ONE REPORT ANALYSIS SEA

วิเคราะห์ หุ้น BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ BBL หมวดหมู่ธุรกิจ ธนาคาร (Banking) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน (Financials)




ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการทางการเงินครบวงจรแก่ธุรกิจ ทั้งขนาดใหญ่ SME ตลอดจนฐานลูกค้าบุคคล โดยมีสาขาในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และมีเครือข่ายในต่างประเทศครอบคลุมเขตเศรษฐกิจสำคัญของโลก
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL (Bangkok Bank Public Company Limited) เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีประวัติก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2487
ลักษณะการประกอบธุรกิจของ BBL
ธนาคารกรุงเทพประกอบธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์แบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมหลากหลายบริการทางการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนี้:
เครือข่ายระหว่างประเทศ
BBL เป็นธนาคารไทยที่มีเครือข่ายในต่างประเทศมากที่สุด ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เช่น สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ
ธุรกิจธนาคารพาณิชย์
เงินฝาก: บัญชีออมทรัพย์ บัญชีกระแสรายวัน และบัญชีประจำ
สินเชื่อ:
สินเชื่อรายย่อย: สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบุคคล
สินเชื่อธุรกิจ: สินเชื่อเพื่อการค้า สินเชื่อธุรกิจ SME และสินเชื่อองค์กรขนาดใหญ่
บริการชำระเงินและโอนเงิน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
บัตรเครดิต และบัตรเดบิต
ธุรกิจธนาคารเพื่อการลงทุน (Investment Banking)
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
ควบรวมกิจการ (M&A)
การระดมทุนผ่านตลาดทุน
บริการด้านตลาดเงินและตลาดทุน
การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
การจัดการสภาพคล่อง
การลงทุนในพันธบัตร หุ้น และตราสารอนุพันธ์
บริการบริหารสินทรัพย์ และ Private Banking
บริหารความมั่งคั่งสำหรับลูกค้า VIP และนักลงทุนรายใหญ่
การวางแผนทางการเงินระยะยาว


333 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ธุรกิจลูกค้ารายใหญ่ (Corporate Banking): ให้บริการทางการเงินแก่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรมดูแล
ธุรกิจลูกค้ารายกลาง (Commercial Banking): สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านการบริหารงานไปสู่ทายาทรุ่นต่อไป
ธุรกิจลูกค้ารายปลีก (Business Banking): ส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็กในการเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ด้วยการแบ่งปันความรู้และนำเสนอโอกาสใหม่ทางธุรกิจ
ธุรกิจลูกค้าบุคคล (Consumer Banking): ให้บริการทางการเงินที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าบุคคล เช่น บัญชีเงินฝาก สินเชื่อ และบริการทางการเงินอื่นๆ
ธุรกิจธนาคารต่างประเทศ (International Banking): ให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าระหว่างประเทศและสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ
ธุรกิจการเงินธนกิจ (Investment Banking): ให้บริการด้านการเงินเพื่อการลงทุน เช่น การจัดหาเงินทุน การควบรวมกิจการ และการให้คำปรึกษาทางการเงิน


บริษัทลูก เช่น:
บลจ.บัวหลวง (กองทุนรวม)
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง
บริษัท บัวหลวง ลิสซิ่ง
บริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน): ให้บริการด้านการซื้อขายหลักทรัพย์และการวิเคราะห์การลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด: บริหารจัดการกองทุนรวมและการลงทุน
บริษัท บริหารสินทรัพย์ทวี จำกัด: บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และจำหน่ายทรัพย์สินที่รับโอนจากธนาคาร
Bangkok Bank Berhad (มาเลเซีย): ให้บริการธนาคารในประเทศมาเลเซีย
Bangkok Bank (China) Company Limited: ให้บริการธนาคารในประเทศจีน



256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)138,894,839.00167,487,485.00175,810,787.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)97,144,688.00122,243,181.00128,980,787.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)41,750,151.0045,244,304.0046,830,000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)501,555.00 487,553.00 486,439.00

256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)0.000.000.00


การบริหารจัดการความเสี่ยงการบริหารจัดการความเสี่ยง
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
– ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
– นโยบายของรัฐ
– นโยบายหรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ
– ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ
ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
– ระบบงานหรือระบบการควบคุมภายใน
– การปฏิบัติงานของพนักงาน
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
– การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความเสี่ยงด้านเครดิต
ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
– นโยบายของรัฐ
– ธุรกิจของคู่ค้าหรือผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
– การพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่หรือน้อยราย
– ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
– การผิดนัดชำระหนี้หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
– ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
– การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงิน (ที่มีผลต่อการดำเนินงาน)
– ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
– ความผันผวนของผลตอบแทนในสินทรัพย์หรือเงินลงทุน
– ความเสี่ยงจากการที่กู้ยืมต่างประเทศที่ไม่ได้มีการป้องกันความเสี่ยง
– ความผันผวนของรายได้
ความเสี่ยงด้านตลาด
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
– การไม่เพียงพอของเงินทุน
– การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงิน (ที่มีผลต่อการดำเนินงาน)
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
– การผิดนัดชำระหนี้หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า
– ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
– การพึ่งพิงบุคลากรในตำแหน่งงานสำคัญ
– การขาดแคลนหรือพึ่งพิงแรงงานที่มีศักยภาพ
– ระบบงานหรือระบบการควบคุมภายใน
– การปฏิบัติงานของพนักงาน
– ความปลอดภัยของข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์และการโจมตีทางไซเบอร์
– ความเสียหายจากการที่คู่ค้าหรือคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
– การดำเนินโครงการในอนาคตไม่เป็นไปตามแผน
– ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
– การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกิดภัยพิบัติ
– การทุจริตคอร์รัปชัน
– การขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
– การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
– การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
– ระบบงานหรือระบบการควบคุมภายใน
– ความปลอดภัยของข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์และการโจมตีทางไซเบอร์
– ความเสียหายจากการที่คู่ค้าหรือคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
– การดำเนินโครงการในอนาคตไม่เป็นไปตามแผน
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
– การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
– การไม่เพียงพอของเงินทุน
ความเสี่ยงจากความเพียงพอของเงินกองทุน
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
– ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
พฤติกรรมหรือความต้องการของลูกค้า / ผู้บริโภค นโยบายของรัฐ
– นโยบายหรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ
– การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
– ธุรกิจของคู่ค้าหรือผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
– การพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่หรือน้อยราย
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
ความเสียหายด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง
การลงทุนของผู้ถือหลักทรัพย์
ความเสี่ยงต่อผู้ถือหุ้น
การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน
การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอื่น ๆ
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)

การพึ่งพิงบุคลากรในตำแหน่งงานสำคัญ
การขาดแคลนหรือพึ่งพิงแรงงานที่มีศักยภาพ
ระบบงานหรือระบบการควบคุมภายใน
การปฏิบัติงานของพนักงาน
ความเสียหายจากการที่คู่ค้าหรือคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
การดำเนินโครงการในอนาคตไม่เป็นไปตามแผน ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
การละเมิดกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความเสียหายด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง
การปฏิบัติงานของพนักงาน
ความปลอดภัยของข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์และการโจมตีทางไซเบอร์
ความเสียหายจากการที่คู่ค้าหรือคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
การทุจริตคอร์รัปชัน
การขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
การละเมิดกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การกำกับดูแลกิจการ
ความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การไม่เพียงพอของเงินทุน
ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
นโยบายของรัฐ
นโยบายหรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ
ธุรกิจของคู่ค้าหรือผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
การผิดนัดชำระหนี้หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
ความผันผวนของรายได้
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกิดภัยพิบัติ
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกิดภัยพิบัติ
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
น้ำท่วมภาคเหนือและภาคใต้ สัญญาณเตือนภัยโลกเดือด
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
ความเสียหายด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
ระบบงานหรือระบบการควบคุมภายใน
การปฏิบัติงานของพนักงาน
ความปลอดภัยของข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์และการโจมตีทางไซเบอร์
ความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์
ความเสี่ยงต่อการลงทุนของผู้ถือหลักทรัพย์ (2.2.2)


รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูล ณ วันที่ 24 เม.ย. 2568


คณะกรรมการ / ผู้บริหาร







การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis) คือวิธีการศึกษาข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยเฉพาะราคาปิด ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบกราฟ เพื่อ คาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเก็งกำไร
วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค
เพื่อหาจุดซื้อ-จุดขายที่เหมาะสม
ระบุช่วงเวลาที่ควรเข้าซื้อ (Buy Signal) หรือขายทำกำไร/ตัดขาดทุน (Sell Signal)
เพื่อจับจังหวะของแนวโน้มราคา (Trend)
วิเคราะห์ว่าแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend), หรือ Sideway
เพื่อระบุระดับแนวรับ/แนวต้าน
แนวรับ: ราคาที่มีโอกาสเด้งขึ้น
แนวต้าน: ราคาที่มีแนวโน้มยากจะผ่านไปได้
เพื่อยืนยันหรือหาสัญญาณกลับตัว (Reversal)
ใช้รูปแบบกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders
เครื่องมือที่ใช้บ่อย
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)
ช่วยกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น ดูแนวโน้มราคาระยะยาว
เช่น MA5, MA20, MA200
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI)
วัดภาวะ “ซื้อมากเกินไป” หรือ “ขายมากเกินไป”
RSI > 70 = Overbought, RSI < 30 = Oversold
MACD (Moving Average Convergence Divergence)
บ่งชี้ทิศทางและแรงของแนวโน้ม
Volume / ปริมาณการซื้อขาย
ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม
รูปแบบกราฟ (Chart Patterns)
เช่น Cup & Handle, Triangle, Flag, Head & Shoulders
หมายเหตุ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้พยากรณ์อนาคตแน่นอน แต่ช่วยเพิ่ม “โอกาส” ในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทางทีมงานไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผู้ลงทุนหุ้นตัวใดก็ตามที่ ได้วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน มาทุกข้อแล้วเวลาจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนก็ตามควรมีการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค หรือ Technical analysis ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน.



ข้อมูลบริษัท ลักษณะของหุ้น กลุ่มบริษัทในเครือ ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ ผลิตภัณฑ์และบริการ


Disclaimer

ใส่ความเห็น