วิเคราะห์ หุ้น SPCG บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SPCG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 20 ธ.ค. 2548 | 1,055.79 | พลังงานและสาธารณูปโภค | SPCG |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ประกอบธุรกิจด้านการลงทุน โดยการถือหุ้นบริษัทในเครือ เพื่อดำเนินธุรกิจ 4 ด้าน ดังนี้ (1) ธุรกิจลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มแบบครบวงจร (?Engineering, Procurement and Construction: EPC?) และธุรกิจบริการด้านการปฏิบัติการ การบำรุงรักษา และการประมวลผลโซลาร์ฟาร์ม (?Operation, Maintenance and Monitoring: OM&M?)(2) ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof)(3) ผู้แทนจำหน่ายและผู้ให้บริการเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) อย่างเป็นทางการ (Authorised Sales & Service Partnership) ของ SMA Solar Technology AG (SMA) ประเทศเยอรมนี(4) ธุรกิจผลิต จำหน่าย และให้บริการติดตั้งหลังคาเหล็ก (Metal Sheet Roofing) พร้อมบริการครบวงจร
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.20 | 1.74 | 0.65 | 0.45 | 0.22 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.74 | 18.67 | 3.02 | 12.26 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.26 | บาท | 22 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| – | 1.50 | บาท | 12 ธ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| – | 0.40 | บาท | 12 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.70 | บาท | 16 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.50 | บาท | 13 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.65 | บาท | 17 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.30 | บาท | 08 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.60 | บาท | 18 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.25 | บาท | 09 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.55 | บาท | 17 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.25 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.65 | บาท | 14 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SPCG
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SPCG ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยมีการลงทุนและถือหุ้นในบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) รวมถึงธุรกิจ EPC และงานปฏิบัติการ/บำรุงรักษาโซลาร์ฟาร์ม
- ที่ดินและพื้นที่สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์ม
เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับใช้ติดตั้งและดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วย ที่ดิน พื้นที่โครงการ และส่วนปรับปรุงที่ดิน ซึ่งรองรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าและสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลใน One Report ของ SPCG ระบุทรัพย์สินประเภทที่ดิน รวมถึงอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท - โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบผลิตไฟฟ้า
ถือเป็นสินทรัพย์หลักของธุรกิจ ได้แก่
Solar Farm
แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Panels)
ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
Inverter
ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ควบคุม
หม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบ
ระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า
ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นหัวใจในการสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท - อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
ประกอบด้วย
อาคารสำนักงาน
อาคารควบคุมและปฏิบัติการ
อาคาร/สิ่งปลูกสร้างภายในโครงการโรงไฟฟ้า
โครงสร้างรองรับแผง Solar Cell
ระบบสาธารณูปโภคภายในพื้นที่โครงการ - เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับงาน EPC
SPCG มีธุรกิจให้บริการ รับเหมาก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มแบบครบวงจร (EPC) ดังนั้นสินทรัพย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและติดตั้งระบบโซลาร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของฐานทรัพย์สินในการดำเนินธุรกิจ - ระบบปฏิบัติการและบำรุงรักษาโซลาร์ฟาร์ม
SPCG ยังมีธุรกิจด้าน Operation, Maintenance and Monitoring (OM&M) ทำให้มีระบบและอุปกรณ์สำหรับ
ตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า
Monitoring System
บำรุงรักษาแผง Solar Cell
ดูแลระบบไฟฟ้า
ซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์
ระบบควบคุมและติดตามการผลิตไฟฟ้า - อาคารสำนักงานและทรัพย์สินเพื่อการบริหาร
นอกจากทรัพย์สินของโรงไฟฟ้าแล้ว กลุ่มบริษัทยังมี อาคารสำนักงาน ห้องสำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน และยานพาหนะ ที่ใช้สนับสนุนการบริหารและการดำเนินงาน - สิทธิและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
อีกส่วนที่มีความสำคัญคือ สิทธิในการดำเนินโครงการและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงสัญญาและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้า ซึ่งช่วยสนับสนุนการสร้างกระแสเงินสดระยะยาว
SPCG มีบริษัทในเครือที่ถือครองและดำเนินงานโครงการ Solar Farm เช่น บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด (SPC), บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ แอสเซ็ท จำกัด (SPA), บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (SPE) เป็นต้น โดย SPCG ถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ในสัดส่วน 100% ตามข้อมูลโครงสร้างธุรกิจของบริษัท
สรุปมุมมองนักลงทุน
ทรัพย์สินสำคัญของ SPCG สามารถมองได้เป็น 5 กลุ่มหลัก
ที่ดิน → Solar Farm → แผงและระบบผลิตไฟฟ้า → ระบบไฟฟ้า/สาธารณูปโภค → สิทธิและสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
จุดเด่นของ SPCG จึงอยู่ที่การมี ฐานสินทรัพย์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการขายไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจ EPC และ OM&M ช่วยเสริมระบบนิเวศของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครบวงจรมากขึ้น
หมายเหตุ: บริษัทมีการเผยแพร่ Form 56-1 One Report 2568 (ปี 2025) แล้วเมื่อ 30 มีนาคม 2569 ดังนั้นหากต้องการวิเคราะห์ตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินแบบละเอียด ควรยึดข้อมูลจากรายงานฉบับล่าสุดเป็นหลัก
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SPCG
SPCG หรือ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยถือหุ้นใหญ่ในบริษัทในเครือรวม 42 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่การพัฒนาโครงการ Solar Farm, งานวิศวกรรมและก่อสร้าง, การดำเนินงานและบำรุงรักษา ไปจนถึง Solar Roof และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานสะอาด
บริษัทหลักในกลุ่ม SPCG
| บริษัท | สัดส่วนถือหุ้น | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|---|
| บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด (SPC) | 100% | ลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm |
| บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (SPE) | 100% | งานวิศวกรรม/บริการด้านระบบ Solar และจำหน่าย Inverter |
| บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ แอสเซ็ท จำกัด (SPA) | 100% | ถือครองและบริหารสินทรัพย์โครงการ Solar Farm |
| บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด (SPR) | 100% | ออกแบบและติดตั้งระบบ Solar Rooftop สำหรับบ้าน อาคารธุรกิจ และโรงงาน |
| บริษัท สตีลรูฟ จำกัด (SRC) | 100% | ธุรกิจเกี่ยวกับระบบหลังคาและงานที่เกี่ยวข้อง |
| บริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด (SET Energy) | 40% | ธุรกิจพลังงานและโครงการพลังงานร่วมกับพันธมิตร |
ข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้นของ SPCG ระบุว่า SPC, SPE, SPA, SPR และ SRC เป็นบริษัทที่ SPCG ถือหุ้น 100% ขณะที่ SET Energy ถือหุ้นโดย SPCG 40%, Mitsu Power Group 40% และ PEA ENCOM International 20%
กลุ่มบริษัทโครงการ Solar Farm
นอกจากบริษัทแม่และบริษัทให้บริการแล้ว กลุ่ม SPCG ยังมีบริษัทโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อถือครองและดำเนินงาน Solar Farm รายโครงการ เช่น
Solar Power (Korat 1) – KR1 ถือผ่าน SPC 85%
Solar Power (Sakon Nakhon 1) – SN1 ถือผ่าน SPC 70%
Solar Power (Korat 5) – KR5 ถือผ่าน SPC 100%
Solar Power (Korat 8) – KR8 ถือผ่าน SPC 100%
Solar Power (Korat 9) – KR9 ถือผ่าน SPC 100%
โครงสร้างลักษณะนี้ทำให้ SPCG มีบริษัทลูกที่แยกตามโครงการผลิตไฟฟ้าแต่ละแห่ง ซึ่งช่วยให้การบริหารสินทรัพย์และโครงการพลังงานมีความชัดเจนเป็นรายโครงการ
มองโครงสร้าง SPCG แบบง่าย ๆ
SPCG
↓
SPC – ถือครอง/พัฒนา Solar Farm
↓
บริษัทโครงการ Solar Farm หลายแห่ง
↓
ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
ขณะเดียวกันมีธุรกิจสนับสนุน ได้แก่
SPE → Engineering / Inverter / Solar Solution
SPR → Solar Rooftop
SPA → Solar Asset
SRC → Steel Roof
SET Energy → ธุรกิจพลังงานร่วมกับพันธมิตร
ดังนั้น จุดเด่นของโครงสร้าง SPCG คือไม่ได้พึ่งเพียงธุรกิจผลิตไฟฟ้าจาก Solar Farm แต่มีบริษัทในเครือที่ครอบคลุม ตั้งแต่การลงทุนและพัฒนาโครงการ → วิศวกรรม → อุปกรณ์ → Solar Rooftop → การบริหารสินทรัพย์ ซึ่งเป็นลักษณะของ Integrated Solar Energy Business
หมายเหตุ: บริษัทระบุในข้อมูลปัจจุบันว่ามีบริษัทในเครือรวม 42 บริษัท และมี Form 56-1 One Report 2568 เผยแพร่แล้ว ดังนั้น หากต้องการทำข้อมูลสำหรับบทวิเคราะห์หุ้น ควรใช้โครงสร้างล่าสุดจาก One Report 2568 มากกว่ารายชื่อจากรายงานปีก่อน
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SPCG บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SPCG มีธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้ง Solar Farm, Solar Roof, EPC และงาน O&M รวมถึงการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น และโครงการ Solar ในพื้นที่ EEC ดังนั้นความเสี่ยงสำคัญจะมาจากทั้ง สภาพอากาศ นโยบายพลังงาน การลงทุน ต้นทุนอุปกรณ์ และการแข่งขันในธุรกิจ Solar
- ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและปริมาณแสงแดด
รายได้จาก Solar Farm ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ หากเกิดฝนตกหนัก เมฆมาก หรือสภาพอากาศผิดปกติเป็นเวลานาน อาจทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลง และกระทบรายได้ของโครงการ - ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐและกฎระเบียบ
ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีความเกี่ยวข้องกับนโยบายด้านพลังงาน การรับซื้อไฟฟ้า ใบอนุญาต และกฎเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐ หากนโยบายเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนหรือโครงการใหม่เปลี่ยนแปลง อาจกระทบโอกาสการขยายธุรกิจและผลตอบแทนจากโครงการในอนาคต - ความเสี่ยงจากการลงทุนโครงการใหม่
SPCG มีแผนสร้าง New S-Curve โดยเฉพาะ Solar Roof และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ การลงทุนต้องใช้เงินทุนและต้องประเมินผลตอบแทนของแต่ละโครงการ หากต้นทุนสูงกว่าคาด หรือโครงการสร้างรายได้ช้ากว่าแผน อาจกดดันผลตอบแทนจากการลงทุน - ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจ Solar Roof
ตลาด Solar Roof มีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ทั้งผู้รับเหมารายใหญ่ ผู้ประกอบการพลังงาน และผู้ติดตั้งเฉพาะทาง การแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นอาจทำให้ อัตรากำไรลดลง ขณะที่ต้นทุนการหาลูกค้าเพิ่มขึ้น
ปี 2568 ธุรกิจ Solar Roof ของ SPCG มีรายได้ 404.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.58% ซึ่งสะท้อนว่าเป็นธุรกิจที่บริษัทกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น ดังนั้นการแข่งขันในตลาดนี้จึงเป็นประเด็นที่ควรติดตามเป็นพิเศษ - ความเสี่ยงจากต้นทุนอุปกรณ์และเทคโนโลยี
ธุรกิจ Solar ต้องใช้อุปกรณ์สำคัญ เช่น แผง Solar, Inverter และระบบไฟฟ้า หากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง หรืออุปกรณ์นำเข้าปรับตัวสูงขึ้น อาจกระทบต้นทุนโครงการและอัตรากำไร
นอกจากนี้ เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากเทคโนโลยีเดิมมีประสิทธิภาพต่ำกว่าเทคโนโลยีรุ่นใหม่ บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
SPCG มีการลงทุนโครงการ Solar ในประเทศญี่ปุ่น ขณะที่อุปกรณ์บางประเภทอาจเกี่ยวข้องกับการนำเข้า จึงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ หากค่าเงินเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย อาจกระทบต้นทุนหรือมูลค่าผลตอบแทนจากการลงทุนต่างประเทศ - ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
โครงการโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง หากบริษัทหรือบริษัทย่อยมีภาระเงินกู้ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น และอาจลดผลตอบแทนของโครงการ - ความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของ Solar Farm
แผง Solar และอุปกรณ์ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานและประสิทธิภาพจะลดลงตามเวลา หากค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น หรือเกิดความเสียหายของอุปกรณ์สำคัญ อาจทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลงและต้องใช้เงินลงทุนในการซ่อมแซม
ปัจจุบันบริษัทระบุว่ายังคงรักษาประสิทธิภาพการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของ Solar Farm 36 โครงการ ได้ดี แต่ความเสี่ยงด้านการบำรุงรักษายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามในระยะยาว - ความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากธุรกิจพลังงาน
แม้ SPCG จะขยายไปยัง Solar Roof และธุรกิจใหม่ แต่ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ยังเป็นแกนหลักของบริษัท หากโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่มีการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้หรือผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลต่อภาพรวมของบริษัท - ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจและการบริหารโครงการ
การขยายธุรกิจไปยัง Solar Roof ภาคครัวเรือน โครงการ EEC และต่างประเทศ ทำให้บริษัทต้องบริหารโครงการที่มีลักษณะแตกต่างกัน หากการขยายตัวเร็วเกินไป อาจเกิดความเสี่ยงด้านบุคลากร การควบคุมต้นทุน คุณภาพงาน และการบริหารกระแสเงินสด
🔎 มุมมองสรุปสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ SPCG ที่ควรจับตาเป็นพิเศษ
☀️ ปริมาณแสงแดดและสภาพอากาศ
🏛️ นโยบายรัฐและเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้า
💰 เงินลงทุนและต้นทุนทางการเงิน
📉 การแข่งขันในตลาด Solar Roof
🌏 ค่าเงินจากการลงทุนต่างประเทศ
🔧 ประสิทธิภาพและค่าเสื่อมของ Solar Farm
📈 ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจ New S-Curve
โดยภาพรวม SPCG มีจุดแข็งจากฐาน Solar Farm ที่ดำเนินงานอยู่แล้วและกระแสเงินสดจากธุรกิจเดิม แต่โจทย์สำคัญในระยะต่อไปคือการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีฐานรายได้เดิม ไปสู่การเติบโตจาก Solar Roof และโครงการใหม่ ให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่ากับเงินลงทุน โดยไม่ทำให้ต้นทุนและความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากเกินไป
บริษัทมี Form 56-1 One Report 2568 เผยแพร่เมื่อ 30 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นเอกสารหลักที่ใช้ติดตามรายละเอียดความเสี่ยงและแผนธุรกิจล่าสุดของ SPCG ได้โดยตรง
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 02 ก.ย. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | น.ส. วันดี กุญชรยาคง | 296,550,000 | 28.09 |
| 2 | UBS AG SINGAPORE BRANCH | 95,200,050 | 9.02 |
| 3 | GULF INTERNATIONAL INVESTMENT (HONG KONG) LIMITED | 94,801,626 | 8.98 |
| 4 | น.ส. รัชณีวัลย์ อัครวิกรัย | 65,659,600 | 6.22 |
| 5 | Kyocera Corporation | 63,500,000 | 6.01 |
| 6 | น.ส. วรชา กุญชรยาคง | 37,973,100 | 3.60 |
| 7 | น.ส. สมปอง กุญชรยาคง | 22,865,137 | 2.17 |
| 8 | นาย วิทูร มโนมัยกุล | 19,290,000 | 1.83 |
| 9 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 11,924,350 | 1.13 |
| 10 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 11,672,538 | 1.11 |
| 11 | นาย สมศักดิ์ กุญชรยาคง | 10,000,000 | 0.95 |
| 12 | นาย โชคชัย เศรษฐีวรรณ | 5,400,000 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นางสาว วันดี กุญชรยาคง | ประธานกรรมการ, กรรมการผู้จัดการใหญ่ |
| 2 | นาย วิทูร มโนมัยกุล | กรรมการ |
| 3 | นาย สมศักดิ์ กุญชรยาคง | กรรมการ |
| 4 | นางสาว ออมสิน ศิริ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 5 | นาย ดุสิต เครืองาม | กรรมการอิสระ |
| 6 | นาง ประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย วันชัย หล่อวัฒนตระกูล | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น SPCG
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SPCG ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของไทย โดยมีพัฒนาการสำคัญจากการเริ่มต้นธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในประเทศ ก่อนขยายการลงทุนไปสู่ประเทศญี่ปุ่น และต่อยอดธุรกิจ Solar Roof รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานสะอาด
- จุดเริ่มต้นธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย
SPCG เริ่มพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรก Solar Power (Korat 1) ที่จังหวัดนครราชสีมา และเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2553 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทเข้าสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเต็มตัว
จากนั้นบริษัทสามารถพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มได้ต่อเนื่องจนมี 36 โครงการ กำลังการผลิตรวมกว่า 260 MW ในประเทศไทย และกลายเป็นฐานธุรกิจสำคัญของ SPCG - ขยายจาก Solar Farm สู่ Solar Roof
SPCG ไม่ได้จำกัดการเติบโตอยู่เพียงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ได้ต่อยอดสู่ธุรกิจ Solar Roof ผ่านบริษัทในเครือ Solar Power Roof (SPR) เพื่อออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคา โดยเน้นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและลูกค้าเชิงพาณิชย์
บริษัทได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติและไทย เช่น Mitsubishi UFJ Lease & Finance, PEA ENCOM และ KYOCERA เพื่อพัฒนาธุรกิจ Solar Roof - ก้าวสู่ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น
อีกพัฒนาการสำคัญคือการขยายการลงทุนออกนอกประเทศไทย โดย SPCG เข้าไปลงทุนในโครงการ Tottori Yonago Mega Solar ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิต 30 MW และเริ่ม COD ในปี 2561 ซึ่งเป็นการสร้างฐานรายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ - ขยายพอร์ตการลงทุนด้วยโครงการ Fukuoka Miyako
SPCG ยังลงทุนในโครงการ Fukuoka Miyako Mega Solar ขนาดรวม 67 MW แบ่งเป็น North Phase 23 MW และ South Phase 44 MW โดย North Phase เริ่ม COD ในเดือนกันยายน 2564 และ South Phase เริ่ม COD ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566
โครงการดังกล่าวได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ FiT ที่ 36 เยนต่อหน่วย และมีอายุสัญญารับซื้อไฟฟ้าระยะยาว ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนในญี่ปุ่น - ลงทุนในโครงการ Ukujima Mega Solar Project
SPCG ได้เข้าร่วมลงทุนใน Ukujima Mega Solar Project จังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 480 MW โดย SPCG ถือหุ้น 17.92%
โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ที่บริษัทคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้จากพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว - ยกระดับธุรกิจจากผู้ผลิตไฟฟ้าสู่ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงาน
SPCG มีการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติม เช่น งานวิศวกรรม การออกแบบ ติดตั้ง และให้บริการระบบ Solar Roof รวมถึงการให้บริการอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
บริษัทในเครือยังได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนด้านการจำหน่ายและบริการของ SMA Solar Technology ผู้ผลิต Inverter รายสำคัญจากเยอรมนี ซึ่งช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของกลุ่มบริษัท - มุ่งสู่การเติบโตของพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว
SPCG วางเป้าหมายขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน โดยในอดีตบริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่า 1,000 MW ภายในปี 2568 และไม่น้อยกว่า 3,000 MW ภายในปี 2580 โดยเน้นการลงทุนในโซลาร์ฟาร์มทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น
สรุปพัฒนาการของ SPCG แบบจับประเด็น
Solar Farm ไทย → 36 โครงการ 260 MW → Solar Roof → ขยายสู่ญี่ปุ่น → Tottori 30 MW → Fukuoka Miyako 67 MW → Ukujima 480 MW → ต่อยอดสู่ธุรกิจโซลูชันพลังงานสะอาด
จุดเด่นของพัฒนาการ SPCG จึงอยู่ที่การสร้างความเชี่ยวชาญด้าน พลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร จากผู้พัฒนาโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย ไปสู่การเป็นผู้ลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ และต่อยอดไปยังธุรกิจ Solar Roof และบริการด้านวิศวกรรมพลังงาน
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 4,443.18 | 119.96 | 525.70 | 87.29 | 84.64 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 775.35 | 422.87 | 281.51 | 306.67 | 312.26 |
| สินค้าคงเหลือ | 191.78 | 277.67 | 345.46 | 336.88 | 326.04 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 5,504.47 | 3,799.90 | 2,178.88 | 3,637.38 | 2,135.92 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 16,231.44 | 15,590.07 | 14,963.19 | 15,319.17 | 14,670.09 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 18,392.42 | 17,619.58 | 16,932.17 | 17,306.16 | 16,638.07 |
| รวมสินทรัพย์ | 23,896.89 | 21,419.48 | 19,111.05 | 20,943.54 | 18,773.99 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 316.84 | 145.06 | 344.24 | 205.22 | 83.96 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 1,499.25 | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 2,010.65 | 203.52 | 395.95 | 296.63 | 140.60 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 37.84 | 35.47 | 32.41 | 52.60 | 40.39 |
| รวมหนี้สิน | 2,048.49 | 238.99 | 428.37 | 349.24 | 180.99 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,153.19 | 1,055.79 | 1,055.79 | 1,055.79 | 1,055.79 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,055.79 | 1,055.79 | 1,055.79 | 1,055.79 | 1,055.79 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 5,673.72 | 5,673.72 | 5,673.72 | 5,673.72 | 5,673.72 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 14,075.67 | 13,482.61 | 11,115.98 | 12,975.78 | 11,066.37 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -1,669.17 | -1,669.88 | -1,674.69 | -1,673.37 | -1,666.01 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | -1,669.88 | -1,669.88 | -1,669.88 | -1,669.88 | -1,669.88 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 19,136.01 | 18,542.25 | 16,170.80 | 18,031.92 | 16,129.87 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 2,712.40 | 2,638.24 | 2,511.89 | 2,562.39 | 2,463.13 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 4,125.60 | 2,049.21 | 1,725.54 | 922.93 | 814.83 |
| รายได้อื่น | 93.20 | 117.43 | 71.05 | 50.24 | 21.98 |
| รวมรายได้ | 4,218.79 | 2,166.64 | 1,796.60 | 973.17 | 836.81 |
| ต้นทุน | 1,641.90 | 1,044.81 | 1,100.44 | 553.04 | 471.05 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 291.74 | 253.15 | 231.52 | 113.79 | 92.30 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 1,933.63 | 1,297.96 | 1,367.32 | 702.09 | 563.35 |
| EBITDA | 2,937.17 | 1,522.08 | 1,079.68 | 593.54 | 593.71 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 652.02 | 653.40 | 650.41 | 322.47 | 320.25 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 2,285.16 | 868.69 | 429.28 | 271.08 | 273.47 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,837.97 | 682.51 | 378.34 | 232.19 | 224.89 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.74 | 0.65 | 0.36 | 0.22 | 0.21 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 3,073.31 | 1,412.61 | 1,326.35 | 670.94 | 317.56 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | 1,464.61 | -2,793.95 | 1,980.09 | 127.01 | -412.83 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -1,828.22 | -2,941.89 | -2,900.70 | -830.62 | -345.78 |
| เงินสดสุทธิ | 2,709.70 | -4,323.23 | 405.74 | -32.66 | -441.05 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 3.42 | 4.90 | 4.83 | 5.23 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 106.71 | 74.50 | 75.51 | 69.84 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 4.45 | 3.53 | 3.52 | 3.07 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 82.00 | 103.34 | 103.66 | 118.79 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 4.52 | 4.50 | 5.11 | 7.04 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 80.68 | 81.15 | 71.43 | 51.82 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 108.03 | 96.69 | 107.73 | 136.81 |
วิเคราะห์งบการเงิน
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น SPCG
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค — จับตา “เด้งต่อ” หรือ “หลุดแล้วพักฐาน”
ข้อมูลล่าสุดที่ค้นได้ถึง 11 ก.ย. 2569 ราคาปิดอยู่แถว 11.00 บาท โดยวันดังกล่าวเปิด 10.50 บาท ขึ้นไปแตะ 11.20 บาท และลงไปต่ำสุด 10.40 บาท ปริมาณซื้อขายประมาณ 5.61 ล้านหุ้น ขณะที่ภาพรวม 1 เดือนยังบวกประมาณ 16.4%
🔥 ภาพใหญ่ — จากฐาน 9.55 บาท เด้งแรง แต่ยังต้องฝ่าด่านสำคัญ
SPCG มีจังหวะ Rebound ค่อนข้างชัด หลังลงไปทำ Low บริเวณ 9.55 บาท วันที่ 4 ก.ย. ก่อนเร่งตัวขึ้นมาทดสอบโซน 11 บาทอย่างรวดเร็ว
ไฮไลต์สำคัญคือช่วง 4–9 ก.ย. ราคาขยับจาก 10.30 → 11.20 บาท และมี Volume เข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะวันที่ 8 ก.ย. มีปริมาณซื้อขายกว่า 12.30 ล้านหุ้น
แต่หลังจากขึ้นแรง ราคามีแรงขายกลับในวันที่ 10 ก.ย. ลง -4.46% จาก 11.20 เหลือ 10.70 บาท ก่อนวันที่ 11 ก.ย. จะรีบาวด์กลับขึ้นมาปิดบริเวณ 11 บาท
แปลเป็นภาษาสายเทคนิค:
“หุ้นยังมี Momentum แต่กำลังชนแนวต้าน ต้องดูว่าแรงซื้อจะพอพาราคา Breakout หรือไม่”🎯 แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา
| ระดับ | มุมมองทางเทคนิค |
|---|---|
| 11.20–11.40 บาท | 🔴 แนวต้านสำคัญ / ด่าน Breakout |
| 12.00 บาท | 🔴 แนวต้านจิตวิทยา |
| 12.30 บาท | 🔴 High สำคัญรอบล่าสุด |
| 10.70–11.00 บาท | 🟢 แนวรับระยะสั้น |
| 10.40 บาท | 🟢 แนวรับสำคัญ |
| 10.00–10.20 บาท | 🟢 แนวรับถัดไป |
| 9.55–9.60 บาท | 🟢 ฐานสำคัญของรอบนี้ |
ในช่วงปลาย ส.ค. หุ้นเคยขึ้นไปแตะ 12.30 บาท ก่อนถูกขายลงแรง ขณะที่ Low ของรอบต้นเดือนอยู่ที่ 9.55 บาท จึงทำให้กรอบ 9.55–12.30 บาท เป็นกรอบสำคัญในการอ่าน Price Action รอบนี้
🚨 จุดที่ “สายเทคนิค” ต้องจับตา
🟢 กรณี Bullish
ถ้า SPCG สามารถ ทะลุ 11.20–11.40 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน
มีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ
12.00 → 12.30 บาท
และถ้าผ่าน 12.30 บาทได้แบบ Volume สนับสนุน จะถือเป็นสัญญาณ Breakout High เดิม และมีโอกาสเปลี่ยนภาพจาก Rebound เป็น รอบขาขึ้นใหม่
🟡 กรณี Sideway
หากยังไม่ผ่าน 11.20–11.40 บาท แต่ไม่หลุด 10.40 บาท
มีโอกาสเกิดการ พักตัวออกข้างเพื่อสะสมกำลัง
กรอบที่น่าสนใจคือประมาณ 10.40–11.40 บาท
การพักตัวลักษณะนี้ไม่ได้เสียทรงทันที หาก Volume ฝั่งขายลดลงและราคายังรักษา Higher Low ได้
🔴 กรณี Bearish
ถ้าหลุด 10.40 บาท พร้อม Volume ขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
แนวรับถัดไปมองที่
10.00–10.20 บาท
และถ้าหลุด 10 บาทอีก ภาพ Rebound รอบนี้จะเริ่มเสียทรง และมีโอกาสกลับไปทดสอบ 9.55–9.60 บาท
📊 Momentum — ยังไม่แข็งแรงเต็มที่
ข้อมูล Technical ล่าสุดก่อนการรีบาวด์วันที่ 11 ก.ย. ระบุว่า RSI(14) อยู่ประมาณ 39.26 ขณะที่ MACD ยังให้สัญญาณซื้อ แต่ภาพรวม Indicator หลายตัวอยู่ฝั่ง Sell และ ADX อยู่ระดับสูงประมาณ 52 สะท้อนว่าตลาดมี Trend อยู่พอสมควร
จุดที่น่าสนใจคือ RSI ยังไม่ได้เข้าสู่เขต Overbought ดังนั้น ถ้าราคาสามารถ Breakout แนวต้านพร้อม Volume ได้ ยังมีพื้นที่ให้ Momentum เดินต่อ
แต่ต้องระวังว่า MACD ที่ยังเป็นบวก ไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะขึ้นต่อทันที เพราะ Price Action บริเวณ 11.20–11.40 บาทยังเป็นด่านสำคัญ
🔥 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
SPCG กลับมา “ตื่น” อีกครั้ง!
หลังเด้งจากฐาน 9.55 บาท ขึ้นมาทดสอบโซน 11 บาทอย่างรวดเร็ว พร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเร่งตัว
แต่ตอนนี้กำลังเข้าสู่ “จุดวัดใจ”
🚨 11.20–11.40 บาท = ด่านสำคัญ
ถ้าผ่านพร้อม Volume
🔥 มีลุ้นไปต่อ 12.00–12.30 บาท
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน
📌 ระวังการพักฐานกลับมาทดสอบ 10.40 บาท
และถ้าหลุด 10.40 บาท
⚠️ ต้องระวังแรงขายกดกลับหา 10.00–9.55 บาท
มุมมอง: 🟡 เก็งกำไรเชิงบวก แต่ต้องรอ Confirmation ของ Breakout
สัญญาณที่น่าจับตาที่สุด:
ราคา + Volume + การผ่าน 11.40 บาท
เพราะถ้า “ราคาไปพร้อมวอลุ่ม” รอบนี้อาจไม่ใช่แค่เด้ง…แต่อาจกำลังกลายเป็น รอบใหม่ของ SPCG 📈
หมายเหตุ: นี่เป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาย้อนหลัง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น SPCG — บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SPCG เป็นหุ้นพลังงานสะอาดที่มีจุดเด่นแตกต่างจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วไป เพราะบริษัทมีฐานธุรกิจเดิมจาก Solar Farm 36 โครงการ และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจ Solar Rooftop และ New S-Curve มากขึ้น
ข้อมูลล่าสุดที่ใช้วิเคราะห์คือ งบไตรมาส 2/2569 และราคาหุ้นปิดวันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่ 11.20 บาท
- SPCG ทำธุรกิจอะไร?
ธุรกิจหลักของ SPCG ประกอบด้วย
Solar Farm ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
Solar Rooftop ออกแบบ จำหน่าย และติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคา
จำหน่าย Inverter ของ SMA จากเยอรมนี
ลงทุนโครงการ Solar ในพื้นที่ EEC
ลงทุนโครงการ Solar ในประเทศญี่ปุ่น
จุดสำคัญคือ Solar Farm เดิมมี 36 โครงการ กำลังการผลิตรวมมากกว่า 260 MW ครอบคลุม 10 จังหวัด และเริ่มขายไฟมาตั้งแต่ปี 2553 - จุดเปลี่ยนสำคัญของ SPCG
ประเด็นที่ต้องจับตาที่สุดคือ Adder ของ Solar Farm เดิมหมดอายุครบทั้งหมดในปี 2568
เดิมโครงการทั้ง 36 แห่งได้รับ Adder 8 บาท/หน่วยเป็นเวลา 10 ปี แต่ปัจจุบันบริษัทขายไฟภายใต้ราคาขายส่งตามปกติแล้ว
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รายได้และกำไรในช่วงหลังลดลงเมื่อเทียบกับอดีต
แต่ข้อดีคือ ธุรกิจไม่ได้หยุดสร้างกระแสเงินสด บริษัทระบุว่ายังสามารถจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการเดิมได้ตามปกติ และนำกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นไปลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ - ผลประกอบการล่าสุด — เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว
ปี 2568 SPCG มีรายได้จากการขายและบริการ 1,725.5 ล้านบาท EBITDA 1,078.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 377.3 ล้านบาท
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือตัวธุรกิจ Solar Rooftop มีรายได้ถึง 404.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.58% ในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังสร้างฐานรายได้ใหม่เข้ามาชดเชยการลดลงของ Solar Farm เดิม
ครึ่งปี 2569
6M/2569 มีรายได้รวม 814.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 233.9 ล้านบาท ซึ่งกำไรใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ที่น่าสนใจคือ
Q2/2569
กำไรสุทธิ 115.5 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 24% YoY
สะท้อนการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพของ Solar Farm ที่ยังทำได้ดี
ดังนั้น แม้ธุรกิจ Solar Farm สูญเสียรายได้จาก Adder ไปแล้ว แต่ กำไรไม่ได้ทรุดตัวลงตามสัดส่วนเดียวกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวก - จุดแข็งของ SPCG
🟢 1. มีฐาน Solar Farm ขนาดใหญ่และเดินเครื่องมานาน
36 โครงการเป็นสินทรัพย์ที่มีประสบการณ์ดำเนินงานยาวนาน และบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
🟢 2. โครงสร้างหนี้ค่อนข้างแข็งแรง
ข้อมูล SET ณ 11 ก.ย. 2569 ระบุ Market Cap ประมาณ 11,825 ล้านบาท และ P/BV ประมาณ 0.73 เท่า ขณะที่ราคาหุ้นอยู่ที่ 11.20 บาท
การซื้อขายต่ำกว่า Book Value จึงเป็นจุดที่นักลงทุนสาย Value อาจให้ความสนใจ
🟢 3. กำลังสร้าง New S-Curve
บริษัทกำลังให้น้ำหนักกับ Solar Rooftop ภาคครัวเรือน มากขึ้นในปี 2569 โดยใช้จุดแข็งด้านแบรนด์ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้าน Solar มาต่อยอด
ถ้าธุรกิจนี้ขยายตัวได้ดี จะช่วยลดการพึ่งพารายได้จาก Solar Farm เดิม
🟢 4. ธุรกิจอยู่ในธีมพลังงานสะอาด
แนวโน้มการใช้ Solar Rooftop, การลดต้นทุนไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เป็นปัจจัยที่สามารถสนับสนุนธุรกิจในระยะยาว - ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
🔴 1. รายได้จาก Solar Farm เดิมลดลง
นี่คือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
เมื่อ Adder หมดแล้ว ผลตอบแทนของโครงการเดิมลดลงจากช่วงที่ได้รับเงินสนับสนุนพิเศษ ดังนั้นการเติบโตของ SPCG ในอนาคตจะต้องพึ่งพา Solar Rooftop + โครงการใหม่ มากขึ้น
🔴 2. New S-Curve ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง
Solar Rooftop มีศักยภาพ แต่เป็นธุรกิจที่แตกต่างจากการขายไฟแบบ PPA
บริษัทต้องบริหารทั้ง
ต้นทุนอุปกรณ์
การแข่งขันด้านราคา
ต้นทุนการติดตั้ง
เงินทุนหมุนเวียน
การหาลูกค้า
ดังนั้นรายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
🔴 3. Valuation ไม่ได้ถูกทุกมิติ
แม้ P/BV จะต่ำที่ประมาณ 0.73 เท่า แต่ SET Factsheet ระบุ P/E ประมาณ 31.87 เท่า ณ 11 ก.ย. 2569
ดังนั้นมุมมองว่า “หุ้นถูก” จาก P/BV เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาความสามารถในการสร้างกำไรในอนาคตด้วย - มุมมองเชิงพื้นฐาน
ผมมอง SPCG เป็นหุ้นลักษณะ
“หุ้นพลังงานสะอาดที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก Cash Cow เดิม → สู่ New S-Curve”
อดีตของบริษัทโดดเด่นจาก Solar Farm และ Adder แต่วันนี้เกมเปลี่ยนแล้ว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “Solar Farm เดิมจะโตแค่ไหน?”
แต่คือ
“SPCG จะเปลี่ยนกระแสเงินสดจากสินทรัพย์เดิมให้กลายเป็นธุรกิจใหม่ที่โตได้หรือไม่?”
ตรงนี้จะเป็นตัวกำหนดมูลค่าหุ้นในระยะ 2–5 ปีข้างหน้า
7. มุมมองการลงทุน
| ประเด็น | มุมมอง |
|---|---|
| ธุรกิจเดิม | ⭐⭐⭐⭐ |
| กระแสเงินสด | ⭐⭐⭐⭐ |
| ฐานะการเงิน | ⭐⭐⭐⭐ |
| Solar Rooftop | ⭐⭐⭐⭐ |
| Growth ระยะยาว | ⭐⭐⭐ |
| ความเสี่ยง | ⭐⭐⭐ |
| Valuation | ⭐⭐⭐ |
| เงินปันผล | ⭐⭐⭐⭐ |
สรุป
SPCG ไม่ใช่หุ้น Growth แบบโรงไฟฟ้าที่กำลังเร่งขยายกำลังผลิตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหุ้น “Transition + Cash Flow + New S-Curve”
จุดแข็งคือมีฐานธุรกิจ Solar Farm เดิมที่สร้างกระแสเงินสด มีประสบการณ์สูง และฐานะทางการเงินค่อนข้างแข็งแรง ขณะที่ Solar Rooftop กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ โดยปี 2568 รายได้จากธุรกิจนี้เติบโตมากกว่า 56%
จุดที่ต้องติดตามมากที่สุดในปี 2569–2570 คือยอดขายและกำไรจาก Solar Rooftop รวมถึงความคืบหน้าของโครงการใหม่ใน EEC และญี่ปุ่น
หาก New S-Curve โตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ → Upside ของ SPCG จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น
แต่หาก Solar Farm เดิมเสื่อมตัวเร็วกว่าที่ธุรกิจใหม่เข้ามาทดแทน → กำไรอาจเข้าสู่ภาวะทรงตัว/ลดลงได้
มุมมองโดยรวม: “พื้นฐานแข็งแรง แต่ต้องพิสูจน์ Growth รอบใหม่”
หมายเหตุ: เป็นบทวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์

