ล้านบาทในปี 2567 เหลือประมาณ 5,910 ล้านบาทใน Q1/69 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก
จุดที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุด
THG ไม่ได้กำลังโตด้วยรายได้ แต่กำลังฟื้นด้วย “คุณภาพกำไร”
นี่เป็นสัญญาณที่ดีกว่าการเห็นรายได้โตเพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทสามารถรักษากำไรไว้ได้แม้รายได้ลดลง

  1. กระแสเงินสดเริ่มดีขึ้น
    ปี 2568 THG มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานประมาณ 1,182.85 ล้านบาท และ Q1/69 ยังเป็นบวกประมาณ 207.98 ล้านบาท
    ถือเป็นจุดแข็ง เพราะธุรกิจโรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง หากกำไรทางบัญชีดีแต่กระแสเงินสดติดลบต่อเนื่อง จะน่ากังวลกว่านี้มาก
    ขณะเดียวกัน ปี 2568 กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ประมาณ -696 ล้านบาท สะท้อนว่ายังมีการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจอยู่
  2. จุดแข็งของ THG
    🟢 1. ธุรกิจโรงพยาบาลมีความ Defensive
    Healthcare เป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อชีวิต ทำให้รายได้มีความมั่นคงกว่าหุ้นที่ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจโดยตรง
    🟢 2. ฐานะการเงินดีขึ้นอย่างชัดเจน
    นี่ถือเป็น Bullish Factor สำคัญที่สุดของ THG
    หนี้สินลดลงอย่างมาก ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มจาก 7,233 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 13,435 ล้านบาทในปี 2568
    🟢 3. การควบคุมต้นทุนเริ่มเห็นผล
    Q1/69 รายได้ลดลง แต่กำไรเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แสดงให้เห็นว่า Operating Efficiency กำลังดีขึ้น
    🟢 4. มีโอกาสสร้างกำไรจากโรงพยาบาลและศูนย์เฉพาะทาง
    บริษัทมีแผนขยายบริการและเพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง รวมถึง Wellness ซึ่งสามารถช่วยเพิ่ม Revenue Mix ที่มี Margin ดีขึ้นได้ในอนาคต
  3. ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
    🔴 1. รายได้ยังไม่กลับมาเติบโต
    นี่คือจุดที่ต้องระวังที่สุด
    ปี 2568 รายได้อยู่ที่ 9,249 ล้านบาท ลดลงจาก 9,612 ล้านบาทในปี 2567 และ Q1/69 ก็ยังลดลง YoY
    ดังนั้น การฟื้นตัวของ THG ยังไม่สมบูรณ์
    🔴 2. กำไรสุทธิยังมี Margin ต่ำ
    Q1/69 อัตรากำไรสุทธิอยู่เพียงประมาณ 1.55%
    หมายความว่า ถ้าต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็สามารถกระทบกำไรได้ค่อนข้างมาก
    🔴 3. ประวัติการลงทุนในบริษัทย่อยต้องติดตาม
    ปี 2567 บริษัทต้องบันทึกค่าใช้จ่ายและการด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในบริษัทย่อยจำนวนมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการขาดทุนหนัก
    แม้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว แต่สำหรับนักลงทุน ผมมองว่า คุณภาพของการลงทุนในบริษัทย่อย ยังคงเป็น Risk Factor สำคัญ
    🔴 4. ธุรกิจโรงพยาบาลมีต้นทุนสูง
    บุคลากรทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และต้นทุนอาคาร ล้วนเป็นต้นทุนที่ต้องบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ
    บริษัทเองระบุว่าในปี 2569 อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ และให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน รวมถึงการบริหาร Supply Chain ของยาและเวชภัณฑ์
  4. มุมมองเชิงพื้นฐาน
    ผมมอง THG เป็นหุ้นประเภท
    “Turnaround Stock มากกว่า Growth Stock”
    สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาไม่ใช่แค่ “กำไรไตรมาสนี้เท่าไร”
    แต่ต้องดู 4 เรื่องนี้เป็นหลัก:
  5. รายได้กลับมาโตหรือยัง
  6. Margin ขยายตัวหรือไม่
  7. กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังเป็นบวกหรือไม่
  8. หนี้สินลดลงต่อเนื่องหรือไม่
    ถ้า 4 ตัวนี้ดีขึ้นพร้อมกัน THG จะมีโอกาสเปลี่ยนจาก หุ้นฟื้นตัว → หุ้นพื้นฐานกลับมาแข็งแรง
  9. มุมมองเชิงเทคนิค
    ข้อมูลราคาที่ SET แสดงในช่วงกลาง–ปลาย ก.ค. 2569 อยู่บริเวณ 7.40–7.60 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ประมาณ 6.15–9.90 บาท
    จากบริเวณราคาดังกล่าว ผมจะวางกรอบสำหรับติดตามประมาณนี้:
    แนวรับ
    7.40–7.50 บาท
    ถ้าหลุดโซนนี้พร้อม Volume เพิ่มขึ้น ต้องระวังแรงขาย
    แนวรับถัดไปประมาณ
    7.00 บาท
    และโซนสำคัญ
    6.50–6.60 บาท
    แนวต้าน
    7.80–8.00 บาท
    เป็นด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้
    ถ้าสามารถ Breakout 8.00 บาท พร้อม Volume สนับสนุน จะทำให้ภาพ Technical กลับมาเป็นบวกมากขึ้น
    แนวต้านถัดไปประมาณ
    8.50 บาท → 9.00 บาท → 9.90 บาท
    โดยบริเวณ 9.90 บาทเป็นจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ตามข้อมูล SET ที่ค้นพบ
    สำหรับสายเทคนิค ผมจะไม่ไล่ราคาในช่วง 7.40–7.80 บาท แต่จะรอดูว่าหุ้นสามารถสะสมกำลังแล้วผ่าน 8 บาทพร้อม Volume ได้หรือไม่
  10. Scenario ที่น่าจับตา
    🚀 Bull Case
    หากงบไตรมาสถัดไปแสดงว่า
    รายได้เริ่มกลับมา + Margin ดีขึ้น + กำไรโต + กระแสเงินสดแข็งแรง
    ตลาดมีโอกาสเริ่ม Re-rate หุ้น THG เพราะจะมองบริษัทเป็น Turnaround ที่เริ่มพิสูจน์ตัวเองได้จริง
    กรณีนี้การผ่าน 8.00 บาท จะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่น่าสนใจมาก
    ⚠️ Base Case
    รายได้ยังทรงตัว แต่บริษัทควบคุมต้นทุนได้ดี
    กำไรยังเป็นบวกแต่เติบโตไม่มาก
    กรณีนี้หุ้นอาจเคลื่อนไหวแบบ Sideway สะสมกำลัง
    🔻 Bear Case
    หากรายได้ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น หรือเกิดรายการด้อยค่าจากธุรกิจ/บริษัทย่อยอีกครั้ง
    กำไรอาจกลับมาอ่อนตัว และตลาดจะกลับมาให้ Discount กับหุ้นอีกครั้ง

⭐ สรุปมุมมอง THG


🎯 บทสรุป
THG น่าสนใจตรง “การฟื้นตัวของฐานะการเงิน” มากกว่าการเติบโตของรายได้
ปี 2568 พลิกจากขาดทุน 1,764 ล้านบาท → กำไร 96 ล้านบาท และ Q1/69 กำไรเพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY ขณะที่หนี้สินลดลงอย่างมากและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังเป็นบวก
แต่ยังไม่ควรรีบมองว่า THG กลับมาเป็นหุ้น Growth เต็มตัว เพราะ รายได้ยังลดลงและ Net Margin ยังต่ำ ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อคือ กำไรสามารถโตต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งรายการพิเศษหรือการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียวหรือไม่
สำหรับนักลงทุนสายเทคนิค: โซน 7.40–7.50 บาท เป็นแนวรับที่ควรจับตา ส่วน 8.00 บาท เป็นด่านสำคัญ หาก Breakout พร้อม Volume จะทำให้ภาพน่าสนใจขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักลงทุนสายพื้นฐาน: THG เหมาะกับการติดตามแบบ Turnaround Play มากกว่าการซื้อเพียงเพราะเห็นว่า P/E หรือราคาหุ้นถูก


Disclaimer

ใส่ความเห็น