ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น BAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ BAM อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)




ปันผล

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจหลักคือการซื้อและบริหาร หนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) และ ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จากสถาบันการเงิน ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจจะแตกต่างจากบริษัทผลิตสินค้า เพราะเน้นสินทรัพย์ทางการเงินและอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ BAM
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Non-Performing Loans : NPLs)
พอร์ตหนี้เสียที่ซื้อจากธนาคารและสถาบันการเงิน
สิทธิเรียกร้องตามสัญญาเงินกู้
หลักประกันของลูกหนี้ เช่น บ้าน ที่ดิน อาคาร โรงงาน
เป็นสินทรัพย์หลักที่สร้างรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้และการติดตามหนี้
ทรัพย์สินรอการขาย (Non-Performing Assets : NPAs)
บ้านเดี่ยว
ทาวน์เฮาส์
อาคารพาณิชย์
คอนโดมิเนียม
ที่ดินเปล่า
โรงงาน
โกดัง
โรงแรม
อาคารสำนักงาน
ทรัพย์เชิงพาณิชย์ประเภทต่าง ๆ ที่รอการจำหน่าย
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพัฒนา
ทรัพย์ที่นำมาปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มมูลค่าก่อนจำหน่าย
การรีโนเวตบ้านและอาคาร
การจัดสาธารณูปโภคและแบ่งแปลงที่ดิน
สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา
อาคารสำนักงานใหญ่
สำนักงานภูมิภาคและสาขาทั่วประเทศ
ศูนย์บริการลูกค้า
ศูนย์ประมูลและศูนย์จำหน่ายทรัพย์
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Infrastructure)
ระบบบริหารพอร์ต NPL/NPA
ระบบประเมินมูลค่าหลักประกัน
ระบบฐานข้อมูลลูกหนี้
ระบบบริหารความเสี่ยง
ระบบขายทรัพย์ออนไลน์
ระบบ Digital Platform สำหรับลูกค้า
เครื่องมือประเมินราคาและฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
ฐานข้อมูลราคาตลาด
ระบบวิเคราะห์มูลค่าหลักประกัน
ระบบ GIS และข้อมูลทำเล
ระบบวิเคราะห์การลงทุนในทรัพย์สิน
เงินลงทุนและสภาพคล่อง
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
เงินลงทุนระยะสั้น
เงินฝากสถาบันการเงิน
วงเงินสินเชื่อสำหรับซื้อพอร์ต NPL/NPA
บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
นักบริหารสินทรัพย์
นักวิเคราะห์สินเชื่อ
นักกฎหมาย
ผู้เชี่ยวชาญด้านปรับโครงสร้างหนี้
นักประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์
ทีมบริหารทรัพย์สินรอการขาย
จุดเด่นของทรัพย์สินของ BAM
มีพอร์ต NPL ขนาดใหญ่จากหลายสถาบันการเงิน
มีทรัพย์ NPA หลากหลายประเภท ครอบคลุมทั่วประเทศ
รายได้เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้ การชำระหนี้ และการจำหน่ายทรัพย์สิน
ความสามารถในการบริหารและเพิ่มมูลค่าทรัพย์ก่อนขาย เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างกำไรและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือของ BAM (บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน))
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM)
ธุรกิจหลัก
ซื้อและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL)
บริหารและจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย (NPA)
ปรับโครงสร้างหนี้
บริหารหนี้ให้แก่สถาบันการเงิน
เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (ARI-AMC)
เป็นกิจการร่วมทุน (Joint Venture)
ผู้ร่วมทุน
BAM ถือหุ้น 50%
ธนาคารออมสิน ถือหุ้น 50%
ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท
จัดตั้งขึ้นเพื่อรับซื้อและบริหารหนี้เสีย (NPL) ของธนาคารออมสินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยเน้นการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและ SME
ลักษณะโครงสร้างของ BAM
BAM แตกต่างจากบริษัทโฮลดิ้งทั่วไป เนื่องจาก
ไม่มีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายจำนวนมาก
รายได้หลักมาจากการดำเนินงานของบริษัทแม่
ขยายธุรกิจผ่านความร่วมมือ (Joint Venture) กับพันธมิตรภาครัฐและสถาบันการเงินเป็นหลัก
มุ่งเน้นธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายเป็นธุรกิจหลักขององค์กร
สรุปโครงสร้างกลุ่มบริษัท
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM)

├── ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL)
├── ธุรกิจบริหารทรัพย์สินรอการขาย (NPA)
├── ธุรกิจปรับโครงสร้างหนี้
└── กิจการร่วมทุน
└── บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (ARI-AMC)
├── BAM ถือหุ้น 50%
└── ธนาคารออมสิน ถือหุ้น 50%

ปัจจุบัน ARI-AMC ถือเป็นกิจการร่วมทุนที่สำคัญที่สุดของ BAM และเป็นกลไกสำคัญในการขยายธุรกิจบริหารหนี้ร่วมกับภาครัฐ ขณะที่ธุรกิจหลักของ BAM ยังคงดำเนินการผ่านบริษัทแม่เป็นหลัก ไม่ได้มีเครือบริษัทย่อยขนาดใหญ่หลายแห่งเหมือนกลุ่มธนาคารหรือกลุ่มโฮลดิ้งอื่น ๆ.



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น BAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
BAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่ดำเนินธุรกิจหลักในการซื้อและบริหาร หนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) และ ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) โดยผลประกอบการขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดเก็บหนี้และการจำหน่ายทรัพย์สินเป็นสำคัญ

ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและ ESG
ทรัพย์สินรอการขายอาจได้รับผลกระทบจาก
น้ำท่วม
แผ่นดินไหว
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รวมถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งบริษัทได้ระบุไว้เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามและบริหารจัดการในระยะยาว
มุมมองสำหรับนักลงทุน: ธุรกิจของ BAM มีลักษณะ สวนทางกับวัฏจักรเศรษฐกิจบางส่วน กล่าวคือ เมื่อระบบการเงินมีหนี้เสียเพิ่มขึ้น บริษัทอาจมีโอกาสเข้าซื้อ NPL ในราคาที่น่าสนใจ แต่ผลประกอบการจะเติบโตได้ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารหนี้ การควบคุมต้นทุนทางการเงิน และสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานั้นเป็นสำคัญ

ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ
หากเศรษฐกิจชะลอตัว ลูกหนี้อาจมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง
การปรับโครงสร้างหนี้ใช้เวลานานขึ้น
มูลค่าทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันอาจลดลง ส่งผลต่ออัตราการกู้คืนหนี้
ผลกระทบ: รายได้จากการเรียกเก็บหนี้และกำไรอาจลดลง

ความเสี่ยงด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์
BAM ถือครองทรัพย์สินรอการขายจำนวนมาก เช่น
บ้านเดี่ยว
คอนโดมิเนียม
อาคารพาณิชย์
ที่ดินเปล่า
หากตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา
ขายทรัพย์ได้ช้าลง
ต้องลดราคาขาย
ต้นทุนการถือครองทรัพย์เพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
ราคาประเมินที่สูงเกินจริงอาจทำให้
ขายไม่ได้
ต้องตั้งด้อยค่าทรัพย์สิน
กระทบกำไรในอนาคต

ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย
BAM ใช้เงินกู้และออกหุ้นกู้เพื่อซื้อ NPL และ NPA
หาก
อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
จะทำให้ส่วนต่างกำไรลดลง

ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
คู่แข่งในธุรกิจ AMC เพิ่มขึ้น เช่น
บริษัทบริหารสินทรัพย์ของธนาคาร
AMC เอกชน
นักลงทุนสถาบัน
การแข่งขันทำให้
ราคาซื้อหนี้สูงขึ้น
ผลตอบแทนจากการลงทุนลดลง

ความเสี่ยงด้านกฎหมายและกระบวนการบังคับคดี
การติดตามหนี้ต้องอาศัย
ศาล
กรมบังคับคดี
การขายทอดตลาด
หากกระบวนการล่าช้า
เงินสดรับเข้าช้าลง
ระยะเวลาการลงทุนยาวขึ้น

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
ธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการซื้อหนี้
หาก
ไม่สามารถออกหุ้นกู้ได้
ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น
ตลาดทุนผันผวน
อาจกระทบต่อการขยายพอร์ตสินทรัพย์

ความเสี่ยงด้านคุณภาพของพอร์ตหนี้
หากประเมินคุณภาพหนี้ผิดพลาด
เก็บหนี้ได้น้อยกว่าคาด
ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน
อัตราผลตอบแทนลดลง

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ
ธุรกิจเกี่ยวข้องกับ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ก.ล.ต.
กฎหมายคุ้มครองลูกหนี้
กฎหมายบังคับคดี
การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์อาจส่งผลต่อ
วิธีบริหารหนี้
ต้นทุนการดำเนินงาน
ความสามารถในการจัดเก็บหนี้

ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยข้อมูล
BAM จัดเก็บข้อมูลลูกหนี้จำนวนมาก
ความเสี่ยง ได้แก่
การโจมตีทางไซเบอร์
ข้อมูลรั่วไหล
ระบบหยุดชะงัก
ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและการดำเนินงาน

สรุปความเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตามมากที่สุด



มุมมองสำหรับนักลงทุน:
ธุรกิจของ BAM มีลักษณะ สวนทางกับวัฏจักรเศรษฐกิจบางส่วน กล่าวคือ เมื่อระบบการเงินมีหนี้เสียเพิ่มขึ้น บริษัทอาจมีโอกาสเข้าซื้อ NPL ในราคาที่น่าสนใจ แต่ผลประกอบการจะเติบโตได้ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารหนี้ การควบคุมต้นทุนทางการเงิน และสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานั้นเป็นสำคัญ


ข้อมูล ณ วันที่ 06 พ.ค. 2569


ผู้บริหาร


พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น BAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ให้ความสำคัญกับ ESG และธรรมาภิบาล
BAM ได้รับการรับรอง Thai CAC และได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AAA
สะท้อนถึงมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
แนวโน้มในอนาคต
ปัจจัยที่อาจเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของ BAM ได้แก่
การเพิ่มขึ้นของหนี้ด้อยคุณภาพในระบบธนาคาร
โอกาสเข้าซื้อพอร์ต NPL ขนาดใหญ่ในราคาที่เหมาะสม
การเร่งจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย (NPA)
การนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลมาช่วยบริหารหนี้
การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายและการให้บริการลูกค้า

ก่อตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการเงินไทย (ปี 2541)
BAM ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2541 ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” เพื่อเป็นกลไกของภาครัฐในการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของสถาบันการเงิน ช่วยฟื้นฟูระบบการเงินของประเทศ

ขยายบทบาทสู่การบริหารสินทรัพย์ของทั้งระบบ
จากเดิมที่รับโอนสินทรัพย์จากธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (BBC) ได้ขยายบทบาทมารับซื้อและบริหาร NPL และ NPA จากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลายแห่งทั่วประเทศ
กลายเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน (ปี 2558)
วันที่ 25 ธันวาคม 2558 บริษัทจดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และรองรับการเติบโตในระยะยาว

เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ปี 2562)
BAM เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
การระดมทุนช่วยเพิ่มศักยภาพในการซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพขนาดใหญ่ และขยายฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น BAM Choice Application
เพิ่มช่องทางซื้อขายทรัพย์ NPA ออนไลน์
ยกระดับระบบติดตามลูกหนี้และการบริหารข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า

ขยายธุรกิจบริหารหนี้ครบวงจร
นอกจากการรับซื้อ NPL และจำหน่าย NPA แล้ว บริษัทได้ขยายบริการ เช่น
ปรับโครงสร้างหนี้
บริหารหนี้แทนสถาบันการเงิน
พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางส่วนเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินก่อนจำหน่าย
ส่งผลให้มีแหล่งรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น

ได้ประโยชน์จากวัฏจักรหนี้เสีย
ในช่วงหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 และภาวะดอกเบี้ยสูง ปริมาณ NPL ในระบบธนาคารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
BAM ใช้โอกาสดังกล่าวเข้าซื้อพอร์ตหนี้คุณภาพในราคาที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการบริหารและการขายทรัพย์สิน



ล้านบาท


 ล้านบาท


**** อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูล ****


แนวโน้มหลัก (Trend)
กราฟรายวันยังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและระยะกลาง (MA5, MA10, MA20)
เส้นค่าเฉลี่ยเรียงตัวในลักษณะขาลง แสดงว่าแรงขายยังเป็นฝ่ายคุมเกม
หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือเส้น MA20 และ MA50 ได้ แนวโน้มยังถือว่าเป็นการรีบาวด์ในขาลงมากกว่าการกลับตัวจริง

Momentum
RSI(14) อยู่บริเวณประมาณ 42 สะท้อนว่าโมเมนตัมยังอ่อนแอ และยังไม่เข้าสู่ภาวะแข็งแรง
MACD ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น Signal และให้สัญญาณขาย แสดงว่าแรงซื้อยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแนวโน้ม
Stochastic RSI อยู่ในเขต Oversold บ่งชี้ว่ามีโอกาสเกิด Technical Rebound ระยะสั้น แต่ยังต้องรอการยืนยันจากราคาและปริมาณซื้อขาย

แนวรับสำคัญ
6.70–6.75 บาท
หากหลุดบริเวณนี้ มีโอกาสลงทดสอบโซน 6.50–6.20 บาท

แนวต้านสำคัญ
6.85–6.90 บาท
7.00 บาท
หากผ่าน 7.00 บาทพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัว



วิเคราะห์หุ้น BAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
Bangkok Commercial Asset Management หรือ BAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC: Asset Management Company) รายใหญ่ของประเทศไทย มีธุรกิจหลักในการรับซื้อและบริหาร หนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) และ ทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) จากสถาบันการเงิน เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้หรือจำหน่ายเพื่อสร้างกำไร บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2541 ภายใต้แผนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินของกระทรวงการคลัง และปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้นำของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ของไทย
ลักษณะธุรกิจ
BAM มีรายได้หลักจาก 2 ธุรกิจ ได้แก่
บริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) ผ่านการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ การขายทอดตลาด และการเรียกเก็บหนี้
จำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) เช่น บ้านเดี่ยว คอนโด อาคารพาณิชย์ โรงงาน และที่ดิน
รายได้ของบริษัทขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
จุดแข็งของ BAM

ความเสี่ยง
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา ทำให้ขาย NPA ได้ช้าลง
ดอกเบี้ยสูงทำให้ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์กู้ยาก
รายได้ผันผวนตามจังหวะการขายทรัพย์และการเก็บหนี้
หากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า การชำระหนี้ของลูกหนี้อาจต่ำกว่าคาด
การแข่งขันในการประมูลซื้อ NPL จาก AMC รายอื่นอาจทำให้ต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น
ผลประกอบการล่าสุด
ไตรมาส 1 ปี 2569
รายได้จากการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายได้ทั้ง NPL และ NPA ที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง ช่วยพยุงกำไร
กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 217 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จะอ่อนตัว
บริษัทตั้งเป้าผลเรียกเก็บทั้งปีประมาณ 17,900 ล้านบาท
ปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม
การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์
การเร่งขายทรัพย์ NPA
การซื้อพอร์ตหนี้ใหม่ในราคาที่เหมาะสม
การเติบโตของผลเรียกเก็บหนี้ (Cash Collection)
ปัจจัยลบที่ต้องติดตาม
เศรษฐกิจชะลอตัว
ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อ่อนตัว
ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง
การแข่งขันซื้อหนี้เสียเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายทางการเงินกลับมาสูงขึ้น
มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวตามผลประกอบการรายไตรมาสและข่าวเกี่ยวกับดอกเบี้ย
การฟื้นตัวของกำไรอาจยังไม่รวดเร็ว หากการขายทรัพย์ยังชะลอ
ระยะกลาง
หากเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ทยอยฟื้นตัว BAM มีโอกาสเร่งการจำหน่าย NPA และเพิ่มผลเรียกเก็บจาก NPL ซึ่งจะหนุนกำไร
ระยะยาว
BAM ยังเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรธุรกิจบริหารสินทรัพย์ มีฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่และประสบการณ์สูง แต่การเติบโตขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตและภาวะเศรษฐกิจ


สรุป


บทสรุป: BAM เหมาะกับนักลงทุนที่มองการลงทุนระยะกลางถึงยาว และเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย หากการขายทรัพย์รอการขายและการเก็บหนี้กลับมาแข็งแกร่ง กำไรของบริษัทมีโอกาสฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญในรอบธุรกิจถัดไป โดยควรติดตามความคืบหน้าของการจัดเก็บหนี้ การจำหน่าย NPA และทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด.


Disclaimer

ใส่ความเห็น