ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น KIAT บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KIAT บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KIAT บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ KIAT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.02บาท02 ก.ย. 2569เงินปันผล
–0.01บาท30 เม.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.01บาท04 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.01บาท24 เม.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.01บาท04 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.01บาท26 เม.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.01บาท06 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.02บาท21 เม.ย. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.01บาท02 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 มิ.ย. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.01บาท21 เม.ย. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.01บาท06 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.01บาท19 เม.ย. 2564เงินปันผล

เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1994 ที่มี 20 ล้านบาททุนจดทะเบียน, บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน) วัตถุประสงค์ เดิมนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการ การขนส่งของลูกค้าในภาคแร่ธาตุ เช่น บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด และในปี 2003 บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน) ได้ร่วม กับบริษัท เคมทรานส์ จำกัด ซึ่งมีความเป็นมืออาชีพด้านการขนส่ง สินค้าอันตราย ทั้งยังได้ขยายฐานลูกค้าไปในด้านเคมีและปิโตรเคมี บริษัท เกียรติธนาขนส่งฯ ได้รับการรับรองภายใต้ OHSAS 18001: 2007 และ ISO 9001: 2008 ในปี 2009 ต่อมาได้ยกทุนจดทะเบียน 220 ล้านบาท ในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ของประเทศไทย และในปี 2024 ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยทางถนนและการจราจร ISO 39001:2012
วิสัยทัศน์/ พันธกิจ
วิสัยทัศน์
เราจะเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจรในระดับอาเซียน โดยมุ่งเน้นพัฒนาการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานสากล
พันธกิจ
1.มุ่งพัฒนาระบบการบริหารงาน และสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยสอดคล้องตามข้อกำหนด กฎหมาย
2.บริหารธุรกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อความั่นคง และเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
3.ให้บริการที่เหนือความคาดหวัง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
4.พัฒนาองค์กรโดยสร้างทีมงานมืออาชีพ และนำเทคนโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์
5.ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น KIAT
จากข้อมูลที่เผยแพร่ของ บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) (KIAT) พบว่ากลุ่มบริษัทมีบริษัทย่อย/บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

บริษัทลักษณะโดยสรุป
บริษัท เคจีพี จำกัด (KGP)บริษัทในเครือของ KIAT ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 ทุนจดทะเบียน 62.5 ล้านบาท
บริษัท เคที เทรน จำกัด (KT Train)บริษัทในเครือ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ทุนจดทะเบียน 34 ล้านบาท
บริษัท เกียรติธนา เทรดดิ้ง จำกัดบริษัทในเครือ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท

ข้อมูลรายชื่อบริษัทในเครือข้างต้นมีการเผยแพร่ในข้อมูลวิเคราะห์ที่อ้างอิงเอกสารบริษัท ขณะที่สำนักงาน ก.ล.ต. มี One Report ของ KIAT ปี 2568 ซึ่งได้รับข้อมูลเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ให้ใช้ตรวจสอบรายละเอียดโครงสร้างกลุ่มบริษัทเพิ่มเติมได้
ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ
KIAT เป็นบริษัทแม่ที่ดำเนินธุรกิจขนส่ง โดยเน้นการขนส่งวัตถุอันตรายและสินค้าพิเศษ เช่น กลุ่มปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และกากอุตสาหกรรม โดย SET ระบุว่าบริษัทมีรถบรรทุกเฉพาะประเภทมากกว่า 700 คัน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


หุ้น KIAT – บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) มีธุรกิจหลักเป็นการขนส่งวัตถุอันตราย เช่น ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และกากอุตสาหกรรม โดยมีรถบรรทุกเฉพาะทางมากกว่า 700 คัน รวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์และธุรกิจต่อเนื่อง เช่น การขนส่งทางรางและการจำหน่าย/ขนส่งเคมีภัณฑ์
ความเสี่ยงสำคัญของ KIAT

  1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
    บริษัทระบุว่ารายได้จากการให้บริการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับลูกค้ารายใหญ่ ดังนั้น หากลูกค้ารายสำคัญลดปริมาณการขนส่ง ไม่ต่อสัญญา หรือประสบปัญหาทางธุรกิจ อาจกระทบรายได้และการใช้ประโยชน์จากรถบรรทุกของบริษัทได้โดยตรง บริษัทจึงพยายามขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มก๊าซอุตสาหกรรมและเคมีภัณฑ์ รวมถึงลูกค้ารายย่อยมากขึ้น
  2. ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและสินค้าอันตราย — เป็นความเสี่ยงเฉพาะตัวที่สำคัญ
    KIAT ขนส่งสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สารเคมี เชื้อเพลิง และก๊าซ หากเกิดอุบัติเหตุ การรั่วไหล ไฟไหม้ หรือการปนเปื้อน อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม และชื่อเสียง รวมถึงอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายหรือความรับผิดตามกฎหมาย บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการตรวจสภาพรถ การอบรมพนักงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่ง โดยล่าสุดบริษัทมีการอบรมข้อกำหนด TP2/ADR ในปี 2569 ด้วย
  3. ความเสี่ยงจากต้นทุนการดำเนินงานและราคาน้ำมัน
    ธุรกิจขนส่งมีต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง ยางรถ ค่าแรง และค่าเสื่อมราคาของรถจำนวนมาก หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าขนส่งที่บริษัทสามารถเรียกเก็บจากลูกค้าได้ อัตรากำไรอาจลดลง โดยเฉพาะช่วงที่การแข่งขันทำให้การปรับค่าบริการทำได้จำกัด
  4. ความเสี่ยงจากภาวะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
    ธุรกิจของ KIAT เชื่อมโยงกับกิจกรรมของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ น้ำมัน และก๊าซ หากภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวลดการผลิตหรือลดการขนส่ง ปริมาณงานของบริษัทก็มีโอกาสลดลงตามไปด้วย แม้บริษัทจะพยายามกระจายไปยังธุรกิจและกลุ่มลูกค้าอื่นก็ตาม
  5. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
    การขนส่งวัตถุอันตรายต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานจำนวนมาก หากกฎเกณฑ์เข้มงวดขึ้น บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มในรถ อุปกรณ์ ระบบติดตาม การฝึกอบรม และบุคลากร ในทางกลับกัน การปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเข้มงวดก็เป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับอย่างต่อเนื่อง
  6. ความเสี่ยงจากการใช้รถและสินทรัพย์จำนวนมาก
    ธุรกิจขนส่งต้องใช้รถเฉพาะทางจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งค่าเสื่อมราคา ค่าซ่อม และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา หากรถไม่ได้ถูกใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ต้นทุนคงที่ต่อเที่ยวจะสูงขึ้นและกดดันกำไร บริษัทมีรถบรรทุกเฉพาะประเภทมากกว่า 700 คัน
  7. ความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ชะลอตัว
    ข้อมูลล่าสุดที่ SET เผยแพร่สำหรับ 9M/2568 แสดงให้เห็นว่า รายได้ลดจาก 637.58 ล้านบาท เหลือ 595.25 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดจาก 55.59 ล้านบาท เหลือ 40.81 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปี 2568 ทั้งปีมีกำไรสุทธิ 34.08 ล้านบาท เทียบกับ 57.13 ล้านบาทในปี 2567
    จุดนี้จึงควรติดตามว่า การลดลงของกำไรเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ หรือเริ่มสะท้อนแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อรายได้ลดลงพร้อมกับกำไร
  8. ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจใหม่
    KIAT มีการขยายจากธุรกิจขนส่งหลักไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การขนส่งทางรางผ่านบริษัท เคที เทรน และธุรกิจจำหน่าย/ขนส่งเคมีภัณฑ์ผ่านบริษัท เกียรติธนาเทรดดิ้ง รวมถึงธุรกิจอื่นในกลุ่ม
    การกระจายธุรกิจช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านการลงทุน การบริหาร และการแข่งขันในตลาดใหม่ ซึ่งต้องติดตามผลตอบแทนของแต่ละธุรกิจแยกกัน

สรุปภาพรวมความเสี่ยง

ปัจจัยประเด็นที่ต้องติดตาม
ลูกค้ารายใหญ่การต่อสัญญาและปริมาณงานของลูกค้าหลัก
อุบัติเหตุความเสียหายจากการขนส่งสารเคมี/เชื้อเพลิง
ราคาน้ำมันและต้นทุนความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า
อุตสาหกรรมปิโตรเคมีปริมาณการผลิตและความต้องการขนส่ง
กฎหมายมาตรฐานรถและการขนส่งวัตถุอันตราย
รถบรรทุกการใช้รถให้เต็มประสิทธิภาพและค่าซ่อมบำรุง
กำไรแนวโน้มกำไรหลังปี 2568 ที่ลดลง
ธุรกิจใหม่ความสามารถในการสร้างกำไรจากธุรกิจที่ขยายเพิ่ม

ประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษสำหรับ KIAT: ผมมองในเชิงข้อมูลว่า “ลูกค้ารายใหญ่ + ความปลอดภัยของการขนส่ง + แนวโน้มกำไร” เป็น 3 เรื่องที่ควรติดตามควบคู่กัน เพราะธุรกิจของ KIAT มีความเฉพาะทางสูง และผลประกอบการปี 2568 อ่อนตัวลงจากปีก่อน ขณะที่ราคาหุ้น ณ 25 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 0.33 บาท และ SET รายงาน P/E 45.82 เท่า, P/BV 0.93 เท่า


ข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 2568



KIAT ดำเนินธุรกิจหลักด้านการรับบริการขนส่งวัตถุอันตราย กลุ่มปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พิเศษ เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ พร้อมกับมีรถบรรทุกเฉพาะประเภทมากกว่า 700 คันแล้วในช่วงหลัง ๆ.
บริษัทมีความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวเรื่อง “ขนส่งวัตถุอันตราย” และมีนโยบายความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก.
พัฒนาการที่สำคัญ
การขยายกำลังขนส่งเฉพาะด้าน
บริษัทให้บริการขนส่งวัตถุอันตรายและสินค้าพิเศษเป็นหลัก ซึ่งต้องใช้รถเฉพาะประเภท และมีมาตรการด้านความปลอดภัยสูง.
ณ งวด 3 เดือน/ปี 2566 มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 1,337.15 ล้านบาท และรถขนส่งกว่า 700 คันแล้ว.
การสร้างธุรกิจรอง/ต่อยอดจากธุรกิจหลัก
บริษัท “KIAT” ได้เปิดบริการ “สิบล้อลีสซิ่ง” ซึ่งเป็นธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ภายใต้บริษัทลูก เพื่อใช้ประสบการณ์ในธุรกิจขนส่งเป็นฐาน.
รายได้จากธุรกิจใหม่นี้เริ่มรับรู้ในไตรมาส 2/2565 และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้รายได้เติบโตได้ ~19.7% ในครึ่งปีแรก 2565.
การเติบโตของผลประกอบการ
ครึ่งปีแรกของปี 2565 รายได้เติบโต 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น ~411.1 ล้านบาท จาก ~343.5 ล้านบาท.
ไตรมาส 2/2565 กำไรสุทธิเติบโต ~36.7% เมื่อเทียบไตรมาสแรก.
การยกระดับบริการเป็น “โลจิสติกส์ครบวงจร”
นอกจากการขนส่ง บริษัทได้พัฒนาบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น คลังสินค้า พิธีการศุลกากร และการฝึกอบรมพนักงานขับรถในเรื่องสารเคมีและการระงับเหตุ.

📌 พัฒนาการตามลำดับเวลา
28 มีนาคม 2537 — ก่อตั้งบริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการขนส่ง ก่อนพัฒนาเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชนในเวลาต่อมา
21 ตุลาคม 2552 — KIAT เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยราคา IPO อยู่ที่ 4.50 บาทต่อหุ้น
กรกฎาคม 2561 — บริษัทขยายธุรกิจจากการขนส่งทางถนนเข้าสู่ ธุรกิจขนส่งทางราง ด้วยการเข้าซื้อกิจการบริษัท เก้าเจริญ เทรน ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เคที เทรน จำกัด
กรกฎาคม 2563 — บริษัท เคที เทรน เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟในเส้นทาง บ้านกระโดน–มาบตาพุด และมีการเปิดใช้สถานีบ้านกระโดนเป็นจุดขนส่ง
สิงหาคม 2564 — KIAT จัดตั้ง บริษัท เกียรติธนา เทรดดิ้ง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการขายเคมีภัณฑ์โดยเฉพาะ เป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมและเคมีภัณฑ์
ปี 2567–2568 — บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจหลักด้านขนส่งและโลจิสติกส์ ขณะที่โครงสร้างธุรกิจยังครอบคลุมการขนส่งสินค้าและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง โดย KIAT ยังคงอยู่ในกลุ่ม บริการ / ขนส่งและโลจิสติกส์ ของ SET



สรุป
โดยรวมแล้ว KIAT ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก “ผู้ให้บริการขนส่งวัตถุอันตราย” ไปสู่ “โลจิสติกส์ครบวงจร + ธุรกิจเช่าซื้อรถบรรทุก” เพื่อเสริมศักยภาพและช่องทางรายได้ใหม่ ทำให้เติบโตทั้งด้านธุรกิจหลักและธุรกิจรองได้พร้อมกัน

🔎 มุมมองภาพรวมพัฒนาการ
จุดเปลี่ยนสำคัญของ KIAT คือการ กระจายรูปแบบการขนส่งจากทางถนนไปสู่ทางราง ตั้งแต่ปี 2561 และต่อยอดไปยังธุรกิจการจำหน่ายเคมีภัณฑ์ในปี 2564 ทำให้บริษัทมีธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น
สำหรับข้อมูลล่าสุด ปี 2568 KIAT มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจประมาณ 746.02 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 34.08 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 2569 มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ 340.32 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 22.82 ล้านบาท
สรุปสั้นสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์หุ้น:
KIAT เดินหน้าพัฒนาธุรกิจจากผู้ให้บริการขนส่งทางถนน สู่การขยายเครือข่ายขนส่งทางราง และต่อยอดธุรกิจจำหน่ายเคมีภัณฑ์ สร้างความหลากหลายให้กับโครงสร้างธุรกิจ และเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่โลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรม


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด63.82104.2282.7989.6194.81
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ141.5980.54102.69102.9193.28
สินค้าคงเหลือ52.2732.7728.9622.1012.65
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน585.54663.92613.50672.67521.43
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ538.63495.85436.27474.18467.94
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน759.18661.99625.94634.64652.72
รวมสินทรัพย์1,344.731,325.911,239.451,307.311,174.16
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม––18.0810.86–
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ51.5938.6443.2137.0135.76
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี20.1821.3722.6621.9930.11
รวมหนี้สินหมุนเวียน90.96110.7997.90110.2381.21
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน114.7981.2550.8267.0147.22
รวมหนี้สิน205.75192.03148.73177.24128.42
ทุนจดทะเบียน309.04309.04309.04309.04309.04
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า309.04309.04309.04309.04309.04
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น523.40523.40523.40523.40523.40
กำไร(ขาดทุน)สะสม298.95294.28265.52299.21258.60
หุ้นทุนรับซื้อคืน––14.368.8852.37
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น0.340.340.340.340.34
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน0.340.340.340.340.34
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,131.731,127.061,083.941,123.111,039.01
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย7.246.826.786.966.72

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ792.43811.81746.02377.11340.32
รายได้อื่น27.1828.5127.7814.709.28
รวมรายได้819.62840.32773.81391.81349.60
ต้นทุน564.68584.92587.65282.61265.30
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร127.22124.68130.2463.7755.95
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย706.35754.45728.36348.07317.17
EBITDA192.89170.52130.3387.5673.05
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย80.0181.3484.1041.4942.34
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้112.8889.1846.2346.0730.71
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่86.2857.1334.0835.8422.82
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.030.020.010.010.01

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน163.95265.4195.6772.6591.30
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-317.20-127.27-24.06-40.7127.37
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-96.99-97.25-92.81-46.48-106.71
เงินสดสุทธิ-250.2540.89-21.20-14.5411.96


งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)7.318.146.287.23
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)49.9444.8258.1650.48
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)13.7619.0413.6932.82
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)26.5319.1726.6711.12
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)12.9614.3614.9115.67
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)28.1525.4224.4823.29
วงจรเงินสด (วัน)48.3238.5760.3538.32

Indicatorมุมมอง
TrendSideway / ยังไม่เป็นขาขึ้นชัดเจน
RSIประมาณ 43.84 — ยังไม่เข้าเขต Overbought/Oversold
MACDโมเมนตัมระยะสั้นยังอ่อน
Volumeควรจับตาการเพิ่มขึ้นเมื่อราคาทะลุแนวต้าน
52W Range0.28–0.37 บาท

🎯 Scenario ที่ควรจับตา
กรณีบวก:
ยืนเหนือ 0.34–0.35 บาท ได้ พร้อม Volume เพิ่มขึ้น → มีโอกาสทดสอบ 0.37 บาท ซึ่งเป็น High ของกรอบ 52 สัปดาห์
กรณี Breakout:
หากทะลุ 0.37 บาท ด้วย Volume สนับสนุน จะเป็นการเปลี่ยนภาพจากการแกว่งตัวในกรอบไปสู่การพยายามสร้างแนวโน้มขึ้นใหม่
กรณีลบ:
หากหลุด 0.32 บาท → ระวังการถอยลงหา 0.30 บาท และ 0.28 บาท
🔎 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
KIAT = อยู่ในโหมด “รอเลือกทาง”
ราคายังแกว่งในกรอบ 0.28–0.37 บาท ขณะที่ RSI ประมาณ 43.84 และ MACD ยังสะท้อนโมเมนตัมที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นจุดที่ควรจับตามากที่สุดคือ 0.35 และ 0.37 บาท หากผ่านได้พร้อม Volume จะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่น่าสนใจขึ้น ส่วนด้านล่าง 0.32 และ 0.28 บาท คือระดับที่ต้องเฝ้าระวังแรงขาย
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่เผยแพร่ล่าสุด ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย และหุ้นราคาต่ำอาจมีสภาพคล่อง/ความผันผวนที่ทำให้สัญญาณหลอกเกิดขึ้นได้


วิเคราะห์หุ้น KIAT — บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) หรือ KIAT อยู่ในกลุ่มบริการ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ โดยธุรกิจหลักคือการให้บริการขนส่ง โดยเฉพาะ สินค้าอันตราย (Dangerous Goods) และสินค้าที่ต้องใช้รถเฉพาะทาง รวมถึงการขนส่งระบบรางและบริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง
🔎 KIAT ทำธุรกิจอะไร?
จุดเด่นของ KIAT คือการเป็นผู้ให้บริการขนส่งที่เน้น งานเฉพาะทาง มากกว่าการแข่งขันด้านขนส่งทั่วไป บริษัทมีรถบรรทุกและรถเฉพาะสำหรับสินค้าวัตถุอันตราย รวมถึงให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
บริษัทระบุว่ามีกองรถบรรทุกมากกว่า 400 คันบนเว็บไซต์ปัจจุบัน ขณะที่เอกสารตลาดหลักทรัพย์ในช่วงก่อนหน้าระบุรถเฉพาะทางกว่า 700 คัน ดังนั้นตัวเลขกองรถควรพิจารณาตามช่วงเวลาและขอบเขตของการดำเนินงาน

📊 ภาพรวมผลประกอบการ ตัวเลขล่าสุดที่มีถึง งวด 6 เดือนปี 2569

รายการ6M/25686M/2569เปลี่ยนแปลง
รายได้รวม391.81 ลบ.349.60 ลบ.↓ 10.77%
EBITDA87.56 ลบ.73.05 ลบ.↓
กำไรสุทธิ35.84 ลบ.22.82 ลบ.↓ 36.32%
Net Margin9.25%6.58%ลดลง

ข้อมูล SET ระบุว่าในปี 2568 ทั้งปี KIAT มีรายได้รวม 773.81 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 34.08 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 57.13 ล้านบาท


ประเด็นที่ต้องจับตา: กำไรลดเร็วกว่ารายได้ สะท้อนว่าโจทย์สำคัญของ KIAT ไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณงาน แต่คือ การรักษา Margin ของธุรกิจขนส่ง ด้วย
💰 จุดแข็งด้านฐานะการเงิน
งบสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 มีสินทรัพย์ประมาณ 1,123.86 ล้านบาท และหนี้สินประมาณ 94.39 ล้านบาท ในงบเฉพาะกิจการ ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 1,029.47 ล้านบาท
ในระดับงบรวม SET ระบุ D/E เพียง 0.12 เท่า และ Current Ratio 6.42 เท่า สำหรับงวด 6 เดือนปี 2569
จุดนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะ KIAT มีโครงสร้างทางการเงินที่ค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับลักษณะธุรกิจที่ต้องใช้รถและสินทรัพย์ในการดำเนินงาน
🚚 จุดเด่นของ KIAT

  1. มีความเชี่ยวชาญด้านขนส่งสินค้าอันตราย
    การขนส่งสารเคมี ปิโตรเคมี ก๊าซ และสินค้าอันตราย ต้องอาศัยมาตรฐานความปลอดภัย บุคลากร และรถเฉพาะทาง ทำให้การแข่งขันมีรายละเอียดมากกว่าการขนส่งสินค้าทั่วไป
  2. มีสินทรัพย์และเงินลงทุนรองรับ
    บริษัทมีทั้งรถบรรทุก อุปกรณ์ และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ขณะที่งบสิ้น มิ.ย. 2569 ยังมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นในระดับที่ช่วยรองรับสภาพคล่องได้
  3. ฐานะหนี้ต่ำ
    D/E ที่ 0.12 เท่า ช่วยลดความเสี่ยงจากภาระดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับบริษัทที่ใช้หนี้สูง
  4. มีโอกาสต่อยอดโลจิสติกส์
    นอกจากรถบรรทุก บริษัทมีบริการขนส่งระบบรางแบบ Door-to-Door ในบางภูมิภาค ซึ่งช่วยขยายรูปแบบบริการมากกว่าการพึ่งพารถบรรทุกเพียงอย่างเดียว
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
  5. รายได้และกำไรอยู่ในแนวโน้มชะลอตัว
    6M/69 รายได้ลดประมาณ 10.8% และกำไรสุทธิลดประมาณ 36.3% YoY
  6. Margin เป็นโจทย์สำคัญ
    ปี 2567 Gross Margin อยู่ที่ 27.95% แต่ปี 2568 ลดเหลือ 21.23% และ 6M/69 อยู่ที่ 22.04%
    ดังนั้น หากรายได้ฟื้นแต่ Margin ยังไม่กลับมา การฟื้นตัวของกำไรอาจไม่แรงตามรายได้
  7. ธุรกิจขนส่งมีต้นทุนผันแปรสูง
    ราคาน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าแรง และต้นทุนรถ สามารถกระทบกำไรได้โดยตรง โดยเฉพาะเมื่อบริษัทไม่สามารถปรับค่าขนส่งให้ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
  8. ความเสี่ยงจากการดำเนินงานสินค้าอันตราย
    ธุรกิจประเภทนี้มีความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และกฎระเบียบสูงกว่าการขนส่งสินค้าทั่วไป บริษัทเองระบุว่าความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน

📌 ราคาหุ้น KIAT ล่าสุด
ข้อมูล SET ณ 25 ก.ย. 2569 ระบุราคาหุ้นที่ 0.33 บาท Market Cap ประมาณ 1,019.83 ล้านบาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.28–0.37 บาท
Valuation ที่ SET แสดงอยู่ที่ประมาณ
P/E 45.82 เท่า
P/BV 0.93 เท่า
EV/EBITDA 8.68 เท่า
จุดที่น่าสังเกตคือ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า แต่ P/E ค่อนข้างสูง สอดคล้องกับภาพที่กำไรปัจจุบันยังอยู่ในระดับไม่สูงมากเมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้น
🎯 มุมมองเชิงวิเคราะห์
KIAT เป็นหุ้น Logistics ที่มีจุดเด่นด้านธุรกิจเฉพาะทาง + ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง แต่โจทย์ปัจจุบันอยู่ที่ “การฟื้นกำไร” มากกว่าการเพิ่มรายได้เพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ควรติดตามในงบถัดไปคือ
รายได้ขนส่ง → Gross Margin → EBITDA → กำไรสุทธิ → กระแสเงินสด
ถ้าเห็น รายได้เริ่มกลับมา + Margin ขยาย + EBITDA ฟื้น + กำไรกลับมาโต YoY จะเป็นสัญญาณว่าการชะลอตัวของกำไรเริ่มผ่านจุดกดดัน
ในทางกลับกัน หากรายได้ยังลดและ Margin หดตัวต่อเนื่อง ต้องระวังว่ากำไรอาจฟื้นได้ช้ากว่าที่คาด
🔥 สรุปสั้นแบบเพจหุ้น
KIAT = หุ้นขนส่งเฉพาะทาง ฐานะการเงินเบา แต่กำไรยังต้องพิสูจน์การฟื้นตัว
จุดจับตา:
🚚 ขนส่งสินค้าอันตราย
📉 รายได้ 6M/69 ลด 10.77%
📉 กำไรสุทธิลด 36.32%
💰 D/E เพียง 0.12 เท่า
📊 P/BV 0.93 เท่า
🎯 ราคาล่าสุด 0.33 บาท
⚡ ตัวแปรสำคัญ = Volume งาน + Margin + ต้นทุนขนส่ง
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์.


Disclaimer

ใส่ความเห็น