วิเคราะห์ หุ้น RSP บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ RSP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 10 พ.ย. 2560 | 743.00 | พาณิชย์ (Commerce) | RSP |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในการประกอบธุรกิจนำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าประเภทแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ภายใต้ตราสินค้าชั้นนำจากต่างประเทศ ทั้งในประเทศไทย และประเทศกัมพูชา
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.15 | 0.14 | 0.18 | -0.02 | -0.02 | 0.05 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 7.58 | 7.33 | 6.91 | 7.39 | 6.81 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.18 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.13 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.21 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.15 | บาท | – | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ต่างประเทศ ทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา
จากข้อมูลรายละเอียดทรัพย์สินที่บริษัทเปิดเผยใน แบบ 56-1 One Report และข้อมูลทางการเงินล่าสุด สามารถสรุปทรัพย์สินสำคัญที่ใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจได้ดังนี้
- ที่ดินสำนักงานสำนักงานใหญ่
บริษัทมีที่ดินบริเวณ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร สำหรับใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานสำนักงานใหญ่ โดยข้อมูล One Report ระบุว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท เนื้อที่ประมาณ 60 ตารางวา และมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 12.01 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2566 - ที่ดินคลังสินค้า
RSP มีที่ดินสำหรับใช้เป็นพื้นที่คลังสินค้าใน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 47.98 ล้านบาท ตามข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2566 - อาคารสำนักงานและคลังสินค้า
อาคารสำนักงานและคลังสินค้าเป็นทรัพย์สินสำคัญที่รองรับการบริหารงานและการจัดเก็บสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ก่อนกระจายไปยังช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ โดย ณ สิ้นปี 2566 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 11.48 ล้านบาท - อุปกรณ์และเครื่องมือในการดำเนินงาน
บริษัทมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์ภายในคลังสินค้า และอุปกรณ์สนับสนุนการขายและบริหารจัดการสินค้า โดย One Report ณ สิ้นปี 2566 ระบุมูลค่าตามบัญชีสุทธิของ อุปกรณ์ประมาณ 105.86 ล้านบาท - ยานพาหนะ
ยานพาหนะเป็นทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานและการขนส่ง/กระจายสินค้าของบริษัท โดย ณ สิ้นปี 2566 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 8.31 ล้านบาท - สินทรัพย์ระหว่างติดตั้ง
บริษัทมีสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการติดตั้งหรือเตรียมพร้อมสำหรับใช้งานในธุรกิจ โดย ณ สิ้นปี 2566 มีมูลค่าประมาณ 11.94 ล้านบาท - สินค้าคงเหลือ
สำหรับธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่าย สินค้าคงเหลือถือเป็นทรัพย์สินหมุนเวียนที่สำคัญ เพราะประกอบด้วยสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่รอจำหน่าย ปัจจุบันงบการเงินไตรมาส 2/2569 ระบุว่าสินค้าคงเหลือสุทธิอยู่ที่ประมาณ 343.96 ล้านบาท - สินทรัพย์สิทธิการใช้
RSP ยังมี สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิในการใช้พื้นที่หรือทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่า โดย ณ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 486.56 ล้านบาท สะท้อนความสำคัญของพื้นที่เช่าต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท - สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
บริษัทมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ เช่น ระบบซอฟต์แวร์ สิทธิ และทรัพย์สินทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดย ณ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 62.17 ล้านบาท
สรุปภาพรวมทรัพย์สินหลักของ RSP สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มสำคัญ
| กลุ่มทรัพย์สิน | ตัวอย่าง |
|---|---|
| 🏢 อสังหาริมทรัพย์ | ที่ดินสำนักงานใหญ่ ที่ดินคลังสินค้า อาคารสำนักงานและคลังสินค้า |
| 📦 สินทรัพย์เพื่อการจัดจำหน่าย | สินค้าคงเหลือ อุปกรณ์คลังสินค้า อุปกรณ์สนับสนุนการขาย |
| 🏬 สิทธิในการใช้พื้นที่ | สินทรัพย์สิทธิการใช้จากสัญญาเช่า |
| 💻 สินทรัพย์สนับสนุน | อุปกรณ์สำนักงาน ยานพาหนะ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน และซอฟต์แวร์ |
ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ RSP มีทั้งทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และทรัพย์สินที่เกิดจากการเช่า เช่น สินทรัพย์สิทธิการใช้ โดยงบการเงินล่าสุด ณ 30 มิถุนายน 2569 แสดงสินทรัพย์รวมประมาณ 2,282.10 ล้านบาท และมีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 183.19 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) — RSP
จากข้อมูลบริษัทและข้อมูลที่เปิดเผยต่อ SET พบว่าโครงสร้างกลุ่มของ RSP มีธุรกิจหลักในประเทศไทย และมีการขยายธุรกิจไปยังประเทศกัมพูชา โดยบริษัทที่อยู่ในกลุ่มที่สำคัญคือ Rich Avenue Company Limited (RAV) ซึ่ง RSP ถือหุ้น 51%
- Rich Avenue Company Limited (RAV)
เป็นบริษัทที่ RSP ร่วมทุนกับ Melrose Avenue Company Limited
จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ในประเทศกัมพูชา
RSP ถือหุ้น 51%
ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เช่น รองเท้า เสื้อผ้า หมวก และกระเป๋า
ทำหน้าที่ขยายเครือข่ายแบรนด์ของ RSP ในตลาดกัมพูชา
RAV เคยได้รับสิทธิ์จัดจำหน่ายแบรนด์ ECCO และ GEOX ในกัมพูชา - Rich Avenue Finance Public Company Limited (RAF)
RSP ยังได้จัดตั้ง Rich Avenue Finance Public Company Limited ในประเทศกัมพูชา โดยจดทะเบียนเมื่อ 27 มีนาคม 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ RSP ถือหุ้น 46%
บริษัทนี้มีลักษณะเป็น กิจการร่วมค้า (Joint Venture) และดำเนินธุรกิจด้าน สินเชื่อรายย่อย (Microfinance) ในกัมพูชา ดังนั้นจึงแตกต่างจาก RAV ที่เน้นธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น
สรุปโครงสร้างกลุ่ม RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) — RSP
↓
ถือหุ้น 51% → Rich Avenue Company Limited (RAV)
→ ธุรกิจค้าปลีก/จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นในกัมพูชา
RSP
↓
ถือหุ้น 46% → Rich Avenue Finance Public Company Limited (RAF)
→ ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในกัมพูชา
นอกจากนี้ ธุรกิจของ RSP เองครอบคลุมการนำเข้า จัดจำหน่าย และบริหารร้านค้าของแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยปัจจุบันบริษัทระบุแบรนด์ที่เกี่ยวข้อง เช่น CONVERSE, BARREL, ECCO, O&B, HAVAIANAS, ADLV และ GEOX รวมถึง COVERNAT ที่เริ่มทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2568
จุดที่น่าสนใจสำหรับการวิเคราะห์ RSP: โครงสร้างไม่ได้มีเพียงธุรกิจรองเท้าและแฟชั่นในไทย แต่มีการกระจายไปยัง กัมพูชา + ธุรกิจค้าปลีก + ธุรกิจจัดจำหน่าย + การลงทุนในธุรกิจสินเชื่อผ่านกิจการร่วมค้า ทำให้เวลาวิเคราะห์ RSP ควรแยกดูผลประกอบการของธุรกิจหลักและผลจากบริษัทร่วมทุนประกอบกันด้วย
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
RSP ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและรองเท้า โดยมี Converse เป็นแบรนด์หลัก และมีการขยายไปยังแบรนด์อื่น ๆ ดังนั้นความเสี่ยงสำคัญจึงเกี่ยวข้องทั้งกับแบรนด์ การบริโภค ช่องทางค้าปลีก และการบริหารสินค้าคงคลัง โดยประเด็นต่อไปนี้สอดคล้องกับข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยในรายงานประจำปีและลักษณะธุรกิจของบริษัท
- ความเสี่ยงจากการพึ่งพาแบรนด์หลัก
รายได้ของ RSP มีความเกี่ยวข้องกับ Converse ในระดับสูง หากการต่ออายุสิทธิ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการค้า หรือการไม่ได้รับสิทธิในการจัดจำหน่ายส่งผลกระทบต่อธุรกิจ อาจกระทบรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทเคยระบุความเสี่ยงดังกล่าวไว้โดยตรง และมีแนวทางลดการพึ่งพาด้วยการเพิ่มแบรนด์อื่นเข้ามา - ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง
ธุรกิจรองเท้าและแฟชั่นขึ้นอยู่กับ กระแสความนิยม รสนิยม และกำลังซื้อของผู้บริโภค หากเทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนเร็ว หรือผู้บริโภคลดการใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น ยอดขายของ RSP อาจชะลอตัวได้ - ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดรองเท้าและสินค้าแฟชั่นมีการแข่งขันทั้งจากแบรนด์ต่างประเทศ แบรนด์ไทย และผู้ขายผ่านช่องทางออนไลน์ การแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น ทำเลร้านค้า และการทำตลาดผ่าน Social Commerce อาจกดดันยอดขายและอัตรากำไรของบริษัท โดย RSP เองก็ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและการป้องกันการผูกขาด - ความเสี่ยงจากสินค้าคงคลัง
สินค้าแฟชั่นมีความเสี่ยงเรื่อง สินค้าไม่ตรงกับเทรนด์หรือขายไม่ทันฤดูกาล หากบริษัทสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมากแต่ยอดขายต่ำกว่าคาด อาจต้องจัดโปรโมชั่นหรือลดราคาเพื่อระบายสินค้า ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นและอาจเพิ่มความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือเสื่อมสภาพหรือมีมูลค่าลดลง - ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ
RSP อยู่ในธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่น ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อ เศรษฐกิจ รายได้ครัวเรือน หนี้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นผู้บริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคอาจเลื่อนการซื้อรองเท้า เสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่นออกไป - ความเสี่ยงจากค่าเช่าและต้นทุนการดำเนินงาน
การจำหน่ายผ่านร้านค้าและจุดขายในห้างสรรพสินค้าทำให้บริษัทมีต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ ค่าเช่า ค่าพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายในการบริหารสาขา หากยอดขายต่อสาขาลดลง แต่ต้นทุนคงที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้อัตรากำไรลดลง - ความเสี่ยงจากช่องทางการจำหน่ายที่เปลี่ยนไป
พฤติกรรมผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าผ่าน E-Commerce, Marketplace และ Social Commerce มากขึ้น หากบริษัทไม่สามารถปรับรูปแบบร้านค้าและช่องทางออนไลน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค อาจเสียโอกาสทางการขายให้กับคู่แข่ง - ความเสี่ยงจากการขยายแบรนด์ใหม่
การนำแบรนด์ใหม่เข้ามาจำหน่ายช่วยลดการพึ่งพา Converse แต่ก็มีความเสี่ยงด้าน การสร้างการรับรู้แบรนด์ การทำตลาด และการยอมรับของผู้บริโภค หากแบรนด์ใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย บริษัทอาจต้องรับภาระต้นทุนการตลาดและสินค้าคงคลัง - ความเสี่ยงด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้แบรนด์
ธุรกิจของ RSP พึ่งพาสิทธิในการใช้และจัดจำหน่ายแบรนด์ต่างประเทศ จึงมีความสำคัญต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขของเจ้าของแบรนด์ รวมถึงการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา บริษัทมีนโยบายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ความเสี่ยงจากการนำเข้าสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยน
หากมีการนำเข้าสินค้าหรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของ ค่าเงินบาท ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง และต้นทุนโลจิสติกส์ อาจกระทบต้นทุนขายและอัตรากำไรของบริษัท โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินผันผวน
สรุปประเด็นที่ควรจับตา RSP
แบรนด์ → ยอดขาย → สินค้าคงคลัง → อัตรากำไร → ค่าเช่า/ต้นทุนสาขา → กำลังซื้อ
โดยสำหรับการวิเคราะห์ RSP ในมุมธุรกิจ จุดที่ควรติดตามเป็นพิเศษคือ การกระจายรายได้ไปยังแบรนด์อื่นเพื่อลดการพึ่งพา Converse, ยอดขายสาขาเดิม (SSSG), การบริหารสินค้าคงคลัง, Gross Margin และแนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยสะท้อนว่าบริษัทสามารถรับมือกับความเสี่ยงของธุรกิจแฟชั่นได้มากน้อยเพียงใด
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ริช สปอร์ต โฮลดิ้ง จำกัด | 191,000,000 | 25.71 |
| 2 | น.ส. พาพิชญ์ วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ | 133,500,100 | 17.97 |
| 3 | นาย ภาสวิช วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ | 133,100,100 | 17.91 |
| 4 | นาย ภาณุวิชญ์ วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ | 62,999,800 | 8.48 |
| 5 | นาง วลัยพร สมภักดี | 20,181,700 | 2.72 |
| 6 | SIX SIS AG | 16,884,900 | 2.27 |
| 7 | นาย กรเทพ สุขยุคล | 14,000,000 | 1.88 |
| 8 | นาย ปุณยากร ตั้งบุญญศิลป์ | 8,400,000 | 1.13 |
| 9 | นาย สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล | 7,957,600 | 1.07 |
| 10 | น.ส. ศุภัสสร เชาว์วิศิษฐ | 7,425,200 | 1.00 |
| 11 | นาย ทวีศิลป์ ชินะพัฒนวงศ์ | 7,212,700 | 0.97 |
| 12 | นาย กิตติชัย เชื้อรัตนพงษ์ | 7,100,000 | 0.96 |
| 13 | RHB INVESTMENT BANK BERHAD – INSTITUTION EQUITIES CLIENTS – GLC. | 6,639,100 | 0.89 |
| 14 | นาย ประยุทธ หัตถกิจจำเริญ | 5,813,100 | 0.78 |
| 15 | DB AG SG SES CLT ACC FOR Albula Investment Fund Limited | 5,335,200 | 0.72 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | พลเอก ไพรัช โพธิ์อุบล | ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ |
| 2 | นางสาว พาพิชญ์ วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย นิมิต ศุภรประเสริฐ | กรรมการ |
| 4 | นาย ภาสวิช วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ | กรรมการ |
| 5 | นาย ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 6 | นาย มานิต นิธิประทีป | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย อุดม ตั้งมานะสกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
RSP ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 และพัฒนาจากธุรกิจจัดจำหน่ายรองเท้าแฟชั่น โดยมี Converse เป็นแบรนด์หลัก ก่อนขยายพอร์ตสินค้า แบรนด์ และช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา จนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2560
Timeline พัฒนาการสำคัญ
ปี 2544 — จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2544 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
ปี 2546 — ได้รับสิทธิจาก Converse Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า Converse แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างธุรกิจด้านรองเท้าและแฟชั่นของบริษัท
ปี 2552 — เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
ปี 2557 — ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังถนน ณ ระนอง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ปี 2559 — ขยายพอร์ตแบรนด์ โดยได้รับสิทธิในการผลิตและจัดจำหน่าย PONY ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว ซึ่งเป็นการเพิ่มแบรนด์นอกเหนือจาก Converse
ปี 2560 — ถือเป็นปีเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ RSP
เพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรองรับการเข้าตลาดทุน
เปลี่ยนสถานะเป็น บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการจัดจำหน่าย Converse ในประเทศกัมพูชา
เริ่มจำหน่ายสินค้า PONY ผ่านเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า
10 พฤศจิกายน 2560 หุ้น RSP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ปี 2561 — ร่วมกับ Melrose Avenue Company Limited จัดตั้ง Rich Avenue Company Limited (RAV) ในกัมพูชา โดย RSP ถือหุ้น 51% เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศกัมพูชา พร้อมขยายจุดจำหน่าย Converse และ PONY ในกรุงพนมเปญและเสียมราฐ
ปี 2562 — ขยายพอร์ตแบรนด์เพิ่มเติม โดยได้รับสิทธิจำหน่าย BARREL ในประเทศไทยและกัมพูชา และ Cole Haan ในประเทศไทย ขณะที่ RAV ได้รับสิทธิจำหน่าย ECCO และ GEOX ในกัมพูชา
ปี 2563 — ขยายเข้าสู่ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์เพิ่มเติม โดยได้รับสิทธิจำหน่าย Havaianas ในประเทศไทย และ RAV ได้สิทธิจำหน่าย GEOX ในกัมพูชา พร้อมเริ่มจำหน่ายสินค้า Havaianas ผ่านร้าน Mono Brand และเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า
ปี 2564 — เดินหน้าปรับปรุงและขยายเครือข่ายร้านค้าของบริษัทและเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ส่งผลให้ ณ สิ้นปีมีจุดจำหน่ายรวมประมาณ 220 แห่งในประเทศไทยและกัมพูชา ตามข้อมูลบริษัท
ปี 2565 — ขยายร้านค้าและเคาน์เตอร์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขณะที่ RAV ได้รับสิทธิจำหน่าย Havaianas ในกัมพูชา และเปิดจุดจำหน่ายเพิ่มเติมใน AEON Mall 3 และ CHIP MONG
ปี 2566 — เริ่มกระจายความเสี่ยงด้านแบรนด์มากขึ้น โดยได้รับสิทธิจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายแบรนด์เกาหลี Acme De La Vie (ADLV) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และเข้าซื้อเครื่องหมายการค้าแบรนด์รองเท้าสตรี O&B โดยเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2566
ปี 2567 — เดินหน้าสร้างพอร์ตแบรนด์ของตนเองและแบรนด์ต่างประเทศเพิ่มเติม
ได้รับสิทธิเป็นผู้จัดจำหน่าย COVERNAT จากเกาหลีใต้ในประเทศไทย โดยเริ่มจำหน่ายในปี 2568
ขยายร้าน O&B ที่ Mega Bangna และ Siam Center
เปิดร้าน Converse ที่ One Bangkok และ Havaianas ที่ Central Phitsanulok
เพิ่มทุนใน RAV จาก 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย RSP ยังคงถือหุ้น 51%
จัดตั้ง Rich Avenue Finance Public Company Limited ในกัมพูชา เพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ โดย RSP ถือหุ้น 46%
ปี 2568 — เดินหน้าขยายช่องทางร้านค้าของแบรนด์ใหม่ โดยเปิดร้าน Covernat ที่ Dusit Central Park, O&B ที่ Central Village และ ADLV ที่ Mega Bangna พร้อมอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อรับสิทธิเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์เพิ่มเติมในประเทศไทย
ภาพรวมพัฒนาการของ RSP
จุดเปลี่ยนของ RSP สามารถมองได้เป็น 4 ช่วงหลัก คือ
Converse → ขยายแบรนด์ → ขยายตลาดกัมพูชา → สร้างพอร์ต Lifestyle ที่หลากหลาย
ปัจจุบันบริษัทระบุว่าธุรกิจครอบคลุม รองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับแฟชั่น/ไลฟ์สไตล์ และมีเครือข่ายจำหน่ายในไทยและกัมพูชา ผ่านร้านของบริษัท เคาน์เตอร์ในห้าง ร้านค้าปลีก ช่องทาง Wholesale และ Online เช่น Lazada, Shopee, LINE Official และ TikTok
ข้อมูลล่าสุด: SET ระบุว่า RSP จดทะเบียนซื้อขายตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 และจัดอยู่ในหมวด บริการ / พาณิชย์ โดยลักษณะธุรกิจคือการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ต่างประเทศในไทยและกัมพูชา
หมายเหตุ: ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น ขาดทุน 15.80 ล้านบาท เทียบกับกำไร 133.69 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งเป็นข้อมูลผลประกอบการ ไม่ใช่พัฒนาการเชิงธุรกิจโดยตรง แต่เป็นประเด็นที่ควรนำไปประกอบการวิเคราะห์ RSP ต่อไป
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 301.39 | 513.88 | 479.83 | 446.75 | 531.50 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 168.10 | 130.22 | 157.94 | 158.02 | 131.24 |
| สินค้าคงเหลือ | 464.58 | 477.81 | 362.05 | 403.44 | 343.96 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,554.89 | 1,522.47 | 1,373.68 | 1,372.83 | 1,410.73 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 197.58 | 206.10 | 177.16 | 180.66 | 183.19 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 743.62 | 866.41 | 831.65 | 807.23 | 871.37 |
| รวมสินทรัพย์ | 2,298.51 | 2,388.88 | 2,205.34 | 2,180.06 | 2,282.10 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 113.65 | 93.90 | 87.17 | 89.76 | 84.43 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 205.07 | 207.84 | 198.92 | 185.80 | 207.31 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 388.76 | 444.63 | 438.44 | 418.27 | 468.32 |
| รวมหนี้สิน | 593.84 | 652.47 | 637.37 | 604.07 | 675.62 |
| ทุนจดทะเบียน | 743.00 | 743.00 | 743.00 | 743.00 | 743.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 743.00 | 743.00 | 743.00 | 743.00 | 743.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 823.13 | 823.13 | 823.13 | 823.13 | 823.13 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 166.89 | 210.52 | 61.04 | 62.35 | 101.14 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -46.94 | -47.77 | -52.37 | -51.78 | -51.23 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,686.07 | 1,728.88 | 1,574.79 | 1,576.70 | 1,616.04 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 18.60 | 7.54 | -6.82 | -0.70 | -9.57 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 1,451.42 | 1,415.76 | 1,276.18 | 639.46 | 671.25 |
| รายได้อื่น | 70.03 | 60.59 | 30.73 | 20.73 | 44.62 |
| รวมรายได้ | 1,521.46 | 1,476.35 | 1,306.91 | 660.19 | 715.87 |
| ต้นทุน | 618.99 | 618.21 | 538.66 | 264.30 | 252.00 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 707.25 | 769.96 | 730.24 | 364.95 | 395.35 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 1,383.51 | 1,388.17 | 1,305.67 | 671.70 | 650.72 |
| EBITDA | 239.41 | 317.61 | 144.48 | 55.65 | 142.52 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 101.46 | 137.23 | 147.94 | 69.30 | 79.09 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 137.95 | 180.38 | -3.46 | -13.65 | 63.43 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 103.69 | 133.69 | -15.80 | -14.49 | 40.11 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.14 | 0.18 | -0.02 | -0.02 | 0.05 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 64.10 | 230.42 | 296.46 | 195.42 | 159.07 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | 92.78 | 178.72 | -179.40 | -180.20 | -40.48 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -221.58 | -197.30 | -253.09 | -184.12 | -66.93 |
| เงินสดสุทธิ | -64.70 | 211.84 | -136.04 | -168.90 | 51.66 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 9.49 | 8.86 | 9.17 | 9.04 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 38.45 | 41.21 | 39.80 | 40.36 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 1.31 | 1.28 | 1.32 | 1.41 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 278.20 | 284.55 | 277.10 | 259.14 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 5.96 | 5.95 | 5.89 | 6.04 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 61.27 | 61.35 | 62.02 | 60.40 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 255.39 | 264.41 | 254.88 | 239.10 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
🔥 RSP จับตา “ฐาน 1.04 บาท” — วอลุ่มต้องกลับมา เกมถึงจะเปลี่ยน!
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP ปิดล่าสุดวันที่ 25 ก.ย. 2569 ที่ 1.04 บาท ลดลง 0.02 บาท (-1.89%) โดยราคายังแกว่งตัวในกรอบแคบ หลังจากก่อนหน้านี้มีแรงซื้อเข้ามาชัดเจนช่วง 20–25 ส.ค.
📊 ภาพกราฟเทคนิค
โครงสร้างระยะสั้น:
RSP อยู่ในช่วง พักฐาน/สร้างฐาน หลังราคาขยับจากบริเวณ 0.93–1.00 บาทขึ้นมาทดสอบโซน 1.07–1.10 บาท ก่อนอ่อนตัวลงมาแกว่งบริเวณ 1.04–1.06 บาท
จุดที่น่าสนใจคือช่วง 25 ส.ค. ราคาขึ้นไปแตะ 1.22 บาท พร้อมวอลุ่มสูงถึงประมาณ 6.24 ล้านหุ้น ก่อนเข้าสู่การพักตัว ทำให้โซน 1.10–1.13 บาทกลายเป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา
🎯 แนวรับ–แนวต้าน
แนวรับ
🟢 1.04 บาท — ฐานระยะสั้น ต้องรักษาให้อยู่
🟢 1.00–1.02 บาท — แนวรับถัดไป
🔴 0.94–0.96 บาท — ฐานสำคัญ หากหลุด 1.00 บาท
แนวต้าน
🔥 1.06–1.08 บาท — ด่านแรก
🔥 1.10–1.13 บาท — แนวต้านสำคัญ + โซนที่เคยมีแรงขาย
🚀 1.20–1.22 บาท — High เดิม เป็นด่านใหญ่
📈 Breakout + Volume ต้องมา!
จังหวะที่น่าจับตาไม่ใช่แค่การขึ้นผ่านแนวต้าน แต่ต้องดู “ราคา + วอลุ่ม” ไปพร้อมกัน
หาก RSP สามารถ ทะลุ 1.08 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่ากำลังซื้อเริ่มกลับมา และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1.10–1.13 บาท
แต่ถ้าสามารถผ่าน 1.13 บาท พร้อมวอลุ่มหนาแน่น ได้ จะทำให้ภาพทางเทคนิคแข็งแรงขึ้น และมีโอกาสกลับไปทดสอบโซน 1.20–1.22 บาท
ในทางกลับกัน หาก หลุด 1.04 บาท และมีแรงขายพร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น ต้องระวังการถอยกลับไปทดสอบ 1.00–1.02 บาท
⚡ สัญญาณ Momentum
ข้อมูล Technical ณ 25 ก.ย. ระบุว่า RSI(14) อยู่ประมาณ 46 ขณะที่ MACD อยู่ใกล้ศูนย์ สะท้อนว่ากำลังโมเมนตัมยังไม่ได้อยู่ในภาวะร้อนแรง ส่วนค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ MA5–MA200 อยู่บริเวณประมาณ 1.04–1.05 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันยังอยู่ในโซนที่ต้องรอการเลือกทิศทางอย่างชัดเจน
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
🔥 RSP ยังอยู่ในโหมด “สร้างฐาน” — 1.04 บาทคือจุดที่ต้องจับตา!
🚨 ผ่าน 1.08 บาท = เริ่มมีสัญญาณบวก
🚀 ผ่าน 1.10–1.13 บาท + Volume = โมเมนตัมมีโอกาสเร่งตัว
🎯 เป้าหมายถัดไปที่ต้องจับตา 1.20–1.22 บาท
⚠️ หลุด 1.04 บาท = ระวังฐานเสียและถอยทดสอบ 1.00–1.02 บาท
หัวใจของกราฟนี้: ราคาอยู่ใกล้ฐาน แต่ “วอลุ่มคือคำตอบ” — ถ้าการเบรกครั้งต่อไปมาพร้อม Volume ที่ชัดเจน ภาพกราฟจะน่าสนใจกว่าการเด้งแบบวอลุ่มบาง ๆ
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น RSP — บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP อยู่ในหมวด พาณิชย์ ธุรกิจหลักคือการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ต่างประเทศ ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ ผ่านเครือข่ายในไทยและกัมพูชา รวมถึงห้างค้าปลีกและช่องทางออนไลน์
🔥 จุดที่น่าจับตา: ผลประกอบการปี 2569 ฟื้นตัว
ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 ถือว่าเห็นการฟื้นตัวชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
Q1/2569 กำไรสุทธิ 31.24 ล้านบาท จาก 1.23 ล้านบาทใน Q1/2568
Q2/2569 กำไรสุทธิ 8.87 ล้านบาท จากขาดทุน 15.73 ล้านบาทใน Q2/2568
6M/2569 กำไรสุทธิ 40.11 ล้านบาท จากขาดทุน 14.49 ล้านบาทใน 6M/2568
ปี 2568 ทั้งปี RSP ขาดทุนสุทธิ 15.80 ล้านบาท เทียบกับกำไร 133.69 ล้านบาทในปี 2567
ดังนั้นประเด็นสำคัญของ RSP ตอนนี้คือ การพลิกจากขาดทุนกลับมากำไร แต่ต้องติดตามว่ากำไรจะรักษาระดับได้ต่อเนื่องหรือไม่
👟 ธุรกิจของ RSP ทำอะไร?
RSP มีฐานธุรกิจอยู่ในตลาด Fashion & Lifestyle โดยจำหน่ายสินค้า เช่น
รองเท้า
เสื้อผ้า
กระเป๋า
หมวก
ถุงเท้า
Accessories
บริษัทมีเครือข่ายจำหน่ายทั้ง หน้าร้าน ห้างสรรพสินค้า Retail Chain และ Online ในประเทศไทยและกัมพูชา
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญคือความสัมพันธ์กับแบรนด์ต่างประเทศ โดยบริษัทเริ่มต้นจากการได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่าย Converse ในประเทศไทย และต่อมาได้รับสิทธิ์ Converse ในกัมพูชาด้วย
นอกจากนี้ RSP ยังขยายพอร์ตแบรนด์ เช่น COVERNAT, O&B และ Havaianas โดยมีการเปิดร้านของแบรนด์เหล่านี้เพิ่มเติมในช่วงที่ผ่านมา
💰 วิเคราะห์ฐานะการเงิน
ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569
RSP มี
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 531.50 ล้านบาท
เงินลงทุนระยะสั้นประมาณ 400.85 ล้านบาท
สินทรัพย์รวมประมาณ 2,282.10 ล้านบาท
หนี้สินรวมประมาณ 675.62 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 1,606.48 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทมี เงินสด + เงินลงทุนระยะสั้นรวมกว่า 932 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ประมาณ 676 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนฐานะสภาพคล่องที่ค่อนข้างมีเบาะรองรับ
อย่างไรก็ตาม หนี้สินไม่หมุนเวียนส่วนหนึ่งเป็น หนี้สินตามสัญญาเช่า 421.33 ล้านบาท จึงควรติดตามภาระค่าเช่าและต้นทุนการดำเนินงานของร้านค้าควบคู่กัน
📊 วิเคราะห์หุ้น RSP เชิงพื้นฐาน
ข้อมูล SET ณ วันที่ 4 ก.ย. 2569 ระบุว่า RSP มี Market Cap ประมาณ 802 ล้านบาท, EV ประมาณ 795 ล้านบาท และ EBITDA ประมาณ 142.5 ล้านบาท ขณะที่ P/E อยู่ประมาณ 20.68 เท่า ณ วันดังกล่าว
ราคาหุ้นช่วงดังกล่าวอยู่แถว 1.08 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 0.86–1.32 บาท
แต่ ณ 26 ก.ย. 2569 ราคาล่าสุดที่ SET แสดงอยู่ประมาณ 1.04 บาท ดังนั้นราคาหุ้นยังอยู่บริเวณโซนล่างของกรอบ 52 สัปดาห์
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
- พึ่งพาธุรกิจแฟชั่นและกำลังซื้อ
สินค้า Fashion & Lifestyle เป็นสินค้าที่อ่อนไหวต่อกำลังซื้อ หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคอาจลดการใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น - ความเสี่ยงจากแบรนด์
โมเดลธุรกิจของ RSP มีความเกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายแบรนด์ต่างประเทศ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจัดจำหน่าย อายุสัญญา หรือความนิยมของแบรนด์ สามารถกระทบรายได้ได้ - ค่าใช้จ่ายหน้าร้าน
การขยายร้านช่วยเพิ่มช่องทางขาย แต่ในอีกด้านหนึ่งทำให้เกิดต้นทุนค่าเช่า บุคลากร และค่าใช้จ่ายในการบริหารร้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องควบคุมให้ยอดขายต่อสาขาคุ้มกับต้นทุน - กำไรยังต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง
แม้ 6M/2569 จะกลับมากำไร 40.1 ล้านบาท แต่ปี 2568 เพิ่งขาดทุน 15.8 ล้านบาท ดังนั้นยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นแนวโน้มถาวร ต้องติดตาม Q3–Q4/2569 ต่อ
📈 มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดที่พบ 1.04 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.86–1.32 บาท
สำหรับสไตล์ เพจหุ้นสายเทคนิค / Breakout + Volume จุดที่ควรจับตาคือ
แนวรับ
1.00 บาท
0.95 บาท
0.86 บาท
แนวต้าน
1.05–1.10 บาท
1.20 บาท
1.32 บาท
🔥 เกมเทคนิคของ RSP
บริเวณ 1.05–1.10 บาท เป็นโซนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
ถ้าราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในเชิง Momentum มากกว่าการเบรกด้วยวอลุ่มต่ำ
แต่หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านและกลับหลุด 1.00 บาท ต้องระวังแรงขายและการกลับไปทดสอบฐานเดิม
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นกรอบวิเคราะห์เชิงเทคนิค ไม่ใช่การรับรองว่าราคาจะเคลื่อนไหวตามระดับดังกล่าว
🎯 สรุป RSP แบบนักลงทุน
RSP = หุ้นแฟชั่นที่กำลังอยู่ในช่วง “พิสูจน์การฟื้นตัว”
จุดเด่นคือ ฐานะการเงินมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นสูง, ธุรกิจมีเครือข่ายจัดจำหน่ายในไทย–กัมพูชา และผลประกอบการ 6M/2569 พลิกกลับมามีกำไร 40.1 ล้านบาท หลังจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
แต่โจทย์สำคัญจากนี้คือ กำไรจะโตต่อหรือไม่ + ยอดขายสาขา/ออนไลน์จะเดินหน้าต่ออย่างไร + Margin จะรักษาระดับได้หรือไม่
สำหรับสายเทคนิค จุดที่ต้องเฝ้าคือ 1.05–1.10 บาท + Volume หากเกิด Breakout พร้อมวอลุ่ม จะเป็นจุดที่ตลาดต้องจับตา ขณะที่ 1.00 บาท เป็นระดับสำคัญในการติดตามแรงรับระยะสั้น

