ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น UPOIC บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UPOIC บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UPOIC บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ UPOIC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.34บาท06 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.33บาท06 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.30บาท21 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.45บาท03 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.50บาท06 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.20บาท21 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น UPOIC
บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC ดำเนินธุรกิจหลักตั้งแต่ การปลูกปาล์มน้ำมัน → การสกัดน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ โดยทรัพย์สินสำคัญจึงเกี่ยวข้องกับพื้นที่สวนปาล์ม โรงงานสกัด และสินทรัพย์ที่ใช้สนับสนุนการผลิต
🌴 1. สวนปาล์มน้ำมัน
ถือเป็นทรัพย์สินหลักที่สร้างวัตถุดิบให้กับธุรกิจ โดยเว็บไซต์บริษัทระบุพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันดังนี้
สวนปาล์มของบริษัท: รวมประมาณ 13,461 ไร่
ประกอบด้วยสวนกระบี่น้อย, สวนเขาพนม, สวนเขาเขน, สวนบ้านหมาก, สวนเกาะน้อย และสวนทับปริก
สวนปาล์มของบริษัทย่อย: ประมาณ 8,589 ไร่
รวมพื้นที่ปลูกปาล์มทั้งหมด: ประมาณ 22,050 ไร่ หรือ 3,528 เฮกตาร์
🏭 2. โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม
UPOIC มีโรงงานสำหรับ สกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และ น้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) จากผลปาล์มสด ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญในห่วงโซ่การผลิตของบริษัท โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกนำไปใช้ต่อในอุตสาหกรรมอาหาร น้ำมันปรุงอาหาร เนยเทียม ไอศกรีม สบู่ แชมพู อาหารสัตว์ และไบโอดีเซล
🚜 3. สินทรัพย์ในสวนปาล์ม
ประกอบด้วยทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการดูแลและเก็บเกี่ยวผลปาล์ม เช่น
ต้นปาล์มน้ำมันและพื้นที่เพาะปลูก
ระบบถนนและเส้นทางภายในสวน
อาคารและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สวน
เครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตร
ระบบสาธารณูปโภคและระบบสนับสนุนการเพาะปลูก
🏢 4. ทรัพย์สินของบริษัทย่อยและสิทธิในพื้นที่ปลูก
โครงสร้างกลุ่มของ UPOIC มีบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสวนปาล์ม โดยข้อมูลในรายงานของบริษัทระบุว่า Phansrivivat Co., Ltd. ถือหุ้นในบริษัทย่อยที่ได้รับสัมปทานพื้นที่ปลูกปาล์มจากกรมป่าไม้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
📦 5. สินทรัพย์หมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
นอกจากสินทรัพย์ถาวรแล้ว ยังมีสินทรัพย์หมุนเวียน เช่น
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ลูกหนี้การค้า
สินค้าคงเหลือ เช่น ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและวัตถุดิบ
วัตถุดิบและวัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิต
งบการเงินล่าสุดที่เปิดเผยต่อ SET/SEC เป็นงวด 30 มิถุนายน 2569 และบริษัทมีการเผยแพร่งบการเงินรวมและงบเฉพาะกิจการอย่างต่อเนื่อง
🔎 สรุปแบบนักลงทุน
ทรัพย์สินหลักของ UPOIC = “สวนปาล์ม + โรงงานสกัด + เครื่องจักร/อุปกรณ์ + โครงสร้างพื้นฐาน + สินค้าคงเหลือ”
จุดเด่นของโมเดลธุรกิจคือมีการเชื่อมโยงตั้งแต่ ต้นน้ำ (สวนปาล์ม) ไปจนถึง กลางน้ำ (โรงงานสกัด) ทำให้บริษัทมีฐานทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจน้ำมันปาล์ม และช่วยสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบในห่วงโซ่การผลิต
หมายเหตุ: ตัวเลขพื้นที่สวนปาล์มข้างต้นเป็นข้อมูลที่แสดงบนเว็บไซต์บริษัท ณ แหล่งข้อมูลที่ค้นพบ ส่วนรายละเอียดมูลค่าตามบัญชีของที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และสินทรัพย์แต่ละประเภทควรอ้างอิง One Report 2568 และงบการเงินล่าสุด ของ UPOIC โดยตรง


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น UPOIC
UPOIC หรือ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงการสกัดน้ำมันปาล์ม โดยมีโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสวนปาล์มและวัตถุดิบปาล์มน้ำมันเป็นหลัก
จากข้อมูลบริษัทและเอกสารที่เปิดเผยล่าสุด พบโครงสร้างสำคัญดังนี้
🌴 1. บริษัท พันศรีวิวัฒน์ จำกัด (Phansrivivat Co., Ltd.)
เป็น บริษัทย่อยของ UPOIC
UPOIC ถือหุ้นประมาณ 99.98%
ธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับ การถือครองและบริหารสวนปาล์มน้ำมัน
บริษัทดังกล่าวเป็นแหล่งพื้นที่สวนปาล์มที่ UPOIC เช่าหรือใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนธุรกิจหลัก
🌱 2. บริษัท พันศรี จำกัด (Phansri Co., Ltd.)
เป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ UPOIC ผ่าน พันศรีวิวัฒน์
พันศรีวิวัฒน์ถือหุ้นประมาณ 99.99%
เกี่ยวข้องกับสิทธิในการใช้พื้นที่และการดำเนินงานด้านสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
🌴 3. บริษัท ประชาควิวัฒน์ จำกัด (Prachakvivat Co., Ltd.)
เป็นบริษัทย่อยทางอ้อมผ่าน พันศรีวิวัฒน์
พันศรีวิวัฒน์ถือหุ้นประมาณ 99.99%
เกี่ยวข้องกับการเช่าที่ราชพัสดุและการใช้ประโยชน์พื้นที่สำหรับสวนปาล์มน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
🌿 4. บริษัท สยาม อีลิท ปาล์ม จำกัด (Siam Elite Palm Co., Ltd.)
เป็น บริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ไม่ใช่บริษัทย่อยที่ UPOIC ถือหุ้นทั้งหมด
UPOIC ถือหุ้นประมาณ 50%
จัดตั้งร่วมกับ CIRAD ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยด้านการเกษตรของฝรั่งเศส
ธุรกิจเกี่ยวข้องกับ การวิจัย พัฒนา เพาะพันธุ์ และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมัน
ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านวัตถุดิบและพันธุ์ปาล์มของกลุ่ม
🏢 บริษัทแม่ของ UPOIC
บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) — Lam Soon (Thailand) PCL (LST)
เป็นบริษัทแม่ของ UPOIC โดยถือหุ้น 69.96% ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569
LST ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช เนยเทียม และไขมันพืชผสม จึงทำให้ UPOIC อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกับธุรกิจน้ำมันพืชและผลิตภัณฑ์อาหารของกลุ่มล่ำสูง
📌 สรุปโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
Lam Soon (Thailand) PCL.
↓ ถือหุ้น 69.96%
UPOIC
↓ 99.98%
Phansrivivat Co., Ltd.
├── 99.99% → Phansri Co., Ltd.
└── 99.99% → Prachakvivat Co., Ltd.
และ
UPOIC → 50% → Siam Elite Palm Co., Ltd.
ร่วมทุนด้าน เมล็ดพันธุ์และการพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมัน
จุดเด่นของโครงสร้าง: UPOIC มีลักษณะเป็นธุรกิจปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร โดยมีทั้ง สวนปาล์ม → วัตถุดิบปาล์ม → โรงสกัดน้ำมันปาล์ม → น้ำมันปาล์มดิบ/น้ำมันเมล็ดในปาล์ม ขณะที่บริษัทในเครือช่วยสนับสนุนด้านพื้นที่เพาะปลูกและพันธุ์ปาล์ม โดยบริษัทระบุว่าปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกปาล์มของบริษัท 13,461 ไร่ และของบริษัทย่อย 8,589 ไร่ รวม 22,050 ไร่
หมายเหตุ: รายชื่อข้างต้นแยกให้ชัดระหว่าง บริษัทย่อย บริษัทย่อยทางอ้อม และบริษัทร่วมทุน เพื่อไม่ให้สับสนกับบริษัทอื่น ๆ ในเครือของบริษัทแม่ LST ซึ่งไม่ได้เป็นบริษัทในกลุ่ม UPOIC โดยตรง.



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น UPOIC
UPOIC หรือ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจปลูกปาล์มน้ำมันและมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ ซึ่งราคาสินค้าและผลผลิตขึ้นกับปัจจัยด้านเกษตรกรรมและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ค่อนข้างมาก
ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ผ่าน SET มีทั้งรายงานไตรมาส 1 และไตรมาส 2/2569 ขณะที่รายงานประจำปี 2568 ได้ยื่นต่อ ก.ล.ต. แล้ว
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันปาล์มผันผวน
รายได้และกำไรของ UPOIC มีความอ่อนไหวต่อ ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หากราคาปาล์มปรับตัวลง ขณะที่ต้นทุนผลผลิตและต้นทุนดำเนินงานไม่ลดลงตาม อาจทำให้ส่วนต่างกำไรหดตัวอย่างรวดเร็ว
🌴 2. ความเสี่ยงด้านผลผลิตปาล์มน้ำมัน
ธุรกิจสวนปาล์มขึ้นกับสภาพอากาศโดยตรง เช่น ฝนตกไม่เพียงพอ ภัยแล้ง น้ำท่วม หรืออากาศผิดฤดูกาล ซึ่งสามารถกระทบทั้งปริมาณและคุณภาพผลปาล์มสด รวมถึงต้นทุนการจัดการสวน
🌧️ 3. ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงระยะยาวของธุรกิจเกษตร เพราะอาจทำให้ผลผลิตต่อไร่ผันผวน และเพิ่มต้นทุนในการดูแลสวนและโรงงาน
⚙️ 4. ความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิต
ต้นทุนสำคัญ เช่น ปุ๋ย สารปรับปรุงดิน ค่าแรง ค่าขนส่ง พลังงาน และค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องโรงงาน หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าราคาขาย จะกดดัน Gross Margin และกำไรสุทธิ
📉 5. ความเสี่ยงจากอุปสงค์และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
น้ำมันปาล์มถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น น้ำมันปรุงอาหาร อาหาร ไอศกรีม สบู่ แชมพู อาหารสัตว์ รวมถึงไบโอดีเซล ดังนั้นการชะลอตัวของอุตสาหกรรมปลายทางหรือการเปลี่ยนแปลงความต้องการใช้ อาจส่งผลต่อปริมาณการขายและราคาสินค้า
🏛️ 6. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
ตลาดปาล์มน้ำมันมีความเกี่ยวข้องกับนโยบายด้านพลังงานและไบโอดีเซล รวมถึงมาตรการเกี่ยวกับการบริหารสต็อกและราคาสินค้าเกษตร การเปลี่ยนแปลงนโยบายอาจส่งผลต่อ Demand และราคาขาย CPO ได้
🌎 7. ความเสี่ยงจากการแข่งขันและราคาตลาดโลก
น้ำมันปาล์มต้องแข่งขันกับน้ำมันพืชประเภทอื่น เช่น น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันเมล็ดทานตะวัน หากราคาน้ำมันพืชชนิดอื่นลดลงมาก อาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของน้ำมันปาล์มลดลง
👷 8. ความเสี่ยงด้านแรงงานและการดำเนินงาน
ธุรกิจสวนปาล์มและโรงงานสกัดต้องพึ่งพาแรงงานในการเก็บเกี่ยว ขนส่ง และแปรรูป หากขาดแคลนแรงงานหรือค่าแรงเพิ่มขึ้น อาจกระทบต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
🏭 9. ความเสี่ยงจากเครื่องจักรและโรงงาน
โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ หากเกิด เครื่องจักรขัดข้อง หยุดซ่อม หรือกำลังการผลิตลดลง อาจทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสในการรับซื้อและแปรรูปผลปาล์ม โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
💰 10. ความเสี่ยงจากความผันผวนของกำไร
หุ้นกลุ่มธุรกิจปาล์มมีลักษณะเป็น Commodity Cycle ทำให้กำไรอาจไม่ได้เติบโตแบบเส้นตรง แต่ขึ้นลงตามวัฏจักรราคาสินค้าเกษตร ดังนั้นนักลงทุนควรระวังการประเมินมูลค่าหุ้นจากกำไรปีใดปีหนึ่งเพียงอย่างเดียว
🎯 สรุปความเสี่ยง UPOIC แบบนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักที่ควรจับตา:
ราคาปาล์ม → ปริมาณผลผลิต → ราคาขาย CPO → ต้นทุนปุ๋ย/แรงงาน/พลังงาน → นโยบายไบโอดีเซล → สภาพอากาศ
พูดง่าย ๆ คือ UPOIC เป็นธุรกิจที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาผลิตภัณฑ์ปาล์มอยู่ในระดับดีและผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ แต่กำไรสามารถถูกกดดันได้เร็วเมื่อราคาขายลดลงหรือผลผลิตเสียหายจากสภาพอากาศ
สำหรับการวิเคราะห์หุ้น ควรติดตาม ราคาผลปาล์มสด, CPO, ปริมาณผลผลิต, Gross Margin และกำไรสุทธิรายไตรมาส ควบคู่กัน ไม่ควรดูเพียงรายได้อย่างเดียว
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2568

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)226,715,11069.96
2บริษัท วัฒนโชติ จำกัด17,751,5005.48
3นาย สุวิทย์ เลาหะพลวัฒนา12,980,8004.01
4นาย สมเกียรติ พีตกานนท์5,428,0001.68
5นาย วิชัย จิรเจริญกิจกุล4,501,7001.39
6นาย ธรรมนูญ สหดิษฐดำรงค์3,549,4001.10
7บริษัท วัฒนโสภณพนิช จำกัด2,876,0000.89
8นาย ธนโชติ เลาหะพลวัฒนา2,400,0000.74
9น.ส. ดวงกมล ธนิสสรานนท์2,400,0000.74
10นาย ชวลิต เชาว์2,295,8000.71
11นาง แนนซี่ เฉลิมกาญจนา2,050,0000.63
12นาย นิมิตต์ สุคนธมาน1,700,0000.52
13นาง วิภาวรรณ สุคนธมาน1,700,0000.52


พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น UPOIC
บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC เป็นผู้ประกอบธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โดยมีพัฒนาการสำคัญที่สะท้อนการเติบโตจากธุรกิจสวนปาล์มไปสู่การมีห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมากขึ้น
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
พ.ศ. 2521 — จุดเริ่มต้นของ UPOIC
บริษัทก่อตั้งและจดทะเบียนเมื่อ 21 เมษายน 2521 (1978) โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสวนปาล์มน้ำมันและการสกัดน้ำมันปาล์มดิบ
พ.ศ. 2534 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
วันที่ 30 เมษายน 2534 (1991) บริษัทได้รับอนุญาตให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “UPOIC” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ตลาดทุนไทย
พ.ศ. 2537 — การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและขยายทุน
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2537 Commonwealth Development Corporation (CDC) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาทางการเงินของรัฐบาลอังกฤษและมีการลงทุนในธุรกิจปาล์มน้ำมันหลายประเทศ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ UPOIC
ต่อมาในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 15 สิงหาคม 2537 บริษัทอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 250 ล้านบาท เป็น 324.05 ล้านบาท เพื่อแลกกับการเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท พันศรีวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)
พ.ศ. 2540–2546 — Lam Soon เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
Lam Soon (Thailand) Public Company Limited เริ่มเข้าซื้อหุ้น UPOIC ตั้งแต่ปี 2540 ก่อนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในปี 2546 จาก CDC และ CDC (West Malaysia) จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ UPOIC โดยเว็บไซต์บริษัทระบุว่าสัดส่วนการถือหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ 69.96%
พ.ศ. 2549 — ขยายสู่ธุรกิจวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ปาล์ม
UPOIC จับมือกับ CIRAD ศูนย์วิจัยด้านการเกษตรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของฝรั่งเศส จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Siam Elite Palm Co., Ltd. (SEP)
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้น วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมัน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านพันธุ์ปาล์มและเทคโนโลยีการวิจัยของ CIRAD เพื่อพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่มีศักยภาพด้านผลผลิตและปริมาณน้ำมัน
🌴 ปัจจุบัน UPOIC มีฐานธุรกิจอย่างไร?
บริษัทมีสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ใน จังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานี รวมพื้นที่ปลูกมากกว่า 21,349 ไร่ และมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบจากผลปาล์มสด โดยผลิตภัณฑ์สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น น้ำมันปรุงอาหาร เนยเทียม ไอศกรีม สบู่ แชมพู อาหารสัตว์ และไบโอดีเซล
🔎 ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา
ฐานวัตถุดิบของบริษัท จากสวนปาล์มของตนเอง เป็นจุดสำคัญของโมเดลธุรกิจ
ธุรกิจครบห่วงโซ่มากขึ้น ตั้งแต่สวนปาล์ม → ผลปาล์มสด → โรงงานสกัด CPO
การวิจัยพันธุ์ปาล์ม ผ่าน Siam Elite Palm เป็นพัฒนาการที่ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านผลผลิตในระยะยาว
ราคาน้ำมันปาล์มและผลผลิตปาล์ม เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการ เนื่องจากธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าเกษตรโภคภัณฑ์
ล่าสุดบริษัทมีการเผยแพร่ รายงานประจำปี 2568 และข้อมูลทางการเงินปี 2569 อย่างต่อเนื่อง โดยมี MD&A ไตรมาส 2/2569 เผยแพร่เมื่อ 6 สิงหาคม 2569
สรุปสั้น ๆ:
UPOIC มีพัฒนาการจาก ผู้ประกอบการสวนปาล์มและโรงสกัด → เข้าตลาดหลักทรัพย์ → เปลี่ยนผ่านโครงสร้างผู้ถือหุ้นสู่กลุ่ม Lam Soon → ขยายสู่การวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ปาล์ม ทำให้ปัจจุบันมีธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงการสกัดน้ำมันปาล์ม และมีฐานสวนปาล์มขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในทรัพย์สินหลักของบริษัท


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด118.93126.6978.5479.0880.27
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ72.8033.809.24115.4674.29
สินค้าคงเหลือ194.72239.27311.46274.66295.46
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน588.44590.57607.87599.61629.75
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ1,110.161,105.041,294.331,213.061,372.01
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,254.291,183.991,381.641,286.911,461.01
รวมสินทรัพย์1,842.731,774.561,989.521,886.522,090.76
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม130.0072.19
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ30.3434.2828.5478.9577.29
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี8.7161.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน176.8250.5561.16115.91241.73
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน80.4072.88165.25161.33122.33
รวมหนี้สิน257.22123.42226.41277.24364.06
ทุนจดทะเบียน324.05324.05324.05324.05324.05
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า324.05324.05324.05324.05324.05
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น321.54321.54321.54321.55321.55
กำไร(ขาดทุน)สะสม939.911,005.541,117.51963.681,081.11
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,585.511,651.131,763.111,609.271,726.70
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,481.491,722.481,870.811,004.151,270.53
รายได้อื่น56.7960.5775.8241.2629.97
รวมรายได้1,539.271,784.651,947.041,045.641,300.65
ต้นทุน1,237.271,461.771,583.62842.771,125.20
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร108.22114.94108.6557.4258.48
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,345.481,576.721,692.27900.191,183.68
EBITDA288.12252.71321.98107.59127.28
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย46.9350.0852.3826.3827.76
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้241.19202.64269.6081.2299.51
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่203.51162.82218.9065.0782.26
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.630.500.680.200.25

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน177.05204.74208.8780.07120.67
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-43.5030.83-253.92-127.34-87.86
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-114.55-227.80-0.74-0.33-31.08
เงินสดสุทธิ19.007.76-45.79-47.611.73

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)32.3286.9323.5822.53
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)11.294.2015.4816.20
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)6.745.756.176.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)54.1863.4759.1455.76
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)45.2450.4121.6623.89
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)8.077.2416.8515.28
วงจรเงินสด (วัน)57.4160.4357.7656.68

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค UPOIC — สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม
UPOIC กำลังอยู่ในโหมด “พักตัวแคบ ๆ รอเลือกทาง” แต่จุดที่ต้องจับตาคือ 6.80–6.90 บาท หากมีแรงซื้อพร้อมวอลุ่มเข้ามาเมื่อไร มีโอกาสเปลี่ยนจาก Sideway เป็นรอบเก็งกำไรได้
ข้อมูลล่าสุดที่หาได้จาก SET ณ 28 ส.ค. 2569 ระบุราคาปิดก่อนหน้า 6.75 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 6.05–8.20 บาท ขณะที่วันที่ 27 ส.ค. ปิด 6.75 บาท ด้วยปริมาณเพียง 602 หุ้น สะท้อนสภาพคล่องที่ค่อนข้างบางมาก
🔥 ภาพเทคนิคที่น่าจับตา
แนวโน้มหลัก: Sideway / พักฐาน
โมเมนตัม: ยังไม่แรง
วอลุ่ม: จุดสำคัญที่สุดของการเล่นรอบนี้
สถานะ: ยังไม่ใช่ Breakout เต็มตัว
จากข้อมูลย้อนหลัง ราคาปรับลงจากบริเวณ 6.90–6.95 บาท ในช่วงกลาง–ปลาย ก.ค. ลงมาสร้างฐานบริเวณ 6.65–6.80 บาทในเดือน ส.ค. โดยมีวันที่วอลุ่มพุ่งขึ้นอย่างชัดเจน เช่น 3 ส.ค. และ 7 ส.ค. แต่ราคายังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นขาขึ้นต่อเนื่องได้

🎯 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมอง
6.65–6.70🟢 แนวรับสำคัญ
6.50🟡 แนวรับถัดไป / จุดต้องระวัง
6.75–6.80⚪ โซนกลางของการแกว่งตัว
6.85–6.90🔴 แนวต้านแรก
6.95🔥 ด่าน Breakout สำคัญ
7.00+🚀 หากผ่าน 6.95 พร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเปิดรอบใหม่

สัญญาณที่น่าสนใจที่สุด:
ถ้า UPOIC สามารถ ทะลุ 6.90–6.95 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณที่น่าจับตากว่าการซื้อในช่วงที่วอลุ่มแห้ง เพราะราคาบริเวณนี้เคยขึ้นไปถึง 6.95 บาทในเดือน ก.ค. ก่อนถอยกลับลงมา
🚨 จุดที่ต้องระวัง
หุ้นตัวนี้มี สภาพคล่องต่ำมาก จึงไม่เหมาะกับการมองเพียงกราฟราคาอย่างเดียว เพราะบางวันมีการซื้อขายเพียงหลักร้อย–หลักพันหุ้น และ Spread อาจกว้างกว่าหุ้นทั่วไป
ดังนั้น “เบรกด้วยวอลุ่ม” สำคัญกว่า “ราคาเบรก” หากทะลุแนวต้านแต่ไม่มีวอลุ่มสนับสนุน อาจเป็น False Breakout ได้
⚡ แผนเทคนิคสายเก็งกำไร
สายรับ: จับตา 6.65–6.70 บาท หากยืนได้และเริ่มมีวอลุ่มกลับเข้า
สาย Breakout: รอราคา ผ่าน 6.90–6.95 บาท พร้อมวอลุ่มชัดเจน ค่อยพิจารณาตามโมเมนตัม
เป้าหมายเชิงเทคนิค: หาก Breakout สำเร็จ โซน 7.00 บาทขึ้นไป จะเป็นด่านจิตวิทยาแรก ก่อนประเมินแนวต้านถัดไป
จุดเสียทรง: หากหลุด 6.50 บาท ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะจะถือเป็นการทำลายฐานระยะสั้น
🔥 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
UPOIC ยังไม่เบรก…แต่กำลังบีบตัว!
📌 ราคาเกาะฐาน 6.65–6.80 บาท
📌 ด่านสำคัญ 6.90–6.95 บาท
📌 ผ่าน 6.95 + วอลุ่ม = สัญญาณปลุกโมเมนตัม 🚀
📌 หลุด 6.50 = ต้องระวังแรงขาย
เกมนี้ไม่ได้วัดกันที่ “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” แต่วัดกันที่ “ถ้าขึ้น…วอลุ่มจะมาไหม?”
🔥 จับตา UPOIC ให้ดี — จุดเปลี่ยนของกราฟอาจอยู่ที่การ Breakout ครั้งถัดไป!
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาย้อนหลัง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย และ UPOIC มีสภาพคล่องต่ำ ควรระวัง Slippage และการเข้า–ออกสถานะ


วิเคราะห์หุ้น UPOIC — สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC เป็นหุ้นในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจการเกษตร โดยธุรกิจหลักคือ ปลูกปาล์มน้ำมัน และมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอาหาร สบู่ แชมพู อาหารสัตว์ และไบโอดีเซล
🔥 จุดเด่นที่น่าจับตา

  1. มีธุรกิจต้นน้ำเป็นของตัวเอง
    UPOIC ไม่ได้พึ่งพาการรับซื้อวัตถุดิบจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและโรงงานสกัด ทำให้มีห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบด้านวัตถุดิบในบางช่วงของวัฏจักรราคาปาล์ม
  2. ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังเติบโต
    ข้อมูลล่าสุด 6 เดือนแรกปี 2569 ระบุว่ากำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 82.26 ล้านบาท เทียบกับ 65.07 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 26.4% YoY
    แต่ต้องระวังว่า ไตรมาส 2/2569 กำไรชะลอตัวแรง เหลือประมาณ 3.44 ล้านบาท จาก 29.27 ล้านบาทใน Q2/2568 สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนและความผันผวนของธุรกิจปาล์มอย่างชัดเจน

📊 คุณภาพทางการเงิน
ตัวเลขล่าสุด Q2/2569 มีภาพที่ค่อนข้างแข็งแรงในด้านฐานะการเงิน
ROE: 14.15%
ROA: 14.48%
Net Profit Margin: 6.32%
D/E: เพียง 0.21 เท่า
Current Ratio: 2.61 เท่า
P/BV: ประมาณ 1.29 เท่า
P/E: ประมาณ 27 เท่า ณข้อมูลที่แหล่งข้อมูลดังกล่าวรายงาน
จุดที่น่าสนใจคือ หนี้สินต่อทุนต่ำ ทำให้ความเสี่ยงด้านภาระดอกเบี้ยอยู่ในระดับไม่สูง ขณะที่ ROE/ROA ยังอยู่ในระดับดี
อย่างไรก็ตาม Gross Margin Q2/2569 ลดลงมาอยู่ที่ 11.44% จาก 16.07% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงต้องติดตามว่าการบีบตัวของ Margin เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น หรือเป็นแนวโน้มต่อเนื่อง
⚠️ ความเสี่ยงสำคัญ
ราคาปาล์ม = ตัวแปรสำคัญของกำไร
ธุรกิจของ UPOIC มีความอ่อนไหวต่อราคาผลปาล์ม น้ำมันปาล์มดิบ ต้นทุนวัตถุดิบ และส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุน
Q2/2569 เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า รายได้โต แต่กำไรไม่ได้โตตาม โดยข้อมูลการวิเคราะห์ผลประกอบการระบุว่ารายได้รวมเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิลดลงอย่างมากจากแรงกดดันด้านต้นทุนและรายการที่เกี่ยวข้องกับราคาปาล์ม/สินทรัพย์ชีวภาพ
ดังนั้น UPOIC จึงไม่ใช่หุ้นที่ดูเพียง “รายได้โต” แล้วจะสรุปว่ากำไรแข็งแกร่งได้ทันที
💰 ประเด็นปันผล
บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผล ประมาณ 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี โดยขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและแผนการลงทุนของบริษัท
สำหรับนักลงทุนสาย Dividend จุดนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะ UPOIC มีฐานะทางการเงินค่อนข้างอนุรักษ์นิยมและ D/E ต่ำ
แต่ เงินปันผลในอนาคตยังขึ้นอยู่กับกำไรของธุรกิจปาล์ม จึงไม่ควรมองเป็น Dividend Stock ที่กำไรสม่ำเสมอแบบหุ้น Defensive
📈 มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดที่พบจาก SET อยู่บริเวณ 6.75 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 6.05–8.20 บาท
จากโครงสร้างราคาปัจจุบัน ผมมองเป็นลักษณะ “หุ้นพักฐาน ต้องรอ Volume ยืนยัน” มากกว่าการไล่ราคา
แนวรับสำคัญ
6.50–6.60 บาท
เป็นโซนแรกที่ควรจับตา
6.05–6.20 บาท
เป็นแนวรับใหญ่ หากหลุดโซนนี้ภาพเทคนิคจะเริ่มเสียมากขึ้น
แนวต้าน
6.80–7.00 บาท
ด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้
7.20–7.50 บาท
หากทะลุพร้อม Volume จะเริ่มเปลี่ยนภาพเป็นบวก
8.00–8.20 บาท
เป็นโซน High เดิมที่สำคัญ
🚀 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
ถ้า UPOIC สามารถ Breakout 7.00 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากขึ้น เพราะจะเป็นการยืนยัน Momentum รอบใหม่
แต่ถ้าขึ้นชน 6.80–7.00 แล้ว Volume ไม่เข้าและถูกขายกลับ ก็ยังมีโอกาสเป็นเพียง Technical Rebound
ที่สำคัญคือ UPOIC เป็นหุ้นที่มี สภาพคล่องค่อนข้างต่ำ ดังนั้นไม่ควรใช้การ Breakout จากราคาขยับเพียงเล็กน้อยเป็นสัญญาณซื้อโดยไม่ดู Volume ประกอบ


🧠 สรุป UPOIC แบบนักลงทุน

ประเด็นมุมมอง
ธุรกิจ⭐⭐⭐⭐
ฐานะการเงิน⭐⭐⭐⭐½
การเติบโต⭐⭐⭐
ปันผล⭐⭐⭐⭐
ความผันผวนกำไร⚠️ สูง
สภาพคล่องหุ้น⚠️ ต่ำ
Technicalรอ Breakout
ภาพรวมกลาง / รอจังหวะ

บทสรุป: UPOIC เป็นหุ้นปาล์มที่มีจุดแข็งจากธุรกิจต้นน้ำ ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง และมีนโยบายปันผลที่น่าสนใจ แต่กำไรมีความผันผวนตามวัฏจักรราคาปาล์มอย่างชัดเจน

สำหรับสายเทคนิค โซน 6.80–7.00 บาทคือด่านสำคัญ หากผ่านพร้อม Volume จะน่าสนใจมากขึ้น ขณะที่การหลุด 6.50 และโดยเฉพาะ 6.05 บาท จะทำให้ต้องระวังแรงขายเพิ่มขึ้น

อีกจุดที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือ กำไร Q2/2569 ที่หดตัวแรง แม้กำไร 6 เดือนยังโต เพราะนี่คือสัญญาณว่าตลาดกำลังต้องการคำตอบว่า Margin ของ UPOIC จะฟื้นกลับมาได้หรือไม่

หมายเหตุ: ข้อมูลราคาที่อ้างอิงเป็นข้อมูลตลาดล่าสุดที่ค้นพบ ณ วันที่ 27–28 ส.ค. 2569 ส่วนงบล่าสุดคือ Q2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569


Disclaimer

ใส่ความเห็น