ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น IVL บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น IVL บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น IVL บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ IVL อยู่ในหมวดธุรกิจ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (Petrochemicals & Chemicals) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




บริษัท Indorama Ventures Public Company Limited (มหาชน) หรือ IVL มีทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจหลัก ได้แก่:
อสังหาริมทรัพย์, โรงงานและอุปกรณ์ (Property, Plant & Equipment)
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2023 มูลค่าตามบัญชีสุทธิของทรัพย์สินชนิดนี้อยู่ที่ประมาณ 312,393 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 52.9 % ของสินทรัพย์รวมของบริษัท
แยกรายการเป็น
ที่ดิน & การปรับปรุงที่ดิน ~ 15,872 ล้านบาท
อาคาร & การปรับปรุงอาคาร ~ 28,790 ล้านบาท
เครื่องจักรและอุปกรณ์ ~ 237,391 ล้านบาท
เฟอร์นิเจอร์สำนักงานและอุปกรณ์อื่น ~ 1,209 ล้านบาท
ยานพาหนะ ~ 703 ล้านบาท
อะไหล่สำรอง ~ 1,536 ล้านบาท
งานก่อสร้างระหว่างดำเนินการ ~ 26,892 ล้านบาท
มีการจำนองทรัพย์สินบางส่วนกับสถาบันการเงินรวม ~ 23,014 ล้านบาท ณ วันที่ดังกล่าว
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2023 อยู่ที่ประมาณ 34,672 ล้านบาท หรือ ~5.9 % ของสินทรัพย์รวม
แยกรายการเป็น
สิทธิเหนือ (Right Acquired) ~ 93 ล้านบาท
สัญญา / ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ (Supplier Contract & Relationships) ~ 3,763 ล้านบาท
ซอฟต์แวร์ไลเซนส์ ~ 4,941 ล้านบาท
ไลเซนส์เทคโนโลยีและ Know-how ~ 6,211 ล้านบาท
สัญญาลูกค้า / ความสัมพันธ์กับลูกค้า ~ 12,435 ล้านบาท
เครื่องหมายการค้า (Trade Name & Trademarks) ~ 1,556 ล้านบาท
พัฒนาใช้บันทึกต้นทุน (Capitalised Development Expenditure) ~ 131 ล้านบาท
สิทธิสิ่งแวดล้อม (Environment rights) ~ 537 ล้านบาท
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนระหว่างการพัฒนา (Intangible Assets under Development) ~ 3,873 ล้านบาท
สินทรัพย์หมุนเวียนและทรัพย์สินอื่นๆ
บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียน (current assets) เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด, ลูกหนี้, สต็อก เป็นต้น ซึ่งแสดงเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์รวมในงบดุล
สินทรัพย์รวมของบริษัทถูกประมาณไว้ว่าอยู่ราว ฿548,555.39 ล้านบาท หรือประมาณนี้ในข้อมูลล่าสุด
โครงการลงทุนระหว่างดำเนินการ / งานก่อสร้างระหว่างดำเนินการ
ใน Appendix 4 ระบุว่า “Construction in progress” (งานก่อสร้างระหว่างดำเนินการ) อยู่ ~ 26,892 ล้านบาท ณ ธันวาคม 2023
มีโครงการหลักที่กำลังดำเนินการ เช่น ธุรกิจ Hygiene Fibers ในสหรัฐอเมริกา, การขยายธุรกิจรีไซเคิล เป็นต้น
สรุปคือ IVL ใช้ทรัพย์สินหลักเพื่อผลิต – จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านปิโตรเคมี / พลาสติก / ไฟเบอร์ โดยมีเครื่องจักร โรงงาน ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และทรัพย์สินไม่มีตัวตน (เช่นสิทธิต่าง ๆ) เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ.


สรุปบริษัทแม่

IVL: ดำเนินธุรกิจผลิตเม็ด PET, เส้นใยโพลีเอสเตอร์, สารตั้งต้น (Feedstock) ฯลฯ โดยมีการดำเนินงานในกว่า 35 ประเทศทั่วโลก.
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: 75/102 อาคาร Ocean Tower 2 ชั้น 37 ซอยสุขุมวิท 19 กรุงเทพฯ.
ลักษณะธุรกิจ : เป็นบริษัทที่ “ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแบบครบวงจร”
ตัวอย่างบริษัทในเครือ / บริษัทย่อย
จากเอกสารโครงสร้างองค์กรของ IVL มีบริษัทในเครือ/บริษัทย่อยที่น่าสนใจ เช่น:
Indorama Polymers Public Company Limited (ประเทศไทย) — ถือหุ้นโดย IVL (ตามโครงสร้าง)
TPT Petrochemicals Public Company Limited — อีกหนึ่งบริษัทย่อยในไทยที่อยู่ภายใต้กลุ่ม IVL.
AsiaPet (Thailand) Limited — บริษัทในไทยที่ได้รับรางวัล CSR ในกลุ่มบริษัท IVL.
Indorama Holdings Limited — บริษัทในเครือเต็มรูปแบบ (wholly-owned subsidiary) ของ IVL.
Indorama Ventures Mobility (Kaiping) Company Limited — บริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจด้านโมบิลิตี้/ยานยนต์ของกลุ่ม IVL.



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท

ความเสี่ยงจะมี 2 ส่วนคือ

  • การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน
  • การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือกลุ่มบริษัทในปัจจุบันที่ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคม


ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2568



ด้านล่างคือ “พัฒนาการที่สำคัญ” ของ Indorama Ventures (IVL) ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยสรุปเป็นช่วง-เวลาหลักและเหตุการณ์สำคัญ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของการเติบโตได้อย่างชัดเจน

ช่วงเริ่มต้น (1994 – 2000)

IVL เริ่มต้นในปี 1994 โดยก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยในชื่อเดิมว่า Indorama Holdings เพื่อผลิตเส้นไหม (หรือ worsted wool yarn) เป็นแห่งแรกในไทย
ในปี 1995 บริษัทก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยตั้งโรงงานผลิต PET (polyethylene terephthalate) แห่งแรกในไทย
ในปี 1997 เข้าสู่ธุรกิจโพลีเอสเตอร์ด้วยการเข้าซื้อกิจการของบริษัท “Indo Poly” โรงงานโพลีเอสเตอร์ในไทย ทำให้เป็นผู้ผลิตโพลีเอสเตอร์ไฟเบอร์รายใหญ่ในไทย
ช่วงขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ & แนวตั้งธุรกิจ (2000 – 2012)
ปี 2003: เข้าซื้อโรงงาน StarPet ในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นการเริ่มต้นของการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศในกลุ่ม PET
ปี 2006: เข้าตลาดยุโรป โดยซื้อกิจการหรือผ่านการตั้งกิจการในลิทัวเนีย (Orion Global PET)
ปี 2008: ขยายสู่ธุรกิจ PTA (purified terephthalic acid) และโพลีเอสเตอร์แบบบูรณาการ โดยตั้งบริษัทใหม่ในเนเธอร์แลนด์และเข้าสู่ธุรกิจโพลีเอสเตอร์ไฟเบอร์ของไทยด้วยการซื้อกิจการ Tuntex Thailand ผู้ผลิตโพลีเอสเตอร์ไฟเบอร์รายใหญ่ของไทย
ปี 2009–2010: มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Indorama Ventures Limited (IVL) และเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ไทย (การจดทะเบียน)
ช่วงการเป็นผู้นำระดับโลก & เสริมโครงสร้างธุรกิจ (2013 – 2020)
บริษัทได้ขยายความสามารถในการผลิต PET และไฟเบอร์ให้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก
ปี 2014: ออกสินค้าครั้งใหญ่ด้านตราสารหนี้ (perpetual debentures) จำนวน 15,000 ล้านบาท ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเงินที่สำคัญของบริษัทไทยในเวลานั้น
ปี 2015: ออกพันธบัตรสกุลเงินสิงคโปร์ พร้อมการค้ำประกันจาก CGIF (Credit Guarantee & Investment Facility) แห่งธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ซึ่งถือเป็น “ครั้งแรก” ของบริษัทไทยในสิ่งนี้
ปี 2020: ดำเนินการซื้อกิจการครั้งใหญ่ของธุรกิจ Integrated EO & PO (ethylene oxide & propylene oxide) ซึ่งเป็นการขยายเข้าสู่ธุรกิจเคมีขั้นสูง
ช่วงยุค “การเติบโตยั่งยืน & ปรับกลยุทธ์” (2021 – ปัจจุบัน)
ปี 2021: เปิดตัวรายงาน SDGs (Sustainable Development Goals) แห่งแรกของภาคเอกชนไทย เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม + สังคม + ธรรมาภิบาล)
ปี 2022: เข้าซื้อกิจการธุรกิจบรรจุภัณฑ์ PET ในเวียดนาม (Ngoc Nghia) เพื่อขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน
มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ภายใต้ชื่อว่า “IVL 2.0” ในช่วงปี 2568–2570 (2025 – 2027) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมเคมีโลก โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ ลดหนี้สิน ปรับโครงสร้างธุรกิจ และเจาะตลาดที่เติบโตสูง
ล่าสุด (2025): มีแผนจะแยกธุรกิจบางส่วนออกเป็นบริษัทอิสระ (spin-off) เช่น ธุรกิจ Integrated Oxides & Derivatives (IOD) และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (packaging) เพื่อปลดล็อคมูลค่าและมุ่งเน้นธุรกิจที่เติบโตเร็วขึ้น

สรุปข้อสังเกตสำคัญ

IVL เริ่มต้นจากธุรกิจผลิตเส้นไหม → โพลีเอสเตอร์ → PET → เคมีขั้นกลาง → เคมีขั้นสูง โดยเป็นแนว “ขึ้นห่วงโซ่คุณค่า” (vertical integration)
ขยายธุรกิจจากตลาดไทยสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งอเมริกา ยุโรป เอเชีย และอื่น
นับตั้งแต่กลางยุค 2010 บริษัทให้ความสำคัญกับการเงินที่แข็งแกร่ง (การออกพันธบัตรใหญ่) และการดำเนินนโยบาย ESG อย่างจริงจัง
ในยุคหลัง 2020 บริษัทกำลัง “รีเซ็ต” เข้าสู่ยุคใหม่ด้วยกลยุทธ์ IVL 2.0 ซึ่งเน้นการเติบโตแบบยั่งยืน, ลดภาระหนี้, ปรับธุรกิจให้พร้อมกับโลกที่เปลี่ยนไป






วิเคราะห์ กราฟเทคนิค IVL (อินโดรามา เวนเจอร์ส) โดยอิงข้อมูลราคาล่าสุดที่หาได้จากตลาดหลักทรัพย์และข้อมูลช่วงปลาย ก.ค.–ต้น ส.ค. 2569
ข้อมูล SET ระบุว่า IVL ปิดล่าสุดที่ 22.10 บาท ณ 1 ส.ค. 2569 ขณะที่ก่อนหน้านั้นหุ้นเคยขึ้นไปทดสอบบริเวณ 25 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 14.60–26.25 บาท สะท้อนว่าหุ้นยังอยู่ในช่วงปรับฐานจากจุดสูงของรอบที่ผ่านมา
📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค IVL
ภาพรวม: “พักฐาน แต่ยังมีโอกาสสร้างรอบรีบาวด์”
จากโครงสร้างราคา IVL ช่วงที่ผ่านมา หุ้นมีการปรับตัวขึ้นแรงจากโซนประมาณ 20 บาทไปบริเวณ 25–26 บาท ก่อนถูกขายทำกำไรและถอยลงมาแถว 22 บาท ดังนั้นตอนนี้ต้องจับตาว่า 22 บาทจะเป็นฐานสำคัญหรือไม่

  1. แนวรับสำคัญ
    22.00–21.50 บาท
    เป็นโซนที่ควรจับตาเป็นพิเศษ หากยืนได้ มีโอกาสเกิด Technical Rebound
    21.00–20.50 บาท
    เป็นแนวรับถัดไป หากหลุด 21 บาทลงมา จะทำให้ภาพระยะสั้นอ่อนแอลง และมีโอกาสถอยไปทดสอบ 20 บาท
    20.00 บาท
    เป็นแนวรับจิตวิทยาที่สำคัญ หากราคาลงมาบริเวณนี้แล้วเกิดแรงซื้อกลับ จะเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการลุ้นเด้ง
  2. แนวต้านสำคัญ
    22.80–23.20 บาท
    แนวต้านแรกที่ต้องผ่านให้ได้
    24.00–24.50 บาท
    แนวต้านสำคัญ หากผ่านได้พร้อม Volume จะเป็นสัญญาณบวกมากขึ้น
    25.00–25.50 บาท
    เป็นโซน Supply สำคัญจากยอดเดิม หากทะลุได้ จะเปิดทางกลับไปทดสอบ 26.00–26.25 บาท ซึ่งเป็นบริเวณ High 52 สัปดาห์

📈 มุมมองตาม Momentum
จุดที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้ IVL สามารถขึ้นจากบริเวณ 21–22 บาทไปทดสอบ 25 บาทได้ แสดงว่าหุ้นมีแรงเก็งกำไรค่อนข้างสูงในช่วงที่กลุ่มปิโตรเคมีได้รับความสนใจ
แต่การถอยจากบริเวณ 25 บาทกลับมาแถว 22 บาท ทำให้ Momentum ระยะสั้นชะลอลง
ดังนั้น ณ ราคาประมาณ 22.10 บาท ผมมองเป็นลักษณะ
“อยู่ในโซนตัดสินใจว่าจะเด้งกลับ หรือหลุดฐานแล้วเข้าสู่การพักฐานรอบใหม่”
ยังไม่ใช่จังหวะที่สามารถสรุปได้เต็มตัวว่าเป็นขาขึ้นรอบใหม่
🎯 จุดเปลี่ยนของกราฟ
🟢 Bullish Scenario
ถ้า IVL สามารถ ยืนเหนือ 23.20 บาท ได้ และมีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น
เป้าหมายถัดไป:
23.20 → 24.00 → 24.50 → 25.00–25.50 บาท
หากทะลุ 25.50 บาทได้อย่างมีนัยสำคัญ จะมีโอกาสกลับไปทดสอบ 26.25 บาท
🔴 Bearish Scenario
ถ้าราคาหลุด 21.00 บาท และไม่สามารถกลับขึ้นมายืนได้เร็ว
ต้องระวังการลงต่อไปยัง
20.50 → 20.00 → 19.00 บาท
โดยเฉพาะการหลุด 20 บาทพร้อม Volume สูง จะทำให้โครงสร้าง Technical เสียมากขึ้น


📌 กลยุทธ์ที่ผมมอง


จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ 23.20 บาท — ถ้าผ่านพร้อม Volume จะทำให้ภาพ Technical เปลี่ยนจาก “รีบาวด์” เป็น “เริ่มกลับมาเป็นขาขึ้น” ได้ชัดเจนขึ้น
ในทางกลับกัน 21 บาทคือเส้นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
🔥 สรุปแบบนักเทคนิค
IVL ยังไม่เสียทรงในระยะกลาง แต่ระยะสั้นกำลังอยู่ในช่วงพักฐาน
ผมให้น้ำหนักประมาณ:
แนวโน้มระยะสั้น: 🟡 Neutral / รอ Breakout
แนวโน้มระยะกลาง: 🟢 มีโอกาสฟื้นตัว
แนวรับ: 22.00 / 21.00 / 20.00 บาท
แนวต้าน: 23.20 / 24.50 / 25.50 / 26.25 บาท
ปัจจัยพื้นฐานก็มีส่วนสนับสนุนมุมมองเชิงบวก เพราะนักวิเคราะห์ IAA ณ ข้อมูลล่าสุดมีราคาเป้าหมาย IVL เฉลี่ย 27.10 บาท สูงสุด 30 บาท และมีคำแนะนำ Buy 12 รายจาก 15 โบรกเกอร์ ขณะที่ข้อมูลบริษัทระบุว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะมีการรายงานวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ซึ่งอาจเป็น Catalyst สำคัญต่อราคาหุ้นระยะสั้น
ดังนั้น ถ้าจะเล่นตามกราฟ: รอให้ราคา ยืน 23.20 บาท + Volume สนับสนุน จะปลอดภัยกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่ยังแกว่งใต้แนวต้าน ส่วนคนที่ถืออยู่ควรจับตา 21 บาท เป็นจุดสำคัญในการบริหารความเสี่ยง
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านเป็นการประเมินเชิงเทคนิค ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์



📊 1. วิเคราะห์ผลประกอบการ

ภาพของ IVL ในช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่า “กำลังฟื้นตัว แต่กำไรสุทธิยังไม่แข็งแรงเต็มที่” ผลประกอบการสำคัญ


ข้อมูล SET แสดงให้เห็นว่า EBITDA ปี 2025 ฟื้นขึ้นอย่างชัดเจน จาก 22,176 ล้านบาทในปี 2024 เป็น 32,991 ล้านบาท ขณะที่ EBIT กลับมาเป็นบวก 7,455 ล้านบาท จากที่ขาดทุนในปี 2024

แต่จุดที่ต้องระวัง
แม้ EBITDA ฟื้นตัว แต่ กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นใหญ่ยังขาดทุน 7,348 ล้านบาทในปี 2025 และ Q1/2026 ยังขาดทุน 2,816 ล้านบาท
ดังนั้นตอนนี้ IVL ยังไม่ใช่หุ้นที่สามารถมองด้วย P/E ได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะกำไรสุทธิยังติดลบ
🟢 2. จุดเด่นของ IVL
① ขนาดธุรกิจใหญ่มากและกระจายทั่วโลก
IVL มีการดำเนินงานในธุรกิจปิโตรเคมีหลายภูมิภาค ทำให้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจประเทศไทยเพียงตลาดเดียว
ข้อดี: หากตลาดหนึ่งอ่อนแอ ตลาดอื่นอาจช่วยพยุงผลประกอบการ
แต่ในทางกลับกัน เศรษฐกิจโลกชะลอตัวพร้อมกันก็สามารถกระทบ IVL ได้แรงเช่นกัน
② EBITDA ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
นี่เป็นหนึ่งในสัญญาณบวกที่สำคัญที่สุด
จาก
EBITDA 2024 = 22,176 ล้านบาท
เพิ่มเป็น
EBITDA 2025 = 32,991 ล้านบาท
หรือเพิ่มประมาณ 49%
สะท้อนว่าการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อม ดอกเบี้ย และภาษีมีการฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจน
③ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังแข็งแรง
ปี 2025 IVL มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานประมาณ 48,046 ล้านบาท
ขณะที่ Q1/2026 อยู่ที่ประมาณ 10,085 ล้านบาท
นี่เป็นข้อดีที่สำคัญ เพราะแม้กำไรสุทธิจะยังติดลบ แต่ธุรกิจยังสามารถสร้างเงินสดจากการดำเนินงานได้
④ ธุรกิจมีความหลากหลาย
IVL ไม่ได้ทำแค่ PET resin แต่มีทั้ง
PET
Fibers
Specialty Chemicals
Packaging
เคมีภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรม
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค
การกระจายธุรกิจช่วยลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ชนิดเดียว
🔴 3. จุดอ่อนที่ต้องจับตา
① หนี้ค่อนข้างสูง
ตัวเลข D/E อยู่ที่ประมาณ 3.04 เท่าใน Q1/2026 ขณะที่ปี 2025 อยู่ที่ 3.06 เท่า
ถือเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ
เพราะธุรกิจปิโตรเคมีเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง หากอัตราดอกเบี้ยสูงหรือกระแสเงินสดลดลง ภาระทางการเงินจะกลายเป็นแรงกดดันได้
สรุป:
IVL มีขนาดใหญ่และสร้างกระแสเงินสดได้ แต่โครงสร้างหนี้ยังเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวัง
② รายได้ลดลง
รายได้จากการดำเนินงาน
2024 → 541,583 ล้านบาท
ลดเหลือ
2025 → 447,246 ล้านบาท
ลดลงประมาณ 17.4%
และ Q1/2026 รายได้จากการดำเนินงานลดลงประมาณ 7.7% YoY
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกระหว่าง “รายได้ลด” กับ “กำไรจากการดำเนินงานดีขึ้น”
ในกรณี IVL ปี 2025 EBITDA กลับเพิ่มขึ้น ดังนั้นคุณภาพของผลประกอบการจึงควรดู margin และ EBITDA ควบคู่กับรายได้ ไม่ควรดูยอดขายเพียงอย่างเดียว
🟠 4. อัตรากำไร
Q1/2026 มี
Gross Margin ≈ 11.79%
และ
EBIT Margin ≈ 0.77%
ขณะที่ Net Profit Margin อยู่ที่ประมาณ -2.21%
นี่บอกเราว่า
ธุรกิจเริ่มกลับมาทำกำไรในระดับ EBITDA/EBIT แต่กำไรสุดท้ายยังถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายทางการเงิน ค่าเสื่อมราคา และรายการอื่น ๆ
ดังนั้นจุดเปลี่ยนสำคัญของ IVL คือ
EBITDA ฟื้น → EBIT ฟื้น → ลดดอกเบี้ย/หนี้ → กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก
ถ้าเกิดครบทั้ง 4 ขั้นตอน หุ้นจะมีโอกาสถูก Re-rating ได้มากขึ้น
💰 5. กระแสเงินสด
ส่วนนี้ถือเป็น จุดแข็งของ IVL
ปี 2025
Operating Cash Flow ≈ 48,046 ล้านบาท
Investing Cash Flow ≈ -25,281 ล้านบาท
Financing Cash Flow ≈ -12,745 ล้านบาท
Net Cash Flow ≈ +10,020 ล้านบาท
ขณะที่ Q1/2026 กระแสเงินสดสุทธิอยู่ประมาณ +8,385 ล้านบาท
จึงเห็นได้ว่า IVL ยังมีความสามารถในการสร้างเงินสดจากธุรกิจหลัก
แต่ต้องติดตามว่าเงินสดดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เพื่อ
ลดหนี้ / ลงทุน / จ่ายดอกเบี้ย / จ่ายปันผล
ในสัดส่วนเท่าใด
📦 6. สิ่งที่น่าจับตาที่สุดของธุรกิจ IVL
ผมมอง 5 ตัวแปรสำคัญ
🟢 1. Spread ของผลิตภัณฑ์ PET
ถ้า Spread ฟื้นตัว → Margin IVL มีโอกาสดีขึ้น
🟢 2. ต้นทุนวัตถุดิบ
ราคาวัตถุดิบ เช่น PTA และ MEG มีผลต่อความสามารถในการทำกำไร
🟢 3. Demand จากจีนและสหรัฐฯ
เศรษฐกิจโลกดีขึ้น → Demand สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่ม → เป็นบวกต่อ IVL
🟢 4. ค่าเงิน
IVL มีธุรกิจทั่วโลก จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างมาก
🔴 5. กำลังการผลิตส่วนเกินของจีน
นี่เป็นหนึ่งในความเสี่ยงใหญ่ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
หาก Supply มากกว่า Demand ต่อเนื่อง → ราคาสินค้าลด → Spread ลด → Margin ลด
⚠️ 7. ความเสี่ยงของ IVL
🔴 ความเสี่ยงอันดับ 1 — วัฏจักรปิโตรเคมี
IVL อยู่ในธุรกิจที่มีลักษณะ Cyclical
เมื่อเศรษฐกิจโลกดี กำไรสามารถเพิ่มขึ้นเร็ว
แต่เมื่อ Supply ล้นตลาด กำไรสามารถลดลงอย่างรวดเร็ว
🔴 ความเสี่ยงอันดับ 2 — หนี้สูง
D/E ประมาณ 3 เท่า ถือเป็นตัวเลขที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
หาก EBITDA ลดลงพร้อมกับดอกเบี้ยสูง อัตราส่วนหนี้สินอาจกดดัน Valuation
🔴 ความเสี่ยงอันดับ 3 — กำไรสุทธิยังไม่กลับมา
ปี 2025 ขาดทุนสุทธิประมาณ 7,348 ล้านบาท
Q1/2026 ขาดทุนอีกประมาณ 2,816 ล้านบาท
ดังนั้นการบอกว่า “IVL ฟื้นแล้ว” ยังเร็วเกินไป
คำที่เหมาะสมกว่า คือ
“IVL อยู่ในช่วงฟื้นตัวของผลประกอบการ แต่ยังต้องพิสูจน์การกลับมาของกำไรสุทธิ”
🔴 ความเสี่ยงอันดับ 4 — เศรษฐกิจโลก
เพราะ IVL มีธุรกิจทั่วโลก หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรป หรือจีนชะลอตัวพร้อมกัน Demand อาจลดลง
📈 8. มุมมองด้าน Valuation
ข้อมูล SET ณ ช่วงปลายกรกฎาคม 2569 ระบุราคา IVL ประมาณ 25.25 บาท Market Cap ประมาณ 141,767 ล้านบาท, P/BV ประมาณ 1.14 เท่า และ EV/EBITDA ประมาณ 12.58 เท่า
จุดสำคัญคือ P/E ยังใช้ไม่ได้อย่างมีประโยชน์มากนัก เพราะกำไรสุทธิยังติดลบ
ดังนั้นสำหรับ IVL ผมจะให้น้ำหนักกับ
EV/EBITDA + P/BV + แนวโน้ม EBITDA + Net Debt + Free Cash Flow
มากกว่า P/E
📊 9. มุมมองเชิงกลยุทธ์
ผมมอง IVL เป็นหุ้นประเภท
“Recovery / Cyclical Play”
มากกว่าจะเป็น
“Growth Stock”
กล่าวคือ นักลงทุนที่ซื้อ IVL กำลังเดิมพันว่า
อุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะผ่านจุดต่ำสุด → Spread ฟื้น → EBITDA เพิ่ม → ลดภาระหนี้ → กำไรสุทธิกลับมา
หากสมมติฐานนี้เกิดขึ้นจริง Upside ของหุ้นอาจน่าสนใจ
แต่ถ้าอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะ Oversupply เป็นเวลานาน หุ้นก็สามารถใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าที่คาด

🟢🟡🔴 10. สรุปคะแนน IVL


คะแนนโดยรวม: 3.4 / 5

🎯 บทสรุปการลงทุน
IVL เป็นหุ้นที่ “น่าสนใจในเชิงการฟื้นตัว” แต่ยังไม่ใช่หุ้นที่งบการเงินแข็งแรงแบบไร้ข้อกังวล
จุดที่ผมชอบคือ EBITDA ปี 2025 ฟื้นแรง, กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังดี และบริษัทมีธุรกิจขนาดใหญ่กระจายทั่วโลก
แต่สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์คือ การเปลี่ยนจาก EBITDA ที่ดีขึ้น → กำไรสุทธิเป็นบวกอย่างยั่งยืน รวมถึงการควบคุมหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง
🔥 ถ้าจะลงทุน IVL ผมจะจับตา 4 ตัวเลขเป็นพิเศษ


Disclaimer

ใส่ความเห็น