ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น RSP บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น RSP บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น RSP บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ RSP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.18บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.13บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.21บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.15บาท–เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ต่างประเทศ ทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา
จากข้อมูลรายละเอียดทรัพย์สินที่บริษัทเปิดเผยใน แบบ 56-1 One Report และข้อมูลทางการเงินล่าสุด สามารถสรุปทรัพย์สินสำคัญที่ใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจได้ดังนี้

  1. ที่ดินสำนักงานสำนักงานใหญ่
    บริษัทมีที่ดินบริเวณ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร สำหรับใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานสำนักงานใหญ่ โดยข้อมูล One Report ระบุว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท เนื้อที่ประมาณ 60 ตารางวา และมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 12.01 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2566
  2. ที่ดินคลังสินค้า
    RSP มีที่ดินสำหรับใช้เป็นพื้นที่คลังสินค้าใน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 47.98 ล้านบาท ตามข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2566
  3. อาคารสำนักงานและคลังสินค้า
    อาคารสำนักงานและคลังสินค้าเป็นทรัพย์สินสำคัญที่รองรับการบริหารงานและการจัดเก็บสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ก่อนกระจายไปยังช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ โดย ณ สิ้นปี 2566 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 11.48 ล้านบาท
  4. อุปกรณ์และเครื่องมือในการดำเนินงาน
    บริษัทมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์ภายในคลังสินค้า และอุปกรณ์สนับสนุนการขายและบริหารจัดการสินค้า โดย One Report ณ สิ้นปี 2566 ระบุมูลค่าตามบัญชีสุทธิของ อุปกรณ์ประมาณ 105.86 ล้านบาท
  5. ยานพาหนะ
    ยานพาหนะเป็นทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานและการขนส่ง/กระจายสินค้าของบริษัท โดย ณ สิ้นปี 2566 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 8.31 ล้านบาท
  6. สินทรัพย์ระหว่างติดตั้ง
    บริษัทมีสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการติดตั้งหรือเตรียมพร้อมสำหรับใช้งานในธุรกิจ โดย ณ สิ้นปี 2566 มีมูลค่าประมาณ 11.94 ล้านบาท
  7. สินค้าคงเหลือ
    สำหรับธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่าย สินค้าคงเหลือถือเป็นทรัพย์สินหมุนเวียนที่สำคัญ เพราะประกอบด้วยสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่รอจำหน่าย ปัจจุบันงบการเงินไตรมาส 2/2569 ระบุว่าสินค้าคงเหลือสุทธิอยู่ที่ประมาณ 343.96 ล้านบาท
  8. สินทรัพย์สิทธิการใช้
    RSP ยังมี สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิในการใช้พื้นที่หรือทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่า โดย ณ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 486.56 ล้านบาท สะท้อนความสำคัญของพื้นที่เช่าต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  9. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
    บริษัทมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ เช่น ระบบซอฟต์แวร์ สิทธิ และทรัพย์สินทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดย ณ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 62.17 ล้านบาท

สรุปภาพรวมทรัพย์สินหลักของ RSP สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มสำคัญ

กลุ่มทรัพย์สินตัวอย่าง
🏢 อสังหาริมทรัพย์ที่ดินสำนักงานใหญ่ ที่ดินคลังสินค้า อาคารสำนักงานและคลังสินค้า
📦 สินทรัพย์เพื่อการจัดจำหน่ายสินค้าคงเหลือ อุปกรณ์คลังสินค้า อุปกรณ์สนับสนุนการขาย
🏬 สิทธิในการใช้พื้นที่สินทรัพย์สิทธิการใช้จากสัญญาเช่า
💻 สินทรัพย์สนับสนุนอุปกรณ์สำนักงาน ยานพาหนะ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน และซอฟต์แวร์

ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ RSP มีทั้งทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และทรัพย์สินที่เกิดจากการเช่า เช่น สินทรัพย์สิทธิการใช้ โดยงบการเงินล่าสุด ณ 30 มิถุนายน 2569 แสดงสินทรัพย์รวมประมาณ 2,282.10 ล้านบาท และมีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 183.19 ล้านบาท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) — RSP
จากข้อมูลบริษัทและข้อมูลที่เปิดเผยต่อ SET พบว่าโครงสร้างกลุ่มของ RSP มีธุรกิจหลักในประเทศไทย และมีการขยายธุรกิจไปยังประเทศกัมพูชา โดยบริษัทที่อยู่ในกลุ่มที่สำคัญคือ Rich Avenue Company Limited (RAV) ซึ่ง RSP ถือหุ้น 51%

  1. Rich Avenue Company Limited (RAV)
    เป็นบริษัทที่ RSP ร่วมทุนกับ Melrose Avenue Company Limited
    จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ในประเทศกัมพูชา
    RSP ถือหุ้น 51%
    ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เช่น รองเท้า เสื้อผ้า หมวก และกระเป๋า
    ทำหน้าที่ขยายเครือข่ายแบรนด์ของ RSP ในตลาดกัมพูชา
    RAV เคยได้รับสิทธิ์จัดจำหน่ายแบรนด์ ECCO และ GEOX ในกัมพูชา
  2. Rich Avenue Finance Public Company Limited (RAF)
    RSP ยังได้จัดตั้ง Rich Avenue Finance Public Company Limited ในประเทศกัมพูชา โดยจดทะเบียนเมื่อ 27 มีนาคม 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ RSP ถือหุ้น 46%
    บริษัทนี้มีลักษณะเป็น กิจการร่วมค้า (Joint Venture) และดำเนินธุรกิจด้าน สินเชื่อรายย่อย (Microfinance) ในกัมพูชา ดังนั้นจึงแตกต่างจาก RAV ที่เน้นธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น

สรุปโครงสร้างกลุ่ม RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) — RSP
↓
ถือหุ้น 51% → Rich Avenue Company Limited (RAV)
→ ธุรกิจค้าปลีก/จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นในกัมพูชา
RSP
↓
ถือหุ้น 46% → Rich Avenue Finance Public Company Limited (RAF)
→ ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในกัมพูชา
นอกจากนี้ ธุรกิจของ RSP เองครอบคลุมการนำเข้า จัดจำหน่าย และบริหารร้านค้าของแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยปัจจุบันบริษัทระบุแบรนด์ที่เกี่ยวข้อง เช่น CONVERSE, BARREL, ECCO, O&B, HAVAIANAS, ADLV และ GEOX รวมถึง COVERNAT ที่เริ่มทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2568
จุดที่น่าสนใจสำหรับการวิเคราะห์ RSP: โครงสร้างไม่ได้มีเพียงธุรกิจรองเท้าและแฟชั่นในไทย แต่มีการกระจายไปยัง กัมพูชา + ธุรกิจค้าปลีก + ธุรกิจจัดจำหน่าย + การลงทุนในธุรกิจสินเชื่อผ่านกิจการร่วมค้า ทำให้เวลาวิเคราะห์ RSP ควรแยกดูผลประกอบการของธุรกิจหลักและผลจากบริษัทร่วมทุนประกอบกันด้วย



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
RSP ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและรองเท้า โดยมี Converse เป็นแบรนด์หลัก และมีการขยายไปยังแบรนด์อื่น ๆ ดังนั้นความเสี่ยงสำคัญจึงเกี่ยวข้องทั้งกับแบรนด์ การบริโภค ช่องทางค้าปลีก และการบริหารสินค้าคงคลัง โดยประเด็นต่อไปนี้สอดคล้องกับข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยในรายงานประจำปีและลักษณะธุรกิจของบริษัท

  1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาแบรนด์หลัก
    รายได้ของ RSP มีความเกี่ยวข้องกับ Converse ในระดับสูง หากการต่ออายุสิทธิ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการค้า หรือการไม่ได้รับสิทธิในการจัดจำหน่ายส่งผลกระทบต่อธุรกิจ อาจกระทบรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทเคยระบุความเสี่ยงดังกล่าวไว้โดยตรง และมีแนวทางลดการพึ่งพาด้วยการเพิ่มแบรนด์อื่นเข้ามา
  2. ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง
    ธุรกิจรองเท้าและแฟชั่นขึ้นอยู่กับ กระแสความนิยม รสนิยม และกำลังซื้อของผู้บริโภค หากเทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนเร็ว หรือผู้บริโภคลดการใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น ยอดขายของ RSP อาจชะลอตัวได้
  3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
    ตลาดรองเท้าและสินค้าแฟชั่นมีการแข่งขันทั้งจากแบรนด์ต่างประเทศ แบรนด์ไทย และผู้ขายผ่านช่องทางออนไลน์ การแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น ทำเลร้านค้า และการทำตลาดผ่าน Social Commerce อาจกดดันยอดขายและอัตรากำไรของบริษัท โดย RSP เองก็ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและการป้องกันการผูกขาด
  4. ความเสี่ยงจากสินค้าคงคลัง
    สินค้าแฟชั่นมีความเสี่ยงเรื่อง สินค้าไม่ตรงกับเทรนด์หรือขายไม่ทันฤดูกาล หากบริษัทสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมากแต่ยอดขายต่ำกว่าคาด อาจต้องจัดโปรโมชั่นหรือลดราคาเพื่อระบายสินค้า ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นและอาจเพิ่มความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือเสื่อมสภาพหรือมีมูลค่าลดลง
  5. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ
    RSP อยู่ในธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่น ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อ เศรษฐกิจ รายได้ครัวเรือน หนี้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นผู้บริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคอาจเลื่อนการซื้อรองเท้า เสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่นออกไป
  6. ความเสี่ยงจากค่าเช่าและต้นทุนการดำเนินงาน
    การจำหน่ายผ่านร้านค้าและจุดขายในห้างสรรพสินค้าทำให้บริษัทมีต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ ค่าเช่า ค่าพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายในการบริหารสาขา หากยอดขายต่อสาขาลดลง แต่ต้นทุนคงที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้อัตรากำไรลดลง
  7. ความเสี่ยงจากช่องทางการจำหน่ายที่เปลี่ยนไป
    พฤติกรรมผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าผ่าน E-Commerce, Marketplace และ Social Commerce มากขึ้น หากบริษัทไม่สามารถปรับรูปแบบร้านค้าและช่องทางออนไลน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค อาจเสียโอกาสทางการขายให้กับคู่แข่ง
  8. ความเสี่ยงจากการขยายแบรนด์ใหม่
    การนำแบรนด์ใหม่เข้ามาจำหน่ายช่วยลดการพึ่งพา Converse แต่ก็มีความเสี่ยงด้าน การสร้างการรับรู้แบรนด์ การทำตลาด และการยอมรับของผู้บริโภค หากแบรนด์ใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย บริษัทอาจต้องรับภาระต้นทุนการตลาดและสินค้าคงคลัง
  9. ความเสี่ยงด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้แบรนด์
    ธุรกิจของ RSP พึ่งพาสิทธิในการใช้และจัดจำหน่ายแบรนด์ต่างประเทศ จึงมีความสำคัญต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขของเจ้าของแบรนด์ รวมถึงการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา บริษัทมีนโยบายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  10. ความเสี่ยงจากการนำเข้าสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยน
    หากมีการนำเข้าสินค้าหรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของ ค่าเงินบาท ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง และต้นทุนโลจิสติกส์ อาจกระทบต้นทุนขายและอัตรากำไรของบริษัท โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินผันผวน

สรุปประเด็นที่ควรจับตา RSP
แบรนด์ → ยอดขาย → สินค้าคงคลัง → อัตรากำไร → ค่าเช่า/ต้นทุนสาขา → กำลังซื้อ
โดยสำหรับการวิเคราะห์ RSP ในมุมธุรกิจ จุดที่ควรติดตามเป็นพิเศษคือ การกระจายรายได้ไปยังแบรนด์อื่นเพื่อลดการพึ่งพา Converse, ยอดขายสาขาเดิม (SSSG), การบริหารสินค้าคงคลัง, Gross Margin และแนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยสะท้อนว่าบริษัทสามารถรับมือกับความเสี่ยงของธุรกิจแฟชั่นได้มากน้อยเพียงใด


ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น RSP
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
RSP ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 และพัฒนาจากธุรกิจจัดจำหน่ายรองเท้าแฟชั่น โดยมี Converse เป็นแบรนด์หลัก ก่อนขยายพอร์ตสินค้า แบรนด์ และช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา จนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2560
Timeline พัฒนาการสำคัญ
ปี 2544 — จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2544 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
ปี 2546 — ได้รับสิทธิจาก Converse Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า Converse แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างธุรกิจด้านรองเท้าและแฟชั่นของบริษัท
ปี 2552 — เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
ปี 2557 — ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังถนน ณ ระนอง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ปี 2559 — ขยายพอร์ตแบรนด์ โดยได้รับสิทธิในการผลิตและจัดจำหน่าย PONY ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว ซึ่งเป็นการเพิ่มแบรนด์นอกเหนือจาก Converse
ปี 2560 — ถือเป็นปีเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ RSP
เพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรองรับการเข้าตลาดทุน
เปลี่ยนสถานะเป็น บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการจัดจำหน่าย Converse ในประเทศกัมพูชา
เริ่มจำหน่ายสินค้า PONY ผ่านเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า
10 พฤศจิกายน 2560 หุ้น RSP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ปี 2561 — ร่วมกับ Melrose Avenue Company Limited จัดตั้ง Rich Avenue Company Limited (RAV) ในกัมพูชา โดย RSP ถือหุ้น 51% เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศกัมพูชา พร้อมขยายจุดจำหน่าย Converse และ PONY ในกรุงพนมเปญและเสียมราฐ
ปี 2562 — ขยายพอร์ตแบรนด์เพิ่มเติม โดยได้รับสิทธิจำหน่าย BARREL ในประเทศไทยและกัมพูชา และ Cole Haan ในประเทศไทย ขณะที่ RAV ได้รับสิทธิจำหน่าย ECCO และ GEOX ในกัมพูชา
ปี 2563 — ขยายเข้าสู่ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์เพิ่มเติม โดยได้รับสิทธิจำหน่าย Havaianas ในประเทศไทย และ RAV ได้สิทธิจำหน่าย GEOX ในกัมพูชา พร้อมเริ่มจำหน่ายสินค้า Havaianas ผ่านร้าน Mono Brand และเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า
ปี 2564 — เดินหน้าปรับปรุงและขยายเครือข่ายร้านค้าของบริษัทและเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ส่งผลให้ ณ สิ้นปีมีจุดจำหน่ายรวมประมาณ 220 แห่งในประเทศไทยและกัมพูชา ตามข้อมูลบริษัท
ปี 2565 — ขยายร้านค้าและเคาน์เตอร์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขณะที่ RAV ได้รับสิทธิจำหน่าย Havaianas ในกัมพูชา และเปิดจุดจำหน่ายเพิ่มเติมใน AEON Mall 3 และ CHIP MONG
ปี 2566 — เริ่มกระจายความเสี่ยงด้านแบรนด์มากขึ้น โดยได้รับสิทธิจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายแบรนด์เกาหลี Acme De La Vie (ADLV) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และเข้าซื้อเครื่องหมายการค้าแบรนด์รองเท้าสตรี O&B โดยเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2566
ปี 2567 — เดินหน้าสร้างพอร์ตแบรนด์ของตนเองและแบรนด์ต่างประเทศเพิ่มเติม
ได้รับสิทธิเป็นผู้จัดจำหน่าย COVERNAT จากเกาหลีใต้ในประเทศไทย โดยเริ่มจำหน่ายในปี 2568
ขยายร้าน O&B ที่ Mega Bangna และ Siam Center
เปิดร้าน Converse ที่ One Bangkok และ Havaianas ที่ Central Phitsanulok
เพิ่มทุนใน RAV จาก 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย RSP ยังคงถือหุ้น 51%
จัดตั้ง Rich Avenue Finance Public Company Limited ในกัมพูชา เพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ โดย RSP ถือหุ้น 46%
ปี 2568 — เดินหน้าขยายช่องทางร้านค้าของแบรนด์ใหม่ โดยเปิดร้าน Covernat ที่ Dusit Central Park, O&B ที่ Central Village และ ADLV ที่ Mega Bangna พร้อมอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อรับสิทธิเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์เพิ่มเติมในประเทศไทย
ภาพรวมพัฒนาการของ RSP
จุดเปลี่ยนของ RSP สามารถมองได้เป็น 4 ช่วงหลัก คือ
Converse → ขยายแบรนด์ → ขยายตลาดกัมพูชา → สร้างพอร์ต Lifestyle ที่หลากหลาย
ปัจจุบันบริษัทระบุว่าธุรกิจครอบคลุม รองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับแฟชั่น/ไลฟ์สไตล์ และมีเครือข่ายจำหน่ายในไทยและกัมพูชา ผ่านร้านของบริษัท เคาน์เตอร์ในห้าง ร้านค้าปลีก ช่องทาง Wholesale และ Online เช่น Lazada, Shopee, LINE Official และ TikTok
ข้อมูลล่าสุด: SET ระบุว่า RSP จดทะเบียนซื้อขายตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 และจัดอยู่ในหมวด บริการ / พาณิชย์ โดยลักษณะธุรกิจคือการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ต่างประเทศในไทยและกัมพูชา
หมายเหตุ: ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น ขาดทุน 15.80 ล้านบาท เทียบกับกำไร 133.69 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งเป็นข้อมูลผลประกอบการ ไม่ใช่พัฒนาการเชิงธุรกิจโดยตรง แต่เป็นประเด็นที่ควรนำไปประกอบการวิเคราะห์ RSP ต่อไป


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด301.39513.88479.83446.75531.50
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ168.10130.22157.94158.02131.24
สินค้าคงเหลือ464.58477.81362.05403.44343.96
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,554.891,522.471,373.681,372.831,410.73
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ197.58206.10177.16180.66183.19
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน743.62866.41831.65807.23871.37
รวมสินทรัพย์2,298.512,388.882,205.342,180.062,282.10
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ113.6593.9087.1789.7684.43
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน205.07207.84198.92185.80207.31
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน388.76444.63438.44418.27468.32
รวมหนี้สิน593.84652.47637.37604.07675.62
ทุนจดทะเบียน743.00743.00743.00743.00743.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า743.00743.00743.00743.00743.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น823.13823.13823.13823.13823.13
กำไร(ขาดทุน)สะสม166.89210.5261.0462.35101.14
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-46.94-47.77-52.37-51.78-51.23
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,686.071,728.881,574.791,576.701,616.04
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย18.607.54-6.82-0.70-9.57

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,451.421,415.761,276.18639.46671.25
รายได้อื่น70.0360.5930.7320.7344.62
รวมรายได้1,521.461,476.351,306.91660.19715.87
ต้นทุน618.99618.21538.66264.30252.00
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร707.25769.96730.24364.95395.35
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,383.511,388.171,305.67671.70650.72
EBITDA239.41317.61144.4855.65142.52
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย101.46137.23147.9469.3079.09
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้137.95180.38-3.46-13.6563.43
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่103.69133.69-15.80-14.4940.11
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.140.18-0.02-0.020.05

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน64.10230.42296.46195.42159.07
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน92.78178.72-179.40-180.20-40.48
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-221.58-197.30-253.09-184.12-66.93
เงินสดสุทธิ-64.70211.84-136.04-168.9051.66

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)9.498.869.179.04
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)38.4541.2139.8040.36
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.311.281.321.41
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)278.20284.55277.10259.14
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.965.955.896.04
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)61.2761.3562.0260.40
วงจรเงินสด (วัน)255.39264.41254.88239.10

🔥 RSP จับตา “ฐาน 1.04 บาท” — วอลุ่มต้องกลับมา เกมถึงจะเปลี่ยน!
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP ปิดล่าสุดวันที่ 25 ก.ย. 2569 ที่ 1.04 บาท ลดลง 0.02 บาท (-1.89%) โดยราคายังแกว่งตัวในกรอบแคบ หลังจากก่อนหน้านี้มีแรงซื้อเข้ามาชัดเจนช่วง 20–25 ส.ค.
📊 ภาพกราฟเทคนิค
โครงสร้างระยะสั้น:
RSP อยู่ในช่วง พักฐาน/สร้างฐาน หลังราคาขยับจากบริเวณ 0.93–1.00 บาทขึ้นมาทดสอบโซน 1.07–1.10 บาท ก่อนอ่อนตัวลงมาแกว่งบริเวณ 1.04–1.06 บาท
จุดที่น่าสนใจคือช่วง 25 ส.ค. ราคาขึ้นไปแตะ 1.22 บาท พร้อมวอลุ่มสูงถึงประมาณ 6.24 ล้านหุ้น ก่อนเข้าสู่การพักตัว ทำให้โซน 1.10–1.13 บาทกลายเป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา
🎯 แนวรับ–แนวต้าน
แนวรับ
🟢 1.04 บาท — ฐานระยะสั้น ต้องรักษาให้อยู่
🟢 1.00–1.02 บาท — แนวรับถัดไป
🔴 0.94–0.96 บาท — ฐานสำคัญ หากหลุด 1.00 บาท
แนวต้าน
🔥 1.06–1.08 บาท — ด่านแรก
🔥 1.10–1.13 บาท — แนวต้านสำคัญ + โซนที่เคยมีแรงขาย
🚀 1.20–1.22 บาท — High เดิม เป็นด่านใหญ่
📈 Breakout + Volume ต้องมา!
จังหวะที่น่าจับตาไม่ใช่แค่การขึ้นผ่านแนวต้าน แต่ต้องดู “ราคา + วอลุ่ม” ไปพร้อมกัน
หาก RSP สามารถ ทะลุ 1.08 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่ากำลังซื้อเริ่มกลับมา และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1.10–1.13 บาท
แต่ถ้าสามารถผ่าน 1.13 บาท พร้อมวอลุ่มหนาแน่น ได้ จะทำให้ภาพทางเทคนิคแข็งแรงขึ้น และมีโอกาสกลับไปทดสอบโซน 1.20–1.22 บาท
ในทางกลับกัน หาก หลุด 1.04 บาท และมีแรงขายพร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น ต้องระวังการถอยกลับไปทดสอบ 1.00–1.02 บาท
⚡ สัญญาณ Momentum
ข้อมูล Technical ณ 25 ก.ย. ระบุว่า RSI(14) อยู่ประมาณ 46 ขณะที่ MACD อยู่ใกล้ศูนย์ สะท้อนว่ากำลังโมเมนตัมยังไม่ได้อยู่ในภาวะร้อนแรง ส่วนค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ MA5–MA200 อยู่บริเวณประมาณ 1.04–1.05 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันยังอยู่ในโซนที่ต้องรอการเลือกทิศทางอย่างชัดเจน
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
🔥 RSP ยังอยู่ในโหมด “สร้างฐาน” — 1.04 บาทคือจุดที่ต้องจับตา!
🚨 ผ่าน 1.08 บาท = เริ่มมีสัญญาณบวก
🚀 ผ่าน 1.10–1.13 บาท + Volume = โมเมนตัมมีโอกาสเร่งตัว
🎯 เป้าหมายถัดไปที่ต้องจับตา 1.20–1.22 บาท
⚠️ หลุด 1.04 บาท = ระวังฐานเสียและถอยทดสอบ 1.00–1.02 บาท
หัวใจของกราฟนี้: ราคาอยู่ใกล้ฐาน แต่ “วอลุ่มคือคำตอบ” — ถ้าการเบรกครั้งต่อไปมาพร้อม Volume ที่ชัดเจน ภาพกราฟจะน่าสนใจกว่าการเด้งแบบวอลุ่มบาง ๆ


วิเคราะห์หุ้น RSP — บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP อยู่ในหมวด พาณิชย์ ธุรกิจหลักคือการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ต่างประเทศ ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ ผ่านเครือข่ายในไทยและกัมพูชา รวมถึงห้างค้าปลีกและช่องทางออนไลน์
🔥 จุดที่น่าจับตา: ผลประกอบการปี 2569 ฟื้นตัว
ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 ถือว่าเห็นการฟื้นตัวชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
Q1/2569 กำไรสุทธิ 31.24 ล้านบาท จาก 1.23 ล้านบาทใน Q1/2568
Q2/2569 กำไรสุทธิ 8.87 ล้านบาท จากขาดทุน 15.73 ล้านบาทใน Q2/2568
6M/2569 กำไรสุทธิ 40.11 ล้านบาท จากขาดทุน 14.49 ล้านบาทใน 6M/2568
ปี 2568 ทั้งปี RSP ขาดทุนสุทธิ 15.80 ล้านบาท เทียบกับกำไร 133.69 ล้านบาทในปี 2567
ดังนั้นประเด็นสำคัญของ RSP ตอนนี้คือ การพลิกจากขาดทุนกลับมากำไร แต่ต้องติดตามว่ากำไรจะรักษาระดับได้ต่อเนื่องหรือไม่
👟 ธุรกิจของ RSP ทำอะไร?
RSP มีฐานธุรกิจอยู่ในตลาด Fashion & Lifestyle โดยจำหน่ายสินค้า เช่น
รองเท้า
เสื้อผ้า
กระเป๋า
หมวก
ถุงเท้า
Accessories
บริษัทมีเครือข่ายจำหน่ายทั้ง หน้าร้าน ห้างสรรพสินค้า Retail Chain และ Online ในประเทศไทยและกัมพูชา
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญคือความสัมพันธ์กับแบรนด์ต่างประเทศ โดยบริษัทเริ่มต้นจากการได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่าย Converse ในประเทศไทย และต่อมาได้รับสิทธิ์ Converse ในกัมพูชาด้วย
นอกจากนี้ RSP ยังขยายพอร์ตแบรนด์ เช่น COVERNAT, O&B และ Havaianas โดยมีการเปิดร้านของแบรนด์เหล่านี้เพิ่มเติมในช่วงที่ผ่านมา
💰 วิเคราะห์ฐานะการเงิน
ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569
RSP มี
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 531.50 ล้านบาท
เงินลงทุนระยะสั้นประมาณ 400.85 ล้านบาท
สินทรัพย์รวมประมาณ 2,282.10 ล้านบาท
หนี้สินรวมประมาณ 675.62 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 1,606.48 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทมี เงินสด + เงินลงทุนระยะสั้นรวมกว่า 932 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ประมาณ 676 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนฐานะสภาพคล่องที่ค่อนข้างมีเบาะรองรับ
อย่างไรก็ตาม หนี้สินไม่หมุนเวียนส่วนหนึ่งเป็น หนี้สินตามสัญญาเช่า 421.33 ล้านบาท จึงควรติดตามภาระค่าเช่าและต้นทุนการดำเนินงานของร้านค้าควบคู่กัน
📊 วิเคราะห์หุ้น RSP เชิงพื้นฐาน
ข้อมูล SET ณ วันที่ 4 ก.ย. 2569 ระบุว่า RSP มี Market Cap ประมาณ 802 ล้านบาท, EV ประมาณ 795 ล้านบาท และ EBITDA ประมาณ 142.5 ล้านบาท ขณะที่ P/E อยู่ประมาณ 20.68 เท่า ณ วันดังกล่าว
ราคาหุ้นช่วงดังกล่าวอยู่แถว 1.08 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 0.86–1.32 บาท
แต่ ณ 26 ก.ย. 2569 ราคาล่าสุดที่ SET แสดงอยู่ประมาณ 1.04 บาท ดังนั้นราคาหุ้นยังอยู่บริเวณโซนล่างของกรอบ 52 สัปดาห์
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

  1. พึ่งพาธุรกิจแฟชั่นและกำลังซื้อ
    สินค้า Fashion & Lifestyle เป็นสินค้าที่อ่อนไหวต่อกำลังซื้อ หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคอาจลดการใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น
  2. ความเสี่ยงจากแบรนด์
    โมเดลธุรกิจของ RSP มีความเกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายแบรนด์ต่างประเทศ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจัดจำหน่าย อายุสัญญา หรือความนิยมของแบรนด์ สามารถกระทบรายได้ได้
  3. ค่าใช้จ่ายหน้าร้าน
    การขยายร้านช่วยเพิ่มช่องทางขาย แต่ในอีกด้านหนึ่งทำให้เกิดต้นทุนค่าเช่า บุคลากร และค่าใช้จ่ายในการบริหารร้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องควบคุมให้ยอดขายต่อสาขาคุ้มกับต้นทุน
  4. กำไรยังต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง
    แม้ 6M/2569 จะกลับมากำไร 40.1 ล้านบาท แต่ปี 2568 เพิ่งขาดทุน 15.8 ล้านบาท ดังนั้นยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นแนวโน้มถาวร ต้องติดตาม Q3–Q4/2569 ต่อ

📈 มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดที่พบ 1.04 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.86–1.32 บาท
สำหรับสไตล์ เพจหุ้นสายเทคนิค / Breakout + Volume จุดที่ควรจับตาคือ
แนวรับ
1.00 บาท
0.95 บาท
0.86 บาท
แนวต้าน
1.05–1.10 บาท
1.20 บาท
1.32 บาท
🔥 เกมเทคนิคของ RSP
บริเวณ 1.05–1.10 บาท เป็นโซนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
ถ้าราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในเชิง Momentum มากกว่าการเบรกด้วยวอลุ่มต่ำ
แต่หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านและกลับหลุด 1.00 บาท ต้องระวังแรงขายและการกลับไปทดสอบฐานเดิม
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นกรอบวิเคราะห์เชิงเทคนิค ไม่ใช่การรับรองว่าราคาจะเคลื่อนไหวตามระดับดังกล่าว
🎯 สรุป RSP แบบนักลงทุน
RSP = หุ้นแฟชั่นที่กำลังอยู่ในช่วง “พิสูจน์การฟื้นตัว”
จุดเด่นคือ ฐานะการเงินมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นสูง, ธุรกิจมีเครือข่ายจัดจำหน่ายในไทย–กัมพูชา และผลประกอบการ 6M/2569 พลิกกลับมามีกำไร 40.1 ล้านบาท หลังจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
แต่โจทย์สำคัญจากนี้คือ กำไรจะโตต่อหรือไม่ + ยอดขายสาขา/ออนไลน์จะเดินหน้าต่ออย่างไร + Margin จะรักษาระดับได้หรือไม่
สำหรับสายเทคนิค จุดที่ต้องเฝ้าคือ 1.05–1.10 บาท + Volume หากเกิด Breakout พร้อมวอลุ่ม จะเป็นจุดที่ตลาดต้องจับตา ขณะที่ 1.00 บาท เป็นระดับสำคัญในการติดตามแรงรับระยะสั้น


Disclaimer

ใส่ความเห็น