วิเคราะห์ หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SMIT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) เป็นของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 18 พ.ค. 2548 | 550.00 | เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) | SMIT |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ดําเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.25 | 0.27 | 0.30 | 0.16 | 0.16 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 12.32 | 10.35 | 12.29 | 12.01 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | 0.10 | บาท | 09 ก.ย. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.14 | บาท | 07 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.10 | บาท | 12 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.14 | บาท | 02 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.10 | บาท | 06 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.14 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.10 | บาท | 08 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.20 | บาท | 26 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.14 | บาท | 09 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.22 | บาท | 27 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.14 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.16 | บาท | 28 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SMIT
หมวดธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม / เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ
บริษัทดำเนินธุรกิจนำเข้า จัดจำหน่าย และให้บริการสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมเหล็กแข็ง เครื่องจักรกลโรงงาน และวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท
- ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
- สินค้าคงเหลือประเภทเหล็กแข็งและเหล็กเครื่องมือ (Tool Steel)
เป็นสินค้าสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ งานตัดเฉือนโลหะ และการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร มูลค่าของสินค้ากลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้าคงเหลือ ราคาวัตถุดิบ และความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม - เครื่องจักรกลโรงงานและอุปกรณ์
ประกอบด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน เช่น เครื่องจักรกลตัดเฉือนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เป็นกลุ่มสินค้าที่รองรับความต้องการลงทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม - เครื่องจักรและวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมไม้และกระดาษ
ใช้รองรับโรงงานแปรรูปไม้ โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมกระดาษ ช่วยกระจายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากธุรกิจโลหะ - วัสดุและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่น
เป็นกลุ่มสินค้าที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และเปิดโอกาสให้บริษัทให้บริการลูกค้าในภาคการผลิตหลายประเภท
- สินค้าคงเหลือประเภทเหล็กแข็งและเหล็กเครื่องมือ (Tool Steel)
- ทรัพย์สินด้านโรงงานและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- เครื่องจักรและระบบชุบเหล็กแข็ง
เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับการให้บริการปรับปรุงคุณสมบัติของเหล็ก เพื่อให้เหมาะกับการนำไปผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านบริการชุบเหล็กแข็ง และได้รับการรับรองมาตรฐาน AS9100:2016, ISO 9001:2015 และ NADCAP ตามข้อมูลบริษัท - คลังสินค้าและระบบจัดการสินค้า
พื้นที่จัดเก็บเหล็ก เครื่องจักร และวัสดุอุตสาหกรรมเป็นส่วนสนับสนุนการนำเข้าและจำหน่ายสินค้า ช่วยให้บริษัทบริหารสต็อกและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความภาพประกอบนี้ว่าเป็นรายละเอียดสถานที่หรือขนาดคลังสินค้าที่ตรวจสอบแล้ว
- เครื่องจักรและระบบชุบเหล็กแข็ง
- ทรัพย์สินทางการเงินและเงินทุนหมุนเวียน
นอกจากทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินงานโดยตรงแล้ว บริษัทจำเป็นต้องใช้สินทรัพย์หมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการซื้อขายสินค้าและการให้บริการ ได้แก่
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สำหรับชำระค่าสินค้า ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และลงทุนเพิ่มเติม
- ลูกหนี้การค้า เงินที่รอรับจากลูกค้าหลังการขายสินค้าและให้บริการ
- สินค้าคงเหลือ เหล็กแข็ง เครื่องมือ เครื่องจักร และวัสดุอุตสาหกรรมที่จัดเตรียมไว้จำหน่าย
- ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน โรงงาน และการดำเนินงาน
- เงินลงทุนในกิจการอื่น ซึ่งอาจสร้างรายได้เงินปันผลหรือผลตอบแทนจากการลงทุน
รายการข้างต้นเป็นประเภทสินทรัพย์ที่ควรตรวจสอบจากงบการเงิน โดยมูลค่าและสัดส่วนจริงต้องอ้างอิงงบการเงินของบริษัทในแต่ละงวด
- มูลค่าสินทรัพย์รวมของ SMIT
ข้อมูลจาก Company Snapshot ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นงวดต่าง ๆ มีดังนี้
ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
2,992.98 ล้านบาท
สินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวด 6 เดือน ปี 2569
หนี้สินรวม
303.77 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น
2,689.21 ล้านบาท
หน่วย: ล้านบาท | อ้างอิงงบการเงินงวด 6 เดือน ปี 2569 - วิเคราะห์ความสำคัญของทรัพย์สินต่อธุรกิจ
จุดแข็ง
- มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม รองรับความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน
- มีความเชี่ยวชาญด้านเหล็กแข็งและบริการชุบเหล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคและมาตรฐานคุณภาพ
- มีบริการเครื่องจักรและโครงการแบบครบวงจร ช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการลูกค้าอุตสาหกรรมหลายประเภท
ประเด็นที่ควรติดตาม - การหมุนเวียนสินค้าคงเหลือและความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
- ความสามารถในการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้การค้า
- การใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรและโรงงานให้เกิดรายได้อย่างคุ้มค่า
- การลงทุนในทรัพย์สินใหม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายและกำไรได้มากเพียงใด
สรุปสำหรับบทวิเคราะห์หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) มีฐานทรัพย์สินที่สนับสนุนธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม โดยมีสินค้ากลุ่มเหล็กแข็งและบริการชุบเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญ ร่วมกับธุรกิจเครื่องมือและเครื่องจักรกลโรงงาน
สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่เพียงมูลค่าสินทรัพย์รวม แต่รวมถึงความสามารถในการเปลี่ยนสินค้าคงเหลือและทรัพย์สินที่มีให้เป็นยอดขาย กระแสเงินสด และกำไรอย่างต่อเนื่องด้วย
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
อ้างอิงข้อมูลบริษัทจดทะเบียนและรายงานประจำปีที่เผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต.
- ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT ดำเนินธุรกิจนำเข้า จัดจำหน่าย และให้บริการสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงาน โดยมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเหล็กแข็ง เครื่องจักรกลโรงงาน อุตสาหกรรมไม้ กระดาษ และไฟฟ้า - บริษัทในเครือและบริษัทร่วม
จากข้อมูลสรุปบริษัทจดทะเบียนปี 2568 ที่ตรวจสอบได้ พบข้อมูลการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท เค.เอส. โมลด์ พาร์ท โดย SMIT มีรายได้เงินปันผลรับจากบริษัทดังกล่าว 2.95 ล้านบาทในปี 2568
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันสัดส่วนการถือหุ้น สถานะว่าเป็นบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม และรายชื่อบริษัทในเครือทั้งหมด จึงไม่ควรสรุปว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทย่อยโดยไม่มีหลักฐานยืนยันเพิ่มเติม
- โครงสร้างธุรกิจโดยสรุป
SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
เหล็กแข็งและงานชุบเหล็ก
เหล็กสำหรับทำแม่พิมพ์และบริการชุบเหล็ก
เครื่องจักรอุตสาหกรรม
เครื่องมือ เครื่องจักรกลโรงงาน และอุปกรณ์
วัสดุอุตสาหกรรม
สินค้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไม้ กระดาษ และไฟฟ้า
บริการครบวงจร
จัดจำหน่ายสินค้าและให้บริการแก่โรงงานอุตสาหกรรม
แผนภาพแสดงกลุ่มธุรกิจหลัก ไม่ใช่แผนผังนิติบุคคลหรือโครงสร้างการถือหุ้น - วิเคราะห์ในมุมนักลงทุน
- จุดเด่น: มีธุรกิจหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม และมีความเชี่ยวชาญด้านเหล็กแข็งและงานชุบเหล็ก
- ประเด็นติดตาม: รายได้และกำไรของแต่ละธุรกิจ รวมถึงเงินปันผลรับจากเงินลงทุนในบริษัทอื่น
- สิ่งที่ควรตรวจสอบ: รายชื่อบริษัทย่อย บริษัทร่วม สัดส่วนการถือหุ้น และผลประกอบการของแต่ละกิจการจากรายงานประจำปี 2568 (56-1 One Report)
อ่านรายงานฉบับทางการได้ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. — รายงานประจำปีของ SMIT
สรุป: SMIT มีธุรกิจหลักด้านเหล็กแข็ง งานชุบเหล็ก เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม ส่วนรายชื่อและสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในเครือทั้งหมดควรยืนยันจากรายละเอียดใน One Report ก่อนนำไปเผยแพร่เป็นข้อมูลโครงสร้างกลุ่มบริษัทอย่างเป็นทางการ
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
หุ้น SMIT อยู่ในธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ความเสี่ยงจึงควรพิจารณาทั้งกำลังซื้อของลูกค้าอุตสาหกรรม ต้นทุนการนำเข้า การแข่งขัน และความสามารถในการบริหารสินค้าคงคลัง
ความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ
ความแตกต่างระหว่างศูนย์เครื่องจักรกลแนวตั้งและศูนย์เครื่องจักรกลแกนทรี
- ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนภาคอุตสาหกรรม
หากเศรษฐกิจชะลอตัว โรงงานอาจลดการลงทุนหรือเลื่อนซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่งผลให้ยอดขายและรายได้ของ SMIT เติบโตช้าลง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการขยายกำลังการผลิต - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนนำเข้า
การนำเข้าสินค้าและเครื่องจักรจากต่างประเทศทำให้บริษัทมีโอกาสได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่อ่อนค่า ค่าขนส่ง และต้นทุนจัดซื้อที่เพิ่มขึ้น หากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อัตรากำไรอาจลดลง - ความเสี่ยงจากสินค้าคงคลัง
สินค้าอุตสาหกรรมบางประเภทมีราคาสูงและใช้เวลาระบายสินค้า หากความต้องการเปลี่ยนแปลงหรือสินค้าล้าสมัย บริษัทอาจมีเงินทุนจมในสต็อก ต้องลดราคาขาย หรือบันทึกค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลง - ความเสี่ยงจากการแข่งขันและอำนาจต่อรอง
บริษัทต้องแข่งขันกับผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรายอื่น รวมถึงผู้ผลิตที่ขายตรงให้ลูกค้า หากการแข่งขันด้านราคารุนแรง อาจกดดันส่วนต่างกำไรและทำให้บริษัทต้องเพิ่มบริการเพื่อรักษาฐานลูกค้า - ความเสี่ยงจากการชำระเงินของลูกค้า
หากลูกค้าโรงงานมีปัญหาสภาพคล่องหรือชำระหนี้ล่าช้า บริษัทอาจมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น กระแสเงินสดลดลง และต้องตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต - ความเสี่ยงจากผู้ผลิตและการจัดหาสินค้า
หากผู้ผลิตต่างประเทศส่งสินค้าล่าช้า ปรับเงื่อนไขการค้า หรือยุติการจำหน่ายสินค้า อาจกระทบต่อความสามารถในการส่งมอบให้ลูกค้า รวมถึงความต่อเนื่องของรายได้
ประเด็นข้างต้นเป็นการประเมินความเสี่ยงตามลักษณะธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงทุกข้อเกิดขึ้นแล้วกับบริษัท โดยข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า SMIT ดำเนินธุรกิจผลิต นำเข้า จัดจำหน่าย และให้บริการในกลุ่มเหล็กแข็ง เครื่องจักรกลโรงงาน และวัสดุอุตสาหกรรมหลายประเภท
วิเคราะห์ความเสี่ยงจากผลประกอบการ ข้อมูลปี 2568 ของ SMIT แสดงให้เห็นภาพที่ควรติดตามดังนี้
| รายการ | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|
| รายได้ (ล้านบาท) | 1,655.66 | 1,637.68 |
| กำไรสุทธิ (ล้านบาท) | 145.73 | 159.57 |
| สินทรัพย์ (ล้านบาท) | 2,811.23 | 3,001.31 |
| หนี้สิน (ล้านบาท) | 261.17 | 323.22 |
- รายได้ลดลงประมาณ 1.1% สะท้อนว่าควรติดตามความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมและความสามารถในการขยายยอดขาย
- กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 9.5% แม้รายได้ลดลง จึงควรตรวจสอบว่ากำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากอัตรากำไรขั้นต้น การควบคุมค่าใช้จ่าย หรือปัจจัยอื่น
- หนี้สินเพิ่มขึ้นประมาณ 23.8% ควรตรวจสอบองค์ประกอบของหนี้สินและสภาพคล่องเพิ่มเติม ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของหนี้สินเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าฐานะการเงินแย่ลงเสมอไป
สรุปสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ SMIT คือ ภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ต้นทุนนำเข้า การบริหารสินค้าคงคลัง และการแข่งขันด้านราคา นักลงทุนควรติดตามรายได้ อัตรากำไรขั้นต้น ลูกหนี้การค้า และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงบไตรมาสถัดไป
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย ชัยศิลป์ แต้มศิริชัย | 43,469,346 | 8.20 |
| 2 | นาย ประสงค์ ศรีธรรัตน์กุล | 42,878,936 | 8.09 |
| 3 | น.ส. ปรางทิพย์ ศิวรักษ์ | 34,711,800 | 6.55 |
| 4 | น.ส. ศศิรัตน์ ศิวรักษ์ | 30,040,900 | 5.67 |
| 5 | น.ส. ปิยะมล ศรีธรรัตน์กุล | 28,667,400 | 5.41 |
| 6 | น.ส. ปิยพร ศรีธรรัตน์กุล | 25,458,900 | 4.80 |
| 7 | น.ส. ณัฐพร แต้มศิริชัย | 21,940,400 | 4.14 |
| 8 | นาง สุวรรณา ศิวรักษ์ | 17,918,072 | 3.38 |
| 9 | น.ส. ปิยะนุช แต้มศิริชัย | 15,410,100 | 2.91 |
| 10 | นาย ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล | 14,740,000 | 2.78 |
| 11 | นาง สุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล | 14,076,600 | 2.66 |
| 12 | นาย พรศิลป์ แต้มศิริชัย | 12,600,000 | 2.38 |
| 13 | นาย วรฤทธิ์ แต้มศิริชัย | 11,319,000 | 2.14 |
| 14 | ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) | 10,000,000 | 1.89 |
| 15 | นาย ธนา เสนาวัฒนกุล | 9,600,000 | 1.81 |
| 16 | นาง จีรวรรณ แต้มศิริชัย | 5,940,000 | 1.12 |
| 17 | นาง มนทนัฐ แต้มศิริชัย | 5,400,000 | 1.02 |
| 18 | นาง สุภัทรา ศิริพัฒนกุลขจร | 5,223,500 | 0.99 |
| 19 | นาง กัณณ์ ลิมป์ศิริพันธ์ | 5,195,095 | 0.98 |
| 20 | นาย ธงชัย นิ่มวชิระสุนทร | 5,077,100 | 0.96 |
| 21 | นาย ชยกร ลิมป์ศิริพันธ์ | 4,917,000 | 0.93 |
| 22 | นาย สนั่น อังอุบลกุล | 4,401,054 | 0.83 |
| 23 | ดร. วีระพงศ์ บุญกิตติเจริญ | 4,158,432 | 0.78 |
| 24 | นาย พรประสงค์ แต้มศิริชัย | 4,155,500 | 0.78 |
| 25 | MR. HANS-JOACHIM BINDER | 3,993,228 | 0.75 |
| 26 | นาย วิวัฒน์ จันทวรสุทธิ์ | 3,800,000 | 0.72 |
| 27 | นาย ชาติศิริ โสภณพนิช | 3,600,000 | 0.68 |
| 28 | นาย ชาลี โสภณพนิช | 3,600,000 | 0.68 |
| 29 | นาย เพรียว ลิมป์ศิริพันธ์ | 3,500,000 | 0.66 |
| 30 | นาง สาวิตรี รมยะรูป | 3,323,300 | 0.63 |
| 31 | ด.ช. ภคิน แต้มศิริชัย | 3,300,000 | 0.62 |
| 32 | น.ส. นันทิกาญจน์ แต้มศิริชัย | 3,220,000 | 0.61 |
| 33 | นาย พฤทธิ์ สรญาณธนาวุธ | 3,137,292 | 0.59 |
| 34 | นาง อังคณา ก๊กผล | 2,815,355 | 0.53 |
| 35 | บริษัท อี้ลี่ โฮลดิ้ง จำกัด | 2,689,074 | 0.51 |
| 36 | นาย พิชัย นิธิวาสิน | 2,672,464 | 0.50 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ชัยศิลป์ แต้มศิริชัย | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย พฤทธิ์ สรญาณธนาวุธ | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 3 | นาย ธนา เสนาวัฒนกุล | กรรมการ |
| 4 | นาย ประสงค์ ศรีธรรัตน์กุล | กรรมการ |
| 5 | นางสาว ปรางทิพย์ ศิวรักษ์ | กรรมการ |
| 6 | นางสาว ปิยพร ศรีธรรัตน์กุล | กรรมการ |
| 7 | นางสาว ปิยะนุช แต้มศิริชัย | กรรมการ |
| 8 | นาย พรศิลป์ แต้มศิริชัย | กรรมการ |
| 9 | นาย การุณ กิตติสถาพร | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย เกรียงไกร บุญกิตติเจริญ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย ชยกร ลิมป์ศิริพันธ์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นาย พิชัย นิธิวาสิน | กรรมการอิสระ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
หุ้น SMIT อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการนำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์อุตสาหกรรม และเหล็กเครื่องมือสำหรับภาคการผลิต พัฒนาการของบริษัทจึงควรติดตามทั้งการขยายตลาดสินค้าอุตสาหกรรม ความต้องการลงทุนของภาคการผลิต และความสามารถในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
พัฒนาการที่สำคัญของ SMIT
เรียบเรียงจากข้อมูลบริษัทและข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ
2516
ก่อตั้งธุรกิจเครื่องจักรและวัตถุดิบอุตสาหกรรม
บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2516 ด้วยทุนเริ่มแรก 80,000 บาท เพื่อจำหน่ายวัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม
2533
ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังสินค้า
ก่อสร้างคลังสินค้าสาธุประดิษฐ์ 1 ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการดำเนินงานและการจัดเก็บสินค้าอุตสาหกรรม
2536
พัฒนาด้านสำนักงานและการบริหารจัดการ
ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจที่เติบโตขึ้น
2537
ยกระดับองค์กรสู่บริษัทมหาชน
แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 140 ล้านบาท เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
2538
ขยายพื้นที่คลังสินค้าและบริการตัดเหล็ก
เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 160 ล้านบาท พร้อมซื้อที่ดินในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อก่อสร้างคลังสินค้าและศูนย์บริการตัดเหล็ก ช่วยสนับสนุนการให้บริการแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม
2548
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
SMIT เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2548 เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าร่วมลงทุนในบริษัทได้
ระยะหลัง
พัฒนาธุรกิจเหล็กพิเศษและบริการเฉพาะทาง
บริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุมเหล็กแข็งสำหรับทำแม่พิมพ์ เครื่องมือและเครื่องจักรกลโรงงาน ตลอดจนบริการชุบเหล็กด้วยกระบวนการอบชุบด้วยความร้อนภายใต้สุญญากาศ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการที่นำเสนอแก่ลูกค้า
2568
ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืน
บริษัทลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในโรงงาน โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ประเด็นพัฒนาการที่นักลงทุนควรติดตาม
- การเติบโตของตลาดเหล็กพิเศษและบริการชุบเหล็ก: ติดตามความต้องการจากอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ยานยนต์ และการผลิตชิ้นส่วน
- การขยายยอดขายเครื่องจักรและอุปกรณ์: พิจารณาว่าการลงทุนของโรงงานอุตสาหกรรมจะช่วยหนุนคำสั่งซื้อของบริษัทได้มากน้อยเพียงใด
- การรักษาอัตรากำไร: ติดตามต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และความสามารถในการกำหนดราคาสินค้า
- การบริหารต้นทุนพลังงาน: ประเมินผลระยะยาวจากการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อม
สรุปมุมมองหุ้น SMIT
SMIT พัฒนาจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบและอุปกรณ์โรงงาน สู่ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมที่มีทั้งเหล็กพิเศษ เครื่องจักร และบริการเฉพาะทาง จุดที่ควรจับตาคือความสามารถในการสร้างการเติบโตจากธุรกิจหลัก ควบคู่กับการรักษาอัตรากำไรและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ทั้งนี้ พัฒนาการในอดีตไม่ได้ยืนยันว่ารายได้หรือกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง นักลงทุนควรพิจารณาผลประกอบการล่าสุดและแนวโน้มอุตสาหกรรมประกอบการตัดสินใจ
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 58.52 | 45.92 | 55.56 | 57.13 | 65.49 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 299.19 | 311.45 | 319.50 | 335.41 | 328.17 |
| สินค้าคงเหลือ | 967.07 | 898.30 | 838.39 | 833.03 | 755.08 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,888.12 | 1,923.52 | 2,017.86 | 1,938.97 | 2,019.66 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 804.74 | 765.24 | 861.65 | 874.56 | 854.95 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 917.61 | 887.71 | 983.46 | 996.65 | 973.32 |
| รวมสินทรัพย์ | 2,805.73 | 2,811.23 | 3,001.31 | 2,935.63 | 2,992.98 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | 11.03 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 105.53 | 73.68 | 124.22 | 81.08 | 87.26 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 175.41 | 156.10 | 195.03 | 157.72 | 168.16 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 98.71 | 105.08 | 128.19 | 131.18 | 135.61 |
| รวมหนี้สิน | 274.12 | 261.17 | 323.22 | 288.89 | 303.77 |
| ทุนจดทะเบียน | 550.00 | 550.00 | 550.00 | 550.00 | 550.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 530.00 | 530.00 | 530.00 | 530.00 | 530.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 262.26 | 262.26 | 262.26 | 262.26 | 262.26 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 1,487.21 | 1,505.74 | 1,546.05 | 1,514.69 | 1,557.17 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 252.14 | 252.05 | 339.78 | 339.78 | 339.78 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 12.95 | 12.95 | 12.95 | 12.95 | 12.95 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 2,531.61 | 2,550.05 | 2,678.09 | 2,646.73 | 2,689.21 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 1,617.63 | 1,616.49 | 1,606.90 | 829.33 | 827.39 |
| รายได้อื่น | 13.29 | 34.18 | 27.82 | 8.47 | 5.86 |
| รวมรายได้ | 1,630.92 | 1,655.66 | 1,637.68 | 840.11 | 834.35 |
| ต้นทุน | 1,096.49 | 1,109.33 | 1,077.90 | 559.60 | 568.31 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 338.08 | 336.00 | 328.52 | 153.81 | 163.21 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 1,471.53 | 1,482.97 | 1,444.28 | 739.87 | 730.45 |
| EBITDA | 220.48 | 228.18 | 248.19 | 127.24 | 131.13 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 61.08 | 55.50 | 54.79 | 27.00 | 27.24 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 159.39 | 172.69 | 193.40 | 100.24 | 103.89 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 131.67 | 145.73 | 159.57 | 83.16 | 85.31 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.25 | 0.27 | 0.30 | 0.16 | 0.16 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 348.65 | 201.63 | 287.93 | 144.95 | 137.61 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -193.99 | -87.03 | -151.09 | -59.55 | -64.52 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -159.00 | -127.20 | -127.20 | -74.20 | -63.17 |
| เงินสดสุทธิ | -4.34 | -12.60 | 9.64 | 11.20 | 9.93 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 5.29 | 5.09 | 4.93 | 4.84 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 68.94 | 71.66 | 74.11 | 75.46 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 1.19 | 1.24 | 1.27 | 1.37 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 306.88 | 294.04 | 287.16 | 266.73 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 12.38 | 10.89 | 14.19 | 12.91 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 29.48 | 33.51 | 25.73 | 28.27 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 346.34 | 332.19 | 335.54 | 313.91 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) | SET: SMIT
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค: จับตาแนวรับ–แนวต้าน • Breakout • Volume • Momentum
หุ้น SMIT ต้องจับตาว่าแรงซื้อกำลังกลับเข้ามาสะสมหรือไม่ และราคามีโอกาสทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มสนับสนุนหรือเปล่า เพราะการเบรกแนวต้านที่มีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นของราคาเพียงอย่างเดียว
- ภาพรวมกราฟล่าสุด
ราคาปิดล่าสุดที่ตรวจสอบได้ · 14 ต.ค. 2569
3.52 บาท
-0.02 บาท (-0.56%)
ปริมาณซื้อขาย
71,651 หุ้น
มูลค่าราว 253,000 บาท
อ่านเกมราคา: SMIT ปรับตัวลงจาก 3.64 บาทช่วงต้นเดือนตุลาคม มาอยู่ที่ 3.52 บาท สะท้อนแรงกดดันระยะสั้น โดยราคายังอยู่ในกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 3.34–3.72 บาท - แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา
3.60–3.64
แนวต้านสำคัญ
ต้องผ่านให้ได้เพื่อเริ่มฟื้นตัว และกลับมาทดสอบแรงซื้อบริเวณยอดเดิม
3.54–3.56
แนวต้านใกล้ตัว
ด่านแรกที่ราคาต้องกลับไปยืนให้ได้ เพื่อแสดงสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้น
3.50–3.52
แนวรับระยะสั้น
โซนเฝ้าดูแรงซื้อ หากหลุดควรระวังการอ่อนตัวต่อ โดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 3.34–3.40 บาท
ระดับราคาข้างต้นเป็นโซนประเมินจากพฤติกรรมราคาในข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่ระดับรับ–ต้านที่ยืนยันด้วยกราฟเรียลไทม์ - กลยุทธ์จับจังหวะสไตล์สายเทคนิค
แผน A: รอ Breakout
หากราคาผ่าน 3.56 บาท และทะลุ 3.60–3.64 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกที่น่าติดตามมากขึ้น
แผน B: แกว่งสะสมกำลัง
หากราคายืนเหนือ 3.50 บาทได้ แต่ยังผ่านแนวต้านไม่ได้ ให้รอดูทิศทางและปริมาณซื้อขายก่อน ไม่ควรรีบไล่ราคา
แผน C: ระวังหลุดแนวรับ
หากหลุด 3.50 บาทต่อเนื่องและมีแรงขายเพิ่มขึ้น โมเมนตัมอาจอ่อนแอลง ควรประเมินจุดตัดขาดทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ - สรุปแบบข่าวหุ้นด่วน
SMIT จับตาฐาน 3.50 บาท! ลุ้นรีบาวด์ต้องผ่าน 3.60–3.64
ราคาหุ้นอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากต้นเดือน ติดตามแรงซื้อบริเวณแนวรับ 3.50–3.52 บาท หาก Volume กลับมาและราคาทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่ถ้าหลุดแนวรับต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง
สถานะทางเทคนิค: ยังต้องรอสัญญาณยืนยันการกลับตัว ไม่ควรสรุปว่าเกิด Breakout แล้ว
ข้อจำกัดในการวิเคราะห์: ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันค่า RSI, MACD, เส้นค่าเฉลี่ย MA5/MA10/MA25 หรือสัญญาณสะสมหุ้นของรายใหญ่ จึงไม่ควรฟันธงว่าเกิดการสะสมหรือมีแรงซื้อจากเจ้ามือ
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SMIT — Sahamit Machinery Public Company Limited เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครื่องจักร เครื่องมืออุตสาหกรรม และวัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิต เหมาะสำหรับการศึกษาหุ้นในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม โดยควรพิจารณาทั้งความสามารถในการทำกำไร วัฏจักรการลงทุนของภาคการผลิต และสัญญาณทางเทคนิคของราคาหุ้นควบคู่กัน
การวิเคราะห์ต่อไปนี้แบ่งเป็นภาพรวมธุรกิจ ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต ความเสี่ยง และแนวทางประเมินหุ้นในมุมมองนักลงทุน ทั้งนี้ ตัวเลขงบการเงินและราคาหุ้นล่าสุดควรตรวจสอบจากข้อมูลที่ประกาศจริงก่อนนำไปใช้ตัดสินใจลงทุน
- ภาพรวมธุรกิจ SMIT
ข้อมูลบริษัทจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และรายงานบริษัท
บริษัทดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงาน โดยมีธุรกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ
- เหล็กแข็งและเครื่องมืออุตสาหกรรม สำหรับงานผลิตและงานขึ้นรูปโลหะ
- เครื่องจักรกลโรงงานและอุปกรณ์ ที่ใช้ในกระบวนการผลิต
- เครื่องจักรและวัสดุอุตสาหกรรมไม้และกระดาษ
- สินค้าและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่น ๆ
จุดเด่นคือการจำหน่ายสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งอาจสร้างรายได้จากลูกค้าหลายกลุ่ม ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจประเภทเดียวทั้งหมด
- วิเคราะห์ผลประกอบการ
หน่วย: ล้านบาท
รายได้ปี 2568
1,637.68
ลดลงเล็กน้อยจากปี 2567
กำไรสุทธิปี 2568
159.57
เพิ่มขึ้นประมาณ 9.5%
ประเด็นสำคัญ: กำไรสุทธิปี 2568 เติบโตทั้งที่รายได้ลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าบริษัทสามารถรักษาหรือปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรได้ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าการเติบโตนี้จะดำเนินต่อได้หรือไม่
สำหรับปี 2569 ข้อมูลไตรมาส 1 ระบุว่ากำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทจากงบรวมอยู่ที่ 38.89 ล้านบาท ลดลงจาก 43.43 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 หรือประมาณ 10.5% ขณะที่รายได้จากการดำเนินธุรกิจในงบเฉพาะกิจการสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 827.39 ล้านบาท เทียบกับ 829.33 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สิ่งที่ต้องจับตาคือ กำไรจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ แม้รายได้ยังทรงตัว รวมถึงต้นทุนสินค้า ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และความสามารถในการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ - จุดแข็งของธุรกิจ
- ฐานธุรกิจดำเนินมายาวนาน บริษัทก่อตั้งในปี 2516 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2548
- สินค้าครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ช่วยกระจายแหล่งรายได้ไปยังลูกค้าและกระบวนการผลิตหลายประเภท
- กำไรสุทธิเติบโตในปี 2568 จาก 145.73 ล้านบาทเป็น 159.57 ล้านบาท
- มีโอกาสรับประโยชน์จากการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม หากโรงงานเพิ่มกำลังการผลิต ปรับปรุงเครื่องจักร หรือขยายสายการผลิต
- ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง
ความเสี่ยงจากวัฏจักรอุตสาหกรรม
หากโรงงานชะลอการลงทุนหรือเศรษฐกิจอ่อนแอ ความต้องการเครื่องจักรและวัสดุอุตสาหกรรมอาจลดลง
ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนสินค้า
การนำเข้าสินค้าอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท ต้นทุนจัดซื้อ และเงื่อนไขของผู้ผลิตต่างประเทศ
ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
การถือครองสินค้าเพื่อให้พร้อมจำหน่ายต้องใช้เงินทุน และอาจเกิดต้นทุนจากสินค้าหมุนเวียนช้าหรือสินค้าเสื่อมมูลค่า
ความเสี่ยงด้านการเติบโต
หากรายได้ไม่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น กำไรและความน่าสนใจของหุ้นอาจลดลง
5. วิเคราะห์มูลค่าหุ้นเบื้องต้น ข้อมูล Factsheet ของ SET ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ระบุราคาหุ้น 3.60 บาท, P/E 11.80 เท่า และ P/BV 0.71 เท่า
| ตัวชี้วัด | ค่า | ความหมาย |
|---|---|---|
| P/E | 11.80 เท่า | ราคาหุ้นคิดเป็นประมาณ 11.8 เท่าของกำไรต่อหุ้น |
| P/BV | 0.71 เท่า | ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น |
| ราคาหุ้น | 3.60 บาท | ราคาที่อ้างอิง ณ 8 ต.ค. 2569 |
การซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอาจเป็นจุดที่นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าให้ความสนใจ แต่ P/BV ต่ำไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกเสมอไป ต้องพิจารณาความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ การเติบโตของกำไร และความเหมาะสมของเงินทุนหมุนเวียนด้วย
6. แนวทางติดตามหุ้น SMIT สำหรับนักลงทุนสายเทคนิค
กรอบราคาอ้างอิงจากข้อมูล SET ที่ค้นพบ ไม่ใช่การคำนวณแนวรับ–แนวต้านจากกราฟแท่งเทียนย้อนหลังโดยตรง
ราคาล่าสุดที่พบ
3.52 บาท
ข้อมูลวันที่ 15 ต.ค. 2569
-0.56%
กรอบบนที่ต้องจับตา
3.72 บาท
จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่รายงานไว้
กรอบล่างที่ต้องจับตา
3.34 บาท
จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่รายงานไว้
กลยุทธ์ที่ควรติดตาม
- Breakout: รอราคาทะลุแนวต้านพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นชัดเจน ก่อนพิจารณาว่าเป็นสัญญาณบวก
- Volume: หากราคาขึ้นแต่ปริมาณซื้อขายเบาบาง ควรระวังการเบรกหลอก
- Momentum: ติดตามว่าราคาทำจุดสูงใหม่และยืนเหนือแนวต้านเดิมได้หรือไม่
- Risk Management: กำหนดจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างกราฟจริง ไม่ควรอ้างอิงกรอบสูงสุด–ต่ำสุด 52 สัปดาห์แทนแนวรับระยะสั้น
หุ้นที่มีสภาพคล่องไม่สูงอาจมีส่วนต่างราคาเสนอซื้อและเสนอขายกว้าง จึงควรตรวจสอบมูลค่าซื้อขายและความลึกของคำสั่งซื้อขายก่อนเข้าลงทุน
- สรุปมุมมองการลงทุน SMIT
จุดน่าสนใจ
กำไรสุทธิปี 2568 เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน และธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับความต้องการเครื่องจักรและอุปกรณ์ของภาคอุตสาหกรรม
จุดที่ต้องระวัง
กำไรไตรมาส 1/2569 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้ครึ่งปีแรกยังทรงตัว จึงต้องรอดูแนวโน้มกำไรในงบไตรมาสถัดไป
สิ่งที่ควรติดตามต่อ
ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 การหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ กระแสเงินสด และการเบรกแนวต้านพร้อม Volume
บทสรุป: SMIT เป็นหุ้นที่ควรศึกษาทั้งในมุมมูลค่ากิจการและความสามารถในการทำกำไร ไม่ควรตัดสินใจจาก P/BV ต่ำเพียงอย่างเดียว ส่วนมุมมองสายเทคนิคควรรอการยืนยันแนวโน้มจากกราฟและปริมาณซื้อขายก่อนกำหนดจังหวะเข้าลงทุน

