ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น PEACE บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PEACE บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PEACE บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) PEACE อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.06บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.06บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.15บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.25บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.20บาท19 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25645 : 1หุ้น19 พ.ค. 2565หุ้นปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น PEACE
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
หุ้น PEACE ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น CHER, CORDIZ, CHERENE, CHEREA และ INNER PEACE
หัวใจสำคัญของธุรกิจ PEACE คือ ที่ดิน โครงการบ้านที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และบ้านพร้อมขาย ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการสร้างรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์

  1. ทรัพย์สินสำคัญที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
    1. ที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการ
      ใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม โดยทำเลที่ตั้งมีผลต่อความต้องการซื้อ ราคาขาย และความสามารถในการแข่งขันของโครงการ
    2. บ้านและทาวน์โฮมระหว่างพัฒนาและพร้อมขาย
      เป็นสินค้าหลักที่บริษัทนำออกจำหน่าย รายการเหล่านี้อาจอยู่ในรูปงานก่อสร้างระหว่างดำเนินการ ต้นทุนโครงการ และอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้โอนให้ลูกค้า
    3. สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ
      เช่น ถนนภายในโครงการ ระบบระบายน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยสนับสนุนการขายและเพิ่มความน่าสนใจของที่อยู่อาศัย
    4. อาคารสำนักงานและอุปกรณ์ดำเนินงาน
      ใช้บริหารจัดการโครงการ การตลาด การขาย งานบัญชี และบริการหลังการขาย ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบรายละเอียดการถือครองและมูลค่าจากงบการเงินของบริษัท
    5. เงินทุนและทรัพยากรในการพัฒนาโครงการ
      เงินสด เงินทุนหมุนเวียน และแหล่งเงินทุนที่ใช้ซื้อที่ดิน จ่ายค่าก่อสร้าง ค่าวัสดุ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนสามารถส่งมอบบ้านและรับรู้รายได้
      หมายเหตุ: ภาพประกอบใช้เพื่อสื่อถึงลักษณะทรัพย์สินของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่การยืนยันว่าเป็นทรัพย์สินที่บริษัทถือครองโดยตรงทุกรายการ
  1. มูลค่าทรัพย์สินและโครงการที่สำคัญ
    ข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และข้อมูลบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มีตัวเลขสำคัญดังนี้
    สินทรัพย์รวม ณ 30 มิถุนายน 2569
    3,872.20 ล้านบาท
    หนี้สินรวม
    1,645.35 ล้านบาท
    ส่วนของผู้ถือหุ้น
    2,226.84 ล้านบาท
    โครงการเปิดขาย
    11 โครงการ
    โครงการระหว่างพัฒนา
    1 โครงการ
    ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตามข้อมูลบริษัทที่เผยแพร่ผ่าน SET
    นอกจากนี้ บริษัทระบุว่ามีสินค้าคงเหลือเพื่อขายประมาณ 1,000 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
    ข้อควรระวังในการอ่านตัวเลข: มูลค่าสินค้าคงเหลือหรือมูลค่าโครงการเป็นคนละรายการกับสินทรัพย์รวมในงบการเงิน จึงไม่ควรนำมาบวกกันโดยตรง
  2. โครงการที่สร้างรายได้ให้ PEACE
    โครงการที่บริษัทระบุว่ามีการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ได้แก่
  • CHERENE กรุงเทพกรีฑา–ร่มเกล้า และ พหล–วัชรพล
  • CHEREA ราชพฤกษ์–เจษฎาบดินทร์
  • CHER ราชพฤกษ์–พระราม 5, เวสต์วิลล์ ราชพฤกษ์, พหลโยธิน–สายไหม, วิภาวดีรังสิต, ปิ่นเกล้า–วงแหวน และสาทร–สุขสวัสดิ์
  • INNER PEACE สาทร–ท่าพระ
  • CORDIZ พัฒนาการ–อ่อนนุช
    ทรัพย์สินในโครงการเหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากการขายบ้านและการโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้า

4. วิเคราะห์ความสำคัญของทรัพย์สินต่อธุรกิจ

ประเภททรัพย์สินความสำคัญต่อ PEACE
ที่ดินเป็นฐานสำหรับพัฒนาโครงการใหม่และกำหนดศักยภาพการเติบโต
บ้านระหว่างก่อสร้างเป็นต้นทุนที่ต้องบริหารให้สอดคล้องกับยอดขาย
บ้านพร้อมขายเป็นสินค้ารอสร้างรายได้และกระแสเงินสดจากการโอน
สาธารณูปโภคโครงการสนับสนุนคุณภาพและความน่าสนใจของโครงการ
เงินสดและเงินทุนหมุนเวียนใช้ซื้อที่ดิน ก่อสร้าง และรองรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม

  1. การระบายสินค้าคงเหลือ: บ้านพร้อมขายจะเปลี่ยนเป็นรายได้และเงินสดได้มากน้อยเพียงใด
  2. กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: สะท้อนความสามารถในการเปลี่ยนยอดขายและการโอนเป็นเงินสดจริง
  3. ต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้าง: มีผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ
  4. หนี้สินและต้นทุนทางการเงิน: ควรติดตามควบคู่กับการเปิดโครงการใหม่และการลงทุนซื้อที่ดิน
    ข้อมูลล่าสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่า PEACE มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 633.81 ล้านบาท และกำไรสุทธิประมาณ 35.25 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการขายและโอนโครงการยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลประกอบการของบริษัท

สรุป: ทรัพย์สินหลักของ PEACE คือที่ดินและสินค้าคงเหลือในโครงการบ้านแนวราบ ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างรายได้ นักลงทุนควรพิจารณาทั้งมูลค่าทรัพย์สิน ความเร็วในการขายและโอน ตลอดจนกระแสเงินสดและภาระหนี้ควบคู่กัน ไม่ใช่ดูเฉพาะมูลค่าสินทรัพย์รวมเพียงอย่างเดียว


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น PEACE
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเอกสารบริษัท อัปเดตตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PEACE ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น CHER, CORDIZ, CHERENE, CHEREA และ INNER PEACE

  1. บริษัทในเครือที่มีการเปิดเผยข้อมูล
    บริษัท พัฒนทรัพย์ 1989 จำกัด
    บริษัทย่อยจัดตั้งใหม่
  • วันที่จัดตั้ง: 6 ตุลาคม 2569
  • สัดส่วนการถือหุ้น: บริษัท PEACE ถือหุ้น 99.99% ตามเอกสารแจ้งจัดตั้ง
  • ทุนจดทะเบียน: 1,000,000 บาท
  • ลักษณะธุรกิจ: บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลัก
  • แหล่งเงินทุน: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท
    แหล่งข้อมูล: หนังสือแจ้งการจัดตั้งบริษัทย่อยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 6 ตุลาคม 2569
  1. โครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม PEACE
    บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
    บริษัทแม่ — พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
    บริษัท พัฒนทรัพย์ 1989 จำกัด
    ถือหุ้นโดย PEACE 99.99% ตามเอกสารแจ้งจัดตั้ง
    บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท
  2. สรุปสำหรับบทวิเคราะห์หุ้น
    กลุ่มบริษัท PEACE มีธุรกิจหลักในการพัฒนาและจำหน่ายที่อยู่อาศัยแนวราบ และได้จัดตั้งบริษัท พัฒนทรัพย์ 1989 จำกัด เพื่อรองรับงานบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินงานของบริษัทแม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าบริษัทดังกล่าวสร้างรายได้หรือกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเพิ่งจัดตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 2569
    หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นรายชื่อบริษัทย่อยที่ตรวจสอบพบจากเอกสารที่เปิดเผยล่าสุด ไม่ใช่การยืนยันว่ามีเพียงบริษัทเดียวในเครือทั้งหมด และเอกสารแจ้งจัดตั้งมีตัวเลขสัดส่วนหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่รวมแล้วคลาดเคลื่อนเล็กน้อย จึงควรตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นฉบับเต็มก่อนนำไปใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการ


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


วิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น PEACE
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
PEACE
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ธุรกิจหลัก: พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง ดำเนินธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น CHER, CORDIZ และ CHERENE
ความเสี่ยงสำคัญของหุ้น PEACE จึงเกี่ยวข้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภค การอนุมัติสินเชื่อบ้าน ต้นทุนการพัฒนาโครงการ การแข่งขัน และความสามารถในการเปลี่ยนสินค้าคงเหลือให้เป็นเงินสด

  1. ความเสี่ยงหลักที่นักลงทุนควรติดตาม
    1. ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อและสินเชื่อที่อยู่อาศัย
      ความเสี่ยงสูง
      หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ครัวเรือนไม่เติบโต หรือหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ลูกค้าอาจชะลอการซื้อบ้าน ขณะเดียวกันธนาคารอาจเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ลูกค้าจองบ้านแล้วไม่สามารถโอนได้ตามแผน
      ผลกระทบ: ยอดขายและรายได้ลดลง สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น และเงินสดรับจากการโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้า
    2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
      ความเสี่ยงสูง
      ตลาดบ้านแนวราบมีผู้ประกอบการหลายราย ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบทำเล ราคา แบบบ้าน และโปรโมชั่นได้ง่าย หากคู่แข่งลดราคา บริษัทอาจจำเป็นต้องเพิ่มส่วนลดหรือของแถมเพื่อรักษายอดขาย
      ผลกระทบ: อัตรากำไรขั้นต้นลดลง และอาจต้องใช้เวลานานขึ้นในการขายบ้านแต่ละโครงการ
    3. ความเสี่ยงด้านต้นทุนก่อสร้าง
      ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงผู้รับเหมา และต้นทุนระบบสาธารณูปโภคอาจปรับตัวสูงขึ้น หากต้นทุนจริงสูงกว่างบประมาณที่วางไว้ บริษัทอาจไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันทีเพราะการแข่งขัน
      ผลกระทบ: กำไรต่อหน่วยลดลง และผลตอบแทนจากการลงทุนในแต่ละโครงการต่ำกว่าเป้าหมาย
    4. ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือและเงินทุนจม
      การพัฒนาโครงการต้องใช้เงินลงทุนล่วงหน้า ทั้งค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง และค่าสาธารณูปโภค หากขายหรือโอนได้ช้ากว่าคาด เงินทุนจะค้างอยู่ในโครงการเป็นเวลานาน
      ผลกระทบ: กระแสเงินสดตึงตัว ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และอาจต้องจัดโปรโมชั่นระบายสินค้า
    5. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงิน
      แม้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับบางธุรกิจ แต่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก หากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอ บริษัทอาจต้องพึ่งพาสินเชื่อหรือเงินทุนจากแหล่งอื่นเพิ่มขึ้น
      ผลกระทบ: ภาระดอกเบี้ยสูงขึ้น และความสามารถในการลงทุนโครงการใหม่อาจลดลง
    6. ความเสี่ยงด้านทำเลและสิ่งแวดล้อม
      หากเลือกทำเลไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า การเดินทางไม่สะดวก หรือพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อาจทำให้ขายบ้านได้ช้าลง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากข้อกำหนดผังเมือง การอนุญาตก่อสร้าง และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
      ผลกระทบ: โครงการล่าช้า ต้นทุนเพิ่มขึ้น และความน่าสนใจของโครงการลดลง
  2. วิเคราะห์ความเสี่ยงจากตัวเลขผลประกอบการจริง
    ข้อมูลจากงบการเงินที่เผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แสดงให้เห็นว่า PEACE มีรายได้และกำไรฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังต้องติดตามความสามารถในการรักษากำไรและกระแสเงินสดในระยะยาว
    ผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 2569
    รายได้รวม
    634.32 ลบ.
    เพิ่มขึ้นประมาณ 79.0%
    กำไรสุทธิ
    35.26 ลบ.
    เพิ่มจาก 1.46 ล้านบาท
    อัตรากำไรสุทธิ
    5.56%
    เทียบกับ 0.41% ใน 6M68
    หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
    0.74 เท่า
    ณ 30 มิ.ย. 2569
    อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง 3 ข้อ
  • กำไรยังต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง: แม้กำไรครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิทั้งปี 2568 อยู่ที่ 17.20 ล้านบาท ลดลงจาก 67.57 ล้านบาทในปี 2567
  • กระแสเงินสดมีความผันผวน: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 เป็นบวก 53.33 ล้านบาท หลังจากติดลบ 264.44 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และติดลบ 132.84 ล้านบาทตลอดปี 2568
  • ประสิทธิภาพการใช้เงินทุนยังเป็นประเด็น: ROE อยู่ที่ 2.30% และ ROA อยู่ที่ 2.04% ในข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569 จึงควรติดตามว่าการเติบโตของยอดโอนจะเปลี่ยนเป็นผลตอบแทนต่อเงินทุนที่ดีขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่
    ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทกำลังมีปัญหาสภาพคล่อง แต่สะท้อนว่าการฟื้นตัวของกำไรและเงินสดเป็นประเด็นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

3. สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามในงบไตรมาสถัดไป

ตัวชี้วัดสัญญาณที่ควรจับตา
ยอดขายและยอดโอนบ้านเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงบางไตรมาส
อัตรากำไรขั้นต้นรักษาระดับได้โดยไม่พึ่งการลดราคาอย่างหนัก
สินค้าคงเหลือไม่เพิ่มเร็วกว่ายอดขายและยอดโอน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกต่อเนื่องและเพียงพอต่อการลงทุน
หนี้สินและดอกเบี้ยไม่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการทำกำไร
การอนุมัติสินเชื่อของลูกค้าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อและการยกเลิกจองไม่เพิ่มขึ้นมาก

  1. สรุปความเสี่ยงหุ้น PEACE ในมุมมองนักลงทุน
    ประเด็นเสี่ยงที่สำคัญที่สุด
  2. กำลังซื้อบ้านและการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า
  3. ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการแข่งขัน
  4. การเปลี่ยนสินค้าคงเหลือให้เป็นเงินสด
  5. ความต่อเนื่องของกำไรและผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
  6. ต้นทุนเงินทุนและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก

ข้อสรุป: PEACE มีสัญญาณฟื้นตัวของรายได้และกำไรในครึ่งปีแรก 2569 แต่ยังไม่ควรพิจารณาเฉพาะการเติบโตของกำไรเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบความต่อเนื่องของยอดโอน อัตรากำไร และกระแสเงินสดประกอบกัน โดยเฉพาะในภาวะที่ผู้ซื้อบ้านต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสินเชื่อ


ข้อมูล ณ วันที่ 14 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น PEACE
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
PEACE ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม มุ่งเน้นทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมพัฒนาแบรนด์ที่อยู่อาศัยให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
18 พฤษภาคม 2532 — จุดเริ่มต้นของบริษัท
บริษัทก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย และสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ก่อนขยายการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ
2555–2561 — พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
บริษัทมีผลงานโครงการที่ได้รับรางวัลจาก Agency for Real Estate Affairs (AREA) ได้แก่ The Exclusive พัฒนาการ ในปี 2555, The Exclusive แจ้งวัฒนะ–ติวานนท์ ในปี 2558 และ The Exclusive รัชดา–วงศ์สว่าง ในปี 2561
10 กุมภาพันธ์ 2565 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
หุ้น PEACE เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเสนอขาย IPO ที่ราคา 3.98 บาทต่อหุ้น ระดมทุนประมาณ 334.32 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระยะต่อไป
2566 — ขยายพอร์ตโครงการและแบรนด์
บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ ได้แก่ CHERENE กรุงเทพกรีฑา–ร่มเกล้า, CHEREA VICINITY ราชพฤกษ์–เจษฎาบดินทร์ และ CHER ราชพฤกษ์–พระราม 5 รวมมูลค่าโครงการประมาณ 3,150 ล้านบาท เพื่อขยายทางเลือกให้กับลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายขึ้น
2567–2568 — ปรับพอร์ตธุรกิจท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทาย
บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการปี 2568 มีรายได้ประมาณ 906.31 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 17.20 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 67.57 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรที่ควรติดตาม
ครึ่งแรกปี 2569 — รายได้และกำไรฟื้นตัว
ตามข้อมูลบริษัทที่เผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 633.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.04% และกำไรสุทธิ 35.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,323.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 1,500 ล้านบาท
วิเคราะห์พัฒนาการในมุมมองนักลงทุน

  • จุดแข็ง: มีประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยาวนาน และมีแบรนด์หลายระดับ เช่น CHER, CORDIZ, CHERENE, CHEREA และ INNER PEACE
  • โอกาสเติบโต: การเปิดโครงการใหม่และการเลือกทำเลให้เหมาะสมกับกำลังซื้อ อาจช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์
  • ประเด็นที่ต้องติดตาม: การฟื้นตัวของกำไรในปี 2569 จะต่อเนื่องได้หรือไม่ รวมถึงยอดขายรอโอน ต้นทุนทางการเงิน กระแสเงินสด และภาระหนี้สิน
  • ตัวชี้วัดสำคัญ: รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ อัตรากำไรสุทธิ ยอดขายโครงการใหม่ และความสามารถในการระบายสินค้าคงเหลือ
    สรุป: พัฒนาการของ PEACE สะท้อนการเติบโตจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน สู่บริษัทจดทะเบียนที่ขยายแบรนด์และโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนคือ บริษัทจะสามารถเปลี่ยนการฟื้นตัวของรายได้ในปี 2569 ให้เป็นกำไรที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอได้หรือไม่

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด18.5817.4259.1652.0091.54
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ–––––
สินค้าคงเหลือ2,299.433,435.053,665.113,733.013,707.62
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,941.213,483.273,758.563,821.623,846.60
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ9.5015.3020.3215.3416.89
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน18.2820.5128.1822.1425.60
รวมสินทรัพย์2,959.493,503.783,786.743,843.753,872.20
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ144.09112.02114.98111.41146.16
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี364.05391.90726.35770.04733.94
รวมหนี้สินหมุนเวียน557.86554.80891.25931.65931.96
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน159.33714.11673.66706.02713.40
รวมหนี้สิน717.191,268.911,564.911,637.671,645.35
ทุนจดทะเบียน504.00504.00504.00504.00504.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า504.00504.00504.00504.00504.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น244.39244.39244.39244.39244.39
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,481.001,473.571,460.521,444.781,465.54
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น12.9112.9112.9112.9112.91
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน12.9112.91–––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,242.302,234.872,221.832,206.082,226.84
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,053.26854.35905.58354.00633.81
รายได้อื่น4.2127.010.730.410.51
รวมรายได้1,057.47881.36906.31354.40634.32
ต้นทุน617.69576.12633.51242.43431.90
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร231.58212.32237.82103.56150.40
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย849.27788.43871.32345.99582.31
EBITDA213.4698.6441.6311.4155.95
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย5.255.716.642.993.94
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้208.2192.9334.998.4252.01
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่166.0767.5717.201.4635.26
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.330.130.030.000.07

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-811.40-450.53-132.84-264.4453.33
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน146.84-4.65-13.55-3.73-1.62
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน398.30454.02188.13302.76-19.34
เงินสดสุทธิ-266.26-1.1641.7434.5832.38

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)––––
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)––––
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)0.200.180.160.22
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)1,816.542,045.412,269.601,650.01
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)4.505.584.976.39
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)81.1365.3973.5057.12
วงจรเงินสด (วัน)1,735.411,980.022,196.101,592.89

🔥 PEACE จับตาแนวรับ 1.50–1.55 บาท! หุ้นอสังหาฯ ราคาต่ำ ต้องรอวอลุ่มยืนยันก่อนลุ้นรอบใหม่
วิเคราะห์กราฟเทคนิค | PEACE บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
หุ้น PEACE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย กำลังเป็นหุ้นที่ต้องจับตาพฤติกรรมราคาและปริมาณการซื้อขายอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลย้อนหลังที่ตรวจสอบได้พบว่า ราคาปิดอยู่ที่ 1.58 บาท ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 หลังจากเคลื่อนไหวในกรอบ 1.35–2.04 บาทในรอบ 52 สัปดาห์
จุดสำคัญคือ ราคาจะสามารถสร้างฐานเพื่อฟื้นตัวต่อได้หรือไม่ และหากแรงซื้อกลับเข้ามา จะมีวอลุ่มมากพอผลักดันให้ราคาผ่านแนวต้านสำคัญหรือเปล่า

  1. เจาะกราฟเทคนิค PEACE: ราคาอยู่ในช่วงสร้างฐานหรือยัง?
    ราคาปิดที่ตรวจสอบได้
    1.58 บาท
    ข้อมูล ณ 15 ต.ค. 2569
    รอวอลุ่มยืนยัน
    กรอบสูงสุด 52 สัปดาห์
    2.04 บาท
    กรอบต่ำสุด 52 สัปดาห์
    1.35 บาท
    อ้างอิง SET และ SETTRADE
    ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนว่า PEACE เคยปรับตัวลงจากระดับราคาที่สูงกว่าในรอบปี และช่วงล่าสุดมีการเคลื่อนไหวแคบแถว 1.55–1.58 บาท อย่างไรก็ตาม การที่ราคาทรงตัวได้ยังไม่เพียงพอจะยืนยันว่าเกิดขาขึ้นรอบใหม่
  2. แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา
    ระดับต่อไปนี้เป็น โซนเฝ้าระวังทางเทคนิค ที่สังเคราะห์จากกรอบราคาล่าสุดและจุดกลับตัวที่เผยแพร่ ไม่ใช่การยืนยันสัญญาณซื้อขายแบบเรียลไทม์
    1.60–1.65
    แนวต้านถัดไป
    ต้องมีแรงซื้อและวอลุ่มเพิ่มขึ้น จึงจะมีโอกาสผ่านได้
    1.58–1.60
    ด่านแรกของการฟื้นตัว
    จับตาการยืนเหนือโซนนี้ พร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
    1.50–1.55
    แนวรับระยะสั้น
    หากยืนได้ อาจมีโอกาสสร้างฐาน แต่ต้องดูแรงซื้อจริงประกอบ
    1.35–1.45
    โซนรับลึก
    ใช้เป็นกรอบเฝ้าระวังหากราคาหลุดแนวรับใกล้ตัว ไม่ใช่เป้าราคาที่รับประกันว่าจะถึง
    จุดกลับตัวทางเทคนิคจากอีกแหล่งหนึ่งอยู่บริเวณ 1.49–1.55 บาท ซึ่งสนับสนุนให้ใช้โซนดังกล่าวเป็นจุดเฝ้าดูพฤติกรรมราคาในระยะสั้น
  3. อ่านสัญญาณเทคนิคแบบนักเทรด
  • Trend: ยังไม่ควรฟันธงว่าเป็นขาขึ้นรอบใหม่ เพราะต้องเห็นการยกฐานและผ่านแนวต้านก่อน
  • Moving Average (MA): ข้อมูลทางเทคนิคที่เผยแพร่แสดงค่า MA20 ประมาณ 1.55 บาท, MA50 ประมาณ 1.56 บาท และ MA200 ประมาณ 1.59 บาท โดยสัญญาณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ส่วนใหญ่ยังเป็นลบในชุดข้อมูลนั้น
  • Volume: เป็นตัวแปรสำคัญมากสำหรับ PEACE เพราะข้อมูลการซื้อขายบางวันมีปริมาณต่ำ หากราคาขยับโดยไม่มีวอลุ่มสนับสนุน ไม่ควรรีบตีความว่าเป็น Breakout
  • Momentum: ควรติดตาม MACD และ RSI ประกอบกับการยืนเหนือแนวต้าน โดยไม่ใช้ตัวชี้วัดเพียงตัวเดียวตัดสินใจ
  1. แผนเฝ้าระวัง 3 สถานการณ์
    กรณีบวก — ลุ้น Breakout
    ราคาผ่าน 1.58–1.60 บาท และมีวอลุ่มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงค่อยติดตามโซน 1.60–1.65 บาทเป็นด่านถัดไป
    กรณีแกว่งตัว — Sideway
    ราคาเคลื่อนไหวแถว 1.50–1.58 บาท โดยวอลุ่มยังเบาบาง ควรรอให้กรอบราคาและแรงซื้อชัดเจนขึ้น
    กรณีลบ — ระวังหลุดฐาน
    หากราคาหลุด 1.50 บาทและไม่สามารถกลับมายืนได้ ควรประเมินความเสี่ยงใหม่ โดยติดตามโซน 1.45 บาทและแนวรับลึกลงไป
  2. สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค พร้อมโพสต์
    🔥 PEACE จับตาเกมราคา! แนวต้าน 1.60 บาท ด่านสำคัญที่สายเทคนิคห้ามมองข้าม!
    หุ้น PEACE บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) ต้องจับตาการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้อยู่บริเวณ 1.58 บาท
    📊 โฟกัส 3 จุดสำคัญ
    🔹 แนวรับเฝ้าระวัง: 1.50–1.55 บาท
    🔹 แนวต้านด่านแรก: 1.58–1.60 บาท
    🔹 ด่านถัดไป: 1.60–1.65 บาท
    ⚡ โจทย์สำคัญคือ Breakout + Volume!
    หากราคาผ่านแนวต้านพร้อมวอลุ่มสนับสนุน อาจเป็นสัญญาณให้ติดตามโมเมนตัมการฟื้นตัว แต่หากแรงซื้อไม่มา การแกว่งตัวในกรอบก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องระวัง
    📌 สายเทคนิคจับตาแนวรับ แนวต้าน และวอลุ่มให้ครบ อย่าไล่ราคาเพียงเพราะเห็นแท่งเขียว!

#PEACE #หุ้นPEACE #หุ้นอสังหาริมทรัพย์ #วิเคราะห์หุ้น #กราฟเทคนิค #หุ้นไทย #แนวรับแนวต้าน #Breakout #Volume #SET
บทสรุป: PEACE ยังเป็นหุ้นที่ควรรอการยืนยันจากราคาและวอลุ่มก่อนให้น้ำหนักกับสัญญาณฟื้นตัว โดยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ล่าสุดในแหล่งหลักอยู่ถึงวันที่ 15–16 ตุลาคม 2569 จึงยังไม่ใช่การยืนยันสถานะกราฟ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569


วิเคราะห์หุ้น PEACE บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
เจาะพื้นฐานธุรกิจ • ผลประกอบการ • มูลค่าหุ้น • ปัจจัยเสี่ยง • แนวทางติดตาม
หุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีหลายเท่า อาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นราคาถูก แต่คำถามสำคัญคือ PEACE กำลังฟื้นตัวอย่างยั่งยืน หรือเพียงแค่กำไรกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะสั้น?
หุ้น PEACE ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ข้อมูลผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นสัญญาณฟื้นตัวของรายได้และกำไรที่น่าติดตาม

  1. ภาพรวมธุรกิจ
  • กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
  • สินค้า: บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม
  • แบรนด์โครงการ: CHER, CORDIZ, CHERENE, CHEREA และ INNER PEACE
  • ปัจจัยขับเคลื่อนรายได้: ยอดขาย การโอนกรรมสิทธิ์ การเปิดโครงการใหม่ และความสามารถในการบริหารต้นทุน
    ธุรกิจนี้มีลักษณะสำคัญคือ รายได้อาจไม่สม่ำเสมอในแต่ละไตรมาส เพราะขึ้นอยู่กับจังหวะการโอนบ้านและการรับรู้รายได้ ขณะเดียวกัน บริษัทต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการถือครองที่ดินและพัฒนาโครงการ
  1. วิเคราะห์ผลประกอบการ
    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีดังนี้
    รายได้รวม 6M/2569
    634.32 ลบ.
    เพิ่มขึ้นประมาณ 79.0%
    กำไรสุทธิ 6M/2569
    35.26 ลบ.
    เทียบกับ 1.46 ลบ. ใน 6M/2568
    หน่วย: ล้านบาท | 6M หมายถึงงวด 6 เดือนแรกของปี
    เปรียบเทียบผลประกอบการ PEACE
    รายได้รวมและกำไรสุทธิในปี 2567–2568 และครึ่งแรกของปี 2568–2569 หน่วยล้านบาท
    สิ่งที่ตัวเลขกำลังบอกเรา
  • รายได้เร่งตัว: รายได้รวมครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้น
  • กำไรฟื้นตัว: กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ยังต้องติดตามว่ารักษาระดับกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • อัตรากำไรดีขึ้น: อัตรากำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 5.56% เทียบกับ 0.41% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • กระแสเงินสดเริ่มเป็นบวก: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 53.33 ล้านบาท เทียบกับติดลบ 264.44 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2568
    อย่างไรก็ตาม รายได้และกำไรที่ดีขึ้นในช่วง 6 เดือนยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าแนวโน้มฟื้นตัวระยะยาวแล้ว นักลงทุนควรติดตามงบไตรมาสถัดไปและความสามารถในการโอนบ้านอย่างต่อเนื่อง
  1. วิเคราะห์มูลค่าหุ้นและเงินปันผล
    ข้อมูลราคาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแพร่ล่าสุดที่ตรวจสอบได้ในรอบค้นหานี้ คือราคาปิด 1.58 บาท ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 จึงไม่ควรตีความว่าเป็นราคาซื้อขายแบบเรียลไทม์ของวันนี้
    PEACE
    ราคาปิดอ้างอิง 16 ต.ค. 2569
    1.58 บาท ต่อหุ้น
    P/BV 0.36 เท่า
    ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
    P/E 15.61 เท่า

อิงข้อมูลตลาด ณ ช่วงดังกล่าว
Dividend Yield
3.80%
อัตราผลตอบแทนย้อนหลังตาม SET
มูลค่าตลาด
796.32 ลบ.
ณ 15 ต.ค. 2569
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
จุดที่ต้องตีความให้ถูกต้อง

  • P/BV ต่ำ: ราคาหุ้นอยู่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องปรับขึ้นไปเท่ามูลค่าทางบัญชี เพราะสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินค้าคงเหลือและโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการขายและเปลี่ยนเป็นเงินสด
  • P/E ต้องดูควบคู่กับกำไร: กำไรปี 2568 ลดลงมากจากปี 2567 ทำให้การใช้กำไรเพียงปีเดียวประเมินมูลค่าอาจคลาดเคลื่อน
  • เงินปันผล: บริษัทมีประวัติจ่ายเงินปันผล แต่จำนวนเงินจ่ายอาจเปลี่ยนแปลงตามกำไรและกระแสเงินสด จึงไม่ควรถือว่าอัตราผลตอบแทนในอดีตจะเกิดขึ้นซ้ำแน่นอน

4. วิเคราะห์ฐานะการเงิน

ตัวชี้วัด6 เดือนแรก 2569ความหมาย
สินทรัพย์รวม3,872.20 ล้านบาทฐานสินทรัพย์ของบริษัท
หนี้สินรวม1,645.35 ล้านบาทภาระหนี้สินทั้งหมด
ส่วนผู้ถือหุ้น2,226.84 ล้านบาทมูลค่าทางบัญชีสุทธิ
D/E0.74 เท่าหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น
Current Ratio4.13 เท่าสินทรัพย์หมุนเวียนสูงกว่าหนี้สินหมุนเวียน

จุดแข็งคืออัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง และ D/E ไม่ได้อยู่ในระดับสูงเมื่อพิจารณาจากตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องระวังว่า สินทรัพย์หมุนเวียนจำนวนมากเป็นสินค้าคงเหลือในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ชำระหนี้ได้ทันทีเหมือนเงินสด
อีกประเด็นที่ควรติดตามคือ ROE อยู่ที่ประมาณ 2.30% ในข้อมูลครึ่งแรกปี 2569 แบบอัตรารายปีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แสดง สะท้อนว่าบริษัทยังสร้างผลตอบแทนจากส่วนผู้ถือหุ้นได้ไม่สูงนัก
5. วิเคราะห์กราฟเทคนิคและแนวรับแนวต้าน
ข้อจำกัด: ข้อมูลราคาที่ตรวจสอบได้ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันแนวรับ–แนวต้านจากกราฟแท่งเทียนล่าสุด จึงใช้กรอบราคาย้อนหลังเพื่อวางแผนติดตาม ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายที่ยืนยันแล้ว
แนวรับที่ควรติดตาม
1.35–1.50 บาท
บริเวณใกล้จุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ที่ 1.35 บาท และโซนราคาที่ควรตรวจสอบแรงซื้อจริงจากกราฟล่าสุด
แนวต้านที่ควรติดตาม
1.60–1.70 บาท
กรอบเฝ้าระวังเพื่อประเมินแรงขาย ไม่ใช่แนวต้านที่ยืนยันจากการทดสอบราคาแล้ว
กรอบต่ำสุด 52 สัปดาห์ 1.35 บาท และสูงสุด 2.04 บาท จากข้อมูล SET ที่ตรวจสอบได้
แนวทางอ่านเกมสำหรับสายเทคนิค:

  • เชิงบวก: ราคายืนเหนือแนวต้านได้ พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น และทำจุดสูงสุด–จุดต่ำสุดยกตัวสูงขึ้น
  • แกว่งสะสมกำลัง: ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ยังไม่มีวอลุ่มสนับสนุนการเบรกกรอบ
  • เชิงลบ: ราคาหลุดแนวรับสำคัญและมีแรงขายเพิ่มขึ้น ควรประเมินความเสี่ยงใหม่ ไม่ควรเฉลี่ยซื้อเพียงเพราะราคาลดลง
    ข้อควรระวังเป็นพิเศษคือ PEACE มีมูลค่าซื้อขายต่อวันที่ค่อนข้างต่ำในข้อมูลย้อนหลัง จึงอาจมีสเปรดระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขายกว้าง และราคาสามารถเปลี่ยนแปลงมากได้แม้มีคำสั่งซื้อขายไม่มาก
  1. ปัจจัยบวกและความเสี่ยงที่ต้องจับตา
    ปัจจัยบวก
  • รายได้และกำไรครึ่งแรกปี 2569 ฟื้นตัวชัดเจน
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวก
  • ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
  • มีแบรนด์และโครงการบ้านหลายรูปแบบรองรับลูกค้าหลายกลุ่ม
    ความเสี่ยง
  • กำไรปี 2568 ลดลงมากเมื่อเทียบกับปี 2567
  • ภาระดอกเบี้ยและกำลังซื้อที่อยู่อาศัยอาจกดดันยอดโอน
  • สินค้าคงเหลือจำนวนมากทำให้ต้องติดตามความเร็วในการขาย
  • สภาพคล่องการซื้อขายหุ้นต่ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเข้าออกสถานะ
  • ต้องพิสูจน์ว่าการฟื้นตัวของกำไรจะต่อเนื่องไปถึงครึ่งหลังของปี 2569
  1. บทสรุปหุ้น PEACE สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
    PEACE — หุ้นอสังหาฯ ที่กำลังรอการพิสูจน์การฟื้นตัว
    มุมมองจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ถึงงวดครึ่งแรกปี 2569 และราคาหุ้นช่วงกลางเดือนตุลาคม
    01
    พื้นฐานเริ่มฟื้น
    รายได้และกำไรกลับมาเติบโต แต่ต้องดูความต่อเนื่องของยอดโอนและอัตรากำไร
    02
    มูลค่าทางบัญชีต่ำกว่าราคาตลาด
    P/BV ต่ำเป็นจุดน่าสนใจ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าหุ้นมีราคาถูกกว่ามูลค่าที่เหมาะสม
    03
    รอสัญญาณยืนยันทางเทคนิค
    ควรตรวจสอบแนวโน้มราคา วอลุ่ม และแรงซื้อขายล่าสุดก่อนตัดสินใจเข้าลงทุน
    ข้อสรุป: PEACE เป็นหุ้นที่มีประเด็นน่าติดตามจากการฟื้นตัวของผลประกอบการและมูลค่าทางบัญชีที่ต่ำ แต่ยังมีความเสี่ยงจากผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นที่ไม่สูง กำไรในอดีตที่ผันผวน และสภาพคล่องการซื้อขายที่จำกัด จึงเหมาะกับการติดตามเงื่อนไขการฟื้นตัวมากกว่าการสรุปว่าราคาถูกแล้วต้องขึ้น

Disclaimer

ใส่ความเห็น