วิเคราะห์ หุ้น SPG บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SPG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ยานยนต์ (Automotive) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 09 ม.ค. 2541 | 345.00 | ยานยนต์ (Automotive) | SPG |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
กลุ่มบริษัทผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่สำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.00 | 1.00 | 0.72 | 0.60 | 0.70 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 16.70 | 18.66 | 15.45 | 14.52 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 0.80 | บาท | 15 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| – | 0.40 | บาท | 19 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| – | 0.80 | บาท | 09 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| – | 0.80 | บาท | 10 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| – | 0.45 | บาท | 23 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| – | 0.45 | บาท | 07 ธ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| – | 0.45 | บาท | 24 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
🏭 ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย น้ำมันหล่อลื่นและจาระบี สำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ดังนั้นทรัพย์สินหลักจึงเกี่ยวข้องกับพื้นที่ผลิต อาคาร โรงงาน เครื่องจักร และสินค้าคงเหลือ
🔹 ทรัพย์สินสำคัญของ SPG
- ที่ดิน
ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน โรงงาน และพื้นที่ดำเนินงานของบริษัท
เป็นทรัพย์สินพื้นฐานสำหรับรองรับการผลิตและการบริหารธุรกิจ - อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
อาคารสำนักงาน
อาคารโรงงานและพื้นที่สนับสนุนการผลิต
ใช้สำหรับบริหารงาน ผลิต และจัดเก็บสินค้า - เครื่องจักรและอุปกรณ์
เครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี
อุปกรณ์สำหรับผสม บรรจุ และควบคุมกระบวนการผลิต
ถือเป็นทรัพย์สินที่มีบทบาทโดยตรงต่อความสามารถในการผลิต - สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
SPG มีสินค้าคงเหลือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนก้อนสำคัญ โดยข้อมูล SET ระบุว่า ณ ปี 2568 บริษัทมีสินค้าคงเหลือประมาณ 1,114.23 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปสำหรับการจำหน่าย - อุปกรณ์สำนักงานและทรัพย์สินสำหรับการดำเนินงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน
ระบบสาธารณูปโภค
อุปกรณ์สนับสนุนการบริหารและการดำเนินงาน - ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
ใช้สนับสนุนการกระจายสินค้าและการดำเนินงานของบริษัท
💰 มุมมองด้านสินทรัพย์
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า SPG มี ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิประมาณ 278.18 ล้านบาท ณ ปี 2568 และมี สินทรัพย์รวมประมาณ 5,983.64 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลืออยู่ที่ประมาณ 1,114.23 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจ: SPG มีลักษณะธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์เพื่อรองรับการผลิต แต่เมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวมแล้ว สินค้าคงเหลือและสินทรัพย์หมุนเวียนมีสัดส่วนสำคัญ สะท้อนลักษณะธุรกิจที่ต้องบริหารวัตถุดิบและสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป: ทรัพย์สินหลักของ SPG คือ ที่ดิน + อาคาร/โรงงาน + เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิต + สินค้าคงเหลือ + อุปกรณ์และยานพาหนะ โดยสินทรัพย์เหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นและจาระบีของบริษัท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย น้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่รถยนต์ โดยมีบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่ผลิตสินค้าหลักให้กับกลุ่มบริษัท
🏢 โครงสร้างกลุ่มบริษัทหลัก
| บริษัท | สัดส่วนถือหุ้น | ธุรกิจหลัก |
|---|---|---|
| บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) | — | จำหน่ายและขายส่งน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่ |
| บริษัท พรีเมีย ลูบริแคนท์ จำกัด | 99.99% | ผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น รวมถึงภาชนะบรรจุและชิ้นงานพลาสติก |
| บริษัท สยามแบตเตอรี่ อินดัสทรี่ จำกัด | 95.46% | ผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ |
ข้อมูลโครงสร้างล่าสุดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า SPG มีบริษัทย่อยหลัก 2 บริษัทตามรายละเอียดข้างต้น ขณะที่เว็บไซต์บริษัทอธิบายภาพรวมกลุ่มว่ามี 3 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิต/จำหน่ายสินค้า ได้แก่ กลุ่มน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่ 🔧 ธุรกิจของแต่ละบริษัท
สยามแบตเตอรี่ อินดัสทรี่
รับผิดชอบด้าน การผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ Trane และ Boliden รวมถึงรับผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า (OEM)
🔄 ภาพรวมการทำงานของกลุ่ม SPG
โรงงาน/บริษัทย่อย → ผลิตสินค้า → SPG ทำตลาดและจัดจำหน่าย → ลูกค้าในประเทศ + ตลาดต่างประเทศ
จุดเด่นของโครงสร้างคือ SPG มีทั้งฐานการผลิตและช่องทางจัดจำหน่ายอยู่ภายในกลุ่ม ทำให้ธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการขายสินค้า โดย SET ระบุลักษณะธุรกิจของ SPG ว่าอยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หมวดยานยนต์ และดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันหล่อลื่นและจาระบีสำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม
สรุปสั้น ๆ: SPG ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทจัดจำหน่าย แต่มี บริษัทย่อยเป็นฐานการผลิตน้ำมันหล่อลื่นและแบตเตอรี่ ขณะที่บริษัทแม่ทำหน้าที่เป็นแกนกลางด้านการตลาดและการขาย ทำให้เกิดห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ “ผลิต → ทำตลาด → จัดจำหน่าย” ภายในกลุ่มเดียวกัน
SPG — บริษัทแม่
ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้าน การตลาด การขาย และจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ทั้งตลาดในประเทศและลูกค้าต่างประเทศบริเวณชายแดน โดยมีผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่
พรีเมีย ลูบริแคนท์
เป็นฐานการผลิตด้าน น้ำมันหล่อลื่น ของกลุ่ม ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ เช่น Trane, Detela และ Superstar รวมถึงผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า และมีการผลิตบรรจุภัณฑ์/ชิ้นงานพลาสติกด้วย
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย น้ำมันหล่อลื่นและจาระบี ภายใต้แบรนด์ TRANE และ CROCODILE โดยมีทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเชื่อมโยงกับ ต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขัน ภาวะเศรษฐกิจ และความต้องการของตลาดอุตสาหกรรม/ยานยนต์
🔴 1. ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ
ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นมีความเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม หากราคาน้ำมันและวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็ว บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันด้าน ต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
จุดที่ต้องจับตา: ราคาวัตถุดิบขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ทัน → Margin มีโอกาสหดตัว
🔴 2. การแข่งขันด้านราคาและแบรนด์
ตลาดน้ำมันหล่อลื่นมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ระดับสากลและผู้ผลิตภายในประเทศ การแข่งขันอาจนำไปสู่การทำโปรโมชั่นและลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
บริษัทเองจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้า ยกระดับมาตรฐาน API และสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
🔴 3. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์อาจลดลง ซึ่งสามารถกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่นและจาระบี
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม หากมีการลดค่าใช้จ่ายหรือชะลอการลงทุน อาจกระทบยอดขายของ SPG ได้
🔴 4. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียานยนต์
การเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากรถ EV มีระบบเครื่องยนต์สันดาปน้อยลง และต้องการน้ำมันเครื่องแบบดั้งเดิมน้อยกว่ารถยนต์ ICE
นอกจากนี้ SPG ได้ยุติการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ทำให้ต้องติดตามว่าบริษัทจะปรับพอร์ตธุรกิจอย่างไรเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์
🔴 5. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการส่งออก
บริษัทมีธุรกิจส่งออก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศคู่ค้า อาจทำให้รายได้หรือกำไรจากการส่งออกมีความผันผวน
หากเงินบาทแข็งค่ามาก อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออก
🔴 6. ความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลัง
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันต้องบริหาร สต็อกวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป อย่างเหมาะสม
หากบริษัทมีสินค้าคงเหลือในต้นทุนสูง ขณะที่ราคาตลาดหรือราคาวัตถุดิบปรับลดลง อาจเกิดแรงกดดันต่อมูลค่าสินค้าคงคลังและ Margin ได้
บริษัทระบุว่ามีการให้ความสำคัญกับการจัดเก็บสต็อกอย่างเหมาะสมและปลอดภัย รวมถึงการบริหารระบบผลิตและจัดส่งให้มีประสิทธิภาพ
🔴 7. ความเสี่ยงด้านการผลิตและการส่งมอบ
การหยุดชะงักของโรงงาน เครื่องจักร ระบบจัดเก็บ หรือโลจิสติกส์ อาจทำให้บริษัทส่งมอบสินค้าไม่ทันตามกำหนด และกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า
SPG จึงมีการทบทวนกระบวนการตั้งแต่รับคำสั่งซื้อ จัดหาวัตถุดิบ ผลิต จัดส่ง ไปจนถึงรับชำระเงิน เพื่อควบคุมความเสี่ยงในกระบวนการทำงาน
🔴 8. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและสารเคมีต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การจัดเก็บ และการผลิต หากมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการปรับปรุงโรงงานและกระบวนการผลิต
📌 สรุปแบบนักลงทุน
| ความเสี่ยง | ระดับที่ควรจับตา |
|---|---|
| ราคาวัตถุดิบ/ต้นทุนการผลิต | 🔴 สูง |
| การแข่งขันด้านราคา | 🔴 สูง |
| เศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่น | 🟠 กลาง-สูง |
| EV และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี | 🟠 กลาง-สูง ระยะยาว |
| ค่าเงินบาท/การส่งออก | 🟠 กลาง |
| สต็อกสินค้าและวัตถุดิบ | 🟠 กลาง |
| การผลิตและโลจิสติกส์ | 🟠 กลาง |
| กฎระเบียบ/สิ่งแวดล้อม | 🟡 กลาง |
ประเด็นสำคัญที่สุดของ SPG: ต้องจับตา “ต้นทุนวัตถุดิบ → ราคาขาย → Margin” ควบคู่กับ ทิศทางตลาดยานยนต์และ EV เพราะเป็นตัวแปรที่มีโอกาสส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะกลาง-ยาว
ทั้งนี้ บริษัทมีการเผยแพร่ 56-1 One Report 2568 และงบการเงินปี 2568 อย่างเป็นทางการ และ ก.ล.ต. มีข้อมูลผลประกอบการล่าสุดถึงไตรมาส 2/2569 ให้ติดตามเพิ่มเติม
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาง พรทิพย์ โรจตระการ | 53,608,978 | 15.54 |
| 2 | น.ส. ดุษฎี โรจตระการ | 51,245,978 | 14.85 |
| 3 | นาง รัชนี โรจตระการ | 46,070,978 | 13.35 |
| 4 | นาง อรศรี ทิพยบุญทอง | 40,894,376 | 11.85 |
| 5 | นาย อดิศร โรจตระการ | 31,245,978 | 9.06 |
| 6 | น.ส. พรศรี ตันธนะชัย | 15,251,000 | 4.42 |
| 7 | น.ส. ปรางศิริ ทิพยบุญทอง | 10,351,602 | 3.00 |
| 8 | น.ส. สายทิพย์ ลาราห์ โรจตระการ | 10,000,000 | 2.90 |
| 9 | นาย สืบสกุล ไมย์เคิล โรจตระการ | 10,000,000 | 2.90 |
| 10 | นาง บุญยงค์ จิตติวาณิชย์ | 8,920,000 | 2.59 |
| 11 | นาย ไพบูลย์ จิตติวาณิชย์ | 8,032,000 | 2.33 |
| 12 | นาย พูนศักดิ์ จิตติวาณิชย์ | 7,860,000 | 2.28 |
| 13 | นาย ทักขศิษฏ์ จิตติวาณิชย์ | 7,860,000 | 2.28 |
| 14 | นาง ประทุม จิตติวาณิชย์ | 7,860,000 | 2.28 |
| 15 | กองมรดก นาง แฉล้ม โรจตระการ โดย นาง อรศรี ทิพยบุญทอง และนาย อดิศร โรจตระการ | 6,900,000 | 2.00 |
| 16 | นาย ไมเคิล-มงคล จิตติวาณิชย์ | 4,716,000 | 1.37 |
| 17 | น.ส. ลิน จิตติวาณิชย์ | 4,716,000 | 1.37 |
| 18 | นาง อุไรวรรณ จิตติวาณิชย์ | 4,716,000 | 1.37 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย อดิศร โรจตระการ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นางสาว ดุษฎี โรจตระการ | รองประธานกรรมการคนที่ 2, กรรมการผู้จัดการ |
| 3 | นาง อรศรี ทิพยบุญทอง | รองประธานกรรมการคนที่ 1 |
| 4 | คุณ ทักขศิษฏ์ จิตติวาณิชย์ | กรรมการ |
| 5 | นางสาว ปรางศิริ ทิพยบุญทอง | กรรมการ |
| 6 | นาย สืบสกุล โรจตระการ | กรรมการ |
| 7 | นาย ชัยวัฒน์ ดำรงค์มงคลกุล | กรรมการอิสระ |
| 8 | ม.ล. ผกาแก้ว บุญเลี้ยง | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาง สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย สมิต หรรษา | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG เป็นผู้ประกอบธุรกิจด้านน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยมีประวัติการก่อตั้งยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2502 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 9 มกราคม 2541
🔹 พัฒนาการสำคัญ
- จากธุรกิจจัดจำหน่าย สู่กลุ่มธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายครบวงจร
SPG พัฒนารูปแบบธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ น้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่รถยนต์ ผ่านบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัท - ขยายฐานผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ของตัวเอง
กลุ่มบริษัทมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ เช่น Trane, Detella, Superstar และ Boliden รวมถึงรับผลิตสินค้าให้ลูกค้าตามความต้องการหรือในรูปแบบ OEM ช่วยเพิ่มความหลากหลายของตลาดและช่องทางการขาย - พัฒนาธุรกิจบริษัทย่อยให้รองรับห่วงโซ่การผลิต
บริษัทมีบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่ รวมถึงการผลิตภาชนะบรรจุและชิ้นงานพลาสติก ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่ายได้มากขึ้น - ขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
SPG ใช้เครือข่ายการตลาดและการจัดจำหน่ายในประเทศเป็นช่องทางหลัก ขณะเดียวกันยังมีการจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวมถึงการขายสินค้า OEM และตลาดต่างประเทศโดยตรงผ่านบริษัทย่อย - มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดใหม่
บริษัทระบุพันธกิจในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมมองหาตลาดและช่องทางใหม่เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง - พัฒนาศักยภาพด้านคลังสินค้าและระบบกระจายสินค้า
SPG มีคลังสินค้าในจังหวัดปทุมธานี และเว็บไซต์บริษัทระบุถึงการมี State-of-the-art Warehouse Facilities เพื่อสนับสนุนการจัดเก็บและกระจายสินค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทและช่องทางจำหน่ายหลากหลาย
📌 ภาพรวมพัฒนาการของ SPG
“จากบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 60 ปี → สู่กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่ → ขยายแบรนด์และตลาด OEM → เจาะตลาดต่างประเทศ → มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและช่องทางการขายอย่างต่อเนื่อง”
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 457.48 | 1,275.59 | 361.54 | 904.70 | 221.74 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 46.52 | 78.62 | 27.25 | 45.09 | 40.99 |
| สินค้าคงเหลือ | 1,208.87 | 1,114.23 | 903.95 | 932.04 | 1,011.09 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 4,507.72 | 4,492.38 | 4,816.99 | 4,615.08 | 4,783.81 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 323.04 | 278.18 | 226.95 | 252.74 | 208.26 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 1,536.57 | 1,491.26 | 1,435.95 | 1,459.19 | 1,418.28 |
| รวมสินทรัพย์ | 6,044.29 | 5,983.64 | 6,252.94 | 6,074.26 | 6,202.09 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 127.72 | 85.31 | 232.43 | 161.52 | 223.71 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 269.85 | 240.79 | 324.68 | 278.19 | 330.41 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 134.34 | 132.01 | 150.06 | 130.91 | 149.14 |
| รวมหนี้สิน | 404.19 | 372.80 | 474.74 | 409.10 | 479.55 |
| ทุนจดทะเบียน | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 297.30 | 297.30 | 297.30 | 297.30 | 297.30 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 4,997.77 | 4,968.54 | 5,135.90 | 5,022.86 | 5,080.23 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | – | – | – | – | – |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 5,640.07 | 5,610.84 | 5,778.20 | 5,665.16 | 5,722.53 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 0.03 | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 2,752.30 | 2,090.00 | 2,367.04 | 1,306.81 | 1,199.42 |
| รายได้อื่น | 17.08 | 17.19 | 12.49 | 6.64 | 4.12 |
| รวมรายได้ | 2,769.38 | 2,107.19 | 2,379.52 | 1,313.46 | 1,203.53 |
| ต้นทุน | 1,864.56 | 1,410.41 | 1,582.63 | 873.49 | 739.46 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 449.28 | 375.58 | 390.42 | 194.30 | 187.27 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 2,313.84 | 1,785.98 | 1,973.05 | 1,067.79 | 926.73 |
| EBITDA | 526.40 | 387.25 | 466.60 | 276.58 | 301.48 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 70.85 | 66.05 | 60.12 | 30.92 | 24.67 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 455.55 | 321.20 | 406.47 | 245.66 | 276.80 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 343.72 | 246.74 | 319.89 | 192.32 | 220.34 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.00 | 0.72 | 0.93 | 0.56 | 0.64 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 504.36 | 292.54 | 648.73 | 435.85 | 102.35 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -176.50 | 807.26 | -1,419.62 | -665.70 | 36.43 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -282.13 | -281.16 | -143.16 | -140.58 | -278.58 |
| เงินสดสุทธิ | 45.73 | 818.64 | -914.05 | -370.43 | -139.80 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 153.03 | 150.85 | 193.29 | 196.77 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 2.39 | 2.42 | 1.89 | 1.85 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 1.21 | 1.57 | 1.37 | 1.49 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 300.60 | 232.72 | 265.54 | 244.80 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 13.24 | 9.96 | 7.42 | 7.52 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 27.56 | 36.64 | 49.20 | 48.53 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 275.42 | 198.50 | 218.22 | 198.13 |
วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SPG — สยามภัณฑ์กรุ๊ป
SPG กำลังอยู่ในโหมด “สะสมพลัง” แต่จุดที่ต้องจับตาคือการเบรก 13.00 บาท! 🔥
ข้อมูลล่าสุดจาก SET วันที่ 9 ก.ย. 2569 หุ้น SPG อยู่ที่ 12.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท (+1.64%) ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 10.20–13.00 บาท
🔥 มุมมองสายเทคนิค
แนวโน้ม: ⭐⭐⭐⭐☆
ราคาฟื้นตัวจากโซน 10.20 บาท และปัจจุบันขยับขึ้นมาใกล้ High 52 สัปดาห์ที่ 13.00 บาท จึงเป็นหุ้นที่น่าจับตาในมุม Breakout / Momentum
🟢 แนวรับแรก: 12.00–12.20 บาท
🟢 แนวรับสำคัญ: 11.50 บาท
🔥 แนวต้าน: 12.50–13.00 บาท
🚀 จุดเปลี่ยนเกม: หากผ่าน 13.00 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น มีโอกาสเปิดรอบขึ้นใหม่
⚠️ หากหลุด 11.50 บาท ภาพการฟื้นตัวจะเริ่มเสียทรง
💥 จุดที่ต้องดู “วอลุ่ม”
นี่คือประเด็นสำคัญของ SPG เพราะหุ้นมีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ โดย Factsheet SET ระบุว่ามูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่เพียงประมาณ 0.08 ล้านบาท และ Turnover YTD ราว 0.32% ณ 17 ส.ค. 2569
ดังนั้น การเบรก 13 บาทโดยไม่มีวอลุ่มสนับสนุน ยังไม่ถือว่าเป็น Breakout ที่แข็งแรง ต้องการทั้ง
ราคาเบรก High + วอลุ่มพุ่ง + ยืนเหนือ 13 บาทได้
จึงจะเป็นสัญญาณ Momentum ที่น่าเชื่อถือมากขึ้น
🎯 แผนจับตาแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
สายรอ Breakout:
รอ SPG ทะลุ 13.00 บาท พร้อมวอลุ่มโดดเด่น → ค่อยพิจารณาว่าเป็นสัญญาณเปิดทางขึ้น
สายเก็งกำไร:
โซน 12.00–12.20 บาท เป็นบริเวณที่น่าสังเกต หากราคาย่อแล้วรับอยู่ และมีแรงซื้อกลับ
จุดเฝ้าระวัง:
หลุด 11.50 บาท ต้องระวัง Momentum ระยะสั้นเปลี่ยนเป็นลบ
🚨 สรุปแบบกระชากใจ
“SPG จ่อชน High 52 สัปดาห์! 13 บาทคือด่านวัดใจ — ถ้าทะลุพร้อมวอลุ่ม เกมอาจเปลี่ยนจาก ‘สะสม’ เป็น ‘Breakout’ ทันที!” 🚀🔥
อย่างไรก็ตาม SPG เป็นหุ้นที่มี สภาพคล่องต่ำ จึงควรให้น้ำหนักกับวอลุ่มและการยืนยันของราคาเป็นพิเศษ ไม่ควรไล่ราคาจากการเบรกเพียงวันเดียว
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น SPG — บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม/ยานยนต์ ธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี สำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยมีทั้งตลาดในประเทศและส่งออก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา
🔎 ภาพรวมที่น่าสนใจ
SPG เป็นหุ้นลักษณะ “Value + Defensive + Dividend” มากกว่าหุ้น Growth
จุดเด่นอยู่ที่ ฐานะการเงินแข็งแรง หนี้ต่ำ กำไรมีความสามารถในการทำกำไรค่อนข้างดี และราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่จุดที่ต้องระวังคือ สภาพคล่องการซื้อขายต่ำมาก ทำให้ไม่ใช่หุ้นที่เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นแบบหุ้น Momentum
💰 1. ผลประกอบการ
ปี 2568 SPG มีรายได้รวม 2,379.52 ล้านบาท เพิ่มจาก 2,107.19 ล้านบาทในปี 2567 หรือประมาณ +12.9%
ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 319.89 ล้านบาท เพิ่มจาก 246.74 ล้านบาท หรือประมาณ +29.6% และ EPS เพิ่มจาก 0.72 บาท เป็น 0.93 บาท
จุดนี้ถือว่าเป็นสัญญาณบวก เพราะ กำไรโตเร็วกว่ารายได้ สะท้อนว่าบริษัทสามารถรักษาหรือยกระดับประสิทธิภาพและ Margin ได้
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 1,199.42 ล้านบาท เทียบกับ 1,306.81 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ข้อมูลอัตราส่วนทางการเงินระบุว่า Gross Margin เพิ่มขึ้นเป็น 38.35% จาก 33.16% และ Net Margin เพิ่มเป็น 18.31% จาก 14.64%
แปลเป็นภาษานักลงทุน:
รายได้ชะลอ แต่ “คุณภาพของกำไร” ดีขึ้นอย่างชัดเจน
🏦 2. จุดแข็งที่สุดคือฐานะการเงิน
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมี
สินทรัพย์รวม 6,252.94 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพียง 474.74 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 5,778.20 ล้านบาท
คิดเป็น D/E ประมาณ 0.08 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก
ขณะที่งวด 2/2569 D/E ยังคงอยู่ประมาณ 0.08 เท่า และ Current Ratio อยู่ที่ประมาณ 14.48 เท่า
นี่เป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SPG เพราะบริษัทมี Financial Risk ต่ำ และมีฐานทุนค่อนข้างแข็งแรง
📊 3. Valuation
ราคาหุ้นล่าสุดที่พบจาก SET อยู่ที่ประมาณ 12.40 บาท ณ 8 ก.ย. 2569 ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 10.20–13.00 บาท
หากเทียบกับข้อมูลสิ้นปี 2568:
Book Value ต่อหุ้น ≈ 16.75 บาท
P/BV ≈ 0.70 เท่า
P/E ≈ 12.73 เท่า
Dividend Yield ณ จุดอ้างอิง ≈ 6.78%
ดังนั้นที่ราคาประมาณ 12 บาทกว่า ๆ หุ้นยังซื้อขาย ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีค่อนข้างมาก
นี่ทำให้ SPG มีลักษณะเป็นหุ้น Deep Value / Asset-backed มากกว่าหุ้นที่ตลาดให้ Premium สูง
🛢️ 4. ธุรกิจมีจุดแข็งตรงไหน?
SPG มีทั้งธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี และมีโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่ให้ SPG ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทย่อย ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ข้อดีคือสินค้าประเภทน้ำมันหล่อลื่นมีการใช้งานต่อเนื่องกับ
รถยนต์ + รถบรรทุก + เครื่องจักร + ภาคอุตสาหกรรม
จึงไม่ใช่ธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับกระแสแฟชั่นหรือผลิตภัณฑ์ใหม่เพียงอย่างเดียว
⚠️ 5. ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
- รายได้ปี 2569 เริ่มชะลอ
แม้ Margin ดีขึ้น แต่รายได้ 6M/2569 ลดลง YoY จึงต้องติดตามว่าครึ่งปีหลังจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ - การแข่งขันสูง
ตลาดน้ำมันหล่อลื่นมีทั้งแบรนด์ระดับโลกและผู้ผลิตในประเทศ ทำให้การแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และช่องทางจำหน่ายค่อนข้างสูง - ต้นทุนวัตถุดิบ
ธุรกิจเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าอำนาจในการปรับราคาขาย อัตรากำไรอาจถูกกดดัน - สภาพคล่องของหุ้นต่ำมาก
นี่คือความเสี่ยงสำคัญสำหรับนักเก็งกำไร เพราะวันที่ 8 ก.ย. 2569 SET แสดงปริมาณซื้อขายเพียง 1,701 หุ้น มูลค่าประมาณ 21,000 บาท
ดังนั้น SPG ไม่ใช่หุ้นที่ควรดูแค่กราฟแล้วไล่ราคา เพราะ Bid/Offer อาจบาง และการเข้าหรือออกจากสถานะขนาดใหญ่อาจทำได้ยาก
🎯 มุมมองการลงทุน
🔥 สรุปแบบนักลงทุน
SPG = หุ้นพื้นฐานแข็ง + หนี้ต่ำ + P/BV ต่ำ + มีโอกาสจ่ายปันผล แต่ไม่ใช่หุ้น Momentum
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ Margin ที่ปรับตัวดีขึ้น แม้รายได้ 6 เดือนแรกปี 2569 จะลดลง ขณะที่ ROE และ ROA ของ 2Q/2569 ดีขึ้นเป็นประมาณ 6.11% และ 7.13% ตามลำดับ
ในเชิง Valuation ราคาบริเวณ 12 บาทกว่า ๆ ยังอยู่ต่ำกว่า Book Value อย่างมีนัยสำคัญ แต่ตลาดอาจให้ Discount เพราะ Growth ไม่สูงและสภาพคล่องหุ้นต่ำ
ดังนั้น SPG เหมาะกับนักลงทุนที่มอง “คุณค่าของธุรกิจ + กระแสเงินสด + เงินปันผล + Margin” มากกว่านักลงทุนที่ต้องการหุ้นวิ่งแรงในระยะสั้น
จุดที่ต้องจับตา: รายได้ต้องกลับมาโต + Margin ต้องรักษาระดับสูง + ปริมาณซื้อขายต้องเริ่มเพิ่มขึ้น หากเกิดพร้อมกัน จะเป็น Catalyst สำคัญต่อการ Re-rating ของหุ้น

