ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น STECH บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STECH บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STECH บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) STECH อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.04บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.03บาท23 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.03บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.05บาท20 พ.ค. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินสำคัญ
สินทรัพย์รวมของบริษัท ณ ช่วงใดช่วงหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 3,222.83 ล้านบาท และหนี้สินรวมอยู่ที่ประมาณ 1,094.47 ล้านบาท.
จากงบการเงิน (ดู ณ งวดล่าสุด) จำแนกทรัพย์สินได้ดังนี้:
สินทรัพย์หมุนเวียน เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 99.06 ล้านบาท; ลูกหนี้การค้าและอื่นๆ; สต็อกสินค้า (สินค้าคงเหลือ) ประมาณ 482.78 ล้านบาท.
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เช่น
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (สุทธิ) ประมาณ 1,971.20 ล้านบาท.
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (สุทธิ) ประมาณ 67.79 ล้านบาท.
เงินลงทุนระยะยาว และเงินฝากสถาบันการเงินที่มีข้อจำกัดในการใช้ น้อยมาก (0.14 ล้านบาท, 0.36 ล้านบาทตามลำดับ)


ข้อมูลบริษัทโดยสรุป
บริษัทจดทะเบียนตั้งอยู่ที่: 50 ซอย งามวงศ์วาน 47 แยก 20 (ชินเขต 2/18) ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210.
ลักษณะธุรกิจ: ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง (เช่น เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง, เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “STEC” และให้บริการด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์และบริการติดตั้ง/ตอกเสาเข็ม รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัท.

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่: บริษัท บริษัท ร่วมชัยกิจ จำกัด ถือหุ้นสัดส่วนราว 49.24% ตามข้อมูล ณ ปีที่ผ่านมา.
เรื่อง “บริษัทในเครือ / กลุ่มบริษัท”
แม้จะมีบทความระบุว่า STECH ได้เข้าลงทุนในบริษัทอื่น เช่นการเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท วังคอนกรีต จำกัด เพื่อถือหุ้น 100% โดย STECH เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด หลังทำรายการ.
แต่ ณ ที่ตรวจสอบ ยังไม่พบ รายชื่อบริษัทในเครือ (Subsidiaries หรือบริษัทย่อย) ที่เปิดเผยอย่างครบถ้วนและชัดเจนในเอกสารสาธารณะเปิดเผยโดย STECH เช่น รายชื่อบริษัทย่อยทั้งหมด, สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย, หรือกลุ่มธุรกิจที่จัดเป็น “เครือ” อย่างเป็นทางการ.

กลุ่มบริษัทในเครือของ STECH
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH ดำเนินธุรกิจหลักผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง เช่น เสาเข็ม เสาไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำหรับงานก่อสร้าง รวมถึงบริการขนส่ง ตอกเสาเข็ม และงานรับเหมาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก
จากข้อมูลโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่เปิดเผย พบธุรกิจสำคัญในเครือดังนี้

  1. บริษัท สยามสตีลไวร์ จำกัด — ถือหุ้น 100%
    เป็นบริษัทย่อยที่ STECH ถือหุ้นทั้งหมด ประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายลวดเหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง โดยจัดตั้งเมื่อปี 2565 และโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี
    จุดสำคัญคือธุรกิจนี้ช่วยให้ STECH สามารถ บริหารต้นทุนวัตถุดิบและสร้างธุรกิจ New S-Curve โดยบริษัทเคยระบุว่าลวดเหล็กเป็นต้นทุนประมาณ 20–30% ของต้นทุนการผลิตคอนกรีต
  2. บริษัท สยามเทคนิคเพาเวอร์ จำกัด — ถือหุ้น 99.97%
    ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ภายใต้เครื่องหมายการค้า “STEC” รวมถึงบริการขนส่งและตอกเสาเข็ม โดย STECH ถือหุ้นในสัดส่วน 99.97% ตามข้อมูลที่เปิดเผย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567
  3. ฐานการผลิต/บริษัทในกลุ่มคอนกรีต
    ในโครงสร้างกลุ่มที่บริษัทเคยเปิดเผย ยังมีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฐานการผลิตในภูมิภาค เช่น สยามเทคนิคคอนกรีต (สระบุรี), (บุรีรัมย์), (ขอนแก่น), (ลำพูน), (สุโขทัย), (ชลบุรี) และ สยามเทคนิคเมทเวอร์ค ซึ่งในข้อมูลโครงสร้างเดิมระบุการถือหุ้นประมาณ 99.97%
    หมายเหตุ: รายชื่อและโครงสร้างบริษัทย่อยมีการปรับเปลี่ยนได้ จึงควรยึดแบบ 56-1/รายงานประจำปีล่าสุดเป็นหลัก โดยข้อมูลปี 2568 เป็นงบรวมของ “กลุ่มบริษัท” และ STECH ยังมี สยามสตีลไวร์ เป็นองค์ประกอบสำคัญของกลุ่ม

🔎 สรุปโครงสร้างธุรกิจแบบเข้าใจง่าย
STECH
⬇️
ธุรกิจคอนกรีตอัดแรง
→ เสาเข็ม
→ เสาไฟฟ้า
→ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต
→ ขนส่ง / ตอกเสาเข็ม
⬇️
สยามสตีลไวร์
→ ผลิตลวดเหล็ก
→ ป้อนวัตถุดิบให้ธุรกิจคอนกรีต
→ ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก
→ เพิ่มโอกาสสร้าง New S-Curve
ภาพรวมจึงเป็นลักษณะ “ธุรกิจคอนกรีตอัดแรง + ธุรกิจวัตถุดิบต้นน้ำ” ซึ่งช่วยให้ STECH มีห่วงโซ่ธุรกิจที่ครบขึ้นกว่าการผลิตคอนกรีตเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันงบ 6 เดือนปี 2569 ของกลุ่ม STECH มีรายได้ 1,365.44 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 157.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 100.64 ล้านบาท



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น STECH
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง เช่น เสาเข็ม เสาไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์คอนกรีต รวมถึงบริการขนส่ง ตอกเสาเข็ม และงานก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก โดยมีลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน
จากข้อมูล One Report ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 2,180.75 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 142.18 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลงจาก 20.85% เหลือ 19.35% เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น
🔴 1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
ธุรกิจคอนกรีตอัดแรงมีการแข่งขันค่อนข้างสูง หากผู้ผลิตแข่งขันกันด้วยราคา อาจทำให้ อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
ปี 2568 STECH ระบุชัดว่าการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ดังนั้นต้องจับตาว่าในอนาคตบริษัทจะสามารถรักษา Margin ได้มากน้อยเพียงใด
🔴 2. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
ต้นทุนสำคัญของธุรกิจคอนกรีตเกี่ยวข้องกับ ปูนซีเมนต์ เหล็ก วัตถุดิบสำหรับคอนกรีต และพลังงาน หากต้นทุนปรับตัวขึ้นเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ จะกระทบกำไรโดยตรง
จุดที่ต้องติดตามจึงไม่ใช่แค่ รายได้โตหรือไม่ แต่ต้องดูควบคู่กับ Gross Margin และต้นทุนขาย
🔴 3. พึ่งพาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ความต้องการเสาเข็ม เสาไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์คอนกรีตสัมพันธ์กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน งานก่อสร้าง และโครงการของภาครัฐ/เอกชน
หากโครงการใหม่ล่าช้า การประมูลงานลดลง หรือการลงทุนภาคก่อสร้างชะลอตัว อาจกระทบ คำสั่งซื้อและ Backlog ของบริษัทได้
🔴 4. รายได้จากงานก่อสร้างมีความผันผวน
ธุรกิจของ STECH ไม่ได้มีเฉพาะผลิตภัณฑ์คอนกรีต แต่ยังมีงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก เช่น งานระบบสายส่งไฟฟ้า 115 kV
อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานก่อสร้างโครงการในปี 2568 ลดเหลือ 10.32 ล้านบาท จาก 42.82 ล้านบาทในปี 2567 เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่บางส่วนส่งมอบไปแล้ว
จึงมีความเสี่ยงว่า หากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทน รายได้จากส่วนนี้อาจไม่สามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง
🟠 5. ความเสี่ยงจากระยะเวลารับเงินและเงินทุนหมุนเวียน
ธุรกิจรับงานโครงการและขายผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้ารายใหญ่จำเป็นต้องบริหาร ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และเจ้าหนี้ อย่างมีประสิทธิภาพ
ปี 2568 บริษัทมี Cash Cycle ประมาณ 100 วัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 วัน สะท้อนว่าการหมุนเวียนเงินสดยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
🟠 6. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้า/โครงการ
หากยอดขายส่วนหนึ่งพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่หรือโครงการขนาดใหญ่ การเลื่อนส่งมอบ ยกเลิกโครงการ หรือการชำระเงินล่าช้า อาจทำให้รายได้และกระแสเงินสดในแต่ละช่วงผันผวน
🟡 7. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์
หากเศรษฐกิจชะลอตัว การก่อสร้างภาคเอกชนและการพัฒนาโครงการใหม่ลดลง ความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตอาจลดลงตาม
ดังนั้น STECH มีลักษณะเป็นธุรกิจที่ต้องจับตา Cycle ของภาคก่อสร้างและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อย่างใกล้ชิด
🟢 8. ฐานะการเงินดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามกระแสเงินสด
ด้านบวกคือปี 2568 บริษัทมีหนี้สินรวม 1,465.66 ล้านบาท ลดลงจาก 1,693.61 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 1,625.15 ล้านบาท
ขณะที่ One Report ระบุว่า D/E ลดจาก 1.12 เท่า เหลือ 0.90 เท่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีด้านความเสี่ยงทางการเงิน


🎯 สรุปความเสี่ยง STECH แบบนักลงทุน

ประเด็นระดับความเสี่ยง
การแข่งขันด้านราคา🔴 สูง
ต้นทุนวัตถุดิบ🔴 สูง
การชะลอตัวของภาคก่อสร้าง🟠 ปานกลาง-สูง
การพึ่งพาโครงการก่อสร้าง🟠 ปานกลาง-สูง
เงินทุนหมุนเวียน/Cash Cycle🟠 ปานกลาง
หนี้สินและดอกเบี้ย🟡 ลดลง แต่ต้องติดตาม
ความผันผวนของรายได้งานโครงการ🟠 ปานกลาง-สูง

ประเด็นที่ผมมองว่านักลงทุนควรจับตาที่สุด:
👉 “ยอดขายโต แต่ Margin จะรักษาได้หรือไม่?”
เพราะปี 2568 รายได้ยังเติบโต แต่บริษัทเผชิญการแข่งขันด้านราคาจน Gross Margin ลดลง ขณะเดียวกันรายได้จากงานโครงการลดลงอย่างมาก ดังนั้นการประเมิน STECH ไม่ควรดูเพียงกำไรสุทธิ แต่ควรติดตาม Backlog + Gross Margin + ต้นทุนวัตถุดิบ + Cash Flow ควบคู่กันไป


ข้อมูล ณ วันที่ 14 มี.ค. 2568



ก่อตั้งและเริ่มธุรกิจ
ผู้บริหาร / ผู้ก่อตั้งคือ วัฒน์ชัย มงคลศรีสวัสดิ์ เริ่มจากการทำงานด้านผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงในองค์กรรัฐ ก่อนมาเริ่มธุรกิจของตนเองในปี 2544 (ประมาณ) โดยใช้ชื่อว่า “บริษัท สระบุรีเทคนิคคอนกรีต จำกัด” ที่จังหวัดสระบุรี.
เริ่มจากผลิตภัณฑ์ เช่น เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง, เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เป็นต้น.
เปลี่ยนชื่อและขยายธุรกิจ
ปี 2559
บริษัทลงทุนก่อสร้างโรงงานเสาเข็มสปัน (spun pile) และเปลี่ยนชื่อจาก “สระบุรีเทคนิคคอนกรีต” เป็น “สยามเทคนิคคอนกรีต” เพื่อรองรับการเติบโตในธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง.
มีการกระจายโรงงานไปในหลายภูมิภาค เพื่อให้ลดต้นทุนการขนส่งและรองรับโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่.
จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน และเข้าตลาดหุ้น
บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (Public Company) ในปี 2562.
วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อย่อ “STECH”.
ในการ IPO มีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน … เพื่อระดมทุนใช้ในการขยายโรงงานใหม่ในชลบุรีและมุกดาหาร รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิต.
ขยายธุรกิจและการเข้าลงทุน
ล่าสุด บริษัทมีมติในการประชุมเมื่อ 18 มิถุนายน 2567 ให้เข้าลงทุนใน บริษัท วังคอนกรีต จำกัด ซึ่งทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต เช่น เสาเข็ม แผ่นพื้น โดยจะซื้อหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว.
จุดเด่นและบทบาทในอุตสาหกรรม
STECH มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง (pre-stressed concrete products) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “STEC” ได้แก่ เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง, เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง, ผลิตภัณฑ์คานสะพานและพื้นสะพาน เป็นต้น.
บริษัทวางจุดแข็งไว้ที่ต้นทุน ซึ่งมาจากการมีโรงงานกระจายในหลายภูมิภาค และความเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สามารถต่อรองวัตถุดิบได้.
แม้ในช่วงวิกฤติ เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทยังเห็นโอกาสจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ยังมีความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตมากขึ้น.


ประเภทงบงบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
งบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด48.0374.4687.2499.06174.16
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ403.64400.82281.86439.17356.01
สินค้าคงเหลือ415.08470.22551.34482.78656.30
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน988.801,022.55951.301,070.101,259.54
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ1,834.421,989.261,946.591,971.201,933.06
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน2,039.362,179.112,139.942,152.732,126.61
รวมสินทรัพย์3,028.163,201.663,091.243,222.833,386.15
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม775.59586.08506.31566.84700.38
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ338.25215.75214.44217.44255.93
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี90.00145.20126.21166.09114.91
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,325.361,087.70997.331,094.471,246.51
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน312.07605.91468.33544.31385.15
รวมหนี้สิน1,637.431,693.611,465.661,638.781,631.66
ทุนจดทะเบียน725.00725.00725.00725.00725.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า725.00725.00725.00725.00725.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น345.72345.72345.72345.72345.72
กำไร(ขาดทุน)สะสม316.23433.54551.07509.55679.99
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น3.363.363.363.363.36
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,390.311,507.621,625.151,583.621,754.06
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย0.430.430.430.430.43

ประเภทงบงบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,969.432,082.352,180.751,201.271,351.71
รายได้อื่น32.1313.8016.807.3113.74
รวมรายได้2,001.562,096.152,197.561,208.581,365.44
ต้นทุน1,611.621,660.411,760.47944.711,024.53
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร203.71219.47215.08114.67139.50
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,815.331,879.881,975.551,059.381,164.03
EBITDA307.85345.19359.29218.41268.72
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย121.61128.92137.2869.2167.31
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้186.23216.27222.00149.20201.42
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่127.36117.31142.18100.64157.91
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.180.160.200.140.22

ประเภทงบงบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน199.16108.53387.25166.54158.48
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-570.80-233.26-95.89-47.51-105.11
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน284.81151.16-278.59-94.4333.55
เงินสดสุทธิ-86.8326.4312.7724.6086.92

ประเภทงบงบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.456.605.416.19
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)66.9355.3067.4859.01
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.753.453.493.23
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)97.31105.90104.55112.96
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)7.6611.368.2210.81
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)47.6332.1244.4133.76
วงจรเงินสด (วัน)116.60129.08127.62138.21

🔥 STECH — จับตาแรงส่ง! กราฟกำลังทดสอบโซนสำคัญ
หุ้น STECH บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) ล่าสุดวันที่ 7 ก.ย. 2569 ช่วงที่มีข้อมูลจาก SET ราคาอยู่แถว 1.62–1.66 บาท โดยระหว่างวันขึ้นไปแตะ 1.67 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.94–1.76 บาท
📈 มุมมองกราฟเทคนิค
ภาพรวม: “Sideway Up / โมเมนตัมยังเป็นบวก แต่เริ่มเข้าเขตต้องจับตาแรงขาย”
จากข้อมูลเทคนิคล่าสุดที่พบ STECH มีโครงสร้างราคาที่แข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน โดยราคายกฐานจากโซนประมาณ 1.0 บาทขึ้นมาสู่บริเวณ 1.6 บาท และข้อมูลทางเทคนิคล่าสุดระบุ RSI ราว 72 ซึ่งเข้าสู่เขต Overbought ขณะที่ MACD อยู่ใกล้เส้น Signal และมีสัญญาณตัดลงในช่วงสั้น ๆ จึงมีโอกาสเกิดการพักตัวระยะสั้นก่อนเลือกทางต่อ
จุดที่น่าสนใจมาก: วันที่ 5 ก.ย. ราคาปิด 1.65 บาท เพิ่มขึ้นถึง 5.10% จากวันก่อนหน้า แต่ปริมาณซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 360,735 หุ้น ขณะที่วันที่ 3 ก.ย. มีปริมาณสูงถึงราว 1.17 ล้านหุ้น สะท้อนว่าต้องติดตามว่าแรงซื้อจะกลับมาพร้อม Volume หรือไม่
🎯 แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา

ระดับมุมมอง
1.60–1.62🟢 แนวรับแรก / จุดวัดแรงซื้อ
1.55–1.57🟢 แนวรับสำคัญ หากหลุดต้องระวัง
1.67–1.70🔥 แนวต้านแรก / จุดวัด Breakout
1.76🚀 แนวต้านใหญ่ / High 52 สัปดาห์

เกมสำคัญอยู่ที่ 1.70 บาท หาก STECH สามารถ ทะลุ 1.70 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับสาย Momentum เพราะเป็นการเข้าใกล้และมีโอกาสผ่าน High 52 สัปดาห์ที่ 1.76 บาท แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.70–1.76 บาท มีโอกาสเกิด แรงขายทำกำไร + Pullback ได้ เพราะ RSI อยู่ในระดับสูงแล้ว
⚡ สัญญาณที่สายเทคนิคต้องดู
🟢 Bullish
ยืนเหนือ 1.60 บาท ได้
ทำ Higher Low ต่อเนื่อง
เบรก 1.70 บาท
Volume พุ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย
หากผ่าน 1.76 บาท ได้ = สัญญาณ Breakout ใหญ่
🔴 Bearish
เบรก 1.70 ไม่ผ่านหลายครั้ง
Volume ลดลงขณะราคาขึ้น
หลุด 1.60 บาท
หากหลุด 1.55–1.57 บาท โครงสร้างระยะสั้นจะเริ่มเสีย
🚨 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
STECH ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะไล่ราคาแบบหลับหูหลับตา แต่เป็นหุ้นที่ต้อง “รอเบรกให้ชัด”
🔥 1.70 = ด่านวัดพลัง
🚀 1.76 = ด่าน Breakout สำคัญ
🛡️ 1.60 = แนวรับต้องรักษา
⚠️ 1.55–1.57 = โซนห้ามหลุดง่าย ๆ
ถ้า ราคา + Volume มาพร้อมกัน การทะลุแนวต้านจะมีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นด้วย Volume เบาบาง
ในเชิงพื้นฐานก็มีปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดจับตา เพราะ STECH รายงานกำไรปี 2568 มากกว่า 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.20% และบริษัทประกาศแผน JUMP+ ตั้งเป้า EBITDA แตะ 410 ล้านบาทในปี 2571
มุมมองเทคนิค: 🟢 เก็งกำไรเชิงบวก / รอ Breakout
จุดชี้ขาด: 1.70–1.76 บาท
จุดเฝ้าระวัง: 1.60 บาท


วิเคราะห์หุ้น STECH — สยามเทคนิคคอนกรีต
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH เป็นหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง/CONMAT ที่น่าสนใจตรงที่ กำไรปี 2569 เร่งตัวแรงกว่ารายได้ สะท้อนการบริหารต้นทุนและอัตรากำไรที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ข้อมูลล่าสุดที่ SET แสดง ณ 7 ก.ย. 2569 ราคาหุ้นอยู่แถว 1.62 บาท ขณะที่งบล่าสุดเป็นงวด 6 เดือนปี 2569

  1. STECH ทำธุรกิจอะไร?
    ธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ภายใต้แบรนด์ “STEC” เช่น
    เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
    เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง
    ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงอื่น ๆ
    บริการขนส่ง
    บริการตอกเสาเข็ม
    งานรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก
    งานติดตั้งระบบสายส่งไฟฟ้า 115 kV และงานระบบ Fiber Optic
    ดังนั้น STECH จึงได้ประโยชน์หาก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน งานสาธารณูปโภค งานไฟฟ้า และการก่อสร้างภาคเอกชน กลับมาเร่งตัว

2. จุดเด่นที่สุดตอนนี้: “กำไรโตแรง” ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 ถือว่าน่าสนใจมาก

รายการ6M/686M/69การเปลี่ยนแปลง
รายได้1,208.58 ลบ.1,365.44 ลบ.+12.98%
กำไรสุทธิ100.64 ลบ.157.91 ลบ.+56.91%
Gross Margin21.36%24.20%ดีขึ้น
Net Margin8.33%11.57%ดีขึ้น
D/E1.03x0.93xลดลง

ตัวเลขของ SET ระบุว่ากำไรสุทธิ 6 เดือนเพิ่มจาก 100.64 ล้านบาท เป็น 157.91 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2/69 มีกำไร 71.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160.9% YoY นี่คือประเด็นที่ต้องจับตา: รายได้โตประมาณ 13% แต่กำไรโตเกือบ 57% แปลว่า STECH กำลังได้ประโยชน์จาก Operating/Cost Efficiency และ Margin Expansion
บริษัทระบุว่ากำไรขั้นต้น 6M/69 อยู่ที่ 327.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.52% โดยสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 78.64% เหลือ 76.01%
3. ฐานะการเงินเริ่มแข็งแรงขึ้น
ณ 6M/69
สินทรัพย์ 3,386.15 ล้านบาท
หนี้สิน 1,631.66 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 1,754.06 ล้านบาท
D/E 0.93 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 158.48 ล้านบาท
อีกจุดที่น่าสนใจคือบริษัทระบุว่า Cash Cycle ลดจาก 98 วัน เหลือ 80 วัน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารลูกหนี้และเงินทุนหมุนเวียนที่ดีขึ้น
ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 36.30% YoY เหลือ 14.62 ล้านบาท จากการทยอยชำระเงินกู้ระยะยาว
ภาพรวม: ไม่ได้โตจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่กำลังได้แรงหนุนจาก ต้นทุน + ดอกเบี้ย + ประสิทธิภาพการบริหาร
4. Growth Story ของ STECH
บริษัทมีแผน JUMP+ ปี 2569–2571 โดยตั้งเป้าปี 2571
EBITDA 390–410 ล้านบาท
Gross Profit Margin 21%
ROE 9.2%
เพิ่มกำลังการผลิตของบริษัทย่อยเป็น 22,000 ตัน/ปี
ขณะเดียวกัน 6M/69 บริษัทระบุว่ารายได้รวมตามการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานอยู่ที่ 1,351.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.52% YoY โดยธุรกิจขายและบริการโต 10.41% และมีรายได้จากโครงการรับเหมาก่อสร้างใหม่เข้ามาเสริม
ดังนั้นธีมของ STECH จึงไม่ใช่แค่ “ขายคอนกรีต” แต่เป็นการพยายามขยับไปสู่ โซลูชันงานโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร
5. Valuation — จุดที่น่าสนใจ
ข้อมูล SET ณ 30 มิ.ย. 2569 ระบุว่า STECH มี
P/E 5.28 เท่า
P/BV 0.48 เท่า
Dividend Yield 3.54%
เทียบกับกลุ่ม CONMAT ที่ P/E 13.93 เท่า และ P/BV 0.85 เท่า
ตรงนี้ถือเป็น จุดขายสำคัญของหุ้น
เพราะหากกำไรสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ ตลาดอาจมีโอกาสกลับมาให้ Valuation สูงขึ้น
แต่ต้องระวังว่า หุ้นราคาถูกไม่ได้แปลว่าต้องขึ้นทันที โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กที่สภาพคล่องอาจไม่สูง
6. ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
🔴 1. ธุรกิจก่อสร้างเป็น Cyclical Business
ยอดขายขึ้นกับการลงทุนภาครัฐและเอกชน หากโครงการก่อสร้างชะลอตัว ยอดสั่งซื้อเสาเข็มและผลิตภัณฑ์คอนกรีตอาจได้รับผลกระทบ
🔴 2. ราคาวัตถุดิบ
ต้นทุนหลักอย่างปูนซีเมนต์ เหล็ก และพลังงานมีผลโดยตรงต่อ Gross Margin
จุดนี้สำคัญมาก เพราะกำไรปี 2569 กำลังโตจาก Margin หากต้นทุนกลับมาเพิ่มแรง อัตรากำไรอาจหดตัวได้
🔴 3. การแข่งขันสูง
ธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตมีการแข่งขันด้านราคา ทำให้บริษัทต้องควบคุมต้นทุนและรักษาคุณภาพ/การส่งมอบอย่างต่อเนื่อง
🔴 4. Backlog และโครงการใหม่
การเติบโตในอนาคตต้องติดตามว่า งานใหม่เข้ามาเพียงพอหรือไม่ ไม่ควรมองเฉพาะกำไรไตรมาสล่าสุด
🔴 5. สภาพคล่องของหุ้น
ราคาหุ้น STECH อยู่ในระดับต่ำและมูลค่าซื้อขายบางวันไม่สูงมาก จึงมีโอกาสเกิด Spread กว้างและราคาผันผวนจากคำสั่งซื้อขายไม่กี่รายการ
7. มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดวันที่ 7 ก.ย. 2569 อยู่ประมาณ 1.62 บาท และระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 1.62–1.67 บาท ตามข้อมูล SET
สำหรับสายเทคนิค ผมมองโซนสำคัญแบบนี้:
แนวรับ
1.60 บาท
1.55 บาท
1.50 บาท
แนวต้าน
1.67 บาท
1.70 บาท
1.80 บาท
🔥 จุดที่ต้องจับตา
ถ้า ทะลุ 1.67–1.70 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น เพราะเป็นการผ่านโซนที่ราคาต้องใช้แรงซื้อยืนยัน
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.67–1.70 บาท และ Volume ไม่เข้ามา การเคลื่อนไหวอาจยังเป็นเพียง Sideway Trading
สำหรับ STECH ผมจะให้น้ำหนักกับ Volume + การเบรกแนวต้าน มากกว่าการดูราคาอย่างเดียว
⭐ สรุปมุมมอง STECH
พื้นฐาน: ⭐⭐⭐⭐☆
การเติบโตของกำไร: ⭐⭐⭐⭐☆
ฐานะการเงิน: ⭐⭐⭐⭐☆
Valuation: ⭐⭐⭐⭐⭐
สภาพคล่องหุ้น: ⭐⭐☆☆☆
ความเสี่ยงธุรกิจ: ⭐⭐⭐☆☆
🔥 สิ่งที่ทำให้ STECH น่าสนใจ
รายได้โต → Margin ดีขึ้น → กำไรโตแรง → ดอกเบี้ยลด → D/E ลด → Valuation ยังต่ำ
โดยเฉพาะกำไร 6 เดือนปี 2569 ที่โตถึง 56.91% YoY ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจกว่าการดูเพียงการเติบโตของรายได้
ธีมลงทุนที่ต้องติดตามต่อ:
🏗️ Infrastructure + Precast Concrete + Margin Expansion + ต้นทุนลด + กำไรเร่งตัว
แต่ในเชิงราคาหุ้น 1.67–1.70 บาทคือด่านสำคัญ หากทะลุพร้อม Volume มีโอกาสทำให้ภาพเทคนิคกลับมาโดดเด่นขึ้น ขณะที่การหลุด 1.55–1.60 บาทจะทำให้ต้องระวังแรงขายและการกลับไปสร้างฐานใหม่
หมายเหตุ: ตัวเลขพื้นฐานข้างต้นอ้างอิงงบ 6M/2569 และข้อมูลตลาดล่าสุดที่ค้นได้ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ควรดูงบฉบับเต็มและ Volume/ราคาจริงก่อนตัดสินใจลงทุน


🔥 STECH กำลังชน “ด่านวัดใจ”! 1.67–1.70 บาท ผ่านได้…เกมอาจเปลี่ยน!
📈 STECH — สยามเทคนิคคอนกรีต
ตอนนี้กราฟกำลังเดินเข้าสู่ โซนต้านสำคัญ หลังราคายกฐานจากแถว 1.00 บาทขึ้นมาโซน 1.60 บาท
แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ “ขึ้นมาแล้วเท่าไหร่?”
❗คำถามคือ “จะเบรกได้จริงไหม และ Volume จะตามมาหรือเปล่า?”
🚨 จับตา BREAKOUT 1.67–1.70 บาท!
ราคาล่าสุด 7 ก.ย. 2569 เคลื่อนไหวประมาณ 1.62–1.67 บาท
🎯 แนวรับ

  • 1.60 บาท
  • 1.55 บาท
  • 1.50 บาท
    🚧 แนวต้าน
  • 1.67 บาท ⭐
  • 1.70 บาท ⭐⭐
  • 1.80 บาท ⭐⭐⭐
    1.67–1.70 บาท = ด่านสำคัญของรอบนี้
    ถ้าราคา ทะลุ 1.67–1.70 บาท พร้อม Volume พุ่งขึ้นชัดเจน
    🔥 นั่นคือสัญญาณที่สายเทคนิคต้องหันกลับมามอง!
    แต่ถ้าเบรกไม่ผ่าน + Volume ไม่สนับสนุน
    ⚠️ ระวังการแกว่งตัว Sideway หรือแรงขายทำกำไร
    📊 MOMENTUM ยังแรง…แต่เริ่มต้องระวัง!
    โครงสร้างราคายังเป็นลักษณะ Sideway Up
    แต่ RSI ล่าสุดอยู่แถว 72
    เข้าสู่โซน Overbought
    ขณะที่ MACD เริ่มเข้าใกล้ Signal และมีสัญญาณอ่อนตัวระยะสั้น
    แปลแบบภาษานักเทคนิคคือ…
    “โมเมนตัมยังดี แต่การไล่ราคาตรงนี้ต้องระวังแรงขาย!”
    ดังนั้นอย่าดูแค่แท่งเขียว
    👉 ดู Volume เป็นตัวตัดสิน
    💥 แต่สิ่งที่ทำให้ STECH น่าสนใจกว่ากราฟ คือ “กำไรเร่งตัว”
    6M/69
    📌 รายได้ 1,365.44 ลบ. +12.98%
    📌 กำไรสุทธิ 157.91 ลบ. +56.91%
    📌 Gross Margin 24.20%
    📌 Net Margin 11.57%
    📌 D/E ลดเหลือ 0.93 เท่า
    🔥 รายได้โตประมาณ 13% แต่กำไรโตเกือบ 57%!
    นี่คือจุดที่ต้องจับตา
    รายได้โต → Margin ขยาย → ต้นทุนดีขึ้น → ดอกเบี้ยลด → กำไรเร่งตัว
    และนี่อาจเป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงที่ช่วยสนับสนุน Momentum ของราคาหุ้น หากตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับกำไรที่เติบโตมากขึ้น
    🏗️ STECH ไม่ได้มีแค่ “เสาเข็ม”
    ธุรกิจครอบคลุมทั้ง
    🔹 คอนกรีตอัดแรง
    🔹 เสาเข็ม
    🔹 เสาไฟฟ้าคอนกรีต
    🔹 บริการขนส่ง
    🔹 งานตอกเสาเข็ม
    🔹 งานรับเหมาก่อสร้าง
    🔹 งานระบบสายส่งไฟฟ้า 115 kV
    🔹 Fiber Optic
    ธีมที่ต้องจับตา:
    Infrastructure + Precast + Construction + Margin Expansion
    หากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและงานก่อสร้างกลับมาเร่งตัว
    👉 นี่คือธีมที่อาจช่วยหนุนการเติบโตของ STECH
    💰 VALUATION ยังมี “ช่องว่าง”
    ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569
    P/E 5.28 เท่า
    P/BV 0.48 เท่า
    Dividend Yield 3.54%
    เมื่อเทียบกับกลุ่ม CONMAT ที่มี P/E และ P/BV สูงกว่า
    🔥 จึงเกิดคำถามสำคัญว่า…
    “ถ้ากำไรยังโต แล้วตลาดจะเริ่ม Re-rate หุ้นหรือไม่?”
    แต่ต้องจำไว้ว่า
    ⚠️ หุ้นถูก ≠ หุ้นต้องขึ้นทันที
    โดยเฉพาะหุ้นที่มีสภาพคล่องไม่สูง
    ⚠️ จุดที่สายเทคนิคต้องระวัง!
    🔴 ราคาชนแนวต้านแล้วไม่ผ่าน
    🔴 Volume ไม่เพิ่มตอน Breakout
    🔴 RSI อยู่โซนสูง
    🔴 สภาพคล่องบางวันต่ำ
    🔴 ราคาวัตถุดิบกด Margin
    🔴 Backlog/งานใหม่ต้องติดตาม
    🔴 หากหลุด 1.55–1.60 บาท อาจกลับไปสร้างฐานใหม่
    🔥 แผนที่กราฟ STECH รอบนี้
    1.60 บาท → ฐานแรก
    1.55 บาท → แนวรับสำคัญ
    1.50 บาท → รับลึก
    ⬆️ 1.67 บาท → ด่านแรก
    ⬆️ 1.70 บาท → Breakout Zone
    🚀 1.80 บาท → เป้าหมายต้านถัดไป
    🚨 สูตรที่สายเทคนิคต้องจำ!
    “ราคาเบรก + Volume เข้า + Momentum เดินหน้า”
    = 🔥 สัญญาณน่าจับตา
    แต่ถ้า…
    “ราคาเบรกหลอก + Volume แห้ง”
    = ⚠️ ระวัง Bull Trap!
    🎯 STECH ตอนนี้ต้องดูอะไร?
    ไม่ใช่แค่ “หุ้นขึ้นหรือไม่”
    แต่ต้องดูว่า…
    📈 จะผ่าน 1.70 บาทได้หรือไม่?
    💥 Volume จะเข้ามายืนยันหรือไม่?
    🚀 Momentum จะเร่งต่อหรือเริ่มแผ่ว?
    🛡️ ถ้าย่อ 1.60 บาทยังรับอยู่หรือไม่?
    🔥 ด่าน 1.67–1.70 บาท คือจุดที่ห้ามละสายตา!
    👉 อยากรู้ว่า STECH มีโอกาส “เบรกจริง” หรือ “เบรกหลอก” — กดอ่านรายละเอียดต่อ ดูแนวรับ–แนวต้าน และสัญญาณ Volume ให้ครบก่อนตัดสินใจ!

Disclaimer

ใส่ความเห็น