วิเคราะห์ หุ้น POLY บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น POLY บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น POLY บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ POLY อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ยานยนต์ (Automotive) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)





รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.30บาท11 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.30บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.27บาท12 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.25บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.20บาท12 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.29บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.09บาท08 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.08บาท–เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 30 ก.ย. 25650.08บาท13 ธ.ค. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
POLY เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน ยาง พลาสติก และซิลิโคน สำหรับ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ยานยนต์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีจุดเด่นด้านการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิตแม่พิมพ์ พัฒนาสูตรวัตถุดิบ ไปจนถึงการขึ้นรูปและประกอบชิ้นงาน

  1. โรงงานและพื้นที่ผลิต
    บริษัทมีฐานการดำเนินงานที่ 888 หมู่ 11 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ และมีสำนักงานสาขาที่ 124 หมู่ 4 ตำบลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
    โรงงานถือเป็นสินทรัพย์หลักของ POLY เพราะรองรับกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน และบริษัทมีการลงทุนขยายโรงงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 บริษัทระบุว่าสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้นจากการ ขยายโรงงานและสายผลิตภัณฑ์ใหม่
  2. เครื่องจักรสำหรับขึ้นรูปยาง พลาสติก และซิลิโคน
    POLY มีเครื่องจักรสำหรับกระบวนการขึ้นรูปหลายประเภท ได้แก่
    Injection Molding – การฉีดขึ้นรูป
    Compression Molding – การอัดขึ้นรูป
    Extrusion – การอัดรีด
    ขนาดเครื่องจักรครอบคลุมตั้งแต่ประมาณ 50–800 ตัน และมีเครื่องจักรจากยุโรปและญี่ปุ่น
    สินทรัพย์กลุ่มนี้เป็นหัวใจสำคัญของกำลังการผลิต เพราะสามารถผลิตชิ้นส่วนที่มีรูปทรงและความซับซ้อนแตกต่างกันตามความต้องการของลูกค้า
  3. ระบบผสมและเตรียมวัตถุดิบ
    บริษัทมีระบบ ผสมยางแบบอัตโนมัติ รวมถึงระบบจัดเก็บวัตถุดิบในถังใต้ดินและระบบลำเลียงวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยตรง ตลอดจนระบบชั่งสารเคมีแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอของสูตรและประสิทธิภาพการผลิต
  4. เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตแม่พิมพ์
    POLY มีความสามารถผลิตแม่พิมพ์ภายในบริษัท ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ซ่อมแซม และปรับปรุงแม่พิมพ์ โดยใช้เครื่องมือและเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานจาก ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา
    จุดนี้ทำให้บริษัทสามารถให้บริการแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์จนถึงผลิตชิ้นงานจริง
  5. ศูนย์วิจัยและพัฒนา / Technical Center
    บริษัทมีการพัฒนา ศูนย์ R&D และ Technical Center รวมถึงพื้นที่สำหรับผลิตแม่พิมพ์ โดยบริษัทระบุว่ามีการก่อสร้างอาคารใหม่เพื่อรองรับศูนย์ดังกล่าว และต่อยอดไปสู่ธุรกิจที่ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อน เช่น Micro Molding
  6. เครื่องมือทดสอบและระบบควบคุมคุณภาพ
    POLY มีเครื่องมือสำหรับตรวจสอบและทดสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ภายในบริษัท โดยสามารถออกแบบการทดสอบให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท
    สินทรัพย์ส่วนนี้มีความสำคัญโดยเฉพาะกับ กลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำและมาตรฐานการผลิตสูง
  7. Cleanroom และระบบ Automation
    สำหรับธุรกิจ Medical Devices บริษัทมีการพัฒนา Cleanroom และระบบการผลิตที่ควบคุมสภาพแวดล้อม ขณะที่เครื่องมือและเครื่องจักรบางส่วนถูกออกแบบเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์
    นอกจากนี้บริษัทมีการใช้ Automation และ Cobots เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการพึ่งพาแรงงานในกระบวนการผลิต
  8. คลังสินค้าและระบบจัดเก็บ
    บริษัทมีการขยาย คลังสินค้าและไลน์ผลิต เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยการลงทุนดังกล่าวส่งผลให้รายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น
  9. ที่ดิน อาคาร ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์โรงงาน
    ในเชิงบัญชี สินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ของ POLY ครอบคลุม ที่ดิน อาคาร ระบบไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์โรงงาน เครื่องตกแต่งและติดตั้ง อุปกรณ์สำนักงาน ยานพาหนะ และงานระหว่างก่อสร้าง
  10. สินทรัพย์รวมของบริษัท
    ณ 30 มิถุนายน 2569 POLY มีสินทรัพย์รวมประมาณ 1,537.60 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 1,338.57 ล้านบาท
    ที่น่าสนใจคือในปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,520.93 ล้านบาท และระบุว่าสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการขยายโรงงานเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ รวมถึงการขยายสายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มชิ้นส่วนและอุปกรณ์ระบบสายส่งไฟฟ้า

สรุปภาพรวมทรัพย์สินของ POLY

ประเภททรัพย์สินการใช้งาน
🏭 โรงงานผลิตชิ้นส่วนยาง พลาสติก และซิลิโคน
⚙️ เครื่องจักร Injectionฉีดขึ้นรูปชิ้นงาน
⚙️ เครื่องจักร Compressionอัดขึ้นรูป
⚙️ เครื่องจักร Extrusionอัดรีดวัสดุ
🔧 เครื่องผลิตแม่พิมพ์ออกแบบ ผลิต และซ่อมแม่พิมพ์
🧪 ระบบผสมวัตถุดิบผสมยางและเตรียมสูตรการผลิต
🔬 R&D / Technical Centerวิจัย พัฒนา และทดสอบผลิตภัณฑ์
🏥 Cleanroomรองรับการผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์
🤖 Automation / Cobotsเพิ่มประสิทธิภาพและลดการพึ่งพาแรงงาน
📦 คลังสินค้าจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
⚡ ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคสนับสนุนกระบวนการผลิต
🚚 ยานพาหนะสนับสนุนการดำเนินงาน
🏗️ งานระหว่างก่อสร้างรองรับการขยายกำลังการผลิต

ประเด็นสำคัญ: ทรัพย์สินของ POLY ไม่ได้มีเพียง “โรงงาน” แต่เป็นโครงสร้างการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่ R&D → แม่พิมพ์ → ผสมวัตถุดิบ → ขึ้นรูป → ประกอบ → ตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรับงาน OEM โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีและความแม่นยำสูง


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY มีการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในปี 2568 เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจไปยังกลุ่มไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และการจัดจำหน่ายสินค้า/อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทแม่ถือหุ้น 100%

  1. บริษัท โพลีเน็ต อิเลคทริค แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อยของ POLY
    สัดส่วนการถือหุ้น: POLY ถือหุ้น 100%
    ทุนจดทะเบียน: 3 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 300,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท
    ลักษณะธุรกิจ
    ตัวแทนจัดจำหน่ายวัตถุดิบและวัสดุ
    อุปกรณ์และชิ้นส่วน
    สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค
    เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
    ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์
    อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
    ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    บริษัทจัดตั้งขึ้นตามมติคณะกรรมการวันที่ 4 มิถุนายน 2568 และดำเนินการจัดตั้งภายในเดือนมิถุนายน 2568 โดยใช้กระแสเงินสดของบริษัทเป็นแหล่งเงินทุน
    โครงสร้างกลุ่มบริษัท
    บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) (POLY)
    ↓ ถือหุ้น 100%
    บริษัท โพลีเน็ต อิเลคทริค แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด
    → ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
    → ยานยนต์
    → อุปกรณ์การแพทย์
    → สินค้าอุปโภคบริโภค
    → วัตถุดิบ วัสดุ และชิ้นส่วน
    ประเด็นที่น่าสนใจ: การตั้งบริษัทย่อยดังกล่าวเป็นการเพิ่มธุรกิจจากฐานเดิมของ POLY ที่เชี่ยวชาญด้าน ยาง พลาสติก และซิลิโคน สำหรับยานยนต์ การแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ไปสู่โอกาสในตลาด ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ระบบสายส่งไฟฟ้า ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายของบริษัทย่อยใหม่


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
POLY ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วน ยาง พลาสติก และซิลิโคน สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีความสามารถแบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบแม่พิมพ์ พัฒนาสูตรการผลิต ไปจนถึงการขึ้นรูปชิ้นงาน

  1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์
    ธุรกิจของ POLY มีฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ ยอดขายรถยนต์ การลงทุนของผู้ผลิต และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรถยนต์ หากตลาดรถยนต์ชะลอตัวหรือผู้ผลิตลดกำลังการผลิต อาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนของบริษัท
  2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยี
    ตลาดชิ้นส่วนยาง พลาสติก และซิลิโคนมีการแข่งขันจากทั้งผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ ลูกค้าอุตสาหกรรมมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ ราคา คุณภาพ ความแม่นยำ และการส่งมอบ หากคู่แข่งสามารถผลิตสินค้าได้ต้นทุนต่ำกว่าหรือมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่า อาจกดดันส่วนแบ่งตลาดและอัตรากำไรของบริษัท
  3. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
    ต้นทุนการผลิตของ POLY มีความเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบประเภท ยาง พลาสติก ซิลิโคน และสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น หากบริษัทไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนได้ อาจกระทบต่ออัตรากำไร
    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 29.9% ในปี 2567 เป็น 32.0% ในปี 2568 และอยู่ที่ 33.6% ใน 6M2569 จึงควรติดตามว่าการรักษาระดับ Margin ดังกล่าวสามารถทำได้ต่อเนื่องหรือไม่
  4. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรถยนต์
    การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้รูปแบบและความต้องการของชิ้นส่วนยานยนต์เปลี่ยนแปลงไป หากผลิตภัณฑ์บางประเภทของบริษัทมีความต้องการลดลงจากการเปลี่ยนเทคโนโลยี บริษัทจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ทันกับความต้องการของลูกค้า
  5. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้า
    ธุรกิจชิ้นส่วนอุตสาหกรรมมักมีลูกค้ารายใหญ่ที่มีมาตรฐานและข้อกำหนดเฉพาะ หากลูกค้ารายสำคัญลดคำสั่งซื้อ เปลี่ยนผู้ผลิต หรือย้ายฐานการผลิต อาจกระทบต่อรายได้และกำลังการผลิตของบริษัทได้
  6. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิต
    ชิ้นส่วนที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการแพทย์ต้องมีความแม่นยำและคุณภาพสูง หากเกิดปัญหาสินค้าชำรุด การส่งมอบไม่ตรงตามข้อกำหนด หรือเกิดการเรียกคืนสินค้า อาจทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติม กระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า และอาจมีผลต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาว
  7. ความเสี่ยงจากกำลังการผลิตและการลงทุน
    การขยายธุรกิจจำเป็นต้องลงทุนในเครื่องจักร แม่พิมพ์ เทคโนโลยี และระบบการผลิต หากบริษัทลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตล่วงหน้า แต่คำสั่งซื้อไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจทำให้เกิด กำลังการผลิตส่วนเกินและต้นทุนคงที่สูงขึ้น
  8. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทาน
    บริษัทระบุถึงความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก ความผันผวนด้านอุปทาน อัตราดอกเบี้ย และการแข่งขันทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถส่งผลต่อทั้งต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบ และความต้องการของลูกค้า
  9. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคลากรและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
    ธุรกิจของ POLY ต้องใช้ความรู้ด้านวัสดุ การออกแบบแม่พิมพ์ การพัฒนาสูตร และกระบวนการขึ้นรูป หากขาดบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง อาจส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คุณภาพ และความสามารถในการแข่งขัน
  10. ความเสี่ยงจากการลงทุนเพื่อการเติบโต
    ข้อมูล 6M2569 แสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 1,537.6 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมประมาณ 199.0 ล้านบาท และ D/E อยู่ที่เพียง 0.1 เท่า สะท้อนว่าฐานะการเงินมีหนี้ไม่สูง แต่การลงทุนใหม่ยังต้องติดตามเรื่องผลตอบแทนจากเงินลงทุนและประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์

มุมมองสรุปสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ POLY ที่ควรติดตาม
🚗 การชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
⚙️ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจาก ICE → EV
🧪 ราคายาง พลาสติก ซิลิโคน และวัตถุดิบ
🏭 การใช้กำลังการผลิตและการลงทุนเครื่องจักร
🤝 การกระจุกตัวของลูกค้ารายใหญ่
🌎 เศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทาน
🥇 การแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และเทคโนโลยี
🔬 มาตรฐานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ประเด็นที่น่าติดตามเป็นพิเศษ: แม้ความเสี่ยงเชิงธุรกิจยังมีอยู่ แต่ตัวเลขล่าสุดของ POLY แสดงว่ารายได้และกำไรยังเติบโตในภาพรวม โดยปี 2568 มีกำไรสุทธิ 268.1 ล้านบาท และ 6M2569 มีกำไรสุทธิ 144.3 ล้านบาท ขณะที่ D/E อยู่ที่ 0.1 เท่า ดังนั้นสำหรับการติดตามต่อ ควรให้น้ำหนักกับ คำสั่งซื้อจากยานยนต์, การเติบโตของกลุ่ม


ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
POLY มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายแม่พิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมยาง ก่อนขยายเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนยางและพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และต่อยอดไปยังกลุ่ม Medical และ Consumer Products โดยพัฒนาความสามารถด้านการออกแบบแม่พิมพ์ การผลิตวัตถุดิบ และการขึ้นรูปชิ้นงานแบบครบวงจร
ไทม์ไลน์พัฒนาการสำคัญ
2542 (1999) — ก่อตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อผลิตและจำหน่ายแม่พิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมยาง
2552 (2009) — ขยายกำลังการผลิตแม่พิมพ์ และก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมได้รับมาตรฐาน ISO 9001
2553 (2010) — ปรับโฟกัสธุรกิจเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และได้รับมาตรฐาน IATF 16949 สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
2554 (2011) — ลงทุนติดตั้งเครื่องจักรสำหรับผสมยาง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
2560 (2017) — เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 330 ล้านบาท และรับโอนกิจการทั้งหมดของ บริษัท ไฮเทค อีลาสโตเมอร์ จำกัด ซึ่งมีโรงงานและเครื่องจักรเป็นสินทรัพย์หลัก ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิต
2562 (2019) — ขยายสายการผลิตเข้าสู่ Medical Devices และ Consumer Products โดยผลิตชิ้นส่วนจากยาง ซิลิโคน และพลาสติก นับเป็นจุดสำคัญในการกระจายฐานธุรกิจจาก Automotive
2563 (2020) — เดินหน้าขยายธุรกิจใน Automotive พร้อมก่อสร้างอาคารใหม่เพื่อรองรับ R&D Center, Technical Center และ Mold Making Facility
2564 (2021) — ขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางมากขึ้น เช่น Micro Molding และเพิ่มบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้ศักยภาพของศูนย์ Technical และ R&D
2565 (2022) — เดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมลงทุนด้านบุคลากร เทคโนโลยี และองค์ความรู้ และบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2565
2566 (2023) — ลงนามความร่วมมือกับ ศูนย์นวัตกรรมและการประกอบการทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ PEG สำหรับโภชนาการทางสายให้อาหาร สะท้อนการต่อยอดธุรกิจ Medical ไปสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
2567 (2024) — ได้รับรางวัล Value Analysis and Value Engineering (VAVE) จาก Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing จากการลดต้นทุนผ่านหลักวิศวกรรม และบริษัทนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ ช่วยลดค่าไฟฟ้าประมาณ 25–30% และลดการปล่อย CO₂ ประมาณ 1,800 ตันต่อปี
2568 (2025) — POLY จัดตั้งบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นทั้งหมด เพื่อขยายเข้าสู่ตลาด ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบส่งไฟฟ้า (Power Transmission Systems) ถือเป็นการต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่จากฐานความเชี่ยวชาญด้านการผลิตชิ้นส่วน
ประเด็นพัฒนาการที่น่าจับตา
ภาพรวมพัฒนาการของ POLY จึงเป็นการเปลี่ยนจาก ผู้ผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนยาง → Automotive → Medical & Consumer → ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางและนวัตกรรม → การขยายไปยัง Power Transmission ขณะที่บริษัทยังคงเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนและมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรักษาอัตรากำไรและลดการแข่งขันด้านราคา


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด191.95254.38125.10162.45180.51
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ228.83197.49219.42182.84229.97
สินค้าคงเหลือ51.2659.9469.7071.7286.00
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน587.73576.92578.29583.69630.98
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ970.70927.80932.55954.92896.96
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน978.17932.74942.64958.49906.61
รวมสินทรัพย์1,565.901,509.651,520.931,542.181,537.60
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ112.02103.05101.68128.93129.44
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี1.871.231.301.270.77
รวมหนี้สินหมุนเวียน169.74149.52149.58178.51160.76
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน94.2864.9242.0755.2338.27
รวมหนี้สิน264.02214.44191.65233.74199.03
ทุนจดทะเบียน450.00450.00450.00450.00450.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า450.00450.00450.00450.00450.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น679.91679.91679.91679.91679.91
กำไร(ขาดทุน)สะสม169.16162.75196.81175.98206.10
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น2.802.552.552.552.55
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน-3.90-3.90-3.90-3.90-3.90
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,301.881,295.221,329.271,308.441,338.57
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ961.331,023.931,199.44582.77625.88
รายได้อื่น14.456.443.962.042.17
รวมรายได้975.781,030.371,203.40584.80628.06
ต้นทุน729.28718.00815.71400.80415.87
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร78.1281.4289.2743.9347.96
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย810.95799.29905.12444.72464.59
EBITDA317.96331.77397.51188.53213.27
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย103.73101.9899.7348.5350.52
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้214.23229.78297.79140.00162.75
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่175.05214.09268.06125.72144.29
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.390.480.600.280.32

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน308.13362.46343.32201.06183.74
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-227.36-44.03-203.96-166.1720.07
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-298.80-256.01-261.64-126.81-148.40
เงินสดสุทธิ-218.0262.43-122.28-91.9255.41

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)4.805.756.486.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)75.9963.4356.3460.63
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)12.9112.5810.7510.54
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)28.2729.0033.9634.65
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)6.687.976.726.43
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)54.6745.8154.3356.76
วงจรเงินสด (วัน)49.5946.6335.9638.52

🔥 POLY จ่อเบรกแนวต้าน! จับตา 7.30–7.35 บาท วอลุ่มต้องมา เกมถึงจะเปลี่ยน
วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น POLY – บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
POLY กำลังอยู่ในช่วง แกว่งตัวสร้างฐานหลังจากปรับขึ้นแรงในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยราคาขยับจาก 7.05 บาทในวันที่ 4 ก.ย. ขึ้นแตะ 7.30 บาทในวันที่ 7 ก.ย. ก่อนเข้าสู่ช่วงพักตัวบริเวณ 7.10–7.35 บาท
📈 โครงสร้างกราฟ
ภาพระยะสั้นยังเป็นลักษณะ Sideway / Sideway Up แต่โมเมนตัมเริ่มชะลอตัว หลังราคายังไม่สามารถผ่านโซน 7.30–7.35 บาทได้อย่างชัดเจน
จุดที่น่าสนใจคือวันที่ 17 ก.ย. มีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายวันก่อนหน้า แต่ราคายังคงปิดที่ 7.10 บาท จึงต้องจับตาว่าเป็นเพียงแรงซื้อขายระยะสั้น หรือเป็นการสะสมเพื่อรอการ Breakout
🚀 แนวต้านสำคัญ
7.30–7.35 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้
หาก Breakout พร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสเปิดทางทดสอบ
7.40–7.50 บาท — แนวต้านถัดไป
โดยบริเวณ 7.50 บาทเคยเป็นจุดสูงของรอบปลายเดือนสิงหาคม
7.65–8.00 บาท — โซนต้านใหญ่
8.00 บาทเป็น High ในรอบ 52 สัปดาห์ตามข้อมูล SET
🛡️ แนวรับที่ต้องจับตา
7.00–7.05 บาท — แนวรับแรก
เป็นโซนที่ราคาพยายามประคองตัวหลายครั้ง
6.90 บาท — แนวรับสำคัญ
หากหลุดลงมา โมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มอ่อนแรง
6.80–6.85 บาท — แนวรับถัดไป
เป็นบริเวณฐานราคาก่อนหน้าที่ควรจับตาแรงซื้อกลับ
🔥 สัญญาณ Breakout ที่ต้องรอ
จุดที่สายเทคนิคต้องโฟกัสคือ
POLY ต้องผ่าน 7.30–7.35 บาท พร้อม Volume สนับสนุน
หากทะลุได้แบบมีวอลุ่ม จะเป็นสัญญาณว่าราคากำลังเปลี่ยนจากการ พักฐาน → เดินหน้าต่อ
แต่ถ้าทดสอบแนวต้านแล้วไม่ผ่าน พร้อมเกิดแรงขายกลับลงมา ต้องระวังการแกว่งตัวในกรอบเดิม
⚡ มุมมอง Momentum
ราคาปัจจุบันยังอยู่เหนือฐาน 7.00 บาท แต่ยังไม่เกิดสัญญาณ Breakout ที่ชัดเจน ดังนั้นจังหวะสำคัญไม่ได้อยู่ที่การไล่ราคา แต่คือ รอให้ราคาแสดงพลังผ่านแนวต้านพร้อม Volume
เกมของ POLY ตอนนี้ = “ฐานเริ่มนิ่ง แต่ยังขาดหมัดน็อก”
ถ้า Volume เข้ามาแล้วผ่าน 7.35 บาท ได้สำเร็จ ภาพเทคนิคจะน่าสนใจขึ้นทันที
แต่ถ้าหลุด 7.00–6.90 บาท ต้องระวังแรงขายกดกลับลงมาทดสอบฐานเดิม
แนวรับ: 7.00 / 6.90 / 6.80 บาท
แนวต้าน: 7.30–7.35 / 7.50 / 7.65–8.00 บาท
จุดจับตา: Breakout 7.35 บาท + Volume
บทวิเคราะห์นี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาและปริมาณซื้อขายย้อนหลัง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น POLY — บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนจาก ยาง พลาสติก และซิลิโคน รวมถึงแม่พิมพ์ โดยมีตลาดหลักอยู่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ ยานยนต์, เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค จุดเด่นคือมีบริการแบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบแม่พิมพ์ พัฒนาสูตร ไปจนถึงการขึ้นรูปชิ้นงาน

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    POLY มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 20 ปี และใช้โมเดล One-Stop Service ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถรับงานที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้
    โครงสร้างรายได้ช่วง 6M/2569 แบ่งเป็น
    ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ 60.6%
    สินค้าอุปโภคบริโภค 22.4%
    อุปกรณ์ทางการแพทย์ 16.6%
    รายได้อื่น 0.4%
    ดังนั้น แม้ POLY จะมีการกระจายธุรกิจ 3 กลุ่ม แต่ ยานยนต์ยังเป็นเครื่องยนต์หลักของรายได้ ขณะที่ Medical และ Consumer ช่วยเพิ่มความหลากหลายและมีโอกาสสร้างมาร์จิ้นที่ดีในบางผลิตภัณฑ์

2. ผลประกอบการ — จุดที่น่าจับตา ตัวเลขในช่วงหลายปีสะท้อนภาพการเติบโตค่อนข้างชัดเจน

ปีรายได้จากการขายกำไรสุทธิ
2566961.3 ลบ.175.0 ลบ.
25671,023.9 ลบ.214.1 ลบ.
25681,199.4 ลบ.268.1 ลบ.
6M/2569625.9 ลบ.144.3 ลบ.

ที่น่าสนใจคือ 6M/2569 รายได้เพิ่มจาก 584.8 ล้านบาท เป็น 628.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มจาก 125.7 ล้านบาท เป็น 144.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 6M/2568 หรือกำไรโตประมาณ 14.8% YoY ขณะเดียวกันอัตรากำไรยังดีขึ้นต่อเนื่อง
Gross Margin 2566: 24.1%
2567: 29.9%
2568: 32.0%
6M/2569: 33.6%
Net Margin 6M/2569: 23.0%
ประเด็นสำคัญ: POLY ไม่ได้เติบโตเพียงจากยอดขาย แต่กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนการเปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและการใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ฐานะการเงิน
ฐานะการเงินถือว่าอยู่ในระดับแข็งแรงจากตัวเลขล่าสุด
ณ 6M/2569
สินทรัพย์รวม 1,537.6 ล้านบาท
หนี้สินรวม 199.0 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,338.6 ล้านบาท
D/E ประมาณ 0.1 เท่า
Current Ratio ประมาณ 3.9 เท่า
นอกจากนี้ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานใน 6M/2569 อยู่ที่ 183.74 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรมจัดหาเงินเป็นกระแสเงินสดออก 148.40 ล้านบาท
ภาพรวมจึงเป็นบริษัทที่มี หนี้ต่ำ สภาพคล่องสูง และสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ดี
4. จุดแข็งของ POLY
① ธุรกิจมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
การผลิตชิ้นส่วนยาง พลาสติก และซิลิโคนที่ต้องใช้แม่พิมพ์และสูตรเฉพาะ ทำให้การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว
② One-Stop Service
ตั้งแต่การออกแบบ → ทำแม่พิมพ์ → พัฒนาสูตร → ผลิตชิ้นส่วน ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับงานที่มีความซับซ้อน
③ มีการกระจายฐานลูกค้า
นอกจาก Automotive ยังมี Medical และ Consumer ช่วยลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมเดียวทั้งหมด
④ Margin มีแนวโน้มดีขึ้น
ปี 2568 บริษัทระบุว่าการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และการใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ช่วยผลักดัน Gross Margin และ Net Margin ให้สูงขึ้น
⑤ ฐานะการเงินค่อนข้างอนุรักษ์นิยม
หนี้สินต่ำเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น และมีสภาพคล่องสูง
⑥ มีประวัติการจ่ายปันผล
ล่าสุดบริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 1H/2569 ที่ 0.30 บาทต่อหุ้น โดยจ่ายวันที่ 11 ก.ย. 2569
5. ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ความเสี่ยงหลักคือการพึ่งพากลุ่มยานยนต์
รายได้ 6M/2569 จาก Automotive อยู่ที่ 380.6 ล้านบาท หรือ 60.6% ของรายได้จากการขาย ดังนั้น หากอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัวหรือคำสั่งซื้อของลูกค้ารายใหญ่ลดลง ย่อมกระทบ POLY ได้
อีกประเด็นคือ Medical มีความอ่อนไหวต่อการค้าและตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทเคยระบุว่าการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้คำสั่งซื้อกลุ่ม Medical ชะลอตัวในบางช่วง ก่อนจะทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติเมื่อความชัดเจนด้านนโยบายการค้ามากขึ้น
นอกจากนี้ต้องติดตาม
ราคาวัตถุดิบยาง พลาสติก และซิลิโคน
ค่าเงินบาทและการส่งออก
การกระจุกตัวของลูกค้ารายใหญ่
ภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์
ความสามารถในการรักษา Gross Margin ระดับสูง
การลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตและผลตอบแทนจากการลงทุน
6. มุมมองเชิง Valuation
ข้อมูล SET ณ 18 ก.ย. 2569 ระบุราคาหุ้น 7.10 บาท, Market Cap ประมาณ 3,195 ล้านบาท, P/E 11.15 เท่า, P/BV 2.39 เท่า และ EV/EBITDA 7.17 เท่า โดยกรอบราคา 52 สัปดาห์อยู่ที่ 6.20–8.00 บาท
หากมองจากตัวเลขดังกล่าว จุดที่ควรพิจารณาควบคู่กันคือ กำไรมีการเติบโตและ ROE 6M/2569 อยู่ที่ 21.7% ขณะที่ D/E ต่ำเพียง 0.1 เท่า
ดังนั้นประเด็นสำคัญของ POLY ไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือ บริษัทจะรักษา Margin สูงและขยายงานที่มีมูลค่าเพิ่มได้ต่อเนื่องหรือไม่
สรุป POLY แบบนักลงทุน
POLY = ผู้ผลิตชิ้นส่วนยาง–พลาสติก–ซิลิโคนที่มีฐานธุรกิจยานยนต์เป็นหลัก แต่กำลังเพิ่มน้ำหนักไปยัง Medical และ Consumer
ภาพที่เห็นจากงบล่าสุดคือ
รายได้โต → กำไรโต → Margin ดีขึ้น → หนี้ต่ำ → กระแสเงินสดเป็นบวก
ขณะที่ 6M/2569 กำไรสุทธิ 144.3 ล้านบาท โตประมาณ 14.8% YoY และ Gross Margin ขยับขึ้นถึง 33.6%
สำหรับการติดตามต่อ จุดสำคัญคือ คำสั่งซื้อ Automotive, การเติบโตของ Medical, การเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง และการรักษา Gross Margin หากตัวเลขเหล่านี้ยังเดินหน้าต่อ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเติบโตของกำไรในระยะถัดไป
POLY จึงเป็นหุ้นที่ควรจับตาในธีม “ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม + High Value Added + ฐานะการเงินแข็งแรง + กำไรเติบโต” โดยควรติดตามงบไตรมาสถัดไปเพื่อดูว่าการเติบโตของกำไรและ Margin สามารถรักษาต่อเนื่องได้หรือไม่

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม

🔥 POLY จ่อเบรกแนวต้าน! 7.30–7.35 บาท คือด่านชี้เกม — วอลุ่มมาเมื่อไร จับตาการเปลี่ยนเทรนด์!
📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น POLY – บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
POLY กำลังอยู่ในช่วง สร้างฐานหลังจากพุ่งขึ้นแรง โดยราคาขยับจาก 7.05 บาท ขึ้นแตะ 7.30 บาท ก่อนแกว่งตัวในกรอบ 7.10–7.35 บาท
⚡ จุดชี้ขาดอยู่ตรงนี้!
แนวต้าน 7.30–7.35 บาท ยังเป็นด่านสำคัญที่ราคาต้องผ่านให้ได้ ขณะที่วันที่ 17 ก.ย. ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นโดดเด่น แต่ราคายังปิดที่ 7.10 บาท
คำถามคือ… วอลุ่มกำลังสะสมเพื่อรอเบรก หรือเป็นเพียงแรงซื้อขายระยะสั้น?
🚀 ถ้า Breakout ต้องเห็นอะไร?
ผ่าน 7.35 บาท + Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน
→ โครงสร้างมีโอกาสเปลี่ยนจาก “พักฐาน” → “เดินหน้าต่อ”
แนวต้านถัดไป
🎯 7.40–7.50 บาท
🎯 7.65–8.00 บาท
โดย 8.00 บาท เป็นจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ตามข้อมูลที่ให้มา
🛡️ แนวรับห้ามหลุด
7.00–7.05 บาท → แนวรับแรก
6.90 บาท → จุดวัดกำลังของโมเมนตัม
6.80–6.85 บาท → ฐานเดิมที่ต้องจับตาแรงซื้อกลับ
📈 Momentum ตอนนี้
POLY ยังประคองตัวเหนือโซน 7.00 บาท แต่ ยังไม่เกิด Breakout อย่างชัดเจน
ดังนั้นเกมนี้ไม่ใช่การไล่ราคา แต่คือการรอ “ราคา + วอลุ่ม” ยืนยันพร้อมกัน
🔥 POLY ตอนนี้ = ฐานเริ่มนิ่ง แต่ยังขาดหมัดน็อก!
ถ้า 7.35 บาทแตกพร้อม Volume → ต้องจับตาแรงส่งรอบใหม่
แต่ถ้า 7.00–6.90 บาทหลุด → ระวังแรงขายกดกลับสู่ฐานเดิม
📌 สรุป 1 นาที
🔹 แนวรับ: 7.00 / 6.90 / 6.80 บาท
🔹 แนวต้าน: 7.30–7.35 / 7.50 / 7.65–8.00 บาท
🔹 จุดจับตา: Breakout 7.35 บาท + Volume
🔹 สถานะกราฟ: Sideway / Sideway Up รอสัญญาณยืนยัน
💥 POLY กำลังรอ “วอลุ่ม” จุดไฟให้กราฟหรือไม่?


Disclaimer

ใส่ความเห็น