วิเคราะห์ หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SMIT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) เป็นของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.10บาท09 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.14บาท07 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.10บาท12 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.14บาท02 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.10บาท06 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.14บาท24 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.10บาท08 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.20บาท26 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.14บาท09 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.22บาท27 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.14บาท10 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.16บาท28 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SMIT
หมวดธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม / เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ
บริษัทดำเนินธุรกิจนำเข้า จัดจำหน่าย และให้บริการสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมเหล็กแข็ง เครื่องจักรกลโรงงาน และวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท

  1. ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
    1. สินค้าคงเหลือประเภทเหล็กแข็งและเหล็กเครื่องมือ (Tool Steel)
      เป็นสินค้าสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ งานตัดเฉือนโลหะ และการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร มูลค่าของสินค้ากลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้าคงเหลือ ราคาวัตถุดิบ และความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม
    2. เครื่องจักรกลโรงงานและอุปกรณ์
      ประกอบด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน เช่น เครื่องจักรกลตัดเฉือนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เป็นกลุ่มสินค้าที่รองรับความต้องการลงทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม
    3. เครื่องจักรและวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมไม้และกระดาษ
      ใช้รองรับโรงงานแปรรูปไม้ โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมกระดาษ ช่วยกระจายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากธุรกิจโลหะ
    4. วัสดุและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่น
      เป็นกลุ่มสินค้าที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และเปิดโอกาสให้บริษัทให้บริการลูกค้าในภาคการผลิตหลายประเภท
  2. ทรัพย์สินด้านโรงงานและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
    1. เครื่องจักรและระบบชุบเหล็กแข็ง
      เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับการให้บริการปรับปรุงคุณสมบัติของเหล็ก เพื่อให้เหมาะกับการนำไปผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านบริการชุบเหล็กแข็ง และได้รับการรับรองมาตรฐาน AS9100:2016, ISO 9001:2015 และ NADCAP ตามข้อมูลบริษัท
    2. คลังสินค้าและระบบจัดการสินค้า
      พื้นที่จัดเก็บเหล็ก เครื่องจักร และวัสดุอุตสาหกรรมเป็นส่วนสนับสนุนการนำเข้าและจำหน่ายสินค้า ช่วยให้บริษัทบริหารสต็อกและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความภาพประกอบนี้ว่าเป็นรายละเอียดสถานที่หรือขนาดคลังสินค้าที่ตรวจสอบแล้ว
  3. ทรัพย์สินทางการเงินและเงินทุนหมุนเวียน
    นอกจากทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินงานโดยตรงแล้ว บริษัทจำเป็นต้องใช้สินทรัพย์หมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการซื้อขายสินค้าและการให้บริการ ได้แก่
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สำหรับชำระค่าสินค้า ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และลงทุนเพิ่มเติม
  • ลูกหนี้การค้า เงินที่รอรับจากลูกค้าหลังการขายสินค้าและให้บริการ
  • สินค้าคงเหลือ เหล็กแข็ง เครื่องมือ เครื่องจักร และวัสดุอุตสาหกรรมที่จัดเตรียมไว้จำหน่าย
  • ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน โรงงาน และการดำเนินงาน
  • เงินลงทุนในกิจการอื่น ซึ่งอาจสร้างรายได้เงินปันผลหรือผลตอบแทนจากการลงทุน
    รายการข้างต้นเป็นประเภทสินทรัพย์ที่ควรตรวจสอบจากงบการเงิน โดยมูลค่าและสัดส่วนจริงต้องอ้างอิงงบการเงินของบริษัทในแต่ละงวด
  1. มูลค่าสินทรัพย์รวมของ SMIT
    ข้อมูลจาก Company Snapshot ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นงวดต่าง ๆ มีดังนี้
    ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
    2,992.98 ล้านบาท
    สินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวด 6 เดือน ปี 2569
    หนี้สินรวม
    303.77 ล้านบาท
    ส่วนของผู้ถือหุ้น
    2,689.21 ล้านบาท
    หน่วย: ล้านบาท | อ้างอิงงบการเงินงวด 6 เดือน ปี 2569
  2. วิเคราะห์ความสำคัญของทรัพย์สินต่อธุรกิจ
    จุดแข็ง
  • มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม รองรับความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน
  • มีความเชี่ยวชาญด้านเหล็กแข็งและบริการชุบเหล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคและมาตรฐานคุณภาพ
  • มีบริการเครื่องจักรและโครงการแบบครบวงจร ช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการลูกค้าอุตสาหกรรมหลายประเภท
    ประเด็นที่ควรติดตาม
  • การหมุนเวียนสินค้าคงเหลือและความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
  • ความสามารถในการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้การค้า
  • การใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรและโรงงานให้เกิดรายได้อย่างคุ้มค่า
  • การลงทุนในทรัพย์สินใหม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายและกำไรได้มากเพียงใด
    สรุปสำหรับบทวิเคราะห์หุ้น SMIT
    บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) มีฐานทรัพย์สินที่สนับสนุนธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม โดยมีสินค้ากลุ่มเหล็กแข็งและบริการชุบเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญ ร่วมกับธุรกิจเครื่องมือและเครื่องจักรกลโรงงาน
    สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่เพียงมูลค่าสินทรัพย์รวม แต่รวมถึงความสามารถในการเปลี่ยนสินค้าคงเหลือและทรัพย์สินที่มีให้เป็นยอดขาย กระแสเงินสด และกำไรอย่างต่อเนื่องด้วย

กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
อ้างอิงข้อมูลบริษัทจดทะเบียนและรายงานประจำปีที่เผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต.

  1. ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ
    บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT ดำเนินธุรกิจนำเข้า จัดจำหน่าย และให้บริการสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงาน โดยมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเหล็กแข็ง เครื่องจักรกลโรงงาน อุตสาหกรรมไม้ กระดาษ และไฟฟ้า
  2. บริษัทในเครือและบริษัทร่วม
    จากข้อมูลสรุปบริษัทจดทะเบียนปี 2568 ที่ตรวจสอบได้ พบข้อมูลการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท เค.เอส. โมลด์ พาร์ท โดย SMIT มีรายได้เงินปันผลรับจากบริษัทดังกล่าว 2.95 ล้านบาทในปี 2568
    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันสัดส่วนการถือหุ้น สถานะว่าเป็นบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม และรายชื่อบริษัทในเครือทั้งหมด จึงไม่ควรสรุปว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทย่อยโดยไม่มีหลักฐานยืนยันเพิ่มเติม
  1. โครงสร้างธุรกิจโดยสรุป
    SMIT
    บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
    เหล็กแข็งและงานชุบเหล็ก
    เหล็กสำหรับทำแม่พิมพ์และบริการชุบเหล็ก
    เครื่องจักรอุตสาหกรรม
    เครื่องมือ เครื่องจักรกลโรงงาน และอุปกรณ์
    วัสดุอุตสาหกรรม
    สินค้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไม้ กระดาษ และไฟฟ้า
    บริการครบวงจร
    จัดจำหน่ายสินค้าและให้บริการแก่โรงงานอุตสาหกรรม
    แผนภาพแสดงกลุ่มธุรกิจหลัก ไม่ใช่แผนผังนิติบุคคลหรือโครงสร้างการถือหุ้น
  2. วิเคราะห์ในมุมนักลงทุน
  • จุดเด่น: มีธุรกิจหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม และมีความเชี่ยวชาญด้านเหล็กแข็งและงานชุบเหล็ก
  • ประเด็นติดตาม: รายได้และกำไรของแต่ละธุรกิจ รวมถึงเงินปันผลรับจากเงินลงทุนในบริษัทอื่น
  • สิ่งที่ควรตรวจสอบ: รายชื่อบริษัทย่อย บริษัทร่วม สัดส่วนการถือหุ้น และผลประกอบการของแต่ละกิจการจากรายงานประจำปี 2568 (56-1 One Report)
    อ่านรายงานฉบับทางการได้ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. — รายงานประจำปีของ SMIT
    สรุป: SMIT มีธุรกิจหลักด้านเหล็กแข็ง งานชุบเหล็ก เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม ส่วนรายชื่อและสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในเครือทั้งหมดควรยืนยันจากรายละเอียดใน One Report ก่อนนำไปเผยแพร่เป็นข้อมูลโครงสร้างกลุ่มบริษัทอย่างเป็นทางการ


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
หุ้น SMIT อยู่ในธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ความเสี่ยงจึงควรพิจารณาทั้งกำลังซื้อของลูกค้าอุตสาหกรรม ต้นทุนการนำเข้า การแข่งขัน และความสามารถในการบริหารสินค้าคงคลัง
ความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ
ความแตกต่างระหว่างศูนย์เครื่องจักรกลแนวตั้งและศูนย์เครื่องจักรกลแกนทรี

  1. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนภาคอุตสาหกรรม
    หากเศรษฐกิจชะลอตัว โรงงานอาจลดการลงทุนหรือเลื่อนซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่งผลให้ยอดขายและรายได้ของ SMIT เติบโตช้าลง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการขยายกำลังการผลิต
  2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนนำเข้า
    การนำเข้าสินค้าและเครื่องจักรจากต่างประเทศทำให้บริษัทมีโอกาสได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่อ่อนค่า ค่าขนส่ง และต้นทุนจัดซื้อที่เพิ่มขึ้น หากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อัตรากำไรอาจลดลง
  3. ความเสี่ยงจากสินค้าคงคลัง
    สินค้าอุตสาหกรรมบางประเภทมีราคาสูงและใช้เวลาระบายสินค้า หากความต้องการเปลี่ยนแปลงหรือสินค้าล้าสมัย บริษัทอาจมีเงินทุนจมในสต็อก ต้องลดราคาขาย หรือบันทึกค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลง
  4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันและอำนาจต่อรอง
    บริษัทต้องแข่งขันกับผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรายอื่น รวมถึงผู้ผลิตที่ขายตรงให้ลูกค้า หากการแข่งขันด้านราคารุนแรง อาจกดดันส่วนต่างกำไรและทำให้บริษัทต้องเพิ่มบริการเพื่อรักษาฐานลูกค้า
  5. ความเสี่ยงจากการชำระเงินของลูกค้า
    หากลูกค้าโรงงานมีปัญหาสภาพคล่องหรือชำระหนี้ล่าช้า บริษัทอาจมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น กระแสเงินสดลดลง และต้องตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต
  6. ความเสี่ยงจากผู้ผลิตและการจัดหาสินค้า
    หากผู้ผลิตต่างประเทศส่งสินค้าล่าช้า ปรับเงื่อนไขการค้า หรือยุติการจำหน่ายสินค้า อาจกระทบต่อความสามารถในการส่งมอบให้ลูกค้า รวมถึงความต่อเนื่องของรายได้
    ประเด็นข้างต้นเป็นการประเมินความเสี่ยงตามลักษณะธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงทุกข้อเกิดขึ้นแล้วกับบริษัท โดยข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า SMIT ดำเนินธุรกิจผลิต นำเข้า จัดจำหน่าย และให้บริการในกลุ่มเหล็กแข็ง เครื่องจักรกลโรงงาน และวัสดุอุตสาหกรรมหลายประเภท

วิเคราะห์ความเสี่ยงจากผลประกอบการ ข้อมูลปี 2568 ของ SMIT แสดงให้เห็นภาพที่ควรติดตามดังนี้

รายการปี 2567ปี 2568
รายได้ (ล้านบาท)1,655.661,637.68
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)145.73159.57
สินทรัพย์ (ล้านบาท)2,811.233,001.31
หนี้สิน (ล้านบาท)261.17323.22

  • รายได้ลดลงประมาณ 1.1% สะท้อนว่าควรติดตามความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมและความสามารถในการขยายยอดขาย
  • กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 9.5% แม้รายได้ลดลง จึงควรตรวจสอบว่ากำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากอัตรากำไรขั้นต้น การควบคุมค่าใช้จ่าย หรือปัจจัยอื่น
  • หนี้สินเพิ่มขึ้นประมาณ 23.8% ควรตรวจสอบองค์ประกอบของหนี้สินและสภาพคล่องเพิ่มเติม ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของหนี้สินเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าฐานะการเงินแย่ลงเสมอไป
    สรุปสำหรับนักลงทุน
    ความเสี่ยงหลักของ SMIT คือ ภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ต้นทุนนำเข้า การบริหารสินค้าคงคลัง และการแข่งขันด้านราคา นักลงทุนควรติดตามรายได้ อัตรากำไรขั้นต้น ลูกหนี้การค้า และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงบไตรมาสถัดไป

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย ชัยศิลป์ แต้มศิริชัย43,469,3468.20
2นาย ประสงค์ ศรีธรรัตน์กุล42,878,9368.09
3น.ส. ปรางทิพย์ ศิวรักษ์34,711,8006.55
4น.ส. ศศิรัตน์ ศิวรักษ์30,040,9005.67
5น.ส. ปิยะมล ศรีธรรัตน์กุล28,667,4005.41
6น.ส. ปิยพร ศรีธรรัตน์กุล25,458,9004.80
7น.ส. ณัฐพร แต้มศิริชัย21,940,4004.14
8นาง สุวรรณา ศิวรักษ์17,918,0723.38
9น.ส. ปิยะนุช แต้มศิริชัย15,410,1002.91
10นาย ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล14,740,0002.78
11นาง สุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล14,076,6002.66
12นาย พรศิลป์ แต้มศิริชัย12,600,0002.38
13นาย วรฤทธิ์ แต้มศิริชัย11,319,0002.14
14ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)10,000,0001.89
15นาย ธนา เสนาวัฒนกุล9,600,0001.81
16นาง จีรวรรณ แต้มศิริชัย5,940,0001.12
17นาง มนทนัฐ แต้มศิริชัย5,400,0001.02
18นาง สุภัทรา ศิริพัฒนกุลขจร5,223,5000.99
19นาง กัณณ์ ลิมป์ศิริพันธ์5,195,0950.98
20นาย ธงชัย นิ่มวชิระสุนทร5,077,1000.96
21นาย ชยกร ลิมป์ศิริพันธ์4,917,0000.93
22นาย สนั่น อังอุบลกุล4,401,0540.83
23ดร. วีระพงศ์ บุญกิตติเจริญ4,158,4320.78
24นาย พรประสงค์ แต้มศิริชัย4,155,5000.78
25MR. HANS-JOACHIM BINDER3,993,2280.75
26นาย วิวัฒน์ จันทวรสุทธิ์3,800,0000.72
27นาย ชาติศิริ โสภณพนิช3,600,0000.68
28นาย ชาลี โสภณพนิช3,600,0000.68
29นาย เพรียว ลิมป์ศิริพันธ์3,500,0000.66
30นาง สาวิตรี รมยะรูป3,323,3000.63
31ด.ช. ภคิน แต้มศิริชัย3,300,0000.62
32น.ส. นันทิกาญจน์ แต้มศิริชัย3,220,0000.61
33นาย พฤทธิ์ สรญาณธนาวุธ3,137,2920.59
34นาง อังคณา ก๊กผล2,815,3550.53
35บริษัท อี้ลี่ โฮลดิ้ง จำกัด2,689,0740.51
36นาย พิชัย นิธิวาสิน2,672,4640.50

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ชัยศิลป์ แต้มศิริชัยประธานกรรมการ
2นาย พฤทธิ์ สรญาณธนาวุธกรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
3นาย ธนา เสนาวัฒนกุลกรรมการ
4นาย ประสงค์ ศรีธรรัตน์กุลกรรมการ
5นางสาว ปรางทิพย์ ศิวรักษ์กรรมการ
6นางสาว ปิยพร ศรีธรรัตน์กุลกรรมการ
7นางสาว ปิยะนุช แต้มศิริชัยกรรมการ
8นาย พรศิลป์ แต้มศิริชัยกรรมการ
9นาย การุณ กิตติสถาพรกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นาย เกรียงไกร บุญกิตติเจริญกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
11นาย ชยกร ลิมป์ศิริพันธ์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
12นาย พิชัย นิธิวาสินกรรมการอิสระ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
หุ้น SMIT อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการนำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์อุตสาหกรรม และเหล็กเครื่องมือสำหรับภาคการผลิต พัฒนาการของบริษัทจึงควรติดตามทั้งการขยายตลาดสินค้าอุตสาหกรรม ความต้องการลงทุนของภาคการผลิต และความสามารถในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
พัฒนาการที่สำคัญของ SMIT
เรียบเรียงจากข้อมูลบริษัทและข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ
2516
ก่อตั้งธุรกิจเครื่องจักรและวัตถุดิบอุตสาหกรรม
บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2516 ด้วยทุนเริ่มแรก 80,000 บาท เพื่อจำหน่ายวัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม
2533
ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังสินค้า
ก่อสร้างคลังสินค้าสาธุประดิษฐ์ 1 ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการดำเนินงานและการจัดเก็บสินค้าอุตสาหกรรม
2536
พัฒนาด้านสำนักงานและการบริหารจัดการ
ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจที่เติบโตขึ้น
2537
ยกระดับองค์กรสู่บริษัทมหาชน
แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 140 ล้านบาท เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
2538
ขยายพื้นที่คลังสินค้าและบริการตัดเหล็ก
เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 160 ล้านบาท พร้อมซื้อที่ดินในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อก่อสร้างคลังสินค้าและศูนย์บริการตัดเหล็ก ช่วยสนับสนุนการให้บริการแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม
2548
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
SMIT เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2548 เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าร่วมลงทุนในบริษัทได้
ระยะหลัง
พัฒนาธุรกิจเหล็กพิเศษและบริการเฉพาะทาง
บริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุมเหล็กแข็งสำหรับทำแม่พิมพ์ เครื่องมือและเครื่องจักรกลโรงงาน ตลอดจนบริการชุบเหล็กด้วยกระบวนการอบชุบด้วยความร้อนภายใต้สุญญากาศ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการที่นำเสนอแก่ลูกค้า
2568
ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืน
บริษัทลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในโรงงาน โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ประเด็นพัฒนาการที่นักลงทุนควรติดตาม

  • การเติบโตของตลาดเหล็กพิเศษและบริการชุบเหล็ก: ติดตามความต้องการจากอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ยานยนต์ และการผลิตชิ้นส่วน
  • การขยายยอดขายเครื่องจักรและอุปกรณ์: พิจารณาว่าการลงทุนของโรงงานอุตสาหกรรมจะช่วยหนุนคำสั่งซื้อของบริษัทได้มากน้อยเพียงใด
  • การรักษาอัตรากำไร: ติดตามต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และความสามารถในการกำหนดราคาสินค้า
  • การบริหารต้นทุนพลังงาน: ประเมินผลระยะยาวจากการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อม

สรุปมุมมองหุ้น SMIT
SMIT พัฒนาจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบและอุปกรณ์โรงงาน สู่ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมที่มีทั้งเหล็กพิเศษ เครื่องจักร และบริการเฉพาะทาง จุดที่ควรจับตาคือความสามารถในการสร้างการเติบโตจากธุรกิจหลัก ควบคู่กับการรักษาอัตรากำไรและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ทั้งนี้ พัฒนาการในอดีตไม่ได้ยืนยันว่ารายได้หรือกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง นักลงทุนควรพิจารณาผลประกอบการล่าสุดและแนวโน้มอุตสาหกรรมประกอบการตัดสินใจ


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด58.5245.9255.5657.1365.49
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ299.19311.45319.50335.41328.17
สินค้าคงเหลือ967.07898.30838.39833.03755.08
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,888.121,923.522,017.861,938.972,019.66
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ804.74765.24861.65874.56854.95
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน917.61887.71983.46996.65973.32
รวมสินทรัพย์2,805.732,811.233,001.312,935.632,992.98
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม––––11.03
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ105.5373.68124.2281.0887.26
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน175.41156.10195.03157.72168.16
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน98.71105.08128.19131.18135.61
รวมหนี้สิน274.12261.17323.22288.89303.77
ทุนจดทะเบียน550.00550.00550.00550.00550.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า530.00530.00530.00530.00530.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น262.26262.26262.26262.26262.26
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,487.211,505.741,546.051,514.691,557.17
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น252.14252.05339.78339.78339.78
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน12.9512.9512.9512.9512.95
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,531.612,550.052,678.092,646.732,689.21

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,617.631,616.491,606.90829.33827.39
รายได้อื่น13.2934.1827.828.475.86
รวมรายได้1,630.921,655.661,637.68840.11834.35
ต้นทุน1,096.491,109.331,077.90559.60568.31
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร338.08336.00328.52153.81163.21
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,471.531,482.971,444.28739.87730.45
EBITDA220.48228.18248.19127.24131.13
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย61.0855.5054.7927.0027.24
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้159.39172.69193.40100.24103.89
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่131.67145.73159.5783.1685.31
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.250.270.300.160.16

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน348.65201.63287.93144.95137.61
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-193.99-87.03-151.09-59.55-64.52
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-159.00-127.20-127.20-74.20-63.17
เงินสดสุทธิ-4.34-12.609.6411.209.93

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.295.094.934.84
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)68.9471.6674.1175.46
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.191.241.271.37
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)306.88294.04287.16266.73
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)12.3810.8914.1912.91
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)29.4833.5125.7328.27
วงจรเงินสด (วัน)346.34332.19335.54313.91

วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น SMIT
บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน) | SET: SMIT
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค: จับตาแนวรับ–แนวต้าน • Breakout • Volume • Momentum
หุ้น SMIT ต้องจับตาว่าแรงซื้อกำลังกลับเข้ามาสะสมหรือไม่ และราคามีโอกาสทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มสนับสนุนหรือเปล่า เพราะการเบรกแนวต้านที่มีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นของราคาเพียงอย่างเดียว

  1. ภาพรวมกราฟล่าสุด
    ราคาปิดล่าสุดที่ตรวจสอบได้ · 14 ต.ค. 2569
    3.52 บาท
    -0.02 บาท (-0.56%)
    ปริมาณซื้อขาย
    71,651 หุ้น
    มูลค่าราว 253,000 บาท
    อ่านเกมราคา: SMIT ปรับตัวลงจาก 3.64 บาทช่วงต้นเดือนตุลาคม มาอยู่ที่ 3.52 บาท สะท้อนแรงกดดันระยะสั้น โดยราคายังอยู่ในกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 3.34–3.72 บาท
  2. แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา
    3.60–3.64
    แนวต้านสำคัญ
    ต้องผ่านให้ได้เพื่อเริ่มฟื้นตัว และกลับมาทดสอบแรงซื้อบริเวณยอดเดิม
    3.54–3.56
    แนวต้านใกล้ตัว
    ด่านแรกที่ราคาต้องกลับไปยืนให้ได้ เพื่อแสดงสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้น
    3.50–3.52
    แนวรับระยะสั้น
    โซนเฝ้าดูแรงซื้อ หากหลุดควรระวังการอ่อนตัวต่อ โดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 3.34–3.40 บาท
    ระดับราคาข้างต้นเป็นโซนประเมินจากพฤติกรรมราคาในข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่ระดับรับ–ต้านที่ยืนยันด้วยกราฟเรียลไทม์
  3. กลยุทธ์จับจังหวะสไตล์สายเทคนิค
    แผน A: รอ Breakout
    หากราคาผ่าน 3.56 บาท และทะลุ 3.60–3.64 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกที่น่าติดตามมากขึ้น
    แผน B: แกว่งสะสมกำลัง
    หากราคายืนเหนือ 3.50 บาทได้ แต่ยังผ่านแนวต้านไม่ได้ ให้รอดูทิศทางและปริมาณซื้อขายก่อน ไม่ควรรีบไล่ราคา
    แผน C: ระวังหลุดแนวรับ
    หากหลุด 3.50 บาทต่อเนื่องและมีแรงขายเพิ่มขึ้น โมเมนตัมอาจอ่อนแอลง ควรประเมินจุดตัดขาดทุนตามความเสี่ยงที่รับได้
  4. สรุปแบบข่าวหุ้นด่วน
    SMIT จับตาฐาน 3.50 บาท! ลุ้นรีบาวด์ต้องผ่าน 3.60–3.64
    ราคาหุ้นอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากต้นเดือน ติดตามแรงซื้อบริเวณแนวรับ 3.50–3.52 บาท หาก Volume กลับมาและราคาทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่ถ้าหลุดแนวรับต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง
    สถานะทางเทคนิค: ยังต้องรอสัญญาณยืนยันการกลับตัว ไม่ควรสรุปว่าเกิด Breakout แล้ว
    ข้อจำกัดในการวิเคราะห์: ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันค่า RSI, MACD, เส้นค่าเฉลี่ย MA5/MA10/MA25 หรือสัญญาณสะสมหุ้นของรายใหญ่ จึงไม่ควรฟันธงว่าเกิดการสะสมหรือมีแรงซื้อจากเจ้ามือ

วิเคราะห์หุ้น SMIT บริษัท สหมิตรเครื่องกล จำกัด (มหาชน)
SMIT — Sahamit Machinery Public Company Limited เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครื่องจักร เครื่องมืออุตสาหกรรม และวัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิต เหมาะสำหรับการศึกษาหุ้นในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม โดยควรพิจารณาทั้งความสามารถในการทำกำไร วัฏจักรการลงทุนของภาคการผลิต และสัญญาณทางเทคนิคของราคาหุ้นควบคู่กัน
การวิเคราะห์ต่อไปนี้แบ่งเป็นภาพรวมธุรกิจ ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต ความเสี่ยง และแนวทางประเมินหุ้นในมุมมองนักลงทุน ทั้งนี้ ตัวเลขงบการเงินและราคาหุ้นล่าสุดควรตรวจสอบจากข้อมูลที่ประกาศจริงก่อนนำไปใช้ตัดสินใจลงทุน

  1. ภาพรวมธุรกิจ SMIT
    ข้อมูลบริษัทจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และรายงานบริษัท
    บริษัทดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงาน โดยมีธุรกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ
  • เหล็กแข็งและเครื่องมืออุตสาหกรรม สำหรับงานผลิตและงานขึ้นรูปโลหะ
  • เครื่องจักรกลโรงงานและอุปกรณ์ ที่ใช้ในกระบวนการผลิต
  • เครื่องจักรและวัสดุอุตสาหกรรมไม้และกระดาษ
  • สินค้าและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่น ๆ
    จุดเด่นคือการจำหน่ายสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งอาจสร้างรายได้จากลูกค้าหลายกลุ่ม ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจประเภทเดียวทั้งหมด
  1. วิเคราะห์ผลประกอบการ
    หน่วย: ล้านบาท
    รายได้ปี 2568
    1,637.68
    ลดลงเล็กน้อยจากปี 2567
    กำไรสุทธิปี 2568
    159.57
    เพิ่มขึ้นประมาณ 9.5%
    ประเด็นสำคัญ: กำไรสุทธิปี 2568 เติบโตทั้งที่รายได้ลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าบริษัทสามารถรักษาหรือปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรได้ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าการเติบโตนี้จะดำเนินต่อได้หรือไม่
    สำหรับปี 2569 ข้อมูลไตรมาส 1 ระบุว่ากำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทจากงบรวมอยู่ที่ 38.89 ล้านบาท ลดลงจาก 43.43 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 หรือประมาณ 10.5% ขณะที่รายได้จากการดำเนินธุรกิจในงบเฉพาะกิจการสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 827.39 ล้านบาท เทียบกับ 829.33 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
    สิ่งที่ต้องจับตาคือ กำไรจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ แม้รายได้ยังทรงตัว รวมถึงต้นทุนสินค้า ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และความสามารถในการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ
  2. จุดแข็งของธุรกิจ
  • ฐานธุรกิจดำเนินมายาวนาน บริษัทก่อตั้งในปี 2516 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2548
  • สินค้าครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ช่วยกระจายแหล่งรายได้ไปยังลูกค้าและกระบวนการผลิตหลายประเภท
  • กำไรสุทธิเติบโตในปี 2568 จาก 145.73 ล้านบาทเป็น 159.57 ล้านบาท
  • มีโอกาสรับประโยชน์จากการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม หากโรงงานเพิ่มกำลังการผลิต ปรับปรุงเครื่องจักร หรือขยายสายการผลิต
  1. ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง
    ความเสี่ยงจากวัฏจักรอุตสาหกรรม
    หากโรงงานชะลอการลงทุนหรือเศรษฐกิจอ่อนแอ ความต้องการเครื่องจักรและวัสดุอุตสาหกรรมอาจลดลง
    ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนสินค้า
    การนำเข้าสินค้าอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท ต้นทุนจัดซื้อ และเงื่อนไขของผู้ผลิตต่างประเทศ
    ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
    การถือครองสินค้าเพื่อให้พร้อมจำหน่ายต้องใช้เงินทุน และอาจเกิดต้นทุนจากสินค้าหมุนเวียนช้าหรือสินค้าเสื่อมมูลค่า
    ความเสี่ยงด้านการเติบโต
    หากรายได้ไม่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น กำไรและความน่าสนใจของหุ้นอาจลดลง

5. วิเคราะห์มูลค่าหุ้นเบื้องต้น ข้อมูล Factsheet ของ SET ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ระบุราคาหุ้น 3.60 บาท, P/E 11.80 เท่า และ P/BV 0.71 เท่า

ตัวชี้วัดค่าความหมาย
P/E11.80 เท่าราคาหุ้นคิดเป็นประมาณ 11.8 เท่าของกำไรต่อหุ้น
P/BV0.71 เท่าราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น
ราคาหุ้น3.60 บาทราคาที่อ้างอิง ณ 8 ต.ค. 2569

การซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอาจเป็นจุดที่นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าให้ความสนใจ แต่ P/BV ต่ำไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกเสมอไป ต้องพิจารณาความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ การเติบโตของกำไร และความเหมาะสมของเงินทุนหมุนเวียนด้วย
6. แนวทางติดตามหุ้น SMIT สำหรับนักลงทุนสายเทคนิค
กรอบราคาอ้างอิงจากข้อมูล SET ที่ค้นพบ ไม่ใช่การคำนวณแนวรับ–แนวต้านจากกราฟแท่งเทียนย้อนหลังโดยตรง
ราคาล่าสุดที่พบ
3.52 บาท
ข้อมูลวันที่ 15 ต.ค. 2569
-0.56%
กรอบบนที่ต้องจับตา
3.72 บาท
จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่รายงานไว้
กรอบล่างที่ต้องจับตา
3.34 บาท
จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่รายงานไว้
กลยุทธ์ที่ควรติดตาม

  • Breakout: รอราคาทะลุแนวต้านพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นชัดเจน ก่อนพิจารณาว่าเป็นสัญญาณบวก
  • Volume: หากราคาขึ้นแต่ปริมาณซื้อขายเบาบาง ควรระวังการเบรกหลอก
  • Momentum: ติดตามว่าราคาทำจุดสูงใหม่และยืนเหนือแนวต้านเดิมได้หรือไม่
  • Risk Management: กำหนดจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างกราฟจริง ไม่ควรอ้างอิงกรอบสูงสุด–ต่ำสุด 52 สัปดาห์แทนแนวรับระยะสั้น
    หุ้นที่มีสภาพคล่องไม่สูงอาจมีส่วนต่างราคาเสนอซื้อและเสนอขายกว้าง จึงควรตรวจสอบมูลค่าซื้อขายและความลึกของคำสั่งซื้อขายก่อนเข้าลงทุน
  1. สรุปมุมมองการลงทุน SMIT
    จุดน่าสนใจ
    กำไรสุทธิปี 2568 เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน และธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับความต้องการเครื่องจักรและอุปกรณ์ของภาคอุตสาหกรรม
    จุดที่ต้องระวัง
    กำไรไตรมาส 1/2569 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้ครึ่งปีแรกยังทรงตัว จึงต้องรอดูแนวโน้มกำไรในงบไตรมาสถัดไป
    สิ่งที่ควรติดตามต่อ
    ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 การหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ กระแสเงินสด และการเบรกแนวต้านพร้อม Volume
    บทสรุป: SMIT เป็นหุ้นที่ควรศึกษาทั้งในมุมมูลค่ากิจการและความสามารถในการทำกำไร ไม่ควรตัดสินใจจาก P/BV ต่ำเพียงอย่างเดียว ส่วนมุมมองสายเทคนิคควรรอการยืนยันแนวโน้มจากกราฟและปริมาณซื้อขายก่อนกำหนดจังหวะเข้าลงทุน

Disclaimer

ใส่ความเห็น