ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) MINT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ Minor International Public Company Limited หรือหุ้น MINT (บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) สามารถแบ่งออกเป็นทรัพย์สินหลักที่ใช้สร้างรายได้ตามโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ดังนี้
1) ธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hotel Business) — สินทรัพย์หลักของบริษัท
เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ MINT ได้แก่
โรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของ
รีสอร์ท
เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
วิลล่าระดับลักชัวรี
พื้นที่เชิงพาณิชย์ในโรงแรม
แบรนด์โรงแรมสำคัญ เช่น
Anantara Hotels & Resorts
Avani Hotels & Resorts
NH Hotel Group
Tivoli Hotels & Resorts
ปัจจุบัน MINT มีโรงแรมมากกว่า 640 แห่งใน 71 ประเทศ
2) ธุรกิจร้านอาหาร (Food Business)
ทรัพย์สินในส่วนนี้ประกอบด้วย
ร้านอาหารสาขาต่าง ๆ
ครัวกลาง
ระบบโลจิสติกส์
อุปกรณ์ร้านอาหาร
สิทธิแฟรนไชส์แบรนด์อาหาร
แบรนด์ร้านอาหารหลัก เช่น
The Pizza Company
Swensen’s
Sizzler
Dairy Queen
Burger King
MINT มีร้านอาหารมากกว่า 2,700 สาขา ทั่วโลก
3) ธุรกิจจัดจำหน่ายและไลฟ์สไตล์ (Distribution & Lifestyle)
ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เช่น
ร้านค้าปลีก
สินค้าแฟชั่น
สินค้าไลฟ์สไตล์
ช่องทางขายออนไลน์
ประกอบด้วยแบรนด์สินค้าและธุรกิจจัดจำหน่ายภายใต้เครือ MINT
4) ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง
ถือเป็นทรัพย์สินถาวรสำคัญ ได้แก่
ที่ดิน
อาคารสำนักงาน
โรงแรม
ร้านอาหาร
โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
สินทรัพย์กลุ่มนี้มีมูลค่าสูงและเป็นฐานการดำเนินธุรกิจระยะยาว
5) สินทรัพย์ทางการเงินและเงินลงทุน
เช่น
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
เงินลงทุนในบริษัทย่อย
เงินลงทุนในบริษัทร่วม
ลูกหนี้การค้า
MINT ใช้สินทรัพย์เหล่านี้ในการขยายธุรกิจและบริหารสภาพคล่อง
ภาพรวมสินทรัพย์ MINT
สินทรัพย์รวม ~ 357,330 ล้านบาท (ปี 2025)
ธุรกิจหลัก = โรงแรม + ร้านอาหาร
จุดแข็ง = มีเครือข่ายธุรกิจระดับ Global กระจายหลายประเทศ
สรุปง่าย ๆ:
MINT เป็นหุ้นกลุ่ม ท่องเที่ยว-โรงแรม-อาหาร ที่ทรัพย์สินหลักอยู่ใน โรงแรมระดับโลก ร้านอาหารจำนวนมาก และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้และการเติบโตของบริษัทในระยะยาว.


กลุ่มบริษัทในเครือของหุ้น Minor International (MINT) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ โรงแรม (Hotels), ร้านอาหาร (Food), และไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) โดยมีบริษัทย่อยและแบรนด์ในเครือจำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศ
1) กลุ่มโรงแรม (Minor Hotels)
ดำเนินงานผ่าน Minor Hotels ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ MINT
แบรนด์โรงแรมสำคัญ:
Anantara Hotels
Avani Hotels
Oaks Hotels
Tivoli Hotels
NH Hotels
NH Collection
nhow Hotels
Elewana Collection
MINT มีโรงแรมและรีสอร์ตกว่า 640 แห่ง ครอบคลุม 65+ ประเทศทั่วโลก
2) กลุ่มร้านอาหาร (Minor Food)
ดำเนินงานผ่าน Minor Food Group
แบรนด์ร้านอาหารสำคัญ:
The Pizza Company
Swensen’s
Sizzler
Dairy Queen
Burger King
The Coffee Club
Benihana
Bonchon
Riverside Grilled Fish
GAGA
มีร้านอาหารรวมกว่า 2,700+ สาขา ในหลายประเทศทั่วโลก
3) กลุ่มไลฟ์สไตล์ (Minor Lifestyle)
ดำเนินงานผ่าน Minor Lifestyle
แบรนด์ในเครือ:
Charles & Keith
Bossini
Esprit
Joseph Joseph
Zwilling J.A. Henckels
Anello
รวมถึงธุรกิจผลิตสินค้าและค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ในไทย
4) ธุรกิจเสริม / ธุรกิจอื่น
Anantara Vacation Club
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบ Mixed-use
ศูนย์การค้า / Plaza
ธุรกิจบันเทิง
สรุปโครงสร้างกลุ่มบริษัท MINT
Minor Hotels → โรงแรมและรีสอร์ท
Minor Food → ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
Minor Lifestyle → ค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์
ธุรกิจเสริม → Vacation Club + อสังหาฯ + Entertainment
จุดเด่นของ MINT คือเป็น Holding Company ที่มีพอร์ตธุรกิจกระจายหลายอุตสาหกรรม ทำให้รายได้มาจากหลายช่องทาง และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจเดียวมากเกินไป



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น Minor International Public Company Limited (MINT) หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สามารถแบ่งออกเป็นความเสี่ยงหลัก ๆ ได้ดังนี้
1) ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
MINT มีรายได้หลักจากธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ ซึ่งอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจโดยตรง
หากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง จะกระทบต่อ
อัตราการเข้าพักโรงแรม (Occupancy Rate)
ยอดใช้จ่ายต่อหัว
รายได้จากร้านอาหาร
โดยเฉพาะ MINT มีรายได้จำนวนมากจากยุโรปและไทย ทำให้เศรษฐกิจโลกส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการ
2) ความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ธุรกิจโรงแรมของ MINT พึ่งพาการเดินทางและการท่องเที่ยวสูง
หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น
โรคระบาด
สงคราม
ความไม่สงบทางการเมือง
ภัยธรรมชาติ
อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงทันที ส่งผลกระทบต่อรายได้โรงแรมอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน MINT มีโรงแรมจำนวนมากในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จึงค่อนข้างสูง
3) ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ย)
MINT เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์
หากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง จะทำให้
ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่ม
ภาระหนี้สูงขึ้น
กำไรสุทธิลดลง
นักลงทุนจึงต้องติดตามระดับหนี้สินและ Net D/E อย่างใกล้ชิด
4) ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
MINT มีรายได้จากหลายประเทศทั่วโลก เช่น
ไทย
ยุโรป
ตะวันออกกลาง
แอฟริกา
ความผันผวนของค่าเงิน เช่น
EUR/THB
USD/THB
อาจกระทบรายได้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท รวมถึงกำไรของบริษัทด้วย
5) ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารมีการแข่งขันรุนแรง ทั้งจาก
เชนโรงแรมระดับโลก
ผู้ประกอบการท้องถิ่น
แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์
หาก MINT ไม่สามารถรักษาคุณภาพบริการ ราคา หรือแบรนด์ได้ อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาด
แบรนด์โรงแรมในเครือ MINT เช่น
Anantara
Avani
NH Hotels
ล้วนอยู่ในตลาดแข่งขันสูง
6) ความเสี่ยงจากต้นทุนการดำเนินงาน
ต้นทุนหลักของ MINT ได้แก่
ค่าแรง
ค่าไฟฟ้า
ค่าวัตถุดิบอาหาร
ค่าซ่อมบำรุงโรงแรม
หากต้นทุนเพิ่มเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ Margin จะลดลงทันที
7) ความเสี่ยงด้าน ESG และสิ่งแวดล้อม
MINT มีธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ ซึ่งใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรจำนวนมาก
ความเสี่ยงด้าน ESG เช่น
กฎสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น
ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
ความคาดหวังจากนักลงทุนด้าน Sustainability
อาจเพิ่มต้นทุนระยะยาวได้
สรุปความเสี่ยงของ MINT
MINT เป็นหุ้น Global Tourism Play ที่มี Upside จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
แต่ก็มีความเสี่ยงสำคัญจาก
⚠️ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
⚠️ การท่องเที่ยวผันผวน
⚠️ ดอกเบี้ยสูง
⚠️ ค่าเงินผันผวน
⚠️ ต้นทุนเพิ่มขึ้น
จุดที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษ:
RevPAR ของธุรกิจโรงแรม
Occupancy Rate
ภาระหนี้สิน
แนวโน้มดอกเบี้ยโลก
การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวยุโรปและไทย
หากบริหารความเสี่ยงได้ดี MINT ยังถือเป็นหนึ่งในหุ้นท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่น่าสนใจของตลาดหุ้นไทย.


ข้อมูล ณ วันที่ 02 ก.ย. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น Minor International หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีจุดเปลี่ยนสำคัญหลายช่วงที่ทำให้บริษัทเติบโตจากธุรกิจโรงแรมในไทย สู่ผู้นำธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารระดับโลก ดังนี้
🔹 จุดเริ่มต้นธุรกิจ (2510–2521)
ปี 2510 คุณ William Heinecke ก่อตั้งธุรกิจแรกในไทย
ปี 2521 ก่อตั้งบริษัทในชื่อ Royal Garden Resort พร้อมเปิดโรงแรมแห่งแรกที่พัทยา (ปัจจุบันคือ AVANI Pattaya Resort)
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจโรงแรมของ MINT
🔹 บุกธุรกิจอาหาร (2523–2543)
ปี 2523 นำแบรนด์พิซซ่าระดับโลกเข้ามาในไทย
เริ่มขยายธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง
วางรากฐานให้ MINT กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจ Food Chain ของไทย
🔹 เข้าตลาดหุ้น SET และขยายธุรกิจ (2531–2536)
ธุรกิจหลักของกลุ่มไมเนอร์ทยอยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
เพิ่มศักยภาพในการระดมทุนเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว
🔹 รีแบรนด์เป็น MINT + สร้างแบรนด์ตัวเอง (2544–2548)
เปลี่ยนชื่อเป็น Minor International (MINT)
เปิดตัวแบรนด์โรงแรมหรู Anantara
เปิดตัวแบรนด์ร้านอาหาร The Pizza Company
ช่วงนี้ถือเป็น “จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่” เพราะบริษัทเริ่มมีแบรนด์ของตัวเองแทนการพึ่งแฟรนไชส์
🔹 Expansion สู่ต่างประเทศ (2548–2560)
MINT เริ่มขยายอาณาจักรทั่วโลก:
มัลดีฟส์
ศรีลังกา
แอฟริกา
ออสเตรเลีย
จีน
ยุโรป
พร้อมเข้าซื้อกิจการโรงแรมและร้านอาหารหลายแบรนด์ เช่น Oaks Hotels และ Tivoli Hotels
🔹 ดีลใหญ่ระดับโลก (2561)
เข้าซื้อ NH Hotel Group ในยุโรป
ดีลนี้ถือเป็น Game Changer สำคัญ เพราะทำให้ MINT ก้าวสู่การเป็น Global Hospitality Company อย่างเต็มตัว และเพิ่มฐานรายได้จากยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ
🔹 รับมือวิกฤต COVID-19 (2563–2564)
ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบหนักจากการท่องเที่ยวหยุดชะงัก
รายได้และกำไรลดลงแรง
แต่บริษัทสามารถปรับโครงสร้างต้นทุนและบริหารสภาพคล่องได้ดี ทำให้ผ่านช่วงวิกฤตมาได้
🔹 Recovery & Growth (2565–ปัจจุบัน)
MINT กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง:
ซื้อหุ้น GAGA
เพิ่มสัดส่วนลงทุนใน NH Hotels
ซื้อสิทธิแฟรนไชส์ Sizzler ทั่วโลก (ยกเว้นบางประเทศ)
กำไรฟื้นตัวแรงจากการท่องเที่ยวกลับมา
ปัจจุบัน MINT มี:
โรงแรมมากกว่า 640 แห่ง
ร้านอาหารมากกว่า 2,763 สาขา
ครอบคลุม 71 ประเทศทั่วโลก
📌 สรุปพัฒนาการสำคัญของ MINT
จุดแข็งของ MINT คือ
✅ ธุรกิจหลากหลาย (Hotels + Food + Lifestyle)
✅ รายได้กระจายหลายประเทศ
✅ ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวโลก
หุ้น MINT จึงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม Tourism & Hospitality ที่นักลงทุนจับตามอง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง.








วิเคราะห์หุ้น Minor International (MINT) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ข้อมูลธุรกิจ
MINT เป็นบริษัทผู้นำด้าน โรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศทั่วโลก รายได้หลักมาจาก 3 ธุรกิจ:
Minor Hotels (ธุรกิจโรงแรม) ~78%
Minor Food (ร้านอาหาร เช่น The Pizza Company, Swensen’s, Sizzler) ~20%
Minor Lifestyle ~2%
จุดเด่นคือรายได้กระจายทั้งใน ไทย ยุโรป มัลดีฟส์ ตะวันออกกลาง และเอเชีย ทำให้ไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
ปัจจัยบวก (Bull Case) 🚀
1) ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง
ธุรกิจโรงแรมยุโรปและไทยฟื้นตัวดีตามการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วง High Season ส่งผลบวกต่อ RevPAR และอัตราการเข้าพัก
2) เข้าสู่ High Season ของท่องเที่ยว
Q2-Q4 มักเป็นช่วงรายได้ดีของ MINT โดยเฉพาะยุโรปและไทย
3) กำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง
Q1/2026:
รายได้ = 37,346 ล้านบาท
กำไรสุทธิ = 649 ล้านบาท
Core Profit = 145 ล้านบาท
เติบโตจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
4) Analyst มอง Upside สูง
หลายโบรกให้ราคาเป้าหมาย 32–38 บาท
เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันแถว 24–25 บาท ยังมี Upside ค่อนข้างมาก
ปัจจัยเสี่ยง (Bear Case) ⚠️
1) หนี้สูง
MINT ใช้เงินลงทุนสูง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ทำให้มีภาระดอกเบี้ยสูง
2) อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจโลก
หากเศรษฐกิจยุโรปหรือไทยชะลอ จะกระทบกำลังซื้อและการท่องเที่ยวทันที
3) ความผันผวนค่าเงิน
รายได้จำนวนมากมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ EUR/USD
4) ความเสี่ยงด้านต้นทุน
ต้นทุนพลังงาน ค่าแรง และต้นทุนอาหารอาจกด Margin
วิเคราะห์เชิงพื้นฐาน
Market Cap ≈ 139,000 ล้านบาท
PE ≈ 18.6 เท่า
Dividend Yield ≈ 2.8%
ราคาแถว 24.80 บาท
มองว่า MINT เป็นหุ้น Turnaround + Growth
เหมาะกับนักลงทุนที่มองการฟื้นตัวของท่องเที่ยวโลก
มุมมองทางเทคนิค
แนวรับ: 24.00 / 23.00 บาท
แนวต้าน: 26.00 / 28.00 บาท
หากผ่าน 28 บาทได้ มีโอกาสขึ้นต่อ
สรุป
✅ เด่นเรื่องการฟื้นตัวของท่องเที่ยว
✅ โรงแรมยุโรป-ไทยแข็งแรง
✅ กำไรมีแนวโน้มโตต่อ
แต่ต้องระวัง:
❌ หนี้สูง
❌ เศรษฐกิจโลก
❌ ความผันผวนค่าเงิน
คะแนนหุ้น MINT
พื้นฐาน: ⭐⭐⭐⭐☆
เติบโต: ⭐⭐⭐⭐☆
ความเสี่ยง: ⭐⭐⭐☆☆
มุมมอง: “บวก” ระยะกลาง-ยาว
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชื่อในธีม Tourism Recovery + Global Travel Growth.


🔥 MINT กำลังจะตื่น… หรือรอบใหญ่กำลังมา?
หุ้นท่องเที่ยวตัวท็อปของไทยอย่าง MINT กำลังส่งสัญญาณน่าสนใจ!
ทั้งกราฟเทคนิคเริ่มสวย + พื้นฐานเริ่มฟื้นแรง
คำถามคือ… รอบนี้จะไปแค่รีบาวด์ หรือกลับสู่ขาขึ้นรอบใหญ่? 🚀
📌 MINT ทำธุรกิจอะไร?
ผู้นำด้าน โรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
รายได้หลักมาจาก:
🏨 Minor Hotels = 78%
🍕 Minor Food = 20%
🛍 Minor Lifestyle = 2%
จุดแข็งสำคัญคือ รายได้กระจายทั่วโลก
ไทย | ยุโรป | มัลดีฟส์ | ตะวันออกกลาง | เอเชีย
ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว
🚀 Bull Case — ทำไม MINT น่าจับตา?
✅ ท่องเที่ยวโลกฟื้นแรง
โรงแรมยุโรปและไทยกลับมาคึกคัก
Occupancy Rate + RevPAR ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
✅ High Season กำลังมา
Q2-Q4 คือช่วงทำเงินของ MINT โดยตรง
✅ กำไร Turnaround ชัด
Q1/2026 รายได้ 37,346 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 649 ล้านบาท
ตัวเลขเริ่มสะท้อนการฟื้นตัวแบบจริงจัง
✅ Upside ยังเปิดกว้าง
โบรกหลายแห่งให้เป้า 32–38 บาท
เทียบราคาปัจจุบัน 24.80 บาท
ยังมี Upside ที่น่าสนใจ
MINT คือหุ้นแนว
🔥 Turnaround + Growth
เหมาะกับคนที่เชื่อในธีม
“Tourism Recovery + Global Travel Growth”
Technical Analysis
ราคาปัจจุบัน: 24.80 บาท
Trend:
✅ ระยะสั้น = Sideway Up
✅ ระยะกลาง = เริ่มกลับตัวเป็นขาขึ้น
✅ ระยะยาว = ยังเป็นแนวโน้มบวก
สัญญาณที่น่าสนใจ:
ราคายืนเหนือเส้น MA 10 / 20 / 50 วัน
และเส้นค่าเฉลี่ยเริ่มเรียงตัวแบบ Bullish
ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับสายเทคนิค
🎯 แนวรับ: 24.00 / 23.00 บาท
🎯 แนวต้าน: 26.00 / 28.00 บาท
จับตา 28 บาทให้ดี!
ถ้าผ่านได้เมื่อไร…
อาจเห็น Momentum ใหม่เข้ามาแรง
🔥 สรุป
✅ เด่นจากธีมท่องเที่ยวฟื้นตัว
✅ โรงแรมยุโรป-ไทยแข็งแรง
✅ กำไรมีแนวโน้มโตต่อ
✅ กราฟเทคนิคเริ่มกลับมา
มุมมอง: “เชิงบวก” ระยะกลาง-ยาว
ตอนนี้ MINT กำลังอยู่ในจุดน่าสนใจมาก…
คำถามสำคัญคือ
📌 นี่คือจุดเริ่มต้นของรอบใหม่?
หรือแค่พักตัวก่อนเบรกขึ้นแรง?
หุ้นตัวนี้… อาจกำลังซ่อนโอกาสครั้งใหญ่ไว้เงียบ ๆ


Disclaimer

ใส่ความเห็น