รูปโฆษณา โดยมีข้างหลังเป็นกราฟหุ้น มีรูปตึก SET ประกอบ

วิเคราะห์ หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SVI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี (Technology)




ผลิตภัณฑ์และบริการ

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Electronics Manufacturing Service?EMS) ให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original Equipment Manufacturer: OEM) และลูกค้าที่เป็นผู้รับจ้างออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design House) โดยบริษัทฯ เริ่มดำเนินงานจากการรับจ้างประกอบแผงวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาเมื่อมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นจึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เป็นการมุ่งเน้นด้านการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Turnkey Box-Build) และการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปประเภทงานระบบ (System-Build)


บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI Public Company Limited เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronics Manufacturing Services – EMS) ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทที่ใช้ในการประกอบธุรกิจมีหลายประเภท โดยทั่วไปจะสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ได้ดังนี้:

เงินลงทุนและทรัพย์สินทางการเงิน
เงินลงทุนในบริษัทย่อยหรือพันธมิตรทางธุรกิจ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ลูกหนี้การค้า และสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ๆ
ที่ดินและอาคารโรงงาน
ที่ดินที่ใช้ก่อสร้างโรงงานผลิตและสำนักงาน อาคารโรงงานและสำนักงาน ที่ใช้ในการผลิตและบริหารจัดการ
คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต
เครื่องจักร SMT (Surface Mount Technology)
เครื่องเชื่อมบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ (Reflow Soldering, Wave Soldering)
เครื่องทดสอบและตรวจสอบคุณภาพสินค้า (AOI, ICT, Functional Test)
เครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้ในการผลิตสินค้าให้กับลูกค้าแต่ละราย
ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ IT ที่ใช้ในการออกแบบ วางแผนการผลิต และควบคุมคุณภาพ
ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการธุรกิจ
ยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินงาน เช่น รถขนส่งสินค้า
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
ทรัพย์สินไม่มีตัวตน (Intangible Assets)
สิทธิบัตร เทคโนโลยี และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (หากมีการพัฒนาเอง)
ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
ชื่อเสียงและความสัมพันธ์กับลูกค้า (Goodwill)


บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) (SVI Public Company Limited) เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronics Manufacturing Services – EMS) ที่มีฐานการดำเนินงานหลักในประเทศไทย และมีเครือข่ายโรงงานและบริษัทในเครือกระจายอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โรงงานในประเทศไทย
โรงงานแจ้งวัฒนะ
ที่ตั้ง: 33/10 หมู่ที่ 4 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 40 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
เป็นโรงงานแห่งแรกของบริษัท
โรงงานบางกะดี
ที่ตั้ง: 141-142 หมู่ที่ 5 ถนนติวานนท์ สวนอุตสาหกรรมบางกะดี ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000
เป็นสำนักงานใหญ่และโรงงานหลักของบริษัท
บริษัทในเครือและโรงงานในต่างประเทศ
บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) มีการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศผ่านการจัดตั้งบริษัทในเครือและโรงงานในหลายประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคต่างๆ



256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท
เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท
ความเสี่ยงของบริษัท


รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 23 เม.ย. 2568


บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI เป็นหนึ่งในผู้นำด้านบริการผลิตอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (EMS) ของประเทศไทย โดยมีพัฒนาการที่สำคัญหลายประการตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน :
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท SVI
พ.ศ. 2528: ก่อตั้งในชื่อ “เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตวงจรไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป .
พ.ศ. 2532: เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย .
พ.ศ. 2537: เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนในชื่อเดิม .
พ.ศ. 2543: เริ่มขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเปิดโรงงานผลิตในประเทศจีน.
พ.ศ. 2546: เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)” .
พ.ศ. 2553: ขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ .
พ.ศ. 2556: เปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี ขนาด 40,000 ตารางเมตร .
พ.ศ. 2558: ขยายโรงงานที่บางกะดีเพิ่มเติม (SVI5, SVI12B) .
พ.ศ. 2559: เข้าซื้อกิจการของ Seidel Group ในยุโรป และได้รับรางวัลคณะกรรมการบริษัทแห่งปีจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย .
พ.ศ. 2562: เปิดโรงงานผลิตในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา .
พ.ศ. 2563: สร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเข้าสู่ตลาด 5G พร้อมจัดตั้ง SVI US เพื่อรองรับตลาดสหรัฐอเมริกา .
พ.ศ. 2564: เข้าซื้อกิจการ Tohoku Solutions .
พ.ศ. 2567: เปิดโรงงานผลิตในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา .
ปัจจุบัน SVI มีฐานการผลิตในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กัมพูชา สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยให้บริการในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ระบบควบคุมอุตสาหกรรม เครือข่ายการสื่อสาร ยานยนต์และการขนส่ง และระบบเสียงและวิดีโอระดับมืออาชีพ .


งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท





การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis) คือวิธีการศึกษาข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยเฉพาะราคาปิด ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบกราฟ เพื่อ คาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเก็งกำไร วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค เพื่อหาจุดซื้อ-จุดขายที่เหมาะสม ระบุช่วงเวลาที่ควรเข้าซื้อ (Buy Signal) หรือขายทำกำไร/ตัดขาดทุน (Sell Signal) เพื่อจับจังหวะของแนวโน้มราคา (Trend) วิเคราะห์ว่าแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend), หรือ Sideway เพื่อระบุระดับแนวรับ/แนวต้าน แนวรับ: ราคาที่มีโอกาสเด้งขึ้น แนวต้าน: ราคาที่มีแนวโน้มยากจะผ่านไปได้ เพื่อยืนยันหรือหาสัญญาณกลับตัว (Reversal) ใช้รูปแบบกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders
เครื่องมือที่ใช้บ่อย MA
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ช่วยกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น ดูแนวโน้มราคาระยะยาว เช่น MA5, MA20, MA200 บ่งชี้ทิศทางและแรงของแนวโน้ม Volume / ปริมาณการซื้อขาย
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI)

วัดภาวะ “ซื้อมากเกินไป” หรือ “ขายมากเกินไป”RSI > 70 = Overbought, RSI < 30 = Oversold
MACD (Moving Average Convergence Divergence)
ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) เช่น Cup & Handle, Triangle, Flag, Head & Shoulders
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้พยากรณ์อนาคตแน่นอน แต่ช่วยเพิ่ม “โอกาส” ในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทางทีมงานไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผู้ลงทุนหุ้นตัวใดก็ตามที่ ได้วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน มาทุกข้อแล้วเวลาจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนก็ตามควรมีการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค หรือ Technical analysis ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน.



Disclaimer

ใส่ความเห็น