ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น WINNER บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น WINNER บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น WINNER บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ WINNER อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI บริการ (Services)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–0.09บาท10 ก.ย. 2569เงินปันผล
–0.09บาท19 พ.ค. 2569เงินปันผล
–0.09บาท10 ก.ย. 2568เงินปันผล
–0.09บาท20 พ.ค. 2568เงินปันผล
–0.06บาท10 ก.ย. 2567เงินปันผล
–0.08บาท10 พ.ค. 2567เงินปันผล
–0.07บาท08 ก.ย. 2566เงินปันผล
–0.07บาท12 พ.ค. 2566เงินปันผล
–0.06บาท09 ก.ย. 2565เงินปันผล
–0.12บาท13 พ.ค. 2565เงินปันผล
–0.01บาท20 ต.ค. 2564เงินปันผล
–2 : 1หุ้น20 ต.ค. 2564หุ้นปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.10บาท14 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น WINNER
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
WINNER ดำเนินธุรกิจนำเข้า ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ อาหาร (Food), อุตสาหกรรมอื่น ๆ (Diversified Industries) และสุขภาพและความงาม (Beauty & Healthcare) ดังนั้นทรัพย์สินสำคัญของบริษัทจึงครอบคลุมทั้งสำนักงาน คลังสินค้า และโรงงานสำหรับรองรับการผลิตและกระจายสินค้า
🏢 1. สำนักงานใหญ่
บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ ใช้เป็นศูนย์กลางในการบริหารงาน การขาย การตลาด การจัดซื้อ การเงิน และการดำเนินงานของบริษัท
📦 2. คลังสินค้า
WINNER มี คลังสินค้าที่บางนา กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด ทำหน้าที่รองรับการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า ก่อนกระจายไปยังลูกค้าและช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินสำคัญต่อธุรกิจที่มีทั้งการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า
🏭 3. โรงงานบางปะอิน
บริษัทมี โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในฐานการผลิตของ WINNER รองรับการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท รวมถึงงานด้านการผลิตตามความต้องการของลูกค้า
🏭 4. โรงงานฉะเชิงเทรา
อีกหนึ่งทรัพย์สินด้านการผลิตคือ โรงงานในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ช่วยรองรับธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร รวมถึงงานด้านการผลิตและพัฒนาสินค้า
⚙️ 5. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ธุรกิจการผลิตของ WINNER จำเป็นต้องมี เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต ระบบบรรจุ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เพื่อรองรับการผลิตสินค้าและการรับจ้างผลิตให้กับลูกค้า
🧪 6. อุปกรณ์สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์
ด้วยลักษณะธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งอาหาร สุขภาพ และความงาม บริษัทจึงมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ การวิจัย พัฒนา ทดสอบ และควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสินค้าและการผลิตตามมาตรฐาน
🏷️ 7. สินค้าและวัตถุดิบ
นอกจากทรัพย์สินประเภทอาคารและโรงงานแล้ว สินค้าคงเหลือ วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงาน เนื่องจาก WINNER มีทั้งธุรกิจนำเข้า ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้า
💻 8. ระบบสำนักงานและระบบบริหารจัดการ
บริษัทมีทรัพย์สินประเภท คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ อุปกรณ์สำนักงาน และระบบบริหารคลังสินค้า/การจัดจำหน่าย เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจและการกระจายสินค้า
📊 ภาพรวมฐานสินทรัพย์
ณ 30 มิถุนายน 2569 WINNER มีสินทรัพย์รวมประมาณ 1,301.9 ล้านบาท เพิ่มจาก 1,239.0 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนว่าบริษัทมีฐานสินทรัพย์รองรับการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
สรุป: จุดสำคัญของทรัพย์สิน WINNER อยู่ที่ “สำนักงาน + คลังสินค้า + ฐานการผลิต 2 แห่ง + เครื่องจักรและอุปกรณ์ + สินค้า/วัตถุดิบ” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจตั้งแต่ นำเข้า → ผลิต → จัดเก็บ → กระจายสินค้า ได้ครบวงจร


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น WINNER
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WINNER ดำเนินธุรกิจนำเข้า ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ อาหาร (Food), อุตสาหกรรมอื่น (Diversified Industries) และสุขภาพและความงาม (Beauty & Healthcare)
จากข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้ โครงสร้างบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงปี 2568 โดยเฉพาะการรับโอนกิจการจาก บริษัท เอสเธติค ซีเครท (แอท-ซี) จำกัด และการขายเงินลงทุนใน บริษัท วินเนอร์ อะโกร อินโนเวชั่น จำกัด ดังนั้นควรแยก “บริษัทย่อยเดิม/ปัจจุบัน” ออกจากบริษัทที่เคยอยู่ในกลุ่มอย่างชัดเจน
บริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างกลุ่ม WINNER

  1. บริษัท วินเนอร์ แฟม จำกัด
    เป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ WINNER และมีประวัติการดำรงตำแหน่งกรรมการของผู้บริหาร WINNER โดยตรงตั้งแต่ปี 2560
  2. บริษัท เอสเธติค ซีเครท (แอท-ซี) จำกัด
    เดิมเป็น บริษัทย่อยของ WINNER ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม ต่อมาในปี 2568 WINNER รับโอนกิจการทั้งหมดเข้ามาดำเนินการ และบริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนเลิกบริษัทเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 อยู่ระหว่างการชำระบัญชี
  3. บริษัท วินเนอร์ อะโกร อินโนเวชั่น จำกัด
    เดิมเป็น บริษัทร่วม ซึ่ง WINNER ถือหุ้น 45% และดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบ ต้นกล้าพันธุ์ และสารสกัดจากขิงขาว แต่ WINNER ได้ขายเงินลงทุนทั้งหมดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ทำให้ ปัจจุบันไม่ใช่บริษัทร่วมของ WINNER แล้ว

สรุปสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์หุ้น
กลุ่มบริษัท WINNER มีการปรับโครงสร้างในช่วงปี 2568 โดยบริษัท เอสเธติค ซีเครท (แอท-ซี) จำกัด ซึ่งเดิมเป็นบริษัทย่อย ได้โอนกิจการทั้งหมดให้ WINNER และจดทะเบียนเลิกบริษัท ขณะที่บริษัท วินเนอร์ อะโกร อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเดิมเป็นบริษัทร่วมถือหุ้น 45% ได้ถูกจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในเดือนมิถุนายน 2568 ทำให้สิ้นสภาพการเป็นบริษัทร่วมของ WINNER
จุดที่น่าสนใจ: การรับโอนธุรกิจของ Aesthetic Secret ทำให้ WINNER สามารถรวมธุรกิจด้าน Beauty & Healthcare / OEM เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทโดยตรงมากขึ้น ขณะที่การขายเงินลงทุนใน Winner Agro Innovation เป็นการลดธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลักของกลุ่ม



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น WINNER
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
WINNER Group Enterprise Public Company Limited หรือ WINNER ดำเนินธุรกิจนำเข้า ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงกลุ่ม Beauty & Healthcare โดยมีสินค้าจากต่างประเทศและสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง
จากข้อมูลล่าสุด บริษัทมีรายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 2,309.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 139.7 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้ 1,042.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 66.0 ล้านบาท

  1. ความเสี่ยงจากต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ
    ธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง หากต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อาจกดดัน อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
  2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจาก เงินบาทอ่อนค่า หากบริษัทมีภาระชำระค่าสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศ ต้นทุนเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทอาจเพิ่มขึ้น และกระทบความสามารถในการทำกำไร
  3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
    ตลาดอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และ Beauty & Healthcare มีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศ สินค้านำเข้า และแบรนด์ใหม่ที่เข้าสู่ตลาด หากคู่แข่งใช้กลยุทธ์ด้านราคา โปรโมชั่น หรือการตลาดที่รุนแรง บริษัทอาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดหรือปรับลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
  4. ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง
    สินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นอยู่กับความนิยมของผู้บริโภค หากเทรนด์การบริโภคเปลี่ยนเร็ว สินค้าบางรายการอาจมียอดขายลดลงหรือกลายเป็นสินค้าคงเหลือ ทำให้บริษัทต้องจัดโปรโมชั่นหรือรับภาระสินค้าล้าสมัย
  5. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาแบรนด์และสินค้าบางประเภท
    หากรายได้ของบริษัทกระจุกตัวอยู่ในแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่สร้างยอดขายหลัก การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการค้า การยุติการจัดจำหน่าย หรือการสูญเสียสิทธิในแบรนด์สำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
  6. ความเสี่ยงด้านสินค้าคงเหลือ
    สินค้าบางประเภท โดยเฉพาะอาหาร มีข้อจำกัดด้านอายุสินค้า หากบริหารการสั่งซื้อและคาดการณ์ความต้องการผิดพลาด อาจเกิด สินค้าค้างสต็อก สินค้าใกล้หมดอายุ หรือสินค้าต้องตัดจำหน่าย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไร
  7. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
    ธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านคุณภาพ ความปลอดภัย การนำเข้า ฉลากสินค้า และการโฆษณา หากกฎระเบียบเปลี่ยนแปลงหรือบริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ อาจทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติม การเรียกคืนสินค้า หรือกระทบภาพลักษณ์ของแบรนด์
  8. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและเศรษฐกิจ
    แม้สินค้าบางส่วนเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีผลต่อยอดขาย โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาสูงหรือไม่ใช่สินค้าจำเป็น หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคอาจลดการใช้จ่ายและเลือกสินค้าที่ราคาถูกกว่า
  9. ความเสี่ยงจากช่องทางจัดจำหน่าย
    การเปลี่ยนแปลงของช่องทางค้าปลีก ร้านค้าออนไลน์ และแพลตฟอร์ม E-commerce อาจทำให้ต้นทุนในการเข้าถึงผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการแข่งขันด้านโปรโมชั่นและค่าธรรมเนียมของช่องทางออนไลน์อาจกดดันอัตรากำไร
  10. ความเสี่ยงด้านการบริหารเงินทุนหมุนเวียน
    ธุรกิจจำหน่ายสินค้าต้องบริหาร ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และเจ้าหนี้การค้า อย่างมีประสิทธิภาพ หากสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นหรือลูกหนี้เก็บเงินได้ช้าลง อาจทำให้เงินทุนหมุนเวียนตึงตัว แม้บริษัทจะยังมีกำไรทางบัญชีก็ตาม

มุมมองนักลงทุน
จุดที่ควรจับตา WINNER จึงไม่ใช่เพียง “ยอดขายโตหรือไม่” แต่ควรดูต่อว่า
ยอดขาย → Gross Margin → ค่าใช้จ่าย → กำไรสุทธิ → สต็อก → กระแสเงินสด
จะเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่
ล่าสุดข้อมูลบริษัทระบุว่า ณ 30 มิ.ย. 2569 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,301.9 ล้านบาท หนี้สิน 584.7 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 717.1 ล้านบาท ขณะที่ ROE อยู่ที่ 21.0% และ Net Margin 6.3%
สรุป: ความเสี่ยงสำคัญของ WINNER อยู่ที่ ต้นทุนนำเข้า + ค่าเงิน + การแข่งขัน + สินค้าคงเหลือ + พฤติกรรมผู้บริโภค + กฎระเบียบ ดังนั้นการติดตามแนวโน้มอัตรากำไรและคุณภาพกระแสเงินสดจึงมีความสำคัญต่อการประเมินหุ้นตัวนี้อย่างมาก


ข้อมูล ณ วันที่ 07 พ.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น WINNER
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ หรือ WINNER มีพัฒนาการจากธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหาร สู่การขยายธุรกิจไปยังกลุ่ม Food, Diversified Industries และ Beauty & Healthcare พร้อมเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
🔹 พัฒนาการสำคัญตามลำดับ
ปี 2556 — WINNER เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556 ถือเป็นก้าวสำคัญในการระดมทุนและยกระดับองค์กรสู่บริษัทมหาชน
ปี 2560 — เริ่มใช้งานระบบ ERP อย่างเป็นทางการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใน และเปิดร้านค้าออนไลน์ WINNER & CO รองรับการขยายช่องทางจำหน่าย
ปี 2561 — พัฒนามาตรฐานการดำเนินงานและได้รับการรับรองมาตรฐานสำคัญ ได้แก่ ISO 9001:2015, GMP, HACCP และ HALAL ซึ่งช่วยสนับสนุนความน่าเชื่อถือของกระบวนการผลิตและคุณภาพสินค้า
ปี 2564 — เริ่มใช้งาน Application Lab เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และสูตรสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
ปี 2565 — ยกระดับ Application Lab เป็น Innovation Center พร้อมลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อให้บริการด้านเทคนิคแก่ลูกค้า รวมถึงวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ของบริษัท
ปี 2567 — ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Rooftop ที่โรงงานบางปะอิน สะท้อนแนวทางลดต้นทุนพลังงานและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืน
ปี 2568 — รับโอนกิจการทั้งหมดจาก บริษัท เอสเธติค ซีเครท (แอท-ซี) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยและดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม ส่งผลให้ WINNER สามารถต่อยอดธุรกิจในกลุ่ม Beauty & Healthcare ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปี 2569 — เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยวางแผนขยายตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับธรรมาภิบาล พร้อมตั้งเป้ารายได้ 3,000 ล้านบาทภายในปี 2571
ปี 2569 — บริษัทเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ Food, Diversified Industries และ Beauty & Healthcare พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ในงาน mai FORUM 2026 และงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026
📌 มุมมองเชิงธุรกิจ
พัฒนาการของ WINNER สะท้อนการเปลี่ยนจาก “ผู้จัดจำหน่าย” สู่ “ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน” มากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนใน Innovation Center และการขยายเข้าสู่ตลาดสุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และลดการพึ่งพาธุรกิจอาหารเพียงด้านเดียว
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการล่าสุด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,042.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 66.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในแง่กำไรต่อหุ้นจาก 0.10 บาทเป็น 0.11 บาทตามข้อมูล SET
สรุป: WINNER กำลังเดินเกมจากฐานธุรกิจอาหารไปสู่การเป็นผู้เล่นที่มีธุรกิจหลากหลายมากขึ้น โดยมี Innovation + Beauty & Healthcare + การขยายตลาด เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ต้องติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะเป้าหมายรายได้ 3,000 ล้านบาทในปี 2571 ว่าจะสามารถเปลี่ยนแผนการเติบโตให้เป็นผลประกอบการจริงได้มากน้อยเพียงใด


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด33.7244.2733.8438.8939.47
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ401.00397.68360.75357.63343.42
สินค้าคงเหลือ423.63480.53484.41555.67511.17
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน858.89922.95879.87952.84895.65
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ303.06310.05321.59310.74328.86
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน373.24366.47359.15346.15406.23
รวมสินทรัพย์1,232.131,289.421,239.031,298.991,301.87
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม280.61318.24270.77335.93328.01
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ259.65268.69240.85265.00189.29
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน574.30628.79540.38628.29532.46
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน41.5338.1646.2439.8152.27
รวมหนี้สิน615.83666.95586.62668.09584.73
ทุนจดทะเบียน149.99149.99149.99149.99149.99
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า149.99149.99149.99149.99149.99
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น147.71147.71147.71147.71147.71
กำไร(ขาดทุน)สะสม318.60324.78354.71333.20419.44
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่616.29622.48652.41630.90717.14
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ2,045.272,109.402,292.791,155.471,036.22
รายได้อื่น26.5027.8916.939.755.82
รวมรายได้2,071.772,137.292,309.721,165.211,042.03
ต้นทุน1,600.221,659.181,788.63905.29789.53
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร312.84338.87326.07162.33167.39
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,913.071,998.052,122.181,075.08956.92
EBITDA190.67167.05212.1398.35101.10
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย35.5631.8432.4116.0515.99
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้155.11135.21179.7182.3085.11
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่113.7790.18139.6864.1765.97
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.190.150.230.110.11

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน251.1892.79183.4945.6520.57
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-19.38-26.36-28.48-9.77-13.36
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-232.05-56.01-165.45-41.27-1.58
เงินสดสุทธิ-0.2410.42-10.43-5.385.63

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.286.056.046.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)69.1060.3760.4858.86
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.673.713.513.14
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)99.4598.46103.94116.38
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)6.287.026.707.36
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)58.1151.9954.4849.56
วงจรเงินสด (วัน)110.44106.84109.94125.69


วิเคราะห์หุ้น WINNER
บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
WINNER เป็นหุ้นกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่มีธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย โดยเป็นทั้ง ผู้นำเข้า ผลิต และจัดจำหน่าย สินค้ากลุ่มอาหาร, สินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงสินค้า Health & Beauty และมีการพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง
🔎 จุดเด่นของธุรกิจ
WINNER มีโครงสร้างธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
Food — วัตถุดิบอาหารและสินค้าอาหาร
Diversified Industries — ผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท
Beauty & Healthcare — ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม
มีการต่อยอดธุรกิจ OEM/ODM ทั้งอาหารและ Health & Beauty
บริษัทมี Innovation Center สำหรับวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่
จุดที่น่าสนใจคือ WINNER ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจเพียงสินค้าเดียว แต่พยายามขยายจากธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่าย ไปสู่ สินค้าที่มีแบรนด์ของตัวเอง + OEM/ODM ซึ่งมีโอกาสช่วยเพิ่มมูลค่าและอัตรากำไรในระยะยาว
💰 ผลประกอบการล่าสุด ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 มีภาพที่น่าสนใจ

รายการ6M/25686M/2569
รายได้1,165.2 ลบ.1,042.0 ลบ.
กำไรสุทธิ64.2 ลบ.66.0 ลบ.
Gross Margin21.65%23.81%
Net Margin5.51%6.33%
D/E1.06x0.82x
ROE18.84%20.99%

รายได้ลดลงประมาณ 10.6% YoY จากภาวะตลาดที่ชะลอตัว โดยเฉพาะ Food Ingredient และ Gourmet Food แต่บริษัทสามารถรักษากำไรได้ดีขึ้นจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิ 6M/69 เพิ่มขึ้นประมาณ 8.9% YoY เป็น 66 ล้านบาท นี่คือประเด็นสำคัญของ WINNER:
“รายได้หด แต่กำไรโต”
สะท้อนว่าบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับ Product Mix และ Margin มากขึ้น แทนที่จะไล่การเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว
📊 ฐานะการเงิน
ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมี
สินทรัพย์ 1,301.9 ล้านบาท
หนี้สิน 584.7 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 717.1 ล้านบาท
D/E เพียง 0.82 เท่า
ROA 14.04%
ROE 20.99%
โครงสร้างทุนถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างแข็งแรงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า เพราะ D/E ลดลงจาก 1.07 เท่าในปี 2567 เหลือ 0.82 เท่าใน 6M/69
อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์หมุนเวียนมี สินค้าคงเหลือประมาณ 511 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 จึงควรติดตามการบริหาร Inventory และเงินทุนหมุนเวียนต่อเนื่อง
🚀 ปัจจัยเติบโตที่ต้องจับตา การขยาย Product Portfolio
บริษัทมีแผนเพิ่มสินค้าและขยายฐานลูกค้าในหลายกลุ่ม ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
รายได้ยังได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดอาหารที่ชะลอตัว
ต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าเกษตรมีความผันผวน
ธุรกิจนำเข้ามีความเสี่ยงจาก อัตราแลกเปลี่ยน
การแข่งขันในตลาด Food และ Health & Beauty ค่อนข้างสูง
หากสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเร็วกว่ายอดขาย อาจกดดันกระแสเงินสด
การเติบโตของธุรกิจใหม่อย่าง OEM/ODM และ Health & Beauty ยังต้องพิสูจน์ด้วยยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้นจริง
บริษัทระบุว่ามีการบริหารความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตรและ FX ผ่านการกำหนดราคาล่วงหน้าและการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
💎 มุมมองการลงทุน
ข้อมูล ณ 8 ก.ย. 2569 ระบุราคา WINNER ที่ 2.20 บาท มี Market Cap ประมาณ 1,319.9 ล้านบาท, P/E ประมาณ 9.33 เท่า และ P/BV ประมาณ 1.84 เท่า ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.98–2.36 บาท
ในเชิงพื้นฐาน WINNER มีจุดที่น่าสนใจตรง กำไรโตสวนทางกับรายได้ + Margin ดีขึ้น + D/E ลดลง + ROE อยู่ในระดับดี แต่โจทย์สำคัญคือบริษัทจะสามารถเปลี่ยนการเติบโตของธุรกิจใหม่ให้กลายเป็น ยอดขายและกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง ได้หรือไม่
🎯 สรุปสั้น ๆ
WINNER = หุ้นอาหาร/สินค้าอุตสาหกรรม/Health & Beauty ที่กำลังเน้น “คุณภาพกำไร” มากขึ้น
จุดบวก:
✅ กำไร 6M/69 โต 8.9%
✅ Gross Margin เพิ่มเป็น 23.8%
✅ Net Margin เพิ่มเป็น 6.3%
✅ D/E ลดเหลือ 0.82 เท่า
✅ ROE ราว 21%
✅ มีโอกาสจาก Health & Beauty และ OEM/ODM
จุดต้องจับตา:
⚠️ รายได้ 6M/69 ลด 10.6%
⚠️ ตลาด Food Ingredient/Gourmet ชะลอตัว
⚠️ ราคาวัตถุดิบและ FX
⚠️ ต้องพิสูจน์การเติบโตของธุรกิจใหม่
มุมมอง: WINNER มีลักษณะเป็น “หุ้นพื้นฐานขนาดเล็กที่กำลังปรับโครงสร้างไปสู่ธุรกิจที่มี Margin สูงขึ้น” มากกว่าจะเป็นหุ้นเติบโตจากยอดขายแบบหวือหวา ดังนั้นตัวเลขที่ควรจับตาในงบถัดไปคือ รายได้กลับมาโตหรือไม่ + Gross Margin รักษาระดับได้หรือไม่ + กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน + Inventory
Health & Beauty
ตลาดสุขภาพและความงามยังเป็นพื้นที่ที่บริษัทพยายามขยาย โดยมีการปรับ Innovation Center ให้รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มากขึ้น
OEM/ODM
การรับจ้างผลิตสามารถสร้างรายได้จากฐานลูกค้าธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการขยายผลิตภัณฑ์โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแบรนด์เดียวสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท
หากสามารถสร้างยอดขายสินค้าที่มี Margin สูงขึ้นได้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรในระยะยาว


Disclaimer

ใส่ความเห็น