ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น WARRIX บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น WARRIX บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น WARRIX บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) WARRIX อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ WARRIX
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักด้าน เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา รวมถึงธุรกิจบริการด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์การกีฬา ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินงานจึงครอบคลุมทั้งสินทรัพย์สำหรับการขายสินค้า ร้านค้า ระบบดิจิทัล และทรัพย์สินทางปัญญา โดยอ้างอิงข้อมูล One Report 2568 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่บริษัทเผยแพร่

รถยนต์และยานพาหนะ
บริษัทมีทรัพย์สินประเภทรถยนต์ที่ใช้สนับสนุนการบริหารงาน โดยในปี 2568 มีการซื้อรถยนต์ 1 คัน มูลค่า 1.60 ล้านบาท เพื่อให้ผู้บริหารใช้ในการบริหารงาน
ภาพรวมฐานทรัพย์สิน
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ณ 31 ธันวาคม 2568 WARRIX มีสินทรัพย์รวม 1,915.07 ล้านบาท เพิ่มจาก 1,883.43 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่ ณ ไตรมาส 1/2569 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,893.99 ล้านบาท
สรุป: ทรัพย์สินสำคัญของ WARRIX ไม่ได้อยู่เฉพาะอาคารหรือโรงงาน แต่มีลักษณะเป็น “แบรนด์ + สินค้าคงคลัง + เครือข่ายร้านค้า + สิทธิการใช้พื้นที่ + ระบบเทคโนโลยี + ทรัพย์สินทางปัญญา + อุปกรณ์บริการกีฬา” ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจที่เน้นการสร้างแบรนด์และขยายช่องทางจำหน่ายมากกว่าการเป็นผู้ผลิตที่ต้องลงทุนในโรงงานขนาดใหญ่เอง

อาคาร สำนักงาน และพื้นที่ประกอบธุรกิจ
อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นสำนักงานและดำเนินงาน
พื้นที่ร้านค้าและสาขาของ Warrix Shop
พื้นที่สำหรับธุรกิจบริการด้านกีฬาและสุขภาพ
บริษัทมีการใช้ สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) จากสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาวสำหรับการขยายร้านค้า
บริษัทมีการจัดประเภทที่ดินและอาคารบนถนนพระราม 9 เป็น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตามข้อมูลใน One Report

สินค้าคงเหลือ
ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ เนื่องจาก WARRIX จำหน่ายสินค้า ได้แก่
เสื้อผ้ากีฬา
เสื้อฟุตบอลและเสื้อทีมชาติไทย
เสื้อผ้า Lifestyle
รองเท้าและอุปกรณ์กีฬา
สินค้ากีฬาและสินค้าที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจของบริษัทพึ่งพาการบริหารสินค้าคงคลังและการวางแผนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทนำ Data และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารสินค้าคงคลังด้วย

ร้านค้าและช่องทางจัดจำหน่าย
ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการจำหน่าย ได้แก่
Warrix Shop
Warrix Outlet
พื้นที่ขายสินค้าในศูนย์การค้า
อุปกรณ์และระบบภายในร้าน
ระบบขายสินค้าออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัล
บริษัทให้ความสำคัญกับการขยายทั้ง ร้านค้าของบริษัทและช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและการซื้อซ้ำ

ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
WARRIX มีการลงทุนในสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยี เช่น
โปรแกรมคอมพิวเตอร์
Software และระบบสารสนเทศ
ระบบบริหารข้อมูล
ระบบที่เกี่ยวข้องกับ Data Driven Transformation
ระบบสำหรับบริหารสินค้าและลูกค้า (CRM)
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมี สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 108.04 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์และทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่าง ๆ

ทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้า
ถือเป็นทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อมูลค่าแบรนด์ WARRIX ได้แก่
เครื่องหมายการค้า WARRIX
ลิขสิทธิ์
สิทธิในผลิตภัณฑ์
ความสัมพันธ์กับลูกค้า
โปรแกรมคอมพิวเตอร์
สิทธิที่ได้จากการเข้าซื้อธุรกิจ
บริษัทมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของกลุ่มบริษัททั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ทรัพย์สินจากการเข้าซื้อธุรกิจ
บริษัทมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกิดจากการซื้อธุรกิจ เช่น Fit Junction และ Premier Football International Pte. Ltd. ซึ่งประกอบด้วยสิทธิ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และเครื่องหมายการค้า นอกจากนี้ในปี 2568 ยังมีการซื้อทรัพย์สินทางปัญญาจาก KSL Sport เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และเครื่องหมายการค้า

อุปกรณ์และทรัพย์สินสำหรับธุรกิจบริการกีฬา
WARRIX ไม่ได้มีเฉพาะธุรกิจเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา แต่ยังมีบริการด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์การกีฬา เช่น
คลินิกกายภาพบำบัด
Physiotherapy & Performance Studio
Warrix Run Hub
Fit Junction ซึ่งให้บริการด้านการออกกำลังกายและคำปรึกษาด้านโภชนาการ
ดังนั้นจึงมีทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการให้บริการด้านกีฬา สุขภาพ และการออกกำลังกาย


กลุ่มบริษัทในเครือของ WARRIX

จากข้อมูล แบบ 56-1 One Report ปี 2568 ของ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) พบว่ากลุ่มบริษัทมีบริษัทย่อยที่สำคัญ 2 บริษัท ดังนี้




งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ WARRIX
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา รวมถึงธุรกิจด้านสุขภาพและกีฬา เช่น กายภาพบำบัดและศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้ 1,717.02 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดเหลือเพียง 27.40 ล้านบาท จาก 148.89 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่ไตรมาส 1/2569 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 38.01 ล้านบาท จึงมีประเด็นความเสี่ยงที่ควรจับตาค่อนข้างมาก

ความเสี่ยงด้านผลประกอบการระยะสั้น
นี่เป็นประเด็นที่นักลงทุนควรจับตาอย่างมาก เพราะ รายได้ยังเติบโต แต่กำไรกลับหดตัวแรง และ 1Q/2569 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 38.01 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 40.26 ล้านบาท
🔎 สรุปแบบนักลงทุน
ความเสี่ยงของ WARRIX ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ “ขายไม่ได้” แต่เป็นเรื่อง “ขายได้แล้วเหลือกำไรเท่าไร”
จุดที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือ
รายได้ ↑ แต่กำไร ↓
Online โตเร็ว แต่ค่าใช้จ่ายก็โตตาม
การแข่งขันสูง + สินค้าแฟชั่นเปลี่ยนเร็ว
สต็อกและการตั้งสำรอง
การลงทุนในธุรกิจใหม่
กำลังซื้อผู้บริโภค
ความสามารถในการฟื้น Margin
ดังนั้น หากจะประเมิน WARRIX ในระยะต่อไป ตัวเลขที่สำคัญกว่า “ยอดขาย” คือ Gross Margin, SG&A, สินค้าคงเหลือ, กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการกลับมาทำกำไรสุทธิ หากตัวเลขเหล่านี้ฟื้นตัวพร้อมกัน จะเป็นสัญญาณว่าการขยายธุรกิจเริ่มสร้าง Operating Leverage ได้จริง

ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรง
ตลาดเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬามีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ต่างประเทศ แบรนด์ไทย และผู้เล่นรายใหม่ที่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ง่าย โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ หาก WARRIX ไม่สามารถสร้างความแตกต่างด้านแบรนด์ ราคา คุณภาพ และคอลเลกชันได้ อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาด

ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและเศรษฐกิจ
สินค้ากีฬาและแฟชั่นบางส่วนเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถชะลอการซื้อได้ เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวหรือกำลังซื้อลดลง ยอดขายอาจได้รับผลกระทบ โดยบริษัทระบุว่าภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันผลประกอบการปี 2568

ความเสี่ยงด้านอัตรากำไร — จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
แม้รายได้ปี 2568 เติบโต 9.52% แต่กำไรสุทธิลดลงถึง 79.85% เหลือประมาณ 30 ล้านบาทตามคำอธิบายผลประกอบการของบริษัท สะท้อนว่า ยอดขายโต แต่กำไรไม่ได้โตตาม จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายครั้งเดียว การตั้งสำรองสินค้าล้าสมัย และค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต

ความเสี่ยงจากการขยายช่องทางออนไลน์
Online เป็นช่องทางที่เติบโตเร็วมาก โดยปี 2568 ยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น 80.14% และมีสัดส่วนประมาณ 29.76% ของรายได้รวม แต่การขยายช่องทางดังกล่าวมาพร้อมต้นทุนด้านการตลาด โปรโมชั่น ระบบโลจิสติกส์ และการบริหารคลังสินค้า หากยอดขายเติบโตแต่ต้นทุนเพิ่มเร็วกว่า อาจกดดัน Margin

ความเสี่ยงด้านสินค้าคงเหลือและสินค้าแฟชั่น
ธุรกิจเสื้อผ้ามีความเสี่ยงจาก สินค้าล้าสมัยและสินค้าค้างสต็อก เพราะรสนิยมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว หากคาดการณ์ความต้องการผิด อาจต้องลดราคาเพื่อระบายสินค้า หรือตั้งสำรองสินค้าล้าสมัย ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในปี 2568 และยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจใหม่
WARRIX ขยายจากธุรกิจเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาไปสู่ Sport – Health – Active & Lifestyle เช่น Warrix Physiotherapy & Performance Studio และ Warrix Run Hub ธุรกิจใหม่มีความเสี่ยงด้านการลงทุน การหาบุคลากรเฉพาะทาง การสร้างฐานลูกค้า และการสร้างผลตอบแทนให้คุ้มกับเงินลงทุน

ความเสี่ยงจากต้นทุนและซัพพลายเชน
ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง และต้นทุนการผลิตมีผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้เต็มที่ จะทำให้ Margin ลดลง บริษัทจึงต้องบริหารสัดส่วนสินค้าและปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว
ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าออนไลน์และ Live Commerce มากขึ้น ขณะที่เทรนด์กีฬาและแฟชั่นเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว หากบริษัทออกสินค้าไม่ทันกระแส หรือไม่สามารถตอบสนองช่องทางใหม่ได้ อาจเสียโอกาสทางการขายให้คู่แข่ง

ความเสี่ยงด้านการบริหารต้นทุนจากการเติบโต
การเพิ่มสาขา จุดขาย ช่องทางออนไลน์ และกิจกรรมทางการตลาดช่วยสร้างรายได้ แต่ก็ทำให้ SG&A เพิ่มขึ้น หากยอดขายไม่เติบโตในระดับที่เพียงพอต่อการรองรับต้นทุนคงที่ กำไรสุทธิจะถูกกดดันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเห็นได้ชัดจากปี 2568 และ 1Q/2569


ข้อมูล ณ วันที่ 18 มี.ค. 2569



พัฒนาการที่สำคัญของ WARRIX
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX เริ่มต้นจากธุรกิจจำหน่ายชุดกีฬา ก่อนขยายตัวสู่แบรนด์ Sport – Health – Lifestyle และธุรกิจสุขภาพ โดยพัฒนาการสำคัญมีดังนี้
📌 ไทม์ไลน์สำคัญ
ปี 2556 — ก่อตั้งบริษัทในชื่อเดิม “บริษัท วาริกซ์ สปอร์ต จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท และเริ่มธุรกิจจำหน่ายชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬา
ปี 2557 — เริ่มขยายเข้าสู่ตลาดฟุตบอลไทย โดยได้รับสิทธิสนับสนุนการผลิตชุดแข่งขันให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี และนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
ปี 2558 — ได้สิทธิสนับสนุนการผลิตชุดแข่งขันให้ สุพรรณบุรี เอฟซี ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจ Licensing ของบริษัท
ปี 2559 — เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท และได้รับสิทธิผลิตและจำหน่ายชุดกีฬา รวมถึงสินค้าที่ระลึกของ ทีมชาติไทย เป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2560–2563 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ WARRIX เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ปี 2560 — เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด และชุดทีมชาติไทยที่ผลิตโดย WARRIX ถูกนำไปใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลด้านธุรกิจและการสร้างแบรนด์หลายรายการ
ปี 2561 — ได้รับสิทธิสนับสนุนผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายให้ ทีมฟุตบอลชาติเมียนมาร์ เป็นระยะเวลา 6 ปี สะท้อนการเริ่มขยายแบรนด์ออกสู่ตลาดระดับภูมิภาค
ปี 2563 — จัดตั้ง Warrix Holding Pte. Ltd. ในประเทศสิงคโปร์ และเริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่ด้านสุขภาพ โดยเปิดคลินิกกายภาพบำบัดในกรุงเทพฯ
ปี 2564 — ได้รับสิทธิผลิตและจำหน่ายชุดกีฬาของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นระยะเวลา 8 ปี และได้รับสิทธิสนับสนุนผลิตภัณฑ์ให้นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติเป็นเวลา 5 ปี พร้อมจัดตั้ง Warrix Sdn. Bhd. ในมาเลเซีย
ปี 2565 — เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 300 ล้านบาท ออกหุ้น IPO จำนวน 180 ล้านหุ้น ราคา IPO หุ้นละ 6.30 บาท และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยเริ่มซื้อขายวันที่ 21 ธันวาคม 2565
นอกจากนี้ยังเปิด ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา Warrix Run Hub ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อขยายธุรกิจจากเสื้อผ้ากีฬาไปสู่ Health & Wellness
ปี 2566 — เข้าซื้อกิจการและเครื่องหมายการค้า Fit Junction และ Premier Football ในประเทศสิงคโปร์ เป็นการต่อยอดธุรกิจด้านสุขภาพ ฟิตเนส และตลาดฟุตบอล
ปี 2568 — จัดตั้งบริษัทย่อย เคเอสแอล แอนด์ วอริกซ์ จำกัด ขณะที่บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในแนวทาง Sport & Active Lifestyle และ Health อย่างต่อเนื่อง
🔎 จุดเปลี่ยนสำคัญของ WARRIX
จาก “แบรนด์เสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย” → “Sport – Health – Lifestyle”
ปัจจุบัน WARRIX ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะเสื้อฟุตบอล แต่ขยายสินค้าไปยัง วิ่ง เทรนนิ่ง กอล์ฟ บาสเกตบอล ปิงปอง รองเท้า เสื้อผ้า Lifestyle และสินค้าแฟชั่น รวมถึงธุรกิจสุขภาพ เช่น กายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์การกีฬา และบริการด้านการออกกำลังกาย
ในปี 2568 บริษัทมีรายได้ 1,717.02 ล้านบาท เพิ่มจาก 1,574.78 ล้านบาทในปี 2567 แต่กำไรสุทธิลดลงเหลือ 27.40 ล้านบาท จาก 148.89 ล้านบาท จึงเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามควบคู่กับการขยายธุรกิจ
สรุปสั้น ๆ: จุดแข็งเชิงพัฒนาการของ WARRIX คือการใช้ แบรนด์ + Licensing + ทีมชาติไทย เป็นฐานสร้างการรับรู้ ก่อนต่อยอดไปสู่ตลาด Sportswear, Lifestyle และ Health ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากผู้จำหน่ายชุดกีฬาไปสู่แพลตฟอร์มแบรนด์กีฬาและสุขภาพที่มีธุรกิจหลากหลายมากขึ้น.






📌 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ


จุดที่ต้องจับตาที่สุดคือ 1.40–1.42 บาท เพราะเป็นบริเวณที่ราคาหลายครั้งพยายามขึ้นไปแล้วถูกขายกลับลงมา

🚀 สัญญาณ Breakout ที่น่าสนใจ
ถ้า WARRIX สามารถ
ทะลุ 1.42 บาท + Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
จะเป็นสัญญาณว่ากำลังออกจากกรอบพักตัว และมีโอกาสไปทดสอบ 1.47 บาท
หากผ่าน 1.47 บาท ได้พร้อมวอลุ่มหนาแน่น จะถือว่าโครงสร้าง Technical เริ่มเปลี่ยนจากการสร้างฐานไปสู่ Momentum ขาขึ้น และมีโอกาสเปิดทางไปยังโซน 1.50–1.60 บาท ได้
ในทางกลับกัน หากหลุด 1.33 บาท พร้อมวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังการทำ New Low และภาพ Technical จะกลับมาเป็นลบอีกครั้ง
📊 วอลุ่มต้องดูเป็นพิเศษ
หุ้นตัวนี้มีพฤติกรรมที่น่าสนใจคือ เมื่อมีแรงซื้อจริง วอลุ่มสามารถพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างวันที่ 22 มิ.ย. มีวอลุ่มกว่า 12.6 ล้านหุ้น ขณะที่หลายวันในช่วงเดียวกันมีเพียงหลักแสนถึงหลักล้านหุ้น
ดังนั้น หากจะเล่นรอบ อย่าดูแค่ราคาเบรก แต่ควรดูว่า “เบรกพร้อมวอลุ่มหรือไม่”
⚠️ ปัจจัยพื้นฐานที่ต้องระวัง
แม้รายได้ยังเติบโต แต่กำไรมีแรงกดดันค่อนข้างมาก โดยปี 2568 รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,717 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเหลือเพียง 27.4 ล้านบาท จาก 148.9 ล้านบาทในปี 2567 และไตรมาส 1/2569 บริษัทขาดทุนสุทธิประมาณ 38 ล้านบาท
ดังนั้น Technical Breakout ที่เกิดขึ้นควรมี Volume และแรงซื้อที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพราะพื้นฐานกำไรระยะสั้นยังเป็นปัจจัยกดดัน
🎯 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
WARRIX = หุ้นกำลังสร้างฐาน แต่ยังไม่ Confirm ขาขึ้น
🔥 จุดจับตา: 1.40–1.42 บาท
🚀 Breakout: ยืนเหนือ 1.42 บาท พร้อมวอลุ่ม
🎯 เป้าหมายแรก: 1.47 บาท
🎯 เป้าหมายถัดไป: 1.50–1.60 บาท
🛡️ แนวรับ: 1.33–1.35 บาท
⚠️ หลุด 1.33 บาท: ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
บทสรุป: ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา แต่เป็นหุ้นที่ควร “เฝ้ารอ Breakout” หากวันไหนราคาเบรก 1.42 บาทพร้อมวอลุ่มเข้าหนาแน่น นั่นคือสัญญาณที่น่าจับตากว่าการเด้งขึ้นแบบไม่มี Volume



วิเคราะห์หุ้น WARRIX — บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX เป็นหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีธุรกิจหลักด้านเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา รวมถึงธุรกิจบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น คลินิกกายภาพบำบัดและศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา

🔥 ภาพรวมที่ต้องจับตา

จุดที่น่าสนใจของ WARRIX คือ รายได้ยังเติบโต แต่กำไรกลับหดตัวแรง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมากกว่าการมองเพียงยอดขาย


ข้อมูลจาก SET แสดงให้เห็นชัดว่า ปัญหาหลักของ WARRIX ในปี 2568 ไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายและความสามารถในการทำกำไร

📈 โครงสร้างรายได้ — จุดแข็งของ WARRIX
ปี 2568 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ประมาณ 1,701.44 ล้านบาท โดยสินค้าหลัก ได้แก่
สินค้าคลาสสิค 691.12 ล้านบาท หรือ 40.25%
สินค้าคอลเลคชั่น 504.34 ล้านบาท หรือ 29.37%
Made to Order 201.90 ล้านบาท หรือ 11.76%
สินค้าฟุตบอลทีมชาติ 185.21 ล้านบาท หรือ 10.79%
สินค้าสโมสรฟุตบอล 47.52 ล้านบาท
บริการคลินิกกายภาพ 19.23 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจคือสินค้าคลาสสิคและคอลเลคชั่นรวมกันคิดเป็นเกือบ 70% ของรายได้จากการขายและบริการ ทำให้ WARRIX มีฐานรายได้จากสินค้าของตัวเองค่อนข้างชัดเจน
⭐ จุดแข็ง

  1. Brand มีเอกลักษณ์
    WARRIX ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตเสื้อกีฬา แต่สร้างแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับ กีฬา ทีมชาติ ฟุตบอล และ Lifestyle
    จุดนี้ช่วยให้บริษัทสามารถขยายจากตลาดเสื้อกีฬาไปยังตลาด Sport Lifestyle ได้
  2. ช่องทางขายของตัวเองมีความสำคัญมากขึ้น
    บริษัทระบุว่า Owned Channel เพิ่มขึ้นเป็น 69% ซึ่งเป็นช่องทางที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า และบริษัทปรับลดการให้ส่วนลดลง นอกจากนี้ยังเริ่มบริหารการจัดซื้อวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเองมากขึ้นเพื่อควบคุมต้นทุน
    นี่อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการฟื้น Margin
  3. ฐานะการเงินยังไม่ถือว่าน่ากังวลด้านหนี้
    ณ สิ้นปี 2568 สินทรัพย์ประมาณ 1,915 ล้านบาท หนี้สินประมาณ 507 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 1,368 ล้านบาท ขณะที่ D/E อยู่ราว 0.36 เท่า
    ดังนั้นปัญหาของ WARRIX ตอนนี้จึงไม่ใช่ “หนี้สูง” แต่เป็นเรื่อง “ทำอย่างไรให้ยอดขายกลับมาแปลงเป็นกำไรได้มากขึ้น”

⚠️ จุดที่ต้องระวังที่สุด
🔴 1. กำไรตกแรงมาก
นี่คือ Red Flag สำคัญที่สุด
รายได้ปี 2568 เพิ่มประมาณ 9% แต่กำไรสุทธิลดจาก 148.89 ล้านบาท เหลือเพียง 27.40 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 80%
ยิ่งไปกว่านั้น ไตรมาส 1/2569:
รายได้ 370.04 ล้านบาท +10.39% YoY
แต่กลับมี
ขาดทุนสุทธิ 38.01 ล้านบาท
และ EBITDA ติดลบ 18.05 ล้านบาท
นี่เป็นสัญญาณว่าการเติบโตของรายได้ยังไม่ได้แปลว่ากำไรจะฟื้นทันที
🔴 2. ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ายอดขาย
ปี 2568 ค่าใช้จ่ายขายและบริหารอยู่ที่ 772.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 584.85 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่รายได้รวมเพิ่มประมาณ 9% แต่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มถึงประมาณ 20.9%
นี่คือจุดที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษ
ยอดขายโต แต่ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่า = Margin ถูกบีบ
ถ้าแนวโน้มนี้ไม่เปลี่ยน การฟื้นตัวของกำไรจะทำได้ยาก
📊 มุมมองเชิงพื้นฐาน
ผมมอง WARRIX เป็นลักษณะ
“หุ้น Turnaround ที่ต้องพิสูจน์การฟื้นกำไร”
มากกว่าหุ้น Growth ที่กำไรเติบโตต่อเนื่อง
เหตุผลคือราคาหุ้นถูกกดลงอย่างมาก โดย SET แสดงข้อมูล ณ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 ราคาอยู่ประมาณ 1.35–1.37 บาท เทียบกับมูลค่าทางบัญชีประมาณ 2.26 บาท/หุ้น หรือ P/BV ราว 0.60 เท่า
แต่การซื้อเพราะ P/BV ต่ำอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอ
เพราะตลาดกำลังสะท้อนความกังวลว่า กำไรของบริษัทลดลงอย่างรุนแรง
📉 มุมมองเชิงเทคนิค
จากข้อมูล SET ที่พบล่าสุด ราคาลงมาอยู่ใกล้บริเวณ 1.33–1.37 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ประมาณ 1.33–2.60 บาท
ดังนั้นโซนที่ควรจับตาคือ
🟢 แนวรับ
1.33–1.35 บาท
เป็นบริเวณ Low สำคัญล่าสุด หากราคายืนได้และเกิดแรงซื้อพร้อม Volume อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฐาน
🟡 แนวต้านแรก
1.40–1.45 บาท
หากผ่านได้พร้อม Volume จะเริ่มเห็น Momentum ระยะสั้นกลับมา
🔥 แนวต้านสำคัญ
1.50–1.60 บาท
การผ่านโซนนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ จะทำให้โครงสร้าง Technical ดีขึ้นมาก
🚀 แนวต้านถัดไป
1.80–1.90 บาท
บริเวณนี้มีความสำคัญ เพราะใกล้ระดับราคาที่เคยซื้อขายก่อนการปรับตัวลงแรง
จุดสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ “ผ่านราคา” แต่ต้องผ่านพร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้น
🎯 กลยุทธ์สำหรับสายเทคนิค
ยังไม่ควรไล่ราคาเพียงเพราะเห็นว่าหุ้นลงมาเยอะ
แต่ให้จับตา 3 สัญญาณ:
1️⃣ ยืน 1.33–1.35 บาทได้
⬇️
2️⃣ Breakout 1.40–1.45 บาท
⬇️
3️⃣ Volume ระเบิด + ราคายืนเหนือ 1.50 บาท
ถ้าเกิดครบทั้ง 3 ข้อ จะเป็นสัญญาณว่า Momentum อาจเริ่มเปลี่ยนจากขาลง → สร้างฐาน → กลับตัว
แต่หาก หลุด 1.33 บาทพร้อม Volume สูง ต้องระวังแรงขายระลอกใหม่
🔍 สิ่งที่ต้องดูในงบไตรมาสถัดไป
สำหรับ WARRIX ผมจะให้น้ำหนักกับ 4 ตัวเลขนี้มากที่สุด
① รายได้โตต่อหรือไม่
② Gross Margin ดีขึ้นหรือไม่
③ SG&A/ยอดขายลดลงหรือไม่
④ EBITDA กลับมาเป็นบวกหรือยัง
เพราะสิ่งที่ WARRIX ต้องพิสูจน์ไม่ใช่แค่ “ขายของได้มากขึ้น”
แต่คือ
“ขายมากขึ้นแล้วสามารถทำกำไรได้มากขึ้นหรือไม่?”
🧠 สรุปแบบนักลงทุน
WARRIX = แบรนด์ดี + รายได้ยังโต + หนี้ไม่สูง แต่กำไรยังเป็นโจทย์ใหญ่
🟢 จุดบวก
รายได้ปี 2568 โตประมาณ 9%
Brand มีความแข็งแรงในตลาดกีฬา
Owned Channel เพิ่มขึ้น
Gross Margin ยังอยู่ระดับเกือบ 49% ใน Q1/69
D/E เพียงประมาณ 0.38 เท่าใน Q1/69
ราคาต่ำกว่า Book Value อย่างมีนัยสำคัญ
🔴 จุดลบ
กำไรปี 2568 ลดกว่า 80%
Q1/69 ขาดทุน 38 ล้านบาท
EBITDA ติดลบ
ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ายอดขาย
Inventory สูงขึ้นเป็น 811 ล้านบาทใน Q1/69 จาก 719 ล้านบาทสิ้นปี 2568
ระยะเวลาขายสินค้าเพิ่มเป็นเกือบ 290 วันใน Q1/69
⭐ มุมมอง
พื้นฐาน: 5.5/10
การเติบโตของรายได้: 7/10
ความสามารถทำกำไร: 4/10
ฐานะการเงิน: 7/10
Technical ณ ระดับราคาล่าสุดที่ค้นพบ: 4/10
โอกาส Turnaround: มี แต่ต้องรอหลักฐานจากกำไร
บทสรุป: WARRIX เป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการเก็งกำไรเชิง Turnaround + Technical Reversal แต่ยังไม่ใช่หุ้นที่พื้นฐานกลับมาแข็งแรงเต็มตัว จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กำไรต้องกลับมาเป็นบวกและ EBITDA ต้องฟื้น ขณะที่ในเชิงกราฟควรรอ Breakout พร้อม Volume มากกว่าการรับเพียงเพราะราคาลงมาลึก


🔥 WARRIX จับตาให้ดี! หุ้นลงลึก…แต่กำลังรอ “สัญญาณกลับตัว” หรือไม่?
รายได้โต แต่กำไรหายกว่า 80%!
นี่ไม่ใช่จังหวะของการ “รับเพราะหุ้นลงเยอะ” แต่คือเกมของการรอ BREAKOUT + VOLUME + MOMENTUM เท่านั้น! 📈🔥
WARRIX หรือ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) กำลังเข้าสู่จุดที่น่าจับตา เพราะราคาหุ้นลงมาใกล้ Low เดิม ขณะที่พื้นฐานกำลังอยู่ในช่วง Turnaround ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง
🚨 RED FLAG ที่ต้องรู้ก่อนเข้า!
ปี 2568
🟢 รายได้ 1,717 ล้านบาท โตประมาณ 9%
🔴 กำไรสุทธิ 27.4 ล้านบาท ลดฮวบกว่า 81%
🔴 EBITDA เหลือ 136.6 ล้านบาท
และ Q1/69 ยิ่งต้องระวัง!
รายได้ยังโต +10.39% YoY
แต่กลับ ขาดทุนสุทธิ 38 ล้านบาท
พร้อม EBITDA ติดลบ 18 ล้านบาท
🔥 แปลตรง ๆ คือ…
“ขายได้มากขึ้น แต่ยังเปลี่ยนยอดขายให้เป็นกำไรไม่ได้!”
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ WARRIX ต้องแก้ให้ได้
📊 แต่กราฟกำลังเข้าใกล้ “โซนชี้ชะตา”
ราคาล่าสุดอยู่บริเวณ 1.33–1.37 บาท
และนี่คือระดับที่สายเทคนิคต้องปักหมุด! 🎯
🟢 แนวรับสำคัญ 1.33–1.35 บาท
ถ้ายืนได้ = มีโอกาสสร้างฐาน
🟡 แนวต้านแรก 1.40–1.45 บาท
ผ่านพร้อม Volume = เริ่มมี Momentum
🔥 แนวต้านสำคัญ 1.50–1.60 บาท
Breakout โซนนี้ได้ = โครงสร้างกราฟเริ่มเปลี่ยน
🚀 เป้าหมายถัดไป 1.80–1.90 บาท
คือโซนที่ต้องจับตาหาก Momentum กลับมาเต็มตัว
จำไว้!
❌ ผ่านราคาอย่างเดียวไม่พอ
✅ ต้องผ่านพร้อม Volume เพิ่มขึ้น
✅ ต้องเห็น Momentum ต่อเนื่อง
✅ ต้องยืนเหนือแนวต้านได้
⚡ เกมของ WARRIX ตอนนี้คือ “รอเบรก ไม่ใช่ไล่ราคา”
สายเทคนิคจับตา 3 STEP นี้ให้ดี 👇
STEP 1
ยืนเหนือ 1.33–1.35 บาท
⬇️
STEP 2
Breakout 1.40–1.45 บาท
⬇️
STEP 3
Volume ระเบิด + ยืนเหนือ 1.50 บาท
🚀 หากครบทั้ง 3 เงื่อนไข
มีโอกาสเห็นโครงสร้างจาก
ขาลง → สร้างฐาน → Breakout → Reversal
แต่ถ้า…
⚠️ หลุด 1.33 บาท พร้อม Volume สูง
ต้องระวังแรงขายระลอกใหม่ทันที!
🔥 แล้วพื้นฐานล่ะ?
WARRIX ยังมีจุดที่น่าสนใจ
🟢 Brand แข็งแรงในตลาดกีฬา
🟢 รายได้ยังเติบโต
🟢 Owned Channel เพิ่มขึ้น
🟢 Gross Margin Q1/69 เกือบ 49%
🟢 D/E ยังอยู่ระดับไม่สูง
🟢 ราคาต่ำกว่า Book Value อย่างมีนัยสำคัญ
แต่ยังมี 4 ตัวเลขที่ต้องจับตาแบบห้ามกะพริบ!
① รายได้โตต่อหรือไม่?
② Gross Margin ฟื้นหรือไม่?
③ SG&A/ยอดขายลดลงหรือไม่?
④ EBITDA กลับมาเป็นบวกหรือยัง?
เพราะสิ่งที่ WARRIX ต้องพิสูจน์ไม่ใช่…
“ขายได้ไหม?”
แต่คือ…
🔥 “ขายมากขึ้น แล้วกำไรกลับมาหรือยัง?”
🎯 สรุปแบบสายเทคนิค
WARRIX = หุ้น Turnaround ที่กราฟกำลังเข้าใกล้โซนตัดสินใจ
พื้นฐานยังมีโจทย์ ❗
กำไรยังต้องพิสูจน์ ❗
แต่กราฟกำลังอยู่ใกล้แนวรับสำคัญ ❗
ดังนั้นเกมนี้…
อย่าเพิ่งรีบรับเพียงเพราะราคาลงมาเยอะ
ให้รอ…
🔥 BREAKOUT
🔥 VOLUME
🔥 MOMENTUM
🔥 ยืนเหนือแนวต้านให้ได้
ถ้าสัญญาณมาครบเมื่อไหร่
WARRIX อาจไม่ได้เป็นแค่หุ้นที่ “ลงลึก” แต่กำลังกลายเป็นหุ้นที่ “เริ่มเปลี่ยนเทรนด์”
📌 แนวรับ–แนวต้านอยู่ตรงไหน?
📌 จุด Breakout ต้องผ่านราคาเท่าไร?
📌 Volume แบบไหนถึงเรียกว่า “เบรกจริง”?
📌 ถ้าหลุดแนวรับ ต้องวางเกมอย่างไร?


Disclaimer

ใส่ความเห็น