วิเคราะห์ หุ้น KSL บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KSL บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KSL บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) KSL อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
0.04บาท20 มี.ค. 2569เงินปันผล
01 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 25670.05บาท21 มี.ค. 2568เงินปันผล
01 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 25660.05บาท15 มี.ค. 2567เงินปันผล
01 พ.ย. 2564 – 31 ต.ค. 25650.07บาท17 มี.ค. 2566เงินปันผล
0.03บาท07 ต.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 01 ธ.ค. 25640.03บาท18 มี.ค. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง โดยมีสินทรัพย์สำคัญที่รองรับทั้งธุรกิจน้ำตาล พลังงาน เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์

  1. โรงงานและเครื่องจักรผลิตน้ำตาล
    ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ KSL ประกอบด้วย โรงงานน้ำตาล ระบบหีบอ้อย เครื่องจักรสกัดและผลิตน้ำตาล ระบบทำให้น้ำตาลบริสุทธิ์ ระบบบรรจุ และคลังสินค้า ใช้ผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และน้ำเชื่อม
    กลุ่มบริษัทมีธุรกิจโรงงานน้ำตาลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น บริษัท น้ำตาลท่ามะกา, โรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย, น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี รวมถึงธุรกิจน้ำตาลใน สปป.ลาวและกัมพูชา
  2. ระบบจัดเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
    มี คลังสินค้า ไซโล และพื้นที่จัดเก็บน้ำตาลและผลพลอยได้ เพื่อรองรับการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าก่อนจำหน่าย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัท
    นอกจากนี้ KSL มีการลงทุนใน บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจคลังสินค้า การขนถ่ายสินค้า และท่าเทียบเรือ ช่วยสนับสนุนการขนส่งและส่งออกสินค้า
  3. โรงไฟฟ้าชีวมวลและระบบพลังงาน
    KSL ใช้ กากอ้อย (Bagasse) จากกระบวนการผลิตน้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิต ไฟฟ้าและไอน้ำ ทำให้ผลพลอยได้จากโรงงานน้ำตาลสามารถนำกลับมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มได้
    ในกลุ่มบริษัทมี บริษัท โรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และ KSL ถือหุ้น 100% ตามข้อมูลโครงสร้างกลุ่มธุรกิจของบริษัท
  4. โรงงานเอทานอล
    อีกหนึ่งสินทรัพย์สำคัญคือ โรงงานและเครื่องจักรผลิตเอทานอล โดยใช้กากน้ำตาล (Molasses) และน้ำอ้อยเป็นวัตถุดิบ ช่วยต่อยอดจากธุรกิจน้ำตาลไปสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ
  5. โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์
    KSL นำ กากหม้อกรอง (Filter Cake) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล มาใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เป็นอีกส่วนหนึ่งของแนวคิดการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบแบบครบวงจรและลดของเสียจากกระบวนการผลิต
  6. ที่ดิน อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์
    กลุ่ม KSL มีทรัพย์สินประเภท ที่ดิน อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยบริษัท เคเอสแอล เรียลเอสเตต จำกัด ดำเนินธุรกิจพัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการให้เช่าอาคารสำนักงานและศูนย์ฝึกอบรมของบริษัทในกลุ่ม
  7. ระบบขนส่งและโลจิสติกส์
    กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์และบริษัทย่อยที่สนับสนุนด้าน การขนส่งน้ำตาลและสินค้า เช่น บริษัท ดับบลิวเอสพี โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจขนส่งน้ำตาลและสินค้าอื่น ๆ

ภาพรวมสินทรัพย์

ประเภททรัพย์สินใช้ในการประกอบธุรกิจ
🏭 โรงงานน้ำตาลผลิตน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
⚙️ เครื่องจักรผลิตน้ำตาลหีบอ้อย สกัด ผลิต และบรรจุน้ำตาล
🏢 คลังสินค้า/พื้นที่จัดเก็บเก็บน้ำตาลและผลิตภัณฑ์
⚡ โรงไฟฟ้าชีวมวลผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากกากอ้อย
🧪 โรงงานเอทานอลผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลและน้ำอ้อย
🌱 โรงงานปุ๋ยอินทรีย์ใช้กากหม้อกรองผลิตปุ๋ย
🚛 ระบบโลจิสติกส์ขนส่งและกระจายสินค้า
🏢 อาคาร/อสังหาริมทรัพย์สำนักงาน ศูนย์ฝึกอบรม และให้เช่า

จุดเด่นของ KSL คือโมเดล “อ้อย → น้ำตาล → พลังงาน → เอทานอล → ปุ๋ย” ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตน้ำตาลและสร้างรายได้หลายทาง ไม่ได้พึ่งพาการขายน้ำตาลเพียงอย่างเดียว

ล่าสุดข้อมูล SET สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 ระบุว่า KSL มี สินทรัพย์รวม 52,106.41 ล้านบาท เพิ่มจาก 45,528.48 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนว่าฐานสินทรัพย์ของกลุ่มยังมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับธุรกิจหลักของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL มีโครงสร้างธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะการขายน้ำตาล แต่ต่อยอดจากอ้อยและผลพลอยได้ไปสู่ พลังงาน เอทานอล ปุ๋ยอินทรีย์ โลจิสติกส์ และธุรกิจสนับสนุน โดยข้อมูลโครงสร้างกลุ่มล่าสุดของบริษัทแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจน้ำตาล, พลังงานและเชื้อเพลิงชีวภาพ, ธุรกิจสนับสนุน และธุรกิจอื่น ๆ

  1. ธุรกิจน้ำตาล 🍬
    เป็นธุรกิจหลักของ KSL ประกอบด้วยโรงงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำตาลทั้งในไทยและต่างประเทศ
    บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) — ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและผลพลอยได้
    บริษัท น้ำตาลท่ามะกา จำกัด — KSL ถือหุ้น 90.21%
    บริษัท โรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัด — ถือหุ้น 95.78%
    บริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี จำกัด — ถือหุ้น 98.61%
    บริษัท น้ำตาลสะหวันเขด / Savannakhet Sugar Corporation — ถือหุ้น 98.00%
    Koh Kong Sugar Industry Co., Ltd. — ธุรกิจน้ำตาลในกัมพูชา
    KSL ระบุว่าปัจจุบันมีกลุ่มโรงงานน้ำตาล 5 แห่งในประเทศไทย และ 1 แห่งในประเทศลาว ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตน้ำตาลด้วย
  2. ธุรกิจพลังงานและเชื้อเพลิงชีวภาพ ⚡
    บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) — KSL ถือหุ้น 40.00% เป็นธุรกิจโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
    บริษัท โรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น จำกัด — KSL ถือหุ้น 100% ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP
    ธุรกิจกลุ่มนี้ต่อยอดจาก ชานอ้อยและวัตถุดิบจากกระบวนการผลิตน้ำตาล ไปสู่ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงชีวภาพ
  3. ธุรกิจสนับสนุน 🚚
    กลุ่มนี้ทำหน้าที่สนับสนุนห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การค้า การส่งออก ไปจนถึงการขนส่ง
    TSTE – บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) — KSL ถือหุ้น 23.82% ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ
    บริษัท เคเอสแอล เอ็กซ์ปอร์ต เทรดดิ้ง จำกัด — ถือหุ้น 79.55% ธุรกิจส่งออกน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
    บริษัท เคเอสแอล อะโกร แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด — ถือหุ้น 100% ค้าขายน้ำตาลในประเทศและธุรกิจเกษตร
    บริษัท เคเอสแอล แมททีเรียล ซัพพลายส์ จำกัด — ถือหุ้น 100% จัดหาวัสดุสำหรับการเพาะปลูกอ้อย
    Wynn In Trading Co., Ltd. — ถือหุ้น 100% ธุรกิจการค้าและบริการให้คำปรึกษา
    WSP Logistics Co., Ltd. — ถือหุ้น 100% ธุรกิจขนส่งน้ำตาลและสินค้า
  4. ธุรกิจอื่น ๆ 🏢
    บริษัท เคเอสแอล เรียลเอสเตท จำกัด — KSL ถือหุ้น 91.02% ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์ฝึกอบรม
    บริษัท ขุนชวน จำกัด (KHUN CHUAN) — ธุรกิจเพื่อสังคม

สรุปโครงสร้าง KSL แบบเข้าใจง่าย
อ้อย → น้ำตาล → ผลพลอยได้ → พลังงาน/เอทานอล/ปุ๋ย → การค้า/ขนส่ง/คลังสินค้า
จุดเด่นของโครงสร้าง KSL คือการสร้าง Value Chain จากธุรกิจอ้อยแบบครบวงจร โดยไม่ได้ขายเพียงน้ำตาล แต่สามารถนำผลพลอยได้จากโรงงานไปสร้างรายได้เพิ่มเติม เช่น ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่ง SET ก็จัดธุรกิจของ KSL และบริษัทย่อยไว้ในกลุ่มน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเหล่านี้เช่นกัน
หมายเหตุ: รายชื่อและสัดส่วนการถือหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท โดยรายงานประจำปี 2568 ระบุว่า KSL มีการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมใน 14 บริษัทย่อย และ 2 บริษัทร่วม ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568
มุมมองสำหรับนักลงทุน: หากวิเคราะห์ KSL ควรมองเป็น “กลุ่มธุรกิจน้ำตาล + พลังงานชีวภาพ + ธุรกิจต่อเนื่องจากอ้อย” มากกว่ามองเป็นหุ้นน้ำตาลเพียงอย่างเดียว เพราะกำไรของกลุ่มสามารถได้รับอิทธิพลจากทั้งราคาน้ำตาล ปริมาณอ้อย ผลผลิตโรงงาน ราคาพลังงาน เอทานอล และผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่าง BBGI ด้วย



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
KSL มีธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล รวมถึงธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้มีการกระจายแหล่งรายได้ แต่ธุรกิจยังมีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรสินค้าเกษตรและราคาน้ำตาลค่อนข้างสูง
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคาน้ำตาลโลก
ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดของ KSL เพราะราคาขายน้ำตาลมีผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไร
ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยลดลง 26% แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 43% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดจาก 15% เหลือ 12%
ประเด็นที่ต้องจับตา: หากราคาน้ำตาลโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอาจไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้
🌱 2. ความเสี่ยงจากผลผลิตอ้อยและสภาพอากาศ
ธุรกิจน้ำตาลพึ่งพาวัตถุดิบอย่าง อ้อย เป็นหลัก จึงมีความเสี่ยงจากภัยแล้ง ฝนตกหนัก อุณหภูมิ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
หากผลผลิตอ้อยลดลง อาจทำให้
ปริมาณอ้อยเข้าหีบลดลง
โรงงานเดินเครื่องได้ไม่เต็มกำลัง
ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ลดลง
โดยเฉพาะโรงงานในต่างประเทศก็มีความเสี่ยงด้านสภาพอากาศเช่นกัน
💰 3. ความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิต
ต้นทุนของธุรกิจน้ำตาลไม่ได้มีเพียงต้นทุนอ้อย แต่ยังรวมถึงพลังงาน ค่าแรง ค่าขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการส่งออก
หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขายน้ำตาล Margin ของ KSL จะถูกกดดันทันที
ตัวเลขปี 2568 สะท้อนความผันผวนได้ชัดเจน โดยบริษัทมีรายได้ 16,520 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่าย 16,521 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 660 ล้านบาท
🌍 4. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน
KSL มีธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงกัมพูชาและ สปป.ลาว ขณะเดียวกันธุรกิจน้ำตาลมีความเกี่ยวข้องกับตลาดส่งออก
ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงจาก
ค่าเงินบาท + ค่าเงินประเทศที่ลงทุน + ราคาน้ำตาลโลก + ต้นทุนขนส่ง
การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจทำให้รายได้และกำไรเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทผันผวนได้ โดยใน 6M/2569 บริษัทเองระบุว่ามีผลจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยผลประกอบการด้วย
🏭 5. ความเสี่ยงจากการลงทุนและเงินทุน
ธุรกิจโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้า และธุรกิจต่อเนื่องต้องใช้เงินลงทุนสูง
ข้อมูล 6M/2569 พบว่า KSL มีสินทรัพย์ประมาณ 52,106 ล้านบาท และหนี้สินประมาณ 29,862 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบประมาณ 3,970 ล้านบาท และมีเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเข้ามาประมาณ 4,007 ล้านบาท
จึงควรติดตาม หนี้สิน ต้นทุนทางการเงิน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน อย่างต่อเนื่อง
⚡ 6. ความเสี่ยงจากธุรกิจไฟฟ้าและเอทานอล
แม้ธุรกิจต่อเนื่องช่วยกระจายความเสี่ยงจากน้ำตาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง
ธุรกิจไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิง และการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจเอทานอลมีความสัมพันธ์กับราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงภาวะตลาดเชื้อเพลิง
🏛️ 7. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
อุตสาหกรรมน้ำตาลมีความเกี่ยวข้องกับภาครัฐในหลายด้าน เช่น
ระบบการจัดการอ้อยและน้ำตาล
นโยบายราคา
การส่งออก
มาตรการด้านเกษตร
นโยบายพลังงานและเอทานอล
กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนนโยบายสามารถกระทบต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการได้
🌎 8. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและ Climate Change
การผลิตน้ำตาลมีความเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน น้ำ การจัดการกากอ้อย และการปล่อยมลพิษ
KSL ตั้งเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทต้องเตรียมรับมือกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว


📌 สรุปความเสี่ยง KSL แบบนักลงทุน

ปัจจัยระดับความเสี่ยง
ราคาน้ำตาลโลก🔴 สูง
ผลผลิตอ้อย/ภัยแล้ง🔴 สูง
ต้นทุนการผลิต🟠 ปานกลาง-สูง
ค่าเงิน/ส่งออก🟠 ปานกลาง-สูง
หนี้สินและดอกเบี้ย🟠 ปานกลาง-สูง
การลงทุนโรงงาน/ธุรกิจต่อเนื่อง🟠 ปานกลาง
นโยบายภาครัฐ🟠 ปานกลาง
สิ่งแวดล้อม/Climate Change🟡 ปานกลาง

🎯 จุดที่นักลงทุน KSL ควรจับตาเป็นพิเศษ

“ราคาน้ำตาลโลก + ราคาขายเฉลี่ย + ปริมาณอ้อยเข้าหีบ + Gross Margin + กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน + หนี้สิน” เพราะแม้ 6M/2569 KSL พลิกมีกำไรสุทธิ 432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% YoY แต่กำไรส่วนหนึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางราคาขายน้ำตาลที่ลดลงถึง 26% และยังมีความผันผวนของกระแสเงินสดอยู่มาก

มุมมองสำคัญ: KSL จึงเป็นหุ้นที่ผลประกอบการมีลักษณะ Cyclical ค่อนข้างชัดเจน — เมื่อวัฏจักรราคาน้ำตาลเป็นขาขึ้น กำไรมีโอกาสเร่งตัว แต่เมื่อราคาน้ำตาลลงแรง Margin สามารถหดตัวอย่างรวดเร็วได้ ข้อมูลราคาล่าสุดที่ SET แสดง ณ 24 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 1.87 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.19–2.08 บาท

สรุปสั้น ๆ: ความเสี่ยงหลักของ KSL ไม่ใช่แค่ “ขายน้ำตาลได้มากหรือน้อย” แต่คือ ขายได้ในราคาเท่าไร ขณะที่ต้นทุนอ้อยและต้นทุนการผลิตอยู่ระดับไหน — ตัวแปรสองด้านนี้เป็นตัวชี้ชะตา Margin และกำไรของบริษัทโดยตรง


ข้อมูล ณ วันที่ 03 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น KSL — บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL มีพัฒนาการจากธุรกิจน้ำตาลดั้งเดิม สู่กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมที่ต่อยอดจากอ้อยและผลพลอยได้ เช่น น้ำตาล ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
พ.ศ. 2488 — จุดเริ่มต้นธุรกิจ
ก่อตั้งโรงงานน้ำตาล “กว้างสุ้นหลี” จากผู้ผลิตน้ำตาลขนาดเล็กที่มีกำลังผลิตประมาณ 600 กิโลกรัมต่อวัน ก่อนขยายตัวเป็นกลุ่มธุรกิจน้ำตาลขนาดใหญ่
พ.ศ. 2519 — ก่อตั้งโรงงานน้ำตาลขอนแก่น
จัดตั้งบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด และสร้างโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญของธุรกิจ KSL
พ.ศ. 2533 — รวมธุรกิจภายใต้ KSL Group
รวมการบริหารบริษัทน้ำตาลต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ KSL Group เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและบริหารจัดการแบบกลุ่มบริษัท
พ.ศ. 2546–2547 — แตกแขนงสู่พลังงานและเอทานอล
เริ่มลงทุนโรงไฟฟ้าที่ใช้อ้อยและกากอ้อยเป็นฐานวัตถุดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ จากนั้นจัดตั้งธุรกิจผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล น้ำอ้อย และวัตถุดิบอื่น ๆ ถือเป็นจุดเปลี่ยนจาก “ธุรกิจน้ำตาล” ไปสู่ ธุรกิจต่อเนื่องจากอ้อยแบบครบวงจร
พ.ศ. 2548 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
KSL แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 7 มีนาคม 2548 โดย KSL ระบุว่าเป็นผู้ผลิตน้ำตาลไทยรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
พ.ศ. 2550 — เดินหน้าสู่ Bio-Refinery Complex
สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี โดยนำธุรกิจ น้ำตาล + เอทานอล + ไฟฟ้า + ปุ๋ยอินทรีย์ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
พ.ศ. 2554 — ขยายฐานการผลิตในจังหวัดเลย
ลงทุนในโรงงานน้ำตาลที่มีกำลังหีบอ้อยประมาณ 18,000 ตันอ้อย/วัน พร้อมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนกำลังผลิตประมาณ 40 เมกะวัตต์
พ.ศ. 2555 — เพิ่มศักยภาพโรงงานขอนแก่น
ขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากประมาณ 30 MW เป็น 65 MW และเพิ่มความสามารถในการหีบอ้อยของโรงงานเป็นประมาณ 8,000 ตันอ้อย/วัน
พ.ศ. 2563 — ขยายช่องทางขายปลีก
เริ่มขยายการจำหน่ายน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายบริสุทธิ์เข้าสู่ช่องทาง Modern Trade เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครายย่อยมากขึ้น
พ.ศ. 2566 — เปิดตัว Kane’s น้ำตาล Low GI
KSL แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ด้วย Kane’s น้ำตาล Low GI ภายใต้แนวคิดผลิตภัณฑ์น้ำตาลที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านสุขภาพ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์จากน้ำตาลแบบดั้งเดิม
พ.ศ. 2567–2568 — เดินหน้าด้านความยั่งยืน
KSL มีการเผยแพร่รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง รวมถึงการดำเนินงานด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน
🔎 จุดเปลี่ยนที่น่าจับตาของ KSL
มองในเชิงโครงสร้างธุรกิจ พัฒนาการของ KSL มีความน่าสนใจตรงที่บริษัทไม่ได้พึ่งพา “การขายน้ำตาล” เพียงอย่างเดียว แต่พยายามสร้างมูลค่าจากวัตถุดิบอ้อยแบบครบวงจร ตั้งแต่ น้ำตาล → เอทานอล → ไฟฟ้า → ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ของกระบวนการผลิต
ปัจจุบัน SET ระบุว่า KSL ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาล รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์ โดยข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ระบุว่างบการเงินล่าสุดเป็น ไตรมาส 2/2569
สรุปสั้น ๆ:
KSL จากโรงงานน้ำตาล → สู่กลุ่มธุรกิจอ้อยครบวงจร → ต่อยอดพลังงานและเอทานอล → พัฒนา Bio-Refinery → เพิ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเดินหน้าสู่ความยั่งยืน


หน่วย: ล้านบาท

งบปี 256601 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 2566งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด206.39210.95230.46329.66355.13
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ1,266.601,550.672,006.821,451.081,997.19
สินค้าคงเหลือ2,131.062,915.783,638.9810,878.4010,914.82
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน4,570.955,611.696,939.7013,349.9713,973.13
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ23,972.4526,073.7626,363.4326,146.8525,808.28
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน35,227.4737,956.5038,588.7838,121.0638,133.28
รวมสินทรัพย์39,798.4343,568.1945,528.4851,471.0352,106.41
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม4,086.007,453.818,412.7113,501.2312,577.63
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ1,657.451,033.91912.611,428.731,058.14
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี2,962.002,800.002,497.502,600.002,218.50
รวมหนี้สินหมุนเวียน8,947.8211,357.4911,888.7019,517.6117,688.29
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน9,273.8110,044.6211,601.339,808.2412,174.00
รวมหนี้สิน18,221.6321,402.1023,490.0329,325.8529,862.29
ทุนจดทะเบียน2,205.122,205.122,205.122,205.122,205.12
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า2,205.122,205.122,205.122,205.122,205.12
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น2,946.442,946.442,946.442,946.442,946.44
กำไร(ขาดทุน)สะสม13,968.2914,621.4613,756.8514,670.1914,012.82
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น1,974.411,901.192,615.771,830.252,562.39
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน-382.58-382.58-382.58
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่21,094.2521,674.2021,524.1821,652.0021,726.77
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย482.54491.88514.27493.19517.36

งบปี 256601 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 2566งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ18,448.8416,442.4315,901.927,374.177,464.15
รายได้อื่น166.04241.36545.9173.43330.45
รวมรายได้18,695.4616,777.0716,520.237,495.927,846.45
ต้นทุน15,830.9913,701.7114,306.356,251.846,583.91
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร1,270.301,219.301,236.73557.40624.91
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย17,297.3315,197.8316,521.496,899.247,202.18
EBITDA2,648.322,763.311,343.411,539.891,793.75
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย1,103.351,073.051,236.46861.061,020.86
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้1,544.971,690.26106.95678.83772.89
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่903.59917.84-660.42267.16432.39
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.200.21-0.150.060.10

งบปี 256601 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 2566งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน2,908.251,126.72672.93-4,029.76-3,969.93
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-454.74-4,109.11-1,624.33-783.4887.57
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-2,500.482,979.40969.464,931.494,007.03
เงินสดสุทธิ-46.98-3.0018.07118.25124.67

งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)11.678.9410.729.28
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)31.2740.8334.0439.35
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)5.434.371.401.34
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)67.2283.62260.24271.70
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)10.1814.7011.4111.77
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)35.8524.8331.9831.00
วงจรเงินสด (วัน)62.6499.61262.31280.05


วิเคราะห์หุ้น KSL — บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
KSL เป็นหุ้นวัฏจักร “อ้อย–น้ำตาล” ที่กำลังมีสัญญาณฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน หลังปี 2568 เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำตาลโลก แต่ครึ่งปีแรก 2569 กำไรกลับมาโตแรง จุดที่ต้องจับตาคือ ราคาน้ำตาลโลก + ปริมาณอ้อย + ต้นทุนการเงิน + กระแสเงินสด

  1. KSL ทำธุรกิจอะไร?
    บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย น้ำตาลทรายและกากน้ำตาล รวมถึงธุรกิจต่อเนื่องจากผลพลอยได้ เช่น
    ⚡ ผลิตกระแสไฟฟ้า
    ⛽ เอทานอล
    🌱 ปุ๋ยอินทรีย์
    🍬 น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากอ้อย
    โครงสร้างนี้ถือเป็นข้อดี เพราะบริษัทไม่ได้พึ่งรายได้จากน้ำตาลเพียงอย่างเดียว และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลพลอยได้ของอ้อยได้ด้วย
  2. จุดเปลี่ยนสำคัญ: กำไรเริ่มกลับมา
    ปี 2568 เป็นปีที่ค่อนข้างหนักสำหรับ KSL โดยมีกำไรสุทธิ -660 ล้านบาท เทียบกับกำไร 918 ล้านบาทในปี 2567 สาเหตุสำคัญมาจากราคาขายน้ำตาลตลาดโลกที่ลดลง
    แต่ภาพในปี 2569 เริ่มเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ

6 เดือนแรกปี 2569

รายการ6M/25696M/2568
รายได้7,846 ลบ.7,496 ลบ.
กำไรสุทธิ432 ลบ.267 ลบ.
สินทรัพย์52,106 ลบ.51,471 ลบ.
หนี้สิน29,862 ลบ.29,326 ลบ.

กำไรครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นประมาณ 62% YoY ขณะที่ไตรมาส 2/2569 มีกำไรประมาณ 314 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% YoY ตามข้อมูลที่รายงานต่อ SET

นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของ KSL ตอนนี้ — จาก “หุ้นที่ขาดทุน” กำลังเปลี่ยนเป็น “หุ้น Turnaround”
3. ปัจจัยบวกที่ต้องจับตา 🔥
🟢 1) กำไรฟื้นตัวแรง
กำไร 6M69 อยู่ที่ 432 ล้านบาท เทียบกับ 267 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บริษัทเองก็มีเป้าหมายในการกลับมาสร้างกำไรและทยอยลดภาระหนี้
🟢 2) ธุรกิจมี Diversification
KSL ไม่ได้ขายน้ำตาลอย่างเดียว แต่มี ไฟฟ้า + เอทานอล + ปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยกระจายความเสี่ยงจากวัฏจักรราคาน้ำตาลบางส่วน
🟢 3) ต้นทุนทางการเงินเริ่มดีขึ้น
ข้อมูลไตรมาส 2/2569 ระบุว่าต้นทุนทางการเงินลดลงจากเงินต้นที่ลดลงและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลง ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิได้อีกทาง
🟢 4) หากเข้าสู่รอบน้ำตาลขาขึ้น Upside จะเพิ่ม
KSL เป็นธุรกิจ Commodity ดังนั้นหากราคาน้ำตาลฟื้นขึ้นพร้อมกับปริมาณอ้อยที่ดีขึ้น กำไรสามารถขยายตัวได้ค่อนข้างเร็ว
4. แต่ต้องระวังอะไร? ⚠️
🔴 ราคาน้ำตาลโลก
นี่คือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
ราคาน้ำตาลโลกส่งผลโดยตรงต่อรายได้และ Margin ของผู้ประกอบการ ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยปี 2569–2570 ยังมีแรงกดดันจากผลผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดราคาน้ำตาลให้ลดลงเฉลี่ยประมาณ 3.5–5.5% ตามมุมมองของ Krungsri Research
🔴 กระแสเงินสด
แม้กำไรจะกลับมา แต่ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 6M69 ยังติดลบประมาณ 3,970 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กล่าวง่าย ๆ คือ
“กำไรกลับมาแล้ว แต่ Cash Flow ยังไม่สวยเต็มที่”
จึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขกำไรสุทธิ
🔴 หนี้สินยังสูง
6M69 มีหนี้สินประมาณ 29,862 ล้านบาท เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 21,727 ล้านบาท
ดังนั้น หากต้นทุนทางการเงินกลับมาสูงขึ้น หรือราคาน้ำตาลอ่อนตัวแรง อาจกระทบกำไรได้
🔴 ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ
ธุรกิจอ้อยพึ่งพาฝนและสภาพอากาศค่อนข้างมาก หากเกิดภัยแล้ง ผลผลิตอ้อยลดลง ต้นทุนต่อหน่วยอาจสูงขึ้น และปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ลดลง
ในทางกลับกัน หากผลผลิตอ้อยออกมามากเกินไป ราคาน้ำตาลก็อาจถูกกดดันจาก Supply ที่เพิ่มขึ้น
5. มุมมองเชิงพื้นฐาน
ผมมอง KSL เป็นหุ้นลักษณะ
“Turnaround + Commodity Cycle”
มากกว่าจะเป็นหุ้น Growth แบบเติบโตสม่ำเสมอทุกปี
จุดแข็งคือ กำไรสามารถฟื้นตัวได้เร็วเมื่อ Cycle น้ำตาลเป็นใจ
แต่จุดอ่อนคือ กำไรมีความผันผวนสูงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ดังนั้นคนที่ลงทุน KSL ต้องติดตาม ราคาน้ำตาลโลกและงบรายไตรมาส มากกว่าดู P/E เพียงตัวเดียว
6. มุมมองกราฟราคา 📈
ราคาปัจจุบันของ KSL อยู่แถว 1.83 บาท ณ 25 ส.ค. 2569 โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ประมาณ 1.19–2.08 บาท
ในเชิงเทคนิค ผมจะจับตาโซนดังนี้
แนวรับ
1.80 บาท
1.70 บาท
1.60 บาท
แนวต้าน
1.90 บาท
2.00 บาท
2.08 บาท
🔥 จุดเปลี่ยนทางเทคนิค
ถ้าราคา ทะลุ 1.90–2.00 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะมีโอกาสเปลี่ยนจากการแกว่งตัวเป็น Breakout / Momentum Play
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.90–2.00 บาท การเคลื่อนไหวอาจยังเป็นลักษณะ Sideway สะสมกำลัง
และถ้าหลุด 1.70 บาทพร้อมวอลุ่มขายสูง ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
หมายเหตุ: แนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นกรอบวิเคราะห์เชิงเทคนิค ไม่ใช่ราคาเป้าหมายหรือคำแนะนำซื้อขาย
7. ปันผล 💰
ปี 2568 บริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.04 บาท/หุ้น รวมประมาณ 176.41 ล้านบาท โดยจ่ายวันที่ 20 มีนาคม 2569
ดังนั้น KSL มีมุมมองเรื่อง Dividend ได้ แต่ ไม่ควรซื้อเพราะหวังปันผลเพียงอย่างเดียว เนื่องจากกำไรของธุรกิจมีความผันผวนตามวัฏจักรน้ำตาล
🔥 สรุป KSL แบบนักลงทุน
KSL กำลังกลับมาอยู่ในโหมด “Turnaround”
จุดเด่นคือ
✅ กำไร 6M69 โตแรง
✅ Q2/69 กำไรโตมากกว่า 100% YoY
✅ ธุรกิจหลากหลายกว่าน้ำตาลเพียงอย่างเดียว
✅ ต้นทุนทางการเงินเริ่มลดลง
✅ หากราคาน้ำตาลเข้าสู่ขาขึ้น มีโอกาสเห็นกำไรเร่งตัว
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ
⚠️ ราคาน้ำตาลโลก
⚠️ หนี้สินค่อนข้างสูง
⚠️ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังติดลบ
⚠️ ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและผลผลิตอ้อย
⚠️ กำไรมีลักษณะเป็นวัฏจักร
⭐ มุมมองผม
พื้นฐาน: 7/10
การฟื้นตัวของกำไร: 8/10
ความสม่ำเสมอของกำไร: 5/10
ความเสี่ยง: 6.5/10
โมเมนตัมทางเทคนิค: 6/10
ประเด็นเด็ดของ KSL ตอนนี้ไม่ใช่แค่ “น้ำตาลจะขึ้นหรือไม่” แต่คือ “กำไรที่กำลังฟื้นตัว จะสามารถเดินหน้าต่อได้แค่ไหน”
ถ้ากำไรไตรมาสถัดไปยังโตต่อ + กระแสเงินสดเริ่มกลับมาเป็นบวก + ราคาหุ้นทะลุ 1.90–2.00 บาทพร้อมวอลุ่ม ภาพของ KSL จะน่าสนใจขึ้นอย่างมากในฐานะ หุ้น Turnaround + Commodity Play.


Disclaimer

ใส่ความเห็น