วิเคราะห์ หุ้น GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ GLOBAL อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น GLOBAL
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ดำเนินธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้แบรนด์ Global House ในรูปแบบ One Stop Shopping Center ดังนั้นทรัพย์สินสำคัญของบริษัทจะเน้นไปที่ สาขา พื้นที่ค้าปลีก คลังสินค้า สินค้าคงเหลือ และระบบโลจิสติกส์ เป็นหลัก

ระบบโลจิสติกส์และยานพาหนะ
ธุรกิจ GLOBAL ต้องอาศัยระบบขนส่งเพื่อเคลื่อนย้ายสินค้าจากแหล่งจัดซื้อ/คลังสินค้าไปยังสาขา รวมถึงการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า โดยเฉพาะสินค้าวัสดุก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
มอง GLOBAL ในมุม “ทรัพย์สินสร้างรายได้”
จุดเด่นของ GLOBAL คือการมี เครือข่ายสาขา + พื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่ + สินค้าจำนวนมาก + ระบบคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านแบบครบวงจร
ข้อมูล SET ระบุว่า ณ ปี 2568 GLOBAL มีสินทรัพย์รวมประมาณ 40,190 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 25,540 ล้านบาท
และข้อมูลไตรมาส 1/2569 ระบุสินทรัพย์รวมประมาณ 39,056 ล้านบาท
สรุปแบบนักลงทุน
ทรัพย์สินสำคัญของ GLOBAL ได้แก่
🏬 สาขา Global House
🏗️ ที่ดินและอาคาร
📦 คลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บ
🛒 สินค้าคงเหลือจำนวนมาก
🚚 ระบบขนส่งและโลจิสติกส์
💻 ระบบ IT / POS / ระบบบริหารสินค้า
🔧 อุปกรณ์และเครื่องมือภายในสาขา
🚗 ระบบ Drive-through และพื้นที่รับสินค้า
โดยภาพรวม GLOBAL เป็นธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์ค่อนข้างมาก (Asset Intensive) เพราะการขยายธุรกิจต้องลงทุนกับสาขา พื้นที่ อาคาร ระบบจัดเก็บ และสินค้าคงเหลือ ขณะเดียวกันทรัพย์สินเหล่านี้เป็นโครงสร้างสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายจากธุรกิจ Home Improvement ได้ในระยะยาว

อาคารและสาขา Global House
ถือเป็นทรัพย์สินหลักที่ใช้สร้างรายได้ โดยสาขามีลักษณะเป็นศูนย์ค้าปลีกขนาดใหญ่สำหรับจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านแบบครบวงจร
ภายในสาขารองรับสินค้าหลากหลายกลุ่ม เช่น
วัสดุก่อสร้าง
วัสดุตกแต่งบ้าน
เครื่องมือและอุปกรณ์ช่าง
สินค้าบ้านและเครื่องใช้ภายในบ้าน
สินค้าเกี่ยวกับสวน
สินค้าสำหรับงานต่อเติมและปรับปรุงบ้าน

ที่ดินและพื้นที่สำหรับดำเนินงาน
GLOBAL จำเป็นต้องใช้ ที่ดินและพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับอาคารสาขา พื้นที่จัดแสดงสินค้า พื้นที่เก็บสินค้า และพื้นที่จอดรถ
ทรัพย์สินประเภทนี้มีความสำคัญต่อโมเดลธุรกิจ เพราะบริษัทต้องการพื้นที่สำหรับจัดแสดงสินค้าจำนวนมาก และรองรับการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่

คลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บสินค้า
ธุรกิจวัสดุก่อสร้างจำเป็นต้องมีพื้นที่จัดเก็บสินค้าจำนวนมาก ทั้งสินค้าในอาคารและสินค้าที่มีขนาดใหญ่ เช่น วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ช่าง และสินค้าตกแต่งบ้าน
คลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ GLOBAL สามารถบริหารสินค้าหลากหลายประเภทได้อย่างต่อเนื่อง

สินค้าคงเหลือ
สินค้าคงเหลือถือเป็นทรัพย์สินหมุนเวียนที่สำคัญมาก ของธุรกิจค้าปลีก เพราะเป็นสินค้าที่บริษัทซื้อมาเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า
ตัวอย่างเช่น
วัสดุก่อสร้าง
สุขภัณฑ์
กระเบื้อง
เครื่องมือช่าง
อุปกรณ์ไฟฟ้า
เฟอร์นิเจอร์
ของใช้ภายในบ้าน
อุปกรณ์สวน
สินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน

ระบบ Drive-through และโครงสร้างพื้นฐานด้านการรับสินค้า
GLOBAL มีการนำระบบ Drive-through มาใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าในการรับสินค้าวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการดำเนินงานของสาขา
จุดนี้มีความสำคัญกับสินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก เพราะลูกค้าสามารถรับสินค้าและนำกลับไปใช้งานหรือก่อสร้างได้สะดวกขึ้น

อุปกรณ์และระบบภายในสาขา
ประกอบด้วยทรัพย์สินที่ช่วยสนับสนุนการขายและบริหารร้าน เช่น
ชั้นวางสินค้า
อุปกรณ์จัดเก็บสินค้า
อุปกรณ์ขนย้ายสินค้า
ระบบ Point of Sale (POS)
ระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
ระบบรักษาความปลอดภัย
อุปกรณ์สำนักงาน
ระบบบริหารจัดการสินค้า


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น GLOBAL
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่งบ้าน เครื่องมือ อุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับบ้านและสวนแบบครบวงจร ภายใต้แบรนด์ Global House โดยบริษัทมีทั้งธุรกิจในประเทศไทยและการลงทุนผ่านบริษัทย่อย/บริษัทร่วมในต่างประเทศ
บริษัทสำคัญในกลุ่ม

บริษัท เน็คซ์คิว อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด
เป็น บริษัทย่อยที่ GLOBAL ถือหุ้น 100% จัดตั้งเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดจำหน่าย เครื่องใช้ในบ้านและของตกแต่งบ้าน ถือเป็นการต่อยอดจากธุรกิจ Home Center ไปยังกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไลฟ์สไตล์ภายในบ้าน
โครงสร้างธุรกิจของ GLOBAL แบบเข้าใจง่าย
GLOBAL

ธุรกิจหลักในประเทศไทย
→ Global House
→ วัสดุก่อสร้าง
→ สินค้าตกแต่งบ้าน
→ เครื่องมือและอุปกรณ์
→ สินค้าบ้านและสวน
→ เครื่องใช้ภายในบ้าน

การลงทุนในต่างประเทศ
→ 🇱🇦 Souvanny Home Center – ลาว
→ 🇲🇲 Pro 1 Global – เมียนมา
→ 🇮🇩 Caturkarda Depo Bangunan – อินโดนีเซีย

ธุรกิจใหม่/บริษัทย่อย
→ 🇹🇭 เน็คซ์คิว อิเล็คทริค (ประเทศไทย)
→ เครื่องใช้ในบ้าน
→ ของตกแต่งบ้าน
จุดที่น่าสนใจคือ GLOBAL ไม่ได้มีรายได้จากร้าน Global House ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้าง เครือข่ายธุรกิจ Home Improvement ในภูมิภาคอาเซียน และเพิ่มสินค้าใหม่ผ่านบริษัทย่อย โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมี Global House ในประเทศไทยรวม 96 สาขา หลังเปิดเพิ่มอีก 6 สาขาในปีดังกล่าว
มุมมองนักลงทุน: โครงสร้างกลุ่มของ GLOBAL จึงควรมองเป็น 3 แกน คือ “สาขา Global House ในไทย + การขยายตลาดอาเซียน + การต่อยอดสินค้า Home & Living” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดโอกาสเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป
ข้อมูลโครงสร้างล่าสุดควรตรวจสอบกับ 56-1/Annual Report 2568 ของบริษัท เนื่องจากการลงทุนและสัดส่วนการถือหุ้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้

บริษัท โกลบอลเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
เป็นบริษัทที่ใช้เป็นฐานสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจของ GLOBAL ในต่างประเทศ โดยมีความเชื่อมโยงกับการลงทุนในธุรกิจ Home Center ในภูมิภาคอาเซียน

Souvanny Home Center Public Company Limited — สปป.ลาว
GLOBAL มีความสัมพันธ์ในลักษณะ บริษัทร่วม (Associate) ผ่าน Global House International โดย Souvanny Home Center ดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านในประเทศลาว

Pro 1 Global Co., Ltd. — เมียนมา
เป็น บริษัทร่วม (Associate) ของ Global House International ในเมียนมา ทำธุรกิจเกี่ยวกับศูนย์จำหน่ายสินค้าและวัสดุสำหรับบ้าน

PT Caturkarda Depo Bangunan Tbk. — อินโดนีเซีย
เป็น บริษัทร่วม (Associate) ของ Global House International ในอินโดนีเซีย ดำเนินธุรกิจ Home Improvement / Building Materials ผ่านเครือข่ายร้านค้า Depo Bangunan



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น GLOBAL
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
Siam Global House Public Company Limited หรือ GLOBAL ดำเนินธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ของตกแต่งบ้าน เครื่องมือ อุปกรณ์ และสินค้า Home Improvement ในรูปแบบ One Stop Shopping โดยมีสาขาจำนวนมากทั่วประเทศ
จากข้อมูลบริษัทล่าสุด ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตามมีดังนี้

🌦️ ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ
ธุรกิจสาขาขนาดใหญ่ทั่วประเทศอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พายุ ภัยแล้ง หรือเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง ซึ่งอาจกระทบทั้ง หน้าร้าน สินค้าคงคลัง การขนส่ง และกำลังซื้อของลูกค้าในพื้นที่

⚠️ ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
GLOBAL พึ่งพาการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคก่อสร้าง/ปรับปรุงบ้าน หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ครัวเรือนลดลง หรือหนี้ครัวเรือนสูง ผู้บริโภคอาจเลื่อนการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน
ปี 2568 บริษัทระบุว่ากำลังซื้อฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ และ Same Store Sales Growth อยู่ที่ -6.24% สะท้อนแรงกดดันต่อยอดขายสาขาเดิม

🔥 การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างรุนแรง
ตลาด Home Improvement และ Modern Trade มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ร้านค้าท้องถิ่น และช่องทางออนไลน์
การแข่งขันด้าน ราคา โปรโมชั่น ส่วนลด และบริการ อาจทำให้ GLOBAL ต้องใช้งบส่งเสริมการขายมากขึ้น และกดดันอัตรากำไรในอนาคต บริษัทเองก็ระบุว่า “การแข่งขันที่รุนแรง” เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของธุรกิจ

📉 ความเสี่ยงจากต้นทุนการดำเนินงาน
การบริหารเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่ทำให้มีต้นทุนทั้งค่าแรง ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าเช่า/บำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายในการบริหาร
หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่ายอดขาย บริษัทอาจไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดไปยังราคาสินค้าได้ ส่งผลโดยตรงต่อกำไร
ปี 2568 กำไรสุทธิของบริษัทลดลง 17.98% โดยบริษัทระบุถึงแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น

💰 ความเสี่ยงจากอัตรากำไรลดลง
ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างสูง หากต้องทำโปรโมชั่นหรือปรับราคาสินค้าเพื่อรักษายอดขาย อาจทำให้ Gross Margin ลดลง
ตัวเลขปี 2568 สะท้อนประเด็นนี้ในเชิงกำไรสุทธิ โดย Net Profit Margin ลดเหลือ 5.99% จาก 7.17% ในปี 2567 ขณะที่ ROE ลดจาก 9.92% เหลือ 7.82%

🌏 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
GLOBAL มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย จึงมีความเสี่ยงจากค่าเงินบาท โดยงบการเงินปี 2568 ระบุว่าบริษัทมีธุรกรรมระหว่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้า และมีการใช้ Forward Contract เพื่อบริหารความเสี่ยงค่าเงิน
ดังนั้น หากเงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ต้นทุนสินค้านำเข้าอาจเพิ่มขึ้นและกดดัน Margin หากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน

📦 ความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลัง
GLOBAL ต้องบริหารสินค้าหลากหลายประเภทและมีสินค้าคงคลังจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าตกแต่งบ้าน สุขภัณฑ์ กระเบื้อง และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์ผู้บริโภค
หากสินค้าไม่เป็นที่นิยม สินค้าตกรุ่น หรือขายช้ากว่าคาด บริษัทอาจต้องทำโปรโมชั่นลดราคาเพื่อระบายสินค้า ซึ่งอาจกระทบทั้ง Margin และเงินทุนหมุนเวียน โดยความเสี่ยงเรื่องสินค้าล้าสมัยเป็นประเด็นที่บริษัทเคยระบุไว้เช่นกัน

🏗️ ความเสี่ยงจากภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
สินค้าหลายประเภทของ GLOBAL เชื่อมโยงกับการก่อสร้างบ้าน การซ่อมแซม และการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์
หากการก่อสร้างภาคเอกชนชะลอตัว ยอดขายวัสดุก่อสร้างและสินค้าที่เกี่ยวข้องอาจได้รับผลกระทบ โดยบริษัทระบุว่าปี 2568 การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างยังมีข้อจำกัด

🏪 ความเสี่ยงจากการขยายสาขา
การเปิดสาขาใหม่ช่วยเพิ่มพื้นที่ขายและขยายฐานลูกค้า แต่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และต้องใช้เวลาในการสร้างยอดขายให้ถึงจุดคุ้มทุน
หากเปิดสาขาในพื้นที่ที่กำลังซื้อไม่เพียงพอ หรือยอดขายต่อสาขาไม่เติบโต อาจทำให้ ผลตอบแทนจากเงินลงทุนลดลง
ปี 2568 บริษัทเปิดสาขาใหม่ 6 แห่ง ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมยังเผชิญแรงกดดัน จึงเป็นตัวเลขที่นักลงทุนควรติดตามควบคู่กัน

🛒 ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคและ E-Commerce
ผู้บริโภคมีแนวโน้มเปรียบเทียบราคาผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น หากคู่แข่งออนไลน์เสนอราคาถูกกว่า หรือมีบริการจัดส่งที่สะดวกกว่า GLOBAL อาจต้องปรับรูปแบบ Omnichannel และลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม
บริษัทเองระบุว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และกระแสความยั่งยืน เป็นปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานและการเติบโตในอนาคต


🔎 จุดที่นักลงทุน GLOBAL ควรจับตาเป็นพิเศษ


มุมมองโดยรวม: ความเสี่ยงหลักของ GLOBAL ในระยะนี้ไม่ใช่เรื่องฐานะการเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง “กำลังซื้อ → ยอดขายสาขาเดิม → Margin → กำไร” โดยเฉพาะเมื่อปี 2568 รายได้อยู่ที่ประมาณ 32,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิประมาณ 1,964 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ขณะที่ D/E ยังอยู่ที่ 0.56 เท่า ดังนั้น หากจะวิเคราะห์ GLOBAL แบบนักลงทุน ควรให้ความสำคัญกับ SSSG + Gross Margin + SG&A + Inventory + จำนวนสาขาใหม่ มากกว่าดูเพียงการเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว


ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น GLOBAL
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับบ้านและสวนแบบครบวงจร ภายใต้แบรนด์ Global House และมีระบบ Drive-through เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับสินค้า
🔥 พัฒนาการสำคัญในช่วงที่ผ่านมา

มีการจ่ายหุ้นปันผลในปี 2568
GLOBAL เพิ่มทุนจากการจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา หุ้นเดิม 26 หุ้นต่อหุ้นปันผล 1 หุ้น จำนวนหุ้นเพิ่มทุน 200.06 ล้านหุ้น และเริ่มซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนวันที่ 9 พฤษภาคม 2568
📌 มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดเด่นของ GLOBAL ในระยะยาวอยู่ที่ การขยายสาขา + การปรับปรุงสาขาเดิม + การเพิ่มยอดขาย House Brand + การขยายตลาดต่างประเทศ ขณะที่ไตรมาส 1/2569 เริ่มเห็นการฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 29% YoY จาก 621.9 ล้านบาทเป็น 802.6 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปี 2568 ทั้งปีรายได้ลดลงเหลือ 32,400.13 ล้านบาท จาก 33,014.97 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงจาก 2,377.00 ล้านบาทเหลือ 1,963.95 ล้านบาท ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ กำลังซื้อภายในประเทศ, ยอดขายสาขาเดิม (SSSG), อัตรากำไร และความคุ้มค่าของการลงทุนขยายสาขา
สรุปสั้น ๆ: GLOBAL กำลังเดินเกมแบบ “ขยายเครือข่าย + เพิ่มประสิทธิภาพร้าน + ดัน House Brand” หากยอดขายสาขาเดิมกลับมาเติบโตพร้อมกับการควบคุมต้นทุนได้ดี การขยายสาขา 97 แห่งในประเทศและการมีฐานในกัมพูชา 2 แห่ง ก็อาจกลายเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะถัดไป

เดินหน้าขยายสาขาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
ปี 2568 GLOBAL เปิดสาขาใหม่ในประเทศ 6 แห่ง ได้แก่ นราธิวาส, บ้านดุง, แม่สอด, เวียงสา, สมเด็จ และลาดยาว ทำให้สิ้นปี 2568 มีสาขาในประเทศไทย 96 สาขา และมีสาขาของบริษัทย่อยในกัมพูชาอีก 2 สาขา

ขยายสาขาเข้าสู่พื้นที่ชายแดนและจังหวัดที่มีศักยภาพ
การเปิดสาขา แม่สอด จ.ตาก เป็นหนึ่งในกลยุทธ์รองรับศักยภาพทางเศรษฐกิจบริเวณชายแดนไทย–เมียนมา โดยสิ้นไตรมาส 3/2568 GLOBAL มีสาขาในประเทศ 93 สาขา

เดินหน้าปรับปรุงสาขาเดิม
นอกจากการเปิดสาขาใหม่ บริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับร้านเดิมให้ทันสมัยและเพิ่มประสบการณ์การซื้อสินค้า โดยในปี 2568 ปรับปรุงสาขาอีก 7 แห่ง และมีสาขาที่ผ่านการปรับปรุงสะสม 45 แห่ง

ปี 2569 ยังเดินหน้าขยายเครือข่าย
ไตรมาส 1/2569 บริษัทเปิด สาขาโพนพิสัย จ.หนองคาย เพิ่มอีก 1 แห่ง ทำให้มีสาขาในประเทศไทยรวม 97 สาขา และสาขาในกัมพูชาอีก 2 แห่ง

เพิ่มบทบาทสินค้า House Brand
ไตรมาส 1/2569 รายได้จากการขายอยู่ที่ 8,589.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.58% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายสินค้า House Brand ซึ่งสะท้อนการมุ่งเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่บริษัทสามารถบริหารด้านผลิตภัณฑ์และอัตรากำไรได้มากขึ้น

ผลประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 1/2569
รายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 8,792.84 ล้านบาท เพิ่มจาก 8,588.15 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 621.90 ล้านบาท เป็น 802.57 ล้านบาท

ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
ณ ไตรมาส 1/2569 GLOBAL มีหนี้สิน 12,722.25 ล้านบาท ลดลงจาก 15,201.52 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 26,076.54 ล้านบาท จาก 25,273.96 ล้านบาท









วิเคราะห์หุ้น GLOBAL — บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
Siam Global House Public Company Limited หรือ GLOBAL เป็นหุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่มีจุดแข็งจากโมเดล One Stop Shopping Center ครอบคลุมวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือ อุปกรณ์ บ้านและสวน รวมถึงสินค้าตกแต่งบ้าน โดย ณ สิ้นปี 2568 มีสาขาในไทยรวม 96 สาขา และมีการขยายธุรกิจในต่างประเทศด้วย
🔥 จุดเด่นที่น่าสนใจ

  1. โมเดลธุรกิจแข็งแรงและมีฐานสาขาขนาดใหญ่
    GLOBAL ใช้พื้นที่ร้านขนาดใหญ่เฉลี่ยประมาณ 10,787–32,000 ตร.ม. ทำให้สามารถรวบรวมสินค้าหลากหลายประเภทไว้ในจุดเดียว เหมาะกับทั้งลูกค้ารายย่อยและผู้รับเหมา
  2. กำไรไตรมาส 1/69 ฟื้นตัวโดดเด่น
    3M/2569 บริษัทมีรายได้ 8,792.84 ล้านบาท เพิ่มจาก 8,588.15 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 802.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 29% YoY จาก 621.90 ล้านบาท
    ตัวเลขนี้น่าสนใจเพราะสะท้อนว่า แม้ยอดขายไม่ได้เติบโตแรง แต่บริษัทสามารถ บริหารต้นทุนและอัตรากำไรได้ดีขึ้น
  3. Gross Margin เป็นจุดแข็งสำคัญ
    ข้อมูล 1Q26 ระบุว่า Gross Margin อยู่ที่ 26.6% เทียบกับ 25.1% ใน 1Q25 ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 17% YoY และกำไรหลักเพิ่มขึ้นประมาณ 29% YoY
    พูดง่าย ๆ คือ
    “ยอดขายโตไม่แรง แต่กำไรโตแรงกว่า”
    นี่เป็นสัญญาณบวกต่อคุณภาพกำไร
  4. กระแสเงินสดจากธุรกิจดี
    ปี 2568 GLOBAL มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 6,508 ล้านบาท ขณะที่บริษัทระบุว่าการบริหารสต็อกและควบคุมต้นทุนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
  5. มีโอกาสเติบโตจากการขยายสาขาและธุรกิจใหม่
    ปี 2568 บริษัทเปิดเพิ่ม 6 สาขา และจัดตั้ง NextQ Electric (Thailand) ถือหุ้น 100% เพื่อทำธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและของตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นการเพิ่มหมวดสินค้าและโอกาสสร้างรายได้ในอนาคต
    ⚠️ จุดที่ต้องระวัง
  6. กำลังซื้อในประเทศยังเป็นความเสี่ยงหลัก
    ธุรกิจ GLOBAL มีความสัมพันธ์กับการใช้จ่ายเพื่อ สร้างบ้าน ต่อเติม ซ่อมแซม และตกแต่งบ้าน ดังนั้นหากเศรษฐกิจชะลอหรือกำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ ยอดขายสาขาเดิมมีโอกาสได้รับผลกระทบ
    ปี 2568 บริษัทมี SSSG อยู่ที่ -6.24% ซึ่งสะท้อนแรงกดดันต่อยอดขายสาขาเดิม แม้บริษัทจะรักษา Gross Margin ได้ดี
  7. การแข่งขันสูง
    ตลาด Home Improvement มีการแข่งขันทั้งด้านราคา โปรโมชั่น และการขยายสาขา ทำให้ GLOBAL ต้องรักษาสมดุลระหว่าง ยอดขายกับอัตรากำไร
  8. สต็อกสินค้าจำนวนมาก
    ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างต้องบริหารสินค้าหลากหลาย SKU หากสินค้าหมุนช้าหรือคาดการณ์ความต้องการผิดพลาด อาจกระทบเงินทุนหมุนเวียนและต้องใช้โปรโมชั่นระบายสินค้า
  9. การเติบโตของยอดขายยังต้องจับตา
    จุดที่ผมมองว่าสำคัญมากคือ SSSG หากกำไรเติบโตจากการควบคุมต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ยอดขายสาขาเดิมยังติดลบต่อเนื่อง การเติบโตระยะยาวอาจมีข้อจำกัด

📊 มอง GLOBAL แบบนักลงทุน


🎯 ประเด็นที่ควรจับตาต่อไป
ผมให้น้ำหนักกับ 4 ตัวแปรมากที่สุด:
SSSG → Gross Margin → SG&A → กำไรสุทธิ
หากในไตรมาสถัด ๆ ไปเกิดภาพ
SSSG กลับมาเป็นบวก + Gross Margin ทรงตัว/เพิ่มขึ้น + SG&A คุมได้
จะเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวของ GLOBAL เริ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น
แต่ถ้า SSSG ยังติดลบหนัก และต้องพึ่งโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย นักลงทุนควรระมัดระวังเรื่องการเติบโตในระยะยาว
🔥 สรุปแบบเพจหุ้นมืออาชีพ
GLOBAL ไม่ใช่หุ้นที่ต้องลุ้นจาก “ยอดขายโตแรง” เพียงอย่างเดียว แต่จุดเด่นล่าสุดอยู่ที่ “การทำกำไรต่อยอดขายดีขึ้น”
1Q69 เป็นภาพที่น่าสนใจมาก เพราะ รายได้โตเพียงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิโตประมาณ 29% YoY ขณะที่ Gross Margin ขยับขึ้นและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังแข็งแรง
ดังนั้น GLOBAL = หุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่กำลังอยู่ในช่วงพิสูจน์ว่า “การเพิ่มประสิทธิภาพ” จะสามารถเปลี่ยนเป็น “การเติบโตอย่างยั่งยืน” ได้หรือไม่
มุมมอง: 🟢 พื้นฐานยังน่าสนใจ / ต้องติดตาม SSSG อย่างใกล้ชิด
Catalyst: กำลังซื้อฟื้น, SSSG กลับเป็นบวก, การขยายสาขา, Margin ดีขึ้น
Risk: เศรษฐกิจชะลอ, กำลังซื้ออ่อน, การแข่งขันด้านราคา, สินค้าคงคลัง
ข้อมูลล่าสุดด้านงบการเงินและเอกสารนักลงทุนของบริษัทมีการเผยแพร่ งบ 1Q/2569 และ Opportunity Day 1Q/2569 แล้ว


Disclaimer

ใส่ความเห็น