รูปโฆษณา โดยมีข้างหลังเป็นกราฟหุ้น มีรูปตึก SET ประกอบ

วิเคราะห์ หุ้น LST บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น LST บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น LST บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) LST อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ Lam Soon (Thailand) Public Company Limited หรือหุ้น LST ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการผลิต “น้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช เนยเทียม และผลิตภัณฑ์ไขมันพิเศษ” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ LST

จุดแข็งของทรัพย์สิน LST
มี “โรงงานผลิตครบวงจร” ช่วยควบคุมต้นทุนได้ดี
มีธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่สวนปาล์ม → โรงสกัด → ผลิตสินค้าแบรนด์
เครื่องจักรและระบบผลิตเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สร้างรายได้ระยะยาว
มีฐานสินทรัพย์มั่นคง เหมาะกับหุ้นสายปันผลและธุรกิจอาหารจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างสินค้าที่สร้างรายได้หลัก
น้ำมันพืช
มาการีน
เนยขาว
ไขมันผสม
ผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหาร


ธุรกิจสวนปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มดิบ
ถือเป็นต้นน้ำสำคัญของกลุ่ม
ผลิตวัตถุดิบป้อนให้ธุรกิจน้ำมันพืชของ LST
Universal Food Public Company Limited (UFC)
ธุรกิจแปรรูปผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ และอาหารกระป๋อง
ส่งออกทั้งในและต่างประเทศ
มีแบรนด์สินค้าอาหารและเครื่องดื่มหลายประเภท
Lam Soon Holding Co., Ltd.
บริษัทโฮลดิ้งหลักที่ถือหุ้นใหญ่ใน LST
ถือหุ้นประมาณ 42% ของ LST
Lam Soon Cannery Pte. Ltd.
บริษัทโฮลดิ้งจากสิงคโปร์
เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ LST
โครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม LST
กลุ่มล่ำสูงถือว่าเป็น “อาณาจักรน้ำมันปาล์มและอาหาร” ที่เชื่อมต่อกันครบวงจร
ต้นน้ำ → สวนปาล์ม / น้ำมันปาล์มดิบ
กลางน้ำ → โรงกลั่นน้ำมันพืช มาการีน ไขมันพืช
ปลายน้ำ → อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ซอส และสินค้าผู้บริโภค
จุดแข็งคือสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดี โดยเฉพาะช่วงราคาน้ำมันปาล์มผันผวน ทำให้ LST มีเสถียรภาพมากกว่าผู้ผลิตรายเล็กหลายราย
สินค้าเด่นของกลุ่ม
แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยจากเครือ LST เช่น
น้ำมันพืชตราหยก
มาการีนและไขมันพืช
ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป
น้ำผลไม้และอาหารกระป๋อง
ภาพรวมเชิงลงทุน
หุ้น LST มักถูกมองเป็นหุ้นแนว
ปันผลสม่ำเสมอ
ธุรกิจอาหารจำเป็นต่อการบริโภค
กระแสเงินสดค่อนข้างมั่นคง
ได้อานิสงส์เมื่อราคาน้ำมันปาล์มอยู่ในระดับสูง
แต่ความเสี่ยงสำคัญคือ
ราคาปาล์มโลกผันผวน
ต้นทุนวัตถุดิบเกษตร
การแข่งขันในตลาดน้ำมันพืชและอาหารแปรรูป



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ร้านอาหารและธุรกิจอาหารใช้น้ำมันลดลง
ตลาด HoReCa ชะลอตัว
อาจส่งผลต่อรายได้ของบริษัทในบางช่วง

ความเสี่ยงด้าน Free Float และสภาพคล่องหุ้น
LST เป็นหุ้นที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ถือครองสัดส่วนค่อนข้างสูง ทำให้ Free Float ไม่สูงมากนัก
ผลที่ตามมา:
วอลุ่มซื้อขายบางวันเบาบาง
ราคาหุ้นอาจแกว่งแรงเมื่อมีแรงซื้อหรือขายก้อนใหญ่
นักลงทุนรายใหญ่เข้าออกยาก
สรุปภาพรวมความเสี่ยง
LST เป็นหุ้น “สาย Defensive” ในกลุ่มอาหารและน้ำมันพืช มีจุดเด่นเรื่องฐานธุรกิจมั่นคงและปันผลสม่ำเสมอ แต่ความเสี่ยงหลักคือ
ราคาวัตถุดิบโลก
ต้นทุนปาล์มและถั่วเหลือง
การแข่งขันสูง
ค่าเงินบาท
ความผันผวนของ Margin
ดังนั้น นักลงทุนควรจับตา
ราคาน้ำมันปาล์มโลก
แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ
กำไรขั้นต้น (Gross Margin)
ทิศทางค่าเงินบาท
ภาวะกำลังซื้อผู้บริโภค
เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อกำไรของ LST ในแต่ละไตรมาส 🚨📉

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG
ธุรกิจน้ำมันปาล์มทั่วโลกถูกจับตามองเรื่อง
การบุกรุกป่า
การปล่อยคาร์บอน
ความยั่งยืนของซัพพลายเชน
หากมาตรฐาน ESG โลกเข้มงวดขึ้น อาจทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น หรือกระทบภาพลักษณ์บริษัทได้

ความเสี่ยงจากค่าเงินบาทและการนำเข้า
LST มีการใช้วัตถุดิบนำเข้าและเกี่ยวข้องกับตลาดโลก
หากเงินบาทอ่อนค่าแรง
ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น
กระทบต้นทุนการผลิต
กดดันกำไรสุทธิ
โดยเฉพาะช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรโลกพุ่งพร้อมเงินบาทอ่อน

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจน้ำมันปาล์ม
แม้บริษัทจะขยายไปสู่ธุรกิจอาหารและสินค้าอื่น แต่รายได้หลักยังเชื่อมโยงกับ “น้ำมันปาล์ม”
หากอุตสาหกรรมปาล์มเข้าสู่ช่วงขาลงระยะยาว อาจกระทบผลประกอบการโดยตรง




กลุ่มบริษัทในเครือของ Lam Soon (Thailand) Public Company Limited หรือหุ้น LST ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ “น้ำมันปาล์ม – อาหาร – เกษตรอุตสาหกรรม” แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมีบริษัทสำคัญดังนี้
บริษัทในเครือหลักของ LST
Sahakol Palm Oil Industry Public Company Limited (SPO)
วิเคราะห์ “ความเสี่ยงของธุรกิจ” หุ้น LST บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
LST ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช มาการีน และไขมันพืชผสม รวมถึงมีธุรกิจอาหารแปรรูปผ่านบริษัทย่อย ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านแบรนด์และเครือข่ายการผลิต แต่ก็มี “ความเสี่ยงสำคัญ” ที่นักลงทุนต้องจับตาเช่นกัน

ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
สินค้าของบริษัทเกี่ยวข้องกับ “สินค้าอุปโภคบริโภค”
หากเศรษฐกิจชะลอตัว
ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น Lam Soon (Thailand) Public Company Limited หรือ LST มีเส้นทางการเติบโตที่น่าสนใจจาก “ผู้ผลิตน้ำมันพืช” สู่กลุ่มธุรกิจอาหารและเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญดังนี้
จุดเริ่มต้นธุรกิจ (ปี 2517)
LST ก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน ปี 2517 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช มาการีน และไขมันพืชผสมในประเทศไทย
บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Lam Soon Group จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมอาหารและน้ำมันพืชมายาวนาน
ขยายฐานธุรกิจอาหารและเกษตรอุตสาหกรรม
หลังจากสร้างฐานธุรกิจน้ำมันพืชได้แข็งแกร่ง บริษัทเริ่มขยายไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น
ผลิตมาการีนและเนยขาวสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร
ผลิตไขมันพืชชนิดพิเศษ
ธุรกิจแปรรูปผักและผลไม้
ธุรกิจพลังงานชีวภาพจากไบโอแก๊ส
รวมถึงมีการถือหุ้นในบริษัทลูกสำคัญ เช่น
United Palm Oil Industry Public Company Limited
Universal Food Public Company Limited
ทำให้ LST กลายเป็นกลุ่มธุรกิจอาหารครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (ปี 2539)
LST เข้าจดทะเบียนใน The Stock Exchange of Thailand เมื่อปี 2539 ด้วยราคา IPO 35 บาทต่อหุ้น
การเข้าตลาดทุนช่วยเพิ่มศักยภาพในการระดมทุน ขยายกำลังการผลิต และเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ
ยุคพัฒนามาตรฐานการผลิต
LST ลงทุนต่อเนื่องด้านเทคโนโลยีการผลิต และระบบมาตรฐานสากล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ เช่น
ระบบคุณภาพอาหาร
มาตรฐานความปลอดภัย
การบริหารสิ่งแวดล้อม
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างแบรนด์สินค้าอาหารที่แข็งแรงในตลาดไทย
การเติบโตในยุคสินค้าอุปโภคบริโภค
LST ได้อานิสงส์จากความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม
น้ำมันพืช
ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่
อุตสาหกรรมอาหาร
ร้านอาหารและโรงงานแปรรูป
ทำให้รายได้และกำไรของบริษัทมีความมั่นคงกว่าหุ้นวัฏจักรหลายประเภท
พัฒนาสู่หุ้นปันผลสาย Value Stock
ปัจจุบัน LST ถูกมองว่าเป็นหุ้น “Value Stock” ในกลุ่มอาหาร ด้วยจุดเด่นคือ
ธุรกิจมั่นคง
กระแสเงินสดแข็งแรง
มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่อง
ความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเก็งกำไร
และยังมีฐานผู้ถือหุ้นใหญ่จากต่างประเทศที่แข็งแกร่ง
วิสัยทัศน์อนาคต
LST ตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านคุณภาพสินค้า เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
เรียกได้ว่า LST คือ “หุ้นอาหารสายปันผล” ที่เติบโตจากธุรกิจน้ำมันพืช สู่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร ที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่งมาได้ยาวนานกว่า 50 ปี 🚀

ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
ธุรกิจของ LST พึ่งพา “น้ำมันปาล์มดิบ” และ “ถั่วเหลือง” เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ผันผวนตาม
ภาวะอากาศ
ผลผลิตทางการเกษตร
ราคาน้ำมันโลก
ค่าเงินบาท
สงครามการค้าและนโยบายส่งออกของประเทศผู้ผลิต
หากต้นทุนวัตถุดิบพุ่งแรง แต่บริษัทไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้ทัน จะกระทบ “อัตรากำไร” ทันที

ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดน้ำมันพืชในไทยแข่งขันรุนแรงมาก ทั้งจากแบรนด์ใหญ่และสินค้านำเข้า
การตัดราคากันในตลาด
โปรโมชั่นรุนแรง
ต้นทุนการตลาดสูง
แม้ LST มีแบรนด์แข็งแรง แต่หากคู่แข่งใช้กลยุทธ์ราคาหนัก อาจกดดันยอดขายและกำไรได้


หน่วย: ล้านบาท


หน่วย: ล้านบาท


หน่วย: ล้านบาท


ปรับข้อมูลเต็มปี



วิเคราะห์หุ้น LST บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
LST คือหุ้นสาย “ปันผล-อาหารจำเป็น” ที่หลายคนมองข้าม… แต่กำลังซ่อนพลังของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่คนไทยใช้ทุกวัน!
จุดเด่นของบริษัทคือการผลิตและจำหน่าย “น้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช มาการีน และไขมันพืชผสม” ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในอุตสาหกรรมอาหารและครัวเรือน ทำให้รายได้มีความมั่นคงกว่าหุ้นวัฏจักรหลายตัวในตลาด
จุดแข็งของธุรกิจ LST

  1. ธุรกิจอาหาร “จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน”
    LST อยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเน้นผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชและไขมันสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีความต้องการต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจชะลอ
    สินค้าเด่น เช่น
    น้ำมันปาล์ม
    มาการีน
    ไขมันพืชผสม
    ผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหาร
    ถือเป็น “หุ้น Defensive” ที่มีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจมากกว่าหุ้นเก็งกำไรทั่วไป
  2. กระแสเงินสดแข็งแรง และขึ้นชื่อเรื่องปันผล
    LST เป็นหุ้นที่นักลงทุนสาย VI และสายปันผลจับตามอง เพราะมีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอในหลายปีที่ผ่านมา
    จุดนี้ทำให้หุ้นมีเสน่ห์ในช่วงตลาดผันผวน เพราะนักลงทุนยังได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล แม้ราคาหุ้นอาจไม่หวือหวา
  3. ราคาวัตถุดิบ คือ “ตัวเร่งกำไร”
    ธุรกิจของ LST เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO)
    หากช่วงใด:
    ราคาปาล์มอยู่ในระดับเหมาะสม
    ต้นทุนวัตถุดิบลดลง
    Margin ดีขึ้น
    กำไรของบริษัทมีโอกาส “เร่งตัวแรง” ได้ทันที
    ล่าสุดบริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนการบริหารต้นทุนและการฟื้นตัวของธุรกิจ
    ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
    ราคาปาล์มผันผวน
    ต้นทุนหลักของบริษัทคือวัตถุดิบปาล์มน้ำมัน หากราคาพุ่งแรงเกินไป อาจกดดันกำไรขั้นต้น
    การแข่งขันสูง
    ตลาดน้ำมันพืชในไทยแข่งขันรุนแรง ทั้งแบรนด์ใหญ่และผู้ผลิตรายอื่น
    กำไรอาจไม่โตหวือหวา
    LST เป็นหุ้นสาย “มั่นคง” มากกว่าสาย “เติบโตแรง” ดังนั้นคนที่ชอบหุ้นวิ่งแรงอาจรู้สึกว่าหุ้นเคลื่อนไหวช้า
    มุมมองทางเทคนิค
    ราคาหุ้น LST เคลื่อนไหวในลักษณะ “สะสมพลัง” มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
    จุดเด่นคือ:
    ความผันผวนต่ำ
    Volume ไม่ร้อนแรง
    นักลงทุนระยะยาวถือเยอะ
    หากกำไรฟื้นต่อเนื่อง และกระแสหุ้นปันผลกลับมา หุ้นมีโอกาสถูก “Re-rate” มูลค่าใหม่ได้
    เหมาะกับใคร?
    LST เหมาะกับนักลงทุนที่:
    ชอบหุ้นปันผล
    รับความผันผวนต่ำ
    เน้นสะสมระยะยาว
    มองหาหุ้นอาหาร Defensive
    ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
    สรุป
    LST อาจไม่ใช่หุ้นสายซิ่ง…
    แต่เป็น “ม้าศึกเงียบ” ของกลุ่มอาหาร ที่มีฐานธุรกิจแข็งแรง รายได้มั่นคง และปันผลน่าสนใจ
    ถ้าตลาดกลับเข้าสู่โหมด “เลือกหุ้นพื้นฐานดี”
    LST อาจกลายเป็นหุ้นที่นักลงทุนใหญ่แอบเก็บ… ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะเริ่มหันมามอง! 🚀📈

Disclaimer

ใส่ความเห็น