ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น JMART บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น JMART บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น JMART บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ JMART อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี (Technology)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ JMART – บริษัท เจ มาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) สามารถแบ่งออกเป็นทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทโฮลดิ้ง และทรัพย์สินของบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลัก ดังนี้

อุปกรณ์สำนักงานและทรัพย์สินถาวร
คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์
เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
อุปกรณ์สำนักงาน
รถยนต์สำหรับการดำเนินธุรกิจ
อุปกรณ์สื่อสารและเครือข่าย

อาคารสำนักงานใหญ่และสำนักงาน
อาคาร JMART Building ถนนรามคำแหง กรุงเทพฯ
สำนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยทั่วประเทศ
พื้นที่ปฏิบัติงานด้านบริหาร การเงิน การตลาด และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ร้านค้าปลีกและศูนย์จำหน่ายสินค้า
ร้าน Jaymart Mobile ในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าทั่วประเทศ
จุดจำหน่ายสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต อุปกรณ์เสริม และ Gadget
พื้นที่ให้บริการลูกค้าและศูนย์บริการหลังการขาย

สินค้าคงคลัง
ประกอบด้วย
โทรศัพท์มือถือทุกแบรนด์ชั้นนำ
Tablet และอุปกรณ์ Smart Device
Gadget และอุปกรณ์เสริม
ซิมการ์ดและสินค้าโทรคมนาคม
สินค้าไอทีที่จำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้า

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Infrastructure)
ระบบบริหารร้านค้า (POS)
ระบบ ERP
ระบบ CRM
ระบบสมาชิกและฐานข้อมูลลูกค้า
ระบบ E-Commerce และ Omni-Channel
Cloud และ Data Center ที่ใช้สนับสนุนธุรกิจในกลุ่ม

คลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์
คลังเก็บโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์
ศูนย์กระจายสินค้า
ระบบบริหารสต็อกสินค้า
ระบบขนส่งสินค้าไปยังสาขาทั่วประเทศ

ทรัพย์สินทางปัญญา
เครื่องหมายการค้า Jaymart
ซอฟต์แวร์และระบบบริหารธุรกิจ
ฐานข้อมูลลูกค้า
ลิขสิทธิ์และแพลตฟอร์มดิจิทัลของกลุ่มบริษัท

เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
ในฐานะ Holding Company ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของ JMART คือการถือหุ้นในธุรกิจต่าง ๆ เช่น
ธุรกิจค้าปลีกมือถือ
ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ
ธุรกิจสินเชื่อ
ธุรกิจประกันภัย
ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนอื่น ๆ ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของกลุ่มบริษัท

สรุป
เนื่องจาก JMART เป็น Holding Company ทรัพย์สินที่มีความสำคัญที่สุดในการสร้างมูลค่าของบริษัท ได้แก่
💼 เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
🏢 อาคารสำนักงานใหญ่และสำนักงาน
📱 เครือข่ายร้าน Jaymart Mobile
📦 สินค้าคงคลัง (สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอที)
💻 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและฐานข้อมูลลูกค้า
🚚 คลังสินค้าและระบบกระจายสินค้า
™️ เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา
ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจค้าปลีกเทคโนโลยี การเงิน และการลงทุนของกลุ่ม JMART ทั้งหมด


กลุ่มบริษัทในเครือของ บริษัท เจ มาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (JMART) มีการดำเนินธุรกิจแบบ Holding Company โดยลงทุนในธุรกิจค้าปลีก การเงิน เทคโนโลยี และอสังหาริมทรัพย์ ผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วมหลายแห่ง ภายใต้แนวคิด The Power of Synergy เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจในกลุ่มเข้าด้วยกัน

กลุ่มบริษัทในเครือที่สำคัญ


บริษัทร่วมและการลงทุนที่สำคัญ
SG Capital Public Company Limited – ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และสินเชื่อรายย่อย
Suki Teenoi Public Company Limited – JMART เข้าลงทุนเพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอด Ecosystem ทางธุรกิจ
ความร่วมมือกับพันธมิตรด้านการเงิน เทคโนโลยี และค้าปลีกหลายราย เพื่อขยายบริการทางการเงินและ Digital Ecosystem ของกลุ่ม
โครงสร้างธุรกิจของ JMART
📱 Retail & Commerce – จำหน่ายมือถือและสินค้าไอที
💰 Financial Services – บริหารหนี้ สินเชื่อ และบริการทางการเงิน
🏢 Property – พัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์
💻 Technology & Digital – Blockchain, AI, FinTech และ Digital Platform
☕ Lifestyle & Food – ธุรกิจร้านกาแฟและบริการไลฟ์สไตล์
จุดแข็งของโครงสร้างกลุ่ม JMART
มี Ecosystem ครบวงจร ตั้งแต่การขายสินค้า การให้สินเชื่อ การติดตามหนี้ ไปจนถึงการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
สามารถ Cross-selling ลูกค้าระหว่างบริษัทในเครือ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้
กระจายความเสี่ยงจากการมีธุรกิจหลายประเภท ทั้งค้าปลีก การเงิน อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยี
มีการสร้าง Synergy ระหว่างบริษัทย่อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเติบโตระยะยาว



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น JMART บริษัท เจ มาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และข้อมูลลูกค้า
กลุ่ม JMART มีข้อมูลลูกค้าและธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก
ความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์หรือข้อมูลรั่วไหล อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ชื่อเสียง และอาจเกิดความเสียหายทางกฎหมาย
ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว
ธุรกิจหลักของกลุ่มเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสมาร์ตโฟน สินค้าไอที และสินเชื่อผ่อนชำระ ซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภค
หากเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง หรืออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ยอดขายและการปล่อยสินเชื่อลดลง ส่งผลต่อรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทโดยรวม

ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรง
ตลาดสมาร์ตโฟนและสินค้าเทคโนโลยีมีการแข่งขันด้านราคาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ แพลตฟอร์ม E-Commerce และผู้ผลิตที่ขายตรงถึงผู้บริโภค ล้วนกดดันอัตรากำไรของธุรกิจค้าปลีก
หากไม่สามารถบริหารสต๊อกหรือรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ อาจกระทบผลประกอบการได้

ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อ
กลุ่ม JMART มีธุรกิจสินเชื่อและบริการทางการเงินผ่านบริษัทย่อย
หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ (NPL) เพิ่มขึ้น บริษัทอาจต้องตั้งสำรองเพิ่ม ส่งผลให้กำไรลดลง
ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอจะเพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้า

ความเสี่ยงจากธุรกิจบริหารหนี้
ผลประกอบการของธุรกิจบริหารหนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดเก็บหนี้และมูลค่าพอร์ตหนี้ที่ซื้อมา
หากการจัดเก็บหนี้ต่ำกว่าคาด หรือการแข่งขันในการประมูลหนี้สูงขึ้น จะกระทบผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจนี้

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาบริษัทย่อย
JMART เป็น Holding Company รายได้และกำไรส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
หากบริษัทย่อยแห่งใดแห่งหนึ่งมีผลประกอบการอ่อนแอ จะส่งผลต่อกำไรของ JMART โดยตรง
สถาบันจัดอันดับเครดิตยังระบุว่าบริษัทพึ่งพาผลการดำเนินงานของธุรกิจบางกลุ่มค่อนข้างมาก จึงเป็นข้อจำกัดด้านความเสี่ยงทางธุรกิจ

ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจการเงินและการลงทุนใช้เงินทุนจำนวนมาก
หากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และอาจกระทบส่วนต่างกำไร (Spread)
รวมถึงอาจทำให้ความต้องการสินเชื่อลดลง

ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
สินค้าไอทีมีวงจรชีวิตสั้น
หากบริษัทบริหารสินค้าคงคลังไม่ดี อาจเกิดสินค้าล้าสมัยและต้องลดราคาเพื่อระบายสต๊อก
นอกจากนี้ยังต้องลงทุนด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ธุรกิจสินเชื่อและบริหารหนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ
หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อ การคุ้มครองผู้บริโภค หรือการบริหารหนี้ อาจส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมาย

สรุปสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงที่ควรติดตามมากที่สุดของ JMART ได้แก่
กำลังซื้อของผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจ
คุณภาพสินเชื่อและระดับหนี้เสีย (NPL)
ผลประกอบการของบริษัทย่อยในกลุ่ม
การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที
ต้นทุนทางการเงินจากอัตราดอกเบี้ย
ความสามารถในการสร้างกำไรของธุรกิจบริหารหนี้
โดยภาพรวม JMART เป็น Holding Company ที่มีรายได้กระจายหลายธุรกิจ แต่ความสามารถในการเติบโตและผลกำไรยังขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างต่อเนื่อง


ข้อมูล ณ วันที่ 13 พ.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของ JMART – บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) สามารถสรุปได้ดังนี้

เดินหน้าสร้าง Ecosystem และธุรกิจใหม่ (ปี 2567–ปัจจุบัน)
ปรับโครงสร้างธุรกิจในเครืออย่างต่อเนื่อง
พัฒนาและลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี การเงิน และไลฟ์สไตล์
เดินหน้ากลยุทธ์ The Power of Synergy เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวของทั้งกลุ่ม

ก่อตั้งบริษัท (ปี 2531)
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2531
เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบผ่อนชำระ ก่อนขยายสู่ธุรกิจค้าส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

รุกตลาดโทรศัพท์มือถือ (ปี 2535)
ขยายเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์มือถือ
เปิดร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ
กลายเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกมือถือรายใหญ่ของประเทศไทย

เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ปี 2552)
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552
ระดมทุนผ่าน IPO เพื่อขยายธุรกิจค้าปลีกและเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

ขยายสู่ธุรกิจการเงินและบริหารหนี้
พัฒนาธุรกิจจากผู้ค้าปลีกมือถือไปสู่ธุรกิจการเงิน
ขยายการลงทุนในธุรกิจบริหารหนี้ผ่าน JMT และธุรกิจสินเชื่อภายใต้กลุ่มบริษัท
สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) เชื่อมโยงค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี

เข้าถือหุ้นใหญ่ใน SINGER (ปี 2558)
เข้าลงทุนใน Singer Thailand
ขยายธุรกิจเช่าซื้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินเชื่อทะเบียนรถ และการขายผ่านเครือข่ายตัวแทนทั่วประเทศ
เพิ่มฐานลูกค้าและช่องทางการเติบโตของกลุ่มบริษัท

ปรับโครงสร้างเป็น Holding Company (ปี 2559–2560)
ปรับโครงสร้างองค์กรจากบริษัทค้าปลีก เป็น Holding Company
ลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ได้แก่
ค้าปลีกมือถือ
บริหารหนี้
สินเชื่อ
เทคโนโลยี
ฟินเทค
เน้นการสร้าง Synergy ระหว่างบริษัทในเครือ

JMT เข้า SET100 (ปี 2562)
บริษัทในเครือ JMT Network Services ได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET100
สะท้อนการเติบโตของธุรกิจบริหารหนี้ภายในกลุ่ม

ร่วมทุนกับ KB Kookmin Card (ปี 2563)
ร่วมทุนกับ KB Kookmin Card จากประเทศเกาหลีใต้
พัฒนาธุรกิจสินเชื่อดิจิทัลและฟินเทคผ่าน J Fintech
เพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางการเงิน

BTS Group เข้าถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ (ปี 2564)
BTS Group Holdings เข้าลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
สร้างความร่วมมือด้าน Retail, Financial Services, Digital Platform และฐานข้อมูลลูกค้า
ถือเป็นดีลสำคัญที่ยกระดับกลุ่ม JMART อย่างมาก

ร่วมทุนธุรกิจพลังงาน (ปี 2565)
ร่วมกับ SINGER และ Gunkul Engineering
ก่อตั้งบริษัท JGS Synergy Power
ขยายเข้าสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและโซลาร์รูฟท็อป

เปลี่ยนชื่อเป็น “เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” (ปี 2566)
เปลี่ยนชื่อจาก บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน)
เป็น บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
สะท้อนการดำเนินธุรกิจในฐานะ Holding Company อย่างเต็มรูปแบบ

สรุป
จุดเปลี่ยนสำคัญของ JMART คือการเปลี่ยนจาก ผู้ค้าปลีกโทรศัพท์มือถือ ไปสู่ Holding Company ที่ลงทุนในธุรกิจค้าปลีก การเงิน บริหารหนี้ ฟินเทค และเทคโนโลยี โดยมีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การเข้าถือหุ้นใน SINGER, การร่วมทุนกับ KB Kookmin Card, การได้รับการลงทุนจาก BTS Group และการเปลี่ยนชื่อเป็น เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาวของกลุ่มบริษัททั้งหมด.








วิเคราะห์หุ้น JMART บริษัท เจ มาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ราคาหุ้นอาจผันผวนตามผลประกอบการรายไตรมาสและข่าวเกี่ยวกับบริษัทในเครือ
ระยะกลาง
หากกำไรของธุรกิจหลักและบริษัทในเครือฟื้นตัวต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้น
ระยะยาว
JMART มีศักยภาพจากการเป็น Holding Company ที่มีธุรกิจหลากหลาย หากสามารถสร้าง Synergy ได้ตามแผนและควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ในธุรกิจการเงินได้ดี ก็มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว แต่ผู้ลงทุนควรติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อกำไรของบริษัทโดยตรง


Disclaimer

ใส่ความเห็น