วิเคราะห์ หุ้น BTG บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BTG บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BTG บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) BTG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)



ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร



รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25681.50บาท20 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.50บาท20 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.25บาท21 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25651.00บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น BTG
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ตั้งแต่ อาหารสัตว์ → ฟาร์ม → การแปรรูป → อาหารพร้อมรับประทาน → อาหารสัตว์เลี้ยง ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินธุรกิจจึงครอบคลุมทั้งโรงงาน ฟาร์ม เครื่องจักร ระบบสาธารณูปโภค และโลจิสติกส์

  1. ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดิน
    เป็นฐานสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ เช่น
    ที่ตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์
    โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์และอาหาร
    ฟาร์มปศุสัตว์
    ศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้า
    อาคารสำนักงานและพื้นที่ดำเนินงาน
    จาก One Report 2567 กลุ่มบริษัทมี ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดินมูลค่าสุทธิตามบัญชี 3,785.1 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2567
  2. โรงงานและส่วนปรับปรุงโรงงาน
    ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ BTG เนื่องจากบริษัทมีธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น
    โรงงานผลิตอาหารสัตว์
    โรงงานผลิตเวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์
    โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์
    โรงงานผลิตอาหารแปรรูป
    โรงงานผลิตอาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน
    โรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง
    ในปี 2567 โรงงานและส่วนปรับปรุงโรงงานมีมูลค่าสุทธิตามบัญชี 7,669.7 ล้านบาท
  3. เครื่องจักร ไซโล และอุปกรณ์โรงงาน
    เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ BTG สามารถควบคุมกระบวนการผลิตจำนวนมาก ได้แก่
    เครื่องจักรผลิตอาหารสัตว์
    ระบบไซโลและจัดเก็บวัตถุดิบ
    เครื่องจักรแปรรูปเนื้อสัตว์
    เครื่องจักรผลิตอาหารแปรรูป
    ระบบบรรจุสินค้า
    อุปกรณ์ควบคุมและตรวจสอบคุณภาพ
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อ กำลังการผลิต ประสิทธิภาพ และต้นทุนต่อหน่วย ของบริษัท โดย BTG ระบุทรัพย์สินถาวรหลักเป็น 7 กลุ่ม รวมถึงเครื่องจักร ไซโล และอุปกรณ์โรงงาน
  4. ฟาร์มและทรัพย์สินด้านปศุสัตว์
    BTG มีธุรกิจฟาร์มเชิงพาณิชย์และการผลิตปศุสัตว์ จึงมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เช่น
    โรงเรือนเลี้ยงสุกร
    โรงเรือนไก่
    โรงฟักไข่และระบบเลี้ยงสัตว์
    ระบบให้อาหารและน้ำ
    ระบบควบคุมอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อม
    ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity)
    ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นหัวใจของธุรกิจต้นน้ำ ซึ่งช่วยให้ BTG ควบคุมคุณภาพและปริมาณวัตถุดิบสำหรับการผลิตอาหารได้มากขึ้น
  5. ระบบสาธารณูปโภค
    โรงงานและฟาร์มขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนการผลิต เช่น
    ระบบไฟฟ้า
    ระบบน้ำ
    ระบบบำบัดน้ำเสีย
    ระบบไอน้ำ
    ระบบทำความเย็น
    ระบบจัดการของเสีย
    ระบบสาธารณูปโภคภายในโรงงานและฟาร์ม
    โดยบริษัทจัด ระบบสาธารณูปโภค เป็นหนึ่งในประเภทของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
  6. ยานพาหนะและระบบขนส่ง
    ใช้สำหรับเชื่อมโยงห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น
    รถขนส่งอาหารสัตว์
    รถขนส่งวัตถุดิบ
    รถขนส่งปศุสัตว์
    รถห้องเย็น
    รถกระจายสินค้า
    ยานพาหนะสำหรับกิจการและสำนักงาน
    BTG มีเครือข่ายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งสินค้าจากโรงงานไปยังช่องทางจำหน่าย
  7. อาคารสำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำนักงาน
    ประกอบด้วย
    อาคารสำนักงาน
    ศูนย์ปฏิบัติการ
    เฟอร์นิเจอร์
    ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
    อุปกรณ์สนับสนุนการบริหารงาน
  8. สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง
    BTG ยังมี สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง ซึ่งสะท้อนการลงทุนเพื่อเพิ่มหรือปรับปรุงกำลังการผลิตในอนาคต โดยบริษัทจัดรายการนี้อยู่ในกลุ่มที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เช่นเดียวกัน

มูลค่าทรัพย์สินที่น่าสนใจ
ข้อมูล One Report 2567 ระบุว่า ณ 31 ธันวาคม 2567 กลุ่ม BTG มี ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ 21,846.3 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 32.1% ของสินทรัพย์รวม
ขณะที่ข้อมูลบริษัทระบุว่าในปี 2568 BTG มีสินทรัพย์รวม 66,920 ล้านบาท
มองในมุมลงทุน
จุดเด่นของ BTG คือการมี สินทรัพย์จริงจำนวนมากรองรับธุรกิจแบบครบวงจร โดยเฉพาะโรงงาน ฟาร์ม เครื่องจักร และระบบการผลิต ทำให้บริษัทสามารถควบคุมห่วงโซ่อุปทานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
จุดที่ต้องจับตา: ธุรกิจลักษณะนี้เป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง ค่าเสื่อมราคาและต้นทุนพลังงานมีผลต่อกำไร และการใช้กำลังการผลิตของโรงงาน/ฟาร์มมีความสำคัญต่อผลตอบแทนจากสินทรัพย์
ล่าสุดในปี 2568 BTG มีรายได้จากการขายและบริการ 122,370 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 6,685 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 66,920 ล้านบาท สะท้อนขนาดของฐานสินทรัพย์ที่รองรับธุรกิจอาหารครบวงจรของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือของ BTG
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เป็นธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์ ปศุสัตว์ การแปรรูปอาหาร อาหารสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงธุรกิจต่างประเทศ โดยข้อมูลบริษัทระบุว่ามีการดำเนินงานครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
จากงบการเงินปี 2568 รายชื่อ บริษัทย่อยหลักที่ BTG ถือหุ้นโดยตรง มีดังนี้

บริษัทในเครือสัดส่วนถือหุ้นธุรกิจหลัก
Betagro Agro Industry Co., Ltd.99.9%ผลิตสินค้าปรุง/แช่แข็ง และธุรกิจฟาร์ม
Betagro (Cambodia) Co., Ltd.100%ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์และปศุสัตว์ในกัมพูชา
Better Food Co., Ltd.99.9%ผลิตผลิตภัณฑ์ไก่แช่แข็งและฟาร์มไก่
Betagro Safety Meat Packing Co., Ltd.99.9%โรงฆ่าสุกรและตัดแต่งเนื้อสุกร
Pet Focus Co., Ltd.99.9%ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง
Betagro MF Deli Co., Ltd.78.9%ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุกรและไก่แช่แข็ง
B. Foods Product International Co., Ltd.99.9%ผลิตไก่แช่แข็งและธุรกิจฟาร์มไก่
Thai SPF Products Co., Ltd.99.9%เลี้ยงสุกรปลอดโรคบางชนิดเพื่อจำหน่าย
Betagro Southern Co., Ltd.99.9%อาหารสัตว์และฟาร์มสุกร/ไก่ (อยู่ระหว่างชำระบัญชี)

🔹 โครงสร้างธุรกิจของเครือ BTG สามารถมองภาพรวมได้เป็น 4 เสาหลัก

  1. เกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจต้นน้ำ
    อาหารสัตว์
    เวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์
    ฟาร์มสุกรและไก่
    พันธุ์สัตว์และระบบการเลี้ยง
    ธุรกิจสัตว์เลี้ยง
    นวัตกรรมและธุรกิจใหม่
  2. ธุรกิจอาหารประเทศไทย
    เนื้อสุกร
    เนื้อไก่
    ไข่ไก่
    ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป
    อาหารพร้อมปรุง/พร้อมรับประทาน
    ผลิตภัณฑ์พลอยได้
    โปรตีนทางเลือก
  3. ธุรกิจต่างประเทศ
    BTG มีฐานธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ลาว และเมียนมา รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศอื่น ๆ
  4. ธุรกิจสัตว์เลี้ยงและนวัตกรรมอาหาร
    หนึ่งในธุรกิจที่ BTG ให้ความสำคัญมากขึ้น คืออาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์อาหารนวัตกรรม โดยบริษัทมีธุรกิจ Pet Food และมีการพัฒนาธุรกิจใหม่ผ่าน Betagro Ventures

🌏 การขยายเครือข่ายต่างประเทศ
BTG กำลังขยายจากบริษัทอาหารครบวงจรในไทยไปสู่ Regional Player โดยในปี 2568 บริษัทประกาศการเข้าซื้อกิจการ Eggriculture ในสิงคโปร์ มูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม 2569 BTG ได้จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์หลายแห่งผ่าน Betagro Treasury Center Co., Ltd. เพื่อรองรับการขยายธุรกิจต่างประเทศ เช่น BF Global Holdings Pte Ltd และ BF Indonesia Holdings (Singapore) Pte Ltd
📌 สรุปสำหรับนักลงทุน
BTG ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทขายเนื้อสัตว์ แต่เป็นโครงสร้างธุรกิจแบบ Integrated Food Chain ตั้งแต่
อาหารสัตว์ → ฟาร์ม → ปศุสัตว์ → โรงชำแหละ → แปรรูป → อาหารสำเร็จรูป → Pet Food → ส่งออก/ต่างประเทศ
จุดแข็งสำคัญคือการควบคุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งช่วยให้บริษัทบริหารต้นทุน คุณภาพ และวัตถุดิบได้เป็นระบบมากขึ้น
และในปี 2568 BTG ทำกำไรสุทธิ 6,684.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171% YoY ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 122,950.3 ล้านบาท สะท้อนว่าการปรับพอร์ตไปยังธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นเริ่มส่งผลต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
หมายเหตุ: รายชื่อบริษัทย่อยมีการเปลี่ยนแปลงตามการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท ดังนั้นหากต้องการนำไปทำบทวิเคราะห์หุ้น ควรยึด 56-1 One Report ปี 2568 และประกาศล่าสุดของ BTG เป็นหลัก โดย BTG มีหน้าเผยแพร่รายงานประจำปีและข้อมูลบริษัทย่อยอย่างเป็นทางการ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น BTG
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร ตั้งแต่ อาหารสัตว์ → ฟาร์มปศุสัตว์ → การแปรรูป → อาหารพร้อมบริโภค → อาหารสัตว์เลี้ยง ดังนั้นทรัพย์สินหลักจึงเป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและควบคุมห่วงโซ่อุปทานค่อนข้างมาก

  1. ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดิน
    ใช้เป็นพื้นที่สำหรับ โรงงาน ฟาร์ม ศูนย์กระจายสินค้า และสถานประกอบการต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัท
    จากข้อมูลปี 2567 ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดินมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 3,785.1 ล้านบาท
  2. โรงงานและส่วนปรับปรุงโรงงาน
    เป็นหนึ่งในทรัพย์สินหลักของ BTG รองรับธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น
    โรงงานผลิตอาหารสัตว์
    โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์
    โรงงานผลิตอาหารแปรรูป
    โรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง
    อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต
    ปี 2567 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 7,669.7 ล้านบาท
    ตัวอย่างเช่น BTG มีโรงงานแปรรูปไก่และโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในจังหวัดลพบุรี ซึ่งบริษัทเปิดให้นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเข้าเยี่ยมชมในปี 2568
  3. เครื่องจักร ไซโล และอุปกรณ์โรงงาน
    เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับการผลิตอาหารสัตว์และการแปรรูปอาหาร เช่น
    เครื่องจักรผลิตอาหารสัตว์
    เครื่องจักรแปรรูปเนื้อสัตว์
    ระบบจัดเก็บวัตถุดิบ
    ไซโล
    เครื่องจักรบรรจุสินค้า
    อุปกรณ์ควบคุมคุณภาพและระบบการผลิต
    ปี 2567 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 5,317.4 ล้านบาท โดยเครื่องจักรบางส่วนใช้เป็นหลักประกันวงเงินสินเชื่อระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
  4. ระบบสาธารณูปโภค
    รองรับการดำเนินงานของโรงงานและฟาร์ม เช่น
    ระบบไฟฟ้า
    ระบบน้ำ
    ระบบบำบัดน้ำเสีย
    ระบบทำความเย็น
    ระบบสาธารณูปโภคภายในโรงงาน
    ระบบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสภาพแวดล้อมในการผลิต
    ปี 2567 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 3,638.7 ล้านบาท
  5. ฟาร์มและสินทรัพย์ชีวภาพ
    ถือเป็นทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ของ BTG เพราะบริษัทมีธุรกิจปศุสัตว์ครบวงจร โดยเกี่ยวข้องกับ
    ฟาร์มสุกร
    ฟาร์มไก่
    ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์
    ฟาร์มและระบบเลี้ยงสัตว์
    สินทรัพย์ชีวภาพ เช่น สุกรและสัตว์ปีก
    ธุรกิจของ BTG ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์สุกร ไก่ ไข่ และผลิตภัณฑ์แปรรูป
  6. อาคาร สำนักงาน และอุปกรณ์สำนักงาน
    ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ ระบบติดตั้ง และอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ โดยปี 2567 มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 595.7 ล้านบาท
  7. ยานพาหนะและระบบโลจิสติกส์
    ใช้ในการขนส่งวัตถุดิบ อาหารสัตว์ สินค้าปศุสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารไปยังลูกค้าและช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ โดยปี 2567 ยานพาหนะมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิประมาณ 31.0 ล้านบาท
  8. สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง
    เป็นเงินลงทุนในโครงการโรงงาน เครื่องจักร หรือสิ่งปลูกสร้างที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและติดตั้ง โดยปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 808.7 ล้านบาท

สรุปตัวเลขทรัพย์สินสำคัญ

ประเภททรัพย์สินมูลค่าตามบัญชีสุทธิ ปี 2567
ที่ดินและส่วนปรับปรุง3,785.1 ลบ.
โรงงานและส่วนปรับปรุง7,669.7 ลบ.
เครื่องจักร ไซโล และอุปกรณ์5,317.4 ลบ.
เครื่องตกแต่ง/อุปกรณ์สำนักงาน595.7 ลบ.
ยานพาหนะ31.0 ลบ.
ระบบสาธารณูปโภค3,638.7 ลบ.
สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง808.7 ลบ.
รวม21,846.3 ลบ.

ตัวเลขดังกล่าวเป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ตามงบการเงินรวม ณ 31 ธ.ค. 2567 คิดเป็นประมาณ 32.1% ของสินทรัพย์รวม ในขณะนั้น

🔎 มุมมองนักลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ BTG คือ ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทขายอาหาร แต่เป็นธุรกิจที่มีสินทรัพย์รองรับห่วงโซ่การผลิตจำนวนมาก ตั้งแต่โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์ม ไปจนถึงโรงงานแปรรูปและอาหารพร้อมบริโภค ทำให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้ตลอดห่วงโซ่
และล่าสุดปี 2568 BTG รายงานสินทรัพย์รวมประมาณ 66,920 ล้านบาท พร้อมรายได้จากการขายและบริการ 122,370 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 6,685 ล้านบาท สะท้อนขนาดของฐานธุรกิจที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์
สรุปสั้น ๆ: ทรัพย์สินหัวใจสำคัญของ BTG คือ “โรงงาน + เครื่องจักร + ฟาร์ม + ระบบสาธารณูปโภค + สินทรัพย์ชีวภาพ + ระบบกระจายสินค้า” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ BTG สามารถดำเนินธุรกิจอาหารแบบครบวงจรได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ.


ข้อมูล ณ วันที่ 11 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท เบทาโกร โฮลดิ้ง จำกัด732,006,20037.83
2TAE HK Investment Limited400,000,00020.67
3บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด73,974,7763.82
4น.ส. เจนจิรา แต้ไพสิฐพงษ์35,302,1221.82
5บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)28,746,3001.49
6น.ส. ปิยาภรณ์ แต้ไพสิฐพงษ์26,017,4621.34
7SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED24,565,8001.27
8น.ส. เปรมรัตน์ แต้ไพสิฐพงษ์24,315,0001.26
9น.ส. ถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงษ์22,703,7621.17
10น.ส. สมศรี ทองไทย22,497,4241.16
11นาง วฤษาย์ แต้ไพสิฐพงษ์17,142,6620.89
12DBS BANK LTD. FOR CLIENT AC SG456410000317,066,0800.88
13น.ส. กนกรัตน์ แต้ไพสิฐพงษ์15,178,2120.78
14MR. Hok Him Charles Wong10,083,5400.52

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย รพี สุจริตกุลประธานคณะกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
2นาย วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นางสาว ถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงษ์กรรมการ
4นางสาว ปิยาภรณ์ แต้ไพสิฐพงษ์กรรมการ
5นางสาว เปรมรัตน์ แต้ไพสิฐพงษ์กรรมการ
6นาย วนัส แต้ไพสิฐพงษ์กรรมการ
7นาง ศิริวรรณ อินทรกำธรชัยกรรมการ
8นาย ทวีศักดิ์ กออนันตกูลกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
9นาง ทองอุไร ลิ้มปิติกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นาย ธนวงษ์ อารีรัชชกุลกรรมการอิสระ
11นาย วินิจ ศิลามงคลกรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น BTG — บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
Betagro หรือ BTG มีพัฒนาการจากธุรกิจอาหารสัตว์ สู่ผู้ประกอบการ เกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่อาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปเนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงธุรกิจอาหารและการขยายตลาดต่างประเทศ
🔥 Timeline จุดเปลี่ยนสำคัญของ BTG

ปีพัฒนาการสำคัญ
2510ก่อตั้งบริษัทและเปิดโรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกที่ จ.สมุทรปราการ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมแบบครบวงจร
2523เริ่มลงทุนกับพันธมิตรต่างประเทศเป็นครั้งแรก สะท้อนแนวทางการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาพัฒนาธุรกิจ
2549เปิดตัว S-Pure ผลิตภัณฑ์เนื้อหมูระดับพรีเมียม ก่อนต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์ไก่และไข่
2560-2561S-Pure ยกระดับมาตรฐานด้วยผลิตภัณฑ์หมู ไก่ และไข่ที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง และได้รับการรับรองจาก NSF International
2562เปิดโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร รองรับตลาด Pet Food ที่มีแนวโน้มเติบโต
2563จัดตั้ง Betagro Central Kitchen and Food Innovation Center และนำระบบ ERP มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนและลดต้นทุน
2565จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: BTG เข้าจดทะเบียนใน SET และเริ่มซื้อขายวันที่ 2 พ.ย. 2565 พร้อมเดินหน้าผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก Meatly!
2566เดินหน้าสู่ Smart Factory และก่อตั้ง Betagro Ventures เพื่อค้นหาและลงทุนในนวัตกรรมอาหารและโปรตีนทางเลือก รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีโปรตีนรูปแบบใหม่
2566BTG ได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนีสำคัญหลายตัว ได้แก่ MSCI Global Small Cap, FTSE SET Mid Cap, SET100 และ SETWB
2567ขยายฐานการผลิตต่างประเทศ โดยเปิด โรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกใน สปป.ลาว และเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาค
2567ได้รับ CG Scoring ระดับ 5 ดาว Excellent, CAC ระดับ 2 ดาว และได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AAA เป็นปีแรก
2568เดินหน้ากลยุทธ์ Regional Player ด้วยการเข้าซื้อกิจการ Eggriculture ในสิงคโปร์ มูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจไข่และฐานลูกค้า Retail/HORECA
2568การเข้าซื้อกิจการในสิงคโปร์เริ่มสะท้อนในผลประกอบการ โดยบริษัทระบุว่ารายได้จากดีลดังกล่าวถูกรับรู้ในไตรมาส 1/68 เป็นครั้งแรก
2568ผลประกอบการเติบโตอย่างโดดเด่น: รายได้รวม 122,950.3 ล้านบาท เพิ่ม 7.0% และกำไรสุทธิ 6,684.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 171.0% จากปีก่อน ขณะที่ Gross M

🚀 จุดเปลี่ยนที่น่าจับตาสำหรับ BTG

  1. จาก “ผู้ผลิต” สู่ Food Solutions
    BTG พยายามขยับจากธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทั้งอาหารแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน อาหารสัตว์เลี้ยง และโปรตีนทางเลือก ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้าง Margin
  2. ปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มความสามารถทำกำไร
    ปี 2568 เป็นตัวอย่างชัดเจนของกลยุทธ์ดังกล่าว โดย BTG ระบุว่าการปรับพอร์ตสินค้าและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gross Margin และกำไรเติบโตแรง
  3. จาก Thailand Player สู่ Regional Player 🌏
    การซื้อ Eggriculture ในสิงคโปร์กว่า 1,900 ล้านบาท เป็นก้าวสำคัญในการสร้างฐานธุรกิจนอกประเทศไทย และบริษัทตั้งเป้ารายได้ในสิงคโปร์ปี 2568 เติบโต 400% จากปี 2567
  4. เพิ่มน้ำหนักธุรกิจนวัตกรรม
    Betagro Ventures และศูนย์นวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการค้นหาธุรกิจใหม่ เช่น โปรตีนทางเลือก Mycelium-based, Plant-based รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงรูปแบบใหม่

📌 มุมมองเชิงหุ้น
พัฒนาการของ BTG ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มกำลังผลิต แต่เป็นการ เปลี่ยนโครงสร้างการเติบโต จากธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม → สินค้ามูลค่าเพิ่ม → นวัตกรรมอาหาร → Pet Food → ตลาดต่างประเทศ
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ ปี 2568 BTG สามารถเปลี่ยนการเติบโตของรายได้ให้กลายเป็นการเติบโตของกำไรที่แรงกว่ามาก โดยกำไรสุทธิเพิ่มถึง 171% ขณะที่รายได้เพิ่ม 7% สะท้อนผลของการปรับ Product Mix และ Margin ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ดังนั้น หากมอง BTG ในเชิงลงทุน จุดที่ควรติดตามต่อคือ:
Margin → ราคาหมู/ไก่ → ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ → การเติบโตต่างประเทศ → Synergy จาก Eggriculture → ธุรกิจ Pet Food และอาหารมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านของ BTG ไปสู่บริษัทอาหารระดับภูมิภาคสามารถสร้างกำไรที่ยั่งยืนได้มากน้อยเพียงใด.


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,560.582,882.481,270.421,685.022,426.54
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ7,480.357,730.978,130.998,409.388,349.15
สินค้าคงเหลือ12,115.2015,295.3013,746.9513,119.8114,735.54
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน30,726.2735,396.0232,392.0932,955.0035,317.10
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ21,145.8121,846.3222,471.5722,637.7522,011.83
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน31,774.7132,718.3934,527.7934,388.4234,833.15
รวมสินทรัพย์62,500.9868,114.4166,919.8767,343.4270,150.25
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม12,315.1414,497.222,262.277,294.603,025.39
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ9,292.789,479.1710,540.349,107.369,525.27
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี1,999.332,199.735,551.833,909.744,291.92
รวมหนี้สินหมุนเวียน24,494.4527,115.4119,549.3021,383.9318,094.10
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน12,694.1113,710.9814,256.8314,652.8421,159.73
รวมหนี้สิน37,188.5640,826.3933,806.1336,036.7739,253.84
ทุนจดทะเบียน10,000.0010,000.0010,000.0010,000.0010,000.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า9,674.009,674.009,674.009,674.009,674.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น14,763.4514,763.4514,763.4514,763.4514,763.45
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,582.633,434.279,151.506,958.727,893.82
หุ้นทุนรับซื้อคืน328.44521.30
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-885.74-778.06-1,015.09-903.83-1,117.36
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน-908.43-908.43-908.43-908.43-1,246.64
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่25,134.3527,093.6732,245.4130,492.3430,692.61
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย178.07194.36868.33814.31203.80

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ108,665.88114,256.92122,397.1261,858.3657,800.38
รายได้อื่น465.12648.50517.92211.15319.54
รวมรายได้109,131.00114,905.42122,915.0462,069.5158,119.92
ต้นทุน97,800.3998,830.59101,730.2350,302.9849,421.71
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร11,578.5411,990.1412,864.376,363.956,239.20
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย109,378.92110,820.72114,594.6056,666.9355,660.91
EBITDA4,333.969,250.6313,924.318,189.645,271.24
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย4,567.824,972.155,381.192,665.582,721.10
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-233.864,278.488,543.125,524.052,550.14
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-1,398.172,466.166,684.594,491.811,601.39
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.721.273.462.320.84

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน3,234.653,967.0114,171.008,168.631,302.89
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-4,426.06-3,246.49-4,372.61-3,408.93-1,009.77
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-3,202.58640.60-11,407.19-5,954.92860.12
เงินสดสุทธิ-4,393.991,361.12-1,608.80-1,195.211,153.24

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)17.0517.1918.0016.04
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)21.4121.2320.2822.75
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)7.217.018.447.24
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)50.6252.1043.2750.41
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)19.1819.4318.8120.53
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)19.0318.7919.4017.77
วงจรเงินสด (วัน)53.0054.5444.1555.38

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค BTG — เบทาโกร
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ล่าสุดวันที่ 27 ส.ค. 2569 ราคาหุ้นอยู่บริเวณ 21.30 บาท ลดลง 0.10 บาท (-0.47%) ระหว่างวันแกว่งในกรอบ 21.20–21.50 บาท ขณะที่ก่อนหน้านี้วันที่ 25 ส.ค. ราคาพุ่ง +3.38% พร้อมวอลุ่มสูงถึง 14.88 ล้านหุ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในเชิงเทคนิค
🔥 ภาพรวมสัญญาณ: “ขาขึ้นกำลังทดสอบแนวต้าน”
โครงสร้างระยะสั้นของ BTG เริ่ม ยกฐานขึ้น จากโซน 20.30–20.60 บาท ก่อนเร่งตัวขึ้นแตะ 21.60 บาท โดยวอลุ่มวันที่ 25 ส.ค. เพิ่มขึ้นเด่นชัด ขณะที่ราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญหลายเส้น
ข้อมูล Technical ณ 27 ส.ค. ระบุว่า MA50 อยู่ประมาณ 20.94–21.00 บาท, MA100 ประมาณ 20.82–20.98 บาท และ MA200 ประมาณ 20.94–20.97 บาท ขณะที่ RSI(14) อยู่แถว 57 และ MACD ยังให้สัญญาณบวก
แปลเป็นภาษานักเทคนิค:
“โครงสร้างยังไม่เสีย แต่กำลังชนด่านสำคัญ ต้องรอแรงซื้อยืนยันการ Breakout”
🚀 จุดที่ต้องจับตา
แนวต้าน
21.50–21.60 บาท — ด่านแรกและ High ล่าสุด
22.00 บาท — แนวจิตวิทยา หากผ่าน 21.60 ได้
22.50–23.00 บาท — เป้าหมายถัดไป หากเกิด Breakout จริง
แนวรับ
21.20–21.00 บาท — รับระยะสั้น
20.90–20.80 บาท — โซน MA50/MA100
20.60–20.40 บาท — ฐานเดิม หากหลุดลงมาจะทำให้ Momentum อ่อนตัว
⚡ สัญญาณ Momentum
จุดเด่นคือ RSI ยังไม่เข้าเขต Overbought และ MACD ยังเป็นบวก ขณะที่ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลางหลายเส้น จึงยังมีพื้นที่ให้ Momentum เดินหน้าต่อได้
แต่จุดที่ต้องระวังคือ 21.50–21.60 บาท เพราะเป็นโซนที่ราคาขึ้นมาชนแล้ว หากผ่านไม่ได้ อาจเกิดแรงขายทำกำไรและกลับมาทดสอบ 21.00 บาท
💥 กลยุทธ์แบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
สายเก็งกำไร:
รอราคา Break 21.60 บาท พร้อมวอลุ่มเร่งตัว ถือเป็น Trigger สำคัญของรอบใหม่
สาย Follow Buy:
หากผ่าน 21.60 ได้ เป้าหมายถัดไปมอง 22.00 → 22.50 → 23.00 บาท
สายรับความเสี่ยงต่ำ:
จับตาการย่อบริเวณ 21.00–20.90 บาท หากยืนได้และมีแรงซื้อกลับ มีโอกาสใช้เป็นจุดสะสมเชิงเทคนิค
จุดเฝ้าระวัง:
หากหลุด 20.80 บาท พร้อมวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังภาพ Technical จะกลับมาเป็น Sideway/พักฐาน และถ้าหลุด 20.40 บาท โครงสร้างระยะสั้นจะเสียชัดขึ้น
🎯 สรุปแบบกระแทก
BTG กำลังอยู่ในโหมด “ลุ้น Breakout” 🔥
ราคายกฐานขึ้นเหนือกลุ่ม MA ระยะกลาง ขณะที่ RSI และ MACD ยังสนับสนุน Momentum ฝั่งบวก แต่ด่าน 21.60 บาท คือบททดสอบสำคัญ
21.60 = จุดวัดใจ
ผ่าน + วอลุ่ม = ลุ้นรอบใหม่ 🚀
ยืน 21.00 = โมเมนตัมยังดี
หลุด 20.80 = ต้องระวังแรงขาย
ข้อมูลนี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคจากราคาปัจจุบัน ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย และระดับแนวรับ–แนวต้านควรปรับตามราคาจริงระหว่างตลาดเปิด


วิเคราะห์หุ้น BTG — บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เป็นหุ้นกลุ่มอาหารครบวงจรที่มีจุดเด่นตรงการควบคุมห่วงโซ่ตั้งแต่ธุรกิจเกษตร อาหาร ไปจนถึงตลาดในประเทศและต่างประเทศ
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
BTG ดำเนินธุรกิจแบบ Integrated Food Company ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่
ธุรกิจอาหารสัตว์และธุรกิจเกษตร
ฟาร์มและการผลิตปศุสัตว์
ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์
อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมรับประทาน
ธุรกิจอาหารในประเทศ
ธุรกิจต่างประเทศ
ธุรกิจสัตว์เลี้ยง
โครงสร้างนี้ทำให้ BTG ไม่ได้พึ่งพารายได้จากสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว และสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากต้นน้ำไปสู่สินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้นได้
📊 ผลประกอบการ — จุดที่ต้องจับตา
ปี 2568 ถือเป็นปีที่กำไรของ BTG ฟื้นตัวโดดเด่นมาก
รายได้รวม 122,950.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0%
กำไรสุทธิ 6,684.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 171.0%
Gross Margin เพิ่มจาก 13.5% → 16.9%
Net Margin เพิ่มเป็น 5.4% จาก 2.1%
รายได้อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมทานเพิ่ม 8.6%
รายได้ Foodservice และ Modern Trade เพิ่ม 19.5%
รายได้ต่างประเทศเพิ่ม 21.1%
ประเด็นสำคัญ: BTG ไม่ได้โตแค่ยอดขาย แต่กำลังพยายามเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่สินค้าที่มี Margin สูงขึ้น
นี่เป็นปัจจัยที่น่าสนใจกว่าการดู Revenue Growth เพียงอย่างเดียว
⚠️ แต่ปี 2569 ต้องระวังเรื่อง “กำไรชะลอ”
งบล่าสุด Q2/2569 ทำให้ภาพของ BTG เปลี่ยนจาก “กำไรฟื้นแรง” เป็น “ต้องพิสูจน์ความยั่งยืนของกำไร”
Q2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 598.4 ล้านบาท เทียบกับ 2,594.0 ล้านบาท ใน Q2/2568
ส่วนกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 1,601.4 ล้านบาท เทียบกับ 4,491.8 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้น นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า
กำไรที่ลดลงเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราว หรือเป็นสัญญาณว่า Cycle ของธุรกิจเนื้อสัตว์กำลังกลับตัว
นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดของ BTG ในช่วงนี้
🟢 จุดแข็งของ BTG

  1. ธุรกิจครบวงจร
    การมีธุรกิจตั้งแต่ Feed → Farm → Food Processing → Distribution ทำให้บริษัทควบคุม Supply Chain ได้มากกว่าผู้ประกอบการที่อยู่เฉพาะปลายน้ำ
  2. มีโอกาสเพิ่ม Margin
    บริษัทกำลัง Shift Portfolio ไปยัง
    อาหารแปรรูป + Ready-to-Eat + Foodservice + Modern Trade + ต่างประเทศ
    ซึ่งเป็นกลุ่มที่บริษัทระบุว่าช่วยเพิ่มคุณภาพของรายได้และอัตรากำไร
  3. ต่างประเทศยังเป็น Growth Engine
    รายได้ต่างประเทศปี 2568 เติบโต 21.1% YoY ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตที่น่าจับตา
  4. มีโอกาสจากธุรกิจ Pet Food
    ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตตามจำนวนสัตว์เลี้ยงและการใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยงที่สูงขึ้น ทำให้เป็น Segment ที่มีศักยภาพในการเพิ่มสัดส่วนรายได้และ Margin
  5. ลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
    บริษัทระบุแผนลงทุนประมาณ 5,300 ล้านบาท โดยเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนตามเกณฑ์ และคาดหวัง IRR ระดับสองหลักสำหรับโครงการที่ผ่านการคัดเลือก
    🔴 ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  6. ราคาวัตถุดิบผันผวน
    ธุรกิจอาหารและปศุสัตว์มีต้นทุนสำคัญ เช่น ข้าวโพด กากถั่วเหลือง พลังงาน และวัตถุดิบอาหารสัตว์
    หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่า BTG สามารถปรับราคาขายได้ → Margin ถูกบีบ
  7. วัฏจักรราคาเนื้อสัตว์
    ธุรกิจสุกรและไก่มีลักษณะเป็น Commodity Cycle
    เมื่อ Supply ล้นตลาด → ราคาขายลด
    เมื่อราคาขายลด → Margin หด
    แต่ต้นทุนอาหารสัตว์อาจไม่ได้ลดลงตามทันที
    ดังนั้นกำไร BTG จึงมีความผันผวนตาม Cycle
  8. โรคระบาดในสัตว์
    นี่คือหนึ่งในความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของธุรกิจปศุสัตว์ เพราะสามารถกระทบทั้ง
    ปริมาณการผลิต + ต้นทุน + การส่งออก + ความเชื่อมั่นผู้บริโภค
  9. กำไรปี 2569 ยังต้องพิสูจน์
    หลังจากกำไรปี 2568 โตถึง 171% นักลงทุนอาจคาดหวังสูง แต่ตัวเลข 1H/2569 ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบ YoY
    ดังนั้นการลงทุน BTG ตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับ Earnings Recovery มากกว่าการมองเพียงว่ากำไรปี 2568 เคยโตแรง
    \

📈 มุมมองหุ้น BTG เชิงเทคนิค
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 27 ส.ค. 2569 BTG เคลื่อนไหวบริเวณ 21.30 บาท โดยระหว่างวันอยู่ที่ประมาณ 21.20–21.50 บาท
จากราคาย้อนหลัง หุ้นมีการดีดจากโซนประมาณ 20.30–20.70 บาท ขึ้นมาทดสอบบริเวณ 21.40–21.60 บาท โดยวันที่ 25 ส.ค. มี Volume สูงถึงประมาณ 14.88 ล้านหุ้น และราคาปิด 21.40 บาท
แนวรับสำคัญ
21.00–21.20 บาท
ถ้ายืนได้ มีโอกาสรักษา Momentum ขาขึ้นระยะสั้น
20.50–20.70 บาท
เป็นแนวรับถัดไป หากหลุด 21 บาท
แนวต้าน
21.50–21.60 บาท
เป็นด่านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้
หาก Breakout 21.60 บาท + Volume เข้ามาชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิค และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบโซนถัดไป
แต่ถ้าไม่ผ่านแล้วเกิดแรงขายกลับลงมา → ต้องระวังการเกิด False Breakout
🎯 มุมมองการลงทุน
ผมมอง BTG เป็นหุ้นที่มี 2 Story ซ้อนกัน
Story 1: ธุรกิจพื้นฐานดีและมีโอกาสเพิ่ม Margin จากอาหารแปรรูป / ต่างประเทศ / Pet Food
Story 2: ต้องรอพิสูจน์ว่ากำไรปี 2569 จะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ หลัง 1H/2569 ชะลอตัวแรง
ดังนั้น BTG ตอนนี้จึงไม่ใช่หุ้นที่ควรดูเพียง “กำไรปีที่แล้วโต 171%”
แต่ควรถามว่า
“กำไรไตรมาสต่อไปจะฟื้นหรือไม่ และ Margin จะกลับมาหรือไม่?”
ถ้าคำตอบเริ่มชัดเจนในงบ Q3–Q4 พร้อมกับราคาหุ้น Breakout แนวต้านและ Volume สนับสนุน จะทำให้ Investment Case แข็งแรงขึ้นมาก
⭐ สรุปคะแนน

ปัจจัยมุมมอง
ธุรกิจ⭐⭐⭐⭐
การเติบโต⭐⭐⭐⭐
Margin⭐⭐⭐⭐
งบล่าสุด⭐⭐½
Growth ต่างประเทศ⭐⭐⭐⭐
ความเสี่ยง Commodity⭐⭐½
Technical Momentum⭐⭐⭐½
ภาพรวมบวกแบบต้องติดตามกำไร

สรุปสั้น ๆ:
BTG = หุ้นอาหารครบวงจรที่พื้นฐานระยะยาวน่าสนใจ แต่ระยะสั้นต้องจับตาการฟื้นตัวของกำไรอย่างมาก ขณะที่กราฟกำลังอยู่ในช่วงทดสอบแนวต้านสำคัญ หากทะลุ 21.50–21.60 บาทพร้อม Volume ได้ จะทำให้ภาพ Technical แข็งแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าหลุด 21.00 บาท ต้องระวังแรงขายกดกลับ


Disclaimer

ใส่ความเห็น