ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น WFX บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น WFX บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น WFX บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ WFX อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ แฟชั่น (Fashion) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น WFX
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย เส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้ง และเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบซิลิโคน ซึ่งนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ถุงเท้า ชุดชั้นใน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเฟอร์นิเจอร์
จากข้อมูล 56-1 One Report ปี 2568 ทรัพย์สินสำคัญที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจของ WFX และกลุ่มบริษัท สามารถสรุปได้ดังนี้

ยานพาหนะ
มียานพาหนะที่ใช้สำหรับสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ เช่น การขนส่งสินค้าและการปฏิบัติงานของบริษัท
📌 สรุปโครงสร้างทรัพย์สินของ WFX
ที่ดิน → โรงงาน/อาคาร → เครื่องจักรผลิตเส้นด้ายยางยืด → อุปกรณ์สนับสนุน → งานระหว่างก่อสร้าง → ยานพาหนะ
จุดสำคัญคือ “เครื่องจักร + โรงงาน” เป็นหัวใจของทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้ WFX เพราะธุรกิจหลักของบริษัทคือการผลิตเส้นด้ายยางยืดเพื่อส่งต่อให้ผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปหลายอุตสาหกรรม
สำหรับภาพรวมฐานะล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 WFX และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมประมาณ 2,261 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 1,729 ล้านบาท ตามข้อมูล SET
มุมมองสำหรับนักลงทุน: WFX เป็นหุ้นที่มีฐานทรัพย์สินเชิงอุตสาหกรรมค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะโรงงานและเครื่องจักร แต่การประเมินมูลค่าหุ้นควรดูควบคู่กับ อัตราการใช้กำลังการผลิต, ราคาวัตถุดิบยาง, อัตรากำไรขั้นต้น, คำสั่งซื้อ และความสามารถในการทำกำไร ไม่ควรดูมูลค่าทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว.

ที่ดิน
เป็นทรัพย์สินพื้นฐานสำหรับรองรับโรงงานและกิจกรรมการผลิตของกลุ่มบริษัท โดยมีที่ดินที่กลุ่มบริษัทถือครองและใช้เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจ

อาคารและโรงงาน
ทรัพย์สินประเภทอาคารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ได้แก่
อาคารสำนักงาน
โรงงานผลิตเส้นด้ายยางยืด
อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต
สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงาน
โดย WFX มีโรงงานผลิตเส้นด้ายยางยืดอยู่ใน จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญต่อธุรกิจหลักของบริษัท

เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ WFX เพราะธุรกิจมีลักษณะเป็น Manufacturing โดยเครื่องจักรถูกใช้ในกระบวนการผลิตเส้นด้ายยางยืด เช่น
เครื่องจักรสำหรับผลิตเส้นด้ายยางยืด
เครื่องจักรและอุปกรณ์ในสายการผลิต
เครื่องจักรที่อยู่ระหว่างการติดตั้ง
อุปกรณ์สนับสนุนกระบวนการผลิต
เครื่องจักรบางส่วนมีภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน ขณะที่บางส่วนไม่มีภาระผูกพัน

งานระหว่างก่อสร้าง
กลุ่มบริษัทมีทรัพย์สินประเภท งานระหว่างก่อสร้าง (Construction in Progress) ซึ่งสะท้อนการลงทุนในทรัพย์สินหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา/ติดตั้งเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ

เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการบริหารและการดำเนินงาน เช่น
เครื่องใช้สำนักงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
อุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนงานของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือของ WFX
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX ประกอบธุรกิจหลักผลิตและจำหน่าย เส้นด้ายยางยืด (Rubber Thread) ทั้งชนิดเคลือบแป้งและเคลือบซิลิโคน โดยสินค้าถูกนำไปใช้ในเสื้อผ้า ถุงเท้า ชุดชั้นใน อุปกรณ์การแพทย์ เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

โครงสร้างกลุ่มบริษัท
จุดสำคัญคือ WFX ไม่ได้มีเครือบริษัทขนาดใหญ่แบบกลุ่มโฮลดิ้ง แต่ WFX เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้กลุ่ม บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TRUBB)
TRUBB เคยถือหุ้น WFX ในสัดส่วนประมาณ 95.59% ก่อนที่ WFX จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และปัจจุบัน TRUBB ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ WFX โดยข้อมูลผู้ถือหุ้นล่าสุดที่ค้นพบระบุ TRUBB ถือ 307,999,100 หุ้น หรือ 66.35%

2. บริษัทในกลุ่ม TRUBB ที่เกี่ยวข้อง

จากข้อมูลของ TRUBB บริษัทในเครือที่แสดงอยู่ ได้แก่


ทั้งนี้ รายการข้างต้นเป็นบริษัทในเครือของ TRUBB ไม่ได้หมายความว่าเป็นบริษัทย่อยของ WFX โดยตรงทั้งหมด โดย WFX มีสถานะเป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญของกลุ่ม TRUBB

สรุปสั้น ๆ:
TRUBB = บริษัทแม่/ผู้ถือหุ้นใหญ่ → WFX = ธุรกิจเส้นด้ายยางยืด → ลูกค้าอุตสาหกรรมสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า WFX มีธุรกิจหลักคือผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดเคลือบแป้งและเคลือบซิลิโคน และมีโรงงานอยู่ที่จังหวัดระยอง



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น WFX
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย เส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งและเคลือบซิลิโคน ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในเสื้อผ้า ถุงเท้า ชุดชั้นใน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเฟอร์นิเจอร์
จากข้อมูลผลประกอบการปี 2568 และข้อมูลบริษัท ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตา มีดังนี้

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหุ้น
ข้อมูล SET ณ 21 ก.ค. 2569 ระบุ WFX มี Market Cap ประมาณ 460 ล้านบาท และราคาหุ้น 0.99 บาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในบางวันอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ
สำหรับนักลงทุน ความเสี่ยงคือ Bid-Offer อาจกว้างและราคาสามารถผันผวนได้มากเมื่อมีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามา จึงควรระวังการไล่ราคาและใช้คำสั่งซื้อขายอย่างเหมาะสม

ความเสี่ยงจากตลาดสิ่งทอจีนชะลอตัว
ถือเป็น ความเสี่ยงสำคัญที่สุด เพราะตลาดสิ่งทอในจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของ WFX ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้คำสั่งซื้อและยอดขายถูกกดดัน โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,140.92 ล้านบาท ลดลง 30.05% YoY และยังมีผลขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท
ประเด็นที่ต้องติดตาม: การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอจีนและการกลับมาของคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่

ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
ธุรกิจเส้นด้ายยางยืดมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศ ต่างประเทศ และคู่แข่งรายใหม่ ทำให้บริษัทอาจต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อรักษาฐานลูกค้า ซึ่งกดดัน Gross Margin และกำไรสุทธิ
บริษัทจึงพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมาร์จิ้นสูงขึ้น เช่นกลุ่ม Fine Count เพื่อลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา

ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะ น้ำยางข้น (Latex Concentrate) และวัตถุดิบสำคัญ มีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อาจทำให้ อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
บริษัทระบุว่ามีการกระจายแหล่งจัดหาน้ำยางข้นและวัตถุดิบสำคัญ รวมถึงวางแผนการผลิตให้ยืดหยุ่นตามภาวะตลาด เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
WFX มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดต่างประเทศ ดังนั้นความผันผวนของค่าเงินสามารถกระทบทั้ง รายได้ ราคาขาย และกำไร ได้
โดยบริษัทระบุว่า เงินบาทที่แข็งค่า เป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันผลประกอบการปี 2568

ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์
ธุรกิจสิ่งทอเชื่อมโยงกับการบริโภคและการผลิตในหลายประเทศ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความต้องการเสื้อผ้าและสินค้าสำเร็จรูปอาจลดลงตาม
นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศสามารถกระทบ คำสั่งซื้อ ต้นทุนโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน ได้

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
แม้ผลิตภัณฑ์ของ WFX จะนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม แต่ตลาดหลักยังเกี่ยวข้องกับ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ดังนั้นหากอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่ในช่วงขาลง บริษัทจะได้รับผลกระทบต่อเนื่อง
ความเสี่ยงจึงอยู่ที่การเติบโตของบริษัทอาจขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมปลายน้ำ

ความเสี่ยงด้านผลประกอบการ
จุดที่นักลงทุนต้องระวังคือ รายได้ลดลงและบริษัทยังขาดทุน โดยปี 2568 รายได้ลดลงประมาณ 30% ขณะที่ขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท แม้ขาดทุนจะลดลงจากปีก่อนประมาณ 33.27% ก็ตาม
ดังนั้น การประเมิน WFX ไม่ควรมองเพียงราคาหุ้นหรือ P/BV ที่ต่ำ แต่ควรดูว่า กำไรกลับมาเป็นบวกและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานฟื้นตัวหรือไม่

🔥 สรุปความเสี่ยง WFX แบบนักลงทุน

มุมมองโดยรวม: ความเสี่ยงของ WFX ในช่วงนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง “อุปสงค์สิ่งทอ + การแข่งขันราคา + ต้นทุนวัตถุดิบ + ค่าเงิน + การฟื้นตัวของกำไร” เป็นหลัก โดยเฉพาะการที่ปี 2568 รายได้ลดลงแรงและยังขาดทุน ทำให้การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อและ Margin เป็นตัวแปรสำคัญต่อการพลิกฟื้นธุรกิจ

หากมองในเชิงหุ้น จุดที่น่าจับตาที่สุดคือ “กำไรกลับมาเมื่อไร” มากกว่าการดูว่าราคาหุ้นลงมาถูกแค่ไหน เพราะ SET ระบุว่า WFX มี P/E ยังไม่แสดงค่า ขณะที่ P/BV อยู่ราว 0.26 เท่า ณ 21 ก.ค. 2569


ข้อมูล ณ วันที่ 07 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น WFX — บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืด โดยมีพัฒนาการสำคัญจากผู้ผลิตในประเทศสู่ผู้ส่งออกและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
Timeline สำคัญ
2534 — จุดเริ่มต้นของ WFX
ก่อตั้งบริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2534 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท เพื่อผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืด และเพิ่มทุนเป็น 30 ล้านบาทในช่วงปลายปีเพื่อใช้ลงทุนเครื่องจักรการผลิต
2536 — เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์
เริ่มเดินสายการผลิตเส้นด้ายยางยืดเป็นครั้งแรก มีกำลังการผลิตประมาณ 1,440 ตันต่อปี
2537 — ได้พันธมิตรสำคัญจากกลุ่ม TRUBB
Thai Rubber Latex Corporation หรือ TRUBB เข้ามาลงทุนใน WFX เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับห่วงโซ่ธุรกิจน้ำยาง และในช่วงนั้นถือหุ้นประมาณ 80% ของทุนชำระแล้ว ถือเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมโยง WFX กับธุรกิจวัตถุดิบน้ำยาง
2539–2542 — ขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง
บริษัททยอยลงทุนเครื่องจักรและเพิ่มกำลังการผลิต โดยในปี 2542 กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4,320 ตันต่อปี
2545 — แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
WFX แปรสภาพเป็นบริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) และเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 90 ล้านบาทเป็น 200 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนด้านเครื่องจักรและการขยายธุรกิจ
2546 — ก้าวกระโดดด้านกำลังผลิต
กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10,080 ตันต่อปี สะท้อนการขยายตัวของฐานการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
2547 — ยกระดับมาตรฐานการผลิต
ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 จาก Bureau Veritas Certification สำหรับการผลิตเส้นด้ายยางยืดธรรมชาติชนิดกลม
ช่วงต่อมา — ขยายตลาดและผลิตภัณฑ์
WFX ขยายฐานลูกค้าจากเอเชียไปยัง ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแอฟริกา พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบซิลิโคนเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
2564 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
WFX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 23 ธันวาคม 2564 ราคา IPO 7.20 บาทต่อหุ้น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ
2565 — ใช้เงินระดมทุนขยายโรงงาน
หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทนำเงินจากการระดมทุนไปใช้ ขยายโรงงานผลิตเส้นด้ายยางยืด ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยกำลังการผลิตจริงรวมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 44,148 ตันต่อปี
2568 — เผชิญความท้าทายจากตลาดโลก
ผลประกอบการได้รับแรงกดดันจากตลาดสิ่งทอจีนที่อ่อนแอ การแข่งขันที่รุนแรงทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเข้าสู่ตลาดของคู่แข่งรายใหม่ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยปี 2568 มีรายได้รวม 2,140.92 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลง 33.27% จากปี 2567
มุมมองภาพรวม
จุดเด่นของพัฒนาการ WFX คือการเปลี่ยนจากผู้ผลิตเส้นด้ายยางยืดรายหนึ่ง → ขยายกำลังการผลิต → เพิ่มผลิตภัณฑ์ → ขยายตลาดส่งออกทั่วโลก → เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และลงทุนขยายโรงงาน โดยปัจจุบันธุรกิจหลักยังอยู่ที่เส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งและชนิดเคลือบซิลิโคน ซึ่งนำไปใช้ในเสื้อผ้า ถุงเท้า ชุดชั้นใน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อ: การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเฉพาะตลาดจีน, การใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น, ความสามารถในการกลับมาทำกำไร และการบริหารความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบกับอัตราแลกเปลี่ยน เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวของ WFX.






📊 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ


🚀 จุดที่ต้องจับตา
1.00–1.03 บาท คือด่านสำคัญ
ถ้า WFX สามารถ Breakout เหนือ 1.03 บาท พร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิค เพราะเป็นการยืนยันว่ากำลังซื้อเริ่มกลับเข้ามา
หากผ่าน 1.03 ได้ เป้าหมายถัดไปมองบริเวณ 1.08–1.10 บาท และถ้าผ่านได้อีก มีโอกาสขยับไปทดสอบ 1.20–1.24 บาท
แต่ถ้าเบรกแล้ว Volume ไม่ตาม ต้องระวัง False Breakout
⚠️ จุดเฝ้าระวัง
สิ่งที่น่ากังวลคือ สภาพคล่องของหุ้นค่อนข้างบางในบางวัน โดยข้อมูล SET ที่พบล่าสุดระบุปริมาณซื้อขายเพียง 230,800 หุ้นในวันที่ 21 ก.ค. 2569
ดังนั้นการดู WFX ไม่ควรดูแค่ “ราคาทะลุแนวต้านหรือไม่” แต่ต้องดู Volume ประกอบเป็นหลัก
Breakout + Volume เพิ่ม = น่าสนใจ
Breakout แต่ Volume เบา = ยังไม่ยืนยัน
หลุด 0.95–0.97 + Volume ขายเพิ่ม = ต้องระวัง
🔥 มุมมองแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
WFX กำลังอยู่ในโหมด “อัดแน่นรอระเบิด” แต่ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา
จุด Trigger ที่น่าสนใจคือ การทะลุ 1.03 บาทพร้อม Volume หากเกิดขึ้นจริง โมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มเปลี่ยนจาก Sideway ไปเป็น Breakout Play
ขณะที่พื้นฐานเชิงธุรกิจยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยบริษัทระบุว่าปี 2569 มุ่งเจาะตลาดจีนในกลุ่มสินค้าพรีเมียม และมีโอกาสจากตลาดตุรกีและยุโรป
สรุป Technical:
🟡 สถานะ: รอ Breakout
🎯 Trigger: 1.03 บาท
🚀 เป้าหมายแรก: 1.08–1.10 บาท
🚀 เป้าหมายถัดไป: 1.20–1.24 บาท
🛡️ แนวรับ: 0.95–0.97 บาท
⚠️ หลุด 0.95 บาท ต้องเพิ่มความระมัดระวัง



วิเคราะห์หุ้น WFX — บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย เส้นด้ายยางยืดเคลือบแป้งและเคลือบซิลิโคน ซึ่งนำไปใช้ในเสื้อผ้า ถุงเท้า ชุดชั้นใน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
🔎 ภาพรวมล่าสุด
จุดที่น่าสนใจของ WFX คือ ผลประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวด้านมาร์จิ้น หลังจากปี 2568 ยังเผชิญแรงกดดันค่อนข้างหนัก
ปี 2568 รายได้รวม 2,140.92 ล้านบาท ลดลง 30.05% YoY
ขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงประมาณ 33.27% YoY
Q1/2569 อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็นประมาณ 5.96% จาก 1.84% ใน Q1/2568 ตามข้อมูลอัตราส่วนทางการเงิน
Q1/2569 มีกำไรสุทธิประมาณ 10.69 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีรายการปรับปรุงจากค่าเสื่อมราคาและรายการที่ไม่ใช่เงินสดหลายรายการ
D/E อยู่ประมาณ 0.33 เท่า ถือว่าไม่ได้อยู่ในระดับหนี้สูงเมื่อเทียบกับฐานทุน
ประเด็นสำคัญ: WFX กำลังเปลี่ยนจากโจทย์ “เร่งปริมาณขาย” ไปสู่การเน้น สินค้า Premium และ Margin สูง ซึ่งหากทำได้จริง จะช่วยให้กำไรฟื้นตัวได้เร็วกว่าการพึ่งยอดขายเพียงอย่างเดียว
📈 จุดแข็งของ WFX


💰 มุมมองด้าน Valuation
ณ ข้อมูล SET ช่วงกรกฎาคม 2569 ราคาหุ้นอยู่แถว 0.99 บาท Market Cap ประมาณ 460 ล้านบาท และ P/BV อยู่เพียงประมาณ 0.26 เท่า ขณะที่ 52-week high/low อยู่ที่ 1.38 / 0.49 บาท
ดังนั้น WFX มีลักษณะเป็นหุ้น Deep Value / Turnaround มากกว่าหุ้น Growth
พูดง่าย ๆ คือ
ตลาดไม่ได้ให้ Premium กับ WFX เพราะกำไรยังไม่แข็งแรง แต่ถ้าบริษัทพลิกกลับมาทำกำไรได้ต่อเนื่อง Valuation ที่ต่ำอาจกลายเป็นจุดดึงดูดของหุ้น
อย่างไรก็ตาม P/BV ต่ำ ไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกแน่นอน เพราะต้องพิสูจน์ก่อนว่าความสามารถในการทำกำไรสามารถฟื้นกลับมาได้อย่างยั่งยืน
📊 มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดที่ SET แสดงในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอยู่ประมาณ 0.99–1.00 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.49–1.38 บาท
ผมมองโซนสำคัญแบบนี้:
แนวรับ
0.95 บาท
0.90 บาท
0.80–0.85 บาท
แนวต้าน
1.00–1.05 บาท
1.10 บาท
1.20 บาท
1.38 บาท — จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
🚀 จุดที่ต้องจับตา
1.00–1.05 บาท คือด่านสำคัญ
ถ้าราคาสามารถ Breakout 1.05 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเริ่มเปลี่ยนภาพจากหุ้นที่แกว่งสะสม → เป็นหุ้นที่มี Momentum
แต่ถ้าผ่านไม่ได้และหลุด 0.95 บาท ก็ต้องระวังการกลับลงไปทดสอบฐานเดิม


🔥 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
WFX = หุ้น Turnaround ที่ต้องจับตา “กำไร + Margin + Breakout”
จุดน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การที่ Gross Margin เริ่มฟื้นและ Q1/2569 กลับมามีกำไร ขณะที่ Valuation ยังต่ำมากในเชิง P/BV
แต่ยังไม่ควรรีบมองว่าเป็นขาขึ้นเต็มตัว เพราะรายได้ในปี 2568 หดตัวแรง และธุรกิจยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุน ค่าเงิน และการแข่งขัน
Trigger ที่น่าจับตา:
🔥 ผ่าน 1.05 + Volume เข้า = Momentum เริ่มน่าสนใจ
⚡ ยืนเหนือ 1.10 = สัญญาณบวกแข็งแรงขึ้น
🚀 ผ่าน 1.20 = มีโอกาสเปิดทางทดสอบ High เดิม 1.38
⚠️ หลุด 0.95 = ต้องระวังแรงขายกลับ
บทสรุป: ผมให้น้ำหนัก WFX เป็น “หุ้น Turnaround ที่กำลังเริ่มฟื้น แต่ต้องรอการยืนยัน” มากกว่าการเป็นหุ้นขาขึ้นเต็มตัว ณ ตอนนี้


Disclaimer

ใส่ความเห็น