วิเคราะห์ หุ้น GCAP บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ GCAP อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI ธุรกิจการเงิน (Financials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 17 ธ.ค. 2556 | 274.96 | กลุ่มอุตสาหกรรม MAI ธุรกิจการเงิน (Financials) | GCAP |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อเงินกู้ยืม สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.04 | -0.03 | -0.13 | 0.00 | -0.03 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.10 | บาท | 10 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.05 | บาท | 25 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น GCAP
บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP ดำเนินธุรกิจสินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อเงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินธุรกิจจึงเน้น อุปกรณ์สำนักงาน ระบบเทคโนโลยี และยานพาหนะ มากกว่าทรัพย์สินประเภทโรงงานหรือที่ดินขนาดใหญ่
- คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ใช้สำหรับการดำเนินงานด้านสินเชื่อ เช่น ระบบข้อมูลลูกค้า การพิจารณาสินเชื่อ การจัดการบัญชีลูกหนี้ ระบบงานภายใน และงานสำนักงาน
ข้อมูลที่เปิดเผยในเอกสารของบริษัทระบุว่า ณ งวดสิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มีมูลค่าสุทธิตามบัญชีประมาณ 0.06 ล้านบาท - เครื่องตกแต่งสำนักงาน
เป็นทรัพย์สินที่ใช้ภายในสำนักงาน เช่น เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งพื้นที่ทำงาน
ณ 31 มีนาคม 2568 มีมูลค่าสุทธิตามบัญชีประมาณ 6.05 ล้านบาท และบริษัทเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว โดยไม่มีภาระผูกพันตามข้อมูลที่เปิดเผย - เครื่องใช้และอุปกรณ์สำนักงาน
เป็นอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงานประจำวันของบริษัท เช่น อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติงานของพนักงาน
ณ 31 มีนาคม 2568 มีมูลค่าสุทธิตามบัญชีประมาณ 0.59 ล้านบาท โดยบริษัทเป็นเจ้าของและไม่มีภาระผูกพัน - ยานพาหนะ
บริษัทมีรถยนต์ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติงานของบริษัท โดย ณ 31 มีนาคม 2568 มียานพาหนะมูลค่าสุทธิตามบัญชีประมาณ 0.65 ล้านบาท และไม่มีภาระผูกพันตามข้อมูลที่เปิดเผย - สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและระบบซอฟต์แวร์
สำหรับธุรกิจสินเชื่อ ระบบเทคโนโลยีและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ถือเป็นทรัพยากรสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า การบริหารสินเชื่อ การติดตามหนี้ การประเมินความเสี่ยง และการดำเนินงานภายใน แม้สินทรัพย์กลุ่มนี้อาจไม่ได้ปรากฏในหมวด “ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์” โดยตรง - ทรัพย์สินสำคัญที่สุดของ GCAP ในเชิงธุรกิจ
จุดที่ควรแยกให้ชัดคือ “ทรัพย์สินที่ใช้ประกอบธุรกิจ” ไม่ได้มีเฉพาะสินทรัพย์ถาวร สำหรับ GCAP ซึ่งเป็นธุรกิจการเงิน สินทรัพย์ที่สร้างรายได้โดยตรงคือ เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้
ข้อมูล SET ณ 25 กันยายน 2569 ระบุว่า GCAP มี เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ 281.87 ล้านบาท โดยเป็นเงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ 281.87 ล้านบาท ขณะที่ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิอยู่ที่ 1.29 ล้านบาท และทรัพย์สินรอการขายสุทธิ 11.15 ล้านบาท
สรุปสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์
GCAP เป็นธุรกิจสินเชื่อที่ไม่ได้พึ่งพาทรัพย์สินถาวรขนาดใหญ่เหมือนธุรกิจโรงงานหรืออสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินถาวรหลักประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องตกแต่งสำนักงาน เครื่องใช้และอุปกรณ์สำนักงาน และยานพาหนะ ขณะที่ทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการสร้างรายได้โดยตรงคือ พอร์ตสินเชื่อและลูกหนี้ ซึ่งสะท้อนลักษณะของธุรกิจการเงินอย่างชัดเจน
ตัวเลขสำคัญ
เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ: 281.87 ล้านบาท
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ: 1.29 ล้านบาท
ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ: 11.15 ล้านบาท
สินทรัพย์รวม: 1,245.88 ล้านบาท ณ 25 ก.ย. 2569
บริษัทมี One Report ปี 2568 เผยแพร่ผ่านช่องทาง ก.ล.ต. แล้ว จึงสามารถใช้เป็นฐานสำหรับเจาะรายละเอียดทรัพย์สินและพอร์ตสินเชื่อของ GCAP ต่อได้
กลุ่มบริษัทในเครือ
**** อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูล ****
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น GCAP
บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อเงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ดังนั้นความเสี่ยงหลักจึงอยู่ที่ คุณภาพลูกหนี้ ต้นทุนทางการเงิน และความสามารถในการขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ
- ความเสี่ยงด้านคุณภาพลูกหนี้และหนี้เสีย
ธุรกิจสินเชื่อมีความเสี่ยงโดยตรงจากการที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของลูกค้าลดลง หรือภาระหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น อาจทำให้ NPL และสินเชื่อ Stage 2/Stage 3 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้นและกระทบกำไร
ประเด็นนี้ควรจับตาเป็นพิเศษ เพราะงบ 6 เดือนปี 2569 ของ GCAP มี ROE -19.26%, ROA -5.39% และอัตรากำไรสุทธิ -29.65% สะท้อนแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรในช่วงดังกล่าว - ความเสี่ยงจากการตั้งสำรองเครดิต
เมื่อคุณภาพพอร์ตสินเชื่อแย่ลง บริษัทต้องรับรู้ Expected Credit Loss (ECL) เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถกดดันกำไรได้อย่างรวดเร็ว แม้รายได้ดอกเบี้ยจะยังเติบโตอยู่ก็ตาม
ในงบไตรมาส 2/2569 มีการแสดงรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณ 2.30 ล้านบาท และมีขาดทุนจากการด้อยค่าประมาณ 5.50 ล้านบาท - ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
GCAP เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนเพื่อปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นหากต้นทุนการกู้ยืมหรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น แต่บริษัทไม่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อให้สอดคล้องได้ จะทำให้ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) ลดลง และกระทบความสามารถในการทำกำไร - ความเสี่ยงจากการขยายสินเชื่อ
การเติบโตของสินเชื่อไม่จำเป็นต้องหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นเสมอไป เพราะการเร่งปล่อยสินเชื่ออาจเพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิตตามมา
ข้อมูล SET ระบุว่าเงินให้สินเชื่อของ GCAP ในปี 2567 และ 2568 ลดลง 33.20% และ 33.84% ตามลำดับ ก่อนที่งวด 6 เดือนปี 2569 จะกลับมาเพิ่มขึ้น 10.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงต้องติดตามว่าการกลับมาเติบโตของสินเชื่อจะมาพร้อมกับคุณภาพลูกหนี้ที่ดีหรือไม่ - ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ
ตลาดสินเชื่อมีการแข่งขันสูง ทั้งจากธนาคาร บริษัทลีสซิ่ง ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และแพลตฟอร์มดิจิทัล หากการแข่งขันรุนแรงขึ้น อาจเกิดแรงกดดันทั้งด้าน อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขสินเชื่อ และต้นทุนในการหาลูกค้า - ความเสี่ยงจากหลักประกันและการด้อยค่าของทรัพย์สิน
สินเชื่อบางประเภทของ GCAP มีหลักประกัน หากลูกหนี้ผิดนัด บริษัทอาจต้องยึดและจำหน่ายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ หากราคาทรัพย์สินหรือราคาขายทอดตลาดลดลง บริษัทอาจได้รับเงินคืนต่ำกว่ามูลหนี้ ทำให้เกิดผลขาดทุนเพิ่มเติม - ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์และการกำกับดูแล
ธุรกิจสินเชื่ออยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลหลายด้าน ทั้งเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค การคิดดอกเบี้ย การทวงถามหนี้ การเปิดเผยข้อมูล และมาตรฐานการให้สินเชื่อ การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์อาจทำให้ ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นหรือจำกัดความสามารถในการสร้างรายได้ - ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการระดมทุน
บริษัทสินเชื่อต้องบริหาร ระยะเวลาของแหล่งเงินทุนให้สอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อ หากการระดมทุนทำได้ยากขึ้น ต้นทุนเงินทุนสูงขึ้น หรือไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนใหม่ได้ตามแผน อาจจำกัดการปล่อยสินเชื่อและกระทบสภาพคล่อง - ความเสี่ยงด้านผลประกอบการ
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่าบริษัทมีแรงกดดันด้านกำไรค่อนข้างชัดเจน โดยงวด 6 เดือนปี 2569 มี อัตรากำไรสุทธิ -29.65% และ ROE -19.26% ขณะที่ SET แสดงข้อมูลว่าปี 2568 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -52.97%
ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามไม่ใช่เพียงว่า “สินเชื่อกลับมาโตหรือไม่” แต่ต้องดูว่า “โตแล้วสร้างกำไรและควบคุม NPL ได้หรือไม่” - ความเสี่ยงจากขนาดบริษัทและความสามารถในการแข่งขัน
GCAP มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการสินเชื่อรายใหญ่ โดย SET ระบุ Market Cap ประมาณ 130 ล้านบาท ณ ข้อมูลวันที่ 5 ต.ค. 2569 จึงอาจมีข้อจำกัดด้านต้นทุนเงินทุน เครือข่าย การตลาด เทคโนโลยี และการกระจายความเสี่ยงเมื่อเทียบกับคู่แข่งขนาดใหญ่
🔎 สรุปแบบ “นักลงทุนต้องจับตา”
| ความเสี่ยง | ระดับที่ควรจับตา |
|---|---|
| คุณภาพลูกหนี้ / NPL | 🔴 สูง |
| การตั้งสำรอง ECL | 🔴 สูง |
| ความสามารถในการทำกำไร | 🔴 สูง |
| ต้นทุนทางการเงิน | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| การแข่งขัน | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| กฎเกณฑ์ภาครัฐ | 🟠 ปานกลาง |
| สภาพคล่องและการระดมทุน | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| ราคาหลักประกัน | 🟠 ปานกลาง |
| การขยายสินเชื่อ | 🟠 ต้องติดตาม |
มุมมองสำคัญ: GCAP เป็นหุ้นที่ความเสี่ยงไม่ได้อยู่เพียงที่ “ยอดปล่อยสินเชื่อ” แต่เป็นเรื่องของ คุณภาพสินเชื่อ → NPL → ECL → กำไร หากคุณภาพพอร์ตดีขึ้น การเติบโตของสินเชื่อจะมีคุณภาพมากขึ้น แต่หากสินเชื่อโตพร้อมหนี้เสียและค่าใช้จ่ายสำรองที่สูงขึ้น ผลบวกต่อกำไรอาจไม่เกิดขึ้นตามคาด
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย อาษา สารสาส | 60,000,000 | 11.07 |
| 2 | นาย ชินเขต เกษสุวรรณ | 27,000,000 | 4.98 |
| 3 | บริษัท สามลม จำกัด | 15,055,000 | 2.78 |
| 4 | นายแพทย์ กรณ์ ลิมปกรณ์ | 14,466,600 | 2.67 |
| 5 | น.ส. รัษฎา รัษฎาวงศ์ | 14,187,800 | 2.62 |
| 6 | นาย ชุมพล ศรีลาเลิศ | 12,000,000 | 2.21 |
| 7 | นาย พรชัย จารุเมธี | 11,350,153 | 2.09 |
| 8 | นาง ศรีรัช อนาวิล | 10,000,000 | 1.85 |
| 9 | น.ส. สมจิตต์ ธาราอมรรัตน์ | 5,809,600 | 1.07 |
| 10 | นาย สมยศ สกุลอิสริยาภรณ์ | 5,800,000 | 1.07 |
| 11 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 5,568,857 | 1.03 |
| 12 | น.ส. ขนิษฐา รัชตเศรษฐกุล | 5,400,000 | 1.00 |
| 13 | นาย พิภัทรวัชร์ สุจีรวณิชย์ | 5,182,500 | 0.96 |
| 14 | นาย อภิชัย สุสมาวัตนะกุล | 4,950,000 | 0.91 |
| 15 | น.ส. อานา นิธิรักษา | 4,920,000 | 0.91 |
| 16 | นาย ประพันธ์ เกิดกฤษฎานนท์ | 4,202,000 | 0.78 |
| 17 | นาย นคร ภาณุสิทธิกร | 4,182,257 | 0.77 |
| 18 | นาย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม | 4,000,000 | 0.74 |
| 19 | นาย ศรัณย์ กิจวิริยะ | 4,000,000 | 0.74 |
| 20 | นาย ภูมิพัฒน์ เรืองสกุล | 3,799,600 | 0.70 |
| 21 | นาง พิริยา อภิธโนทัย | 3,682,800 | 0.68 |
| 22 | น.ส. ธัญพร โรจน์วรพร | 3,500,000 | 0.65 |
| 23 | นาย รัตภูมิ เนียมสน | 3,500,000 | 0.65 |
| 24 | นาง ปริญญา ขันเจริญสุข | 3,285,300 | 0.61 |
| 25 | นาย เอกรัตน์ เตชะเวช | 3,000,000 | 0.55 |
| 26 | นาย สมชาย วิจิตรแสงรัตน์ | 3,000,000 | 0.55 |
| 27 | น.ส. สาริศา มาร์ตินุชซี่ | 3,000,000 | 0.55 |
| 28 | น.ส. มาริสา สาทรกุล | 3,000,000 | 0.55 |
| 29 | นาย สวุตม์ แซ่ตั้ง | 2,900,000 | 0.54 |
| 30 | นาย สันติ อัศวศรีโยธิน | 2,800,077 | 0.52 |
| 31 | น.ส. อรณภัค สารสาส | 2,795,000 | 0.52 |
| 32 | นาย จรินทร์ อภิญญาวาท | 2,761,500 | 0.51 |
| 33 | น.ส. จุลณีย์ สีพันธ์ | 2,760,400 | 0.51 |
| 34 | นาย รวี พัฒนาปัญญาสัตย์ | 2,741,250 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ยงยุทธ ตะริโย | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย อนุวัตร โกศล | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ | รองประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 4 | นาย ณัฐพล สารสาส | กรรมการ |
| 5 | พลตำรวจตรี พงษ์ศิริ สวนแก้ว | กรรมการ |
| 6 | นาย อาษา สารสาส | กรรมการ |
| 7 | นาย ทศไชย อัศวินวิจิตร | กรรมการอิสระ |
| 8 | นาย ปิตินันท์ ลีลาเมธวัฒน์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาย เปรมสันต์ พิสิฐพันธุ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น GCAP
บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
GCAP มีพัฒนาการจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ไปสู่การสร้างธุรกิจและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร รวมถึงการขยายไปยังธุรกิจสินเชื่อและบริการรูปแบบใหม่ ๆ โดยพัฒนาการสำคัญที่น่าสนใจมีดังนี้
- 2547 – ก่อตั้งบริษัท
GCAP ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2547 และพัฒนาธุรกิจหลักด้านสินเชื่อ โดยเน้นการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการและภาคเกษตรกรรม - 2560 – ขยายสินเชื่อสู่เครื่องจักรและธุรกิจเฉพาะทาง
บริษัทลงนามความร่วมมือกับ CNH Industrial Thailand ในโครงการสินเชื่อเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ และริเริ่มโครงการสินเชื่อเช่าซื้อเรือท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจดังกล่าว เป็นการขยายฐานผลิตภัณฑ์สินเชื่อนอกเหนือจากตลาดเดิม - 2566 – ปรับกลยุทธ์ LENDING vs NON-LENDING
บริษัทเริ่มนำกลยุทธ์ “LENDING vs NON-LENDING” มาใช้ เพื่อปรับรูปแบบการเติบโตจากธุรกิจสินเชื่อเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างรายได้และธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น - ก.พ. 2568 – พัฒนาแพลตฟอร์ม “เกษตรแมทช์ชิ่ง”
GCAP ร่วมกับบริษัท แว่นแก้ว อินโนเวต พัฒนาแพลตฟอร์ม “เกษตรแมทช์ชิ่ง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาแพลตฟอร์มทางการเกษตร ถือเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอด ecosystem ของธุรกิจสินเชื่อภาคเกษตร - พ.ค. 2568 – ร่วมลงทุนธุรกิจโดรนผ่านบริษัทย่อย
GCAP ลงนามสัญญาร่วมลงทุนเพื่อจัดตั้ง บริษัท เต่า เอเอเอ็ม จำกัด โดย GCAP ถือหุ้น 51% เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน สำหรับการท่องเที่ยวและการขนส่ง นับเป็นการขยายธุรกิจไปสู่เทคโนโลยีและบริการใหม่ที่ไม่ใช่สินเชื่อโดยตรง - พ.ย. 2568 – เข้าร่วมโครงการ JUMP+
GCAP เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และส่งแผนตั้งต้นในวันที่ 31 มีนาคม 2569 สะท้อนความพยายามในการยกระดับศักยภาพและแผนการดำเนินงานของบริษัท - 2568 – เน้นบริหารคุณภาพสินทรัพย์และลดภาระทางการเงิน
ในปี 2568 บริษัทมีการลดเงินกู้ยืม ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงประมาณ 27.34% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทเพิ่มการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพลูกหนี้ที่สูงขึ้น - 2569 – เดินหน้าธุรกิจภายใต้โครงสร้างใหม่
ข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า ณ ไตรมาส 1/2569 GCAP ยังคงมีธุรกิจหลักเป็นสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถเกี่ยวนวดข้าว รถเกี่ยวข้าวโพด และโดรนการเกษตร ขณะเดียวกันยังมีสินเชื่อเพื่อธุรกิจและสินเชื่อเงินกู้แบบมีหลักประกันเป็นผลิตภัณฑ์เสริม
สรุปมุมมองพัฒนาการ GCAP
จาก “สินเชื่อเครื่องจักรการเกษตร” → “สินเชื่อหลากหลายประเภท” → “Agritech Platform” → “Drone & Non-Lending Business”
จุดที่น่าจับตาคือการเปลี่ยนผ่านจากบริษัทสินเชื่อแบบดั้งเดิมไปสู่ ธุรกิจที่มี ecosystem มากขึ้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์มเกษตรและธุรกิจโดรน ขณะที่ด้านที่ต้องติดตามควบคู่กันคือ คุณภาพสินทรัพย์ การตั้งสำรอง ECL และความสามารถในการกลับมาทำกำไร เพราะปี 2568 บริษัทขาดทุนสุทธิ 67.66 ล้านบาท และไตรมาส 1/2569 ยังขาดทุนสุทธิ 7.03 ล้านบาท
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบเฉพาะกิจการ | งบวิธีส่วนได้เสีย |
| เงินสด | 9.39 | 4.56 | 2.73 | 4.81 | 36.70 |
| เงินลงทุนสุทธิ | – | – | – | – | – |
| เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ | 281.87 | 274.37 | 226.35 | 262.29 | 196.91 |
| – เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ | 281.87 | 271.55 | 226.35 | 262.29 | 196.91 |
| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | 11.15 | 0.91 | 4.13 | 14.88 | 9.56 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 1.29 | 1.54 | 1.87 | 2.24 | 3.24 |
| รวมสินทรัพย์ | 1,245.88 | 1,094.76 | 928.59 | 986.54 | 886.31 |
| เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก | 345.06 | 294.37 | 288.67 | 290.32 | 258.50 |
| รวมหนี้สิน | 763.77 | 590.84 | 497.60 | 485.86 | 473.57 |
| ทุนจดทะเบียน | 284.11 | 274.96 | 301.66 | 301.66 | 301.66 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 211.25 | 261.95 | 270.95 | 270.95 | 270.95 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 235.89 | 231.13 | 226.00 | 226.00 | 226.00 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 14.82 | 1.69 | -65.97 | 3.73 | -84.21 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 482.11 | 503.92 | 430.99 | 500.68 | 412.74 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบเฉพาะกิจการ | งบวิธีส่วนได้เสีย |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 173.93 | 155.79 | 122.36 | 64.90 | 59.10 |
| – รายได้ดอกเบี้ย | 168.32 | 150.62 | 119.26 | 63.20 | 57.82 |
| – จากสินเชื่อและเงินฝาก | 31.68 | 21.16 | 14.00 | 7.44 | 8.21 |
| – รายได้ค่านายหน้า | – | – | – | – | – |
| – รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ | 5.61 | 5.17 | 3.10 | 1.70 | 1.27 |
| รวมรายได้ | 181.76 | 161.35 | 127.74 | 66.27 | 61.54 |
| ต้นทุน | – | – | – | – | – |
| (กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | -4.04 | 18.68 | 50.67 | -3.01 | 2.30 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 103.42 | 105.09 | 99.44 | 46.75 | 57.06 |
| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | – | – | – | – | – |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 82.38 | 37.57 | -23.70 | 22.53 | -4.26 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 14.82 | -12.77 | -67.66 | 2.04 | -18.24 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.04 | -0.03 | -0.13 | 0.00 | -0.03 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบเฉพาะกิจการ | งบวิธีส่วนได้เสีย |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 174.89 | 148.51 | 28.88 | 68.28 | 62.62 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -8.38 | -1.33 | -0.72 | -0.08 | -4.97 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -231.15 | -152.01 | -29.99 | -67.96 | -23.68 |
| เงินสดสุทธิ | -64.65 | -4.83 | -1.83 | 0.24 | 33.97 |
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น GCAP บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์งบการเงินหุ้น GCAP — บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP ทำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อเงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ โดยงบล่าสุดที่บริษัทส่งตลาดหลักทรัพย์คือ ไตรมาส 2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 และผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข
🔎 สรุปแบบนักลงทุน: จุดที่ต้องจับตา
GCAP ยังอยู่ในช่วง “ฟื้นพอร์ต แต่กำไรยังไม่ฟื้น”
ครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิ 18.24 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 2.04 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 59.10 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ย 57.82 ล้านบาท สะท้อนว่ารายได้หลักยังพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเป็นหลัก
- รายได้: พอร์ตสินเชื่อเริ่มกลับมา แต่รายได้ยังหดตัว
ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 59.10 ล้านบาท ลดลงจาก 64.90 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2568 หรือประมาณ -8.9%
แต่มีสัญญาณที่น่าสนใจคือ อัตราการเปลี่ยนแปลงเงินให้สินเชื่อพลิกเป็น +10.38% YoY หลังจากปี 2568 เงินให้สินเชื่อลดลงถึง 33.84%
ตีความ:
GCAP เริ่มกลับมาเดินเครื่องด้านการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่การขยายพอร์ตยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรอย่างเต็มที่
นี่เป็นจุดที่นักลงทุนควรติดตามในงบไตรมาสถัดไปว่า พอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจะสร้างรายได้ดอกเบี้ยได้มากแค่ไหน
2. กำไร: จุดอ่อนสำคัญของงบ ตัวเลขที่น่ากังวลที่สุดคือ กำไรสุทธิ
| รายการ | 6M/2568 | 6M/2569 | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 64.90 ลบ. | 59.10 ลบ. | ↓ |
| กำไรสุทธิ | +2.04 ลบ. | -18.24 ลบ. | พลิกเป็นขาดทุน |
| Net Margin | 3.07% | -29.65% | แย่ลงมาก |
| ROE | -4.02% | -19.26% | แย่ลง |
| ROA | 2.07% | -5.39% | แย่ลง |
ตัวเลขของ SET แสดงให้เห็นว่า ปัญหาของ GCAP ในตอนนี้ไม่ใช่เพียงการเติบโตของรายได้ แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนรายได้ให้กลายเป็นกำไร
ที่สำคัญ ปี 2568 ทั้งปีบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิ -52.97% และ ROE -14.47% อยู่แล้ว ดังนั้นผลขาดทุนในครึ่งแรกปี 2569 จึงยังสะท้อนว่าบริษัทยังไม่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะทำกำไรได้อย่างมั่นคง
ค่าใช้จ่ายและคุณภาพสินทรัพย์: ต้องเฝ้าระวัง
ในงบไตรมาส 2/2569 มี
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 57.06 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายขาย 2.42 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายบริหาร 54.64 ล้านบาท
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 2.30 ล้านบาท
ขาดทุนจากการด้อยค่า 5.50 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับรายได้จากการดำเนินธุรกิจเพียง 59.10 ล้านบาท จะเห็นว่า ฐานค่าใช้จ่ายยังสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดรายได้
ดังนั้น แม้บริษัทจะสามารถเพิ่มพอร์ตสินเชื่อได้ แต่หากรายได้จากพอร์ตโตไม่ทันค่าใช้จ่ายและต้นทุนความเสี่ยง ก็ยังมีโอกาสเห็นผลขาดทุนต่อเนื่อง
ฐานะการเงิน: หนี้ไม่ได้สูงเกินไป แต่กำไรสะสมติดลบ
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 GCAP มี
สินทรัพย์รวม 886.31 ล้านบาท
หนี้สินรวม 473.57 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น 412.74 ล้านบาท
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 36.70 ล้านบาท
D/E 1.15 เท่า
โครงสร้างดังกล่าวถือว่า ไม่ได้มี D/E สูงมากเมื่อเทียบกับธุรกิจการเงินบางแห่ง แต่จุดที่ต้องระวังคือส่วนของผู้ถือหุ้นยังถูกกดดันจาก กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรติดลบ 85.03 ล้านบาท
กล่าวง่าย ๆ คือ
GCAP ยังมีฐานทุนเหลือพอรองรับธุรกิจ แต่กำไรสะสมในอดีตยังเป็นภาระที่ต้องใช้ผลกำไรในอนาคตเข้ามาฟื้นฟู
กระแสเงินสด: มีสัญญาณบวก
อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจคือกระแสเงินสด
ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน +62.62 ล้านบาท ขณะที่เงินสดจากกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ -4.97 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน -23.68 ล้านบาท ทำให้เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 33.97 ล้านบาท
ถือเป็น สัญญาณบวกด้านสภาพคล่อง เพราะบริษัทไม่ได้มีเพียงผลขาดทุนทางบัญชี แต่ยังสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องแยกให้ออกว่า Cash Flow เป็นบวก ≠ บริษัทมีกำไร เพราะธุรกิจสินเชื่อมีการเปลี่ยนแปลงของลูกหนี้และรายการทางบัญชีจำนวนมาก
📊 มอง GCAP แบบ 4 ด้าน
| ประเด็น | มุมมอง |
|---|---|
| รายได้ | ⚠️ ยังอ่อนตัว |
| พอร์ตสินเชื่อ | 🟢 เริ่มฟื้น |
| กำไรสุทธิ | 🔴 น่ากังวล |
| ค่าใช้จ่าย | 🔴 สูงเมื่อเทียบกับรายได้ |
| คุณภาพสินทรัพย์ | 🟠 ต้องติดตาม |
| กระแสเงินสด | 🟢 เป็นบวก |
| D/E | 🟢 1.15 เท่า ไม่สูงมาก |
| ROE | 🔴 ติดลบ |
| ROA | 🔴 ติดลบ |
| กำไรสะสม | 🔴 ยังติดลบ |
🎯 ประเด็นสำคัญที่สุดของ GCAP
ผมมองว่า “พอร์ตสินเชื่อเริ่มกลับมา แต่กำไรยังไม่กลับมา” คือภาพที่ชัดที่สุดของงบ GCAP ในปัจจุบัน
หลังจากเงินให้สินเชื่อลดลงแรงในปี 2567–2568 ครึ่งแรกปี 2569 เริ่มเห็นการกลับมาเติบโต +10.38% YoY ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ
แต่ในเวลาเดียวกัน
รายได้ลดลง → ค่าใช้จ่ายสูง → ขาดทุนสุทธิ → ROE/ROA ติดลบ
ดังนั้น การเพิ่มพอร์ตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่ต้องเห็นต่อไปคือบริษัทต้องสามารถเปลี่ยนพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นให้กลายเป็น รายได้ดอกเบี้ย + กำไรสุทธิ โดยควบคุมคุณภาพลูกหนี้และต้นทุนดำเนินงานไปพร้อมกัน
🔥 สิ่งที่ต้องจับตางบถัดไป
พอร์ตสินเชื่อจะโตต่อหรือไม่
รายได้ดอกเบี้ยจะเริ่มฟื้นหรือไม่
ผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ค่าใช้จ่ายบริหารจะลดลงหรือไม่
จะกลับมามีกำไรสุทธิได้เมื่อใด
กำไรสะสมติดลบจะเริ่มฟื้นตัวหรือไม่
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังเป็นบวกต่อเนื่องหรือไม่
สรุป: ณ งบ 2Q/2569 ผมให้น้ำหนัก GCAP เป็นหุ้นที่อยู่ในช่วง “จับตาการฟื้นตัว” มากกว่าหุ้นที่งบการเงินกำลังเติบโตแข็งแรง จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ใช่แค่ยอดสินเชื่อที่กลับมา แต่คือ การกลับมาทำกำไรอย่างต่อเนื่อง
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น GCAP
บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค — เน้นแนวรับ–แนวต้าน / Breakout / Volume / Momentum
ข้อมูลล่าสุดที่พบจาก SET ณ 7 ต.ค. 2569 GCAP ปิดที่ 0.23 บาท ลดลง 0.01 บาท (-4.17%) ระหว่างวันแกว่ง 0.23–0.25 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 395,850 หุ้น มูลค่าประมาณ 94,700 บาท
🔥 ภาพรวมกราฟ
GCAP ยังอยู่ใน โหมดพักตัว–อ่อนแรง หลังราคาปรับตัวลงจากบริเวณระดับสูงของรอบ โดยข้อมูล SET ระบุกรอบ 52 สัปดาห์ล่าสุดอยู่ประมาณ 0.23–0.41 บาท และผลตอบแทน YTD ติดลบราว 20%
จุดที่ต้องจับตาคือ 0.23 บาท เพราะเป็นบริเวณ Low ล่าสุด หากยืนได้ มีโอกาสเกิด Technical Rebound แต่หากหลุดพร้อมแรงขายที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ภาพเสียและต้องระวังแรงเทขายต่อเนื่อง
🟢 แนวรับสำคัญ
0.23 บาท — แนวรับหลัก / จุดวัดใจ
0.22 บาท — แนวรับถัดไป หาก 0.23 หลุด
0.20 บาท — แนวจิตวิทยาที่ต้องระวังหากโมเมนตัมขาลงเร่งตัว
🔴 แนวต้านสำคัญ
0.25 บาท — ด่านแรก ต้องผ่านให้ได้
0.27–0.28 บาท — แนวต้านสำคัญ หากผ่าน 0.25 ได้
0.30 บาท — ด่านใหญ่และเป็นระดับที่ต้องใช้ Momentum ชัดเจนในการทะลุ
🚀 สัญญาณที่สายเทคนิคต้องรอ
GCAP จะเริ่มน่าสนใจขึ้น หากราคาเบรก 0.25 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ถ้าผ่าน 0.25 → 0.27–0.28 บาท ได้ จะเป็นสัญญาณว่าฝั่งซื้อเริ่มกลับมาคุมเกม และมีโอกาสพัฒนาเป็นรอบ Technical Rebound
แต่ถ้า 0.23 บาทหลุด โดยไม่มีแรงรับกลับอย่างรวดเร็ว ภาพจะกลับมาเป็นลบ และควรระวังการไหลลงทดสอบแนวรับถัดไป
📊 Momentum
โมเมนตัมระยะสั้นยัง ไม่แข็งแรง เพราะราคาปัจจุบันอยู่ใกล้จุดต่ำสุดของกรอบ 52 สัปดาห์ และราคาปรับตัวลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม หุ้นมีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ ดังนั้น Volume สำคัญมากกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว การเด้งขึ้นโดยไม่มี Volume สนับสนุนอาจเป็นเพียง Technical Rebound ระยะสั้น
🎯 มุมมองแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
GCAP ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา — ต้องรอแท่งยืนยัน!
🔥 0.23 คือจุดวัดใจ
🚀 0.25 คือด่านปลุก Momentum
💥 ผ่าน 0.28 ได้ ลุ้นเปิดรอบใหม่
⚠️ หลุด 0.23 ระวังแรงขายกดกราฟลงต่อ
สรุป: ภาพหลักยังเป็น “พักตัวในแนวโน้มอ่อนแรง” แต่บริเวณ 0.23 บาทเป็นโซนที่ต้องจับตา หากมีแรงซื้อกลับพร้อม Volume และสามารถเบรก 0.25 บาทได้ จะทำให้ภาพ Technical ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การหลุด 0.23 บาทจะเป็นสัญญาณลบ
ทั้งนี้ TradingView ระบุว่าสัญญาณทางเทคนิคของ GCAP มีความแตกต่างกันตามกรอบเวลา โดยภาพ 1 วันดีกว่ากรอบ 1 สัปดาห์และ 1 เดือน ซึ่งยังมีสัญญาณขายอยู่ จึงควรใช้หลาย Time Frame ประกอบกัน
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น GCAP — บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
GCAP อยู่ในกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials) และจดทะเบียนในตลาด mai โดยมีธุรกิจหลักเกี่ยวกับ สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อเงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
GCAP มีโมเดลธุรกิจหลักคือการปล่อยสินเชื่อและสร้างรายได้จากดอกเบี้ย โดยรายได้ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 61.54 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 59.10 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 57.82 ล้านบาท สะท้อนว่ารายได้ของบริษัทพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเป็นหลัก
จุดที่ต้องจับตาคือ คุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการควบคุมต้นทุนทางการเงิน/ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพราะธุรกิจสินเชื่อจะเติบโตได้ดีเมื่อสามารถขยายพอร์ตสินเชื่อโดยควบคุมหนี้เสียและผลขาดทุนด้านเครดิตได้
📊 มุมมองผลประกอบการ
ข้อมูล SET ระบุว่าในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569:
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ 59.10 ล้านบาท
รายได้รวม 61.54 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 57.06 ล้านบาท
มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 2.30 ล้านบาท
มีขาดทุนจากการด้อยค่า 5.50 ล้านบาท
ภาพรวมจึงยังถือว่า ผลประกอบการอยู่ในภาวะกดดัน โดย Factsheet ของ SET ระบุว่าอัตรากำไรสุทธิ 6 เดือนปี 2569 อยู่ที่ -29.65%, ROE -19.26% และ ROA -5.39%
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณที่น่าสนใจคือ สินเชื่อในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 10.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากหดตัวต่อเนื่องในปี 2567–2568
ประเด็นสำคัญ: การกลับมาเติบโตของสินเชื่อเป็นสัญญาณบวก แต่ยังต้องพิสูจน์ว่า “การขยายพอร์ต” สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรได้หรือไม่
💰 ฐานะการเงิน
ณ งวด 6 เดือนปี 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 36.70 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า/ลูกหนี้เงินให้สินเชื่อส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีสุทธิประมาณ 47.13 ล้านบาท
อัตราส่วน D/E อยู่ที่ประมาณ 1.15 เท่า ซึ่งไม่ได้อยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับลักษณะธุรกิจการเงิน แต่สิ่งที่ต้องติดตามมากกว่า D/E เพียงอย่างเดียวคือ คุณภาพลูกหนี้และต้นทุนการจัดหาเงินทุน
📈 มุมมองเชิง Valuation ข้อมูล ณ 5 ต.ค. 2569 ระบุว่า GCAP มี:
| ตัวชี้วัด | ค่า |
|---|---|
| ราคาหุ้น | 0.24 บาท |
| Market Cap | ประมาณ 130 ล้านบาท |
| BVPS | 0.76 บาท |
| P/BV | 0.32 เท่า |
| P/E | ไม่มี |
| Beta | 1.45 |
P/BV เพียงประมาณ 0.32 เท่า ถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี แต่ตลาดกำลังให้ Discount ค่อนข้างมาก เพราะบริษัทมีผลประกอบการและ ROE ที่ยังติดลบ ดังนั้น GCAP จึงเป็นกรณีที่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “หุ้นราคาถูก” กับ “หุ้นที่กำไรยังไม่ฟื้น”
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
- ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อ
หากลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง บริษัทอาจต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่ม - ค่าใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับรายได้
6 เดือนแรกปี 2569 ค่าใช้จ่ายขายและบริหารอยู่ที่ 57.06 ล้านบาท เทียบกับรายได้รวม 61.54 ล้านบาท ทำให้ Margin ถูกกดดันอย่างมาก - การเติบโตของสินเชื่อยังต้องพิสูจน์คุณภาพ
แม้สินเชื่อ 6 เดือนปี 2569 เพิ่มขึ้น 10.38% แต่หากขยายสินเชื่อเร็วพร้อมกับคุณภาพลูกหนี้ที่แย่ลง อาจทำให้ต้นทุนเครดิตเพิ่มตามมา - สภาพคล่องของหุ้นค่อนข้างต่ำ
SET ระบุว่ามูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ GCAP ในข้อมูล YTD อยู่เพียงประมาณ 0.16 ล้านบาท จึงมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายจำนวนมาก
🎯 มุมมองการลงทุน
GCAP เป็นหุ้น Turnaround/Value ที่มีความน่าสนใจเชิง “สินทรัพย์” มากกว่าเชิง “กำไร” ในปัจจุบัน
จุดเด่นคือ P/BV ต่ำมาก + ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก + สินเชื่อเริ่มกลับมาเติบโต
แต่จุดอ่อนสำคัญคือ กำไรยังไม่ฟื้น, ROE ติดลบ และค่าใช้จ่ายยังสูงเมื่อเทียบกับรายได้
ดังนั้น Catalyst ที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงราคาหุ้นขึ้น แต่คือ
“สินเชื่อโต → รายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม → คุมค่าใช้จ่าย → คุณภาพหนี้ดีขึ้น → กลับมากำไร”
ถ้าเส้นทางนี้เกิดขึ้นจริง P/BV ที่ต่ำมากอาจกลายเป็นจุดที่ตลาดเริ่ม Re-rate หุ้นได้
แต่หากสินเชื่อโตพร้อมกับ NPL/สำรองและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การที่หุ้นซื้อขายต่ำกว่า Book Value ก็อาจเป็นการสะท้อนความเสี่ยงที่ตลาดรับรู้ไว้แล้ว
สรุป: 🟡 เก็งกำไร/จับตาการ Turnaround มากกว่าถือแบบ Defensive — จุดชี้ขาดคือการฟื้นตัวของกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาสถัดไป

