วิเคราะห์ หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)(บริษัทขอเพิกถอนโดยสมัครใจ)

วิเคราะห์ หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SVI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี (Technology)




ผลิตภัณฑ์และบริการ

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Electronics Manufacturing Service?EMS) ให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original Equipment Manufacturer: OEM) และลูกค้าที่เป็นผู้รับจ้างออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design House) โดยบริษัทฯ เริ่มดำเนินงานจากการรับจ้างประกอบแผงวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาเมื่อมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นจึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เป็นการมุ่งเน้นด้านการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Turnkey Box-Build) และการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปประเภทงานระบบ (System-Build)


บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI Public Company Limited เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronics Manufacturing Services – EMS) ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทที่ใช้ในการประกอบธุรกิจมีหลายประเภท โดยทั่วไปจะสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ได้ดังนี้:

เงินลงทุนและทรัพย์สินทางการเงิน
เงินลงทุนในบริษัทย่อยหรือพันธมิตรทางธุรกิจ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ลูกหนี้การค้า และสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ๆ
ที่ดินและอาคารโรงงาน
ที่ดินที่ใช้ก่อสร้างโรงงานผลิตและสำนักงาน อาคารโรงงานและสำนักงาน ที่ใช้ในการผลิตและบริหารจัดการ
คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต
เครื่องจักร SMT (Surface Mount Technology)
เครื่องเชื่อมบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ (Reflow Soldering, Wave Soldering)
เครื่องทดสอบและตรวจสอบคุณภาพสินค้า (AOI, ICT, Functional Test)
เครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้ในการผลิตสินค้าให้กับลูกค้าแต่ละราย
ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ IT ที่ใช้ในการออกแบบ วางแผนการผลิต และควบคุมคุณภาพ
ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการธุรกิจ
ยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินงาน เช่น รถขนส่งสินค้า
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
ทรัพย์สินไม่มีตัวตน (Intangible Assets)
สิทธิบัตร เทคโนโลยี และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (หากมีการพัฒนาเอง)
ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
ชื่อเสียงและความสัมพันธ์กับลูกค้า (Goodwill)


บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) (SVI Public Company Limited) เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronics Manufacturing Services – EMS) ที่มีฐานการดำเนินงานหลักในประเทศไทย และมีเครือข่ายโรงงานและบริษัทในเครือกระจายอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โรงงานในประเทศไทย
โรงงานแจ้งวัฒนะ
ที่ตั้ง: 33/10 หมู่ที่ 4 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 40 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
เป็นโรงงานแห่งแรกของบริษัท
โรงงานบางกะดี
ที่ตั้ง: 141-142 หมู่ที่ 5 ถนนติวานนท์ สวนอุตสาหกรรมบางกะดี ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000
เป็นสำนักงานใหญ่และโรงงานหลักของบริษัท
บริษัทในเครือและโรงงานในต่างประเทศ
บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) มีการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศผ่านการจัดตั้งบริษัทในเครือและโรงงานในหลายประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคต่างๆ



256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท
เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท
ความเสี่ยงของบริษัท ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Manufacturing Services: EMS) ให้กับลูกค้าทั่วโลก มีความเสี่ยงสำคัญดังนี้

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการค้าโลก
การเปลี่ยนแปลงด้านภาษีนำเข้า-ส่งออก มาตรการคว่ำบาตร หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG อาจเพิ่มต้นทุนและกระทบห่วงโซ่อุปทาน
เนื่องจาก SVI มีโรงงานหลายประเทศ จึงต้องติดตามและปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละตลาดอย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงด้านการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
SVI มีลูกค้ารายใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรม ยานยนต์ โทรคมนาคม และระบบอัตโนมัติ
หากลูกค้ารายสำคัญลดคำสั่งซื้อ ย้ายฐานการผลิต หรือเปลี่ยนผู้รับจ้างผลิต จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัททันที
บริษัทจึงพยายามกระจายฐานลูกค้าและเพิ่มลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยงนี้

ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ธุรกิจ EMS ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เช่น Semiconductor, IC, PCB และชิ้นส่วนเฉพาะทาง
หากเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ ราคาปรับตัวสูงขึ้น หรือซัพพลายเออร์ส่งมอบล่าช้า อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและส่งมอบสินค้าไม่ทันกำหนด
บริษัทบริหารความเสี่ยงด้วยการใช้ระบบ Vendor Managed Inventory (VMI) การพยากรณ์ความต้องการ และการทำงานใกล้ชิดกับผู้จัดหาวัตถุดิบหลัก

ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก
รายได้ของ SVI ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ
หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยสูง หรือเกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้ลูกค้าชะลอการลงทุนและลดคำสั่งซื้อ
ส่งผลให้กำลังการผลิตและอัตราการใช้โรงงานลดลง

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
รายได้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ขณะที่ต้นทุนบางส่วนเป็นเงินบาท
ความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐหรือยูโร อาจส่งผลต่อรายได้และกำไร
บริษัทใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และบริหารสัดส่วนรายรับ-รายจ่ายหลายสกุลเงินเพื่อลดผลกระทบ

ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจ EMS
อุตสาหกรรม EMS มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในจีน เวียดนาม มาเลเซีย และเม็กซิโก
การแข่งขันด้านราคาอาจกดดันอัตรากำไร
SVI จึงเน้นผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Mix / High Reliability) และกลุ่ม Medical, Industrial และ Aerospace ที่ต้องใช้มาตรฐานการผลิตสูง

ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้า
ผลิตภัณฑ์ของลูกค้าหลายประเภทต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวด
หากเกิดข้อผิดพลาดในการผลิต อาจนำไปสู่การเรียกคืนสินค้า (Recall) การชดใช้ค่าเสียหาย หรือสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า

ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการผลิต
เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น
ไฟไหม้
น้ำท่วม
ภัยธรรมชาติ
โรคระบาด
ไฟฟ้าดับ
ระบบ IT หรือ Cybersecurity
อาจทำให้สายการผลิตหยุดชะงักและกระทบต่อการส่งมอบสินค้า

ความเสี่ยงด้านต้นทุนแรงงาน
โรงงานผลิตต้องใช้แรงงานจำนวนมาก
หากค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น หรือเกิดการขาดแคลนแรงงานฝีมือ จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
บริษัทจึงลงทุนในระบบ Automation และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หากบริษัทไม่สามารถลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ได้ทัน อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและโอกาสรับงานใหม่

สรุปความเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตามมากที่สุด

โดยรวมแล้ว ความเสี่ยงหลักของ SVI ผูกพันกับ ภาวะเศรษฐกิจโลก วัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน และการรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจ EMS ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามควบคู่กับแนวโน้มคำสั่งซื้อและอัตรากำไรของบริษัทในแต่ละไตรมาส.


รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 23 เม.ย. 2568


บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI เป็นหนึ่งในผู้นำด้านบริการผลิตอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (EMS) ของประเทศไทย โดยมีพัฒนาการที่สำคัญหลายประการตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน :
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท SVI
พ.ศ. 2528: ก่อตั้งในชื่อ “เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตวงจรไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป .
พ.ศ. 2532: เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย .
พ.ศ. 2537: เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนในชื่อเดิม .
พ.ศ. 2543: เริ่มขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเปิดโรงงานผลิตในประเทศจีน.
พ.ศ. 2546: เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)” .
พ.ศ. 2553: ขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ .
พ.ศ. 2556: เปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี ขนาด 40,000 ตารางเมตร .
พ.ศ. 2558: ขยายโรงงานที่บางกะดีเพิ่มเติม (SVI5, SVI12B) .
พ.ศ. 2559: เข้าซื้อกิจการของ Seidel Group ในยุโรป และได้รับรางวัลคณะกรรมการบริษัทแห่งปีจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย .
พ.ศ. 2562: เปิดโรงงานผลิตในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา .
พ.ศ. 2563: สร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเข้าสู่ตลาด 5G พร้อมจัดตั้ง SVI US เพื่อรองรับตลาดสหรัฐอเมริกา .
พ.ศ. 2564: เข้าซื้อกิจการ Tohoku Solutions .
พ.ศ. 2567: เปิดโรงงานผลิตในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา .
ปัจจุบัน SVI มีฐานการผลิตในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กัมพูชา สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยให้บริการในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ระบบควบคุมอุตสาหกรรม เครือข่ายการสื่อสาร ยานยนต์และการขนส่ง และระบบเสียงและวิดีโอระดับมืออาชีพ .


งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท





วิเคราะห์หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)
ภาพรวมธุรกิจ
SVI Public Company Limited เป็นผู้ให้บริการ Electronics Manufacturing Services (EMS) แบบครบวงจร ให้กับลูกค้าทั่วโลก ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การประกอบแผงวงจร (PCBA) การประกอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Box Build) การทดสอบคุณภาพ ไปจนถึงการบริหารซัพพลายเชน โดยมีฐานการผลิตในไทย กัมพูชา สโลวาเกีย และประเทศอื่น ๆ เพื่อรองรับลูกค้าทั่วโลก
จุดแข็งของบริษัท
เป็นหนึ่งในผู้ผลิต EMS ชั้นนำของไทย มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี
ฐานลูกค้าหลากหลาย ลดการพึ่งพาลูกค้ารายเดียว
มีฐานการผลิตหลายประเทศ ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
ได้ประโยชน์จากกระแสย้ายฐานการผลิตออกจากจีน (China+1)
มีบริการครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการส่งมอบสินค้า
กลุ่มลูกค้าหลัก
Industrial Electronics
Automotive & Transportation
Communication Network
Professional Audio & Video
Medical Electronics
Smart Energy และ IoT
ผลประกอบการ
ข้อมูลปี 2568 (FY2025)
รายได้ประมาณ 18.3 พันล้านบาท
กำไรสุทธิประมาณ 713 ล้านบาท
EBITDA ประมาณ 1.24 พันล้านบาท
สินทรัพย์รวมประมาณ 14.6 พันล้านบาท
สิ่งที่ต้องติดตาม
ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก
ค่าเงินบาท
ราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
คำสั่งซื้อจากลูกค้าอุตสาหกรรม
ปัจจัยบวก
✅ กระแส AI และ Data Center ทำให้ความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น
✅ แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน
✅ บริษัทมีฐานลูกค้าต่างประเทศจำนวนมาก
✅ มีการลงทุนโรงงานและขยายกำลังการผลิตในต่างประเทศเพื่อรองรับการเติบโต
ความเสี่ยง
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
สงครามการค้า
ค่าเงินบาทแข็งค่า
ราคาวัตถุดิบผันผวน
ลูกค้าเลื่อนคำสั่งซื้อ
การแข่งขันของธุรกิจ EMS สูง
การประเมินมูลค่า
จากข้อมูลล่าสุดก่อนการเพิกถอนหุ้น
P/E ประมาณ 13 เท่า
P/BV ประมาณ 1.45 เท่า
Dividend Yield ประมาณ 4%
ถือว่าอยู่ในระดับไม่แพงเมื่อเทียบกับบริษัท EMS หลายแห่ง แต่การประเมินมูลค่าต้องพิจารณาควบคู่กับแนวโน้มกำไรในอนาคต
มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อและภาวะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก
ระยะกลาง
หากคำสั่งซื้อจากกลุ่ม Automotive, AI และ Industrial Electronics ฟื้นตัว จะเป็นแรงหนุนสำคัญ
ระยะยาว
ธุรกิจ EMS ยังมีโอกาสเติบโตจากการย้ายฐานการผลิตและการขยายตัวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรทราบ
ในปี 2569 บริษัทมีการดำเนินการเกี่ยวกับ การเพิกถอนหลักทรัพย์ SVI ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Delisting) โดยวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของหุ้น SVI ดังนั้น หากกำลังพิจารณาลงทุน ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดของการเพิกถอนและโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนตัดสินใจ


วิเคราะห์หุ้น SVI บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)
ภาพรวมธุรกิจ
SVI Public Company Limited เป็นผู้ให้บริการ Electronics Manufacturing Services (EMS) แบบครบวงจร ให้กับลูกค้าทั่วโลก ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การประกอบแผงวงจร (PCBA) การประกอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Box Build) การทดสอบคุณภาพ ไปจนถึงการบริหารซัพพลายเชน โดยมีฐานการผลิตในไทย กัมพูชา สโลวาเกีย และประเทศอื่น ๆ เพื่อรองรับลูกค้าทั่วโลก
จุดแข็งของบริษัท
เป็นหนึ่งในผู้ผลิต EMS ชั้นนำของไทย มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี
ฐานลูกค้าหลากหลาย ลดการพึ่งพาลูกค้ารายเดียว
มีฐานการผลิตหลายประเทศ ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
ได้ประโยชน์จากกระแสย้ายฐานการผลิตออกจากจีน (China+1)
มีบริการครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการส่งมอบสินค้า
กลุ่มลูกค้าหลัก
Industrial Electronics
Automotive & Transportation
Communication Network
Professional Audio & Video
Medical Electronics
Smart Energy และ IoT
ผลประกอบการ
ข้อมูลปี 2568 (FY2025)
รายได้ประมาณ 18.3 พันล้านบาท
กำไรสุทธิประมาณ 713 ล้านบาท
EBITDA ประมาณ 1.24 พันล้านบาท
สินทรัพย์รวมประมาณ 14.6 พันล้านบาท
สิ่งที่ต้องติดตาม
ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก
ค่าเงินบาท
ราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
คำสั่งซื้อจากลูกค้าอุตสาหกรรม
ปัจจัยบวก
✅ กระแส AI และ Data Center ทำให้ความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น
✅ แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน
✅ บริษัทมีฐานลูกค้าต่างประเทศจำนวนมาก
✅ มีการลงทุนโรงงานและขยายกำลังการผลิตในต่างประเทศเพื่อรองรับการเติบโต
ความเสี่ยง
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
สงครามการค้า
ค่าเงินบาทแข็งค่า
ราคาวัตถุดิบผันผวน
ลูกค้าเลื่อนคำสั่งซื้อ
การแข่งขันของธุรกิจ EMS สูง
การประเมินมูลค่า
จากข้อมูลล่าสุดก่อนการเพิกถอนหุ้น
P/E ประมาณ 13 เท่า
P/BV ประมาณ 1.45 เท่า
Dividend Yield ประมาณ 4%
ถือว่าอยู่ในระดับไม่แพงเมื่อเทียบกับบริษัท EMS หลายแห่ง แต่การประเมินมูลค่าต้องพิจารณาควบคู่กับแนวโน้มกำไรในอนาคต
มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อและภาวะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก
ระยะกลาง
หากคำสั่งซื้อจากกลุ่ม Automotive, AI และ Industrial Electronics ฟื้นตัว จะเป็นแรงหนุนสำคัญ
ระยะยาว
ธุรกิจ EMS ยังมีโอกาสเติบโตจากการย้ายฐานการผลิตและการขยายตัวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรทราบ
ในปี 2569 บริษัทมีการดำเนินการเกี่ยวกับ การเพิกถอนหลักทรัพย์ SVI ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Delisting) โดยวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของหุ้น SVI ดังนั้น หากกำลังพิจารณาลงทุน ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดของการเพิกถอนและโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนตัดสินใจ


Disclaimer

ใส่ความเห็น