รูปโฆษณา โดยมีข้างหลังเป็นกราฟหุ้น มีรูปตึก SET ประกอบ

วิเคราะห์ หุ้น TSTE บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TSTE บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TSTE บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TSTE อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า ท่าเรือ และการลงทุนในธุรกิจอาหาร โดยสามารถสรุปทรัพย์สินสำคัญได้ดังนี้

สิทธิการเช่าและทรัพย์สินไม่มีตัวตน
ได้แก่
สิทธิการใช้พื้นที่ท่าเรือ
ซอฟต์แวร์ระบบโลจิสติกส์
เครื่องหมายการค้า
สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บางส่วน
ภาพรวมทรัพย์สินหลัก
โครงสร้างทรัพย์สินของ TSTE จะเน้นไปที่
ที่ดินและคลังสินค้า
ระบบท่าเรือและขนส่ง
เครื่องจักรโลจิสติกส์
โรงงานอาหารและแป้งสาลี
เงินลงทุนในบริษัทย่อย
ซึ่งสะท้อนการเป็นกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร

ที่ดินและคลังสินค้า
บริษัทมีพื้นที่ดำเนินงานหลักบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้เป็น
คลังสินค้าเก็บน้ำตาล
คลังสินค้าอเนกประสงค์
พื้นที่ขนถ่ายสินค้า
ลานตู้คอนเทนเนอร์
เดิมบริษัทเริ่มต้นด้วยพื้นที่ประมาณ 93 ไร่ และขยายเพิ่มเป็นกว่า 154 ไร่ เพื่อรองรับธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า

ท่าเทียบเรือและระบบขนถ่ายสินค้า
ทรัพย์สินสำคัญของบริษัทคือ
ท่าเทียบเรือสำหรับขนส่งสินค้า
ระบบลำเลียงสินค้า
เครื่องจักรขนถ่ายสินค้า
ไซโลเก็บสินค้า
เครนและอุปกรณ์ยกขน
ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจขนส่งสินค้าทางน้ำและการส่งออกน้ำตาล

เครื่องจักรและอุปกรณ์โลจิสติกส์
บริษัทมีการลงทุนใน
รถบรรทุก
รถยกสินค้า (Forklift)
ระบบสายพานลำเลียง
อุปกรณ์คลังสินค้า
ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า
เพื่อรองรับบริการโลจิสติกส์ครบวงจร

อาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้าง
ประกอบด้วย
อาคารสำนักงาน
อาคารคลังสินค้า
โรงเก็บสินค้า
อาคารโรงงานของบริษัทย่อย
สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ท่าเรือ
ใช้สนับสนุนธุรกิจหลักและธุรกิจในเครือ

ธุรกิจโรงงานอาหารและแป้งสาลี
ผ่านบริษัทย่อย เช่น TMILL และกลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัทมีทรัพย์สินประเภท
โรงงานผลิตแป้งสาลี
เครื่องจักรการผลิตอาหาร
ระบบบรรจุภัณฑ์
เครื่องจักรแปรรูปอาหาร
เพื่อขยายธุรกิจอาหารและวัตถุดิบอาหาร

ทรัพย์สินด้านพลังงาน
บริษัทเริ่มลงทุนระบบ
Solar Rooftop
ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาคลังสินค้าและโรงงาน
เพื่อลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
TSTE ยังถือหุ้นในธุรกิจต่าง ๆ เช่น
โลจิสติกส์
คลังสินค้า
อาหาร
บรรจุภัณฑ์
ท่าเรือคอนเทนเนอร์
อสังหาริมทรัพย์
ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์สำคัญในเชิงการลงทุนระยะยาว


ลุ่มบริษัทในเครือของ TSTE Public Company Limited หรือ TSTE มีการดำเนินธุรกิจหลากหลาย ทั้งด้านโลจิสติกส์ อาหาร บรรจุภัณฑ์ คลังสินค้า และอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทในเครือและบริษัทร่วมที่สำคัญ ได้แก่
T S Transport and Logistics Company Limited
ดำเนินธุรกิจบรรจุภัณฑ์ พลาสติก และลงทุนในธุรกิจท่าเรือคอนเทนเนอร์ 16C
Thai International Container Terminal Company Limited
ให้บริการท่าเรือคอนเทนเนอร์และขนถ่ายสินค้า
T S Warehouse Company Limited
ธุรกิจคลังสินค้าและบริการขนถ่ายสินค้า ทั้งแบบกองและแบบกระสอบ
TS Flour Mill Co., Ltd. หรือ TMILL
ผลิตและจำหน่ายแป้งสาลี
TS Oil Industry Co., Ltd.
ธุรกิจน้ำมันพืชและการสกัดน้ำมัน
TS Propack Co., Ltd.
ผลิตและรับจ้างบรรจุสินค้า OEM และธุรกิจบรรจุภัณฑ์
Nature Best Food Co., Ltd.
ผลิตสาหร่าย ขนม และอาหารสำเร็จรูป
Thai Ento Food Co., Ltd.
ธุรกิจโปรตีนทางเลือกจากแมลง (Insect Protein)
TSG Asset Co., Ltd.
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และหอพักให้เช่า
TSTE REIT Management Co., Ltd.
ธุรกิจบริหารกองทรัสต์และอสังหาริมทรัพย์
TS Food Holding Co., Ltd.
Holding Company สำหรับลงทุนในธุรกิจอาหาร
นอกจากนี้ TSTE ยังมีการลงทุนในธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ โลจิสติกส์ ท่าเรือ และอาหารแห่งอนาคต เพื่อกระจายรายได้จากธุรกิจน้ำตาลและคลังสินค้าเดิมไปสู่ธุรกิจอาหารครบวงจรมากขึ้น



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของ บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) สามารถแบ่งได้เป็นหลายด้าน เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติกส์ คลังสินค้า ท่าเรือ อาหาร และการลงทุนในธุรกิจใหม่ ดังนี้

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
หากบริษัทมีลูกค้าหลักบางรายในธุรกิจโลจิสติกส์หรือสินค้าเกษตร การสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ อาจส่งผลต่อรายได้ในระยะสั้น
มุมมองโดยรวม
จุดแข็งของ TSTE คือการกระจายธุรกิจหลายประเภท ทำให้ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจเดียว แต่ในอีกด้านหนึ่ง การลงทุนหลายธุรกิจพร้อมกัน ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินลงทุน การบริหาร และการแข่งขันเช่นกัน

ความเสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรและน้ำตาล
ธุรกิจหลักเดิมของ TSTE เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมน้ำตาลและสินค้าเกษตร ซึ่งราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีความผันผวนสูง จาก
ภาวะเศรษฐกิจโลก
ปริมาณผลผลิตอ้อย
สภาพอากาศ
นโยบายภาครัฐ
หากราคาน้ำตาลลดลง อาจกระทบปริมาณการส่งออกและรายได้ด้านโลจิสติกส์ของบริษัท

ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง
ธุรกิจท่าเรือ คลังสินค้า และขนส่ง มีต้นทุนหลักคือ
น้ำมันเชื้อเพลิง
ค่าไฟฟ้า
ค่าแรง
ค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักร
หากต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จะกดดันอัตรากำไรของบริษัท

ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
บริษัทแข่งขันกับผู้ให้บริการด้าน
คลังสินค้า
ท่าเรือ
โลจิสติกส์
ธุรกิจอาหารและบรรจุภัณฑ์
ทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มีแรงกดดันด้านราคาและคุณภาพบริการ

ความเสี่ยงจากการลงทุนธุรกิจใหม่
TSTE มีการขยายไปยังธุรกิจอาหาร โปรตีนทางเลือก และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และอาจมีความเสี่ยงด้าน
การทำตลาด
การยอมรับของผู้บริโภค
ระยะเวลาคืนทุน
หากธุรกิจใหม่ไม่เติบโตตามเป้าหมาย อาจกระทบผลตอบแทนการลงทุน

ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการส่งออก
รายได้บางส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อาจทำให้
ปริมาณนำเข้า–ส่งออกลดลง
การใช้บริการท่าเรือและคลังสินค้าลดลง
ลูกค้าชะลอการลงทุน

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ธุรกิจส่งออกและนำเข้าสินค้า มีความเกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินบาทผันผวนมาก อาจกระทบรายได้และต้นทุนของบริษัท

ความเสี่ยงด้านกฎหมายและสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจท่าเรือ คลังสินค้า และอาหาร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลายด้าน เช่น
สิ่งแวดล้อม
ความปลอดภัย
มาตรฐานอาหาร
การขนส่งสินค้า
หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ หรือเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้น


ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของ บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) มีการเติบโตจากธุรกิจคลังสินค้าและท่าเรือน้ำตาล สู่กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ อาหาร และการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยสรุปได้ดังนี้
ปี 2519 – ก่อตั้งบริษัท
ก่อตั้งในชื่อ “บริษัท เดอะไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล คอร์ปอเรชั่น จำกัด” โดยกลุ่มโรงงานน้ำตาล 9 แห่ง เพื่อดำเนินธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือสำหรับขนส่งน้ำตาลส่งออก บนพื้นที่ประมาณ 93 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ
ปี 2520–2530 – ขยายธุรกิจคลังสินค้าและขนส่ง
บริษัทเริ่มจัดตั้งบริษัทย่อยหลายแห่ง เช่น
บริษัท ไทยชูการ์คลังสินค้า จำกัด
บริษัท ไทยชูการ์ขนส่ง จำกัด
บริษัท ไทยชูการ์ ไซโลแวร์เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
บริษัท ชูการ์ไซโลคลังสินค้า จำกัด
บริษัท ที เอส คลังสินค้า จำกัด
เพื่อรองรับธุรกิจคลังสินค้า การขนถ่ายสินค้า และโลจิสติกส์ที่เติบโตขึ้น
ปี 2533 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
บริษัทได้รับอนุญาตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2533 ถือเป็นก้าวสำคัญในการระดมทุนและขยายธุรกิจ
ปี 2537 – แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน)” อย่างเป็นทางการ
ปี 2549–2555 – รุกธุรกิจแป้งสาลี
บริษัทในเครือ “ที เอส ฟลาวมิลล์” หรือ TMILL เพิ่มทุนและลงทุนโรงงานผลิตแป้งสาลี ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2555 ถือเป็นการกระจายธุรกิจจากน้ำตาลสู่ธุรกิจอาหารและวัตถุดิบอาหาร
ปี 2550 – ขยายธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร
บริษัท ไทยชูการ์ขนส่ง จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท ที เอส ขนส่งและโลจิสติกส์ จำกัด” เพื่อขยายบริการด้านขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์แบบครบวงจร
ปี 2565 – ขยายธุรกิจอาหารและ Food Tech
TSTE เริ่มรุกธุรกิจอาหารอย่างจริงจัง โดยมีพัฒนาการสำคัญ ได้แก่
จัดตั้ง “บริษัท ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด” เพื่อถือหุ้นธุรกิจอาหาร
ลงทุนใน “ไทย เอนโท ฟู้ด” ธุรกิจโปรตีนทางเลือกจากแมลง (Insect Protein)
เข้าซื้อ “เนเจอร์เบสท์ฟู้ด” ผู้ผลิตสาหร่าย ขนม และอาหารสำเร็จรูป
ปี 2565 – ขยายธุรกิจท่าเรือคอนเทนเนอร์
บริษัทลงนามร่วมทุนกับ TIL เพื่อพัฒนาธุรกิจท่าเรือคอนเทนเนอร์ 16C และบริการขนส่งตู้สินค้า เพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการขนส่งระหว่างประเทศ
ปี 2565 – ลงทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์
คณะกรรมการอนุมัติงบลงทุนประมาณ 180 ล้านบาท เพื่อขยาย
ธุรกิจอาหารและขนม
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์
ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานและคลังสินค้า
ปี 2566 – รีแบรนด์สู่ “TSTE”
บริษัทเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษจาก Thai Sugar Terminal Public Company Limited เป็น “TSTE Public Company Limited” เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจน้ำตาลไปสู่กลุ่มธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งอาหาร โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์
ภาพรวมพัฒนาการ
TSTE มีพัฒนาการจาก
ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเรือน้ำตาล
→ สู่โลจิสติกส์ครบวงจร
→ ขยายสู่ธุรกิจอาหาร
→ ลงทุนใน Food Innovation และพลังงานสะอาด
สะท้อนกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง และสร้างรายได้จากหลายอุตสาหกรรมในระยะยาว






วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น TSTE บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน)


บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นขนาดเล็กในกลุ่มอาหารและโลจิสติกส์ ที่มีจุดเด่นด้านทรัพย์สินคลังสินค้า ท่าเรือ และการกระจายธุรกิจไปสู่อาหารและบรรจุภัณฑ์ ทำให้โครงสร้างรายได้เริ่มหลากหลายมากขึ้น
ภาพรวมธุรกิจ
TSTE ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่
ท่าเรือและคลังสินค้า
อาหารและวัตถุดิบอาหาร
น้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์
อสังหาริมทรัพย์และการลงทุน
ปัจจุบันบริษัทพยายามลดการพึ่งพาธุรกิจน้ำตาลเดิม และขยายสู่ธุรกิจอาหารและ Food Innovation มากขึ้น
จุดแข็งของบริษัท

  1. มีทรัพย์สินเชิงโครงสร้างพื้นฐาน
    บริษัทมี
    คลังสินค้า
    ท่าเทียบเรือ
    พื้นที่ริมแม่น้ำ
    ระบบโลจิสติกส์
    ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าในระยะยาว และมี Barrier to Entry ค่อนข้างสูง
  2. กระจายธุรกิจหลายด้าน
    TSTE ไม่ได้พึ่งรายได้จากน้ำตาลเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ขยายไปยัง
    ธุรกิจอาหาร
    แป้งสาลี
    บรรจุภัณฑ์
    โปรตีนทางเลือก
    พลังงานแสงอาทิตย์
    ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของสินค้าเกษตร
  3. กำไรเริ่มฟื้นตัว
    ปี 2568–2569 บริษัทมีกำไรสุทธิประมาณ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 38% จากปีก่อน แม้รายได้รวมทรงตัว สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
    จุดอ่อนและความเสี่ยง
  4. สภาพคล่องหุ้นต่ำ
    ปริมาณซื้อขายต่อวันค่อนข้างน้อย ทำให้
    ราคาผันผวนง่าย
    นักลงทุนรายใหญ่เข้าออกยาก
    เกิดแรงเหวี่ยงของราคาได้สูง
  5. รายได้ยังเติบโตไม่มาก
    แม้กำไรดีขึ้น แต่รายได้รวมยังโตจำกัด โดยปีล่าสุดรายได้แทบไม่เปลี่ยนจากปีก่อน
  6. ธุรกิจใหม่ยังต้องใช้เวลา
    การลงทุนด้านอาหารและ Food Tech ยังอยู่ช่วงขยายตัว ต้องใช้เวลาในการสร้างกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
    วิเคราะห์งบการเงินเบื้องต้น
    แนวโน้มรายได้และกำไร TSTE
    เปรียบเทียบผลประกอบการย้อนหลังของบริษัท
    กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
    รายได้ (ล้านบาท)
    2564
    2565
    2566
    2567
    2568
    0 ลบ.
    1K ลบ.
    2K ลบ.
    3K ลบ.
    แนวโน้มแสดงให้เห็นว่า
    รายได้เริ่มทรงตัว
    กำไรกลับมาฟื้นตัว
    Margin ดีขึ้นจากการบริหารต้นทุน
    วิเคราะห์เชิงเทคนิค
    แนวรับสำคัญ: 10.00 บาท
    แนวต้านระยะสั้น: 10.50–11.00 บาท
    RSI ยังต่ำกว่า 50 → โมเมนตัมยังไม่แข็งแรง
    หากผ่าน 11 บาท พร้อม Volume มีโอกาสกลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่
    มุมมองการลงทุน
    นักลงทุนระยะสั้น
    เหมาะกับการเก็งกำไรในกรอบ เพราะหุ้นมีสภาพคล่องต่ำและแกว่งแรงได้ง่าย
    นักลงทุนระยะกลาง–ยาว
    เหมาะกับผู้ที่เชื่อใน
    การเติบโตธุรกิจอาหาร
    การเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินโลจิสติกส์
    การขยายธุรกิจใหม่ของกลุ่ม TSTE
    สรุปมุมมอง
    TSTE เป็นหุ้น “Value + Turnaround” ขนาดเล็ก ที่มีจุดเด่นด้านสินทรัพย์และการกระจายธุรกิจ แต่ยังต้องพิสูจน์การเติบโตของธุรกิจใหม่ในระยะยาว
    หากบริษัทสามารถเพิ่มรายได้จากอาหารและโลจิสติกส์ได้ต่อเนื่อง อาจช่วยให้มูลค่าหุ้นกลับมาน่าสนใจมากขึ้นในอนาคต

Disclaimer

ใส่ความเห็น