วิเคราะห์ หุ้น ICC บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ ICC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 21 ธ.ค. 2521 | 365.00 | พาณิชย์ (Commerce) | ICC |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
จำหน่ายสินค้าแฟชั่นในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ เครื่องสำอางและเครื่องหอม สินค้าเพื่อสุขอนามัยของเส้นผม ผิวพรรณ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มครบวงจร ทั้งชุดชั้นใน ชุดชั้นนอก ชุดกีฬา และการออกกำลังกาย ผลิตภัณฑ์เพื่อการซักล้างและบำรุงรักษาเครื่องนุ่งห่ม สินค้าแฟชั่นเครื่องหนัง เป็นต้น
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.13 | 3.08 | 2.69 | 1.59 | 1.60 | 0.56 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 3.60 | 3.53 | 4.43 | 4.46 | 4.38 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 0.70 | บาท | 26 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| – | 2.7037037037 : 1 | หุ้น | 27 พ.ค. 2568 | หุ้นปันผล |
| – | 0.63 | บาท | 27 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| – | 3.9081391335 : 1 | หุ้น | 21 พ.ค. 2567 | หุ้นปันผล |
| – | 1.14 | บาท | 21 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| – | 1.00 | บาท | 23 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| – | 0.35 | บาท | 24 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| – | 0.25 | บาท | 25 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
หุ้น ICC – บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิว เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ชุดกีฬา สินค้าแฟชั่น และเครื่องหนัง ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจมีทั้งอสังหาริมทรัพย์ สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ ICC
- ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ICC มี ที่ดิน อาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ทรัพย์สินดังกล่าวใช้เป็นสำนักงาน สถานที่ดำเนินงาน คลังสินค้า และพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ
จากข้อมูลใน One Report บริษัทมีรายการ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของฐานสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท - อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
อาคารสำนักงานและอาคารที่ใช้ในการดำเนินงาน
อาคารและสิ่งปลูกสร้างสำหรับสนับสนุนระบบจัดจำหน่ายและการบริหารสินค้า
บริษัทมีทั้งทรัพย์สินที่ถือกรรมสิทธิ์เองและทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้สิทธิการใช้/สัญญาเช่า
ข้อมูลในรายงานเดิมของบริษัทแสดงให้เห็นว่า ICC มีฐานทรัพย์สินประเภทที่ดินและอาคารจำนวนมาก โดยมีการถือครองที่ดินในหลายพื้นที่ของประเทศ - สินค้าคงเหลือ — ทรัพย์สินสำคัญต่อธุรกิจ
เนื่องจาก ICC มีลักษณะธุรกิจหลักเป็น ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและแฟชั่น สินค้าคงเหลือจึงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีความสำคัญมาก ประกอบด้วย
สินค้าสำเร็จรูป
สินค้าที่ฝากจำหน่ายและเก็บเงินตามยอดขาย
สินค้าระหว่างผลิต
วัตถุดิบ
วัสดุสิ้นเปลือง
สินค้าที่อยู่ระหว่างขนส่ง
อสังหาริมทรัพย์รอการขายบางรายการ
ณ สิ้นปี 2568 งบการเงินของกลุ่มบริษัทแสดงสินค้าคงเหลือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสินทรัพย์หมุนเวียน - เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์
เครื่องใช้สำนักงาน
เครื่องตกแต่งและติดตั้ง
อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน
ยานพาหนะ
สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง
รายการเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่ม ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (Property, Plant and Equipment) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารงาน การจัดเก็บ และการจัดจำหน่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง - สิทธิการใช้ทรัพย์สิน
ICC มี สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) ซึ่งเกิดจากการทำสัญญาเช่าทรัพย์สินเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น พื้นที่สำนักงาน พื้นที่ดำเนินงาน หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ โดย ณ ไตรมาส 1/2568 งบการเงินรวมแสดงสินทรัพย์สิทธิการใช้ประมาณ 638 ล้านบาท - เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินไม่มีตัวตน
ICC มีทรัพย์สินไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้องกับการทำตลาดและการจัดจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะ เครื่องหมายการค้า (Trademarks) ของสินค้าและแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจค้าสินค้าแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภค
รายงานของบริษัทมีการเปิดเผยรายการเครื่องหมายการค้าหลายกลุ่ม เช่น CHAMP DE COURSE, GYM, UNIWEAR และเครื่องหมายการค้าอื่น ๆ รวมถึงแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่มบริษัท - สินทรัพย์ทางการเงินและเงินลงทุน
นอกจากทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินธุรกิจโดยตรงแล้ว ICC ยังมีฐานสินทรัพย์ทางการเงินขนาดใหญ่ เช่น
เงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน
เงินลงทุนในบริษัทร่วม
เงินลงทุนในบริษัทย่อย
เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ตัวอย่างเช่น งบการเงินไตรมาส 1/2568 แสดงสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนกว่า 21,540 ล้านบาท และเงินลงทุนในบริษัทร่วมประมาณ 1,494 ล้านบาท
สรุปในมุมวิเคราะห์หุ้น
ICC มีฐานทรัพย์สินที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้พึ่งพาเพียงสินค้าคงเหลือหรืออาคารสำนักงาน แต่ประกอบด้วย ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ + อาคารและอุปกรณ์ + สินค้าคงเหลือ + สิทธิการใช้ทรัพย์สิน + เครื่องหมายการค้า + เงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงิน โดยเฉพาะสินทรัพย์ทางการเงินและอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างสินทรัพย์ ขณะที่สินค้าคงเหลือมีความสัมพันธ์โดยตรงกับธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายของบริษัท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น ICC
ICC International Public Company Limited หรือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยข้อมูลโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า ICC มีบริษัทย่อย 4 แห่ง และบริษัทร่วม 11 แห่ง 1. บริษัทย่อยของ ICC
| บริษัท | ลักษณะธุรกิจ | สัดส่วนที่ ICC ถือหุ้น |
|---|---|---|
| บริษัท ทีเอ็นแอลเอ็กซ์ จำกัด | ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องหนัง | 70.00% |
| Canchana International Co., Ltd. | ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าแฟชั่น/เครื่องนุ่งห่ม | อยู่ในกลุ่มบริษัทย่อย |
| บริษัท ไทเกอร์ ดิสทริบิวชั่น แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด | จัดจำหน่ายและโลจิสติกส์ | 51.00% |
| บริษัทย่อยอื่นของกลุ่ม ICC | ธุรกิจสนับสนุนและเกี่ยวเนื่องกับการจัดจำหน่ายสินค้า | — |
ข้อมูล One Report ของ ICC ระบุจำนวนบริษัทย่อยรวม 4 บริษัท และบริษัทร่วม 11 บริษัท โดยตัวเลขสัดส่วนการถือหุ้นอ้างอิงโครงสร้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทที่ ICC ถือหุ้นในลักษณะ “บริษัทร่วม”
กลุ่มบริษัทที่ ICC มีการลงทุนและมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก ได้แก่
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) — SPC : ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) — WACOAL : ธุรกิจผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในและเครื่องแต่งกาย
บริษัท โอ ซี ซี จำกัด (มหาชน) — OCC : ธุรกิจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม
บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) — S&J : ผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคบริโภค
บริษัท ทีพีซีเอส จำกัด (มหาชน) — TPCS : ธุรกิจสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
บริษัท ฟาร์อีสท์ เฟมไลน์ ดีดีบี จำกัด (มหาชน) : ธุรกิจโฆษณาและการสื่อสารการตลาด
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด : ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง
บริษัท ไทยอรชู จำกัด
บริษัท ภัทยาอุตสาหกิจ จำกัด
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด : ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค
บริษัทเหล่านี้สะท้อนเครือข่ายธุรกิจของ ICC ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ การผลิตสินค้า → แบรนด์ → การตลาด → การจัดจำหน่าย → โลจิสติกส์
บริษัทที่มีความสัมพันธ์กับ ICC ที่น่าสนใจ
นอกจากบริษัทย่อยและบริษัทร่วมแล้ว ICC ยังมีความเชื่อมโยงกับบริษัทในกลุ่มสหพัฒน์หลายแห่ง โดย ณ ข้อมูลผู้ถือหุ้นล่าสุดที่ SET เผยแพร่ สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ICC สัดส่วน 24.26% ขณะที่ สหพัฒนพิบูล (SPC) ถือหุ้น ICC 8.53% และ ไทยวาโก้ (WACOAL) ถือ 3.92%
สรุปโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
ICC
↓
บริษัทย่อย
→ ผลิตสินค้าแฟชั่น / เครื่องหนัง
→ จัดจำหน่าย
→ โลจิสติกส์
บริษัทร่วม
→ WACOAL — ชุดชั้นใน
→ OCC — เครื่องสำอาง
→ S&J — เครื่องสำอาง/สินค้าอุปโภคบริโภค
→ TPCS — สิ่งทอ
→ SPC — การจัดจำหน่าย
→ บริษัทอื่นในเครือข่ายสหพัฒน์
จุดสำคัญของโครงสร้างนี้คือ ICC ไม่ได้ทำธุรกิจเพียง “ขายสินค้าแฟชั่น” แต่มีเครือข่ายการลงทุนที่ครอบคลุม แฟชั่น ความงาม สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม การจัดจำหน่าย และโลจิสติกส์ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะธุรกิจที่ SET ระบุไว้ในปัจจุบัน
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น ICC
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูล One Report 2568 และ Sustainability Report 2568 ของ ICC บริษัทระบุประเด็นความเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค การแข่งขัน และการเปลี่ยนผ่านสู่ช่องทางดิจิทัล โดยสามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญสำหรับใช้วิเคราะห์หุ้นได้ดังนี้
- ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง
ผู้บริโภคมีพฤติกรรมซื้อสินค้าเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการหันมาใช้ช่องทาง Online และ Digital มากขึ้น หากบริษัทปรับตัวไม่ทัน อาจส่งผลต่อการเข้าถึงลูกค้า ยอดขายผ่านช่องทางเดิม และความสามารถในการแข่งขัน - ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง
ตลาดสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า ชุดชั้นใน เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิม แบรนด์ใหม่ และสินค้าที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นอาจกดดัน ยอดขายและอัตรากำไร ของบริษัท - ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและช่องทางจำหน่าย
การเติบโตของ E-commerce และ Social Commerce ทำให้รูปแบบการทำตลาดและการจัดจำหน่ายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงต้องลงทุนและพัฒนาระบบดิจิทัล รวมถึงประสบการณ์การซื้อสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น - ความเสี่ยงจากแนวโน้มและรสนิยมของผู้บริโภค
ธุรกิจแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์มีความอ่อนไหวต่อ กระแสแฟชั่น เทรนด์สินค้า และความนิยมของผู้บริโภค หากคาดการณ์ความต้องการผิดพลาด อาจทำให้สินค้าบางประเภทขายช้าหรือมีสินค้าคงเหลือสูง และอาจต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้า - ความเสี่ยงด้านต้นทุนและซัพพลายเชน
ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ค่าแรง และต้นทุนจากคู่ค้าอาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดโลก หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไร - ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และแบรนด์
ICC มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคและแบรนด์สินค้า หากเกิดปัญหาด้านคุณภาพสินค้า การให้บริการ หรือการสื่อสารทางการตลาด อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว - ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อธุรกิจพึ่งพาช่องทางออนไลน์และระบบเทคโนโลยีมากขึ้น ความเสี่ยงจาก Cyber Attack, Ransomware และการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ก็มีความสำคัญมากขึ้น โดย ICC ระบุว่ามีการประเมินความเสี่ยงด้านระบบ IT, Ransomware และการป้องกันการทุจริตเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารความเสี่ยงของบริษัท - ความเสี่ยงด้านการทุจริตและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
การดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่มีความเสี่ยงด้านการทุจริต การคอร์รัปชัน และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงมีการกำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริต รวมถึงกระบวนการติดตามและประเมินความเสี่ยงดังกล่าว - ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Climate Change อาจกระทบทั้งต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงความคาดหวังของผู้บริโภคและคู่ค้าต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดย ICC ระบุ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องติดตาม
สรุปสำหรับการวิเคราะห์หุ้น ICC
ความเสี่ยงหลักที่ควรจับตา:
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน → Online/E-commerce โต → การแข่งขันสูงขึ้น → ต้องปรับสินค้าและช่องทางขาย → ต้นทุนการตลาดและการดำเนินงานเพิ่มขึ้น → อาจกดดันยอดขายและกำไร
โดยเฉพาะ Digital Transformation และการแข่งขันในช่องทางออนไลน์ ถือเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ที่ ICC ระบุไว้อย่างชัดเจนในรายงานความเสี่ยงปี 2568
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 08 พ.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) | 88,539,874 | 24.26 |
| 2 | บริษัท ไอ.ดี.เอฟ. จำกัด | 35,601,132 | 9.75 |
| 3 | นาย วีรพัฒน์ พูนศักดิ์อุดมสิน | 32,418,642 | 8.88 |
| 4 | บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) | 31,116,971 | 8.53 |
| 5 | บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) | 14,313,309 | 3.92 |
| 6 | บริษัท ยู.บี. อุตสาหกรรมเคมี จำกัด | 13,396,934 | 3.67 |
| 7 | บริษัท ยูนีเว็ลธ์ จำกัด | 12,752,858 | 3.49 |
| 8 | บริษัท ยูนีเวอร์สบิวตี้ จำกัด | 12,500,891 | 3.42 |
| 9 | บริษัท อี่ทงเทียนไท้ บีเอสซี จำกัด | 11,636,492 | 3.19 |
| 10 | บริษัท บีเอสซี โซ อิน จำกัด | 7,542,880 | 2.07 |
| 11 | นาง กิตยาภรณ์ ชัยถาวรเสถียร | 7,516,620 | 2.06 |
| 12 | นาย บุญเกียรติ โชควัฒนา | 7,430,391 | 2.04 |
| 13 | นาย สำเริง มนูญผล | 4,521,673 | 1.24 |
| 14 | บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด | 4,452,600 | 1.22 |
| 15 | บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด | 4,028,009 | 1.10 |
| 16 | บริษัท ยูนีเซ็นทรัล จำกัด | 3,577,853 | 0.98 |
| 17 | WACOAL CORP. | 3,362,357 | 0.92 |
| 18 | นาย บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา | 3,290,802 | 0.90 |
| 19 | บริษัท โชควัฒนา จำกัด | 3,024,639 | 0.83 |
| 20 | EAST FOURTEEN LIMITED-DIMENSIONAL EMER MKTS VALUE FD | 2,596,398 | 0.71 |
| 21 | บริษัท รามศรทวีการ จำกัด | 2,511,752 | 0.69 |
| 22 | บริษัท วิทยาสิทธิ์ จำกัด | 2,372,639 | 0.65 |
| 23 | น.ส. ศิริกุล ธนสารศิลป์ | 2,271,176 | 0.62 |
| 24 | นาย ธรรมรัตน์ โชควัฒนา | 2,245,365 | 0.62 |
| 25 | บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) | 2,182,813 | 0.60 |
| 26 | นาย ธนพล พูนศักดิ์อุดมสิน | 2,064,007 | 0.57 |
| 27 | บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) | 1,998,865 | 0.55 |
| 28 | น.ส. ธนินธร โชควัฒนา | 1,884,378 | 0.52 |
| 29 | นาง อรพินท์ พูนศักดิ์อุดมสิน | 1,883,814 | 0.52 |
| 30 | น.ส. ภาวิณี พูนศักดิ์อุดมสิน | 1,883,814 | 0.52 |
| 31 | นาง อรทัย ทองมีอาคม | 1,883,814 | 0.52 |
| 32 | น.ส. รติพร พูนศักดิ์อุดมสิน | 1,883,814 | 0.52 |
| 33 | นาง ธีรดา อำพันวงษ์ | 1,863,393 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย บุญเกียรติ โชควัฒนา | ประธานกรรมการบริษัท |
| 2 | นาย ธรรมรัตน์ โชควัฒนา | กรรมการผู้อำนวยการ, กรรมการ |
| 3 | นาย กรวิชญ์ ณรงคนานุกูล | กรรมการ |
| 4 | นาง กอบสุข แสงสวัสดิ์ | กรรมการ |
| 5 | นาง ชัยลดา ตันติเวชกุล | กรรมการ |
| 6 | นาย สมพล ชัยสิริโรจน์ | กรรมการ |
| 7 | น.ส. สุธิดา จงเจนกิจ | กรรมการ |
| 8 | นาย สุรัตน์ วงศ์รัตนภัสสร | กรรมการ |
| 9 | นาย ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย ธีระพงษ์ วิกิตเศรษฐ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย พิทักษ์ พฤทธิสาริกร | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นาย อนุชิต อนุชิตานุกูล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น ICC
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลประวัติและรายงานของบริษัท สามารถเรียบเรียงพัฒนาการสำคัญของ ICC ตามลำดับเวลาได้ดังนี้
🔹 2507 — จุดเริ่มต้นของบริษัท
ก่อตั้งบริษัทในปี พ.ศ. 2507 เดิมใช้ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ (เพี้ยซ)
เริ่มต้นด้วยพนักงานเพียง 7 คน และดำเนินธุรกิจเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ “เพี้ยซ” จากประเทศญี่ปุ่น
🔹 2516 — ขยายตัวสู่บริษัทขนาดใหญ่ขึ้น
เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ จำกัด
ธุรกิจขยายตัวจากจุดเริ่มต้นด้านเครื่องสำอาง และมีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนการเติบโตของกิจการในช่วงแรก
🔹 2537–2539 — เปลี่ยนสถานะและสร้างแบรนด์ ICC
ปี 2537 จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
ปี 2539 เปลี่ยนชื่อจาก “อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์” เป็น บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมเปลี่ยนตราสัญลักษณ์บริษัท
การเปลี่ยนชื่อสะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจจากตลาดในประเทศไปสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยมุ่งสู่ตลาดอินโดจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน
🔹 ช่วงขยายพอร์ตสินค้า — จากเครื่องสำอางสู่แฟชั่นและไลฟ์สไตล์
ICC ขยายขอบเขตธุรกิจจากธุรกิจเครื่องสำอางดั้งเดิมไปสู่สินค้าแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลาย เช่น
เครื่องสำอางและเครื่องหอม
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวพรรณ
เสื้อผ้าบุรุษและสตรี
ชุดชั้นในและชุดกีฬา
สินค้าเด็ก
เครื่องหนัง
อาหารและสินค้าใช้ในบ้าน
ทำให้บริษัทพัฒนาจากผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางไปสู่ แพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์ ที่มีพอร์ตแบรนด์หลากหลาย
🔹 การสร้างแบรนด์และช่องทางจำหน่าย
บริษัทพัฒนาแบรนด์และช่องทางการขายอย่างต่อเนื่อง โดยมีพัฒนาการสำคัญ เช่น BSC, การขยาย His & Her Shop และการสร้างระบบสมาชิกเพื่อเชื่อมโยงลูกค้ากับแบรนด์และช่องทางจำหน่ายของบริษัท
🔹 2562 — รับสิทธิ์บริหารลิขสิทธิ์ Kumamon
ICC ลงนามความร่วมมือกับ ADK Emotion Inc. เพื่อรับสิทธิ์ดูแลลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ Kumamon ในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งการขยายธุรกิจไปสู่สินค้าและคาแรคเตอร์ไลฟ์สไตล์
🔹 2564 — เดินหน้าสู่ E-Commerce
บริษัทเปิด iccshopping.com เพื่อขยายช่องทางการขายออนไลน์ รวบรวมสินค้าและโปรโมชั่นจากแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือสหพัฒน์ ให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
🔹 2564–2565 — พัฒนารูปแบบร้านและประสบการณ์ลูกค้า
ICC ขยายแนวคิด At First “Inspiring Your Life” ที่ MBK Center เป็นพื้นที่รวมแบรนด์และสินค้าในเครือ เช่น Lacoste, Guy Laroche, DAKS, Naturalizer, Wacoal, BSC และ Elle เพื่อรองรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าและไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่
🔹 2567 — มุ่งเน้นนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจ
ICC ร่วมจัด Chairman Awards 2024 ของเครือสหพัฒน์ เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมด้านสินค้า กระบวนการผลิต ระบบการดำเนินงาน การตลาด และการบริการ ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจของกลุ่ม
🔹 2567 เป็นต้นมา — ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความยั่งยืน
บริษัทเดินหน้าการพัฒนาธุรกิจภายใต้แนวคิด Sustainable Development โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการบริหารห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีความรับผิดชอบ
🔹 2568–2569 — Transform สู่ธุรกิจที่เน้นลูกค้าและดิจิทัล
แนวทางล่าสุดของ ICC มุ่งไปที่การสร้างการเติบโตโดย ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ เชื่อมโยงช่องทางการขายแบบไร้รอยต่อ พร้อมเดินหน้าดิจิทัลและ E-Commerce รวมถึงสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและยกระดับ ICC ให้เป็นแบรนด์สมัยใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจ
สรุปภาพรวมพัฒนาการของ ICC
เครื่องสำอาง → แฟชั่น → ความงามและไลฟ์สไตล์ → Multi-Brand → E-Commerce/Digital → Customer-Centric & Sustainability
จุดเปลี่ยนสำคัญของ ICC จึงอยู่ที่การ ขยายจากธุรกิจเครื่องสำอางดั้งเดิมไปสู่ธุรกิจสินค้าแฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์ที่มีหลายแบรนด์และหลายช่องทางจำหน่าย พร้อมปรับตัวเข้าสู่การค้าดิจิทัลและการบริหารธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในระยะหลัง
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 900.15 | 1,255.09 | 618.16 | 881.84 | 985.40 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 1,411.57 | 1,426.95 | 1,412.82 | 1,187.39 | 1,160.70 |
| สินค้าคงเหลือ | 2,752.02 | 3,034.26 | 2,391.53 | 2,912.09 | 2,215.35 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 6,762.43 | 6,890.11 | 6,680.78 | 6,854.19 | 6,186.03 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 2,295.96 | 2,410.25 | 2,507.04 | 2,390.56 | 2,517.78 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 28,053.88 | 28,632.21 | 28,133.76 | 28,176.60 | 28,957.54 |
| รวมสินทรัพย์ | 34,816.31 | 35,522.32 | 34,814.54 | 35,030.80 | 35,143.57 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 16.65 | 26.69 | 34.80 | 31.55 | 34.60 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 1,492.13 | 1,568.40 | 1,149.22 | 1,162.93 | 1,071.63 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,880.32 | 1,953.81 | 1,507.37 | 1,536.30 | 1,413.69 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 3,684.42 | 3,839.78 | 3,555.82 | 3,644.50 | 3,591.09 |
| รวมหนี้สิน | 5,564.74 | 5,793.58 | 5,063.19 | 5,180.80 | 5,004.79 |
| ทุนจดทะเบียน | 500.00 | 365.00 | 500.00 | 500.00 | 500.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 290.63 | 365.00 | 500.00 | 500.00 | 500.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,487.14 | 1,487.19 | 1,487.22 | 1,487.22 | 1,487.22 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 15,023.44 | 15,595.43 | 16,411.54 | 16,056.09 | 16,339.54 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 12,379.13 | 11,989.16 | 11,082.08 | 11,529.38 | 11,558.22 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 51.43 | 51.43 | 51.43 | 51.43 | 51.43 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 29,180.36 | 29,436.78 | 29,480.84 | 29,572.69 | 29,884.98 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 71.22 | 291.96 | 270.50 | 277.31 | 253.81 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 8,842.68 | 8,734.92 | 8,337.47 | 4,081.53 | 3,775.98 |
| รายได้อื่น | 268.25 | 283.90 | 299.32 | 167.61 | 139.86 |
| รวมรายได้ | 10,031.96 | 10,419.32 | 9,823.98 | 5,264.53 | 4,420.70 |
| ต้นทุน | 6,297.24 | 6,350.63 | 5,791.91 | 2,818.20 | 2,516.20 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 2,783.04 | 3,023.13 | 3,257.70 | 1,641.31 | 1,600.31 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 9,080.28 | 9,418.92 | 9,049.61 | 4,459.52 | 4,116.51 |
| EBITDA | 1,511.09 | 1,566.28 | 1,218.75 | 1,052.14 | 513.28 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 561.45 | 528.20 | 483.69 | 245.23 | 220.13 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 949.65 | 1,038.08 | 735.07 | 806.91 | 293.15 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 894.22 | 982.95 | 795.70 | 798.92 | 278.00 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 3.08 | 2.69 | 1.59 | 1.60 | 0.56 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 141.06 | -24.10 | 253.66 | -48.48 | 210.13 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | 766.03 | 1,093.97 | -312.44 | 89.19 | 668.62 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -710.35 | -714.93 | -578.65 | -414.25 | -511.84 |
| เงินสดสุทธิ | 196.74 | 354.94 | -637.42 | -373.54 | 366.91 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 7.19 | 7.03 | 8.93 | 9.04 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 50.74 | 51.92 | 40.88 | 40.37 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 2.20 | 2.13 | 2.14 | 2.14 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 166.28 | 170.96 | 170.57 | 170.45 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 6.11 | 7.09 | 7.08 | 9.10 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 59.71 | 51.50 | 51.53 | 40.10 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 157.32 | 171.38 | 159.91 | 170.72 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น ICC
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค | ข้อมูลล่าสุด 26 ก.ย. 2569
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า ICC ปิดล่าสุดที่ 23.90 บาท เพิ่มขึ้น +0.30 บาท (+1.27%) โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 23.20–23.90 บาท แต่มีปริมาณซื้อขายเพียง 500 หุ้น มูลค่าประมาณ 11,780 บาท สะท้อนว่าหุ้นมีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ จึงควรให้น้ำหนักกับ “ราคา + Volume” อย่างระมัดระวัง
🔥 ภาพกราฟที่ต้องจับตา
ICC อยู่ในโซน “พยายามฟื้นตัว แต่ยังต้องผ่านแนวต้านสำคัญ”
จากกรอบราคา 52 สัปดาห์ที่ 21.50–26.00 บาท ราคาปัจจุบัน 23.90 บาท อยู่ช่วงกลางถึงค่อนบนของกรอบดังกล่าว
ในมุมเทคนิค สามารถจับตาโซนสำคัญได้ดังนี้
🟢 แนวรับแรก 23.20–23.50 บาท — โซนที่ต้องรักษาไว้เพื่อไม่ให้โมเมนตัมระยะสั้นอ่อนตัว
🟢 แนวรับถัดไป 22.50–22.80 บาท — หากหลุดแนวรับแรก มีโอกาสกลับมาทดสอบโซนนี้
🔴 แนวต้าน 24.00–24.50 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้อย่างชัดเจน
🔴 แนวต้านสำคัญ 25.00–26.00 บาท — บริเวณใกล้ High 52 สัปดาห์ที่ 26 บาท
⚡ สัญญาณ Breakout
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ 23.90 บาท ซึ่งเป็นราคาปิดล่าสุดและเป็น High ของวันด้วย
ถ้าราคาสามารถ ยืนเหนือ 24.00–24.50 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะทำให้ภาพการฟื้นตัวดูแข็งแรงขึ้น และเปิดทางให้ตลาดจับตาโซน 25.00–26.00 บาท
แต่สำหรับ ICC ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ Volume ล่าสุดต่ำมาก การขยับของราคาเพียงเล็กน้อยอาจทำให้กราฟดูเหมือน Breakout ทั้งที่ยังไม่มีแรงซื้อยืนยันเพียงพอ
📊 Momentum
ข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังจาก SET ระบุว่า ICC ให้ผลตอบแทน 5 วัน -0.84%, 20 วัน -1.26%, 60 วัน -4.45% และ YTD -3.67% ขณะที่ราคาล่าสุดดีดขึ้น 1.27% ดังนั้นภาพปัจจุบันจึงยังตีความได้ว่าเป็น การพยายามสร้างจังหวะฟื้นตัว มากกว่าการเข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Beta ของ ICC อยู่เพียง 0.14 ตามข้อมูล YTD ของ SET ซึ่งสะท้อนว่าการเคลื่อนไหวของราคาค่อนข้างนิ่งเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม
🚨 จุดที่ต้องระวัง
ถ้าหลุด 23.20 บาท และมีแรงขายเพิ่มขึ้น ภาพการฟื้นตัวระยะสั้นจะเริ่มเสียทรง และควรจับตาโซน 22.50–22.80 บาทต่อไป
ขณะเดียวกัน การขึ้นผ่าน 24–24.50 บาทแต่ ไม่มี Volume สนับสนุน ก็ยังไม่ใช่สัญญาณ Breakout ที่แข็งแรง
หุ้นสภาพคล่องต่ำ = ต้องดู Volume ยืนยันมากกว่าดูราคาเพียงอย่างเดียว
🎯 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
ICC กำลังจ่อทดสอบแนวต้าน 24 บาท! 🔥
ราคาปิดล่าสุด 23.90 บาท +1.27% หลังขยับขึ้นจากกรอบระหว่างวันที่ 23.20–23.90 บาท แต่จุดที่ต้องจับตาคือ Volume เพราะการซื้อขายล่าสุดมีเพียง 500 หุ้น
หาก ผ่าน 24.00–24.50 บาท + Volume เข้ามาแรง → มีโอกาสเปิด Momentum ไปทดสอบ 25.00 และ 26.00 บาท
แต่ถ้า ไม่ผ่านแนวต้านและหลุด 23.20 บาท → ต้องระวังการพักฐานกลับลงมาทดสอบโซน 22.50–22.80 บาท
เกมนี้ไม่ได้อยู่ที่ “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” อย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า “เบรกแล้วมี Volume ยืนยันหรือไม่” 📊
หมายเหตุ: เป็นการอ่านโครงสร้างราคาและระดับสำคัญเชิงเทคนิค ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น ICC — บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ICC เป็นบริษัทในกลุ่ม บริการ/พาณิชย์ (Services/Commerce) ของ SET โดยมีธุรกิจหลักเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ทั้งเครื่องสำอาง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวพรรณ ชุดชั้นใน เสื้อผ้า ชุดกีฬา เครื่องหนัง รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ามากกว่า 60 แบรนด์ และมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมหลายพื้นที่ในประเทศไทย
- ภาพรวมธุรกิจ
ICC มีจุดเด่นที่ไม่ได้พึ่งพาสินค้าเพียงประเภทเดียว แต่ทำหน้าที่ตั้งแต่ คัดเลือกแบรนด์ → พัฒนาสินค้า → การตลาด → กระจายสินค้า → จำหน่ายผ่านหลายช่องทาง โดยบริษัทกำลังปรับโมเดลธุรกิจไปสู่ Omni-Channel และเพิ่มความสำคัญของ E-commerce/Digital Platform ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่
เครื่องสำอางและความงาม — เครื่องสำอาง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม
แฟชั่นและเครื่องแต่งกาย — ชุดชั้นใน ชุดชั้นนอก เสื้อผ้าบุรุษ/สตรี
กีฬา — เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา
สินค้าเด็ก
เครื่องหนังและสินค้าแฟชั่น
สินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท
การบริหารและทำตลาดแบรนด์ที่บริษัทเป็นผู้จัดจำหน่าย
บริษัทมีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 2507 และสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 80 ไร่บริเวณถนนสาธุประดิษฐ์ โดย ณ สิ้นปี 2568 มีพนักงาน 3,101 คน - โครงสร้างธุรกิจและจุดแข็ง
สิ่งที่น่าสนใจของ ICC คือ Asset + Brand + Distribution Network
บริษัทไม่ได้มีเพียงรายได้จากการขายสินค้า แต่ยังมีฐานทรัพย์สินและเงินลงทุนจำนวนมาก
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมประมาณ 34,814.54 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ประมาณ 5,063.19 ล้านบาท ทำให้โครงสร้างหนี้ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับฐานสินทรัพย์ โดย D/E อยู่ที่ประมาณ 0.17 เท่า
นอกจากนี้ สินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจมีทั้ง
ที่ดิน 213 แปลง รวมประมาณ 92 ไร่ 3 งาน 37.65 ตารางวา
อาคาร 111 แห่ง
สิทธิการเช่า
เครื่องหมายการค้า
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
โดยเฉพาะที่ดินและอาคารทำให้ ICC มีฐานทรัพย์สินที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ในตลาด
3. ผลประกอบการ — จุดที่ต้องจับตารายได้จากธุรกิจหลัก
| รายการ | 2566 | 2567 | 2568 | 6M/2568 | 6M/2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 8,842.68 ลบ. | 8,734.92 ลบ. | 8,337.47 ลบ. | 4,081.53 ลบ. | 3,775.98 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 899.45 ลบ. | 994.77 ลบ. | 797.23 ลบ. | 800.39 ลบ. | 272.93 ลบ. |
| Net Margin | 8.97% | 9.55% | 8.12% | 15.20% | 6.17% |
ข้อมูล SET ระบุว่า 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการดำเนินธุรกิจลดลง 7.49% YoY และกำไรสุทธิลดลง 65.20% YoY จึงถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดของ ICC ในช่วงปัจจุบัน
แต่มีอีกมุมที่น่าสนใจ
ต้นทุนขาย 6M/2569 ลดลง 10.72% ซึ่งลดเร็วกว่ารายได้ ทำให้ Gross Margin ก่อนหักค่าเสื่อมฯ และค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจาก 36.96% เป็น 39.19%
แปลว่า ปัญหาปัจจุบันไม่ได้เกิดจากต้นทุนสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องติดตามระดับรายได้ ค่าใช้จ่ายในการขาย/บริหาร และรายได้อื่นอย่างใกล้ชิด
4. ทำไมกำไรปี 2568 ลดลง?
ปี 2568 ICC มีกำไรสุทธิ 797.23 ล้านบาท ลดลง 19.86% จากปี 2567
สาเหตุสำคัญตามรายงานบริษัทคือ รายได้อื่นลดลง 227.57 ล้านบาท หรือ 13.28% โดยหลักมาจากเงินปันผลและดอกเบี้ยรับจากสถาบันการเงินในประเทศที่ลดลง
ขณะเดียวกัน บริษัทลดต้นทุนขายได้ 8.80% เหลือ 5,791.91 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่น การตลาด และการลงทุนด้านเทคโนโลยี
ดังนั้นต้องแยกให้ชัดว่า
ธุรกิจหลักไม่ได้แย่ลงทุกมิติ แต่กำไรสุทธิได้รับแรงกดดันจากรายได้อื่นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
5. ฐานะการเงิน
จุดเด่นของ ICC คือฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง
Current Ratio ประมาณ 4.38 เท่า
D/E ประมาณ 0.17 เท่า
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ 30 มิ.ย. 2569 ประมาณ 985.40 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 6M/2569 เป็นบวก 210.13 ล้านบาท
Cash Flow จากกิจกรรมลงทุน 6M/2569 เป็นบวก 668.62 ล้านบาท
น่าสนใจตรงที่บริษัทมีสินทรัพย์ทางการเงินและเงินลงทุนจำนวนมาก ทำให้ ICC มีลักษณะเป็นบริษัทที่มีทั้ง Operating Business + Investment/Asset Base
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรแยก กำไรจากธุรกิจหลัก ออกจากผลตอบแทนจากเงินลงทุนและรายได้อื่น เพราะสองส่วนนี้มีความผันผวนต่างกัน
6. สินค้าคงเหลือ — ตัวแปรสำคัญ
ธุรกิจแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภคมีความเสี่ยงเรื่อง สินค้าเก่า/สินค้าตกรุ่น
ณ สิ้นปี 2568 สินค้าคงเหลือสุทธิอยู่ที่ประมาณ 2,381 ล้านบาท ลดลงจากประมาณ 3,022 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นผลจากการปรับปรุงการบริหารสินค้าคงเหลือและลดการซื้อสินค้าที่เคลื่อนไหวช้า
นี่เป็นสัญญาณที่ควรติดตามต่อ เพราะธุรกิจแฟชั่นถ้าคุม Inventory ได้ดี จะช่วยลด
Stock → Markdown → Promotion → Margin Pressure
ได้อย่างมีนัยสำคัญ
7. กลยุทธ์ 2569–2571
ICC กำหนด Strategic Plan ช่วง 2026–2028 ภายใต้แนวคิด B.E.S.T.
B — Building Customer-Centric Growth
สร้างการเติบโตโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
E — Empowering People with Technology
ใช้เทคโนโลยีเพิ่มศักยภาพบุคลากร
S — Strengthening Innovation Ecosystem
สร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและร่วมมือกับพันธมิตร
T — Transforming into a Modern Brand
ปรับภาพลักษณ์และแบรนด์ให้ทันสมัย
พร้อมกับเป้าหมายด้าน Omni-Channel, Digital Platform, E-commerce และ Customer Experience
ดังนั้น Theme ที่น่าจับตาของ ICC ไม่ใช่เพียง “ขายเสื้อผ้า/เครื่องสำอาง” แต่คือ
การเปลี่ยนจาก Distributor แบบดั้งเดิม → Integrated Commercial Platform
8. ความเสี่ยงของ ICC
🔴 1. การแข่งขันสูง
บริษัทระบุว่าตลาดเครื่องสำอางมีการแข่งขันทั้งจากแบรนด์ต่างประเทศ แบรนด์ไทย และแบรนด์ขนาดเล็กที่ใช้ Online Platform เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น
ด้านเสื้อผ้าเองก็เผชิญการแข่งขันจากแบรนด์ต่างประเทศและผู้เล่นที่ใช้กลยุทธ์ Volume + Low Price + Online
🔴 2. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว
ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าผ่าน Online/E-commerce มากขึ้น ทำให้บริษัทต้องลงทุนใน Digital และ Omni-Channel ต่อเนื่อง
🔴 3. Inventory Risk
สินค้าแฟชั่นมีความเสี่ยงเรื่องสินค้าไม่ตรงเทรนด์และสินค้าค้างสต็อก บริษัทจึงต้องบริหาร Stock อย่างแม่นยำ
🔴 4. ต้นทุนวัตถุดิบและขนส่ง
บริษัทระบุถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง ซึ่งอาจกระทบต้นทุนและความสามารถในการตั้งราคาขาย
🔴 5. ธุรกิจต่างประเทศ
บริษัทระบุว่าในปี 2568 สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชากระทบการดำเนินงานในกัมพูชา และบริษัทตัดสินใจยุติการดำเนินธุรกิจในกัมพูชาช่วงปลายปี 2568
9. มุมมองเชิง VI
ถ้ามอง ICC แบบ Value Investor จุดที่น่าสนใจคือ
มุมมองเชิง Technical + Valuation
ข้อมูล ณ 25 ก.ย. 2569 ราคา ICC อยู่ประมาณ 23.90 บาท ขณะที่ SET แสดง P/BV ประมาณ 0.40 เท่า แต่ P/E ประมาณ 43.49 เท่า
นี่เป็นภาพที่น่าสนใจมาก:
P/BV ต่ำมาก → ตลาดให้ส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชีสูง
แต่
P/E สูง → กำไรปัจจุบันยังไม่สูงเมื่อเทียบกับราคาหุ้น
ดังนั้นการวิเคราะห์ ICC ไม่ควรมองเพียง P/BV ต่ำแล้วสรุปว่าถูก แต่ควรติดตามว่า กำไรจากธุรกิจหลักจะกลับมาเติบโตหรือไม่
สำหรับสายเทคนิค จุดที่ควรจับตาคือ สภาพคล่องการซื้อขาย เพราะ ICC เป็นหุ้นที่มี Turnover ค่อนข้างต่ำ โดย SET รายงานมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน YTD 2569 เพียงประมาณ 0.67 ล้านบาท และ Turnover 0.96%
ดังนั้นการเกิด Breakout + Volume จะมีความสำคัญมากกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว
สินทรัพย์จำนวนมาก
สินทรัพย์รวมกว่า 34,800 ล้านบาท ขณะที่ Market Cap ณ 25 ก.ย. 2569 ประมาณ 11,950 ล้านบาท
D/E ต่ำ ประมาณ 0.17 เท่า
มี Cash และ Investment Asset จำนวนมาก มีฐานธุรกิจและแบรนด์ที่ดำเนินงานมายาวนาน
มีอสังหาริมทรัพย์และที่ดินจำนวนมาก
แต่จุดที่ VI ต้องระวังคือ Book Value สูงไม่ได้แปลว่ากำไรในอนาคตจะเติบโตสูง เพราะปัจจุบัน ROE และ ROA ลดลงอย่างชัดเจน โดย 6M/2569 อยู่ที่ประมาณ 0.92% และ 0.63% ตามข้อมูล SET
🔎 สรุปภาพ ICC แบบนักวิเคราะห์หุ้น
| ประเด็น | ภาพรวม |
|---|---|
| ธุรกิจ | 🟢 กระจายหลายหมวดสินค้า |
| แบรนด์/เครือข่าย | 🟢 แข็งแรงและมีประวัติยาวนาน |
| สินทรัพย์ | 🟢 ฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่ |
| หนี้สิน | 🟢 D/E ต่ำ |
| กระแสเงินสด | 🟢 6M/69 จากดำเนินงานเป็นบวก |
| Gross Margin | 🟢 ดีขึ้น |
| รายได้ | 🔴 ลดลงต่อเนื่อง |
| กำไรสุทธิ | 🔴 6M/69 ลดลงแรง |
| ROE/ROA | 🔴 อยู่ในระดับต่ำ |
| Inventory | 🟡 ดีขึ้น แต่ต้องติดตาม |
| E-commerce | 🟡 เป็นทั้งโอกาสและต้นทุนการปรับตัว |
| Valuation | 🟡 P/BV ต่ำ แต่ P/E สูง |
| สภาพคล่องหุ้น | 🔴 ต่ำ ต้องระวัง Volume |
🎯 ประเด็นที่ “ต้องดูต่อ” ของ ICC
รายได้ฟื้นหรือไม่ → Gross Margin รักษาระดับได้หรือไม่ → ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงหรือสร้างยอดขายเพิ่มได้หรือไม่ → รายได้อื่นกลับมาหรือไม่ → ROE ฟื้นหรือไม่ ถ้า 5 จุดนี้เริ่มฟื้นพร้อมกัน ภาพของ ICC จะเปลี่ยนจาก “หุ้นสินทรัพย์เยอะ แต่กำไรชะลอ” ไปสู่ “Asset Play + Earnings Recovery” ได้ แต่ข้อมูลล่าสุด ณ 6M/2569 ยังสะท้อนว่าการฟื้นตัวของกำไร ยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จึงควรให้น้ำหนักกับงบไตรมาสถัดไปเป็นพิเศษ

