ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ RATCH อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)




การจ่ายปันผล

รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
0.80บาท22 พ.ค. 2569เงินปันผล
0.80บาท18 ก.ย. 2568เงินปันผล
0.80บาท23 พ.ค. 2568เงินปันผล
0.80บาท20 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.80บาท23 พ.ค. 2567เงินปันผล
0.80บาท15 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.80บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล
0.80บาท23 ก.ย. 2565เงินปันผล
1.35บาท20 พ.ค. 2565เงินปันผล
1.15บาท23 ก.ย. 2564เงินปันผล
1.25บาท23 เม.ย. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น RATCH
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
RATCH Group Public Company Limited หรือ RATCH มีลักษณะเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในบริษัทลูก บริษัทร่วม และกิจการร่วมค้า โดยมี โรงไฟฟ้าและธุรกิจพลังงาน เป็นทรัพย์สินและฐานธุรกิจหลัก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

  1. โรงไฟฟ้าและสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้า ⚡
    ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ RATCH ประกอบด้วย
    โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงอื่น
    โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานจากชีวมวล
    เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้า
    ระบบควบคุมและระบบส่งจ่ายไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง
    ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage)
    ณ 1 เมษายน 2569 RATCH มี กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 9,483.99 MW แบ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล 6,503.17 MW และพลังงานหมุนเวียน 2,980.82 MW โดยประมาณ 8,129.99 MW เป็นโครงการที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว
  2. เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และกิจการร่วมค้า
    เนื่องจาก RATCH เป็น Holding Company ทรัพย์สินสำคัญไม่ได้อยู่ในรูปโรงงานของบริษัทแม่ทั้งหมด แต่รวมถึง เงินลงทุนและสิทธิในกิจการของบริษัทต่าง ๆ ที่ RATCH ถือหุ้นด้วย
    ณ 31 ธันวาคม 2568 RATCH มีการถือหุ้นโดยตรงและโดยอ้อมใน 75 บริษัท ประกอบด้วยบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าในไทยและต่างประเทศ
    พื้นที่ลงทุนครอบคลุม เช่น
    🇹🇭 ไทย
    🇮🇩 อินโดนีเซีย
    🇦🇺 ออสเตรเลีย
    🇻🇳 เวียดนาม
    🇱🇦 สปป.ลาว
    🇵🇭 ฟิลิปปินส์
    🇯🇵 ญี่ปุ่น
  3. ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง 🏭
    เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าและธุรกิจพลังงาน เช่น
    ที่ดินสำหรับโครงการโรงไฟฟ้า
    อาคารโรงไฟฟ้าและอาคารสำนักงาน
    สิ่งปลูกสร้างประกอบโครงการ
    อาคารและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบผลิตและสนับสนุนการผลิตไฟฟ้า
  4. เครื่องจักรและอุปกรณ์
    เป็นกลุ่มทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการผลิตไฟฟ้า ได้แก่
    กังหันก๊าซและกังหันไอน้ำ
    เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
    หม้อไอน้ำและอุปกรณ์ผลิตไอน้ำ
    ระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม
    อุปกรณ์บำรุงรักษาโรงไฟฟ้า
    เครื่องจักรของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
  5. สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและโครงการพัฒนา
    RATCH ยังมีทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง ซึ่งจะกลายเป็นกำลังการผลิตในอนาคต
    ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่าง ก่อสร้างและพัฒนา 1,354 MW หรือประมาณ 14.28% ของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น
  6. ทรัพย์สินในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน
    นอกจากโรงไฟฟ้า RATCH ยังลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้า เช่น
    ธุรกิจเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (O&M)
    ธุรกิจซ่อมบำรุงกังหันก๊าซ
    ธุรกิจจัดหาเชื้อเพลิง
    ธุรกิจโลจิสติกส์ด้านพลังงาน
    ธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงาน
  7. ทรัพย์สินในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ
    RATCH กระจายการลงทุนออกนอกธุรกิจไฟฟ้าบางส่วน เช่น
    ระบบขนส่งมวลชน/รถไฟฟ้า
    ธุรกิจโรงพยาบาล
    ธุรกิจผลิตน้ำประปา
    ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ
    เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

📊 มอง RATCH ในมุม “ทรัพย์สิน”

กลุ่มทรัพย์สินความสำคัญ
โรงไฟฟ้า⭐⭐⭐⭐⭐
เงินลงทุนในบริษัทย่อย/ร่วมค้า⭐⭐⭐⭐⭐
เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า⭐⭐⭐⭐⭐
โครงการโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง/พัฒนา⭐⭐⭐⭐
ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง⭐⭐⭐
Battery Energy Storage⭐⭐⭐
ธุรกิจ O&M / เชื้อเพลิง / โลจิสติกส์⭐⭐⭐
รถไฟฟ้า โรงพยาบาล น้ำประปา และโครงสร้างพื้นฐาน⭐⭐

จุดเด่นของ RATCH คือ “ฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่ + กระแสเงินสดจากโรงไฟฟ้า + พอร์ตลงทุนหลายประเทศ” โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 238,004 ล้านบาท และธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของกลุ่ม

ดังนั้น หากวิเคราะห์ RATCH ในเชิงลงทุน ไม่ควรมองเพียงสินทรัพย์ของบริษัทแม่ แต่ควรมอง “มูลค่าพอร์ตโรงไฟฟ้าและเงินลงทุนในบริษัทย่อย/กิจการร่วมค้า” เป็นหัวใจสำคัญของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น RATCH
Ratch Group Public Company Limited หรือ RATCH – บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยลงทุนในบริษัทลูก บริษัทร่วม และกิจการร่วมค้า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 RATCH มีการลงทุนโดยตรงและโดยอ้อมรวม 75 บริษัท แบ่งเป็น บริษัทย่อย 30 แห่ง และกิจการร่วมค้า 45 แห่ง ครอบคลุมทั้งธุรกิจพลังงานและธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ

  1. กลุ่มบริษัทด้านผลิตไฟฟ้าและพลังงาน
    เป็นธุรกิจหลักของ RATCH และเป็นส่วนสำคัญที่สุดของกลุ่ม โดยบริษัทลงทุนทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน
    บริษัท/ธุรกิจสำคัญ เช่น
    บริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด — ลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้า
    บริษัท ราช โคเจนเนอเรชั่น จำกัด — ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ
    บริษัท ราชบุรี อัลลายแอนซ์ จำกัด — ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านพลังงาน
    บริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด — ลงทุนและให้บริการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาว โดย RATCH ถือหุ้นทางอ้อม 99.99%
    บริษัท ราช โอแอนด์เอ็ม จำกัด — ให้บริการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า โดยถือหุ้นทางอ้อม 99.99%
    บริษัท ราชเท็กซ์ จำกัด — ลงทุนในธุรกิจระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ โดยถือหุ้นทางอ้อม 60%
  2. กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
    RATCH กระจายการลงทุนไปยังพลังงานสะอาด เช่น
    โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
    พลังงานลม
    พลังงานน้ำ
    ชีวมวล
    ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่
    ธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน
    ตัวอย่างเช่น บริษัท สงขลาไบโอฟูเอล จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดหาเชื้อเพลิงชีวมวลและโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล โดย RATCH ถือหุ้นทางอ้อม 40% ผ่านบริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด
  3. กลุ่มธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้าและพลังงาน
    RATCH ไม่ได้ลงทุนเฉพาะโรงไฟฟ้า แต่ยังมีธุรกิจที่สนับสนุนห่วงโซ่พลังงาน เช่น
    งานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (O&M)
    การจัดหาเชื้อเพลิง
    ธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน
    ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต
    การลงทุนใน Startup ด้านพลังงาน
    ตัวอย่างคือ บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่ง RATCH ถือหุ้น 30% และมุ่งสนับสนุนการลงทุนในนวัตกรรมพลังงาน พลังงานแห่งอนาคต และ Startup ด้านพลังงาน
  4. กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
    RATCH มีการขยายพอร์ตออกจากธุรกิจโรงไฟฟ้าไปสู่ Infrastructure เช่น ระบบขนส่งทางรางและโครงการทางหลวง
    ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่
    บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด — โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย–มีนบุรี โดย RATCH ถือหุ้น 10%
    บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด — โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว–สำโรง โดย RATCH ถือหุ้น 10%
    บริษัท บีจีเอสอาร์ 6 จำกัด — ธุรกิจออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาระบบด่านเก็บค่าผ่านทางของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
    บริษัท บีจีเอสอาร์ 81 จำกัด — ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวงและระบบด่านเก็บค่าผ่านทาง
  5. กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค
    RATCH ยังลงทุนในธุรกิจ น้ำประปา โดยมีตัวอย่างคือ
    บริษัท เอเชีย น้ำประปา จำกัด
    ถือหุ้นทางอ้อม 40% ผ่านบริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตน้ำประปาจำหน่ายให้แก่รัฐวิสาหกิจน้ำประปานครหลวงเวียงจันทน์ใน สปป.ลาว
  6. กลุ่มธุรกิจบริการสุขภาพ
    อีกหนึ่งธุรกิจที่ RATCH เข้าไปลงทุนคือ Healthcare
    ตัวอย่างเช่น
    บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) — RATCH ถือหุ้น 10% เป็นธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาล
    บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์-สกลนคร จำกัด — ถือหุ้น 25% ผ่าน RATCH
    บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์-มุกดาหาร จำกัด — ถือหุ้น 25% ผ่าน RATCH
    บริษัท บางกอก เชน อินเตอร์เนชั่นแนล (สปป.ลาว) จำกัด — ถือหุ้นทางอ้อม 9.91% ผ่านบริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด
  7. ธุรกิจอื่น ๆ ที่ RATCH ลงทุน
    ยังมีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจ เช่น
    บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) — RATCH ถือหุ้น 15.53% ผ่าน RATCH โดยให้บริการระบบจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยาน
    ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวล
    ธุรกิจเหมืองถ่านหิน/หินปูนที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเชื้อเพลิง
    ธุรกิจระบบสาธารณูปโภค
    ธุรกิจนวัตกรรมและพลังงานแห่งอนาคต

สรุปโครงสร้าง RATCH แบบเข้าใจง่าย
RATCH
→ ⚡ ผลิตไฟฟ้าและพลังงาน = ธุรกิจหลัก
→ 🌱 พลังงานหมุนเวียน / Battery
→ 🔧 O&M และบริการเกี่ยวเนื่องพลังงาน
→ 🚆 รถไฟฟ้า / ระบบขนส่ง
→ 🛣️ ทางหลวงและโครงสร้างพื้นฐาน
→ 💧 น้ำประปา
→ 🏥 โรงพยาบาลและ Healthcare
→ ✈️ บริการน้ำมันอากาศยาน
→ 🚀 นวัตกรรมพลังงาน / ธุรกิจใหม่
จุดที่น่าสนใจคือ RATCH ไม่ใช่หุ้นโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่กระจายเงินลงทุนไปยังพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และ Healthcare โดยในปี 2568 ธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังเป็นธุรกิจหลักและคิดเป็นประมาณ 95% ของรายได้รวม



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น RATCH
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
RATCH เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก ทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานหมุนเวียน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยธุรกิจไฟฟ้ายังสร้างรายได้ประมาณ 95% ของรายได้รวม ทำให้ผลประกอบการมีความผูกพันกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและนโยบายพลังงานค่อนข้างสูง
🔴 1. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐและกฎระเบียบ
ธุรกิจโรงไฟฟ้าขึ้นอยู่กับนโยบายด้านพลังงานของแต่ละประเทศ เช่น PDP, การรับซื้อไฟฟ้า, ใบอนุญาต และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม หากภาครัฐเปลี่ยนนโยบาย อาจกระทบการลงทุน ต้นทุน และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนของโครงการได้โดยตรง RATCH เองระบุเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและการกำกับดูแลภาคพลังงานเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของกลุ่ม
🔴 2. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
RATCH ยังมีการลงทุนในโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ขณะที่ทั่วโลกเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หากนโยบาย Net Zero เข้มงวดขึ้น อาจทำให้โรงไฟฟ้าฟอสซิลบางประเภทมีความสามารถในการแข่งขันลดลง รวมถึงมีต้นทุนด้านคาร์บอนและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
จุดที่ต้องจับตา: RATCH กำลังเพิ่มสัดส่วน Renewable และลงทุนในธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับ Energy Transition
🔴 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนขนาดใหญ่
ลักษณะของ RATCH คือการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เงินลงทุนสูง หากประเมินโครงการผิดพลาด ต้นทุนก่อสร้างสูงกว่าคาด หรือโครงการสร้างผลตอบแทนต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้ อาจกดดัน ROE และกระแสเงินสดในระยะยาว
ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีสินทรัพย์ประมาณ 238,004 ล้านบาท และหนี้สินประมาณ 130,357 ล้านบาท โดยมี D/E 1.21 เท่า
🔴 4. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นตัวแปรสำคัญ หากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ต้นทุนการกู้ยืมและต้นทุนทางการเงินของโครงการใหม่อาจเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อ IRR และความคุ้มค่าของการลงทุน
🔴 5. ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ
RATCH มีการลงทุนในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์
จึงต้องเผชิญความเสี่ยงทั้ง ค่าเงิน, กฎหมายท้องถิ่น, การเมือง, ภาษี, เศรษฐกิจ และนโยบายพลังงาน ของแต่ละประเทศ หากค่าเงินผันผวนมาก อาจทำให้ผลกำไรเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทเปลี่ยนแปลงได้
🔴 6. ความเสี่ยงจากโรงไฟฟ้าและการเดินเครื่อง
โรงไฟฟ้าต้องอาศัยเครื่องจักรและระบบขนาดใหญ่ หากเกิดเหตุขัดข้อง การหยุดซ่อมบำรุง หรืออุบัติเหตุ อาจทำให้การผลิตไฟฟ้าลดลงและกระทบรายได้
นอกจากนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างยังมีความเสี่ยงจาก ต้นทุนก่อสร้าง วัตถุดิบ แรงงาน และความล่าช้าของโครงการ
🔴 7. ความเสี่ยงจากราคาพลังงานและเชื้อเพลิง
แม้โครงการโรงไฟฟ้าบางประเภทจะมีโครงสร้างสัญญาที่ช่วยลดความผันผวนของราคาพลังงาน แต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงยังมีความเสี่ยงจากราคาก๊าซ ถ่านหิน และพลังงานในตลาดโลก รวมถึงเงื่อนไขการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ซื้อไฟฟ้า
🔴 8. ความเสี่ยงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
รายได้ของธุรกิจโรงไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) หากสัญญาหมดอายุและไม่สามารถต่ออายุได้ในเงื่อนไขที่เหมาะสม หรือโครงการใหม่มี PPA ที่ให้ผลตอบแทนต่ำลง อาจส่งผลต่อกระแสเงินสดในอนาคต
RATCH จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและพยายามบริหารพอร์ตสินทรัพย์ให้สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
🔴 9. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG
โรงไฟฟ้าฟอสซิลมีแรงกดดันจากการลดก๊าซเรือนกระจกและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น บริษัทจึงต้องลงทุนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและปรับพอร์ตไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น
RATCH ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050
🔴 10. ความเสี่ยงจากการกระจายการลงทุนมากเกินไป
RATCH มีการลงทุนทั้งโรงไฟฟ้า ธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจอื่น ๆ โดย ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีการถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมใน 75 บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า
การกระจายการลงทุนช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้การบริหารโครงการจำนวนมากมีความซับซ้อน และหากบางโครงการให้ผลตอบแทนต่ำกว่าคาด อาจกลายเป็นภาระต่อพอร์ตโดยรวม


📌 สรุปความเสี่ยง RATCH แบบนักลงทุน

ประเด็นระดับความเสี่ยง
นโยบายภาครัฐ / PDP🔴 สูง
Energy Transition🔴 สูง
เงินลงทุนโครงการ🟠 ปานกลาง-สูง
ดอกเบี้ย / หนี้สิน🟠 ปานกลาง
ค่าเงินต่างประเทศ🟠 ปานกลาง
ความเสี่ยงโรงไฟฟ้า🟠 ปานกลาง
ราคาพลังงาน🟠 ปานกลาง
PPA หมดอายุ🟠 ปานกลาง
ESG / Carbon🔴 สูง
การลงทุนต่างประเทศ🟠 ปานกลาง

มุมมองสำคัญ: ความเสี่ยงของ RATCH ไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง “คุณภาพของสินทรัพย์ + ผลตอบแทนจากโครงการลงทุน + ต้นทุนเงินทุน + นโยบายพลังงาน” เพราะบริษัทมีลักษณะเป็น Holding Company และรายได้หลักมาจากเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทที่เข้าไปลงทุน
ขณะเดียวกัน RATCH มีจุดแข็งจากพอร์ตโรงไฟฟ้าที่หลากหลายและการกระจายการลงทุนหลายประเทศ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาโครงการเดียว และบริษัทกำลังเพิ่มการลงทุนใน Renewable และธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตเพื่อรับมือกับ Energy Transition
สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ควรติดตามเป็นพิเศษ:
PPA ใหม่ → โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ → หนี้และดอกเบี้ย → กระแสเงินสด → สัดส่วน Renewable → ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROE/IRR) → เงินปันผล


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย978,750,00045.00
2สหกรณ์ ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด134,598,5366.19
3สำนักงานประกันสังคม101,870,5504.68
4บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด81,948,7613.77
5นาย ประทีป ตั้งมติธรรม27,335,4501.26
6กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง26,174,0501.20
7SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED24,664,5201.13
8นาย มิน เธียรวร23,000,0001.06
9นาย สมชาย ลิ้มถิรคุณ16,100,0000.74
10นาง สมหมาย ลิ้มถิรคุณ11,550,0000.53

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย วรากร พรหโมบลประธานกรรมการ
2นาย นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
3นาย กุลยศ อุดมวงศ์เสรีกรรมการ
4นาย ฐากูร ศิริยุทธ์วัฒนากรรมการ
5นาย ทิเดช เอี่ยมสายกรรมการ
6นาย นรินทร์ เผ่าวณิชกรรมการ
7นาย จิรโรจน์ ลัญฉนะวณิชย์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
8นาง ชญานันท์ ภักดีจิตต์กรรมการอิสระ
9นาย นิกร ศิรโรจนานนท์กรรมการอิสระ
10นาย บวรศักดิ์ วานิชกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
11พลตำรวจตรี วสันต์ เตชะอัครเกษมกรรมการอิสระ
12นาย เวทางค์ พ่วงทรัพย์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น RATCH
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านพลังงานและสาธารณูปโภค โดยมี กฟผ. ถือหุ้น 45% และลงทุนทั้งในโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานทดแทน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในไทยและต่างประเทศ
🔹 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
2543 — จุดเริ่มต้นของ RATCH
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2543 ในชื่อ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2543
กฟผ. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
2562 — ปรับภาพลักษณ์สู่บริษัทพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน
วันที่ 19 เมษายน 2562 เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ขยายกรอบการลงทุนจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าไปสู่ สาธารณูปโภคพื้นฐาน ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้าและพลังงาน และธุรกิจบริการสุขภาพ
ช่วงที่ผ่านมา — ขยายพอร์ตต่างประเทศ
RATCH เดินหน้าลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีฐานการลงทุนใน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ พร้อมมองหาโอกาสในตลาดใหม่ เช่น ญี่ปุ่นและยุโรปตะวันตก
2568 — ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ เน้นธุรกิจพลังงาน
บริษัทประกาศทิศทางใหม่ โดยเน้น 2 เรื่องหลัก คือ
บริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้สร้างผลตอบแทนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลงทุนเพิ่มใน ธุรกิจผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเน้นไทย ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
2568 — ขยับสู่พลังงานสะอาดและนวัตกรรม
RATCH วางกลยุทธ์ระยะปี 2568–2572 ภายใต้กรอบ 5S ได้แก่ การบริหารพอร์ตสินทรัพย์, การลงทุนโรงไฟฟ้า, ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านพลังงาน, การพัฒนาโรงไฟฟ้าที่หมดอายุ และการลงทุนแบบ CVC ในธุรกิจพลังงานยุคใหม่
2568 — เดินเครื่องโรงไฟฟ้าหินกองเต็มกำลัง
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกองสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เต็มกำลังตามสัญญาที่ 1,400 MW ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการสำคัญของพอร์ตโรงไฟฟ้าในประเทศไทย
2568 — ปรับพอร์ตสินทรัพย์และเพิ่มเงินทุนสีเขียว
บริษัทขายหุ้นใน Smart Infranet และ Things on Net เพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่ พร้อมระดมทุน Green Loan 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานทดแทนและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
2569 — เดินหน้าสร้าง Energy Infrastructure Platform
ในไตรมาส 1/2569 RATCH มีกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% YoY ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 17.5% เป็น 3,752 ล้านบาท โดยแรงหนุนมาจากการบริหารสินทรัพย์โรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังลมในออสเตรเลีย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว
เมษายน 2569 — เพิ่มกำลังผลิตจาก NNEG
บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม RATCH เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 MW พร้อมความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตัน/ชั่วโมง เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
เมษายน 2569 — เสริมฐานเงินทุนด้วย Green Bond
RATCH ประสบความสำเร็จในการออก หุ้นกู้สีเขียว 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี ดอกเบี้ย 1.94% เพื่อสนับสนุนพอร์ตพลังงานทดแทนและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สิงหาคม 2569 — เตรียมงบลงทุน 10,000 ล้านบาท
RATCH วางแผนลงทุนใน ไทยและอินโดนีเซีย พร้อมตั้งเป้า EBITDA ปี 2569 ที่ 15,000 ล้านบาท และต้องการให้รายได้จากพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่า 15% ของรายได้รวม นอกจากนี้มีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเวียดนามที่เตรียม COD ในปี 2569
📌 จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา
RATCH กำลังเปลี่ยนจาก “ผู้ลงทุนโรงไฟฟ้า” ไปสู่ “แพลตฟอร์มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน” มากขึ้น โดยยังรักษาธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นแกนหลัก ขณะเดียวกันเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ Energy Transition และเศรษฐกิจดิจิทัล
ปัจจุบัน ณ 1 เมษายน 2569 RATCH มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 9,483.99 MW แบ่งเป็นพลังงานฟอสซิล 6,503.17 MW และพลังงานทดแทน 2,980.82 MW โดย 8,129.99 MW อยู่ในสถานะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว
สรุปสั้น ๆ:
RATCH จากโรงไฟฟ้าราชบุรี → ขยายสู่ผู้ลงทุนพลังงานระดับภูมิภาค → ปรับพอร์ตสู่พลังงานสะอาด → เดินหน้าสู่ Energy Infrastructure และธุรกิจพลังงานยุคใหม่


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด23,563.048,929.5214,253.257,584.4113,291.35
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ6,811.975,496.068,884.866,652.6511,468.72
สินค้าคงเหลือ2,513.452,445.972,652.522,349.942,636.21
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน41,618.1426,044.3036,336.7626,976.4740,425.75
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ51,491.7046,584.6946,472.3447,428.5647,593.93
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน171,860.81188,292.61201,666.79185,632.25205,229.60
รวมสินทรัพย์213,478.95214,336.91238,003.55212,608.72245,655.35
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม1,557.0011,844.8812,028.0014,921.9012,743.70
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ6,392.783,956.245,631.764,290.596,356.61
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี24,130.665,743.9811,293.3210,358.6716,564.52
รวมหนี้สินหมุนเวียน33,127.1723,040.5129,729.3730,908.2636,609.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน73,218.3284,922.06100,627.9978,201.3294,625.70
รวมหนี้สิน106,345.49107,962.57130,357.36109,109.58131,234.70
ทุนจดทะเบียน22,192.3122,192.3122,192.3122,192.3122,192.31
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า21,750.0021,750.0021,750.0021,750.0021,750.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น19,279.7819,279.7819,279.7819,279.7819,279.78
กำไร(ขาดทุน)สะสม63,147.0565,793.8368,534.2667,330.9469,422.25
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-6,179.45-9,441.43-16,112.99-13,475.60-9,742.97
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่97,997.3897,382.1893,451.0594,885.12100,709.05
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย9,136.078,992.1614,195.148,614.0213,711.60

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ43,675.1533,132.6127,081.6211,571.1522,385.58
รายได้อื่น1,309.701,077.671,037.23341.20338.70
รวมรายได้46,832.9335,405.2129,021.9012,368.6223,205.61
ต้นทุน37,754.8527,298.1121,746.418,787.3418,577.85
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร3,037.433,253.443,282.161,610.941,798.83
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย40,792.2830,551.5525,028.5710,398.2820,376.68
EBITDA14,847.3515,703.3815,482.447,803.747,613.23
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย4,065.394,028.013,707.541,852.401,982.90
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้10,781.9511,675.3711,774.905,951.345,630.33
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่5,167.256,126.786,220.433,277.112,627.98
กำไรต่อหุ้น (บาท)2.382.822.861.511.21

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน10,744.698,143.3812,351.283,983.914,901.59
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-4,751.92-22,487.434,205.43-1,779.681,917.58
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-16,884.16-1,879.36-10,107.34-3,318.22-8,030.52
เงินสดสุทธิ-10,891.39-16,223.416,449.37-1,113.99-1,211.35

ปรับข้อมูลเต็มปี

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.724.645.175.13
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)54.3078.6470.6471.09
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)11.018.538.6212.65
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)33.1642.7942.3428.85
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.284.544.275.92
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)69.1980.4685.4561.61
วงจรเงินสด (วัน)18.2740.9627.5238.33


วิเคราะห์หุ้น RATCH — ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
Ratch Group Public Company Limited หรือ RATCH เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีจุดเด่นเรื่อง กระแสเงินสดจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว + เงินปันผล + พอร์ตโรงไฟฟ้าหลากหลายประเทศ แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือการบริหารสินทรัพย์เดิมและการสร้างกำลังการผลิตใหม่เพื่อทดแทนการเติบโตในอนาคต
🔎 ภาพรวมล่าสุด
ราคาหุ้นที่หน้า Investor Relations ของบริษัทแสดง ณ 28 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 38.00 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 25.50–39.75 บาท ถือว่าราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซนสูงของรอบปี
ด้านผลประกอบการ 1H/2569 RATCH มีกำไรสุทธิ 2,627.98 ล้านบาท รายได้ 26,015.19 ล้านบาท และ EBITDA 7,620 ล้านบาท
💰 1. จุดแข็งของ RATCH
🟢 1) ธุรกิจมีรายได้ค่อนข้างมั่นคง
ธุรกิจหลักของ RATCH คือการผลิตไฟฟ้า โดยรายได้จำนวนมากมาจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ซึ่งมีทั้ง Availability Payment, Energy Payment และ Capacity Payment ทำให้ไม่ได้พึ่งพาราคาขายไฟในตลาดแบบเต็ม ๆ
ในปี 2568 รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 94% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 35,919 ล้านบาท
ข้อดี: กระแสรายได้มีความเป็น Defensive สูงกว่าธุรกิจที่ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจโดยตรง
🟢 2) พอร์ตโรงไฟฟ้ามีขนาดใหญ่
ณ 1 เม.ย. 2569 RATCH มี Equity Installed Capacity รวมประมาณ 9,483.99 MW
Fossil fuel 6,503.17 MW — 68.57%
Renewable 2,980.82 MW — 31.43%
COD แล้ว 8,129.99 MW
อยู่ระหว่างก่อสร้าง/พัฒนา 1,354 MW
จุดนี้ทำให้ RATCH มีฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่ และไม่ได้พึ่งพาโรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียว
🌱 3. Renewable กำลังกลายเป็น Growth Engine
ครึ่งแรกปี 2569 รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มความสำคัญมากขึ้น โดย RATCH ระบุว่ารายได้จาก Renewable อยู่ที่ประมาณ 2,360 ล้านบาท ขณะที่รายได้จาก Conventional อยู่ที่ 22,506 ล้านบาท
บริษัทกำลังเดินหน้าโครงการใหม่ เช่น
NSPI Solar Power Project – Philippines
Song Giang 1 Hydroelectric Power Plant – Vietnam
รวม Equity Capacity ที่กำลังก่อสร้างประมาณ 76.60 MW และคาดว่าจะเริ่ม COD ภายในปี 2569
นี่เป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตในระยะยาว
⚠️ 4. ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา
🔴 PPA โรงไฟฟ้าราชบุรีบางส่วนหมดอายุ
นี่เป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับ RATCH
บริษัทระบุว่า PPA ของ Ratchaburi Thermal Power Plants หมดอายุในเดือน ต.ค. 2568 แม้โรงไฟฟ้าราชบุรี Combined Cycle ขนาด 2,175 MW ยังคงเดินเครื่องและจ่ายไฟเพื่อสนับสนุนระบบไฟฟ้าของประเทศ
ดังนั้น นักลงทุนต้องดูว่า RATCH จะสามารถ ปลดล็อกมูลค่าของสินทรัพย์เดิม และสร้างรายได้ใหม่จากพื้นที่/โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวได้มากแค่ไหน
🔴 ยังพึ่งพา Conventional สูง
แม้ Renewable จะเพิ่มขึ้น แต่โครงสร้างกำลังการผลิตของ RATCH ณ ต้นปี 2569 ยังเป็น Fossil Fuel ถึง 68.57%
ดังนั้นในระยะยาวต้องติดตาม
นโยบายลดการปล่อย CO₂
ราคาก๊าซธรรมชาติ
ต้นทุนทางการเงิน
การเปลี่ยนแปลง PDP
การลงทุน Renewable / Battery Storage

📊 5. ฐานะการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2569 RATCH มี

รายการ1H/2569
สินทรัพย์รวม245,655 ล้านบาท
หนี้สิน131,235 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น114,420 ล้านบาท
D/E1.15 เท่า
ROE10.56%

มุมมอง: D/E 1.15 เท่าไม่ได้ถือว่าสูงผิดปกติสำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่การลงทุนโครงการใหม่จะต้องบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างระมัดระวัง

💵 6. จุดเด่นเรื่องเงินปันผล
ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,220 ล้านบาท และคณะกรรมการอนุมัติเงินปันผล 1.60 บาท/หุ้น สำหรับผลประกอบการปีดังกล่าว คิดเป็นประมาณ 55.94% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดจ่ายวันที่ 22 พ.ค. 2569
หากอิงราคาประมาณ 38 บาท เงินปันผล 1.60 บาทคิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 4.2% ต่อปี
จุดนี้ทำให้ RATCH น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหุ้นโรงไฟฟ้าที่มี กระแสเงินสด + เงินปันผล
🚀 7. Catalyst ที่น่าสนใจ
สิ่งที่อาจผลักดันมูลค่าหุ้นในระยะต่อไป ได้แก่

  1. การลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่
    โดยเฉพาะ Renewable และโครงการในต่างประเทศ
  2. การปลดล็อกสินทรัพย์โรงไฟฟ้าราชบุรี
    บริษัทกำลังมองหาโอกาสใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมรองรับธุรกิจใหม่
  3. Data Center / Energy Infrastructure
    บริษัทระบุถึงโอกาสจากความต้องการ Data Center ที่ต้องการระบบพลังงานและสาธารณูปโภคที่มีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ RATCH ขยับจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ Energy Infrastructure Platform มากขึ้น
  4. Renewable Growth
    การเพิ่มสัดส่วน Renewable จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว

🎯 มุมมองการลงทุน
ผมมอง RATCH เป็นหุ้นแนว
“Defensive + Dividend + Asset Play”
มากกว่าจะเป็นหุ้น Growth ที่กำไรโตแบบก้าวกระโดด
⭐ จุดแข็ง
ธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว
กระแสเงินสดค่อนข้างมีเสถียรภาพ
พอร์ตลงทุนกระจายหลายประเทศ
Renewable เพิ่มขึ้น
มีประวัติการจ่ายปันผล
มีโอกาสสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์เดิม
⚠️ จุดอ่อน
รายได้ยังพึ่งพาโรงไฟฟ้าสูงมาก
Conventional ยังมีสัดส่วนมาก
PPA บางโครงการทยอยหมดอายุ
ธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนสูง
มีความเสี่ยงจากดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
การเติบโตขึ้นกับความสามารถในการหาโครงการใหม่
🔥 สรุปแบบนักลงทุน
RATCH ไม่ใช่หุ้นที่ต้องลุ้น “กำไรระเบิด” แต่เป็นหุ้นที่น่าสนใจจากคุณภาพสินทรัพย์ กระแสเงินสด และปันผล
สิ่งที่ต้องจับตาที่สุดจากนี้คือ “กำไรหลัง PPA โรงไฟฟ้าราชบุรี + การลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ + Renewable + Data Center/Energy Infrastructure”
ถ้าบริษัทสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เดิมให้กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ พร้อมเพิ่ม Renewable ได้ต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดมอง RATCH ในเชิง Growth มากขึ้น จากเดิมที่ถูกมองเป็นหุ้น Defensive/Dividend


Disclaimer

ใส่ความเห็น