วิเคราะห์ หุ้น CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) CK อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.20บาท11 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.25บาท28 เม.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.20บาท11 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.15บาท28 เม.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.15บาท11 ก.ย. 2567เงินปันผล
–0.15บาท02 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.15บาท12 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.10บาท23 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.15บาท12 ก.ย. 2565เงินปันผล
–0.25บาท23 พ.ค. 2565เงินปันผล
–0.20บาท25 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น CK
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ดำเนินงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ระบบขนส่งมวลชน ทางพิเศษ สาธารณูปโภค และงานก่อสร้างภาครัฐและเอกชน ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจจึงเกี่ยวข้องกับ สำนักงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ก่อสร้าง ยานพาหนะ และสินทรัพย์ที่ใช้สนับสนุนการบริหารโครงการ โดยข้อมูลทางการเงินของ CK แสดงรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้เป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ของบริษัท

  1. ที่ดินและอาคาร
    ใช้เป็นสถานที่สำหรับสำนักงาน ศูนย์ปฏิบัติงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทและโครงการก่อสร้าง โดยลักษณะธุรกิจรับเหมาทำให้บริษัทมีการใช้พื้นที่ตามสถานที่ตั้งโครงการต่าง ๆ ด้วย
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง
    เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับการรับเหมาก่อสร้าง เช่น
    เครื่องจักรงานก่อสร้าง
    เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานโยธา
    อุปกรณ์งานระบบและงานโครงสร้าง
    เครื่องมือสำหรับติดตั้งและก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานก่อสร้างและการบริหารโครงการให้เป็นไปตามแผนงาน
  3. ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
    ใช้สำหรับการขนส่งบุคลากร เครื่องมือ วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ระหว่างสำนักงาน พื้นที่ก่อสร้าง และสถานที่ปฏิบัติงาน
  4. อุปกรณ์สำนักงานและระบบเทคโนโลยี
    ประกอบด้วยเครื่องใช้สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการบริหารโครงการ การออกแบบ การควบคุมงาน และการบริหารจัดการภายในองค์กร
  5. สินทรัพย์สิทธิการใช้
    CK ยังมี สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) ซึ่งเกิดจากสัญญาเช่าสินทรัพย์ต่าง ๆ และถูกนำเสนอในงบการเงินของบริษัท
  6. สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง
    ในระหว่างการลงทุนหรือปรับปรุงสินทรัพย์ บริษัทอาจมีสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ติดตั้ง หรือพัฒนา ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นสินทรัพย์เมื่อพร้อมใช้งาน
  7. เงินลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
    จุดที่น่าสนใจของ CK คือการมีบทบาททั้ง ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานผ่านบริษัทร่วม/บริษัทย่อย โดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องมีธุรกิจระบบขนส่งมวลชนและพลังงาน เช่น BEM และ CKP ทำให้ฐานทรัพย์สินและการลงทุนของกลุ่มมีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ

สรุปสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์
ทรัพย์สินหลักของ CK สามารถสรุปได้เป็น
ที่ดินและอาคาร + เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง + ยานพาหนะ + อุปกรณ์สำนักงานและเทคโนโลยี + สินทรัพย์สิทธิการใช้ + สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง/ติดตั้ง + เงินลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
โดยลักษณะสินทรัพย์ของ CK สอดคล้องกับธุรกิจรับเหมางานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยทั้ง เครื่องจักร อุปกรณ์ บุคลากร ระบบบริหารโครงการ และฐานการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น CK
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
กลุ่ม CK มีโครงสร้างธุรกิจที่เชื่อมโยงกันระหว่าง ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และ ธุรกิจสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยบริษัทจดทะเบียนสำคัญในกลุ่ม ได้แก่ BEM, CKP และ TTW ซึ่งช่วยให้ CK มีทั้งรายได้จากงานก่อสร้างและผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
บริษัทสำคัญในกลุ่ม ช.การช่าง

บริษัทหุ้นลักษณะธุรกิจความเชื่อมโยงกับ CK
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)BEMทางพิเศษ รถไฟฟ้า และพัฒนาเชิงพาณิชย์CK ถือหุ้นโดยตรง 42.26% ณ 11 มี.ค. 2569
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)CKPผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าCK ถือหุ้น 30.00%
บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน)TTWผลิตและจำหน่ายน้ำประปา/บริหารจัดการน้ำเป็นบริษัทสำคัญในกลุ่ม ช.การช่าง และเป็นผู้ถือหุ้น CKP 24.98%
บริษัท ช.การช่าง-โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด—รับเหมาก่อสร้างบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม CK และถือหุ้น BEM ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่ม ช.การช่าง

โครงสร้างการลงทุนที่น่าสนใจ
CK → BEM → ธุรกิจทางพิเศษ + รถไฟฟ้า + พัฒนาเชิงพาณิชย์
BEM เป็นบริษัทแกนสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่ม โดยมีธุรกิจทางพิเศษและระบบรถไฟฟ้า ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจาก BEM ระบุว่า CK ถือหุ้นโดยตรง 42.26%
CK → CKP → ธุรกิจผลิตไฟฟ้า
CKP ถูกจัดตั้งขึ้นโดยกลุ่ม ช.การช่างเพื่อเป็น Holding Company สำหรับลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ปัจจุบัน CK ถือ CKP 30% และ CKP ยังมี BEM ถือ 16.82% และ TTW ถือ 24.98%
CK → TTW → ธุรกิจน้ำประปา
TTW เป็นธุรกิจสาธารณูปโภคด้านน้ำ และมีการลงทุนใน CKP ด้วยสัดส่วน 24.98% ขณะที่ TTW ยังมีบริษัทย่อย บริษัท ไทยวอเตอร์ โอเปอเรชั่นส์ จำกัด (TWO) ซึ่งดำเนินธุรกิจบริหารและจัดการระบบผลิตและจ่ายน้ำประปา รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสีย
มองภาพรวมกลุ่ม CK
จุดสำคัญของโครงสร้างกลุ่มคือ CK ไม่ได้มีเพียงธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่มีการลงทุนต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ระยะยาว ได้แก่
ก่อสร้าง → ทางด่วน/รถไฟฟ้า → ไฟฟ้า → น้ำประปา
ทำให้สามารถเชื่อมโยงธุรกิจภายในกลุ่มได้ เช่น การรับงานก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่การถือหุ้นใน BEM, CKP และ TTW ช่วยให้ CK มีส่วนร่วมในธุรกิจสาธารณูปโภคที่มีลักษณะรายได้ระยะยาว
สรุปสั้น ๆ:
🔥 CK = ผู้รับเหมาก่อสร้าง + ผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
BEM = ทางด่วน/รถไฟฟ้า
CKP = ไฟฟ้า
TTW = น้ำประปา
จึงถือเป็นโครงสร้างกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทยอย่างชัดเจน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น CK
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยมีงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ดังนั้นความเสี่ยงของ CK จึงเชื่อมโยงทั้งกับ ภาวะเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ ต้นทุนก่อสร้าง การเงิน การดำเนินโครงการ และกฎระเบียบ

  1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการภาครัฐ
    ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของ CK มีความเกี่ยวข้องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หากการอนุมัติโครงการ การประมูล หรือการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐล่าช้า อาจทำให้การเริ่มโครงการใหม่และการรับรู้รายได้เลื่อนออกไป บริษัทเองระบุว่าความล่าช้าของแผนลงทุนภาครัฐสามารถกระทบความสามารถในการเข้าประมูลงานใหม่ได้
  2. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและเครื่องจักร
    ราคาวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอุปกรณ์อาจผันผวนตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง ราคาสินค้าในตลาดโลก และภาวะเงินเฟ้อ หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่บริษัทสามารถบริหารหรือส่งผ่านไปยังราคาสัญญาได้ อาจกดดันอัตรากำไรของโครงการ โดยเฉพาะงานที่มีระยะเวลาก่อสร้างหลายปี
  3. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    โครงการที่ต้องนำเข้าเครื่องจักรหรือวัสดุจากต่างประเทศมีความเสี่ยงจากเงินบาทที่ผันผวน เพราะต้นทุนที่เป็นเงินตราต่างประเทศอาจเพิ่มขึ้นเมื่อเงินบาทอ่อนค่า CK ระบุถึงการบริหารความเสี่ยงด้วยการจับคู่รายได้และค่าใช้จ่ายสกุลเงินเดียวกัน รวมถึงการใช้สัญญา Forward เพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
  4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม
    ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ผู้รับเหมารับงานด้วยอัตรากำไรที่ลดลง CK จึงกำหนดแนวทางไม่เข้าประมูลงานที่มี IRR ต่ำหรือมีการแข่งขันด้านราคาสูง ซึ่งสะท้อนว่าการคัดเลือกโครงการเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไร
  5. ความเสี่ยงจากการบริหารโครงการ
    โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีความซับซ้อน ทั้งด้านการออกแบบ การจัดซื้อ การก่อสร้าง การประสานงานกับผู้รับเหมาช่วง และการส่งมอบงาน หากเกิดความล่าช้า การเปลี่ยนแปลงแบบ หรือปัญหาหน้างาน อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มและกระทบกำหนดการรับรู้รายได้ บริษัทจึงมีระบบบริหารความเสี่ยงโครงการและติดตามความเสี่ยงเป็นรายไตรมาส
  6. ความเสี่ยงด้านการเงินและดอกเบี้ย
    ธุรกิจก่อสร้างต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากระหว่างการดำเนินโครงการ ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายของโครงการ ขณะที่การรับเงินจากเจ้าของโครงการเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา หากเกิดความล่าช้าในการรับชำระเงินหรืออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อาจกระทบต้นทุนทางการเงินและกระแสเงินสด บริษัทจัดให้ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ย และเครดิตเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงทางการเงินที่ต้องติดตาม
  7. ความเสี่ยงด้านแรงงานและความปลอดภัย
    งานก่อสร้างเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุจากการทำงาน เครื่องจักร งานก่อสร้างในพื้นที่สูง และสภาพแวดล้อมของโครงการ เหตุการณ์รุนแรงอาจนำไปสู่ความล่าช้า ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ความรับผิดตามกฎหมาย และผลกระทบต่อชื่อเสียง บริษัทจึงมีมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับทั้งพนักงานและผู้รับเหมา
  8. ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ
    ฝนตกหนัก น้ำท่วม อุณหภูมิสูง และเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงสามารถลดประสิทธิภาพการก่อสร้างหรือทำให้แผนงานล่าช้า CK ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจกระทบทั้งการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน และบริษัทได้ทำ Climate Change Risk Assessment เพื่อประเมินความเสี่ยงดังกล่าว
  9. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
    มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและกฎเกณฑ์ด้านการลดคาร์บอนมีแนวโน้มมีความสำคัญต่อธุรกิจก่อสร้างมากขึ้น เช่น ข้อกำหนดด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) อาจทำให้ต้นทุนบางส่วนในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้น และบริษัทจำเป็นต้องปรับกระบวนการก่อสร้างและการจัดซื้อให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่
  10. ความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน
    โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่พึ่งพาผู้ผลิตวัสดุ เครื่องจักร และผู้รับเหมาช่วงจำนวนมาก หากเกิดปัญหาการขาดแคลนวัสดุ การส่งมอบล่าช้า หรือผู้ขายรายใดรายหนึ่งมีปัญหา อาจกระทบกำหนดการก่อสร้าง CK จึงให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งจัดซื้อ การทำสัญญาระยะยาว และการบริหารสินค้าคงคลังเพื่อจำกัดความเสี่ยงดังกล่าว
  11. ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล
    ธุรกิจก่อสร้างเกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวนมาก ทั้งกฎหมายก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานหรือโครงการภาครัฐ การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจนำไปสู่ค่าปรับ ข้อพิพาท หรือความล่าช้าของโครงการ บริษัทจึงจัด Compliance Risk เป็นหนึ่งในหมวดความเสี่ยงหลักขององค์กร
  12. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
    CK ระบุให้ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงคราม เป็น Emerging Risk ที่สำคัญ เพราะสามารถกระทบการลงทุนภาครัฐ ราคาวัสดุ เครื่องจักรนำเข้า อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนทางการเงินพร้อมกัน

สรุปประเด็นความเสี่ยงของ CK

ประเด็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
การลงทุนภาครัฐล่าช้างานใหม่และรายได้เลื่อน
ราคาวัสดุก่อสร้างผันผวนกดดันอัตรากำไร
ค่าเงินบาทผันผวนต้นทุนนำเข้าเพิ่ม
การแข่งขันสูงMargin ของงานใหม่ลดลง
โครงการล่าช้าต้นทุนเพิ่ม/รับรู้รายได้ช้าลง
ดอกเบี้ยและสภาพคล่องต้นทุนทางการเงินเพิ่ม
อุบัติเหตุในโครงการค่าใช้จ่ายและความเสียหายต่อชื่อเสียง
ภัยธรรมชาติ/Climate Changeงานก่อสร้างหยุดชะงัก
กฎระเบียบ ESGต้นทุนและภาระการปฏิบัติตามเพิ่ม
ซัพพลายเชนวัสดุขาดแคลนหรือส่งมอบล่าช้า
กฎหมายและข้อพิพาทค่าใช้จ่ายและความล่าช้า
เศรษฐกิจ/ภูมิรัฐศาสตร์กระทบต้นทุนและโครงการโดยรวม

มุมมองสำหรับการวิเคราะห์หุ้น: สำหรับ CK จุดที่ควรติดตามเป็นพิเศษคือ ความคืบหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ → Backlog → การควบคุมต้นทุนโครงการ → กระแสเงินสดและหนี้สิน → ต้นทุนดอกเบี้ย → ผลประกอบการจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน เพราะปัจจัยเหล่านี้เชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรของบริษัทในระยะต่อไป ทั้งนี้ CK มีระบบ ERM และติดตามความเสี่ยงผ่าน Governance and Risk Management Committee เป็นรายไตรมาส


ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท มหาศิริ สยาม จำกัด241,512,36514.26
2บริษัท ช.การช่าง โฮลดิ้ง จำกัด171,396,53010.12
3บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด155,109,8239.16
4บริษัท ซีเค.ออฟฟิซ ทาวเวอร์ จำกัด86,048,2125.08
5กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง59,275,7003.50
6SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED41,595,7002.46
7MIB SECURITIES (HONG KONG) LIMITED39,774,4002.35
8ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)38,950,0002.30
9DBS VICKERS (HONG KONG) LIMITED34,895,1002.06
10UOB KAY HIAN (HONG KONG) LIMITED – Client Account26,645,8001.57
11DBS BANK LTD. FOR CLIENT AC SG437810000122,557,6001.33
12นาย ปลิว ตรีวิศวเวทย์22,455,2971.33
13UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED21,178,9001.25
14OCBC SECURITIES PRIVATE LIMITED21,001,9001.24
15STATE STREET EUROPE LIMITED17,318,3361.02
16DBS BANK LTD. FOR CLIENT AC SG002180021416,407,4000.97
17BNP PARIBAS16,352,6000.97
18PHILLIP SECURITIES (HONG KONG) LIMITED15,500,0000.92
19นาง โสภิดา ตรีวิศวเวทย์15,383,2250.91
20นาง สวัสดิ์ศรี เยาวพงศ์ศิริ14,960,0000.88
21บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)13,541,2000.80
22CITI (NOMINEES) LIMITED-BANK OF COMMUNICATIONS TRUSTEE LTD-SEA SELECT FUND13,269,6000.78
23BNP PARIBAS NEW YORK BRANCH10,063,7000.59
24บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย บลจ. เมธา จำกัด9,287,6000.55
25หม่อมหลวง ประสบชัย เกษมสันต์8,703,9460.51

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย อัศวิน คงสิริประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2นาย ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
3นาย ณรงค์ แสงสุริยะกรรมการ
4นาย ปลิว ตรีวิศวเวทย์กรรมการ
5นาย พงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุลกรรมการ
6นางสาว สุภามาส ตรีวิศวเวทย์กรรมการ
7นาย อนุกูล ตันติมาสน์กรรมการ
8นาย ดอน ปรมัตถ์วินัยกรรมการอิสระ
9นาย ภัทรุตม์ ทรรทรานนท์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นาย ภาวิช ทองโรจน์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
11นาย วิฑูร เตชะทัศนสุนทรกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น CK
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาการสำคัญของ CK ในช่วงที่ผ่านมา มีประเด็นที่น่าติดตามดังนี้
เดินหน้ารับงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต่อเนื่อง
CK ยังคงวางบทบาทเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งงานจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน รวมถึงการเข้าร่วมในรูปแบบกิจการร่วมค้าและ Consortium
งานรถไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ
CK มีงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าหลายโครงการ โดยเฉพาะการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมและปรับปรุงระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของ BEM มูลค่าโครงการประมาณ 6,800 ล้านบาท ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยในเอกสาร AGM ปี 2568
ขณะที่ข้อมูล BEM ณ มิถุนายน 2569 ระบุว่าโครงการดังกล่าวมีการจัดหารถไฟฟ้าเพิ่มเติม 21 ขบวน และปรับปรุงระบบไฟฟ้า วงเงินรวมประมาณ 7,200 ล้านบาทรวม VAT โดยความคืบหน้าอยู่ที่ประมาณ 43% และคาดว่าจะให้บริการตามแผนในปี 2571
โอกาสจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐชุดใหม่
บริษัทเคยระบุโครงการที่คาดว่าจะได้รับการเซ็นสัญญา เช่น โครงการทางด่วนยกระดับชั้นที่ 2 และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายด้านใต้ รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และการขยายสนามบิน ซึ่งเป็นแหล่งงานที่สามารถสนับสนุน Backlog ในระยะต่อไป
ใช้กลยุทธ์ลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคควบคู่ธุรกิจรับเหมา
จุดเด่นเชิงโครงสร้างของ CK คือไม่ได้พึ่งพารายได้จากงานก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ยังลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานผ่านบริษัทในกลุ่ม โดย ณ สิ้นปี 2567 CK ถือหุ้น BEM 37%, CKP 30% และ TTW 19% ตามข้อมูลของ TRIS Rating
การลงทุนใน CKP และ BEM สร้างความเชื่อมโยงกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
CK ถือหุ้นใน CKP 30% ขณะที่ BEM มี CK เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยข้อมูล BEM ระบุว่า CK ถือหุ้นประมาณ 42.26% ณ 11 มีนาคม 2569 และ BEM ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งเป็นโอกาสต่อเนื่องสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่ม CK
🔎 ประเด็นที่ต้องจับตาต่อสำหรับ CK
Backlog → งานใหม่ → การรับรู้รายได้ → อัตรากำไร → เงินปันผล/รายได้จากเงินลงทุน
โดยเฉพาะการเซ็นสัญญาโครงการขนาดใหญ่และความคืบหน้าของงานรถไฟฟ้า เพราะเป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อปริมาณงานในมือและการรับรู้รายได้ในอนาคต ขณะเดียวกันโครงสร้างการลงทุนใน BEM, CKP และ TTW ทำให้การวิเคราะห์ CK ควรมองทั้ง ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง + ธุรกิจลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กัน ไม่ควรมองเฉพาะรายได้จากงานก่อสร้างเพียงด้านเดียว
สรุปสั้นแบบใช้ทำคอนเทนต์:
CK เดินหน้าต่อเกมโครงสร้างพื้นฐาน! จับตางานรถไฟฟ้า–ทางด่วน–รถไฟทางคู่–โครงการรัฐชุดใหม่ พร้อมฐานการลงทุนใน BEM, CKP และ TTW ที่ทำให้ CK มีทั้งธุรกิจรับเหมาและรายได้จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด7,784.0110,188.339,769.7412,930.029,895.69
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ4,215.365,471.876,615.326,117.056,321.94
สินค้าคงเหลือ1,020.901,525.142,288.632,048.672,217.28
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน32,666.1846,153.8250,213.0144,477.7244,287.32
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ10,287.259,520.128,982.039,182.048,825.10
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน64,079.2466,948.0766,862.4671,916.9568,810.68
รวมสินทรัพย์96,745.42113,101.89117,075.47116,394.67113,098.00
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม6,800.794,370.97879.851,068.963,865.51
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ4,057.574,376.196,365.285,209.655,818.61
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี8,000.0012,023.5511,526.8213,065.568,150.17
รวมหนี้สินหมุนเวียน27,257.9245,635.0549,923.5942,408.6151,168.58
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน43,479.0140,988.2538,460.8447,236.0931,552.33
รวมหนี้สิน70,736.9386,623.3088,384.4389,644.7082,720.91
ทุนจดทะเบียน1,693.901,693.901,693.901,693.901,693.90
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า1,693.901,693.901,693.901,693.901,693.90
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น4,869.414,869.414,869.414,869.414,869.41
กำไร(ขาดทุน)สะสม16,896.2517,835.9820,490.3318,728.5921,199.58
หุ้นทุนรับซื้อคืน–129.78224.02224.02224.02
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น2,022.931,640.151,317.891,139.832,312.61
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน107.25107.25107.25107.25107.25
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่25,482.4925,909.6628,147.5226,207.7229,851.48
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย526.01568.93543.52542.25525.61

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ36,805.4537,805.7744,365.5022,827.6423,704.40
รายได้อื่น77.7460.00314.61113.0047.32
รวมรายได้37,907.0438,769.9145,535.6923,378.6324,036.02
ต้นทุน33,916.7334,741.9540,623.8620,864.6721,676.02
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร2,050.972,229.122,334.481,090.281,149.10
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย35,967.6936,971.0742,958.3421,954.9522,825.12
EBITDA4,625.274,527.696,514.762,756.452,406.04
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย1,117.24853.82949.86472.13432.57
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้3,508.033,673.875,564.902,284.311,973.48
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,500.981,445.903,328.221,145.011,129.33
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.890.851.980.680.67

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-8,333.595,547.048,436.953,276.793,144.59
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-332.31-1,275.20-1,378.73-4,188.874,713.68
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน9,597.33-1,860.82-7,445.133,632.49-7,759.35
เงินสดสุทธิ931.432,411.01-386.912,720.4198.92

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)7.817.348.017.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)46.7649.7245.5750.18
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)27.2921.3024.0719.43
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)13.3717.1315.1618.79
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)8.247.568.437.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)44.3048.2643.3148.57
วงจรเงินสด (วัน)15.8318.6017.4320.39

วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น CK — ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
CK | ช.การช่าง | Construction Services
ข้อมูลราคาล่าสุดที่ตรวจสอบได้จาก SET วันที่ 25 ก.ย. 2569 หุ้น CK ปิดที่ 17.90 บาท เพิ่มขึ้น +0.20 บาท (+1.13%) จากวันก่อนหน้า โดยระหว่างวันทำ High 18.20 บาท และมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 120.1 ล้านบาท
🔥 ภาพกราฟกำลัง “ลุ้นเบรก”
CK มีลักษณะเป็น การแกว่งตัวฟื้นขึ้นจากฐาน หลังราคาปรับตัวลงจากบริเวณ High 52 สัปดาห์ที่ 20.70 บาท โดยข้อมูลกราฟล่าสุดระบุแนวรับสำคัญบริเวณ 15.50 บาท และแนวต้านใกล้ตัวบริเวณ 18.05 บาท ขณะที่ภาพระยะยาวของเส้นค่าเฉลี่ยยังให้สัญญาณเชิงบวก แม้แนวโน้มระยะสั้นยังมีแรงกดดันอยู่
จุดที่น่าจับตาอยู่ที่ 18.00–18.05 บาท
เพราะราคาปิดล่าสุด 17.90 บาทกำลังขยับเข้าใกล้โซนดังกล่าว หากสามารถ ทะลุ 18.05 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่าราคากำลังเปลี่ยนจากการแกว่งสะสมไปสู่รอบ Momentum ใหม่
📊 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับโซนราคามุมมองทางเทคนิค
🔴 แนวต้าน 218.80–19.00ด่านถัดไป หากผ่าน 18.05 ได้
🟠 แนวต้าน 118.05–18.20จุดวัดแรงซื้อ / Breakout
🟢 ราคาล่าสุด17.90อยู่ใกล้แนวต้าน
🔵 แนวรับ 117.50–17.60ฐานระยะสั้น
🔵 แนวรับ 217.00–17.20หากหลุด 17.50 ต้องระวังแรงขาย
⚫ แนวรับใหญ่15.50แนวรับสำคัญจากกราฟ

⚡ Momentum
ข้อมูลทางเทคนิคในช่วงกลางเดือน ก.ย. แสดงให้เห็นว่า MACD เริ่มมีสัญญาณฟื้น ขณะที่ RSI เคลื่อนเข้าสู่บริเวณกลางมากขึ้น และเส้น MA ระยะสั้นยังมีสัญญาณผสมกัน จึงตีความได้ว่า แรงขายเริ่มผ่อนคลาย แต่ยังต้องการ Breakout เพื่อยืนยันรอบขาขึ้น
อีกข้อมูลหนึ่งจากกราฟล่าสุดระบุว่า MACD รายวันตัดขึ้นเหนือเส้น Signal และราคายังยืนเหนือค่าเฉลี่ย 50 วัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของ Momentum
🚨 จุดชี้ชะตาของ CK
เกมนี้อยู่ที่ 18 บาท
ยืนเหนือ 18.05–18.20 บาท + Volume เข้า → ภาพเทคนิคมีโอกาสเปิดทางขึ้นทดสอบ 18.80–19.00 บาท
ผ่าน 19 บาทได้ → ต้องติดตามแรงซื้อว่าจะสามารถพาราคาเดินหน้าทดสอบ High เดิมบริเวณ 20.70 บาท ได้หรือไม่
ไม่ผ่าน 18 บาทและถูกขายกลับ → มีโอกาสกลับมาแกว่งสร้างฐานบริเวณ 17.50–17.60 บาท
หลุด 17 บาท → โมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มอ่อนแอลง และควรระวังการถอยลงทดสอบฐานที่ต่ำกว่า
ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานที่ตลาดกำลังติดตามคือการเติม Backlog จากโครงการลงทุนภาครัฐ โดยมีรายงานว่ารถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 3 เส้นทางมูลค่ารวมกว่า 1.06 แสนล้านบาทคาดเปิดประมูลช่วงต้นปี 2570 ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความคาดหวังของตลาด แต่ส่วนนี้เป็น ปัจจัยพื้นฐาน ไม่ใช่สัญญาณกราฟโดยตรง
🎯 สรุปสไตล์ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
CK กำลังยืนหน้าด่าน 18 บาท! 🔥
ราคาล่าสุด 17.90 บาท ขยับเข้าใกล้แนวต้าน 18.05–18.20 บาทแบบน่าจับตา
ผ่านได้ + Volume มา = มีลุ้นเปิดรอบ Momentum ใหม่
เป้าหมายทางเทคนิคถัดไปมองโซน 18.80–19.00 บาท และด่านสำคัญถัดไปบริเวณ 20 บาท
แต่ถ้า 18 บาทยังเอาไม่อยู่ ต้องระวังแรงขายกดกลับลงมาทดสอบ 17.50–17.60 บาท
📌 CK ตอนนี้ไม่ใช่เกม “ไล่ราคา” แต่เป็นเกม “จับตา Breakout”
18 บาท = ด่านวัดพลังซื้อ
17.50 บาท = แนวรับระยะสั้น
15.50 บาท = แนวรับใหญ่
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น CK — บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เป็นหนึ่งในผู้รับเหมารายใหญ่ของไทย โดยธุรกิจไม่ได้พึ่งพางานก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริษัทลงทุนในกลุ่มคมนาคม–สาธารณูปโภค ทำให้ CK มีลักษณะเป็น หุ้นรับเหมาที่มีฐานรายได้จากโครงการขนาดใหญ่ + เงินลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้จาก ก.ล.ต. มีงบการเงินถึง ไตรมาส 2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 และมีรายงานประจำปี 2568 เผยแพร่แล้ว
🔎 CK ทำธุรกิจอะไร?
ธุรกิจหลักของ CK สามารถมองเป็น 3 แกนสำคัญ

  1. ธุรกิจก่อสร้าง
    รับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่
    งานระบบคมนาคม
    รถไฟฟ้าและระบบราง
    ทางด่วนและทางพิเศษ
    งานอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน
    งานสาธารณูปโภคและโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ/เอกชน
  2. การลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
    CK มีการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งและสาธารณูปโภค ทำให้ผลประกอบการไม่ได้ขึ้นกับรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว
  3. ธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวผ่านบริษัทร่วม
    จุดที่น่าสนใจของ CK คือการมีส่วนได้เสียในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว ขณะที่ CK ยังสามารถใช้ความเชี่ยวชาญด้านก่อสร้างสนับสนุนโครงการในกลุ่มได้
    📊 จุดที่ต้องจับตาในงบการเงิน
    สำหรับ CK การดู กำไรสุทธิอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
    สิ่งที่ควรติดตามคือ
    รายได้ก่อสร้าง → Backlog → อัตรากำไรขั้นต้น → กำไรจากบริษัทร่วม → กระแสเงินสด
    โดยเฉพาะกำไรจากบริษัทร่วมมีความสำคัญ เพราะโครงสร้างธุรกิจของ CK เชื่อมโยงกับบริษัทโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง
    ปัจจุบัน ก.ล.ต. มีทั้งงบรวมไตรมาส 1 และไตรมาส 2/2569 รวมถึงงบปี 2568 ให้ติดตามต่อเนื่อง
    🚧 Backlog คือหัวใจของ CK
    หุ้นรับเหมาก่อสร้างต้องให้ความสำคัญกับ งานในมือ (Backlog) เพราะเป็นตัวสะท้อนรายได้ที่มีโอกาสทยอยรับรู้ในอนาคต
    สำหรับ CK ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่
    ได้งานโครงการใหม่มากน้อยแค่ไหน
    งานเดิมสามารถเดินหน้าได้ตามแผนหรือไม่
    การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ
    รถไฟฟ้า/ระบบราง
    ทางด่วนและโครงการคมนาคม
    โครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่
    หากมีการเซ็นสัญญาโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของรายได้ก่อสร้างในอนาคต
    ⚡ จุดแข็งของ CK
  4. มีประสบการณ์ในโครงการขนาดใหญ่
    CK อยู่ในธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นเวลานาน จึงมีประสบการณ์ด้านงานโครงการขนาดใหญ่และงานที่มีความซับซ้อนสูง
  5. ไม่ได้เป็น Pure Construction Company
    โครงสร้างธุรกิจที่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ CK มีช่องทางสร้างกำไรจากธุรกิจอื่นนอกเหนือจากงานรับเหมา
  6. ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
    หากภาครัฐเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า ระบบราง ทางด่วน และสาธารณูปโภค CK มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมผ่านการรับเหมาก่อสร้างหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
  7. Backlog ช่วยสร้าง Visibility ของรายได้
    สำหรับธุรกิจรับเหมา การมีงานในมือจำนวนมากช่วยให้มองเห็นรายได้ในอนาคตได้ดีกว่าการพึ่งงานใหม่ทั้งหมด
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  8. ความเสี่ยงจากต้นทุนก่อสร้าง
    ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และต้นทุนทางการเงินสามารถกดดันอัตรากำไรของโครงการ
  9. ความเสี่ยงจากงานภาครัฐ
    โครงการขนาดใหญ่จำนวนมากเกี่ยวข้องกับกระบวนการประมูล การอนุมัติงบประมาณ และขั้นตอนของภาครัฐ หากล่าช้าอาจกระทบจังหวะการรับรู้รายได้
  10. ความเสี่ยงจากโครงการขนาดใหญ่
    โครงการที่มีมูลค่าสูง หากเกิดปัญหาด้านการก่อสร้าง การส่งมอบ หรือข้อพิพาทสัญญา อาจกระทบผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
  11. ภาระเงินทุน
    ธุรกิจรับเหมาขนาดใหญ่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง จึงควรติดตาม หนี้สิน ดอกเบี้ย และกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
  12. ความผันผวนของกำไรจากบริษัทร่วม
    กำไรของ CK ไม่ได้มาจากธุรกิจก่อสร้างโดยตรงทั้งหมด ดังนั้นผลประกอบการของบริษัทที่ CK เข้าไปลงทุนสามารถส่งผลต่อกำไรสุทธิของ CK ได้

🎯 มุมมองสำหรับนักลงทุน
CK เป็นหุ้นที่ควรติดตามในมุม “Construction + Infrastructure Investment” มากกว่ามองเป็นหุ้นรับเหมาก่อสร้างอย่างเดียว
ตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้
🏗️ งานใหม่ / Backlog
🚇 โครงการรถไฟฟ้า–ระบบราง
🛣️ โครงการทางด่วนและโครงสร้างพื้นฐาน
💰 กำไรจากบริษัทร่วม
📈 อัตรากำไรงานก่อสร้าง
💵 กระแสเงินสด
🏦 หนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
ดังนั้น หากจะวิเคราะห์ CK ให้ลึกขึ้น ควรดู “Backlog + กำไรบริษัทร่วม + Margin + กระแสเงินสด” ไปพร้อมกัน เพราะทั้ง 4 ตัวนี้ช่วยสะท้อนภาพของธุรกิจได้มากกว่าดู P/E หรือกำไรสุทธิเพียงตัวเดียว
สรุปสั้น ๆ: CK เป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่มีทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่และการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยข้อมูลบริษัทล่าสุดที่ ก.ล.ต. เผยแพร่มีงบถึง Q2/2569 แล้ว จึงเหมาะกับการติดตามทั้ง งานในมือ การรับรู้รายได้ และผลประกอบการของบริษัทร่วม ควบคู่กัน


Disclaimer

ใส่ความเห็น