วิเคราะห์ หุ้น LDC บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น LDC บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น LDC บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ LDC อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI บริการ (Services)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.01บาท–เงินปันผล

1) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (Head Office)
📌 สำนักงานหลักของ LDC อยู่ที่
อาคาร LDC Building
ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ
อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
👉 ลักษณะทรัพย์สิน
เป็น สำนักงาน + ศูนย์บริหาร (HQ)
ใช้บริหารเครือข่ายคลินิกทั่วประเทศ
🏥 2) สาขาคลินิกทันตกรรม (Core Asset หลัก)
🔹 ตัวอย่างสาขา
6
ลาดพร้าว (กรุงเทพฯ)
รังสิต (ปทุมธานี)
บางใหญ่ (นนทบุรี)
ตรัง / นครศรีธรรมราช (ต่างจังหวัด)
📊 จำนวนรวม
ประมาณ 21–30 สาขา ทั่วประเทศ
👉 วิเคราะห์
สาขา = Revenue Generator หลักของบริษัท
เป็น “Asset แบบ Operating Unit”


โครงสร้างกลุ่มบริษัท
บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
🔎 ภาพรวมโครงสร้างกลุ่ม (Key Insight ก่อน)
👉 จากข้อมูลล่าสุด
LDC เป็น Single Company Structure (โครงสร้างไม่ซับซ้อน)
ไม่มีบริษัทย่อยในตลาดหลักทรัพย์หรือโครงสร้าง holding ใหญ่
รายได้หลักมาจาก “บริษัทแม่โดยตรง”
📌 แปลว่า
LDC = Operating Company ตรง (ไม่ได้ถือหุ้นหลายบริษัทเหมือนโรงพยาบาลใหญ่)
🧭 โครงสร้างองค์กร (Simplified Structure)
LDC Dental PCL (บริษัทแม่)
│
├── ธุรกิจหลัก: คลินิกทันตกรรม (ทุกสาขา)
├── รายได้จากบริการทันตกรรม
└── รายได้จากขายสินค้าเกี่ยวกับทันตกรรม
🏥 1) บริษัทแม่ (Core Company)
🟦 บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
บทบาทหลัก
ให้บริการทันตกรรมครบวงจร
บริหารสาขาทั้งหมดภายใต้แบรนด์ “LDC”
ถือเป็น Operating Asset ทั้งหมดอยู่ที่บริษัทแม่
บริการ
จัดฟัน / รากฟันเทียม
ศัลยกรรมช่องปาก
ทันตกรรมความงาม
X-ray และบริการเฉพาะทาง
🏬 2) เครือข่ายสาขา (Branch Network)
ประมาณ 20+ สาขา ทั่วประเทศ
อยู่ภายใต้บริษัทเดียว (ไม่แยกเป็นบริษัทย่อย)
👉 ตัวอย่าง:
สาขาแจ้งวัฒนะ
สาขาตรัง
กรุงเทพฯ / ปริมณฑล
📌 Insight
แต่ละสาขา = Revenue Unit
แต่ไม่ใช่ “Legal Entity แยก”
🧩 3) ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Related Activities)
แม้ไม่มีบริษัทย่อยชัดเจน แต่มี “กิจกรรมธุรกิจ” เช่น:
ขายสินค้า/อุปกรณ์ทันตกรรม
ระบบ CRM / Digital Platform
Loyalty Program
👉 เป็น Vertical Integration แบบเบา (Light Integration)
ยังไม่ถึงขั้น spin-off เป็นบริษัทลูก
⚠️ 4) บริษัทในเครือ (Important Note)
จากข้อมูล:
ไม่มีบริษัทลูกที่มีนัยสำคัญ
ไม่มี listed subsidiary
ไม่มี holding structure ซับซ้อน
📌 แต่มี “ความเชื่อมโยงทางผู้ถือหุ้น” เช่น
ผู้บริหารถือหุ้นใหญ่ (~50%)
มีการลงทุนส่วนบุคคลในบริษัทอื่น (ไม่รวมงบ LDC)
🧠 วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์โครงสร้าง
✅ ข้อดีของโครงสร้างนี้
🟢 บริหารง่าย (Flat structure)
🟢 ไม่มีความซับซ้อนด้านงบ Consolidation
🟢 ควบคุมคุณภาพบริการได้ดี
❌ ข้อเสีย
🔴 ขยายธุรกิจได้จำกัด (Scale ยาก)
🔴 ไม่มี diversification
🔴 ความเสี่ยงกระจุกตัว (Single Business Risk)



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น LDC
LDC Dental Public Company Limited หรือ บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจคลินิกทันตกรรมแบบครบวงจร ภายใต้แบรนด์ LDC ปัจจุบันมี 21 สาขา ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
จากข้อมูลล่าสุดที่มีถึง ไตรมาส 2/2569 ความเสี่ยงที่ควรติดตามมีดังนี้

  1. ความเสี่ยงด้านผลประกอบการและกำไร
    ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิ 17.93 ล้านบาท เทียบกับกำไร 4.96 ล้านบาทในปี 2567
    ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 162.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.53% YoY แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.04% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.31% เหลือ 15.49% และยังมี ขาดทุนสุทธิประมาณ 3.57% ของรายได้
    ความเสี่ยง: หากรายได้โตช้ากว่าต้นทุนและค่าใช้จ่าย การเพิ่มจำนวนสาขาอาจไม่ได้แปลว่ากำไรเพิ่มขึ้นตาม
  2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจทันตกรรม
    ธุรกิจคลินิกทันตกรรมมีการแข่งขันจากทั้ง
    คลินิกทันตกรรมรายย่อย
    เครือคลินิกขนาดใหญ่
    โรงพยาบาล
    คลินิกเฉพาะทาง
    ผู้ประกอบการที่แข่งขันด้วยโปรโมชั่นและราคา
    การแข่งขันด้านราคาอาจกดดัน ค่าบริการเฉลี่ยและอัตรากำไร โดยเฉพาะในบริการที่ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาได้ง่าย
  3. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อของผู้บริโภค
    บริการทันตกรรมบางประเภท โดยเฉพาะงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น จัดฟัน ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม รากฟันเทียม หรือทันตกรรมบูรณะ อาจถูกเลื่อนออกไปเมื่อผู้บริโภคมีรายได้หรือความเชื่อมั่นลดลง
    ดังนั้นธุรกิจจึงมีความอ่อนไหวต่อ ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ในระดับหนึ่ง
  4. ความเสี่ยงด้านบุคลากรและทันตแพทย์
    ธุรกิจของ LDC พึ่งพา ทันตแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ โดยตรง
    ความเสี่ยงสำคัญคือ
    การขาดแคลนทันตแพทย์บางสาขา
    ค่าใช้จ่ายบุคลากรเพิ่มขึ้น
    การรักษาบุคลากรที่มีประสบการณ์
    ตารางแพทย์ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้รับบริการ
    คุณภาพบริการไม่สม่ำเสมอระหว่างสาขา
    หากไม่สามารถรักษาบุคลากรคุณภาพสูงไว้ได้ อาจกระทบทั้งรายได้และชื่อเสียงของแบรนด์
  5. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการ
    ธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษาพยาบาล หากเกิด
    ความผิดพลาดในการรักษา
    ภาวะแทรกซ้อน
    การติดเชื้อ
    ปัญหาด้านมาตรฐานการให้บริการ
    ข้อร้องเรียนของลูกค้า
    อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการแก้ไข การเรียกร้องค่าเสียหาย และผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท
  6. ความเสี่ยงจากการขยายสาขา
    LDC มีเป้าหมายขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และปัจจุบันมี 21 สาขา
    การเปิดสาขาใหม่ต้องใช้เงินลงทุนทั้งด้าน
    สถานที่ + อุปกรณ์ทันตกรรม + บุคลากร + การตลาด + ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
    หากจำนวนผู้ใช้บริการของสาขาใหม่ไม่ถึงระดับที่คุ้มทุน บริษัทอาจต้องรับภาระต้นทุนคงที่เป็นเวลานาน
  7. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและโครงสร้างทางการเงิน
    ข้อมูล SET ณ งวด 6 เดือนปี 2569 ระบุว่า
    Current Ratio ลดจาก 2.15 เท่า → 1.40 เท่า
    D/E เพิ่มจาก 1.04 → 1.18 เท่า
    ROE อยู่ที่ -7.94%
    ROA อยู่ที่ประมาณ 0.03%
    Net Profit Margin อยู่ที่ -3.57%
    ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าบริษัทต้องให้ความสำคัญกับการฟื้นความสามารถในการทำกำไรและการบริหารสภาพคล่อง
  8. ความเสี่ยงจากเงินสดในมือ
    เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ประมาณ 13.17 ล้านบาท เพิ่มจาก 12.21 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2568 แต่ยังถือว่าไม่ได้อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจ
    หากบริษัทต้องลงทุนเปิดสาขา ซื้ออุปกรณ์ หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เพิ่มเติม อาจต้องพึ่งพา กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหรือแหล่งเงินทุนภายนอก
  9. ความเสี่ยงจากต้นทุนอุปกรณ์และวัสดุทางการแพทย์
    ทันตกรรมจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ วัสดุทันตกรรม และเวชภัณฑ์จำนวนมาก หากต้นทุนเหล่านี้เพิ่มขึ้น แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาค่าบริการได้ตามต้นทุน จะกดดันอัตรากำไร
    ประเด็นนี้เห็นได้จากงวด 6 เดือนปี 2569 ที่ ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้จากการดำเนินงาน

สรุปความเสี่ยง LDC แบบนักลงทุน

ประเด็นสิ่งที่ต้องติดตาม
🔴 กำไรการกลับมาทำกำไรและลดขาดทุน
🔴 Marginกำไรขั้นต้นต้องหยุดลดลง
🔴 สภาพคล่องเงินสดและ Current Ratio
🟠 การแข่งขันราคาและโปรโมชั่นของคู่แข่ง
🟠 บุคลากรจำนวน/ต้นทุนทันตแพทย์
🟠 การขยายสาขายอดผู้ใช้บริการและจุดคุ้มทุนของสาขาใหม่
🟠 กำลังซื้อเศรษฐกิจและการใช้จ่ายด้านทันตกรรม
🟡 คุณภาพบริการข้อร้องเรียนและมาตรฐานการรักษา
🟡 ต้นทุนวัสดุ อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

ประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษสำหรับ LDC ตอนนี้คือ “รายได้จะกลับมาโตอย่างต่อเนื่องหรือไม่ และการเติบโตนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรได้หรือไม่” เพราะข้อมูล 6 เดือนแรกปี 2569 แสดงให้เห็นว่ารายได้เริ่มทรงตัว/ฟื้นตัว แต่ต้นทุนยังเติบโตเร็วกว่ารายได้ และบริษัทยังมีอัตรากำไรสุทธิติดลบ


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น LDC
LDC Dental หรือ บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
LDC ดำเนินธุรกิจให้บริการทันตกรรมแบบครบวงจรภายใต้แบรนด์ LDC Dental โดยมีทันตแพทย์เฉพาะทางและให้ความสำคัญกับมาตรฐานอุปกรณ์และความปลอดภัย ปัจจุบันมี 21 สาขา ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
🔹 2565 — เริ่มปรับโครงสร้างเพื่อลดภาระขาดทุน
บริษัทใช้กลยุทธ์ “LDC The Next Normal” เน้นลดต้นทุนและยกระดับธุรกิจ โดยเจรจาปรับลดค่าเช่าหลายสาขา พร้อมปรับปรุงภาพลักษณ์สาขาให้ทันสมัยขึ้น ขณะเดียวกันได้หยุดให้บริการคลินิกความงาม 4 สาขา เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจหลักด้านทันตกรรมมากขึ้น
🔹 2566 — กลับมาเน้นการขยายสาขาที่มีศักยภาพ
บริษัททำสัญญาเช่าเพื่อขยายสาขาใน ตรังและชุมพร และต่อสัญญาสาขาที่มองว่ามีศักยภาพอย่าง รังสิตและราชพฤกษ์
อีกประเด็นสำคัญคือการ ล้างขาดทุนสะสม โดยโอนทุนสำรอง 1.3 ล้านบาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้น 248.55 ล้านบาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม ทำให้บริษัทเริ่มมีกำไรสะสมทางบัญชีตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 นอกจากนี้ยังซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 93 ล้านบาท เพื่อรองรับการทดแทนสาขาแจ้งวัฒนะเดิม และทำสัญญาก่อสร้างสาขาแจ้งวัฒนะและตรังรวม 23.26 ล้านบาท
🔹 2567 — จุดเปลี่ยนสำคัญ: ลดสาขาที่ขาดทุน
บริษัทพิจารณาปิดคลินิกทันตกรรมรวม 7 สาขา ได้แก่ต่างจังหวัด 6 สาขาและกรุงเทพฯ 1 สาขา เนื่องจากขาดทุนต่อเนื่องและไม่เห็นแนวโน้มฟื้นตัว เพื่อปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับผลประกอบการระยะยาว ขณะเดียวกันมีการเปิดสาขาตรังในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน
🔹 2568 — “Transform” ปรับองค์กรและโมเดลธุรกิจ
ปี 2568 บริษัทระบุว่าเป็นปีแห่งการ Transform หรือปรับโครงสร้างองค์กร หลังจากปี 2567 ลดธุรกิจ/สาขาที่ไม่ทำกำไรลง
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ลดขนาดส่วนงานสำนักงานใหญ่และลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ
ควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นำเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและยกระดับการดูแลผู้ป่วย
ขยายสาขาใหม่ในภาคใต้ 2 สาขา
เพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้บริการทันตกรรม
🔹 2569 — เน้นมาตรฐานบริการและฐานสาขา
ในปี 2569 LDC สื่อสารเรื่องมาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยมากขึ้น โดยระบุว่าอุปกรณ์และวัสดุกว่า 90% นำเข้าจากสหรัฐฯ และยุโรป มีระบบห้องตรวจอากาศสะอาด การฆ่าเชื้อด้วย UV-C การทำ Sterilization และ Spore Test รวมถึง LDC Smile Warranty และเครือข่ายกว่า 21 สาขา
อย่างไรก็ตาม ด้านผลประกอบการยังเป็นจุดที่ต้องติดตาม เพราะปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 17.93 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 4.96 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูล SET ณ 25 ก.ย. 2569 ระบุราคา 0.23 บาท และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ -7.44% สำหรับปี 2568 และ -7.94% สำหรับงวด 6 เดือน/2569
📌 สรุปพัฒนาการ LDC แบบ Timeline
2565 → ลดต้นทุน / ปรับสาขา / ลดภาระธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก
⬇️
2566 → ขยายสาขาศักยภาพ + ล้างขาดทุนสะสม + ลงทุนสาขาใหม่
⬇️
2567 → ปิดสาขาที่ขาดทุนหลายแห่ง เพื่อปรับโครงสร้าง
⬇️
2568 → Transform องค์กร + ลดต้นทุน + ใช้เทคโนโลยี + ขยายภาคใต้ + เพิ่มช่องทางรายได้
⬇️
2569 → เน้นมาตรฐานบริการ ความปลอดภัย และเครือข่าย 21 สาขา ขณะที่โจทย์สำคัญยังอยู่ที่ การกลับมาสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่น่าติดตามของ LDC ต่อจากนี้ คือ การฟื้นตัวของกำไรหลังการปรับโครงสร้าง, ประสิทธิภาพของสาขาที่เหลือ, ผลตอบแทนจากการลงทุนสาขาใหม่ และความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจ/ช่องทางใหม่ ๆ ซึ่งจะสะท้อนว่าการ Transform ในช่วง 2567–2568 สามารถเปลี่ยนเป็นผลประกอบการที่ดีขึ้นได้มากน้อยเพียงใด.


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด32.0921.226.8412.2113.17
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ6.688.798.698.229.00
สินค้าคงเหลือ19.4918.4115.7215.9415.44
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน120.30106.4984.3594.9782.88
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ181.86190.46178.79184.10178.81
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน441.63421.73406.21407.65404.43
รวมสินทรัพย์561.93528.23490.57502.62487.31
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม2.574.94––9.87
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ30.7628.1127.0727.2430.84
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี3.063.363.743.543.93
รวมหนี้สินหมุนเวียน64.6851.3846.5444.0759.18
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน243.50224.74214.52211.63204.57
รวมหนี้สิน308.18276.12261.06255.70263.75
ทุนจดทะเบียน150.00150.00150.00150.00150.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า150.00150.00150.00150.00150.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น87.2687.2687.2687.2687.26
กำไร(ขาดทุน)สะสม16.4914.85-7.769.66-13.71
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่253.75252.11229.50246.92223.55
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ413.11357.86315.31160.44162.89
รายได้อื่น12.1010.327.763.873.78
รวมรายได้425.21368.18323.08164.31166.66
ต้นทุน332.04290.90264.73131.06137.66
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร59.3262.8557.3730.7427.30
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย391.36343.38322.10161.80164.96
EBITDA86.0472.9841.4922.8021.76
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย52.2048.1840.5120.2920.06
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้33.8524.800.982.511.70
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่17.114.96-17.93-5.19-5.95
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.030.01-0.03-0.01-0.01

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน63.2636.0722.5316.2717.04
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-149.42-18.05-13.91-10.78-10.52
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน7.51-28.89-23.01-14.50-0.19
เงินสดสุทธิ-78.65-10.87-14.38-9.026.33

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)46.2836.0847.9936.90
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)7.8910.127.619.89
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)15.3515.5115.1517.29
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)23.7823.5324.0921.11
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)9.889.609.079.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)36.9338.0440.2539.06
วงจรเงินสด (วัน)-5.26-4.40-8.56-8.06

📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น LDC
บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
ข้อมูลจาก SET ที่ค้นได้ล่าสุดระบุว่า LDC เคลื่อนไหวแถว 0.23–0.24 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ประมาณ 0.21–0.41 บาท โดยมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่ จึงควรให้น้ำหนักกับ “ราคา + ปริมาณซื้อขาย” มากเป็นพิเศษ
🔎 มุมมองทางเทคนิค
แนวโน้มหลัก:
ราคายังอยู่ในลักษณะ Sideway Down / แกว่งตัวในกรอบต่ำ หลังจากปรับตัวลงจากบริเวณ 0.40 บาทกว่า ๆ โดยบริเวณ 0.21–0.22 บาทเป็นโซนที่ต้องจับตาว่าจะมีแรงรับกลับเข้ามาหรือไม่
แนวรับสำคัญ
🟢 0.22 บาท — แนวรับระยะสั้น
🟢 0.21 บาท — แนวรับสำคัญ / จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์
หากหลุด 0.21 บาท ควรระวังแรงขายรอบใหม่
แนวต้านสำคัญ
🔴 0.24 บาท — ด่านแรก
🔴 0.26 บาท — แนวต้านถัดไป
🔴 0.29–0.30 บาท — โซนต้านสำคัญ หากผ่านได้จะเริ่มเห็นภาพการฟื้นตัวชัดขึ้น
📈 สัญญาณที่น่าจับตา
จุดที่น่าสนใจคือ การกลับมายืนเหนือ 0.24–0.26 บาทพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น เพราะจะช่วยยืนยันว่าการดีดตัวมีแรงซื้อสนับสนุน ไม่ใช่เพียงการเด้งในกรอบแคบ
ในทางกลับกัน หากราคา หลุด 0.21–0.22 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้น ภาพทางเทคนิคจะอ่อนแอลงและควรระวังการทำจุดต่ำใหม่
🧭 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
LDC ยังอยู่ในโหมด “จับตาฐาน” มากกว่าการเป็นขาขึ้นเต็มตัว
ฐาน 0.21–0.22 บาท เป็นโซนสำคัญ ส่วน 0.24–0.26 บาท เป็นด่านแรกที่ราคาต้องผ่านให้ได้ หากผ่านพร้อม Volume มีโอกาสเปลี่ยนภาพจาก Sideway Down ไปสู่การฟื้นตัวระยะสั้นได้
อีกประเด็นที่ควรระวังคือสภาพคล่องของหุ้นค่อนข้างต่ำ ดังนั้นสัญญาณ Breakout ควรดู Volume ประกอบทุกครั้ง ไม่ควรพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว
ด้านพื้นฐาน SET ระบุว่า LDC มีธุรกิจให้บริการทันตกรรมครบวงจรภายใต้แบรนด์ LDC และมี 21 สาขา ขณะที่งบ 6 เดือนปี 2569 รายได้จากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 162.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.53% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ยังมีอัตรากำไรสุทธิเป็นลบ -3.57% จึงควรแยก “สัญญาณเทคนิค” ออกจาก “การฟื้นตัวของผลประกอบการ” ให้ชัดเจน


วิเคราะห์หุ้น LDC — บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน)
ผมมอง LDC ในมุม พื้นฐาน + เทคนิค โดยอิงข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้ถึงช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 จาก SET และบริษัท

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    LDC Dental Public Company Limited หรือ LDC ดำเนินธุรกิจให้บริการทันตกรรมแบบครบวงจร โดยมีทันตแพทย์เฉพาะทางและอุปกรณ์ทางการแพทย์ภายใต้แบรนด์ LDC ปัจจุบันมี 21 สาขา ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
    จุดที่ต้องติดตามคือการเพิ่มจำนวนสาขาและการเพิ่มรายได้ต่อสาขา เพราะธุรกิจคลินิกทันตกรรมมีต้นทุนบุคลากรและค่าใช้จ่ายสาขาค่อนข้างสูง การเติบโตของรายได้จึงต้องแปลงเป็นกำไรให้ได้ด้วย

2. ผลประกอบการล่าสุด ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 มีสัญญาณว่า รายได้เริ่มหยุดการหดตัว แต่กำไรยังไม่กลับมาเป็นบวก

รายการ6M/25686M/2569
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ160.44 ลบ.162.89 ลบ.
รายได้รวม—166.66 ลบ.
กำไรสุทธิ—-5.95 ลบ.
Net Margin-3.16%-3.57%
ROE-2.20%-7.94%
D/E1.04x1.18x

รายได้จากการดำเนินธุรกิจเพิ่มประมาณ 1.53% YoY แต่ต้นทุนขายเพิ่มประมาณ 5.04% ทำให้การฟื้นตัวของกำไรยังไม่ชัดเจน ประเด็นสำคัญ: LDC ไม่ได้มีปัญหาเฉพาะเรื่องยอดขาย แต่ต้องจับตาเรื่อง Margin และการควบคุมค่าใช้จ่าย ควบคู่กัน
3. ฐานะการเงิน
ณ 30 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์รวมประมาณ 487.31 ล้านบาท
หนี้สินรวม 263.75 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น 223.55 ล้านบาท
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 13.17 ล้านบาท
D/E ประมาณ 1.18 เท่า
Current Ratio ประมาณ 1.40 เท่า
จุดที่ต้องระวังคือเงินสดไม่ได้อยู่ในระดับสูง ขณะที่บริษัทยังขาดทุน ดังนั้นการขยายธุรกิจในอนาคตควรดูว่าบริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ต่อเนื่องเพียงใด
อย่างไรก็ตาม 6M/2569 บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานประมาณ 17.04 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่ควรติดตามต่อในไตรมาสถัดไป
4. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
ราคาที่ SET แสดงล่าสุดในข้อมูลปลายเดือน ก.ย. อยู่บริเวณ 0.23 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 0.21–0.44 บาท
ภาพใหญ่จึงยังเป็นลักษณะ Sideway Down / พักตัวในแนวโน้มอ่อนตัว
แนวรับสำคัญ
0.22 บาท
เป็นโซนที่ราคามีการซื้อขายบริเวณนี้หลายครั้ง และข้อมูล SET ล่าสุดก็แสดงกรอบรายวันแถว 0.22–0.23 บาท
ถ้า 0.22 บาทเอาไม่อยู่
มีโอกาสกลับไปทดสอบบริเวณ
0.21 บาท
ซึ่งเป็น Low ของกรอบ 52 สัปดาห์
แนวต้าน
0.24 บาท — ด่านแรก
หากผ่าน 0.24 พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น
แนวต้านถัดไป:
0.26–0.27 บาท
และโซนสำคัญกว่า:
0.30 บาท
เพราะเป็นระดับราคาที่ตลาดเคยซื้อขายอยู่สูงกว่าในช่วงก่อนหน้า และเป็นระดับเดียวกับราคาปลายปี 2568
5. จุดที่น่าสนใจของกราฟ
ข้อมูล SET ณ 25 ก.ย. 2569 ระบุว่า LDC ให้ผลตอบแทนราคา
60 วัน: -8.00%
120 วัน: -4.17%
YTD: -23.33%
ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าราคาปลายปี 2568 ที่ 0.30 บาทค่อนข้างมาก
ดังนั้นกราฟยังไม่ได้ยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน
สิ่งที่ควรเห็นก่อนจะเปลี่ยนภาพเป็นบวกมากขึ้นคือ
ยืน 0.24 → ผ่าน 0.26–0.27 → สร้าง Higher High → ทดสอบ 0.30
โดยควรมี Volume เพิ่มขึ้น ประกอบการทะลุแนวต้าน
6. สัญญาณที่ต้องจับตา
🟢 สัญญาณบวก
ยืนเหนือ 0.22 บาท ได้
ผ่าน 0.24 บาท ด้วย Volume เพิ่มขึ้น
ทำ Higher Low ได้
รายได้เติบโตต่อเนื่อง
Gross Margin ฟื้นจากระดับ 15.49% ใน 6M/2569
ผลประกอบการกลับมาเป็นกำไร
🔴 สัญญาณลบ
หลุด 0.22 บาท
หลุด 0.21 บาท
ราคาลงพร้อม Volume สูง
รายได้กลับมาหดตัว
ขาดทุนต่อเนื่อง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง
7. มุมมองสไตล์ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
LDC = หุ้นขนาดเล็กที่อยู่ในช่วงพยายามสร้างฐาน
ราคาบริเวณ 0.22–0.23 บาท ถือเป็นโซนที่ต้องจับตา เพราะอยู่ใกล้ Low 52 สัปดาห์ที่ 0.21 บาท ขณะที่ด้านบนมีแนวต้าน 0.24 บาทค่อนข้างใกล้
แต่ในเชิงพื้นฐานยังมีโจทย์สำคัญ คือ การกลับมาทำกำไร เพราะ 6M/2569 ยังขาดทุน 5.95 ล้านบาท และ ROE ยังติดลบ
สรุประดับราคา

ระดับความหมาย
0.30แนวต้านใหญ่ / เปลี่ยนภาพระยะกลาง
0.26–0.27แนวต้านถัดไป
0.24แนวต้านแรก / จุดยืนยันแรงซื้อ
0.22แนวรับสำคัญ
0.21Low 52 สัปดาห์ / จุดเฝ้าระวัง

บทสรุป: ตอนนี้ LDC ยังอยู่ในช่วง “รอการยืนยันการกลับตัว” มากกว่าจะเป็นกราฟขาขึ้นเต็มตัว โดยระดับ 0.24 บาท เป็นจุดที่น่าสังเกตเป็นพิเศษ หากทะลุพร้อม Volume จะทำให้โครงสร้างกราฟดูดีขึ้น ขณะที่การหลุด 0.21 บาท จะทำให้ภาพเทคนิคกลับมาอ่อนแอมากขึ้น


Disclaimer

ใส่ความเห็น