วิเคราะห์ หุ้น SCAP บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SCAP อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 28 พ.ย. 2527 | 6,636.36 | เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) | SCAP |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธุรกิจสินเชื่อ
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.14 | 0.11 | 0.13 | 0.05 | 0.13 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.07 | บาท | 26 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 50 : 1 | หุ้น | 27 พ.ค. 2568 | หุ้นปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.00 | บาท | 27 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 50 : 1 | หุ้น | 23 พ.ค. 2567 | หุ้นปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.00 | บาท | 23 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.80 | บาท | 16 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| – | 0.80 | บาท | 24 ก.พ. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.82 | บาท | 17 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 1.40 | บาท | 17 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SCAP
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP มีลักษณะธุรกิจเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อ ดังนั้น “ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ” จะไม่ได้เน้นโรงงานหรือเครื่องจักร แต่เน้น พอร์ตสินเชื่อ เงินทุน และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการปล่อยและบริหารสินเชื่อ เป็นหลัก
- พอร์ตสินเชื่อ — ทรัพย์สินหลักของธุรกิจ
หัวใจสำคัญของ SCAP คือ ลูกหนี้เงินให้สินเชื่อ ซึ่งเกิดจากการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้า โดยปัจจุบันบริษัทเน้นสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อเช่าซื้อ
พอร์ตสินเชื่อจึงเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้บริษัท และเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักของธุรกิจ - สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน
SCAP ให้บริการ สินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน โดยมุ่งเน้นลูกค้าที่มีรายได้ประจำและมีประวัติทางการเงินที่ดี ผ่านช่องทางทีมงานขายอิสระ
สินทรัพย์ในส่วนนี้จึงอยู่ในรูปของ ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและรายได้ที่เกี่ยวข้อง - ลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อ
อีกส่วนหนึ่งของธุรกิจคือ สินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่สำคัญของบริษัท โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อรายย่อย
ลักษณะดังกล่าวทำให้ SCAP มีสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ สิทธิในการรับชำระเงินจากลูกค้าตามสัญญาเช่าซื้อ รวมถึงหลักประกันหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับสัญญาในกรณีที่มี - เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
บริษัทจำเป็นต้องมี เงินสดและสภาพคล่อง เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการปล่อยสินเชื่อ การชำระภาระหนี้ และการบริหารกระแสเงินสด
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 SCAP มีสินทรัพย์รวมประมาณ 28,398.94 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 11,712.24 ล้านบาท - อาคาร สำนักงาน และอุปกรณ์
แม้ไม่ใช่สินทรัพย์หลักเมื่อเทียบกับพอร์ตสินเชื่อ แต่ SCAP มี สำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับรองรับงานด้านการอนุมัติสินเชื่อ บริหารลูกหนี้ การติดตามหนี้ และงานบริหารองค์กร
สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่อาคารศรีสวัสดิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร - ระบบข้อมูลและเทคโนโลยีด้านสินเชื่อ
สำหรับธุรกิจสินเชื่อ ระบบข้อมูลลูกค้า ระบบวิเคราะห์เครดิต ระบบบริหารพอร์ต และระบบติดตามการชำระหนี้ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพราะช่วยให้บริษัทสามารถคัดกรองลูกค้า ประเมินความเสี่ยง และบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้
SCAP ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการและนโยบายการให้สินเชื่อ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหนี้และการเร่งรัดหนี้ - เงินลงทุนในบริษัทย่อย/กิจการที่เกี่ยวข้อง
SCAP ยังมีโครงสร้างการลงทุนในธุรกิจสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วงการปรับโครงสร้างธุรกิจ บริษัทได้เข้าถือหุ้นใน บริษัท เอส ลีสซิ่ง จำกัด และ บริษัท คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจสินเชื่อของกลุ่ม
สรุปแบบเข้าใจง่าย ทรัพย์สินสำคัญของ SCAP เรียงตามความสำคัญของธุรกิจ
| ประเภททรัพย์สิน | ความสำคัญ |
|---|---|
| ลูกหนี้เงินให้สินเชื่อ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| สินเชื่อส่วนบุคคล | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | ⭐⭐⭐⭐ |
| เงินลงทุนในบริษัทย่อย/ธุรกิจเกี่ยวข้อง | ⭐⭐⭐ |
| ระบบ IT และระบบบริหารสินเชื่อ | ⭐⭐⭐ |
| อาคารสำนักงานและอุปกรณ์ | ⭐⭐ |
ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุน: SCAP เป็นธุรกิจการเงิน ดังนั้นการมอง “ทรัพย์สิน” ควรให้น้ำหนักกับ คุณภาพและขนาดของพอร์ตสินเชื่อ มากกว่าอาคารหรือเครื่องจักร เพราะพอร์ตสินเชื่อเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้โดยตรง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งความเสี่ยงด้าน หนี้เสีย (NPL), ค่าใช้จ่ายสำรอง และคุณภาพลูกหนี้ ด้วย
ณ 3M/2569 SCAP มีสินทรัพย์รวม 28,398.94 ล้านบาท ลดลงจาก 33,222.40 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ D/E อยู่ที่ 1.38 เท่า และ ROA 7.54%
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือของ SCAP
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP เป็นบริษัทในกลุ่ม บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเน้นธุรกิจสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่
ข้อมูลของบริษัทระบุว่า ปัจจุบันกลุ่ม SCAP มีบริษัทย่อยในไทย 2 แห่ง และบริษัทย่อยในกัมพูชา 1 แห่ง
| บริษัท | สัดส่วนถือหุ้น | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|---|
| บริษัท เอส ลีสซิ่ง จำกัด (S Leasing) | 90% | สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ |
| บริษัท คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง จำกัด (Cathay Leasing) | 100% | สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ |
| Sawat Rung Reung Finance (Cambodia) PLC. | 75% | สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในกัมพูชา |
โครงสร้าง ณ 30 มิถุนายน 2568 ระบุชัดว่า SCAP มีบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ เอส ลีสซิ่ง, คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง และ Sawat Rung Reung Finance (Cambodia) โดยถือหุ้น 90%, 100% และ 75% ตามลำดับ
🔹 1. บริษัท เอส ลีสซิ่ง จำกัด
เป็นบริษัทย่อยที่ SCAP ถือหุ้น 90% ทำธุรกิจ สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ โดยให้บริการผ่านร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์พันธมิตร
🔹 2. บริษัท คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง จำกัด
SCAP ถือหุ้น 100% ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่เช่นเดียวกับ S Leasing ครอบคลุมรถจักรยานยนต์หลายประเภทและหลายแบรนด์
🔹 3. Sawat Rung Reung Finance (Cambodia) PLC.
บริษัทย่อยในประเทศกัมพูชา SCAP ถือหุ้น 75% ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ ถือเป็นการขยายธุรกิจสินเชื่อของกลุ่มออกสู่ตลาดต่างประเทศ
โครงสร้างธุรกิจแบบเข้าใจง่าย
SAWAD
↓ ถือหุ้น 72.05% ใน SCAP
SCAP
├── S Leasing → สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
├── Cathay Leasing → สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
└── Sawat Rung Reung Finance (Cambodia) → สินเชื่อเช่าซื้อในกัมพูชา
SCAP เองรับผิดชอบธุรกิจ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ไม่มีหลักประกัน) ขณะที่บริษัทย่อยเป็นกลไกหลักในการดำเนินธุรกิจ สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่
สรุป: จุดเด่นของโครงสร้าง SCAP คือการแบ่งบทบาทค่อนข้างชัดเจนระหว่าง SCAP = สินเชื่อส่วนบุคคล และ บริษัทย่อย = สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ทำให้กลุ่มสามารถขยายพอร์ตสินเชื่อผ่านทั้งตลาดไทยและกัมพูชาได้
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SCAP
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP ดำเนินธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษจึงอยู่ที่ คุณภาพลูกหนี้ ต้นทุนทางการเงิน การตั้งสำรอง และความสามารถในการขยายสินเชื่อ โดยข้อมูลล่าสุดถึงงวด 6 เดือนปี 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 29,639.94 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 873.72 ล้านบาท
🔴 1. ความเสี่ยงจากหนี้เสีย (NPL)
ธุรกิจสินเชื่อมีความเสี่ยงโดยตรงจากลูกหนี้ผิดนัดชำระ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของลูกค้าลดลง หรือภาระหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น อาจทำให้ NPL เพิ่มขึ้นและต้องตั้งสำรองมากขึ้น ซึ่งจะกดดันกำไร
🔴 2. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
SCAP ต้องใช้เงินทุนเพื่อปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของ อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการระดมทุน สามารถกระทบส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยได้โดยตรง หากต้นทุนเงินเพิ่มเร็วกว่าผลตอบแทนจากสินเชื่อ อัตรากำไรอาจลดลง
🔴 3. ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อจากการเติบโต
การเร่งขยายพอร์ตสินเชื่อช่วยเพิ่มรายได้ แต่หากการเติบโตมาพร้อมกับการผ่อนคลายเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ คุณภาพลูกหนี้ในอนาคตจะแย่ลง ดังนั้นต้องติดตามทั้งยอดปล่อยใหม่และคุณภาพพอร์ตควบคู่กัน
🔴 4. ความเสี่ยงจากหลักประกัน
สินเชื่อบางประเภทมีหลักประกัน หากลูกหนี้ผิดนัด บริษัทอาจต้องยึดและขายหลักประกันเพื่อชำระหนี้ หากราคาหลักประกันลดลงหรือขายได้ช้ากว่าคาด อาจทำให้ มูลค่าการเรียกคืนหนี้ต่ำกว่ายอดหนี้คงค้าง
🔴 5. ความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ภาครัฐ
ธุรกิจสินเชื่ออยู่ภายใต้การกำกับดูแลค่อนข้างสูง การเปลี่ยนแปลงเรื่อง เพดานดอกเบี้ย หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ การคุ้มครองผู้บริโภค และการจัดเก็บ/บริหารข้อมูลลูกค้า อาจส่งผลต่อรายได้และต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท
🔴 6. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
ตลาดสินเชื่อมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการสินเชื่อรายใหญ่ ธนาคาร และผู้ให้บริการดิจิทัล หากการแข่งขันด้านดอกเบี้ยและโปรโมชั่นรุนแรงขึ้น บริษัทอาจต้องลดอัตราผลตอบแทนหรือเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้า
🔴 7. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
กลุ่มลูกค้าสินเชื่อได้รับผลกระทบค่อนข้างไวจากภาวะเศรษฐกิจ หาก รายได้ครัวเรือนลดลง ค่าครองชีพสูงขึ้น หรือหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ความสามารถในการชำระหนี้อาจลดลง และส่งผลต่อทั้ง NPL และผลกำไร
🔴 8. ความเสี่ยงจากการบริหารสภาพคล่อง
บริษัทสินเชื่อต้องบริหารให้สามารถหาเงินทุนมารองรับการปล่อยสินเชื่อและชำระภาระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง หากตลาดการเงินตึงตัวหรือแหล่งเงินทุนมีต้นทุนสูงขึ้น อาจจำกัดความสามารถในการขยายพอร์ตสินเชื่อ
🔎 จุดที่นักลงทุนควรจับตา
ข้อมูลของ SCAP แสดงให้เห็นว่า สินทรัพย์รวมลดลงจาก 38,203.91 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 29,279.25 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 886.40 ล้านบาท และ 6 เดือนปี 2569 อยู่ที่ 873.72 ล้านบาท
ดังนั้นประเด็นสำคัญไม่ได้มีแค่ “กำไรโตหรือไม่” แต่ควรติดตาม คุณภาพสินทรัพย์ → NPL → Coverage → ค่าใช้จ่ายสำรอง → ต้นทุนทางการเงิน → การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ เป็นลำดับ
สรุป: ความเสี่ยงหลักของ SCAP คือ “คุณภาพลูกหนี้และต้นทุนเงินทุน” หาก NPL ควบคุมได้และต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับเหมาะสม ธุรกิจสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ แต่หากเศรษฐกิจอ่อนตัวจนลูกหนี้ผิดนัดเพิ่มขึ้นพร้อมกับต้นทุนเงินทุนสูงขึ้น ผลกระทบต่อกำไรอาจเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 08 พ.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) | 4,877,119,009 | 72.05 |
| 2 | นาย วิชิต พยุหนาวีชัย | 329,088,000 | 4.86 |
| 3 | UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED | 187,705,326 | 2.77 |
| 4 | น.ส. เพชรลดา เชี่ยวหัตถ์พงษ์ | 146,150,951 | 2.16 |
| 5 | นาย ณรงค์ฤทธิ์ นันทยาภิรมย์ | 95,696,118 | 1.41 |
| 6 | นาย วุฒิชัย ปุณยกนก | 92,014,453 | 1.36 |
| 7 | นาย วรภัทร เศรษฐสมภพ | 53,208,600 | 0.79 |
| 8 | นาง จารุวรรณ เจียมพิทยานุวัฒน์ | 51,979,909 | 0.77 |
| 9 | น.ส. มลฤดี กิจกร | 48,144,031 | 0.71 |
| 10 | UBS AG SINGAPORE BRANCH – FOR CLIENTS’ ACCOUNTS | 44,433,923 | 0.66 |
| 11 | นาย ลุชัย ภุขันอนันต์ | 40,681,840 | 0.60 |
| 12 | นาย ณัฐวุฒิ งามเลิศดนัย | 38,046,000 | 0.56 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย พินิจ พัวพันธ์ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นางสาว ดวงใจ แก้วบุตตา | รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาง วนาพร พรกิติพงษ์ | กรรมการ |
| 4 | นาย เกรียงชัย ธันวานนท์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 5 | นางสาว นันทิดา พัฒนศักดิ์ภิญโญ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 6 | นาย ปิติ ชัชวาลโชคชัย | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย พูลพัฒน์ ศรีเปล่ง | กรรมการอิสระ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SCAP
ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 หรือ SCAP มีพัฒนาการที่น่าสนใจจากการปรับโครงสร้างธุรกิจสินเชื่อ และมุ่งเน้นการเติบโตของพอร์ตแบบมีคุณภาพมากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อ โดยประเด็นสำคัญล่าสุดมีดังนี้
- ปรับทิศทางธุรกิจสู่สินเชื่อรายย่อย
หลังจากบริษัทคืนใบอนุญาตประกอบกิจการเงินทุนในปี 2565 SCAP มุ่งเน้นธุรกิจ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และ สินเชื่อเช่าซื้อ เป็นหลัก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำและมีความสามารถในการชำระหนี้ - เดินหน้าสินเชื่อเช่าซื้อมือถือผ่านระบบ Locked Phone
หนึ่งในพัฒนาการที่โดดเด่นคือการเปิดธุรกิจ สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone ซึ่งบริษัทระบุว่า ณ ไตรมาส 1/2569 มีร้านโทรศัพท์มือถือพันธมิตรกว่า 7,000 ร้านทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อประเภทนี้ภายใน 2 ปี - เน้น “คุณภาพพอร์ต” มากกว่าการเร่งโต
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทเลือกชะลอการขยายสินเชื่อเพื่อให้ความสำคัญกับ คุณภาพหนี้และการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ประมาณ 25,624.69 ล้านบาท ลดลง 12.39% YoY - กำไรไตรมาส 1/2569 ฟื้นตัวแรง
แม้พอร์ตสินเชื่อจะลดลง แต่การปรับคุณภาพพอร์ต ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 420.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.11% YoY และเพิ่มขึ้น 88.66% จากไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับประสิทธิภาพธุรกิจ - พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสร้างแหล่งรายได้
SCAP เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อมือถือระบบ Locked Phone ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถสร้างผลกำไรที่ดีในระยะยาว และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจในอนาคต - เสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน
บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings (Thailand) พร้อมแนวโน้ม Stable ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ซึ่งช่วยสนับสนุนความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินและความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน - มีบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
โครงสร้างผู้ถือหุ้นยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มศรีสวัสดิ์ โดย บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น SCAP ประมาณ 72.05% ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569
มุมมองสรุป
SCAP กำลังเปลี่ยนจาก “โตด้วยการขยายพอร์ต” → “โตด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพ” จุดที่ต้องจับตาคือการควบคุมคุณภาพหนี้ การฟื้นตัวของพอร์ตสินเชื่อ และการขยายสินเชื่อมือถือผ่าน Locked Phone หากผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย ก็มีโอกาสกลายเป็น Growth Engine ตัวใหม่ของ SCAP ในระยะถัดไป
ปัจจุบัน SET ระบุว่าผลประกอบการล่าสุดของ SCAP เป็น ไตรมาส 2/2569 แล้ว ดังนั้นหากต้องการประเมินพัฒนาการล่าสุดแบบครบทั้งปี ควรนำงบ Q2/2569 และ MD&A ล่าสุดมาประกอบด้วย
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปรับปรุง (31 มี.ค. 2567) | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสด | 614.73 | 2,452.69 | 1,792.47 | 1,071.45 | 1,415.55 |
| เงินลงทุนสุทธิ | 60.86 | 85.75 | 1,111.51 | 66.86 | 1,917.14 |
| เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ | 33,321.19 | 30,335.45 | 24,874.92 | 27,099.49 | 24,805.74 |
| – เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ | 33,321.19 | 30,335.45 | 24,874.92 | 27,099.49 | 24,805.74 |
| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | 316.56 | 330.66 | 158.59 | 250.52 | 59.03 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 275.56 | 236.47 | 172.71 | 189.67 | 90.39 |
| รวมสินทรัพย์ | 38,203.91 | 35,232.05 | 29,279.25 | 30,122.92 | 29,639.94 |
| เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก | 14,141.56 | 14,984.12 | 9,479.07 | 10,263.64 | 7,790.43 |
| รวมหนี้สิน | 28,262.86 | 24,620.47 | 17,809.18 | 19,163.70 | 17,702.88 |
| ทุนจดทะเบียน | 6,506.24 | 6,636.36 | 6,769.09 | 6,769.09 | 6,769.09 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 6,506.24 | 6,636.36 | 6,769.09 | 6,769.09 | 6,769.09 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 18,549.73 | 18,549.73 | 18,549.73 | 18,549.73 | 18,549.73 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 1,726.98 | 2,284.10 | 3,022.51 | 2,503.84 | 3,422.40 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 9,777.20 | 10,424.74 | 11,275.89 | 10,768.48 | 11,710.44 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 6,112.85 | 6,810.09 | 5,590.28 | 2,914.54 | 2,432.61 |
| – รายได้ดอกเบี้ย | 6,112.85 | 6,810.09 | 5,590.28 | 2,914.54 | 2,432.61 |
| – จากสินเชื่อและเงินฝาก | – | – | – | – | – |
| – รายได้ค่านายหน้า | – | – | – | – | – |
| – รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ | – | – | – | – | – |
| รวมรายได้ | 7,164.66 | 7,750.99 | 6,551.34 | 3,360.85 | 2,917.51 |
| ต้นทุน | – | – | – | – | – |
| (กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | 1,116.23 | 1,380.96 | 1,652.14 | 853.17 | 572.92 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 3,961.28 | 4,192.93 | 2,804.75 | 1,505.49 | 826.38 |
| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | – | – | – | – | – |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 2,087.16 | 2,177.10 | 2,094.45 | 1,002.20 | 1,518.21 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 904.31 | 701.26 | 886.40 | 367.73 | 873.72 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.14 | 0.11 | 0.13 | 0.05 | 0.13 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | -12,849.13 | 3,653.47 | 6,266.70 | 3,471.61 | 1,299.65 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -110.11 | -7.43 | -1,031.64 | -24.36 | -808.75 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 12,974.24 | -1,736.40 | -5,866.44 | -4,819.70 | -904.81 |
| เงินสดสุทธิ | 15.00 | 1,909.64 | -631.38 | -1,372.45 | -413.92 |
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น SCAP บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์งบการเงิน SCAP — ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969
อ้างอิง งบการเงินล่าสุด Q2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 ซึ่งบริษัทเผยแพร่วันที่ 11 ส.ค. 2569 และเป็นงบรวมที่สอบทานแล้ว
🔥 สรุปสั้น ๆ ก่อน
SCAP กำลังอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวของกำไร” อย่างชัดเจน จุดเด่นไม่ได้มาจากการเร่งขยายสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ ควบคุมคุณภาพพอร์ต + ลดต้นทุน + ลดความเสียหายจากหนี้/รถยึด + ธุรกิจ Locked Phone เข้ามาเป็น New S-Curve
ครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 873.72 ล้านบาท และ ROE ขยับขึ้นเป็น 12.39% จาก 8.17% ในปี 2568 ขณะที่ ROA เพิ่มเป็น 8.74% จาก 6.49%
- กำไร: จุดที่โดดเด่นที่สุด
Q1/2569 SCAP มีกำไรสุทธิ 420.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 136.11% YoY
ส่วน Q2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิประมาณ 466 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 143% YoY จาก 191.85 ล้านบาทใน Q2/2568
ทำให้ภาพรวมครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 873.72 ล้านบาท เทียบกับกำไรทั้งปี 2568 ที่ 886.40 ล้านบาท กล่าวคือ แค่ 6 เดือนแรกของปี 2569 กำไรเกือบเท่ากำไรทั้งปี 2568 แล้ว
นี่คือสัญญาณที่น่าสนใจมาก
ถ้าครึ่งปีหลังรักษาระดับกำไรได้ใกล้เคียงครึ่งปีแรก มีโอกาสเห็นกำไรปี 2569 ทำจุดสูงใหม่ได้ - รายได้ยังโต แต่ประเด็นสำคัญคือ “คุณภาพกำไร”
รายได้รวม 6M/2569 อยู่ที่ 2,917.51 ล้านบาท ขณะที่ Q2 เพียงไตรมาสเดียวมีรายได้ประมาณ 1,455.55 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจคือกำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้มาก
นี่สะท้อนว่า SCAP กำลังทำกำไรจากประสิทธิภาพมากกว่าการไล่ขยายรายได้อย่างเดียว
ปัจจัยสำคัญคือ
ควบคุมต้นทุนทางการเงิน
ควบคุมค่าใช้จ่าย
คุณภาพพอร์ตสินเชื่อดีขึ้น
ผลขาดทุนจากการขายรถยึดลดลง
เพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่อย่าง Locked Phone
ดังนั้นรอบนี้ต้องจับตา Net Profit Margin มากกว่าการดูรายได้เพียงอย่างเดียว
3. ฐานะการเงิน: แข็งแรงขึ้น ตัวเลข 6M/2569:
| รายการ | 6M/2569 |
|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 29,639.94 ลบ. |
| หนี้สินรวม | 17,702.88 ลบ. |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 11,710.44 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 873.72 ลบ. |
| ROA | 8.74% |
| ROE | 12.39% |
| Net Profit Margin | 30.78% |
จุดที่ดีคือ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น จาก 11,275.89 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เป็น 11,710.44 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมลดเล็กน้อยจาก 17,809.18 ล้านบาท เหลือ 17,702.88 ล้านบาท
คำนวณคร่าว ๆ หนี้สินต่อทุนอยู่ประมาณ 1.51 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต้องติดตามตามธรรมชาติของธุรกิจสินเชื่อ แต่ยังไม่ได้เห็นการเร่งตัวของ leverage ในงวดนี้
- ROE พลิกกลับมาโดดเด่น
นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่ผมมองว่าสำคัญ
ROE
2567 = 6.94%
2568 = 8.17%
6M/2569 = 12.39%
การที่ ROE ขึ้นเหนือ 12% สะท้อนว่า บริษัทเริ่มใช้ฐานทุนสร้างกำไรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่ ROA ก็เพิ่มจาก 6.49% ในปี 2568 เป็น 8.74% ใน 6M/2569
พูดง่าย ๆ คือ
SCAP ไม่ได้แค่ “กำไรโต” แต่ประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์และทุนก็ดีขึ้นด้วย - พอร์ตสินเชื่อ: จาก “เน้นคุณภาพ” กลับเข้าสู่โหมดเติบโต
Q1/2569 พอร์ตลูกหนี้คงค้างอยู่ที่ 25,624.69 ล้านบาท ลดลง 12.39% YoY เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพหนี้มากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน
นี่เป็นจุดที่ต้องเข้าใจให้ดี
การที่พอร์ตลดลงไม่ได้แปลว่าธุรกิจแย่เสมอไป
ในช่วงที่ผ่านมา SCAP เลือก “ตัดพอร์ตที่คุณภาพไม่ดี” เพื่อให้ต้นทุนเครดิตและความเสียหายลดลงก่อน
ผลที่เห็นในปี 2569 คือ
พอร์ตดีขึ้น → ค่าเสียหายลดลง → ต้นทุนลดลง → กำไรฟื้นแรง
และล่าสุดบริษัทระบุว่าพอร์ตสินเชื่อเริ่มกลับเข้าสู่โหมดการเติบโตอีกครั้ง โดยธุรกิจเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ฟื้นตัว ขณะที่ Locked Phone เข้ามาช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ - Locked Phone = ตัวแปรสำคัญของการเติบโต
SCAP กำลังพยายามสร้างเครื่องยนต์การเติบโตตัวใหม่จาก สินเชื่อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone
บริษัทเริ่มขยายธุรกิจนี้ในปี 2569 และมองเป็น New S-Curve ของบริษัท
ข้อดีคือช่วยให้บริษัท
กระจายพอร์ต → เพิ่มฐานลูกค้า → เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ → ลดการพึ่งพาสินเชื่อมอเตอร์ไซค์เพียงอย่างเดียว
ล่าสุดบริษัทยังขยายพันธมิตรในธุรกิจ Locked Phone รวมถึง Xiaomi ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อในครึ่งปีหลัง - จุดที่ต้องระวัง
แม้ตัวเลขกำไรจะดูดีมาก แต่ SCAP เป็นหุ้น ธุรกิจสินเชื่อ ดังนั้นความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่คุณภาพลูกหนี้
① NPL / Credit Cost
หากบริษัทกลับมาเร่งปล่อยสินเชื่อมากเกินไป อาจทำให้
สินเชื่อโต → NPL เพิ่ม → ตั้งสำรองเพิ่ม → กำไรชะลอ
ดังนั้นช่วงต่อไปอย่าดูเพียงยอดสินเชื่อโต ต้องดู NPL และ Credit Cost ควบคู่กัน
② เศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือน
กลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อยมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ รายได้ และภาระหนี้ หากกำลังซื้ออ่อนแอ ความสามารถในการชำระหนี้อาจลดลง
③ การขยาย Locked Phone
ธุรกิจใหม่มีศักยภาพ แต่ต้องพิสูจน์ว่าเมื่อพอร์ตขยายแล้ว คุณภาพลูกหนี้จะยังดีเหมือนช่วงเริ่มต้นหรือไม่
④ ต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจสินเชื่อมี leverage สูงโดยธรรมชาติ ดังนั้นทิศทางต้นทุนเงินทุนมีผลต่อ Net Interest Margin และกำไรโดยตรง
📊 8. มองย้อนหลัง 4 ปี
| ปี | สินทรัพย์รวม | หนี้สิน | Equity | กำไรสุทธิ |
|---|---|---|---|---|
| 2565 | 25,042 ลบ. | 14,010 ลบ. | 10,932 ลบ. | 661 ลบ. |
| 2566 | 38,204 ลบ. | 28,263 ลบ. | 9,777 ลบ. | 904 ลบ. |
| 2567 | 35,232 ลบ. | 24,620 ลบ. | 10,425 ลบ. | 701 ลบ. |
| 2568 | 29,279 ลบ. | 17,809 ลบ. | 11,276 ลบ. | 886 ลบ. |
| 6M/69 | 29,640 ลบ. | 17,703 ลบ. | 11,710 ลบ. | 874 ลบ. |
ภาพนี้บอกอะไร?
SCAP กำลังเปลี่ยนจาก “โตด้วยขนาดพอร์ต” ไปสู่ “โตด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพ” ช่วง 2566 บริษัทมีสินทรัพย์และหนี้สินสูงมาก แต่กำไรไม่ได้โตตามสัดส่วน ขณะที่ในปี 2568–2569 บริษัทลดขนาดพอร์ตบางส่วน ปรับคุณภาพ และกลับมาสร้างกำไรได้ดีขึ้น นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผมมองว่า สำคัญกว่าการดูรายได้โตเพียงอย่างเดียว
💰 9. มุมมอง Valuation
ราคาหุ้นล่าสุดที่ SET แสดง ณ 21 ส.ค. 2569 อยู่ประมาณ 1.76 บาท
ถ้าอิงตัวเลขที่ SET Snapshot ช่วง Q1/2569 หุ้นเคยซื้อขายที่ประมาณ P/BV 0.64 เท่า และ P/E 8.17 เท่า
ดังนั้นภาพ Valuation ถือว่า ไม่ได้แพงเมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไรที่กำลังฟื้นตัว
แต่มีเงื่อนไขสำคัญ:
ตลาดจะยอมให้ Multiple สูงขึ้นก็ต่อเมื่อ SCAP พิสูจน์ได้ว่ากำไรที่โตแรงในปี 2569 เป็นกำไรที่ยั่งยืน และ NPL ยังควบคุมได้
🎯 บทสรุป SCAP
SCAP = หุ้นสินเชื่อที่กำลังอยู่ในช่วง “Earnings Recovery + New S-Curve”
🟢 จุดแข็ง
กำไร 6M/69 สูงถึง 873.72 ล้านบาท
กำไร Q2 โตแรงประมาณ 143% YoY
ROE เพิ่มเป็น 12.39%
ROA เพิ่มเป็น 8.74%
คุณภาพพอร์ตดีขึ้น
ต้นทุนและความเสียหายจากรถยึดลดลง
Locked Phone เพิ่มเครื่องยนต์การเติบโตใหม่
ฐานะ Equity เพิ่มขึ้น และหนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย
🔴 จุดเสี่ยง
ธุรกิจยังอ่อนไหวต่อ NPL และ Credit Cost
หนี้ครัวเรือนสูงกดดันลูกค้ารายย่อย
ต้องพิสูจน์คุณภาพของพอร์ต Locked Phone ระยะยาว
หากเร่งสินเชื่อเร็วเกินไป คุณภาพหนี้อาจกลับมากดกำไร
⭐ มุมมองผม
พื้นฐาน: ⭐⭐⭐⭐☆
แนวโน้มกำไร: ⭐⭐⭐⭐⭐
ฐานะการเงิน: ⭐⭐⭐⭐☆
คุณภาพพอร์ต: ⭐⭐⭐⭐☆
การเติบโต: ⭐⭐⭐⭐☆
ความเสี่ยง: ⭐⭐⭐☆☆
บทสรุป:
SCAP กำลังเปลี่ยนจาก “หุ้นสินเชื่อที่เคยเน้นการเติบโตของพอร์ต” มาเป็น “หุ้นสินเชื่อที่เน้นคุณภาพพอร์ตและประสิทธิภาพการทำกำไร” และตัวเลข 6M/69 เริ่มสะท้อนผลของการปรับโครงสร้างดังกล่าวอย่างชัดเจน
สิ่งที่ต้องจับตาที่สุดใน Q3–Q4/2569 คือ พอร์ตสินเชื่อจะโตได้แค่ไหน + NPL ยังต่ำหรือไม่ + Credit Cost จะควบคุมได้ต่อเนื่องหรือไม่ หาก 3 ตัวนี้เดินไปพร้อมกับกำไรที่ยังเติบโต SCAP จะมีโอกาสเปลี่ยนจาก Earnings Recovery → Earnings Growth ได้อย่างน่าสนใจ
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SCAP — ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969
SCAP ล่าสุด 1.76 บาท ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569 เพิ่มขึ้น +0.01 บาท (+0.57%) ด้วยปริมาณซื้อขายประมาณ 3.89 ล้านหุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.95–1.98 บาท
🔥 ภาพเทคนิค: “เด้งกลับ แต่ยังต้องผ่านด่านสำคัญ”
SCAP มีสัญญาณ รีบาวด์ระยะสั้น หลังจากถูกเทขายแรงในช่วง 13–14 ส.ค. โดยราคาลงจาก 1.90 บาท มาทำ Low ที่ 1.66 บาท ก่อนฟื้นกลับมายืนเหนือ 1.70 บาทได้อีกครั้ง
จุดที่น่าสนใจคือ หลังทำ Low 1.66 บาท วันที่ 14 ส.ค. ราคาฟื้นต่อเนื่องมาปิด 1.72 บาทในวันที่ 17 ส.ค. และ 1.74 บาทในวันที่ 18 ส.ค. ก่อนมาปิด 1.76 บาทในวันที่ 21 ส.ค.
🚀 แนวต้านที่ต้องจับตา
1.78–1.80 บาท — ด่านแรกของแรงซื้อ
หากราคาสามารถ Breakout 1.80 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกต่อโมเมนตัม และมีโอกาสขึ้นทดสอบ
1.85–1.90 บาท — แนวต้านสำคัญ
บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ที่มีแรงขายออกมาอย่างชัดเจน โดยวันที่ 13 ส.ค. ราคาเปิดและทำ High ที่ 1.90 บาท ก่อนปิดที่ 1.78 บาท และวันที่ 14 ส.ค. ร่วงลงไปทำ Low 1.66 บาท
1.97–1.98 บาท — แนวต้านใหญ่
เป็นโซน High สำคัญของรอบที่ผ่านมา และอยู่ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 1.98 บาท
🛡️ แนวรับ
1.70–1.73 บาท — แนวรับแรก
1.66–1.68 บาท — แนวรับสำคัญ
1.59–1.61 บาท — แนวรับถัดไป หากหลุด Low สำคัญ
โดยเฉพาะ 1.66 บาท ต้องจับตา เพราะเป็น Low ของวันที่ 14 ส.ค. ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมปริมาณซื้อขายสูงถึงประมาณ 19.51 ล้านหุ้น
📈 วอลุ่ม + โมเมนตัม
ประเด็นที่น่าสนใจคือ SCAP เคยมีวอลุ่มพุ่งขึ้นแรงในวันที่ 6 ส.ค. ประมาณ 38.92 ล้านหุ้น และวันที่ 13–14 ส.ค. มีวอลุ่มประมาณ 26.56 และ 19.51 ล้านหุ้น ตามลำดับ ขณะที่ช่วงรีบาวด์ล่าสุดวอลุ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แปลเป็นภาษาสายเทคนิค:
ตอนนี้ราคากำลังฟื้น แต่ ยังไม่ใช่ Breakout ที่ยืนยันด้วยวอลุ่ม ดังนั้นจุดที่น่าลุ้นจริง ๆ คือการผ่าน 1.80 บาท ให้ได้ พร้อมวอลุ่มหนุน
🎯 Scenario ที่น่าจับตา
Bullish Case 🟢
ยืนเหนือ 1.73–1.75 บาท → ผ่าน 1.80 บาทพร้อมวอลุ่ม → มีโอกาสเดินหน้าทดสอบ 1.85–1.90 บาท และถ้าผ่านได้ มีลุ้นกลับไปหา 1.97–1.98 บาท
Sideway Case 🟡
ยังไม่ผ่าน 1.80 บาท → แกว่งสะสมกำลังในกรอบ 1.70–1.80 บาท รอวอลุ่มใหม่เข้ามา
Bearish Case 🔴
หลุด 1.66 บาท → โมเมนตัมรีบาวด์เสียทรง และมีความเสี่ยงถอยลงหาโซน 1.59–1.61 บาท
⚡ สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
SCAP เริ่มมีแรงรีบาวด์! แต่เกมยังไม่จบ 🔥
ราคาฟื้นจาก Low 1.66 บาท กลับมายืน 1.76 บาท ได้ ขณะที่โครงสร้างระยะสั้นเริ่มกลับมาดูดีขึ้น แต่ ด่าน 1.78–1.80 บาทคือจุดวัดใจ
ผ่าน 1.80 + วอลุ่มเข้า = สัญญาณ Breakout น่าจับตา 🚀
ผ่าน 1.90 = โมเมนตัมกลับมาแรงขึ้น
หลุด 1.66 = ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
จุดโฟกัส: 1.66 / 1.70–1.73 / 1.80 / 1.90 / 1.98 บาท
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น SCAP — ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969
SCAP เป็นหุ้นในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อรายย่อยของเครือศรีสวัสดิ์ โดยเน้นทั้ง สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน และ สินเชื่อเช่าซื้อที่มีหลักประกัน ผ่านบริษัทในเครือ จุดที่น่าสนใจคือผลประกอบการปี 2569 เริ่มสะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถทำกำไรอย่างชัดเจน
🔥 ภาพรวมล่าสุด
ราคาปิดวันที่ 21 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 1.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ +0.57% โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.95–1.98 บาท
ที่น่าสนใจคือราคาหุ้นเคยขึ้นไปถึง 1.98 บาท ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนย่อตัวลงมาแถว 1.7–1.8 บาท ทำให้ปัจจุบันยังอยู่ในช่วง พักฐานหลังจากรอบการฟื้นตัว💰 งบ 6 เดือน 2569 — จุดเด่นอยู่ที่ “กำไร”
ตัวเลขล่าสุดจากบริษัท:
| รายการ | 6M/2569 |
|---|---|
| รายได้รวม | 2,917.51 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 873.72 ลบ. |
| สินทรัพย์รวม | 29,639.94 ลบ. |
| หนี้สินรวม | 17,702.88 ลบ. |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 11,710.44 ลบ. |
| ROA | 8.74% |
| ROE | 12.39% |
| Net Profit Margin | 30.78% |
จุดที่ต้องจับตา: กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 ที่ 873.72 ล้านบาท เกือบเท่ากำไรทั้งปี 2568 ที่ 886.40 ล้านบาทแล้ว สะท้อนว่าฐานกำไรปีนี้แข็งแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้ง ROE ขยับจาก 8.17% ในปี 2568 เป็น 12.39% ในงวด 6 เดือน 2569 ถือเป็นสัญญาณบวกต่อประสิทธิภาพการใช้เงินทุน
📈 มุมมองเชิงเทคนิค
SCAP กำลังอยู่ในช่วง “พักตัวหลังขึ้นแรง”
จากข้อมูลราคา:
24 มิ.ย. ต่ำสุดประมาณ 1.60 บาท
24 ก.ค. ปิด 1.65 บาท
31 ก.ค. ปิด 1.89 บาท
6 ส.ค. ขึ้นไปแตะ 1.97 บาท
13 ส.ค. ปิด 1.78 บาท
14 ส.ค. ลงแตะ 1.66 บาท
21 ส.ค. ปิด 1.76 บาท
ภาพจึงเป็น จากฐาน 1.60 บาท → วิ่งขึ้นเกือบ 2 บาท → ย่อตัวแรง → เริ่มสร้างฐานใหม่
แนวรับสำคัญ
1.70–1.73 บาท
เป็นโซนที่ราคากลับมาทดสอบหลายครั้ง
1.65–1.68 บาท
แนวรับถัดไป หากหลุด 1.70 บาท
1.60–1.62 บาท
แนวรับใหญ่ของรอบนี้
แนวต้าน
1.80–1.85 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
1.90–1.98 บาท — แนวต้านสำคัญ/ยอดเดิม
หากสามารถ ทะลุ 1.98 บาท พร้อม Volume สนับสนุน จะเป็นสัญญาณ Breakout ที่น่าสนใจ และมีโอกาสเปิดรอบขึ้นใหม่
🚨 จุดที่ต้องระวัง
SCAP ยังเป็นธุรกิจสินเชื่อ ดังนั้นตัวแปรสำคัญไม่ได้มีแค่การเติบโตของสินเชื่อ แต่คือ คุณภาพลูกหนี้และต้นทุนความเสี่ยง
บริษัทเองระบุว่าปี 2569 ยังคงเน้นคัดกรองลูกค้าอย่างเข้มงวด ติดตามพอร์ตอย่างใกล้ชิด และทบทวนนโยบายบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน
ดังนั้นต้องติดตามต่อว่า กำไรที่โตขึ้นจะสามารถรักษาได้หรือไม่ โดยเฉพาะคุณภาพสินทรัพย์และการควบคุมความเสี่ยงด้านเครดิต
🔥 สรุปสไตล์หุ้นสายเทคนิค
SCAP = หุ้นสินเชื่อที่ “งบเริ่มเด่น + ราคากำลังสร้างฐาน”
จุดที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ กำไร 6M/69 อยู่ที่ 873.72 ล้านบาท เทียบกับ 886.40 ล้านบาททั้งปี 68 ขณะที่ ROE ขยับขึ้นเป็น 12.39%
ในเชิงกราฟ 1.70–1.73 บาทคือโซนรับที่ต้องจับตา ส่วน 1.80–1.85 บาทเป็นด่านแรกของการกลับมาเป็นขาขึ้น
เกมของ SCAP ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” แต่อยู่ที่ว่าจะสะสมแรงพอสำหรับการกลับไปทดสอบ 1.90–1.98 บาทได้หรือไม่
กลยุทธ์เชิงเทคนิค:
🟢 ยืนเหนือ 1.70–1.73 = ยังมีโอกาสฟื้นตัว
🟢 ผ่าน 1.85 = โมเมนตัมเริ่มกลับมา
🔥 ผ่าน 1.98 + Volume = สัญญาณ Breakout น่าจับตา
🔴 หลุด 1.65 = ต้องระวังการถอยกลับไปทดสอบ 1.60 บาท
ข้อมูลราคาล่าสุดและงบการเงินเป็นข้อมูล ณ งวด/วันที่ที่ระบุข้างต้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์

