ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น STP บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STP บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STP บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) STP อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุตสาหกรรม(Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.30บาท09 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.42บาท08 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.25บาท11 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.40บาท02 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.25บาท11 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.25บาท09 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.10บาท08 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.25บาท25 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.20บาท14 ก.ย. 2565เงินปันผล

ที่ตั้งสถานที่ของบริษัท
สำนักงานใหญ่ (สำนักงานใหญ่/ออฟฟิศ)
200/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 แยก 9 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
โรงงาน / ฐานการผลิต
6 หมู่ 3 ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140
ข้อมูลที่ตั้งมีครบ 2 แห่งหลัก แสดงว่าบริษัทมีทั้งสำนักงานธุรกิจใน กทม. และโรงงานที่ ปทุมธานี


โรงงาน / สถานที่ผลิต
จากข้อมูลบริษัทระบุว่า:
ย้ายฐานการผลิตไปที่จังหวัด ปทุมธานี และมีการขยายกำลังการผลิตบนที่ดินมากกว่า 25 ไร่ สำหรับโรงงานที่ นั้น
(การระบุจำนวนไร่นี้มาจากข้อมูลประวัติการขยายโรงงาน ซึ่งถือเป็นที่ดินที่บริษัทใช้เพื่อการผลิต)ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น STP
บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STP ดำเนินธุรกิจรับพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ โดยทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินงานจึงเน้นไปที่ โรงงาน เครื่องจักรการพิมพ์ ระบบผลิต และอุปกรณ์สนับสนุนการผลิต เป็นหลัก

สินทรัพย์หมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
แม้ไม่ใช่สินทรัพย์ถาวร แต่ วัตถุดิบและสินค้าคงเหลือ เป็นทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ STP สามารถดำเนินการผลิตได้ เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ วัสดุสำหรับบรรจุภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองในการผลิต
สรุปภาพรวมทรัพย์สินของ STP
อาคาร/สำนักงาน → โรงงาน → เครื่องจักรการพิมพ์ → เครื่องจักรแปรรูป → ระบบสาธารณูปโภค → อุปกรณ์ขนส่ง → วัตถุดิบและสินค้าคงเหลือ
จุดสำคัญคือ STP เป็นธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์ประเภทโรงงานและเครื่องจักรเป็นฐานในการสร้างรายได้ เพราะลักษณะธุรกิจคือการรับพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ทุกชนิด

อาคารและสถานประกอบการ
สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่ 200/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
ใช้เป็นฐานในการบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจของบริษัท
ทรัพย์สินด้านอาคารและพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นส่วนสำคัญในการรองรับกระบวนการผลิตและงานสำนักงาน

โรงงานและพื้นที่ผลิต
ธุรกิจหลักของ STP คือการผลิต บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ ดังนั้นพื้นที่โรงงานและพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องจักรถือเป็นทรัพย์สินหลักที่ใช้สร้างรายได้ของบริษัท
โดยพื้นที่ดังกล่าวรองรับกระบวนการตั้งแต่การเตรียมงานพิมพ์ การพิมพ์ การขึ้นรูป/แปรรูป ไปจนถึงการตรวจสอบและจัดเตรียมสินค้า

เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ทรัพย์สินสำคัญอีกกลุ่มคือ เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับงานพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งใช้ในการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เช่น
เครื่องจักรสำหรับกระบวนการพิมพ์
เครื่องจักรสำหรับงานแปรรูปบรรจุภัณฑ์
เครื่องตัดและอุปกรณ์หลังการพิมพ์
เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับควบคุมคุณภาพ
อุปกรณ์และระบบสนับสนุนการผลิต
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญโดยตรงต่อ กำลังการผลิต คุณภาพสินค้า และประสิทธิภาพในการรับงาน ของ STP

ระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์สนับสนุน
นอกจากเครื่องจักรหลักแล้ว บริษัทจำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนการผลิต เช่น
ระบบไฟฟ้า
ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
ระบบความปลอดภัย
ระบบจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า
อุปกรณ์ขนย้ายภายในโรงงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้สายการผลิตสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ต้องมีการเคลื่อนย้ายทั้ง วัตถุดิบ สินค้าระหว่างกระบวนการ และสินค้าสำเร็จรูป ดังนั้นยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่งจึงเป็นทรัพย์สินสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท


จากข้อมูลการเชื่อมโยงธุรกิจ (company network) พบว่ามี บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร / ผู้ถือหุ้นหลักของ STP ซึ่งอาจถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ แต่นี่ อาจจะไม่ใช่บริษัทในเครือทางบัญชีหรือที่ STP เป็นผู้ถือหุ้นโดยตรง:
Thai Forest Products Co. Ltd. – บริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร/ผู้ถือหุ้นรายสำคัญของ STP
Somwangdee Land Co. Ltd. – อีกบริษัทที่มีการเชื่อมโยงเชิงบุคคลกับผู้บริหารของ STP
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น STP
บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STP ดำเนินธุรกิจหลักด้านการรับพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ โดยจากข้อมูลบริษัทและเอกสารที่ตรวจสอบ STP ไม่ได้แสดงโครงสร้างบริษัทย่อยหรือบริษัทในเครือที่ STP ถือหุ้นเป็นสาระสำคัญ ในลักษณะกลุ่มบริษัทแบบ Holding Company แต่ดำเนินธุรกิจหลักผ่านบริษัท STP โดยตรง
บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ STP
จากงบการเงินของ STP พบการเปิดเผย กิจการที่มีความสัมพันธ์กัน (Related Parties) ได้แก่
บริษัท ไทยฟอเรสต์โปรดักส์ จำกัด (Thai Forest Products Co., Ltd.) — มีกรรมการ/ผู้ถือหุ้นร่วมกัน
บริษัท ไทยเปเปอร์คาร์ตันส์ จำกัด (Thai Paper Cartons Co., Ltd.) — เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น
บริษัท สมหวังดี แลนด์ จำกัด (Somwangdee Land Co., Ltd.) — มีกรรมการ/ผู้ถือหุ้นร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ ไม่ควรตีความว่าเป็น “บริษัทย่อยของ STP” เพียงจากการเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกัน เพราะข้อมูลที่เปิดเผยระบุลักษณะความสัมพันธ์ในด้านกรรมการหรือผู้ถือหุ้นร่วมกันเป็นหลัก
โครงสร้างธุรกิจของ STP
STP บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)
↳ ธุรกิจหลัก: รับพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ทุกชนิด
↳ สำนักงานใหญ่: กรุงเทพฯ
↳ โรงงานผลิต: อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
↳ พื้นที่โรงงานประมาณ 25 ไร่
สรุปสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์หุ้น:
STP มีโครงสร้างธุรกิจค่อนข้างตรงไปตรงมา โดยบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและรับพิมพ์บรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ผ่านกิจการหลักของตนเอง ไม่ได้มีการเปิดเผยบริษัทย่อยที่เป็นแกนหลักของกลุ่ม ขณะที่มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกันบางแห่งจากความสัมพันธ์ด้านกรรมการและผู้ถือหุ้น ซึ่งควรแยกออกจากคำว่า “บริษัทย่อย” อย่างชัดเจน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
เป็นประเด็นที่ STP ระบุไว้โดยตรง โดยในช่วง 6 เดือนแรกปี 2568 ลูกค้ารายใหญ่ 4 รายคิดเป็น 58% ของรายได้จากการขายและบริการ หากลูกค้ากลุ่มนี้ลดคำสั่งซื้อ เปลี่ยนผู้ผลิต หรือมีปัญหาทางธุรกิจ อาจกระทบรายได้ของ STP อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจึงมีแนวทางขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมอื่นเพื่อลดการกระจุกตัว

ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษมีต้นทุนวัตถุดิบเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเฉพาะ กระดาษ หมึกพิมพ์ และวัสดุประกอบการผลิต หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไร

ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
ตลาดบรรจุภัณฑ์และงานพิมพ์มีการแข่งขันทั้งด้าน ราคา คุณภาพ ระยะเวลาส่งมอบ และความสามารถในการผลิตงานเฉพาะรูปแบบ หากคู่แข่งเพิ่มกำลังการผลิตหรือใช้กลยุทธ์ด้านราคา อาจทำให้ STP ต้องแข่งขันด้านราคาและส่งผลต่อมาร์จิ้น

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของความต้องการบรรจุภัณฑ์
รายได้ของ STP เชื่อมโยงกับคำสั่งซื้อของลูกค้าในภาคธุรกิจต่าง ๆ ดังนั้น หากเศรษฐกิจชะลอตัว การบริโภคลดลง หรือภาคอุตสาหกรรมของลูกค้าชะลอตัว อาจทำให้ลูกค้าลดปริมาณการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์

ความเสี่ยงจากเครื่องจักรและการหยุดชะงักของการผลิต
STP เป็นธุรกิจการผลิตที่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรสำหรับงานพิมพ์และกระบวนการหลังพิมพ์ หากเครื่องจักรขัดข้อง การบำรุงรักษาล่าช้า หรือเกิดเหตุหยุดการผลิต อาจกระทบ กำลังการผลิต ต้นทุน และกำหนดส่งมอบสินค้า

ความเสี่ยงด้านการลงทุนและค่าใช้จ่ายลงทุน
การรักษาความสามารถในการแข่งขันจำเป็นต้องลงทุนในเครื่องจักร เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดแสดงว่าในปี 2568 STP มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน ติดลบ 146.65 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 213.60 ล้านบาท สะท้อนว่าการขยาย/ปรับปรุงศักยภาพการผลิตเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามด้านกระแสเงินสด

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนดเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์
แนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการใช้วัสดุที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจทำให้ลูกค้าและตลาดต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น บริษัทจึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและความต้องการของตลาด โดย STP ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในกิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากเยื่อกระดาษหรือกระดาษที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2565

ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของธุรกิจ
แม้ผลประกอบการล่าสุดเติบโต แต่ STP ยังมีธุรกิจหลักอยู่ในกลุ่ม บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ ทำให้การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีผลต่อบริษัทค่อนข้างโดยตรง โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้ 790.39 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 165.49 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2567 ที่มีรายได้ 718.41 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 153.14 ล้านบาท

ความเสี่ยงจากการขยายกำลังการผลิต
หาก STP ลงทุนเพิ่มเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ แต่ความต้องการจริงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจทำให้เกิด กำลังการผลิตส่วนเกิน ค่าเสื่อมราคา และต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันผลตอบแทนจากการลงทุน


ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ
ปี พ.ศ. 2512
– คุณวิโรจน์ โรจน์วงศ์จรัส เริ่มต้นธุรกิจผลิตกล่องน้ำหอมและกล่องยา ในชื่อบุคคลธรรมดา โดยมีโรงงานตั้งอยู่บนถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นของกิจการด้านการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่เน้นงานคุณภาพสูง
ปี พ.ศ. 2519
– ก่อตั้งบริษัทขึ้นอย่างเป็นทางการ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหไทยการพิมพ์” เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ด้วยทุนจดทะเบียน 1.0 ล้านบาท และมีผู้ก่อตั้งหลัก 3 ท่าน คือ คุณวิโรจน์, คุณอมรรัตน์ และคุณสุรศักดิ์ โรจน์วงศ์จรัต
ปี พ.ศ. 2525–2530s (ช่วงขยายกิจการ)
– ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มขอบเขตงานพิมพ์ต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งถือเป็นช่วงการเติบโตของบริษัทในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
ปี พ.ศ. 2525 / 1982 (ประมาณ)
– ตั้งโรงงานใหม่บนถนนจรัญสนิทวงศ์เพื่อขยายพื้นที่การผลิตและรองรับกิจการที่เติบโตขึ้น ต่อมาส่วนหนึ่งของพื้นที่นี้ถูกใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท
ปี พ.ศ. 2549 / 2006
– ขยายและย้ายฐานการผลิตหลักไปที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับงานปริมาณมากขึ้น พร้อมทั้งเน้นบริการที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ปี พ.ศ. 2564
– บริษัทได้ ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้น IPO ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจ ได้แก่ ขยายโรงงานและลงทุนในเครื่องจักรรองรับความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้น
ปี พ.ศ. 2565 / 14 มิถุนายน
– บริษัท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “STP” เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่ยืนยันฐานะบริษัทในตลาดทุนไทยและเปิดโอกาสในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต
ปัจจุบัน (2568–2569)
– บริษัทดำเนินธุรกิจครบวงจรด้านการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์กระดาษ ตั้งแต่การออกแบบ พิมพ์ ไปจนถึงงานสำเร็จรูป และเป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตที่รองรับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด19.0930.4226.5844.1944.41
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ122.70134.63136.11158.07173.49
สินค้าคงเหลือ39.4155.7263.7866.4391.78
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน370.04459.76509.38493.07610.69
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ407.20408.41477.41456.97464.54
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน507.96515.61559.48547.94544.78
รวมสินทรัพย์878.00975.371,068.861,041.011,155.47
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ55.9644.4040.4854.7770.02
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน69.1560.5550.0274.3984.59
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน119.16122.48127.48121.45122.98
รวมหนี้สิน188.31183.03177.50195.84207.56
ทุนจดทะเบียน100.00100.00100.00100.00100.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า100.00100.00100.00100.00100.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น417.75417.75417.75417.75417.75
กำไร(ขาดทุน)สะสม171.95274.60373.61327.42430.16
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่689.69792.34891.35845.17947.91
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ511.93692.11762.54398.99433.70
รายได้อื่น21.6626.3127.8614.9018.87
รวมรายได้533.59718.41790.39413.90452.57
ต้นทุน348.14448.86502.05254.82289.15
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร73.4776.0784.4542.0347.05
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย421.62524.93586.50296.85336.20
EBITDA153.41245.05263.51145.00148.39
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย41.4451.5759.6227.9632.02
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้111.97193.48203.89117.04116.37
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่86.71153.14165.4992.8398.56
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.871.531.650.930.99

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน109.20173.87213.60101.4396.35
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-47.81-105.75-146.65-45.10-31.85
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-61.19-56.78-70.79-42.57-46.67
เงินสดสุทธิ0.2011.33-3.8413.7617.83

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.385.635.124.81
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)67.8564.8071.3175.90
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)9.448.408.216.78
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)38.6843.4444.4453.83
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)8.9411.838.968.60
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)40.8130.8640.7542.46
วงจรเงินสด (วัน)65.7377.3875.0087.27


วิเคราะห์หุ้น STP — บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)
STP เป็นผู้ประกอบธุรกิจรับพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ โดยให้บริการตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การทำเพลท การพิมพ์ 1–8 สี ไปจนถึงงานหลังการพิมพ์ เช่น เคลือบ UV ปั๊มฟอยล์ ประกบลูกฟูก และไดคัท
🔥 จุดที่น่าสนใจของ STP

  1. รายได้เติบโตจาก Volume ลูกค้า
    ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้ 215.64 ล้านบาท เพิ่มจาก 201.42 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 50.32 ล้านบาท จาก 43.71 ล้านบาท หรือโตประมาณ 15.1% YoY
    จุดสำคัญคือบริษัทระบุว่า ปริมาณการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้ากลุ่มหลักเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 84% ของรายได้รวม ในไตรมาสดังกล่าว
  2. Margin ทำจุดสูง
    กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 50.32 ล้านบาท และ Net Profit Margin อยู่ที่ 23.34% ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากประสิทธิภาพการใช้เครื่องจักรและเครื่องจักรใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย
  3. ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง
    ข้อมูล 3M/2569 ระบุว่า STP มีสินทรัพย์ 1,134.05 ล้านบาท หนี้สิน 192.38 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 941.68 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 43.11 ล้านบาท

📊 ภาพรวมตัวเลขสำคัญ

รายการ256725683M/69
รายได้ (ลบ.)718.41790.39215.64
กำไรสุทธิ (ลบ.)153.14165.4950.32
สินทรัพย์ (ลบ.)975.371,068.861,134.05
หนี้สิน (ลบ.)183.03177.50192.38
ส่วนผู้ถือหุ้น (ลบ.)792.34891.35941.68

ตัวเลขสะท้อนว่า รายได้และกำไรในปี 2568 เติบโตจากปี 2567 และในไตรมาส 1/2569 ยังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง ⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตา
การกระจุกตัวของลูกค้า/ตลาด — รายได้จากบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงมีสัดส่วนสูงมาก จึงควรติดตามคำสั่งซื้อและ Volume ของลูกค้ากลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด
ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต — ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนกระดาษ พลังงาน และประสิทธิภาพการผลิต
การใช้กำลังการผลิต — การเติบโตของกำไรส่วนหนึ่งมาจาก Machine Utilization และเครื่องจักรใหม่ หาก Volume ชะลอตัว ประโยชน์จากต้นทุนต่อหน่วยอาจลดลง
สิทธิประโยชน์ทางภาษี — กำไรไตรมาส 1/2569 ได้แรงหนุนบางส่วนจาก BOI Tax Shield ดังนั้นควรแยกให้ออกว่าการเติบโตของกำไรส่วนใดมาจากธุรกิจหลัก และส่วนใดมาจากภาษี
💰 มุมมองด้าน Valuation
ข้อมูล SET ณ 18 ก.ย. 2569 ระบุว่า STP มีราคาหุ้น 11.80 บาท, Market Cap ประมาณ 1,180 ล้านบาท, P/E 6.89 เท่า, P/BV 1.24 เท่า, EV/EBITDA 4.59 เท่า และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 9.55–12.60 บาท
ดังนั้นประเด็นที่ตลาดควรติดตามไม่ใช่เพียงว่า “กำไรโตหรือไม่” แต่คือ กำไรระดับสูงในปัจจุบันสามารถรักษาได้ต่อเนื่องแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมี Margin สูงและพึ่งพากลุ่ม Pet Food ในสัดส่วนมาก
🎯 สรุป STP
STP = หุ้นบรรจุภัณฑ์ที่กำลังเห็นทั้ง Revenue Growth + Margin Expansion
ภาพล่าสุดมี 3 แรงขับเคลื่อนสำคัญคือ
Volume เพิ่ม → ใช้เครื่องจักรมีประสิทธิภาพขึ้น → ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
ขณะที่งบ 3M/2569 แสดงกำไรสุทธิ 50.32 ล้านบาท +15.1% YoY และบริษัทระบุว่า Net Margin ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่จุดที่ต้องพิสูจน์ต่อคือ ยอดสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มหลัก, การรักษา Margin และความสามารถในการสร้างกำไรโดยไม่พึ่งปัจจัยพิเศษด้านภาษีมากเกินไป
ข้อมูลราคาที่อ้างอิงล่าสุดจาก SET ในผลค้นหานี้คือ 18 ก.ย. 2569 ที่ 11.80 บาท
หากมองในสไตล์ เพจหุ้นสายเทคนิค จุดต่อไปที่น่าสนใจคือการจับตา แนวต้าน 12.00–12.60 บาท ซึ่งเป็นโซนสำคัญจากกรอบราคาปัจจุบัน ขณะที่การทะลุแนวต้านพร้อม Volume สนับสนุน จะเป็นสัญญาณที่ควรติดตามแยกจากปัจจัยพื้นฐาน โดยข้อมูล 52-week high ของ SET อยู่ที่ 12.60 บาท


Disclaimer

ใส่ความเห็น