ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น TFFIF กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย

วิเคราะห์ หุ้น TFFIF กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย

วิเคราะห์ หุ้น TFFIF กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ชื่อย่อ หุ้น คือ TFFIF อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)



รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.11บาท11 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 25690.12บาท16 มิ.ย. 2569เงินปันผล
01 ต.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.12บาท18 มี.ค. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2568 – 30 ก.ย. 25680.11บาท25 ธ.ค. 2568เงินปันผล
01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.11บาท15 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 25680.12บาท16 มิ.ย. 2568เงินปันผล
01 ต.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.12บาท17 มี.ค. 2568เงินปันผล
–0.12บาท27 ธ.ค. 2567เงินปันผล
01 เม.ย. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.11บาท13 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 มี.ค. 25670.11บาท14 มิ.ย. 2567เงินปันผล
01 ต.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.10บาท20 มี.ค. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2566 – 30 ก.ย. 25660.11บาท28 ธ.ค. 2566เงินปันผล
01 เม.ย. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.10บาท19 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 มี.ค. 25660.10บาท19 มิ.ย. 2566เงินปันผล
01 ต.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.10บาท21 มี.ค. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 30 ก.ย. 25650.10บาท28 ธ.ค. 2565เงินปันผล
01 เม.ย. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.09บาท14 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 มี.ค. 25650.09บาท17 มิ.ย. 2565เงินปันผล
01 ต.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.09บาท21 มี.ค. 2565เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 30 ก.ย. 25640.06บาท17 ธ.ค. 2564เงินปันผล
01 เม.ย. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.07บาท15 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 มี.ค. 25640.09บาท16 มิ.ย. 2564เงินปันผล
01 ต.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.10บาท17 มี.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TFFIF
TFFIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย มีลักษณะแตกต่างจากบริษัททั่วไป เพราะกองทุนไม่ได้เข้าไปดำเนินงานทางพิเศษเอง แต่ลงทุนใน สิทธิที่จะได้รับรายได้จากค่าผ่านทาง ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนเข้าลงทุน โดยมีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้บริหารจัดการทางพิเศษในกิจวัตรประจำวัน

  1. สิทธิในรายได้จากทางพิเศษฉลองรัช
    ทรัพย์สินหลักของ TFFIF คือ สิทธิที่จะได้รับรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิ จากเส้นทางปัจจุบันของทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งประกอบด้วยเส้นทางสำคัญ ได้แก่
    ทางพิเศษสาย รามอินทรา–อาจณรงค์
    ทางพิเศษสาย รามอินทรา–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
    ระยะทางรวมประมาณ 28.2 กิโลเมตร
  2. สิทธิในรายได้จากทางพิเศษบูรพาวิถี
    อีกส่วนหนึ่งคือสิทธิในรายได้จาก ทางพิเศษบูรพาวิถี หรือทางพิเศษสายบางนา–ชลบุรี ซึ่งมีระยะทางประมาณ 55.0 กิโลเมตร โดย TFFIF มีสิทธิได้รับ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิจากเส้นทางปัจจุบันตามเงื่อนไขของสัญญา
  3. สิทธิในการรับรายได้ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในถนน
    จุดสำคัญในการวิเคราะห์ TFFIF คือ ทรัพย์สินของกองทุนอยู่ในรูป “สิทธิในรายได้” จากโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าการถือกรรมสิทธิ์ในตัวทางพิเศษ โดยสิทธิการลงทุนดังกล่าวมีระยะเวลา 30 ปี นับจากวันที่ 29 ตุลาคม 2561
    ดังนั้น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับมูลค่าทรัพย์สินและกระแสเงินสดของ TFFIF จึงเชื่อมโยงกับ ปริมาณการจราจร รายได้ค่าผ่านทาง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บรายได้ ของทางพิเศษทั้งสองสาย
  4. โครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนพึ่งพา
    แม้ TFFIF จะไม่ได้เป็นผู้ดำเนินงานทางพิเศษเอง แต่ทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนอาศัยโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่
    ทางยกระดับและระบบทางพิเศษ
    ด่านเก็บค่าผ่านทาง
    ระบบจัดเก็บและบริหารค่าผ่านทาง
    โครงข่ายเชื่อมต่อกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ
    ระบบบริหารจัดการการจราจรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง
    การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของและผู้บริหารสินทรัพย์ดังกล่าวตามโครงสร้างของกองทุน

สรุปแบบใช้ในบทวิเคราะห์หุ้น
TFFIF มีทรัพย์สินหลักเป็นสิทธิในการรับรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิจากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี รวมระยะทางประมาณ 83.2 กิโลเมตร โดยมี กทพ. เป็นผู้บริหารจัดการทางพิเศษ ทรัพย์สินของกองทุนจึงมีลักษณะเป็นสิทธิในกระแสรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าการถือกรรมสิทธิ์ในตัวทางพิเศษโดยตรง


กลุ่มบริษัทในเครือ / โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ TFFIF
TFFIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย มีลักษณะแตกต่างจากบริษัทจดทะเบียนทั่วไป เพราะ TFFIF เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่บริษัทที่มีบริษัทย่อยจำนวนมาก ดังนั้นการพิจารณา “บริษัทในเครือ” ควรดูเป็น ผู้เกี่ยวข้องและผู้บริหารสินทรัพย์ของกองทุน มากกว่า

  1. สินทรัพย์หลักของ TFFIF
    TFFIF ลงทุนใน สิทธิที่จะได้รับรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิ จาก
    ทางพิเศษฉลองรัช
    ทางพิเศษบูรพาวิถี
    ระยะทางรวมประมาณ 83.2 กิโลเมตร
    สิทธิในรายได้มีระยะเวลา 30 ปี นับจากวันที่ 29 ตุลาคม 2561
    โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวบริหารโดย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)
    ดังนั้น หากมองในเชิงธุรกิจ กทพ. เป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์สร้างรายได้ของ TFFIF โดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่า กทพ. เป็น “บริษัทในเครือ” ของ TFFIF

2. ผู้จัดการกองทุน TFFIF มีผู้จัดการกองทุน 2 แห่ง ได้แก่

หน่วยงานบทบาท
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM)ผู้จัดการกองทุน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (MFC)ผู้จัดการกองทุน
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)ผู้ดูแลผลประโยชน์

ข้อมูลดังกล่าวเป็นโครงสร้างการบริหารกองทุน ไม่ใช่การถือหุ้นแบบบริษัทแม่–บริษัทย่อย
สรุปโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
TFFIF
↓
ลงทุนในสิทธิรับรายได้ค่าผ่านทาง 45%
↓
ทางพิเศษฉลองรัช + ทางพิเศษบูรพาวิถี
↓
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้บริหารทางพิเศษ
↓
รายได้ค่าผ่านทาง → ตามสิทธิของ TFFIF
ส่วนด้านการบริหารกองทุน:
TFFIF
├── KTAM → ผู้จัดการกองทุน
├── MFC → ผู้จัดการกองทุน
└── ธนาคารกสิกรไทย → ผู้ดูแลผลประโยชน์
ประเด็นสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ TFFIF
จึงไม่ควรใช้คำว่า “บริษัทในเครือของ TFFIF” ในความหมายเดียวกับหุ้นบริษัททั่วไป เช่น PTT, CP หรือ SCC เพราะ TFFIF ไม่มีโครงสร้างบริษัทแม่–บริษัทย่อยเป็นแกนหลักของธุรกิจ แต่เป็น กองทุนที่ถือสิทธิในกระแสรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน โดยตรง
ล่าสุด SET ระบุว่า ณ 30 มิถุนายน 2569 TFFIF มี NAV ประมาณ 65.70 พันล้านบาท หรือ 14.3768 บาทต่อหน่วย และมีหน่วยลงทุน 4.57 พันล้านหน่วย



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TFFIF
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund)
TFFIF มีรายได้หลักจากสิทธิในการรับ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางสุทธิ จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี เป็นระยะเวลา 30 ปีนับจากวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ดังนั้นความเสี่ยงของกองทุนจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับ ปริมาณรถ รายได้ค่าผ่านทาง และสภาพการใช้ทางพิเศษ

  1. ความเสี่ยงจากปริมาณการจราจร
    รายได้ของ TFFIF ขึ้นอยู่กับจำนวนรถที่ใช้ทางพิเศษ หากปริมาณการจราจรลดลงจากภาวะเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทาง การทำงานจากที่บ้าน หรือมีระบบขนส่งและเส้นทางอื่นเข้ามาทดแทน อาจกระทบต่อรายได้ค่าผ่านทางและกระแสเงินสดของกองทุน
    ข้อมูลที่กองทุนเปิดเผยระบุว่า ในปี 2569 คาดว่าปริมาณการจราจรจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2568 เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ทางพิเศษหลังโควิด-19 ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีโครงข่ายคมนาคมใหม่ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางที่กองทุนลงทุนแล้วเสร็จภายในปีดังกล่าว
  2. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินทรัพย์
    TFFIF มีแหล่งรายได้หลักจากสิทธิในรายได้ค่าผ่านทางของ 2 ทางพิเศษ ได้แก่ ฉลองรัชและบูรพาวิถี รวมระยะทาง 83.2 กิโลเมตร
    ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อการให้บริการของเส้นทางเหล่านี้ เช่น อุบัติเหตุรุนแรง การปิดเส้นทาง เหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือการหยุดชะงักของระบบ อาจส่งผลต่อรายได้ของกองทุนได้
  3. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
    หากมีการสร้างถนน ทางด่วน รถไฟฟ้า หรือเส้นทางคมนาคมใหม่ที่สามารถทดแทนหรือเบี่ยงเบนการเดินทางจากทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถี ปริมาณรถที่ใช้เส้นทางของ TFFIF อาจลดลง
    ประเด็นนี้จึงควรติดตาม โครงการคมนาคมใหม่และการเปลี่ยนแปลงโครงข่ายทางด่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อย่างต่อเนื่อง
  4. ความเสี่ยงจากนโยบายและการกำกับดูแลภาครัฐ
    รายได้ของ TFFIF เกี่ยวข้องกับโครงสร้างค่าผ่านทางและการบริหารทางพิเศษของภาครัฐ โดยมี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
    การเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับค่าผ่านทาง การบริหารจัดการจราจร หรือโครงสร้างสัมปทานและสิทธิในรายได้ อาจส่งผลต่อกระแสรายได้ในอนาคต
  5. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย
    TFFIF มีลักษณะการลงทุนที่นักลงทุนจำนวนหนึ่งให้ความสำคัญกับ กระแสเงินสดและเงินปันผล ดังนั้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ผลตอบแทนของสินทรัพย์ปลอดภัยอาจเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อความน่าสนใจของหน่วยลงทุน รวมถึงราคาตลาดของ TFFIF
    ณ ข้อมูล SET วันที่ 25 ก.ย. 2569 TFFIF มีราคาประมาณ 7.05 บาท และ Dividend Yield ที่แสดงใน Factsheet อยู่ที่ 6.62% ขณะที่นโยบายระบุการจ่ายผลตอบแทนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเมื่อมีกำไรสะสมเพียงพอ และรวมไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
  6. ความเสี่ยงจากการลดลงของเงินปันผล
    แม้ TFFIF มีประวัติการจ่ายผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง แต่เงินปันผลในอนาคต ไม่ได้รับประกันว่าจะเท่ากับอดีต เพราะขึ้นอยู่กับรายได้ค่าผ่านทาง กระแสเงินสด กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว และเงื่อนไขของกองทุน
    ตัวอย่างข้อมูลล่าสุดที่ SET แสดงไว้: งวด เม.ย.–มิ.ย. 2569 จ่าย 0.11 บาทต่อหน่วย และงวด ม.ค.–มี.ค. 2569 จ่าย 0.12 บาทต่อหน่วย
  7. ความเสี่ยงด้านอายุของสิทธิรับรายได้
    สิทธิที่ TFFIF ลงทุนมีระยะเวลา 30 ปีนับจาก 29 ต.ค. 2561 ดังนั้นนักลงทุนต้องคำนึงถึงระยะเวลาคงเหลือของสิทธิในการรับรายได้ ไม่ควรมอง TFFIF ในลักษณะเดียวกับกิจการที่มีสินทรัพย์ดำเนินงานต่อเนื่องโดยไม่มีกรอบเวลาของสิทธิ
    เมื่อระยะเวลาสิทธิใกล้สิ้นสุด การประเมินมูลค่าหน่วยลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากกระแสเงินสดที่เหลืออยู่และเงื่อนไขหลังสิ้นสุดสิทธิ
  8. ความเสี่ยงด้านราคาหน่วยลงทุน
    ราคาตลาดของ TFFIF สามารถผันผวนได้จากหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ย ตลาดหุ้น ความต้องการของนักลงทุน กระแสเงินปันผล และมุมมองต่อรายได้ค่าผ่านทาง
    ดังนั้น Dividend Yield ที่สูงไม่ได้หมายความว่าราคาหน่วยลงทุนจะไม่ลดลง นักลงทุนอาจได้รับเงินปันผล แต่ขณะเดียวกันราคาตลาดอาจปรับตัวลงได้

🔎 สรุปประเด็นที่ต้องจับตา TFFIF
ปริมาณรถ → รายได้ค่าผ่านทาง → กระแสเงินสด → เงินปันผล → ราคาหน่วยลงทุน
จุดที่ควรติดตามเป็นพิเศษคือ
🚗 ปริมาณรถบนฉลองรัชและบูรพาวิถี
💰 รายได้ค่าผ่านทางสุทธิ
🛣️ การเปิดเส้นทางคมนาคมใหม่ที่อาจแข่งขันหรือดึงปริมาณรถ
🏛️ นโยบายค่าผ่านทางและการกำกับดูแลของภาครัฐ
📉 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
💵 ความสามารถในการรักษาระดับเงินปันผล
⏳ อายุคงเหลือของสิทธิรับรายได้
หมายเหตุ: TFFIF เป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่บริษัทที่ประกอบธุรกิจทั่วไป ดังนั้นการวิเคราะห์ควรเน้น กระแสเงินสดจากสิทธิรับรายได้ + ปริมาณการจราจร + อายุสิทธิ + เงินปันผล มากกว่าการดู P/E แบบหุ้นทั่วไป โดย SET ระบุว่า TFFIF ไม่มีค่า P/E ใน Factsheet และ ณ 25 ก.ย. 2569 มี P/BV ราว 0.49 เท่า


ข้อมูล ณ วันที่ 01 ก.ย. 2568


พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TFFIF
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund)
จากข้อมูลของ TFFIF และตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถเรียบเรียงพัฒนาการสำคัญได้ดังนี้
จัดตั้งกองทุนเพื่อระดมทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
TFFIF จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมเงินทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และนำเงินไปลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพ โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้และผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
เริ่มต้นลงทุนในสิทธิรับรายได้จากทางพิเศษ 2 สาย
ทรัพย์สินที่ TFFIF เข้าลงทุนครั้งแรก คือ สิทธิในการรับ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิ จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี รวมระยะทางประมาณ 83.2 กิโลเมตร โดยมีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้บริหารและดำเนินงาน
กำหนดสิทธิรับรายได้ระยะยาว 30 ปี
สิทธิในการรับรายได้ดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2561 ตามสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ (Revenue Transfer Agreement: RTA) และมีอายุ 30 ปี ขณะที่ตัวกองทุนเองไม่มีการกำหนดอายุสิ้นสุด
เสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรกในปี 2561
TFFIF เสนอขายหน่วยลงทุน IPO ที่ราคา 10 บาทต่อหน่วย โดยการเสนอขายครั้งแรกมีหน่วยเพิ่มทุน 4,470 ล้านหน่วย และเมื่อรวมกับหน่วยเดิม มีหน่วยที่เข้าจดทะเบียนจำนวน 4,570 ล้านหน่วย
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ
TFFIF เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ในหมวดบริการ กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ โดยมีราคา IPO 10 บาทต่อหน่วย
การระดมทุนเชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ในช่วงเริ่มต้น กทพ. ระบุว่าจะนำเงินที่ได้รับจากการโอนสิทธิรายได้ไปใช้สนับสนุนการก่อสร้างโครงการทางพิเศษใหม่ เช่น ทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ และโครงการทางพิเศษขั้นที่ 3 ส่วน N2
โครงสร้างรายได้ของกองทุนยังคงเชื่อมโยงกับปริมาณการใช้ทางพิเศษ
ปัจจุบันลักษณะธุรกิจหลักของ TFFIF ยังคงเป็นการลงทุนในสิทธิรับ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิ จากเส้นทางเดิมของทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถี ภายใต้ระยะเวลาสิทธิ 30 ปี
สรุปสำหรับใส่ในบทวิเคราะห์หุ้น
TFFIF มีพัฒนาการจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนเข้าสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สู่การเป็นกองทุนที่ลงทุนในสิทธิรับรายได้จากค่าผ่านทางของทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถีเป็นระยะเวลา 30 ปี โดยเริ่มโอนสิทธิในปี 2561 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ปัจจุบันแหล่งรายได้หลักของกองทุนยังคงมาจากส่วนแบ่ง 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิจากทางพิเศษทั้ง 2 สาย


งบปี 2566
01 ต.ค. 2565 – 30 ก.ย. 2566
งบปี 2567
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2567
งบปี 2568
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2568
01 ต.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2569
01 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด80.9466.3779.2154.96126.62
เงินลงทุน61,034.0258,616.4765,621.0558,563.5465,597.27
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น – สุทธิ18.2525.3218.5725.4313.75
รวมสินทรัพย์61,136.8358,712.1965,722.8758,682.9465,749.01
เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น14.7619.0518.1718.9446.96
หนี้สินระยะยาว–––––
หนี้สินตามสัญญาเช่า–––––
รวมหนี้สิน21.6619.0518.1718.9446.96
ทุนที่ได้รับจากผู้ถือหน่วยลงทุน45,503.0345,503.0345,503.0345,503.0345,503.03
กำไร (ขาดทุน)สะสม15,612.1413,190.1120,201.6713,160.9720,199.02
สินทรัพย์สุทธิ61,115.1758,693.1565,704.7058,664.0065,702.06
สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย (หน่วย :บาท)13.3712.8414.3812.8414.38

งบปี 2566
01 ต.ค. 2565 – 30 ก.ย. 2566
งบปี 2567
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2567
งบปี 2568
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2568
01 ต.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2569
01 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากเงินลงทุน1,984.632,139.432,249.971,675.951,706.09
รายได้อื่น–––––
รวมรายได้1,984.632,139.432,249.971,675.951,706.09
ค่าธรรมเนียมการจัดการ46.3652.1850.7537.6042.08
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์7.538.488.256.116.84
ค่าธรรมเนียมผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์–––––
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร–––––
ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการ–––––
รวมค่าใช้จ่าย97.12112.93132.4279.4480.33
รายได้จากการลงทุนสุทธิ1,887.512,026.512,117.551,596.511,625.76

งบปี 2566
01 ต.ค. 2565 – 30 ก.ย. 2566
งบปี 2567
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2567
งบปี 2568
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2568
01 ต.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2569
01 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน1,814.711,949.082,153.841,614.131,675.39
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-1,862.46-1,963.65-2,141.00-1,625.53-1,627.98
เงินสดสุทธิ-47.75-14.5712.84-11.4047.41

📌 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ

ระดับราคามุมมอง
🟢 แนวรับ 17.05 บาทจุดรักษาโมเมนตัมระยะสั้น
🟢 แนวรับ 27.00 บาทฐานสำคัญ
🟢 แนวรับ 36.95 บาทหลุดแล้วภาพสั้นเริ่มอ่อน
🔴 แนวต้าน 17.10 บาทด่านแรก
🔴 แนวต้าน 27.15 บาทHigh เดิม/แรงขายเดิม
🔴 แนวต้าน 37.20 บาทHigh รอบ 52 สัปดาห์

📈 สัญญาณโมเมนตัม
ข้อมูลทางเทคนิคช่วงล่าสุดที่มีการเผยแพร่แสดงว่า RSI เคยเคลื่อนไหวบริเวณกลางช่วง ไม่ได้อยู่ในเขต Overbought ขณะที่ MACD อยู่ในฝั่งบวกในข้อมูลชุดก่อนหน้า จึงยังมีโอกาสที่โมเมนตัมจะกลับมาได้หากราคาผ่านแนวต้านสำคัญ
สิ่งที่น่าสนใจคือช่วง 18–25 ก.ย. ราคาไต่ขึ้นจากประมาณ 7.02 ไป 7.05 บาท ก่อนแกว่งแคบและล่าสุดขึ้นมาที่ 7.10 บาท สะท้อนการสะสมกำลังบริเวณ 7.00–7.05 บาท
🚀 จุดที่ต้องจับตา
ถ้ายืนเหนือ 7.10 บาทได้ต่อเนื่อง
มีโอกาสทดสอบ 7.15 บาท → 7.20 บาท ซึ่งเป็นบริเวณ High เดิมและ High 52 สัปดาห์
หากผ่าน 7.20 บาทพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น
จะเป็นสัญญาณเชิงเทคนิคที่น่าสนใจมากขึ้น เพราะเป็นการทำ New High ของกรอบ 52 สัปดาห์
แต่ถ้าหลุด 7.00 บาท
ต้องระวังการถอยกลับไปทดสอบ 6.95–6.90 บาท และโครงสร้าง Sideway Up ระยะสั้นจะเริ่มเสียรูป
💰 มุมมองสำหรับสายเทคนิค
TFFIF มีลักษณะการเคลื่อนไหว ไม่หวือหวาและมีความผันผวนต่ำ เหมาะกับการติดตามแนวรับ–แนวต้านมากกว่าการไล่ราคา โดยข้อมูล SET ระบุว่า Beta อยู่เพียง 0.21 และราคาปัจจุบันยังต่ำกว่า High 52 สัปดาห์ที่ 7.20 บาทเล็กน้อย
อีกประเด็นที่ควรแยกออกจากกราฟราคา คือ TFFIF มีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเมื่อมี retained earnings เพียงพอ และล่าสุดมีการจ่าย 0.11 บาท/หน่วย สำหรับงวด 1 เม.ย.–30 มิ.ย. 2569
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
TFFIF = Sideway Up / ลุ้นทดสอบ 7.15–7.20 บาท
ยืน 7.05 บาท ได้ ยังรักษาโมเมนตัมบวก
ผ่าน 7.15 บาท มีโอกาสเดินหน้าทดสอบ 7.20 บาท
แต่ถ้าหลุด 7.00 บาท ต้องระวังแรงขายและการพักฐานลง
เป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่เผยแพร่ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์ TFFIF — กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย
ข้อมูลล่าสุดที่ค้นได้ ณ 30 กันยายน 2569: TFFIF มีราคาตลาดประมาณ 7.10 บาท ขณะที่ NAV ล่าสุด ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 14.3768 บาท/หน่วย และกองทุนมีสิทธิรับ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางสุทธิจากทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถีเป็นเวลา 30 ปี นับจาก 29 ต.ค. 2561
1. TFFIF ทำธุรกิจอะไร?
TFFIF ไม่ใช่หุ้นบริษัททั่วไป แต่เป็น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่ลงทุนในสิทธิรับรายได้จากทางด่วน 2 เส้นทาง ได้แก่
ทางพิเศษฉลองรัช
ทางพิเศษบูรพาวิถี
โดยกองทุนได้รับสิทธิใน 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิ ตามเงื่อนไขสัญญา
ดังนั้น ปัจจัยสำคัญของ TFFIF คือ ปริมาณรถ + รายได้ค่าผ่านทาง + อายุสิทธิรายได้ + อัตราดอกเบี้ย มากกว่าการเติบโตของกำไรแบบหุ้นบริษัททั่วไป

    2. จุดเด่นที่น่าสนใจ
    💰 กระแสเงินสดและการจ่ายเงินให้ผู้ถือหน่วย TFFIF มีประวัติการจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาสค่อนข้างสม่ำเสมอ งวดล่าสุด:

    งวดเงินปันผล/หน่วย
    Q2/25690.1133 บาท
    Q1/25690.1204 บาท
    Q4/25680.1219 บาท
    Q3/25680.1140 บาท

    งวดล่าสุดจ่ายวันที่ 11 ก.ย. 2569 ถ้านำเงินปันผล 4 งวดล่าสุดมารวมกัน จะได้ประมาณ 0.4696 บาท/หน่วยต่อปี
    เทียบกับราคาประมาณ 7.10 บาท คิดเป็น Dividend Yield ย้อนหลังประมาณ 6.6% ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ TFFIF น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่มองกระแสเงินสดเป็นหลัก
    อย่างไรก็ตาม Yield ในอดีตไม่ได้รับประกันว่าจะเท่าเดิมในอนาคต
    🚗 ปริมาณการจราจรมีแนวโน้มสนับสนุนรายได้
    ข้อมูลของกองทุนระบุว่า ปริมาณจราจรของทางพิเศษฉลองรัชเติบโตเฉลี่ยประมาณ 6.1% ต่อปี และบูรพาวิถีประมาณ 2.7% ต่อปี ตามช่วงข้อมูลที่กองทุนใช้รายงาน
    นอกจากนี้ TFFIF ยังระบุปัจจัยสนับสนุน เช่น การขยายตัวของ EEC นิคมอุตสาหกรรม และปริมาณผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ
    3. จุดที่ต้องระวังมากที่สุด
    ⚠️ NAV สูงกว่าราคาตลาดมาก
    NAV ล่าสุดอยู่ที่ 14.3768 บาท ขณะที่ราคาตลาดประมาณ 7.10 บาท
    กล่าวคือราคาตลาดซื้อขายต่ำกว่า NAV ประมาณ 50.6%
    SET รายงาน P/BV ประมาณ 0.49 เท่า
    แต่ ไม่ควรตีความว่าหุ้นจะต้องขึ้นไป 14 บาท
    เพราะ NAV ของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เหมือนมูลค่าทรัพย์สินของบริษัททั่วไป โดย TFFIF ถือสิทธิรับกระแสเงินสดที่มี อายุจำกัด ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าของสิทธิรายได้ก็ลดลงตามอายุสัญญา
    TFFIF เริ่มสิทธิวันที่ 29 ต.ค. 2561 เป็นเวลา 30 ปี ดังนั้นสิทธิหลักจะสิ้นสุดประมาณ ปี 2048
    4. ปัจจัยบวกในอนาคต
    ประเด็นที่น่าติดตามมากคือ การนำสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานใหม่เข้ามาในกองทุน
    ข้อมูลปัจจุบันของ TFFIF ระบุถึงโอกาสในการนำทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 เข้ามาระดมทุนผ่าน TFFIF
    และข่าวล่าสุดในเดือน ก.ย. 2569 ระบุว่า สคร.กำลังเตรียมการระดมทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่ประมาณ 70,000 ล้านบาทในปี 2570 โดยมีทั้ง กฟผ., กทพ. และกรมทางหลวงอยู่ในแผนดังกล่าว
    หากมีการนำสินทรัพย์ใหม่เข้ามาใน TFFIF จริง จะเป็นประเด็นสำคัญ เพราะอาจทำให้
    สินทรัพย์เพิ่ม → ฐานรายได้เพิ่ม → กระแสเงินสดในอนาคตเพิ่ม
    แต่ต้องติดตามรายละเอียดของโครงสร้างกองทุน การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ การเพิ่มหน่วยลงทุน และผลกระทบต่อผู้ถือหน่วยเดิมก่อน
    5. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
    ราคาล่าสุดที่มีข้อมูลอยู่แถว 7.10 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 6.00–7.20 บาท
    จากราคาย้อนหลังช่วง ก.ค.–ก.ย. 2569 เห็นบริเวณสำคัญดังนี้
    แนวรับ
    7.00 บาท — แนวรับแรก
    6.85–6.90 บาท — แนวรับถัดไป
    6.00 บาท — แนวรับใหญ่ของกรอบ 52 สัปดาห์
    แนวต้าน
    7.15 บาท
    7.20 บาท — จุดสูงสุดของกรอบ 52 สัปดาห์ที่รายงาน
    ถ้าผ่าน 7.20 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่าราคากำลังพยายามออกจากกรอบสะสมเดิม
    ในทางกลับกัน หากหลุด 6.85–7.00 บาท โมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มอ่อนแอลง
    6. มอง TFFIF แบบไหน? ผมจะแยกเป็น 3 ประเด็นเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน:

    ปัจจัยมุมมองข้อมูล
    กระแสเงินสดมีความสม่ำเสมอ
    เงินปันผลระดับค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับราคาตลาด
    NAVส่วนลดจากราคาตลาดสูง
    ปริมาณจราจรมีแนวโน้มเติบโต แต่ไม่สม่ำเสมอทุกช่วง
    อายุสินทรัพย์จำกัดตามสิทธิ 30 ปี
    ดอกเบี้ยมีผลต่อ valuation ของกองทุน
    การเพิ่มสินทรัพย์เป็น Catalyst สำคัญ หากเกิดขึ้นจริง
    ราคาหุ้นยังอยู่ใกล้กรอบบนของ 52 สัปดาห์

    จุดแข็ง
    กระแสเงินสดจากค่าผ่านทาง + จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ + ราคาตลาดต่ำกว่า NAV มาก + มีโอกาสขยายสินทรัพย์
    ความเสี่ยง
    ปริมาณรถไม่เป็นไปตามคาด + รายได้ค่าผ่านทางชะลอ + อายุสิทธิจำกัด + อัตราดอกเบี้ย + ความไม่แน่นอนของการนำสินทรัพย์ใหม่เข้ากองทุน
    🔎 สรุปสำหรับ TFFIF
    TFFIF มีลักษณะต่างจากหุ้นเติบโตทั่วไป โดย หัวใจของการลงทุนคือกระแสเงินสดและเงินจ่ายให้ผู้ถือหน่วย มากกว่าการหวังว่ากำไรจะโตอย่างรวดเร็ว
    ที่ราคาประมาณ 7.10 บาท จุดที่น่าสนใจคือเงินปันผลย้อนหลัง 4 ไตรมาสประมาณ 0.4696 บาท/หน่วย หรือราว 6.6% ของราคาปัจจุบัน ขณะที่ NAV อยู่ที่ 14.38 บาท/หน่วย
    สำหรับกราฟ ระยะสั้น 7.00–7.20 บาท เป็นกรอบที่ควรจับตา โดยเฉพาะการทะลุ 7.20 บาทหรือการหลุด 6.85–7.00 บาท
    และ Catalyst ที่สำคัญที่สุดในระยะถัดไปคือ ความคืบหน้าการนำสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานใหม่เข้ามาใน TFFIF ซึ่งข่าวล่าสุดระบุถึงแผนระดมทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่ในปี 2570 แต่รายละเอียดและโครงสร้างยังต้องติดตามต่อไป


    Disclaimer

    ใส่ความเห็น