ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น FLOYD บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น FLOYD บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น FLOYD บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) FLOYD อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น FLOYD
บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD เป็นผู้รับเหมางานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร หรือ M&E โดยให้บริการตั้งแต่การออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ ติดตั้ง ทดสอบ ไปจนถึงบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร

บุคลากรและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม
แม้ไม่ถือเป็น “ทรัพย์สิน” ในความหมายทางบัญชีทั้งหมด แต่สำหรับ FLOYD บุคลากรและองค์ความรู้ถือเป็นทรัพยากรหลักของธุรกิจ เพราะบริษัทก่อตั้งโดยกลุ่มวิศวกรและมีประสบการณ์ดำเนินงานด้านวิศวกรรมประกอบอาคารมายาวนาน
บริษัทต้องอาศัยวิศวกรโครงการ วิศวกรประเมินราคา ช่างเทคนิค และบุคลากรควบคุมงานในการส่งมอบโครงการ ซึ่งบริษัทระบุว่าหน้าที่ของวิศวกรครอบคลุมตั้งแต่การประมาณต้นทุน จัดซื้อวัตถุดิบ ไปจนถึงควบคุมแรงงานและโครงการ

อาคารและสำนักงาน
สำนักงานใหญ่ของบริษัทในจังหวัดนนทบุรี ใช้เป็นศูนย์กลางบริหารงาน วิศวกรรม และสนับสนุนโครงการ
พื้นที่สำนักงานสำหรับฝ่ายบริหาร วิศวกร ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายควบคุมโครงการ
พื้นที่สำหรับจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานโครงการ
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 31/4 หมู่ 2 ซอยวัดส้มเกลี้ยง ถนนกาญจนาภิเษก อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

เครื่องมือและอุปกรณ์งานวิศวกรรม
ทรัพย์สินสำคัญของ FLOYD ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเครื่องมือที่ใช้ในการติดตั้งและทดสอบระบบ M&E เช่น
เครื่องมือช่างไฟฟ้า
เครื่องมือช่างเครื่องกล
เครื่องมือสำหรับงานระบบปรับอากาศ
เครื่องมือวัดและทดสอบระบบไฟฟ้า
อุปกรณ์สำหรับงานติดตั้งระบบท่อ
เครื่องมือสำหรับงานระบบสุขาภิบาล
อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับงานป้องกันและดับเพลิง
เนื่องจากบริษัทดำเนินงานแบบครบวงจร ตั้งแต่จัดหาและจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์จนถึงติดตั้ง จึงต้องมีเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานในโครงการต่าง ๆ

วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการ
ถือเป็นทรัพยากรสำคัญในการสร้างรายได้ของ FLOYD โดยเกี่ยวข้องกับงานระบบ ได้แก่
ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร
ระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ
ระบบสำรองไฟฟ้า เช่น UPS และ Generator
ระบบสื่อสารและเครือข่าย
ระบบ CCTV และ Access Control
ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (BAS)
ระบบเครื่องกล
ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC)
ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
ระบบป้องกันและดับเพลิง
ข้อมูลของบริษัทระบุว่าธุรกิจครอบคลุมทั้งการจัดหา จัดซื้อ และติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ภายในอาคาร

ทรัพย์สินระหว่างการก่อสร้างและงานตามโครงการ
FLOYD มีลักษณะธุรกิจรับเหมา ดังนั้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาจอยู่ในรูปของ วัสดุ อุปกรณ์ และต้นทุนงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะหมุนเวียนไปตามโครงการที่บริษัทได้รับ
บริษัทรับงานโดยตรงจากเจ้าของโครงการในฐานะ Prime Contractor และดำเนินงานตั้งแต่การออกแบบ จัดซื้อ ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบระบบ

ระบบเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ด้านวิศวกรรม
อีกส่วนหนึ่งคือทรัพย์สินที่ไม่ใช่กายภาพ เช่น
ระบบคอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์ออกแบบงานวิศวกรรม
ระบบบริหารจัดการโครงการ
ระบบจัดซื้อและควบคุมต้นทุน
ฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศภายในองค์กร
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อการ ออกแบบ ถอดแบบ ประเมินต้นทุน วางแผนงาน และควบคุมโครงการ

มองในมุม “ทรัพย์สินที่สร้างรายได้”


ประเด็นสำคัญ: FLOYD เป็นธุรกิจรับเหมางานระบบ ดังนั้นความสามารถในการสร้างรายได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการถือครองเครื่องจักรหรืออสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเหมือนธุรกิจอุตสาหกรรม แต่ขึ้นอยู่กับ Backlog + บุคลากรวิศวกรรม + ความสามารถในการบริหารโครงการ + การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ + เครื่องมือสำหรับติดตั้งงาน เป็นหลัก


ข้อมูลโครงสร้างธุรกิจของ FLOYD – บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) พบว่าปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีบริษัทย่อยที่สำคัญ 1 แห่ง คือ บริษัท บี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (BE ENERGY) โดย FLOYD ถือหุ้น 100%
🏢 กลุ่มบริษัทในเครือ FLOYD

บริษัท บี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด — BE ENERGY
สถานะ: บริษัทย่อยของ FLOYD
สัดส่วนการถือหุ้น: 100%
เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้โครงสร้างธุรกิจของ FLOYD โดยบริษัทเปิดเผยข้อมูล BE ENERGY ในฐานะบริษัทย่อยบนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์
🔎 สรุปโครงสร้าง
FLOYD
↓ ถือหุ้น 100%
BE ENERGY
ดังนั้น หากมองในมุม “กลุ่มบริษัทในเครือ” ของ FLOYD ปัจจุบันบริษัทที่ควรจับตาหลักคือ BE ENERGY ส่วนธุรกิจหลักของ FLOYD ยังคงเน้นงานรับเหมาระบบวิศวกรรมประกอบอาคารแบบครบวงจร โดยลูกค้าครอบคลุมห้างค้าปลีก อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และโรงงานอุตสาหกรรม
หมายเหตุ: บริษัทเคยมีความเกี่ยวข้องกับ บริษัท อีโคโน่ ซัพพลาย จำกัด และ บริษัท อีโคโน่ เทค จำกัด ในอดีต แต่ข้อมูลประวัติกรรมการระบุช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งถึงปี 2559 จึงไม่ควรนับเป็นบริษัทย่อยปัจจุบันโดยอัตโนมัติ

บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) — FLOYD
บริษัทแม่ ประกอบธุรกิจรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร หรือ MEP / M&E ครอบคลุมงานระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องกล ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาล ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบปรับอากาศ รวมถึงการออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบภายในอาคาร



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น FLOYD
บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD ดำเนินธุรกิจรับเหมางานวิศวกรรมระบบประกอบอาคาร หรือ MEP ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาล ระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบปรับอากาศ โดยมีลูกค้าหลากหลาย เช่น ห้างค้าปลีก อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และโรงงานอุตสาหกรรม
🔴 1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจรับเหมา
ธุรกิจ MEP มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งด้านราคา คุณภาพ ระยะเวลาส่งมอบ และประสบการณ์ของผู้รับเหมา หากบริษัทต้องแข่งขันด้วยการเสนอราคาต่ำเพื่อคว้างาน อาจทำให้ อัตรากำไรขั้นต้นลดลง และกระทบกำไรในระยะยาว
🔴 2. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุและอุปกรณ์
งานของ FLOYD ต้องจัดหาวัสดุและอุปกรณ์จำนวนมาก เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ระบบดับเพลิง และอุปกรณ์ระบบอาคาร หากราคาวัสดุ ค่าแรง หรือค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาสัญญาได้ทัน อาจเกิด ต้นทุนบานปลายและ Margin ถูกกดดัน
🔴 3. ความเสี่ยงจากการส่งมอบงานล่าช้า
ธุรกิจรับเหมามีความเชื่อมโยงกับผู้รับเหมารายอื่นและเจ้าของโครงการ หากโครงการก่อสร้างหลักล่าช้า การส่งมอบพื้นที่ล่าช้า หรือแบบก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ FLOYD ต้องใช้เวลาและต้นทุนเพิ่มขึ้น บริษัทเองระบุเรื่องการส่งมอบงานตรงเวลา คุณภาพ และความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญในการบริหารความเสี่ยง
🔴 4. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการใหม่
รายได้ของบริษัทมีลักษณะขึ้นอยู่กับการได้รับงานและการดำเนินโครงการ หากช่วงใดตลาดก่อสร้างชะลอตัว การลงทุนภาคเอกชนลดลง หรือโครงการใหม่เปิดตัวน้อยลง อาจทำให้ Backlog และรายได้ในอนาคตลดลง
🔴 5. ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด
ธุรกิจรับเหมามีลักษณะต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนก่อน ขณะที่การเรียกเก็บเงินจากลูกค้าจะเกิดตามความคืบหน้าของงาน หากลูกค้าจ่ายเงินล่าช้า หรือมีปัญหาเรื่องการตรวจรับงาน บริษัทอาจมี ลูกหนี้การค้าและเงินทุนจมสูงขึ้น ซึ่งกดดันกระแสเงินสด แม้ในทางบัญชีจะรับรู้รายได้แล้วก็ตาม
🔴 6. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงแบบและขอบเขตงาน
งาน MEP มีรายละเอียดทางวิศวกรรมสูง หากเจ้าของโครงการเปลี่ยนแบบ เพิ่มหรือลด Scope งาน หรือเกิดงานแก้ไข อาจทำให้ต้นทุนและระยะเวลาดำเนินงานเปลี่ยนแปลง หากการเจรจา Variation Order ไม่เป็นไปตามคาด อาจกระทบกำไรของโครงการ
🔴 7. ความเสี่ยงด้านบุคลากรและวิศวกร
FLOYD เป็นธุรกิจที่พึ่งพาความรู้และประสบการณ์ของวิศวกร ผู้จัดการโครงการ ช่างเทคนิค และบุคลากรเฉพาะทาง หากขาดแคลนแรงงานฝีมือหรือบุคลากรสำคัญ อาจส่งผลต่อความสามารถในการรับงานและการส่งมอบโครงการ
🔴 8. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
การทำงานในไซต์ก่อสร้างมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ หากเกิดเหตุร้ายแรง อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่าย การหยุดงาน ความล่าช้า การเรียกร้องค่าเสียหาย และกระทบชื่อเสียงของบริษัท โดย FLOYD ให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาชีวอนามัยและเป้าหมายลดอุบัติเหตุจากการทำงาน
🔴 9. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์
ลูกค้าของบริษัทมีทั้งกลุ่มค้าปลีก อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และโรงงาน ดังนั้น หากเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนภาคเอกชนหรือการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ลดลง อาจทำให้ความต้องการงานก่อสร้างและงานระบบลดลงตามไปด้วย
🔴 10. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้าและโครงการ
แม้บริษัทพยายามกระจายกลุ่มลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องของรายได้ แต่รายได้จากธุรกิจรับเหมามักมีความผันผวนตามจำนวนและขนาดของโครงการ หากโครงการขนาดใหญ่เลื่อน ยกเลิก หรือไม่ได้รับงานต่อเนื่อง อาจทำให้รายได้แต่ละช่วงผันผวนได้
🔴 11. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและ ESG
งานระบบไฟฟ้า ระบบอัคคีภัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่ค่าปรับ การแก้ไขงาน หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง บริษัทมีการบรรจุ ESG Risk เข้าไว้ในระบบบริหารความเสี่ยง และปรับปรุงกรอบบริหารความเสี่ยงตาม COSO ERM 2017 ในปี 2569
📌 สรุปมุมมองความเสี่ยง FLOYD
ความเสี่ยงหลักที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษ
งานใหม่ → Backlog → ต้นทุนโครงการ → Gross Margin → ลูกหนี้/กระแสเงินสด → กำไรสุทธิ
โดยเฉพาะ การควบคุมต้นทุนโครงการและการเก็บเงินจากลูกค้า เพราะเป็นปัจจัยที่สามารถทำให้ “มีรายได้แต่กำไรและกระแสเงินสดไม่เป็นไปตามคาด” ได้
สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ควรติดตามต่อจากงบการเงินล่าสุดคือ Backlog, รายได้จากงานก่อสร้าง, Gross Margin, ลูกหนี้การค้า, เงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน และกำไรสุทธิ ซึ่งบริษัทมีการเผยแพร่งบไตรมาส 1/2569 และ MD&A ล่าสุดบนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์แล้ว
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้เป็นการประเมินความเสี่ยงเชิงธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหุ้น


ข้อมูล ณ วันที่ 07 พ.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น FLOYD
บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD ดำเนินธุรกิจรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารแบบครบวงจร โดยครอบคลุมงานระบบไฟฟ้า เครื่องกล ระบบสื่อสาร สุขาภิบาล ป้องกันอัคคีภัย และปรับอากาศ หรือกลุ่มงาน MEP (Mechanical, Electrical and Plumbing)

Timeline พัฒนาการสำคัญ


🔎 จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของ FLOYD








สรุปแบบสายเทคนิค:
🚨 FLOYD กำลังทดสอบด่าน 1.10 บาท — ถ้าทะลุพร้อมวอลุ่ม มีลุ้นเร่งตัว แต่ถ้ายังผ่านไม่ได้ เกมยังเป็น Sideway ต้องจับตา 1.07–1.08 บาทเป็นแนวรับสำคัญ
หมายเหตุ: ข้อมูลราคาที่ SET แสดงในผลค้นหาล่าสุดที่ผมเข้าถึงได้เป็นข้อมูล 18 ก.ค. 2569 ไม่ใช่ราคาปิดวันที่ 11 ส.ค. 2569 ดังนั้นหากต้องการวิเคราะห์ แท่งเทียนล่าสุดวันที่ 11 ส.ค. 2569 แบบละเอียด ผมแนะนำให้ส่งภาพกราฟ FLOYD ล่าสุดมา แล้วผมจะวิเคราะห์ EMA, RSI, MACD, Volume, Breakout, แนวรับ-แนวต้าน และจุดเข้า/จุดตัดขาดทุน ให้ตรงกับกราฟครับ



วิเคราะห์หุ้น FLOYD — บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD เป็นหุ้นรับเหมางานระบบประกอบอาคาร (MEP) ครอบคลุมระบบไฟฟ้า สื่อสาร สุขาภิบาล ป้องกันอัคคีภัย ระบบปรับอากาศ รวมถึงงานระบบสำหรับ Data Center ซึ่งเป็นธีมที่น่าสนใจในระยะกลาง-ยาว
มุมมองโดยรวม: “พื้นฐานเริ่มฟื้น + ธีม Data Center เด่น + ฐานะการเงินน่าสนใจ แต่ราคาหุ้นต้องรอวอลุ่มยืนยัน”


โซนที่ต้องจับตา:


สัญญาณ Bullish ที่อยากเห็น:
ราคาทะลุ 1.10-1.15 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ถ้าทะลุได้จริง จะเป็นการเปลี่ยนภาพจากหุ้นที่แกว่งสะสมไปสู่ Momentum Play
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.10-1.15 บาท และ Volume ไม่เข้ามา หุ้นยังมีโอกาสแกว่งออกข้างต่อ

🎯 มุมมองสุดท้าย
“หุ้นเล็ก แต่ Story ใหญ่ — จุดเปลี่ยนอยู่ที่การเปลี่ยนโอกาส Data Center และงานประมูลให้กลายเป็น Backlog และกำไรจริง”
สำหรับสายเทคนิค ยังไม่ใช่จุดที่ควรไล่ราคาโดยไม่มี Volume แต่ถ้าเห็น 1.10-1.15 บาทถูก Break พร้อมวอลุ่มหนาแน่น จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะมีโอกาสเปลี่ยน Momentum ของหุ้นได้
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และราคาที่กล่าวถึงอ้างอิงข้อมูลล่าสุดที่แหล่งข้อมูลเปิดเผยได้ ไม่ใช่ราคาสด ณ วินาทีนี้.


Disclaimer

ใส่ความเห็น