วิเคราะห์ หุ้น SCP บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SCP บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SCP บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน) SCP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25681.00บาท22 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25671.50บาท23 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.35บาท24 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.15บาท25 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.15บาท27 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.38บาท21 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SCP
บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SCP เป็นผู้ผลิต จำหน่าย ขนส่ง และติดตั้ง ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป โดยมีทรัพย์สินที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจคือโรงงาน เครื่องจักร รถขนส่ง และพื้นที่สำหรับการผลิตและจัดเก็บสินค้า บริษัทมีเครือข่ายโรงงานรองรับการผลิตและกระจายสินค้าในหลายภูมิภาคของประเทศ
🏭 1. โรงงานและสถานที่ผลิต
ทรัพย์สินหลักของ SCP คือ โรงงานผลิตคอนกรีตอัดแรง ซึ่งใช้ผลิตสินค้า เช่น เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง เสาเข็ม เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยงอัดแรง และผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำหรับงานก่อสร้าง
ข้อมูลของบริษัทระบุว่าเคยมีโรงงานขนาดใหญ่ 6 แห่งทั่วประเทศ และมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
โรงงานที่ปรากฏในเอกสารของบริษัท ได้แก่
โรงงานภูเก็ต
โรงงานสุราษฎร์ธานี
โรงงานนครศรีธรรมราช
โรงงานนครปฐม
โรงงานอุดรธานี
โรงงานบ้านบึง จังหวัดชลบุรี
การมีโรงงานกระจายตัวหลายพื้นที่ช่วยให้บริษัทสามารถผลิตและส่งมอบสินค้าให้กับโครงการก่อสร้างในแต่ละภูมิภาคได้สะดวกขึ้น
⚙️ 2. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
SCP จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับการผลิตคอนกรีตอัดแรงและคอนกรีตสำเร็จรูป เช่น
เครื่องจักรสำหรับผลิตเสาเข็ม
เครื่องจักรสำหรับผลิตเสาไฟฟ้าคอนกรีต
ระบบผสมและหล่อคอนกรีต
อุปกรณ์สำหรับงานคอนกรีตอัดแรง
เครื่องจักรและอุปกรณ์ยก เคลื่อนย้าย และจัดเก็บผลิตภัณฑ์
อุปกรณ์ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพสินค้า
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อกำลังการผลิตและประสิทธิภาพของโรงงาน โดยบริษัทระบุว่ามีการลงทุนใน สินทรัพย์ถาวรของแต่ละโรงงาน เพื่อรองรับความต้องการระยะยาวและทดแทนสินทรัพย์เดิม รวมถึงมีการลงทุนในรถส่งสินค้าและเครื่องจักร
🚛 3. รถขนส่งและยานพาหนะ
เนื่องจากผลิตภัณฑ์คอนกรีตมีน้ำหนักมากและมีขนาดใหญ่ SCP จึงต้องมี รถขนส่งและยานพาหนะสำหรับการขนส่งผลิตภัณฑ์จากโรงงานไปยังพื้นที่ก่อสร้าง
ทรัพย์สินในส่วนนี้มีความสำคัญต่อธุรกิจ เพราะบริษัทไม่ได้ทำเพียงการผลิตและจำหน่าย แต่ยังมีบริการ ขนส่ง ตอก และติดตั้งผลิตภัณฑ์คอนกรีต ด้วย
🏗️ 4. พื้นที่จัดเก็บสินค้าและลานโรงงาน
โรงงานของ SCP ต้องมีพื้นที่สำหรับ
จัดเก็บเสาเข็ม
จัดเก็บเสาไฟฟ้า
จัดเก็บแผ่นพื้นและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป
เตรียมสินค้าเพื่อรอการขนส่ง
รองรับการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ภายในโรงงาน
ดังนั้น ที่ดินและพื้นที่โรงงาน ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญที่สนับสนุนทั้งกระบวนการผลิตและระบบโลจิสติกส์ของบริษัท
🏢 5. อาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้าง
นอกจากโรงงานแล้ว บริษัทมี สำนักงานใหญ่และสำนักงาน/สถานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนงานบริหาร การขาย การประสานงานโครงการ และการควบคุมการดำเนินงานของโรงงาน

📌 สรุปทรัพย์สินสำคัญของ SCP

ประเภททรัพย์สินความสำคัญต่อธุรกิจ
🏭 โรงงานฐานการผลิตคอนกรีตอัดแรงและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
⚙️ เครื่องจักรใช้ผลิตและขึ้นรูปผลิตภัณฑ์คอนกรีต
🚛 รถขนส่งขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ไปยังโครงการก่อสร้าง
🏗️ ลานจัดเก็บสินค้าเก็บผลิตภัณฑ์ก่อนส่งมอบ
🏢 อาคารสำนักงานสนับสนุนงานบริหารและการขาย
🌳 ที่ดินรองรับโรงงาน ลานผลิต และพื้นที่จัดเก็บ
🔧 อุปกรณ์ติดตั้งรองรับบริการตอกและติดตั้งผลิตภัณฑ์

มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดเด่นของ SCP คือเป็นธุรกิจที่มี สินทรัพย์ถาวรและฐานการผลิตจริง โดยเฉพาะโรงงาน เครื่องจักร รถขนส่ง และพื้นที่จัดเก็บ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากธุรกิจคอนกรีตอัดแรง ขณะเดียวกันการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาความสามารถในการผลิตและรองรับความต้องการของตลาดในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทมีเอกสาร ONE REPORT 2568 และงบการเงินปี 2568 เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทแล้ว จึงสามารถใช้เป็นฐานในการตรวจสอบรายละเอียดสินทรัพย์ล่าสุดเพิ่มเติมได้


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SCP
บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SCP เป็นหนึ่งในกลุ่ม “งานทวีพี่น้อง” ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบริษัทดำเนินงานในหลายอุตสาหกรรมมากกว่า 20 แห่ง โดย SCP เป็นธุรกิจหลักด้าน ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง รวมถึงงานบริการขนส่งและงานตอกเสาเข็ม
บริษัทและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ SCP
บริษัท งานทวีพี่น้อง จำกัด — เป็นบริษัทผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SCP โดยถือหุ้นประมาณ 33.12% จากข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ มีนาคม 2569
บริษัท ไทยไวร์โพรดักท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TWP — เป็นบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มงานทวี โดย SCP ถือหุ้นใน TWP ประมาณ 10.70% ตามข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นปี 2568 และมีการทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าสำเร็จรูประหว่างกันตามเงื่อนไขทางการค้าปกติ
บริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มงานทวีพี่น้อง — กลุ่มดังกล่าวมีบริษัทในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากกว่า 20 แห่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทเป็น “บริษัทย่อย” ของ SCP โดยตรง ดังนั้นควรแยก บริษัทในเครือของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ออกจาก บริษัทย่อยที่ SCP ถือหุ้นโดยตรง
มุมมองสำหรับนักลงทุน
โครงสร้างของ SCP จึงมีลักษณะเป็น ธุรกิจคอนกรีตอัดแรงที่อยู่ภายใต้เครือข่ายธุรกิจงานทวี มากกว่าจะเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่มีบริษัทย่อยจำนวนมาก โดยผลประกอบการที่ประกาศในปี 2568 ระบุเป็น “SCP และบริษัทย่อย” มีกำไรสุทธิ 292.62 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 303.82 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่ไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 97.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 81.88 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568
สรุป: จุดที่น่าสนใจของ SCP คือการมีฐานธุรกิจอยู่ในกลุ่ม งานทวีพี่น้อง และมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจวัสดุก่อสร้าง/ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ TWP ขณะที่ธุรกิจหลักของ SCP ยังคงโฟกัสที่ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงและการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างเป็นหลัก



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SCP บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
Southern Concrete Pile Public Company Limited หรือ SCP ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง รวมถึงงานบริการขนส่งและตอก โดยอยู่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ซึ่งผลประกอบการจึงมีความสัมพันธ์กับภาวะการลงทุนและโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน

  1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
    วัตถุดิบสำคัญของธุรกิจคอนกรีตอัดแรง โดยเฉพาะ เหล็ก ลวดเหล็ก ปูนซีเมนต์ และวัสดุที่เกี่ยวข้อง มีความผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์และต้นทุนพลังงาน หากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นเร็ว บริษัทอาจไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันที ส่งผลกดดัน อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยประเด็นราคาลวดเหล็กและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนเคยเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการของ SCP อย่างชัดเจน
  2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
    ตลาดคอนกรีตและวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ผู้ประกอบการต้องแข่งขันทั้งด้าน ราคา คุณภาพ ระยะเวลาส่งมอบ และการให้บริการ หากการแข่งขันรุนแรงขึ้น SCP อาจต้องลดราคาหรือรับงานด้วย Margin ที่ต่ำลง ทำให้รายได้อาจเติบโต แต่กำไรไม่ได้เติบโตตาม
  3. ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของงานก่อสร้าง
    ความต้องการเสาเข็ม เสาไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงขึ้นอยู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โครงการภาครัฐ อสังหาริมทรัพย์ และงานก่อสร้างภาคเอกชน หากเศรษฐกิจชะลอตัว การอนุมัติโครงการล่าช้า หรือการลงทุนภาครัฐลดลง อาจทำให้ คำสั่งซื้อและรายได้ของ SCP ชะลอตัว ได้
  4. ความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการ
    ธุรกิจมีการรับงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง หากโครงการของลูกค้าเกิดความล่าช้า ทั้งจากการส่งมอบพื้นที่ การอนุมัติแบบ การจัดหาวัสดุ หรือปัญหาผู้รับเหมาช่วง อาจส่งผลให้การส่งมอบสินค้าและการรับรู้รายได้เลื่อนออกไป
  5. ความเสี่ยงด้านลูกหนี้การค้า
    การขายให้ผู้รับเหมาและลูกค้าโครงการทำให้บริษัทมีความเสี่ยงด้าน เครดิตและการเรียกเก็บหนี้ หากลูกค้าประสบปัญหาสภาพคล่องหรือโครงการล่าช้า อาจทำให้ระยะเวลาเก็บเงินยาวขึ้น และอาจต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มเติม ซึ่งจะกระทบกำไรโดยตรง
  6. ความเสี่ยงจากต้นทุนขนส่ง
    ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมีน้ำหนักมากและมีต้นทุนการขนส่งสูง การปรับขึ้นของ ราคาน้ำมัน ค่าแรง และค่าขนส่ง สามารถกระทบต้นทุนของบริษัทได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องขนส่งสินค้าเป็นระยะทางไกล หากไม่สามารถเรียกเก็บค่าขนส่งหรือปรับราคาขายได้เต็มที่ Margin จะถูกบีบตัว
  7. ความเสี่ยงจากกำลังการผลิตและการลงทุน
    การผลิตคอนกรีตอัดแรงจำเป็นต้องใช้โรงงาน เครื่องจักร และสินทรัพย์ถาวร หากบริษัทลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตโดยอิงกับความต้องการในอนาคต แต่คำสั่งซื้อไม่เป็นไปตามคาด อาจทำให้เกิด กำลังการผลิตส่วนเกินและผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าคาด ขณะเดียวกัน เครื่องจักรและโรงงานยังมีค่าเสื่อมราคาและค่าบำรุงรักษา
  8. ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
    งานก่อสร้างอาจได้รับผลกระทบจาก ฝนตกหนัก น้ำท่วม พายุ หรือภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้การก่อสร้างและการขนส่งสินค้าไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ส่งผลต่อการส่งมอบและการรับรู้รายได้
  9. ความเสี่ยงด้านแรงงานและความปลอดภัย
    ธุรกิจโรงงานและงานขนส่ง/ตอกคอนกรีตเกี่ยวข้องกับเครื่องจักร รถบรรทุก และการทำงานในพื้นที่ก่อสร้าง หากเกิดอุบัติเหตุหรือปัญหาด้านความปลอดภัย อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่าย ความเสียหายต่อทรัพย์สิน การหยุดชะงักของการผลิต รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียง
  10. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ
    หากรัฐบาลชะลอการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือเกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ อาจส่งผลต่อปริมาณงานก่อสร้างและคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คอนกรีต ขณะที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนภาครัฐก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม

🔎 สรุปความเสี่ยง SCP แบบนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักที่ควรจับตา 5 เรื่อง คือ
ต้นทุนเหล็กและวัตถุดิบ → การแข่งขันด้านราคา → ภาวะก่อสร้าง → ลูกหนี้การค้า → ต้นทุนขนส่ง
จุดที่น่าสนใจคือ SCP ยังมีข้อมูลผลประกอบการและงบการเงินล่าสุดถึง ไตรมาส 2/2569 และบริษัทมีการเผยแพร่ MD&A สำหรับไตรมาสดังกล่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้นในการประเมินความเสี่ยงปัจจุบัน ควรติดตามว่า Margin ฟื้นหรือไม่, ต้นทุนวัตถุดิบเป็นอย่างไร, ลูกหนี้และกระแสเงินสดเปลี่ยนแปลงอย่างไร และงานก่อสร้างใหม่เข้ามามากน้อยเพียงใด
มุมมองโดยรวม: SCP เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงเชิงวัฏจักรตามภาคก่อสร้างค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงที่ ต้นทุนวัตถุดิบขึ้น แต่ราคาขายปรับขึ้นตามไม่ได้ ซึ่งจะกระทบกำไรเร็วกว่ารายได้ จึงควรให้น้ำหนักกับ Gross Margin และปริมาณงาน/Backlog ควบคู่กับการดูรายได้ มากกว่าพิจารณาการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท งานทวีพี่น้อง จำกัด93,487,40033.12
2นาง มยุรี วงแก้วเจริญ14,110,0005.00
3นาย วิเชียร ศรีมุนินทร์นิมิต12,350,0004.37
4บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด7,116,5612.52
5น.ส. ปาณิสรา เพ็ชรวรุณ6,694,7002.37
6นาย ศุภฤกษ์ มงคลสมัย5,000,0001.77
7นาย พีรวัฒน์ ธรรมาภิมณฑ์4,773,4001.69
8นาย ศิวะ งานทวี4,375,5001.55
9น.ส. วิภาวี ภูคาสวรรค์3,857,1501.37
10นาย โกสินทร์ โพธิ์ใบกุล3,822,6001.35
11นาง กัณหา งานทวี3,808,8401.35
12น.ส. ศุภกัญญา งานทวี3,696,1501.31
13บริษัท ไทยไวร์โพรดัคท์ จำกัด (มหาชน)3,558,5001.26
14น.ส. ทิพย์นารา งานทวี3,329,0901.18
15นาย ธนกิจ หล่อวัฒนพงษา3,106,4001.10
16นาย องอาจ วรวิทย์ลิขิต3,033,9001.07
17นาง อรุณี งานทวี2,584,1000.92
18บริษัท พัทยา แกรนด์ วิลเลจ จำกัด2,500,0000.89
19น.ส. บงกช งานทวี2,359,8150.84
20นาย เลิศศักดิ์ งานทวี2,025,0600.72
21นาย กัมปนาท เพ็ชรวรุณ2,015,8000.71
22นาย สรรัฐ งานทวี1,848,1950.65
23นาย พิบูล งานทวี1,648,0600.58
24นาย กิติชัย โสภาปุรานนท์1,518,8000.54
25นาง วัชรี ธรรมาภิมณฑ์1,443,5000.51


ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ทัศนัย อติชาติประธานคณะกรรมการ, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
2นาง อรุณี งานทวีกรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
3นาย กิจจา งานทวีกรรมการ
4นาย ธำรงค์ งานทวีกรรมการ
5นาย ศักดิ์ชาย งานทวีกรรมการ
6นาย เอกภพ งานทวีกรรมการ
7นาย บุญเกื้อ ลิ่มสืบเชื้อกรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
8พันตำรวจเอก สมยศ แก้วบังเกิดกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SCP
บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SCP มีพัฒนาการจากผู้ผลิตคอนกรีตอัดแรงในภาคใต้ สู่ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงแบบครบวงจร โดยมีประวัติการดำเนินงานยาวนานกว่า 40 ปี และขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วประเทศ
พัฒนาการสำคัญของ SCP

  • ปี 2522 – จุดเริ่มต้นของธุรกิจ
    SCP ก่อตั้งขึ้นในปี 2522 ที่จังหวัดภูเก็ต และเริ่มพัฒนาธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ก่อนขยายธุรกิจและกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น
  • ขยายกำลังการผลิตและเครือข่ายโรงงาน
    บริษัทเดินหน้าขยายฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมี โรงงานขนาดใหญ่ 6 แห่งทั่วประเทศ และมีกำลังการผลิตมากกว่า 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ช่วยให้สามารถกระจายการผลิตและให้บริการลูกค้าในหลายพื้นที่ได้
  • พัฒนาสู่ผู้ผลิตคอนกรีตอัดแรงแบบครบวงจร
    ธุรกิจไม่ได้จำกัดเฉพาะการผลิตสินค้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่ ผลิต ขนส่ง และติดตั้ง ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ทำให้บริษัทสามารถให้บริการแก่โครงการก่อสร้างได้ครบวงจรมากขึ้น
  • ขยายฐานลูกค้าภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน
    SCP มีบทบาทสำคัญในการผลิตและจำหน่าย เสาไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมถึงผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงสำหรับงานก่อสร้างประเภทต่าง ๆ ทั่วประเทศ สะท้อนการมีฐานธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุนด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน
  • ยกระดับมาตรฐานการผลิตและคุณภาพ
    บริษัทได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ครบทุกผลิตภัณฑ์ และได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมาตรฐานด้านการผลิตและการบริหารจัดการของบริษัท
  • เดินหน้าพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2568–2569
    บริษัทมีการจัดทำและเผยแพร่ผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายไตรมาสและประจำปี โดยมีรายงานผลประกอบการปี 2568 และไตรมาส 1/2569 เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์บริษัท สะท้อนการดำเนินธุรกิจและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
  • ปี 2568 – ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร
    ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 292.62 ล้านบาท เทียบกับ 303.82 ล้านบาท ในปี 2567 แม้กำไรลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีกำไรในระดับสูงเมื่อเทียบกับฐานธุรกิจเดิม

สรุปมุมมองพัฒนาการ SCP
จุดเด่นของ SCP คือการสร้างฐานธุรกิจจาก “ผู้ผลิตคอนกรีตอัดแรง” → “ผู้ผลิตและจำหน่ายแบบครบวงจร” พร้อมขยายโรงงานและกำลังการผลิตเพื่อรองรับงานก่อสร้างทั่วประเทศ ขณะที่การมีฐานลูกค้าด้านสาธารณูปโภค รวมถึงมาตรฐาน มอก. และ ISO ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของสินค้าและกระบวนการผลิต
ปัจจุบัน SET จัด SCP อยู่ในหมวด อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง โดยลักษณะธุรกิจหลักคือผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง รวมถึงบริการขนส่งและตอก


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด524.35630.26962.36789.58959.50
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ390.67308.01309.75462.96393.55
สินค้าคงเหลือ277.19224.30234.91223.97267.94
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,867.312,096.901,993.442,008.842,010.77
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ529.06596.25599.58597.09588.51
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน638.68693.00688.49685.08675.88
รวมสินทรัพย์2,506.002,789.902,681.932,693.922,686.65
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ263.68295.02347.30444.47431.10
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน288.53346.50390.13504.62495.26
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน72.43103.0792.5798.5590.94
รวมหนี้สิน360.97449.57482.71603.16586.20
ทุนจดทะเบียน282.30282.30282.30282.30282.30
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า282.30282.30282.30282.30282.30
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น–––––
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,871.842,076.851,942.671,837.161,844.12
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-9.11-18.82-25.74-28.71-25.97
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,145.032,340.332,199.232,090.762,100.45
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,841.992,194.162,253.051,149.141,248.99
รายได้อื่น17.4826.8029.8521.8510.63
รวมรายได้1,859.462,220.962,282.901,170.991,259.62
ต้นทุน1,471.841,595.831,620.20830.04913.17
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร201.66240.64291.67111.43112.41
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,673.501,836.471,911.87941.471,025.58
EBITDA241.78436.47427.41256.94262.53
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย55.8151.9856.3827.4228.49
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้185.97384.49371.03229.52234.04
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่146.52303.81292.62183.76183.75
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.521.081.040.650.65

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน245.25512.87360.87209.04192.94
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-327.25-297.96414.83383.6897.27
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-46.32-109.01-443.59-433.39-293.07
เงินสดสุทธิ-128.32105.91332.11159.33-2.86

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.287.295.255.49
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)58.1150.0469.4966.43
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)6.367.066.736.93
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)57.3551.7254.2752.71
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.715.044.393.89
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)63.8972.3583.1093.81
วงจรเงินสด (วัน)51.5729.4140.6625.33

SCP จ่อเบรกแนวต้าน! ราคาเด้งพร้อมวอลุ่ม หลังสะสมในกรอบแคบ — จับตา 9.50–9.75 บาท ถ้าผ่านได้ มีลุ้นเปิดรอบใหม่
ข้อมูลราคาล่าสุดที่ตรวจสอบได้ ณ 11 ก.ย. 2569 SCP ปิดที่ 9.30 บาท เพิ่มขึ้น +0.20 บาท (+2.20%) พร้อมปริมาณซื้อขาย 326,007 หุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 7.00–9.75 บาท
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SCP
ภาพรวมกราฟเริ่มมีสัญญาณ “บวกมากขึ้น” หลังราคานิ่งสะสมบริเวณ 9.05–9.15 บาทต่อเนื่องหลายวัน ก่อนดีดขึ้นมาปิดที่ 9.30 บาทในวันที่ 11 ก.ย. โดยวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับหลายวันก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อที่เริ่มกลับเข้ามา
จุดที่ต้องจับตา คือ 9.30–9.50 บาท
หากราคาสามารถยืนเหนือ 9.30 บาท ได้ต่อเนื่อง และมีวอลุ่มสนับสนุน มีโอกาสเดินหน้าทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 9.50 บาท ซึ่งเป็นโซน High ล่าสุดที่ปรากฏในช่วงเดือน ส.ค.–ก.ย.
หาก Breakout 9.50 บาท + Volume เข้าหนาแน่น จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่น่าสนใจ เพราะมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 9.75 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
🔥 แนวรับ–แนวต้าน
แนวรับแรก: 9.10 บาท
แนวรับถัดไป: 9.05 บาท
แนวรับสำคัญ: 9.00 บาท
แนวต้านแรก: 9.50 บาท
แนวต้านสำคัญ: 9.75 บาท
เป้าหมายถัดไป หากผ่าน 9.75 บาท: ประเมินโซน 10.00 บาท เป็นแนวจิตวิทยา
ช่วง 9.05–9.15 บาทมีการซื้อขายซ้ำหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นโซนที่ควรจับตาเป็นฐานสำคัญของรอบนี้ ขณะที่ 9.50–9.75 บาทเป็นโซน Supply ที่ราคาต้องใช้แรงซื้อและวอลุ่มเพื่อฝ่าให้ได้
🚀 สัญญาณ Breakout ที่ต้องรอ
SCP ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา แต่เป็นหุ้นที่กำลังเข้าสู่โหมด “ลุ้นเบรก”
สิ่งที่ต้องการเห็นคือ
9.50 บาท → Breakout
Volume เพิ่มขึ้น
ยืนเหนือแนวต้านได้
= โมเมนตัมขาขึ้นมีโอกาสเร่งตัว

ในทางกลับกัน หากราคาขึ้นไปทดสอบ 9.50–9.75 บาทแล้ว ไม่ผ่าน พร้อมวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังแรงขายทำกำไร และอาจย้อนกลับมาทดสอบ 9.10–9.05 บาทอีกครั้ง
⚡ มุมมองสายเทคนิค
SCP = “สะสมในกรอบแคบ → เริ่มมีแรงซื้อ → รอ Breakout”
จุดเด่นตอนนี้คือราคาสามารถขยับออกจากฐาน 9.05–9.15 บาทได้ และวันที่ 11 ก.ย. มีวอลุ่ม 326,007 หุ้น สูงกว่าวันก่อนหน้าที่มีเพียง 42,720 หุ้นอย่างมาก
ดังนั้น โซน 9.50 บาทคือด่านวัดใจ
ถ้าผ่านพร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเห็น Momentum รอบใหม่
แต่ถ้ายังผ่านไม่ได้ กราฟมีโอกาสแกว่งสะสมต่อ
กลยุทธ์: เน้นรอ Breakout + Volume มากกว่าการไล่ราคา
แนวรับ: 9.10 / 9.05 / 9.00 บาท
แนวต้าน: 9.50 / 9.75 บาท
จุดเปลี่ยนเกม: ยืนเหนือ 9.50 บาทพร้อมวอลุ่ม
เป็นมุมมองเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น SCP — บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SCP เป็นหุ้นในกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง โดยธุรกิจหลักคือผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง รวมถึงงานบริการขนส่งและตอกเสาเข็ม ซึ่งรายได้จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับการลงทุนก่อสร้างและโครงการสาธารณูปโภคในประเทศ
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
จุดเด่นของ SCP คือการอยู่ในธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่มีความจำเป็นต่อโครงการก่อสร้าง เช่น
เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
ผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงประเภทต่าง ๆ
งานขนส่งผลิตภัณฑ์
งานตอกเสาเข็ม
การรับงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง
ดังนั้น ตัวแปรสำคัญไม่ได้อยู่ที่ราคาวัสดุก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่คือปริมาณงานก่อสร้างและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หากการลงทุนภาครัฐและเอกชนเร่งตัว ความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตและงานตอกเสาเข็มมีโอกาสเพิ่มขึ้นตาม
บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2522 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2534 สะท้อนว่ามีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้มายาวนาน
💰 วิเคราะห์ผลประกอบการ
ปี 2568 SCP มีกำไรสุทธิ 292.62 ล้านบาท ลดลงจาก 303.82 ล้านบาท ในปี 2567 หรือประมาณ 3.7% สะท้อนว่ากำไรยังอยู่ในระดับสูง แต่การเติบโตยังไม่โดดเด่นนัก
ขณะที่ข้อมูล SET ล่าสุดระบุว่า งบไตรมาส 2/2569 เป็นงบล่าสุดของบริษัท ณ ช่วงที่วิเคราะห์นี้
ภาพที่ต้องจับตาคือ
รายได้ → ปริมาณงานก่อสร้าง → อัตรากำไร → ต้นทุนวัตถุดิบ → กำไรสุทธิ
โดยเฉพาะธุรกิจคอนกรีตที่มีต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนขนส่งค่อนข้างมีนัยสำคัญ หากบริษัทสามารถบริหารต้นทุนและรักษาอัตรากำไรได้ดี การเพิ่มขึ้นของยอดขายจะมีโอกาสส่งผ่านมายังกำไรได้

📊 จุดแข็งของ SCP

  1. อยู่ในธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อการก่อสร้าง
    เสาเข็มและผลิตภัณฑ์คอนกรีตเป็นวัตถุดิบสำคัญของโครงการก่อสร้าง จึงมีตลาดรองรับจากทั้งภาคเอกชนและโครงสร้างพื้นฐาน
  2. ธุรกิจมีประสบการณ์ยาวนาน
    บริษัทดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2522 และเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2534
  3. ฐานกำไรค่อนข้างแข็งแรง
    กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่เกือบ 300 ล้านบาท แม้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ยังสะท้อนความสามารถในการสร้างกำไรของธุรกิจ
  4. Valuation ไม่ได้สูงมาก
    ข้อมูล SET ณ 11 ก.ย. 2569 ระบุราคา 9.30 บาท, Market Cap ประมาณ 2,625 ล้านบาท, P/E 8.97 เท่า, P/BV 1.25 เท่า และ EV/EBITDA 3.96 เท่า
    จึงเป็นหุ้นที่มีลักษณะ Value + Dividend/Defensive บางส่วน มากกว่าหุ้น Growth ที่ตลาดคาดหวังการเติบโตสูง
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
  5. ความผันผวนของภาคก่อสร้าง
    หากเศรษฐกิจชะลอ การเปิดโครงการใหม่ลดลง หรือการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว ปริมาณคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คอนกรีตอาจลดลง
  6. ต้นทุนวัตถุดิบ
    ธุรกิจคอนกรีตมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย จะกดดัน Margin
  7. ต้นทุนขนส่ง
    ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมีน้ำหนักสูง ทำให้ ค่าขนส่งเป็นต้นทุนสำคัญ และการรับงานในพื้นที่ห่างไกลอาจกระทบความสามารถในการทำกำไร
  8. การแข่งขันด้านราคา
    ตลาดวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันสูง หากผู้ประกอบการแข่งกันลดราคาเพื่อแย่งงาน อัตรากำไรของ SCP อาจถูกกดดัน
  9. พึ่งพาการลงทุนโครงการก่อสร้าง
    หากโครงการภาครัฐหรือโครงสร้างพื้นฐานเกิดความล่าช้า การรับรู้รายได้ของผู้ประกอบการในห่วงโซ่ก่อสร้างก็มีโอกาสเลื่อนออกไป

📈 มุมมองการลงทุน SCP
ผมมอง SCP เป็นหุ้นแนว
“Value Stock + วัฏจักรก่อสร้าง + กระแสเงินสด/ปันผล”
มากกว่าจะเป็นหุ้นที่เหมาะกับการเก็งกำไรจาก Story Growth เพียงอย่างเดียว
ปัจจุบัน SET ระบุราคาหุ้นบริเวณ 9.30 บาท ณ 11 ก.ย. 2569 โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 7.00–9.75 บาท ขณะที่ P/E อยู่ต่ำกว่า 9 เท่า
ดังนั้น จุดที่น่าสนใจของ SCP คือ Valuation ที่ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับกำไรที่สร้างได้ แต่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อไปคือกำไรจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่
🎯 สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
Bull Case 🟢
งานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานฟื้นตัว
Backlog เพิ่มขึ้น
ปริมาณขายคอนกรีตเพิ่ม
ต้นทุนวัตถุดิบทรงตัว
Margin ดีขึ้น
กำไรกลับมาเติบโต
Base Case 🟡
รายได้ทรงตัว
กำไรใกล้เคียงระดับปัจจุบัน
ราคาหุ้นเคลื่อนไหวตาม Valuation และปันผล
Bear Case 🔴
โครงการก่อสร้างชะลอ
การแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น
ต้นทุนวัตถุดิบ/ขนส่งเพิ่ม
Margin ลดลง
กำไรหดตัวต่อเนื่อง
🔥 สรุปแบบนักลงทุน
SCP ไม่ใช่หุ้น Growth ที่หวือหวา แต่เป็นหุ้นวัสดุก่อสร้างที่มีฐานกำไรและ Valuation ค่อนข้างสมเหตุสมผล
สิ่งที่ทำให้หุ้นน่าสนใจคือ P/E ต่ำกว่า 9 เท่า + ธุรกิจมีความจำเป็นต่อภาคก่อสร้าง + มีโอกาสได้ประโยชน์หากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเร่งตัว
แต่ประเด็นสำคัญคือ “กำไรจะกลับมาโตหรือไม่?” เพราะกำไรปี 2568 ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน
ดังนั้น SCP เหมาะกับการติดตามในมุม Value + ปันผล + การฟื้นตัวของวัฏจักรก่อสร้าง มากกว่าการไล่ราคาจาก Momentum เพียงอย่างเดียว
สรุปคะแนนมุมมอง:
ธุรกิจ ⭐⭐⭐⭐☆
ฐานกำไร ⭐⭐⭐⭐☆
Valuation ⭐⭐⭐⭐☆
Growth ⭐⭐⭐☆☆
ความเสี่ยง ⭐⭐⭐☆☆
ภาพรวม: “หุ้นพื้นฐานกลาง-ดี ราคาไม่แพง แต่ต้องรอ Catalyst จากการเติบโตของงานก่อสร้าง”


Disclaimer

ใส่ความเห็น