รูปโฆษณา โดยมีข้างหลังเป็นกราฟหุ้น มีรูปตึก SET ประกอบ

วิเคราะห์ หุ้น PM บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PM บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PM บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) PM อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม(Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)





การจ่ายปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของหุ้น PM – บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
PM เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว อาหาร เครื่องดื่ม และอาหารสัตว์เลี้ยง ผ่านเครือข่ายร้านค้ากว่า 100,000 แห่งทั่วประเทศ
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
🏭 โรงงานผลิตสินค้า
โรงงานผลิตปลาสวรรค์ “ทาโร”
โรงงานแปรรูปอาหารและขนมขบเคี้ยว
เครื่องจักรการผลิตและบรรจุภัณฑ์
ระบบควบคุมคุณภาพสินค้า
🚚 ศูนย์กระจายสินค้าและระบบโลจิสติกส์
คลังสินค้าเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
ศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ
รถขนส่งสินค้าและเครือข่ายขนส่ง
ระบบบริหารคลังสินค้า (Warehouse Management System)
🏢 อาคารสำนักงาน
สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร
อาคารสำนักงานฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย และบริหารจัดการ
🛍️ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)
แบรนด์ “ทาโร” (TARO)
เครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์
ฐานลูกค้าและเครือข่ายร้านค้ากว่า 100,000 แห่งทั่วประเทศ
ความสัมพันธ์กับคู่ค้ารายใหญ่และโมเดิร์นเทรด
💻 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระบบบริหารงานขาย
ระบบบริหารสต๊อกสินค้า
ระบบบัญชีและ ERP
ระบบวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดและการกระจายสินค้า
สินทรัพย์ที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
✅ แบรนด์ ทาโร (TARO) ซึ่งเป็นผู้นำตลาดขนมปลาเส้นในประเทศไทย
✅ เครือข่ายกระจายสินค้าครอบคลุมร้านค้ากว่า 100,000 แห่งทั่วประเทศ
✅ โรงงานผลิตและคลังสินค้าที่รองรับการเติบโตของยอดขาย
✅ ความเชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 40 ปี
สรุป: ทรัพย์สินสำคัญที่สุดของ PM ไม่ใช่เพียงโรงงานหรือเครื่องจักร แต่คือ แบรนด์ “ทาโร” + เครือข่ายกระจายสินค้าทั่วประเทศ + ฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้และกำไรของบริษัทในระยะยาว


กลุ่มบริษัทในเครือของ Premier Marketing Public Company Limited หรือ บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (PM) ประกอบด้วยบริษัทย่อยหลักที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหาร การผลิต และคลังสินค้า ดังนี้

PM SE Co., Ltd.
ลงทุนในธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)
พัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร
ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเพื่อความยั่งยืน
ทรัพย์สินและธุรกิจสำคัญของกลุ่ม PM
🏭 โรงงานผลิตปลาเส้น TARO
🏭 โรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋องและอาหารสัตว์เลี้ยง
❄️ ห้องเย็นและคลังสินค้าแช่แข็ง
🚚 เครือข่ายกระจายสินค้ากว่า 30,000 ร้านค้าทั่วประเทศ
🥫 ซอสมะเขือเทศและซอสพริกแบรนด์ King’s Kitchen
🐶 อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์จากปลาทูน่า
☕ ธุรกิจสินค้าเกษตรและกาแฟเพื่อสังคมผ่านบริษัทย่อยในกลุ่ม
สรุปสั้นๆ
PM ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค แต่มีธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ การผลิตอาหารแบรนด์ TARO, โรงงานปลาทูน่า, อาหารสัตว์เลี้ยง, อาหารแช่แข็ง, ห้องเย็นและคลังสินค้า ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินหลักที่สร้างรายได้และมูลค่าให้กับบริษัทในระยะยาว

Premier Canning Industry Co., Ltd.
ผลิตและส่งออกปลาทูน่ากระป๋อง
ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากปลาทูน่า
รับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ให้แบรนด์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

P.M. Food Co., Ltd.
ผู้ผลิตขนมปลาเส้นแบรนด์ “TARO”
ผลิตสาหร่ายทอด “TARO BIGGU”
เป็นธุรกิจอาหารว่างที่สร้างชื่อเสียงให้กลุ่ม PM มาอย่างยาวนาน

Premier Frozen Products Co., Ltd.
ผลิตอาหารแช่แข็ง
ให้บริการห้องเย็นและคลังสินค้าแช่เย็น
ให้เช่าพื้นที่จัดเก็บสินค้าและบริการโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น PM – บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
PM ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตอาหาร และบริการคลังห้องเย็น โดยมีสินค้าเด่น เช่น ทาโร อาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครือข่ายกระจายสินค้าทั่วประเทศกว่า 100,000 จุดขาย ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านช่องทางจำหน่าย แต่ก็มีความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามเช่นกัน

  1. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
    สินค้าของ PM ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแอ หรือค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้บริโภคอาจลดการใช้จ่าย ส่งผลต่อยอดขายและอัตราการเติบโตของบริษัทได้โดยตรง
  2. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
    ธุรกิจอาหารของ PM โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทาโร ปลาทูน่า อาหารทะเล และซอสปรุงรส มีความอ่อนไหวต่อราคาวัตถุดิบ เช่น ปลา น้ำมันพืช บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง หากต้นทุนปรับตัวขึ้นเร็วกว่าอำนาจในการขึ้นราคาสินค้า จะกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทได้
  3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรง
    ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ไทยและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าของห้างค้าปลีก (House Brand) ซึ่งอาจกดดันส่วนแบ่งตลาดและกำไรของบริษัท
  4. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องทาง Modern Trade
    PM จำหน่ายสินค้าผ่านห้างค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าทั่วประเทศจำนวนมาก หากผู้ค้ารายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูง หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่ม อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรได้
  5. ความเสี่ยงจากการส่งออก
    บริษัทมีการส่งออกสินค้าทูน่าและอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังหลายประเทศ หากเกิดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน มาตรการกีดกันทางการค้า หรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อาจส่งผลต่อรายได้จากต่างประเทศได้
  6. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร
    ธุรกิจอาหารต้องรักษามาตรฐานการผลิตอย่างเข้มงวด หากเกิดปัญหาคุณภาพสินค้า การเรียกคืนสินค้า หรือมาตรฐานไม่ผ่าน อาจกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้อย่างมีนัยสำคัญ
  7. ความเสี่ยงด้านผลประกอบการและเงินปันผล
    ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าบริษัทมีอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงเมื่อเทียบกับกำไรและกระแสเงินสด หากผลประกอบการในอนาคตชะลอตัว อาจส่งผลต่อความสามารถในการรักษาระดับเงินปันผลเดิมได้

สรุป

PM เป็นหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีจุดแข็งด้านแบรนด์สินค้าและเครือข่ายกระจายสินค้าทั่วประเทศ แต่ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ กำลังซื้อผู้บริโภค ต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขันสูง และความผันผวนของผลกำไรจากธุรกิจอาหาร หากบริหารต้นทุนและรักษาการเติบโตของแบรนด์หลักได้ดี ก็ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวได้


ข้อมูล ณ วันที่ 05 มี.ค. 2569


ผู้บริหาร

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย สมชาย ชุณหรัศมิ์ประธานกรรมการ
2นาง ดวงทิพย์ เอี่ยมรุ่งโรจน์กรรมการ
3นาย ปิย สมุทรโคจรกรรมการ
4นาง เพ็ญศรี เดชติ่งเองกรรมการ
5นาง วไลรัตน์ ผ่องจิตต์กรรมการ
6นาย สุรเดช บุณยวัฒนกรรมการ
7นางสาว แน่งน้อย ใจอ่อนน้อมกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
8นาง แน่งน้อย บุณยะสาระนันท์กรรมการอิสระ
9นาย ภณเอก วราวิชญ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นางสาว อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น PM – พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
PM เป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของไทย มีพัฒนาการสำคัญที่น่าสนใจดังนี้
ปี 2520 – ก่อตั้งบริษัท
จัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2520
เริ่มต้นธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย โดยเน้นการสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ปี 2550 – แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2550
เตรียมความพร้อมสำหรับการระดมทุนและขยายธุรกิจในอนาคต
ปี 2551 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 27 พฤษภาคม 2551
ราคา IPO ที่ 3.10 บาทต่อหุ้น
เงินทุนที่ได้รับช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายระบบกระจายสินค้าและการลงทุนในบริษัทย่อย
ขยายสู่ธุรกิจผลิตอาหารและแบรนด์ของตนเอง
ลงทุนและพัฒนาบริษัทย่อยหลายแห่ง เช่น
PM Food (ผู้ผลิตปลาเส้น “ทาโร”)
Premier Canning Industry (อาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง)
Premier Frozen Products (อาหารแช่แข็ง)
PMSE (ธุรกิจกาแฟและกิจการเพื่อสังคม)
ขยายเครือข่ายกระจายสินค้าทั่วประเทศ
จากเดิมเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าเพียงบางกลุ่ม สู่การเป็น Distributor ครบวงจร
ปัจจุบันมีเครือข่ายร้านค้ากว่า 100,000–120,000 แห่งทั่วประเทศ
ครอบคลุมสินค้า 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
ขนมขบเคี้ยวและลูกอม
อาหารและเครื่องดื่ม
ของใช้ส่วนตัวและในครัวเรือน
อาหารสัตว์เลี้ยง
ขยายตลาดส่งออก
เพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ
ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้าอาหารไปยังเอเชีย ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย
มุ่งสู่ธุรกิจ ESG และความยั่งยืน
ลงทุนในธุรกิจกาแฟอินทรีย์และ Social Enterprise ผ่านแบรนด์ “มีวนา”
ส่งเสริมเกษตรกรและการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
ได้รับการคัดเลือกอยู่ในดัชนี SET ESG Ratings ระดับ A
จุดเปลี่ยนสำคัญของ PM
✅ จาก “ผู้จัดจำหน่ายสินค้า” สู่ “เจ้าของแบรนด์และผู้ผลิต”
✅ ขยายจากตลาดในประเทศสู่ตลาดส่งออก
✅ สร้างเครือข่ายร้านค้ากว่าแสนแห่งทั่วประเทศ
✅ มีธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลส่งออกที่เติบโตสูง
✅ มุ่งเน้น ESG และธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
สำหรับนักลงทุน พัฒนาการที่สำคัญที่สุดของ PM คือ การเปลี่ยนจากบริษัทกระจายสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การมีแบรนด์สินค้าและโรงงานผลิตของตนเอง ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรและสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของบริษัทได้มากขึ้น





งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.256.366.465.97
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)58.3957.3756.4861.12
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)8.229.127.438.43
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)44.4240.0449.1343.28
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.295.845.395.71
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)68.9862.4767.6863.94
วงจรเงินสด (วัน)33.8234.9437.9340.47



วิเคราะห์หุ้น PM – บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
Premier Marketing Public Company Limited เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย และเจ้าของแบรนด์ดังอย่าง “ปลาสวรรค์ทาโร” พร้อมเครือข่ายกระจายสินค้าครอบคลุมร้านค้ากว่า 100,000–120,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้มีความแข็งแกร่งด้านช่องทางจำหน่ายและฐานลูกค้าขนาดใหญ่
ธุรกิจหลักของ PM
รายได้ของบริษัทมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่

  1. ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
    ขนมขบเคี้ยวและลูกอม
    อาหารและเครื่องดื่ม
    สินค้าส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน
    อาหารสัตว์เลี้ยง
    มีเครือข่ายจัดจำหน่ายครอบคลุมทั้ง Modern Trade และ Traditional Trade ทั่วประเทศ
  2. ธุรกิจผลิตอาหาร
    สินค้าหลักคือ
    ปลาสวรรค์ “ทาโร”
    สาหร่ายทอด
    ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่า
    ซอสมะเขือเทศและซอสพริก King’s Kitchen
    อาหารสัตว์เลี้ยงส่งออกต่างประเทศ
    ถือเป็นธุรกิจที่สร้างมาร์จิ้นสูงกว่าการเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้า
  3. ธุรกิจห้องเย็นและคลังสินค้า
    ให้บริการห้องเย็น
    รับฝากสินค้าแช่แข็ง
    สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)

จุดแข็งของ PM
✅ สินค้าแบรนด์แข็งแรง โดยเฉพาะ “ทาโร” ที่เป็นสินค้าติดตลาดมานาน
✅ เครือข่ายกระจายสินค้าทั่วประเทศ เป็นแต้มต่อที่คู่แข่งสร้างได้ยาก
✅ มีทั้งธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ดี
✅ ส่งออกสินค้าไปหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชีย
✅ หุ้นปันผลค่อนข้างโดดเด่น โดยมี Dividend Yield อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับตลาด
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
⚠️ ต้นทุนวัตถุดิบอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาทูน่าและปลาแปรรูป
⚠️ การแข่งขันในตลาดขนมขบเคี้ยวและสินค้า FMCG รุนแรง
⚠️ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่สินค้าสุขภาพมากขึ้น
⚠️ ความผันผวนของค่าเงินบาทจากธุรกิจส่งออก
⚠️ การพึ่งพาสินค้าหลักบางแบรนด์ หากยอดขายชะลอตัวอาจกระทบผลประกอบการได้
มุมมองการลงทุน
PM เป็นหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ธุรกิจไม่หวือหวาแต่มีความมั่นคง จุดเด่นอยู่ที่แบรนด์ “ทาโร” เครือข่ายกระจายสินค้าขนาดใหญ่ และการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหุ้น Defensive และเน้นกระแสเงินสดจากปันผลมากกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด
คะแนนธุรกิจ (มุมมองเชิงคุณภาพ)
ความแข็งแกร่งธุรกิจ: ★★★★☆
ความสามารถแข่งขัน: ★★★★☆
การเติบโตระยะยาว: ★★★☆☆
ความสม่ำเสมอของกำไร: ★★★★☆
ความน่าสนใจด้านปันผล: ★★★★★
สรุป: PM เป็นหุ้น “เสือนอนกิน” ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค รายได้มั่นคง ปันผลเด่น และมีแบรนด์ทาโรเป็นหัวหอกสำคัญ หากกำลังมองหาหุ้นพื้นฐานดี กระแสเงินสดสม่ำเสมอ และรับความผันผวนได้น้อย PM ถือเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลที่น่าจับตาในตลาดหุ้นไทย. 📈


Disclaimer

ใส่ความเห็น