วิเคราะห์ หุ้น CHG บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ CHG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ การแพทย์ (Health Care Services) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 16 พ.ค. 2556 | 1,100.00 | การแพทย์ (Health Care Services) | CHG |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) (?บริษัทฯ?) ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน เริ่มก่อตั้งในปี 2529 จนถึงปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนรวม 1,100 ล้านบาท ประกอบด้วยบริษัทย่อยจำนวน 14 บริษัท มีสาขาของโรงพยาบาลสถานพยาบาลและคลินิกในกลุ่มรวมทั้งหมด 15 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เขตประเวศ เขตลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และถนนเทพารักษ์ ถนนกิ่งแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการครอบคลุมไปถึงจังหวัดในภาคตะวันออกได้แก่บริเวณ ถนนบางนาตราด อำเภอบางปะกง และนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ และถนนฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ถนน 304 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 2 แห่ง จังหวัดตาก และเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครโดยมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยรวม 938 เตียง
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.25 | 0.10 | 0.09 | 0.04 | 0.04 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.72 | 2.79 | 2.50 | 2.58 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.02 | บาท | 12 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.05 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.02 | บาท | 13 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.05 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.02 | บาท | 08 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.08 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.09 | บาท | 09 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.17 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.03 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.03 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 30 มิ.ย. 2563 | 0.02 | บาท | 11 ก.ย. 2563 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2562 – 31 ธ.ค. 2562 | 0.03 | บาท | 15 พ.ค. 2563 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
📍 สำนักงานใหญ่ / ที่ตั้งบริษัท
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) – ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
🏢 ที่อยู่: โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์, 88/8-9 ถนนเทพารักษ์ กม. 14.5 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 ประเทศไทย
กลุ่มบริษัทในเครือ
🏥 เครือข่ายโรงพยาบาลและสถานพยาบาลของกลุ่มจุฬารัตน์
(หมายเหตุ: กลุ่มบริษัทมีหลายบริษัทย่อยที่เป็นเจ้าของแต่ละสาขา แต่ทั้งหมดอยู่ในเครือเดียวกัน)
🌟 โรงพยาบาลหลัก
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 สุวรรณภูมิ
📍 68/1-2 ถนนบางนา-ตราด กม. 12 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ (สำนักงานใหญ่)
📍 88/8-9 ถนนเทพารักษ์ กม. 14.5 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต
📍 90/5 หมู่ 13 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์
📍 185/1 หมู่ 1 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ ชลเวช
📍 104/15 ถนนอัคนิวาส อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ ระยอง
📍 65/28 ถนนจันทอุดม ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
โรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา
📍 (ที่อยู่ตามเว็บไซต์เครือ)
🩺 คลินิกและสถานพยาบาลขนาดเล็ก
คลินิกเวชกรรมจุฬารัตน์ 2 – เทพารักษ์ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 5 (ขนาดเล็ก) – ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
สหคลินิกจุฬารัตน์ 7 – ถนนอ่อนนุช 90 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
คลินิกเวชกรรมจุฬารัตน์ 8 – แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
คลินิกเวชกรรมจุฬารัตน์ 12 เกตเวย์ – นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา
คลินิกเวชกรรมจุฬารัตน์ 304 – ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
🚗 สินทรัพย์อื่น ๆ (เช่น รถ ที่ดิน)
ในข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผยทางบริษัท ไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงรายการของ “ที่ดินหรือยานพาหนะ (รถ)” แต่ทรัพย์สินประเภทที่ดินและอาคารของแต่ละสาขาโรงพยาบาลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์รวมของบริษัทที่แสดงอยู่ในงบดุลรวมของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (เช่น ที่ดินและอาคารโรงพยาบาลต่างจังหวัดและในกรุงเทพฯ) ซึ่งรวมอยู่ใน สินทรัพย์รวมของบริษัทกว่า 10,000 ล้านบาท (ตามงบการเงิน) แต่ไม่มีรายการละเอียดของแต่ละแปลง/ยานพาหนะแยกให้ในเอกสารสาธารณะออนไลน์.
📌 สรุปภาพรวม
บริษัท CHG ดำเนินเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกในหลายจังหวัด (สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, ปราจีนบุรี) รวม ~14–15 แห่ง
มีทั้งโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงพยาบาลขนาดเล็ก และคลินิกเวชกรรมกระจายทั่วภาคตะวันออกและพื้นที่ใกล้เคียง
บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ในสมุทรปราการ
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
หากมอง CHG – บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) ด้วยกรอบคิดแบบ VI มืออาชีพ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงถามว่า “โรงพยาบาลดีไหม” แต่ต้องถามว่า กำไรในอนาคตมีความยั่งยืนแค่ไหน และมีอะไรที่จะทำให้มูลค่าที่แท้จริงลดลงได้บ้าง
ปัจจุบัน CHG มีเครือข่ายโรงพยาบาล/สถานพยาบาล/คลินิก 15 แห่ง ผ่านบริษัทย่อย 14 แห่ง และมีจำนวนเตียงรวม 938 เตียง ครอบคลุมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สมุทรปราการ และจังหวัดภาคตะวันออก รวมถึงตาก
🔎 ความเสี่ยงของ CHG ในมุมมอง VI
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ Cybersecurity
โรงพยาบาลยุคใหม่พึ่งพาระบบ Digital มากขึ้น ทั้ง
เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์
ระบบนัดหมาย
ระบบการเงิน
ระบบ Lab
ข้อมูลประวัติผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง
ดังนั้น Cyber Attack หรือระบบ IT ล่ม อาจกระทบทั้ง การดำเนินงาน ค่าใช้จ่าย และชื่อเสียง
ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น — สูง
ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนมีการแข่งขันทั้งด้าน
คุณภาพการรักษา
แพทย์เฉพาะทาง
เทคโนโลยีทางการแพทย์
ราคาและโปรโมชั่น
ทำเลที่ตั้ง
ประสบการณ์ของผู้ป่วย
CHG มีจุดแข็งจากเครือข่ายที่กระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออก สมุทรปราการ และภาคตะวันออก แต่พื้นที่เหล่านี้ก็เป็นตลาดที่มีผู้ประกอบการโรงพยาบาลหลายระดับแข่งขันกันสูง
มุม VI:
สิ่งที่ต้องติดตามไม่ใช่แค่รายได้โต แต่คือ CHG สามารถเพิ่มรายได้โดยไม่ต้องลดราคาเพื่อแย่งคนไข้หรือไม่
ความเสี่ยงจากต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์ — สูง
โรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่พึ่งพา
“คนเก่ง + แพทย์เฉพาะทาง + พยาบาล + บุคลากรทางการแพทย์”
หากค่าตอบแทนแพทย์และบุคลากรเพิ่มเร็วกว่ารายได้ จะทำให้ Operating Margin ถูกกดดัน
ยิ่งธุรกิจขยายสาขาและเพิ่มศูนย์การแพทย์ ก็ยิ่งต้องลงทุนและดึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามา
VI ต้องดู:
รายได้โต 10% แต่กำไรโตเพียง 3–4% อาจเป็นสัญญาณว่า ต้นทุนกำลังกินการเติบโต
ความเสี่ยงจากรายได้ภาครัฐและประกันสังคม
หนึ่งในจุดที่นักลงทุนต้องระวังสำหรับหุ้นโรงพยาบาล คือ รายได้จากลูกค้าที่มีอำนาจต่อรองด้านราคาสูง
หากสัดส่วนรายได้จากระบบประกันสังคมหรือโครงการภาครัฐสูงขึ้น บริษัทอาจมีปริมาณผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่า กำไรต่อผู้ป่วยจะสูง
ดังนั้นต้องแยกให้ออกระหว่าง
“รายได้โต” ≠ “คุณภาพของกำไรดีขึ้น”
สำหรับ VI ตัวเลขที่ควรจับตาคือ
รายได้ต่อผู้ป่วย
Gross Margin
EBITDA Margin
กำไรสุทธิต่อรายได้
Cash Flow จากการดำเนินงาน
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ — สูง
ธุรกิจโรงพยาบาลมีความเกี่ยวข้องกับภาครัฐค่อนข้างมาก โดยเฉพาะระบบประกันสังคมและการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล
หากมีการเปลี่ยนแปลง เช่น
อัตราการจ่ายค่ารักษา
หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย
วิธีคำนวณค่ารักษา
การควบคุมค่าใช้จ่าย
การกำหนดเพดานหรืออัตราชดเชย
สามารถกระทบรายได้และ Margin ของโรงพยาบาลได้โดยตรง
นี่คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ VI ไม่ควรมองข้าม
ความเสี่ยงจากการลงทุนขยายโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ — ปานกลางถึงสูง
ธุรกิจโรงพยาบาลต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่น
อาคาร
เครื่องมือแพทย์
ห้องผ่าตัด
ศูนย์เฉพาะทาง
ระบบ IT
บุคลากร
ปัญหาคือ เงินลงทุนเกิดก่อนรายได้
หากบริษัทลงทุนสร้าง capacity เพิ่ม แต่จำนวนผู้ป่วยไม่เพิ่มตามคาด จะเกิดปัญหา Asset Utilization ต่ำ
ในมุม VI จึงต้องถามว่า
“เงิน 1 บาทที่บริษัทลงทุนไป สามารถสร้างกำไรและกระแสเงินสดกลับมาได้กี่บาท?”
ความเสี่ยงจากการกระจายสาขา แต่คุณภาพกำไรแต่ละแห่งไม่เท่ากัน
CHG มีเครือข่ายถึง 15 แห่งและ 938 เตียง
ข้อดีคือช่วยกระจายฐานรายได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมี Economics แตกต่างกัน
บางแห่งอาจมี
Occupancy สูง
มีแพทย์เฉพาะทาง
รายได้ต่อหัวสูง
Margin ดี
ขณะที่บางแห่งอาจอยู่ในช่วงสร้างฐานผู้ป่วย
ดังนั้นการดูเฉพาะ “กำไรรวม” อาจไม่เพียงพอ
VI ควรติดตาม ROIC ของการลงทุนแต่ละโครงการ
ความเสี่ยงจากกำไรที่มีฐานสูงและการเติบโตชะลอตัว
ปี 2568 CHG มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นประมาณ 929.4 ล้านบาท ลดลงจากประมาณ 965.2 ล้านบาทในปี 2567
อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 1/2569 กำไรอยู่ที่ประมาณ 247.6 ล้านบาท เพิ่มจาก 225.3 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568
นี่เป็นประเด็นที่ VI ต้องแยกให้ออกว่า
การชะลอตัวเป็นเพียงวัฏจักร หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกำไร
ถ้ากำไรกลับมาเติบโตต่อเนื่อง → ความกังวลลดลง
แต่ถ้ารายได้โตแต่ Margin ลดลงต่อเนื่อง → ต้องระวัง Earnings Power ถูกปรับลง
ความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลและต้นทุนทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น
เครื่องมือแพทย์ ยา วัสดุสิ้นเปลือง และเทคโนโลยีทางการแพทย์มีต้นทุนสูงขึ้นได้
ขณะที่การขึ้นราคาค่ารักษาพยาบาลอาจทำได้จำกัด เนื่องจากการแข่งขันและความอ่อนไหวของผู้บริโภค
ดังนั้นโจทย์สำคัญคือ
CHG สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาค่าบริการได้มากน้อยเพียงใด?
ถ้าส่งผ่านไม่ได้ Margin จะถูกบีบ
ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและคุณภาพการรักษา — สูงมาก
สำหรับโรงพยาบาล “Brand” เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง แต่ก็เป็นสินทรัพย์ที่เปราะบาง
เหตุการณ์เพียงครั้งเดียว เช่น
ความผิดพลาดทางการแพทย์
การร้องเรียนรุนแรง
ปัญหาคุณภาพบริการ
Data breach
ปัญหาความปลอดภัยของผู้ป่วย
สามารถกระทบความเชื่อมั่นได้
และสิ่งที่อันตรายคือ ชื่อเสียงเสียหายแล้วไม่ได้ฟื้นกลับมาในไตรมาสเดียว
🧠 สิ่งที่ VI ควรจับตาเป็นพิเศษ
ผมจะไม่ให้น้ำหนักกับราคาหุ้นระยะสั้นมากนัก แต่จะติดตาม 5 ตัวแปรนี้
| ตัวแปร | สิ่งที่อยากเห็น |
|---|---|
| Revenue Growth | โตอย่างสม่ำเสมอ |
| Net Profit Growth | โตเร็วกว่ารายได้ |
| EBITDA Margin | ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น |
| ROIC | สูงและไม่ลดลง |
| Operating Cash Flow | สอดคล้องกับกำไร |
โดยเฉพาะข้อสุดท้ายกำไรโต แต่ Cash Flow ไม่โต = ต้องเริ่มตั้งคำถามเพราะสำหรับ VI แล้ว กำไรทางบัญชีไม่สำคัญเท่าความสามารถในการเปลี่ยนกำไรเป็นเงินสด
🎯 สรุปความเสี่ยง CHG แบบ VI
ผมมองความเสี่ยงของ CHG เป็นลักษณะนี้
การแข่งขัน 🔴🔴🔴🔴
ต้นทุนบุคลากร 🔴🔴🔴🔴
นโยบายภาครัฐ 🔴🔴🔴
การลงทุนขยายกิจการ 🔴🔴🔴
ต้นทุนการรักษา 🔴🔴🔴
ชื่อเสียง/คุณภาพการรักษา 🔴🔴🔴🔴
Cybersecurity 🔴🔴
ฐานะการเงิน 🟢🟢🟢
ความผันผวนของธุรกิจโดยรวม 🟢🟢🟢
มุมมองแบบ VI มืออาชีพ
CHG ไม่ใช่ธุรกิจที่ความเสี่ยงต่ำเพียงเพราะเป็น “โรงพยาบาล”
จุดแข็งของธุรกิจคือความต้องการรักษาพยาบาลมีความจำเป็นและเครือข่ายของ CHG มีขนาดพอสมควร แต่ตัวแปรสำคัญในระยะยาวคือ ความสามารถในการเพิ่มผู้ป่วย เพิ่มรายได้ และรักษา Margin โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากเกินไป
ที่สำคัญ ปี 2568 กำไรลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 1/2569 เริ่มเห็นการฟื้นตัวของกำไร
ดังนั้นสำหรับ VI ผมจะไม่ถามเพียงว่า “CHG กำไรดีไหม?”
แต่จะถามว่า
“อีก 5–10 ปีข้างหน้า CHG จะสามารถเพิ่มกำไรต่อหุ้นได้ในอัตราที่สม่ำเสมอ โดยรักษา ROIC และกระแสเงินสดไว้ได้หรือไม่?”
ถ้าคำตอบคือ ใช่ ความเสี่ยงหลายข้อข้างต้นจะกลายเป็นเพียง “ความเสี่ยงที่บริหารได้” แต่ถ้า Margin ลดลง, ROIC ลดลง และต้องลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรักษาการเติบโต นั่นจะเป็น Red Flag สำหรับนักลงทุน VI มากกว่าความผันผวนของราคาหุ้นเสียอีก
ข้อมูลธุรกิจและงบการเงินล่าสุดที่ใช้ประกอบมาจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย – CHG และข้อมูลผลประกอบการของบริษัทที่เผยแพร่ผ่าน SET
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | น.ส. กรรณิกา พลัสสินทร์ | 1,994,750,400 | 18.13 |
| 2 | นาย อภิรุม ปัญญาพล | 1,127,189,050 | 10.25 |
| 3 | นาง กอบกุล ปัญญาพล | 884,156,600 | 8.04 |
| 4 | นาย ณรัณ รติพาณิชย์วงศ์ | 775,393,100 | 7.05 |
| 5 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 488,085,749 | 4.44 |
| 6 | คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล | 399,655,300 | 3.63 |
| 7 | นาย เกรียงศักดิ์ พลัสสินทร์ | 368,587,850 | 3.35 |
| 8 | นาง สุวิมล อธิกิจ | 283,877,650 | 2.58 |
| 9 | DBS BANK LTD. FOR CLIENT AC SG1400387203 | 281,501,700 | 2.56 |
| 10 | นาย กำพล พลัสสินทร์ | 253,670,200 | 2.31 |
| 11 | BBHISL NOMINEES LIMITED | 209,622,900 | 1.91 |
| 12 | LGT BANK (SINGAPORE) LTD | 200,000,000 | 1.82 |
| 13 | DBS BANK LTD. FOR CLIENT AC SG0900121752 | 194,161,900 | 1.77 |
| 14 | นาย ธัชชัย รติพาณิชย์วงศ์ | 187,816,550 | 1.71 |
| 15 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 144,517,360 | 1.31 |
| 16 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 105,244,400 | 0.96 |
| 17 | BBHISL NOMINEES LIMITED | 89,308,500 | 0.81 |
| 18 | บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) | 85,010,100 | 0.77 |
| 19 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE A) NOMINEES LIMITED | 83,649,100 | 0.76 |
| 20 | กองทุนเปิด กรุงศรีหุ้นปันผล | 80,845,600 | 0.73 |
| 21 | น.ส. กุลภา พลัสสินทร์ | 65,783,600 | 0.60 |
| 22 | นาย กฤษณ์ พลัสสินทร์ | 63,707,000 | 0.58 |
| 23 | น.ส. รุจี ทองประกอบ | 58,049,900 | 0.53 |
| 24 | STATE STREET EUROPE LIMITED | 56,724,626 | 0.52 |
| 25 | บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) | 56,000,000 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย เกรียงศักดิ์ พลัสสินทร์ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นางสาว กรรณิกา พลัสสินทร์ | กรรมการ |
| 3 | นาง กอบกุล ปัญญาพล | กรรมการ |
| 4 | นาย กำพล พลัสสินทร์ | กรรมการ |
| 5 | นาย เจษฎา โชคดำรงสุข | กรรมการ |
| 6 | นาย วิชิต ศิริทัตธำรง | กรรมการ |
| 7 | นาย สุชาย เหล่าวีรวัฒน์ | กรรมการ |
| 8 | นาย อภิรุม ปัญญาพล | กรรมการ |
| 9 | นาย พินิจ กุลละวณิชย์ | กรรมการอิสระ |
| 10 | นาย มานิต เจียรดิฐ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย สมยศ ญาณอุบล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นาย สันทัด สงวนดีกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) (Chularat Hospital Public Company Limited) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET: CHG) โดยมีพัฒนาการที่สำคัญหลายประการดังนี้:
1. การก่อตั้งและการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์
บริษัทร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขและรัฐเพื่อขยายบริการและเพิ่มการเข้าถึงการรักษา เช่น การร่วมจัดตั้งศูนย์หัวใจ (Heart Centers) ในโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในพื้นที่ต่างๆ
สรุปคือ พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) คือการเติบโตตั้งแต่การเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็ก สู่การเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่กระจายบริการทั่วภูมิภาค พร้อมการเพิ่มบริการเฉพาะทาง การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสากล และการเข้าตลาดทุนเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย. บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1986 เพื่อประกอบกิจการด้านโรงพยาบาลเอกชนและให้บริการด้านการรักษาพยาบาลหลากหลายรูปแบบ โดยมีทุนจดทะเบียน 1,100 ล้านบาท และมีจำนวนหุ้นมากถึง 11,000 ล้านหุ้น
บริษัท เข้าสู่การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 (2013) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้สามารถระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น
2. การขยายเครือข่ายโรงพยาบาลและบริการ
ปัจจุบันเครือข่ายของบริษัทมี 15 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก รวมถึงจังหวัดเช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจังหวัดตาก ซึ่งเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพให้ประชาชนมากขึ้น มีเตียงผู้ป่วยรองรับมากกว่า 900 เตียง พร้อมให้บริการทั้งผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยเฉพาะทาง เช่น โรคมะเร็ง ศูนย์หัวใจ และบริการฟื้นฟูสุขภาพขั้นสูง
3. การเปิดศูนย์และบริการเฉพาะทาง
บริษัทได้เปิด Chularat Mae Sot Hospital (โรงพยาบาลจุฬารัตน์ แม่สอด) ในจังหวัดตาก เพื่อขยายบริการสู่ภูมิภาคเหนือและรองรับความต้องการทางการแพทย์พื้นที่ชายแดน เปิด Chularat Medical Center ซึ่งให้บริการด้านการรักษาโรคซับซ้อน เช่น ศูนย์สโตรค (Stroke Center), ศูนย์รังสีรักษา (Radiotherapy) และบริการเวชศาสตร์นิวเคลียร์ (Nuclear Medicine) เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังและซับซ้อนมากขึ้นการลงทุนใน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Century Care) และศูนย์ฟื้นฟูหลังผ่าตัด แสดงถึงการขยายบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวมทั้งก่อนและหลังการรักษา
4. การยกระดับมาตรฐานและคุณภาพบริการ
เครือโรงพยาบาลได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระดับ HA (Healthcare Accreditation) ของไทย และ JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการดูแลผู้ป่วย แสดงถึงคุณภาพบริการและความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูง
5. การทำงานร่วมกับภาครัฐและสังคม
บริษัทร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขและรัฐเพื่อขยายบริการและเพิ่มการเข้าถึงการรักษา เช่น การร่วมจัดตั้งศูนย์หัวใจ (Heart Centers) ในโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในพื้นที่ต่างๆ
สรุปคือ พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) คือการเติบโตตั้งแต่การเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็ก สู่การเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่กระจายบริการทั่วภูมิภาค พร้อมการเพิ่มบริการเฉพาะทาง การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสากล และการเข้าตลาดทุนเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 2,000.74 | 1,399.36 | 1,691.69 | 1,344.37 | 1,500.44 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 756.83 | 874.01 | 775.91 | 853.38 | 775.70 |
| สินค้าคงเหลือ | 265.01 | 336.49 | 299.86 | 350.56 | 308.70 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 5,058.47 | 4,045.88 | 4,095.35 | 4,007.64 | 3,845.08 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 4,673.81 | 5,701.11 | 5,772.19 | 5,758.86 | 5,843.38 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 5,221.52 | 6,218.34 | 6,291.22 | 6,262.39 | 6,380.16 |
| รวมสินทรัพย์ | 10,279.98 | 10,264.22 | 10,386.57 | 10,270.02 | 10,225.24 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 400.00 | 45.00 | 49.89 | 49.80 | 49.44 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 850.64 | 893.81 | 869.49 | 986.48 | 900.00 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 65.28 | 81.78 | 80.76 | 81.45 | 95.51 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,801.78 | 1,484.84 | 1,467.92 | 1,604.18 | 1,487.72 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 614.31 | 848.58 | 788.39 | 840.48 | 717.97 |
| รวมหนี้สิน | 2,416.09 | 2,333.41 | 2,256.30 | 2,444.66 | 2,205.69 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,100.00 | 1,100.00 | 1,100.00 | 1,100.00 | 1,100.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,100.00 | 1,100.00 | 1,100.00 | 1,100.00 | 1,100.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,146.08 | 1,146.08 | 1,146.08 | 1,146.09 | 1,146.09 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 5,277.07 | 5,278.49 | 5,473.71 | 5,184.71 | 5,356.69 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | – | – | – | – | – |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 7,523.16 | 7,524.57 | 7,719.79 | 7,430.80 | 7,602.77 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 340.73 | 406.23 | 410.47 | 394.57 | 416.77 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 10,103.11 | 7,730.28 | 8,236.82 | 4,006.72 | 3,999.65 |
| รายได้อื่น | 304.57 | 284.13 | 243.52 | 155.62 | 42.98 |
| รวมรายได้ | 10,413.76 | 8,023.07 | 8,494.45 | 4,168.91 | 4,048.10 |
| ต้นทุน | 5,907.99 | 5,722.60 | 6,067.65 | 3,056.77 | 2,902.63 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 934.88 | 910.77 | 1,126.99 | 499.55 | 558.01 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 6,842.87 | 6,633.37 | 7,194.64 | 3,556.32 | 3,460.64 |
| EBITDA | 3,951.56 | 1,810.92 | 1,777.16 | 847.74 | 830.96 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 381.78 | 440.57 | 497.42 | 245.01 | 248.68 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 3,569.78 | 1,370.35 | 1,279.74 | 602.74 | 582.28 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 2,778.45 | 1,046.05 | 965.22 | 456.22 | 432.98 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.25 | 0.10 | 0.09 | 0.04 | 0.04 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 2,629.44 | 2,086.92 | 1,712.83 | 799.62 | 713.93 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -958.34 | -1,442.40 | -549.92 | -275.33 | -273.95 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -2,460.02 | -1,245.89 | -870.58 | -579.28 | -631.23 |
| เงินสดสุทธิ | -788.93 | -601.38 | 292.33 | -55.00 | -191.26 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 9.48 | 9.98 | 9.72 | 10.10 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 9.48 | 9.98 | 9.72 | 10.10 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 19.03 | 19.07 | 18.91 | 17.94 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 19.18 | 19.14 | 19.31 | 20.35 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 6.56 | 6.88 | 6.26 | 6.27 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 55.63 | 53.04 | 58.29 | 58.22 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -26.97 | -23.91 | -29.27 | -27.77 |
8. การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
วิเคราะห์กราฟเทคนิค CHG — โรงพยาบาลจุฬารัตน์
ข้อมูลล่าสุดจาก SET วันที่ 10 ส.ค. 2569 หุ้น CHG ปิดที่ 1.62 บาท ลดลง 0.01 บาท (-0.61%) โดยทำจุดสูงสุด 1.65 บาท ต่ำสุด 1.62 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 21.32 ล้านหุ้น มูลค่าราว 34.91 ล้านบาท
จากกรอบราคา 52 สัปดาห์ที่ 1.33–1.87 บาท ภาพรวมจึงอยู่ในช่วงพยายามฟื้นตัวจากฐาน แต่ยังมีแนวต้านสำคัญด้านบนที่ต้องผ่านให้ได้
🔥 มุมมองกราฟ
CHG กำลังอยู่ในโซน “ลุ้นสร้างรอบ” แต่ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา
ราคาปัจจุบันบริเวณ 1.62 บาท ถือว่าเริ่มกลับขึ้นมาใกล้โซนต้านระยะสั้น หลังจากหุ้นเคยลงไปทำฐานบริเวณ 1.33 บาทในรอบ 52 สัปดาห์
จุดที่น่าสนใจคือ หากราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านพร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่ากำลังเข้าสู่ Momentum ขาขึ้นรอบใหม่
📌 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
| ระดับ | มุมมอง |
|---|---|
| 1.58–1.60 | 🟢 แนวรับแรก / ฐานระยะสั้น |
| 1.52–1.55 | 🟢 แนวรับสำคัญ หากย่อตัว |
| 1.45–1.50 | 🟡 แนวรับลึก |
| 1.65–1.67 | 🔴 แนวต้านแรก |
| 1.70–1.72 | 🔴 แนวต้านสำคัญ |
| 1.80–1.87 | 🚀 เป้าหมายใหญ่ / High เดิม |
🚀 จุดที่ต้องจับตา
กรณี Bullish:
ถ้า CHG สามารถ ทะลุ 1.67–1.70 บาท พร้อม Volume ขยายตัว จะเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิค และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 1.80 บาท ก่อนลุ้น High เดิมบริเวณ 1.87 บาท
กรณี Sideway:
หากยังผ่าน 1.65–1.70 ไม่ได้ มีโอกาสแกว่งสะสมกำลังในกรอบประมาณ 1.55–1.67 บาท ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ตลาดกำลังรอแรงซื้อรอบใหม่
กรณี Bearish:
หากหลุด 1.52–1.55 บาท ด้วย Volume สูง ต้องระวังการกลับไปทดสอบฐาน 1.45–1.50 บาท และหากหลุดฐานดังกล่าว ภาพการฟื้นตัวจะเริ่มเสียทรง
📊 กลยุทธ์สายเทคนิค
สายเก็งกำไร: รอราคาย่อไม่หลุด 1.58–1.60 บาท หรือรอ Breakout 1.67–1.70 บาท + Volume แล้วค่อยตาม
สายถือ: จุดสำคัญคือการรักษาโซน 1.52–1.55 บาท หากยังยืนได้ โครงสร้างการฟื้นตัวยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ
จุดตัดขาดทุน: พิจารณาตามแผนบริหารความเสี่ยง หากราคาหลุดแนวรับสำคัญพร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น
🎯 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
CHG กำลังจ่อด่านสำคัญ!
ราคาเริ่มยกฐานจาก Low 52 สัปดาห์ที่ 1.33 บาท แต่ตอนนี้กำลังเข้าใกล้โซน 1.65–1.70 บาท ซึ่งเป็นด่านวัดพลังของฝั่งซื้อ
“ผ่าน 1.70 บาทได้ = เปิดเกมรอบใหม่
ยืน 1.60 บาทไม่ได้ = ต้องระวังแรงขายกลับ”
ดังนั้น จุดที่ต้องจับตาที่สุดไม่ใช่แค่ “ราคาจะขึ้นไหม” แต่คือ ราคาจะเบรกแนวต้านพร้อม Volume หรือไม่ เพราะหากเกิด Breakout จริง เป้าหมายถัดไปจะขยับขึ้นไปบริเวณ 1.80–1.87 บาท
หมายเหตุ: นี่เป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่มี ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และระดับแนวรับ–แนวต้านควรปรับตามกราฟและ Volume แบบเรียลไทม์
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
CHG ในมุม “นักลงทุน VI มืออาชีพ” ผมจะไม่เน้นว่าราคาจะขึ้นพรุ่งนี้หรือมีสัญญาณเทคนิคอะไร แต่จะโฟกัสว่า ธุรกิจดีแค่ไหน กำไรมีคุณภาพหรือไม่ งบดุลแข็งแรงหรือไม่ บริษัทมีความได้เปรียบระยะยาวหรือไม่ และราคาหุ้นวันนี้ให้ Margin of Safety เพียงพอหรือยัง
วิเคราะห์หุ้น CHG — โรงพยาบาลจุฬารัตน์
Chularat Hospital Public Company Limited หรือ CHG เป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่มีฐานหลักในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สมุทรปราการ และภาคตะวันออก ปัจจุบันกลุ่มมีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลรวม 15 แห่ง และมีเตียงรวมประมาณ 938 เตียง
มุมมองแบบ VI สรุปสั้น ๆ:
CHG เป็นหุ้นโรงพยาบาลที่ “พื้นฐานแข็งแรง งบดุลดี หนี้ไม่สูง และสร้าง ROE ได้ดี” แต่โจทย์สำคัญคือการเติบโตของกำไรในระยะยาวอาจไม่ได้สูงมาก ดังนั้น “ราคาที่ซื้อ” สำคัญมาก
- สิ่งที่ VI ต้องรู้ก่อนซื้อ CHG
ธุรกิจโรงพยาบาลมีข้อดีที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ความต้องการรักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มตามโครงสร้างประชากร
ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจจาก “ราคาถูกที่สุด” เพียงอย่างเดียว
โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงและเครือข่ายแพทย์สามารถสร้างความไว้วางใจได้
การเพิ่มศูนย์เฉพาะทางช่วยเพิ่มรายได้ต่อผู้ป่วย
เมื่อสร้างโรงพยาบาลและระบบบริการขึ้นมาแล้ว การเพิ่มรายได้ในสินทรัพย์เดิมสามารถช่วยเพิ่ม Margin ได้
CHG มีจุดแข็งตรงที่ไม่ได้พึ่งพาโรงพยาบาลแห่งเดียว แต่มีเครือข่ายหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างฐานผู้ป่วยได้กว้างขึ้น - คุณภาพของธุรกิจ — ⭐⭐⭐⭐/5
สิ่งที่ผมชอบใน CHG คือ เป็นธุรกิจที่เข้าใจง่ายและมีความจำเป็นต่อชีวิต
บริษัทไม่ได้ต้องสร้าง Demand ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะความต้องการรักษาพยาบาลเกิดขึ้นอยู่แล้ว
ที่สำคัญ CHG มีทั้ง
ผู้ป่วยเงินสด + ประกัน + ประกันสังคม + ผู้ป่วยต่างชาติ
ทำให้รายได้ไม่ได้พึ่งพาลูกค้ากลุ่มเดียว
บริษัทเองกำลังเน้นเพิ่ม Revenue Intensity ผ่านศูนย์เฉพาะทาง เช่น หัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง และศูนย์ผ่าตัดบางประเภท ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยเพิ่มรายได้ต่อผู้ป่วยได้มากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว
3. จุดแข็งที่สำคัญมาก: งบดุล นี่คือหนึ่งในจุดที่ผมมองว่า CHG น่าสนใจสำหรับ VI ข้อมูลล่าสุดจากบริษัท:
| รายการ | 2024 | 2025 | Q1/2026 |
|---|---|---|---|
| สินทรัพย์ | 10,386.6 ลบ. | 10,239.1 ลบ. | 10,607.8 ลบ. |
| หนี้สิน | 2,256.3 ลบ. | 1,979.5 ลบ. | 2,096.0 ลบ. |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | 7,719.8 ลบ. | 7,820.9 ลบ. | 8,068.6 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 965.2 ลบ. | 929.4 ลบ. | 247.6 ลบ. |
สิ่งที่น่าสังเกตคือ
หนี้สินลดลงจากประมาณ 2.26 พันล้านบาทในปี 2024 เหลือประมาณ 1.98 พันล้านบาทในปี 2025
ขณะที่ Equity เพิ่มขึ้น
นี่เป็นโครงสร้างที่ VI ชอบ เพราะบริษัทไม่ได้ใช้หนี้หนักเพื่อเร่งขยายธุรกิจจนเกินตัว
- ROE — จุดแข็งที่ต้องจับตา
ROE ของ CHG อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
2024: 12.66%
2025: 11.96%
Q1/2026: 11.89%
ส่วน ROA อยู่ประมาณ 12% เช่นกัน
สำหรับ VI สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่แค่
“กำไรเยอะไหม?”
แต่ต้องถามว่า
“บริษัทเอาเงินของผู้ถือหุ้นไปสร้างผลตอบแทนได้ดีแค่ไหน?”
CHG ยังถือว่าผ่านเกณฑ์ในระดับหนึ่ง
แต่ต้องยอมรับว่า ROE ยังไม่ใช่ระดับ Outstanding แบบ 15–20%+ ต่อเนื่อง
ดังนั้นผมจะจัด CHG เป็น
Quality Business มากกว่า High Growth Business
5. กำไร: จุดที่ต้องระวังนี่คือประเด็นสำคัญที่สุด กำไร CHG ไม่ได้โตแบบเส้นตรง
| ปี | กำไรสุทธิ |
|---|---|
| 2022 | 2,778 ลบ. |
| 2023 | 1,046 ลบ. |
| 2024 | 965 ลบ. |
| 2025 | 929 ลบ. |
| Q1/2026 | 248 ลบ. |
ปี 2022 เป็นฐานที่สูงมากจากผลประโยชน์ช่วง COVID ทำให้ ห้ามเอากำไรปี 2022 มาเป็นฐานปกติในการประเมินมูลค่าหุ้น
ถ้าตัด COVID ออก ภาพที่เหมาะสมกว่าคือ
CHG มีฐานกำไรปกติประมาณ 900–1,000 ล้านบาท/ปี และกำลังพยายามสร้าง Growth รอบใหม่
นี่คือวิธีคิดแบบ VI ที่สำคัญมาก
อย่าโดนตัวเลขกำไรในอดีตหลอก
- Q1/2026 มีสัญญาณที่ดี
Q1/2026 CHG มีกำไรสุทธิประมาณ
247.6 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นประมาณ 10% YoY
ขณะที่รายได้เติบโตประมาณ 5% และ EBITDA Margin ขยับขึ้นเป็น 21.8% จาก 21.4% ใน Q1/2025
นี่เป็นสัญญาณที่ดี เพราะแปลว่า
กำไรโตเร็วกว่ารายได้
หากบริษัทสามารถรักษา Operating Leverage และ Cost Control ได้ต่อเนื่อง กำไรในอนาคตมีโอกาสโตเร็วกว่ารายได้
นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ VI ต้องการเห็น - SSO คือทั้ง “โอกาส” และ “ความเสี่ยง”
ประมาณ 28% ของรายได้ CHG ในปี 2025 มาจากประกันสังคม (SSO)
ข้อดีคือ
สร้างฐานรายได้ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ
แต่ข้อเสียคือ
บริษัทไม่สามารถกำหนดราคาค่ารักษาได้เองทั้งหมด
ดังนั้นกำไรของ CHG จึงมีความเกี่ยวข้องกับ
อัตราการจ่ายของ SSO
วิธีการคำนวณ reimbursement
จำนวนผู้ประกันตน
ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์
การเบิกจ่ายผู้ป่วย High-cost
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม VI ไม่ควรให้ Multiple กับ CHG สูงเกินไป - Catalyst ที่สำคัญมาก
หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดจับตาคือ
การปรับอัตราชดเชยของ SSO
DBS ประเมินว่า หาก Fixed Capitation ของ SSO เพิ่มขึ้น 10% อาจทำให้กำไรปี 2026 ของ CHG มี Upside ประมาณ 7.9% จากประมาณการเดิม
ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็น Potential Catalyst
แต่ในมุม VI ผมจะไม่ใส่สมมติฐานนี้เข้าไปเต็ม 100% จนกว่าจะเกิดขึ้นจริง
เพราะ
VI ต้องซื้อบริษัทจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ซื้อเพราะความหวัง - การขยายโรงพยาบาล — ดีระยะยาว แต่ต้องระวังระยะสั้น
CHG มีแผนเพิ่ม Capacity อย่างต่อเนื่อง
บริษัทมีแผนเพิ่มเตียงอีกหลายแห่งในช่วงปี 2026–2029 โดยจำนวนเตียงรวมอาจเพิ่มจากประมาณ 938 เตียงไปสู่ระดับประมาณ 1,700 เตียงในอนาคต
นี่คือ Growth Engine ระยะยาว
แต่การเปิดโรงพยาบาลใหม่มีธรรมชาติอย่างหนึ่งคือ
ช่วงแรกต้นทุนมาก่อน รายได้มาทีหลัง
ดังนั้น EBITDA Margin หรือ Net Margin อาจถูกกดดันในช่วง Ramp-up
VI ต้องดูว่า
โรงพยาบาลใหม่ใช้เวลากี่ปีถึง Break-even?
ถ้าเปิดแล้วผู้ป่วยเข้ามาเร็ว → ROIC ดี
ถ้าเปิดแล้วต้องรอหลายปี → เงินทุนถูกล็อกและ ROIC ลดลง
นี่เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าการดู “จำนวนเตียงเพิ่มขึ้นกี่เตียง” - Moat ของ CHG มีหรือไม่?
ผมให้ประมาณ
Moat ระดับปานกลาง
ไม่ใช่ Wide Moat
แต่มีองค์ประกอบของ Economic Moat ได้แก่ - Brand & Trust
โรงพยาบาลต้องอาศัยความเชื่อมั่นของผู้ป่วย - Location
เครือข่าย CHG มีฐานแข็งแรงในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สมุทรปราการ และภาคตะวันออก - Network Effect ในระดับหนึ่ง
เมื่อมีหลายโรงพยาบาล บริษัทสามารถกระจายแพทย์ เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญได้ - Specialized Centers
การมีศูนย์เฉพาะทางช่วยเพิ่มความสามารถในการรักษาและเพิ่ม Revenue Intensity
แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือ
โรงพยาบาลคู่แข่งสามารถสร้างโรงพยาบาลใหม่และดึงแพทย์ได้
ดังนั้น CHG ไม่ได้มี Moat แข็งแรงแบบธุรกิจที่มีสิทธิบัตรหรือ Network Effect สูงมาก - ความเสี่ยงที่ VI ต้องจับตา
🔴 1. SSO reimbursement
หากอัตราการจ่ายไม่ทันต้นทุนทางการแพทย์ Margin อาจถูกกดดัน
🔴 2. การแข่งขันในภาคตะวันออก
การแข่งขันจากโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่เป็นความเสี่ยงโดยตรง
🔴 3. แพทย์และบุคลากร
โรงพยาบาลต้องพึ่งพาแพทย์เฉพาะทางและพยาบาล หากขยายเร็วเกินไปอาจเกิดข้อจำกัดด้านบุคลากร
🔴 4. โรงพยาบาลใหม่
ถ้า Ramp-up ช้า จะกดกำไรและ ROIC
🔴 5. ผู้ป่วยต่างชาติ
การเติบโตของ International Patient เป็นหนึ่งใน Growth Driver แต่ก็มีความผันผวนตามเศรษฐกิจ การเดินทาง และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ - Valuation — จุดที่ VI ต้องให้ความสำคัญที่สุด
ข้อมูลบริษัทระบุว่า ณ 27 พฤษภาคม 2026 CHG มี
P/E 15.95 เท่า
P/BV 1.88 เท่า
Dividend Yield ประมาณ 5.07%
ขณะที่ราคาหุ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมอยู่แถวประมาณ 1.5–1.6 บาท และ SET Factsheet ระบุ P/E ราว 17.57 เท่า ณ 22 ก.ค. 2026
สำหรับผม นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก
เพราะ CHG ไม่ใช่บริษัทที่กำไรโต 20–30% ต่อปี
ดังนั้นผม ไม่อยากจ่าย P/E 25–30 เท่า
แต่ถ้าสามารถซื้อบริษัทคุณภาพดี งบดุลแข็งแรง และมี Dividend Yield ที่น่าสนใจที่
P/E ประมาณ 14–16 เท่า
ผมเริ่มมองว่าน่าสนใจ - ประเมินมูลค่าแบบ VI
สมมติฐานแบบ Conservative:
กำไรปกติในอนาคต
≈ 950–1,000 ล้านบาท
จำนวนหุ้นประมาณ 11,000 ล้านหุ้น
EPS ประมาณ
0.086–0.091 บาท/หุ้น
ถ้าให้ Fair P/E
กรณี Conservative
P/E 14 เท่า
≈ 1.20–1.27 บาท
กรณี Base Case
P/E 16 เท่า
≈ 1.38–1.46 บาท
กรณี Optimistic
P/E 18 เท่า
≈ 1.55–1.64 บาท
ดังนั้นผมจะไม่มอง CHG ว่าเป็นหุ้นที่ “ถูกมาก” หากราคาขึ้นไปแถว 1.60 บาทขึ้นไป
แต่ถ้าราคาปรับลงเข้าสู่โซนประมาณ
1.30–1.45 บาท
และกำไรยังรักษาระดับ 950–1,000 ล้านบาทได้
Margin of Safety จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น
ตัวเลขนี้เป็นกรอบประเมินเชิงสมมติฐาน ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากบริษัทหรือคำแนะนำซื้อขาย - แล้ว Dividend ล่ะ?
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ CHG เหมาะกับนักลงทุน VI มากกว่านักเก็งกำไรระยะสั้น
บริษัทมี Dividend Yield ประมาณ 5% ในข้อมูลล่าสุดของบริษัท
ดังนั้นผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นอาจมาจาก 2 ส่วน - เงินปันผล
- การเติบโตของ EPS ในอนาคต
ถ้าบริษัทสามารถเพิ่มกำไรจากประมาณ 900 กว่าล้านบาทไปสู่ 1,000–1,100 ล้านบาทในอนาคต และตลาดยังให้ P/E ระดับ 15–17 เท่า
ผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นจะน่าสนใจกว่าการมองเฉพาะราคาหุ้น
15. CHG เหมาะกับ VI แบบไหน? ผมแบ่งง่าย ๆ แบบนี้
| นักลงทุน | ความเหมาะสม |
|---|---|
| VI ระยะยาว | ⭐⭐⭐⭐ |
| Dividend Investor | ⭐⭐⭐⭐ |
| นักลงทุน Growth | ⭐⭐⭐ |
| นักลงทุนเก็งกำไร | ⭐⭐⭐ |
| Deep Value | ⭐⭐⭐ |
| Quality at Reasonable Price | ⭐⭐⭐⭐ |
CHG ไม่ใช่หุ้น Deep Value แบบซื้อถูกมาก ๆ แต่เป็นหุ้นแนว
Quality + Defensive + Dividend + Moderate Growth
- สิ่งที่ผมจะติดตามทุกไตรมาส
ถ้าผมถือ CHG ในพอร์ต ผมจะไม่ดูราคาหุ้นทุกวัน แต่จะเปิดงบทุกไตรมาสแล้วถาม 7 คำถามนี้:
① Revenue โตหรือไม่?
② Cash Patient โตหรือไม่?
③ EBITDA Margin ดีขึ้นหรือแย่ลง?
④ ROE ยังเกินประมาณ 10–12% หรือไม่?
⑤ หนี้สินเพิ่มเร็วเกินไปหรือไม่?
⑥ โรงพยาบาลใหม่เริ่มสร้างกำไรหรือยัง?
⑦ กำไรโตจากธุรกิจปกติ หรือมาจากรายการพิเศษ?
ถ้า 7 ข้อนี้ยังดี
ผมจะยังไม่กังวลกับราคาหุ้นระยะสั้นมากนัก
🏆 บทสรุปแบบ VI มืออาชีพ
CHG = “ธุรกิจดี แต่ต้องซื้อในราคาที่ดี”
คุณภาพธุรกิจ: ⭐⭐⭐⭐/5
งบดุล: ⭐⭐⭐⭐½/5
ความสามารถทำกำไร: ⭐⭐⭐⭐/5
ROE: ⭐⭐⭐⭐/5
Moat: ⭐⭐⭐/5
Growth: ⭐⭐⭐½/5
Dividend: ⭐⭐⭐⭐/5
ความเสี่ยง: ⭐⭐⭐/5
Valuation: ⭐⭐⭐½/5
สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือ งบดุลไม่ได้หนักหนี้ + ROE อยู่ระดับดี + ธุรกิจมีความจำเป็น + มีฐานรายได้จากหลายกลุ่ม + มีโอกาสขยาย Capacity
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ กำไรไม่ได้โตแรงแบบหุ้น Growth และรายได้จาก SSO ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงด้าน reimbursement
ล่าสุด Q1/2026 ถือว่าสัญญาณค่อนข้างดี โดยกำไรโต 10% YoY และ Margin ดีขึ้น ขณะที่บริษัทตั้งเป้าการเติบโตปี 2026 ในระดับ Low-to-Mid Single Digit ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริหารยังไม่ได้มองการเติบโตแบบก้าวกระโดด
🎯 มุมมองของผม
CHG เป็นหุ้นที่ “น่าศึกษาเพื่อถือระยะยาว” มากกว่าหุ้นที่ต้องรีบไล่ซื้อ
ถ้าได้ราคาที่มี Margin of Safety และกำไรปกติยังเติบโตต่อเนื่อง ผมมองว่า CHG สามารถเป็นหุ้นประเภท Defensive Healthcare + Dividend + Moderate Growth ในพอร์ต VI ได้
แต่ถ้าราคาถูก Bid ขึ้นไปจน P/E สูงมาก สิ่งที่น่าสนใจจะลดลงทันที เพราะ คุณภาพของธุรกิจไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะถูกเสมอไป
หลักคิดสำคัญที่สุดสำหรับ CHG คือ
🧠 “อย่าซื้อเพราะโรงพยาบาลเป็นธุรกิจดี — ซื้อเมื่อราคาที่จ่ายต่ำกว่ามูลค่าที่ธุรกิจสามารถสร้างได้ในระยะยาว”
ข้อมูลบริษัทและรายงานประจำปีล่าสุดสามารถตรวจสอบได้จาก Investor Relations ของ CHG และ รายงานประจำปี 2025
หมายเหตุ: การประเมินข้างต้นเป็นการวิเคราะห์เชิงการลงทุน ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล และกรอบ Fair Value เป็นสมมติฐานเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ราคาเป้าหมายที่รับรองผล

