วิเคราะห์ หุ้น SPG บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SPG บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SPG บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SPG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ยานยนต์ (Automotive) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)





รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–0.80บาท15 พ.ค. 2569เงินปันผล
–0.40บาท19 พ.ค. 2568เงินปันผล
–0.80บาท09 พ.ค. 2567เงินปันผล
–0.80บาท10 พ.ค. 2566เงินปันผล
–0.45บาท23 พ.ค. 2565เงินปันผล
–0.45บาท07 ธ.ค. 2564เงินปันผล
–0.45บาท24 พ.ค. 2564เงินปันผล

🏭 ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย น้ำมันหล่อลื่นและจาระบี สำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ดังนั้นทรัพย์สินหลักจึงเกี่ยวข้องกับพื้นที่ผลิต อาคาร โรงงาน เครื่องจักร และสินค้าคงเหลือ
🔹 ทรัพย์สินสำคัญของ SPG

  1. ที่ดิน
    ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน โรงงาน และพื้นที่ดำเนินงานของบริษัท
    เป็นทรัพย์สินพื้นฐานสำหรับรองรับการผลิตและการบริหารธุรกิจ
  2. อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
    อาคารสำนักงาน
    อาคารโรงงานและพื้นที่สนับสนุนการผลิต
    ใช้สำหรับบริหารงาน ผลิต และจัดเก็บสินค้า
  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์
    เครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี
    อุปกรณ์สำหรับผสม บรรจุ และควบคุมกระบวนการผลิต
    ถือเป็นทรัพย์สินที่มีบทบาทโดยตรงต่อความสามารถในการผลิต
  4. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
    SPG มีสินค้าคงเหลือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนก้อนสำคัญ โดยข้อมูล SET ระบุว่า ณ ปี 2568 บริษัทมีสินค้าคงเหลือประมาณ 1,114.23 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปสำหรับการจำหน่าย
  5. อุปกรณ์สำนักงานและทรัพย์สินสำหรับการดำเนินงาน
    เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน
    ระบบสาธารณูปโภค
    อุปกรณ์สนับสนุนการบริหารและการดำเนินงาน
  6. ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
    ใช้สนับสนุนการกระจายสินค้าและการดำเนินงานของบริษัท

💰 มุมมองด้านสินทรัพย์
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า SPG มี ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิประมาณ 278.18 ล้านบาท ณ ปี 2568 และมี สินทรัพย์รวมประมาณ 5,983.64 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลืออยู่ที่ประมาณ 1,114.23 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจ: SPG มีลักษณะธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์เพื่อรองรับการผลิต แต่เมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวมแล้ว สินค้าคงเหลือและสินทรัพย์หมุนเวียนมีสัดส่วนสำคัญ สะท้อนลักษณะธุรกิจที่ต้องบริหารวัตถุดิบและสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป: ทรัพย์สินหลักของ SPG คือ ที่ดิน + อาคาร/โรงงาน + เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิต + สินค้าคงเหลือ + อุปกรณ์และยานพาหนะ โดยสินทรัพย์เหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นและจาระบีของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย น้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่รถยนต์ โดยมีบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่ผลิตสินค้าหลักให้กับกลุ่มบริษัท
🏢 โครงสร้างกลุ่มบริษัทหลัก

บริษัทสัดส่วนถือหุ้นธุรกิจหลัก
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)—จำหน่ายและขายส่งน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่
บริษัท พรีเมีย ลูบริแคนท์ จำกัด99.99%ผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น รวมถึงภาชนะบรรจุและชิ้นงานพลาสติก
บริษัท สยามแบตเตอรี่ อินดัสทรี่ จำกัด95.46%ผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์

ข้อมูลโครงสร้างล่าสุดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า SPG มีบริษัทย่อยหลัก 2 บริษัทตามรายละเอียดข้างต้น ขณะที่เว็บไซต์บริษัทอธิบายภาพรวมกลุ่มว่ามี 3 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิต/จำหน่ายสินค้า ได้แก่ กลุ่มน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่ 🔧 ธุรกิจของแต่ละบริษัท

สยามแบตเตอรี่ อินดัสทรี่
รับผิดชอบด้าน การผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ Trane และ Boliden รวมถึงรับผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า (OEM)
🔄 ภาพรวมการทำงานของกลุ่ม SPG
โรงงาน/บริษัทย่อย → ผลิตสินค้า → SPG ทำตลาดและจัดจำหน่าย → ลูกค้าในประเทศ + ตลาดต่างประเทศ
จุดเด่นของโครงสร้างคือ SPG มีทั้งฐานการผลิตและช่องทางจัดจำหน่ายอยู่ภายในกลุ่ม ทำให้ธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการขายสินค้า โดย SET ระบุลักษณะธุรกิจของ SPG ว่าอยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หมวดยานยนต์ และดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันหล่อลื่นและจาระบีสำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม
สรุปสั้น ๆ: SPG ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทจัดจำหน่าย แต่มี บริษัทย่อยเป็นฐานการผลิตน้ำมันหล่อลื่นและแบตเตอรี่ ขณะที่บริษัทแม่ทำหน้าที่เป็นแกนกลางด้านการตลาดและการขาย ทำให้เกิดห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ “ผลิต → ทำตลาด → จัดจำหน่าย” ภายในกลุ่มเดียวกัน

SPG — บริษัทแม่
ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้าน การตลาด การขาย และจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ทั้งตลาดในประเทศและลูกค้าต่างประเทศบริเวณชายแดน โดยมีผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่

พรีเมีย ลูบริแคนท์
เป็นฐานการผลิตด้าน น้ำมันหล่อลื่น ของกลุ่ม ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ เช่น Trane, Detela และ Superstar รวมถึงผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า และมีการผลิตบรรจุภัณฑ์/ชิ้นงานพลาสติกด้วย



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย น้ำมันหล่อลื่นและจาระบี ภายใต้แบรนด์ TRANE และ CROCODILE โดยมีทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเชื่อมโยงกับ ต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขัน ภาวะเศรษฐกิจ และความต้องการของตลาดอุตสาหกรรม/ยานยนต์
🔴 1. ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ
ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นมีความเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม หากราคาน้ำมันและวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็ว บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันด้าน ต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
จุดที่ต้องจับตา: ราคาวัตถุดิบขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ทัน → Margin มีโอกาสหดตัว
🔴 2. การแข่งขันด้านราคาและแบรนด์
ตลาดน้ำมันหล่อลื่นมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ระดับสากลและผู้ผลิตภายในประเทศ การแข่งขันอาจนำไปสู่การทำโปรโมชั่นและลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
บริษัทเองจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้า ยกระดับมาตรฐาน API และสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
🔴 3. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์อาจลดลง ซึ่งสามารถกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่นและจาระบี
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม หากมีการลดค่าใช้จ่ายหรือชะลอการลงทุน อาจกระทบยอดขายของ SPG ได้
🔴 4. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียานยนต์
การเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากรถ EV มีระบบเครื่องยนต์สันดาปน้อยลง และต้องการน้ำมันเครื่องแบบดั้งเดิมน้อยกว่ารถยนต์ ICE
นอกจากนี้ SPG ได้ยุติการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ทำให้ต้องติดตามว่าบริษัทจะปรับพอร์ตธุรกิจอย่างไรเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์
🔴 5. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการส่งออก
บริษัทมีธุรกิจส่งออก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศคู่ค้า อาจทำให้รายได้หรือกำไรจากการส่งออกมีความผันผวน
หากเงินบาทแข็งค่ามาก อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออก
🔴 6. ความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลัง
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันต้องบริหาร สต็อกวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป อย่างเหมาะสม
หากบริษัทมีสินค้าคงเหลือในต้นทุนสูง ขณะที่ราคาตลาดหรือราคาวัตถุดิบปรับลดลง อาจเกิดแรงกดดันต่อมูลค่าสินค้าคงคลังและ Margin ได้
บริษัทระบุว่ามีการให้ความสำคัญกับการจัดเก็บสต็อกอย่างเหมาะสมและปลอดภัย รวมถึงการบริหารระบบผลิตและจัดส่งให้มีประสิทธิภาพ
🔴 7. ความเสี่ยงด้านการผลิตและการส่งมอบ
การหยุดชะงักของโรงงาน เครื่องจักร ระบบจัดเก็บ หรือโลจิสติกส์ อาจทำให้บริษัทส่งมอบสินค้าไม่ทันตามกำหนด และกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า
SPG จึงมีการทบทวนกระบวนการตั้งแต่รับคำสั่งซื้อ จัดหาวัตถุดิบ ผลิต จัดส่ง ไปจนถึงรับชำระเงิน เพื่อควบคุมความเสี่ยงในกระบวนการทำงาน
🔴 8. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและสารเคมีต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การจัดเก็บ และการผลิต หากมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการปรับปรุงโรงงานและกระบวนการผลิต

📌 สรุปแบบนักลงทุน

ความเสี่ยงระดับที่ควรจับตา
ราคาวัตถุดิบ/ต้นทุนการผลิต🔴 สูง
การแข่งขันด้านราคา🔴 สูง
เศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่น🟠 กลาง-สูง
EV และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี🟠 กลาง-สูง ระยะยาว
ค่าเงินบาท/การส่งออก🟠 กลาง
สต็อกสินค้าและวัตถุดิบ🟠 กลาง
การผลิตและโลจิสติกส์🟠 กลาง
กฎระเบียบ/สิ่งแวดล้อม🟡 กลาง

ประเด็นสำคัญที่สุดของ SPG: ต้องจับตา “ต้นทุนวัตถุดิบ → ราคาขาย → Margin” ควบคู่กับ ทิศทางตลาดยานยนต์และ EV เพราะเป็นตัวแปรที่มีโอกาสส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะกลาง-ยาว
ทั้งนี้ บริษัทมีการเผยแพร่ 56-1 One Report 2568 และงบการเงินปี 2568 อย่างเป็นทางการ และ ก.ล.ต. มีข้อมูลผลประกอบการล่าสุดถึงไตรมาส 2/2569 ให้ติดตามเพิ่มเติม


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น SPG
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG เป็นผู้ประกอบธุรกิจด้านน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยมีประวัติการก่อตั้งยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2502 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 9 มกราคม 2541
🔹 พัฒนาการสำคัญ

  1. จากธุรกิจจัดจำหน่าย สู่กลุ่มธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายครบวงจร
    SPG พัฒนารูปแบบธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ น้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่รถยนต์ ผ่านบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัท
  2. ขยายฐานผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ของตัวเอง
    กลุ่มบริษัทมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ เช่น Trane, Detella, Superstar และ Boliden รวมถึงรับผลิตสินค้าให้ลูกค้าตามความต้องการหรือในรูปแบบ OEM ช่วยเพิ่มความหลากหลายของตลาดและช่องทางการขาย
  3. พัฒนาธุรกิจบริษัทย่อยให้รองรับห่วงโซ่การผลิต
    บริษัทมีบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่ รวมถึงการผลิตภาชนะบรรจุและชิ้นงานพลาสติก ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่ายได้มากขึ้น
  4. ขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    SPG ใช้เครือข่ายการตลาดและการจัดจำหน่ายในประเทศเป็นช่องทางหลัก ขณะเดียวกันยังมีการจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวมถึงการขายสินค้า OEM และตลาดต่างประเทศโดยตรงผ่านบริษัทย่อย
  5. มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดใหม่
    บริษัทระบุพันธกิจในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมมองหาตลาดและช่องทางใหม่เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
  6. พัฒนาศักยภาพด้านคลังสินค้าและระบบกระจายสินค้า
    SPG มีคลังสินค้าในจังหวัดปทุมธานี และเว็บไซต์บริษัทระบุถึงการมี State-of-the-art Warehouse Facilities เพื่อสนับสนุนการจัดเก็บและกระจายสินค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทและช่องทางจำหน่ายหลากหลาย

📌 ภาพรวมพัฒนาการของ SPG
“จากบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 60 ปี → สู่กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และแบตเตอรี่ → ขยายแบรนด์และตลาด OEM → เจาะตลาดต่างประเทศ → มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและช่องทางการขายอย่างต่อเนื่อง”


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด457.481,275.59361.54904.70221.74
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ46.5278.6227.2545.0940.99
สินค้าคงเหลือ1,208.871,114.23903.95932.041,011.09
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน4,507.724,492.384,816.994,615.084,783.81
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ323.04278.18226.95252.74208.26
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,536.571,491.261,435.951,459.191,418.28
รวมสินทรัพย์6,044.295,983.646,252.946,074.266,202.09
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ127.7285.31232.43161.52223.71
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน269.85240.79324.68278.19330.41
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน134.34132.01150.06130.91149.14
รวมหนี้สิน404.19372.80474.74409.10479.55
ทุนจดทะเบียน345.00345.00345.00345.00345.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า345.00345.00345.00345.00345.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น297.30297.30297.30297.30297.30
กำไร(ขาดทุน)สะสม4,997.774,968.545,135.905,022.865,080.23
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่5,640.075,610.845,778.205,665.165,722.53
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย0.030.000.000.000.00

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ2,752.302,090.002,367.041,306.811,199.42
รายได้อื่น17.0817.1912.496.644.12
รวมรายได้2,769.382,107.192,379.521,313.461,203.53
ต้นทุน1,864.561,410.411,582.63873.49739.46
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร449.28375.58390.42194.30187.27
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย2,313.841,785.981,973.051,067.79926.73
EBITDA526.40387.25466.60276.58301.48
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย70.8566.0560.1230.9224.67
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้455.55321.20406.47245.66276.80
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่343.72246.74319.89192.32220.34
กำไรต่อหุ้น (บาท)1.000.720.930.560.64

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน504.36292.54648.73435.85102.35
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-176.50807.26-1,419.62-665.7036.43
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-282.13-281.16-143.16-140.58-278.58
เงินสดสุทธิ45.73818.64-914.05-370.43-139.80

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)153.03150.85193.29196.77
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)2.392.421.891.85
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.211.571.371.49
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)300.60232.72265.54244.80
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)13.249.967.427.52
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)27.5636.6449.2048.53
วงจรเงินสด (วัน)275.42198.50218.22198.13


วิเคราะห์หุ้น SPG — บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม/ยานยนต์ ธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี สำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยมีทั้งตลาดในประเทศและส่งออก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา
🔎 ภาพรวมที่น่าสนใจ
SPG เป็นหุ้นลักษณะ “Value + Defensive + Dividend” มากกว่าหุ้น Growth
จุดเด่นอยู่ที่ ฐานะการเงินแข็งแรง หนี้ต่ำ กำไรมีความสามารถในการทำกำไรค่อนข้างดี และราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่จุดที่ต้องระวังคือ สภาพคล่องการซื้อขายต่ำมาก ทำให้ไม่ใช่หุ้นที่เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นแบบหุ้น Momentum
💰 1. ผลประกอบการ
ปี 2568 SPG มีรายได้รวม 2,379.52 ล้านบาท เพิ่มจาก 2,107.19 ล้านบาทในปี 2567 หรือประมาณ +12.9%
ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 319.89 ล้านบาท เพิ่มจาก 246.74 ล้านบาท หรือประมาณ +29.6% และ EPS เพิ่มจาก 0.72 บาท เป็น 0.93 บาท
จุดนี้ถือว่าเป็นสัญญาณบวก เพราะ กำไรโตเร็วกว่ารายได้ สะท้อนว่าบริษัทสามารถรักษาหรือยกระดับประสิทธิภาพและ Margin ได้
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 1,199.42 ล้านบาท เทียบกับ 1,306.81 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ข้อมูลอัตราส่วนทางการเงินระบุว่า Gross Margin เพิ่มขึ้นเป็น 38.35% จาก 33.16% และ Net Margin เพิ่มเป็น 18.31% จาก 14.64%
แปลเป็นภาษานักลงทุน:
รายได้ชะลอ แต่ “คุณภาพของกำไร” ดีขึ้นอย่างชัดเจน
🏦 2. จุดแข็งที่สุดคือฐานะการเงิน
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมี
สินทรัพย์รวม 6,252.94 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพียง 474.74 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 5,778.20 ล้านบาท
คิดเป็น D/E ประมาณ 0.08 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก
ขณะที่งวด 2/2569 D/E ยังคงอยู่ประมาณ 0.08 เท่า และ Current Ratio อยู่ที่ประมาณ 14.48 เท่า
นี่เป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SPG เพราะบริษัทมี Financial Risk ต่ำ และมีฐานทุนค่อนข้างแข็งแรง
📊 3. Valuation
ราคาหุ้นล่าสุดที่พบจาก SET อยู่ที่ประมาณ 12.40 บาท ณ 8 ก.ย. 2569 ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 10.20–13.00 บาท
หากเทียบกับข้อมูลสิ้นปี 2568:
Book Value ต่อหุ้น ≈ 16.75 บาท
P/BV ≈ 0.70 เท่า
P/E ≈ 12.73 เท่า
Dividend Yield ณ จุดอ้างอิง ≈ 6.78%
ดังนั้นที่ราคาประมาณ 12 บาทกว่า ๆ หุ้นยังซื้อขาย ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีค่อนข้างมาก
นี่ทำให้ SPG มีลักษณะเป็นหุ้น Deep Value / Asset-backed มากกว่าหุ้นที่ตลาดให้ Premium สูง
🛢️ 4. ธุรกิจมีจุดแข็งตรงไหน?
SPG มีทั้งธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี และมีโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่ให้ SPG ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทย่อย ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ข้อดีคือสินค้าประเภทน้ำมันหล่อลื่นมีการใช้งานต่อเนื่องกับ
รถยนต์ + รถบรรทุก + เครื่องจักร + ภาคอุตสาหกรรม
จึงไม่ใช่ธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับกระแสแฟชั่นหรือผลิตภัณฑ์ใหม่เพียงอย่างเดียว
⚠️ 5. ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

  1. รายได้ปี 2569 เริ่มชะลอ
    แม้ Margin ดีขึ้น แต่รายได้ 6M/2569 ลดลง YoY จึงต้องติดตามว่าครึ่งปีหลังจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่
  2. การแข่งขันสูง
    ตลาดน้ำมันหล่อลื่นมีทั้งแบรนด์ระดับโลกและผู้ผลิตในประเทศ ทำให้การแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และช่องทางจำหน่ายค่อนข้างสูง
  3. ต้นทุนวัตถุดิบ
    ธุรกิจเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าอำนาจในการปรับราคาขาย อัตรากำไรอาจถูกกดดัน
  4. สภาพคล่องของหุ้นต่ำมาก
    นี่คือความเสี่ยงสำคัญสำหรับนักเก็งกำไร เพราะวันที่ 8 ก.ย. 2569 SET แสดงปริมาณซื้อขายเพียง 1,701 หุ้น มูลค่าประมาณ 21,000 บาท
    ดังนั้น SPG ไม่ใช่หุ้นที่ควรดูแค่กราฟแล้วไล่ราคา เพราะ Bid/Offer อาจบาง และการเข้าหรือออกจากสถานะขนาดใหญ่อาจทำได้ยาก

🎯 มุมมองการลงทุน

🔥 สรุปแบบนักลงทุน
SPG = หุ้นพื้นฐานแข็ง + หนี้ต่ำ + P/BV ต่ำ + มีโอกาสจ่ายปันผล แต่ไม่ใช่หุ้น Momentum
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ Margin ที่ปรับตัวดีขึ้น แม้รายได้ 6 เดือนแรกปี 2569 จะลดลง ขณะที่ ROE และ ROA ของ 2Q/2569 ดีขึ้นเป็นประมาณ 6.11% และ 7.13% ตามลำดับ
ในเชิง Valuation ราคาบริเวณ 12 บาทกว่า ๆ ยังอยู่ต่ำกว่า Book Value อย่างมีนัยสำคัญ แต่ตลาดอาจให้ Discount เพราะ Growth ไม่สูงและสภาพคล่องหุ้นต่ำ
ดังนั้น SPG เหมาะกับนักลงทุนที่มอง “คุณค่าของธุรกิจ + กระแสเงินสด + เงินปันผล + Margin” มากกว่านักลงทุนที่ต้องการหุ้นวิ่งแรงในระยะสั้น
จุดที่ต้องจับตา: รายได้ต้องกลับมาโต + Margin ต้องรักษาระดับสูง + ปริมาณซื้อขายต้องเริ่มเพิ่มขึ้น หากเกิดพร้อมกัน จะเป็น Catalyst สำคัญต่อการ Re-rating ของหุ้น


Disclaimer

ใส่ความเห็น