ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น UP บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UP บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UP บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ UP อยู่ในหมวดธุรกิจ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (Petrochemicals & Chemicals) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น UP
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ UP ประกอบธุรกิจผลิตและรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกอุตสาหกรรมด้วยกระบวนการ Thermoplastic Injection รวมถึงการผลิตแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก โดยมีระบบการผลิตแบบครบวงจร
จากข้อมูล 56-1 One Report ปี 2568 และข้อมูลบริษัท สามารถสรุปทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ดังนี้

ระบบเทคโนโลยีและทรัพย์สินด้านการออกแบบ
อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน คือระบบออกแบบและวิศวกรรม เช่น CAD/CAM/CAE ซึ่งใช้ตั้งแต่การออกแบบแม่พิมพ์ การจำลองกระบวนการผลิต ไปจนถึงการเตรียมการผลิตจริง

โรงงานและพื้นที่ประกอบธุรกิจ
UP มีสถานที่ดำเนินงานหลัก 2 แห่ง ได้แก่
นิคมอุตสาหกรรมบางชัน กรุงเทพฯ — สำนักงานใหญ่และฐานการผลิต
บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา — สถานที่ประกอบกิจการอีกแห่ง
บริษัทระบุว่ามีพื้นที่ทำงาน 2 แห่ง และใช้เป็นฐานรองรับการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์อุตสาหกรรม

เครื่องจักรฉีดพลาสติก
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจ เนื่องจากรายได้หลักมาจากการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกด้วยกระบวนการฉีดขึ้นรูป
ปัจจุบันบริษัทระบุว่ามี เครื่อง Injection Machine จำนวน 61 เครื่อง ซึ่งใช้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอื่น ๆ

เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับผลิตแม่พิมพ์
UP มีธุรกิจผลิต Injection Mold ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับงานแม่พิมพ์ โดยบริษัทใช้เทคโนโลยี
CAD/CAM/CAE
High Speed Machining (HSM)
เครื่องจักรขึ้นรูปและกัดแต่งแม่พิมพ์
อุปกรณ์วัดและตรวจสอบความแม่นยำ
ทรัพย์สินกลุ่มนี้ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ได้ภายในองค์กร ลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอก

อุปกรณ์สำหรับงานตกแต่งและประกอบชิ้นส่วน
ธุรกิจของ UP ไม่ได้จบเพียงการฉีดพลาสติก แต่มีบริการแบบ One-Stop Service ได้แก่
การตกแต่งชิ้นงาน
การพ่นสี
การประกอบ
Silkscreen
Hot Stamping
ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์สนับสนุนกระบวนการผลิตและการตกแต่งชิ้นงานเหล่านี้ด้วย

ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
จากงบการเงินปี 2568 บริษัทมีมูลค่าตามบัญชีของ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (Property, Plant and Equipment) ประมาณ 175.99 ล้านบาท และเมื่อรวมสินทรัพย์สิทธิการใช้ประมาณ 1.10 ล้านบาท เป็นประมาณ 177.09 ล้านบาท ในงบเฉพาะกิจการ
สินทรัพย์กลุ่มนี้เป็นฐานสำคัญในการดำเนินงาน ได้แก่ อาคารโรงงาน อาคารสำนักงาน ระบบสาธารณูปโภค เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ

อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
นอกจากสินทรัพย์ที่ใช้ในการผลิต บริษัทมี อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดย ณ สิ้นปี 2568 มีมูลค่าสุทธิตามบัญชีประมาณ 7.52 ล้านบาท ลดลงจากประมาณ 7.62 ล้านบาทในปี 2567 จากค่าเสื่อมราคา

สรุปโครงสร้างทรัพย์สินของ UP


มุมมองเชิงธุรกิจ: จุดแข็งของ UP คือการมีทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับกระบวนการผลิตตั้งแต่ ออกแบบแม่พิมพ์ → ผลิตแม่พิมพ์ → ฉีดพลาสติก → พ่นสี/ตกแต่ง → ประกอบ ทำให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรได้ โดยเว็บไซต์บริษัทระบุว่ามีลูกค้า 37 บริษัท และเครื่องฉีดพลาสติก 61 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีการทยอยจำหน่าย ทรัพย์สินและเศษโลหะที่ไม่ใช้งานแล้ว ในปี 2569 ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทมีการบริหารและปรับปรุงฐานสินทรัพย์ให้เหมาะกับการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง


กลุ่มบริษัทในเครือของหุ้น UP
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ UP เป็นบริษัทในเครือของ สหยูเนี่ยน ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกอุตสาหกรรมและแม่พิมพ์ โดยข้อมูล Annual Report 2025 ระบุว่า ปัจจุบัน UP ไม่มีบริษัทย่อย แต่มีการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้อง 2 แห่ง ได้แก่

บริษัท ยูเนี่ยนนิฟโก้ จำกัด (Union Nifco Co., Ltd. – UNC)
สถานะ: บริษัทที่เกี่ยวข้อง (Related Company)
สัดส่วนการถือหุ้นของ UP: 19.9976% หรือประมาณ 20%
ธุรกิจ: ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก โดยเน้นชิ้นส่วนพลาสติกเชิงวิศวกรรม
เป็น Joint Venture ระหว่างกลุ่มสหยูเนี่ยนกับ Nifco Inc. ประเทศญี่ปุ่น
ผู้ถือหุ้นหลักของ UNC ได้แก่ Nifco Inc. 50%, Saha Union 30% และ UP ประมาณ 20%
โครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
สหยูเนี่ยน
↓ ถือหุ้นใน UP ประมาณ 49.69%
UP – ยูเนี่ยนพลาสติก
├── PSV Mould → ถือหุ้น 25% → ธุรกิจแม่พิมพ์
└── Union Nifco (UNC) → ถือหุ้น 19.9976% → ชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม
ทั้ง UP และ UNC อยู่ในกลุ่มธุรกิจ พลาสติก ยาง และโลหะของสหยูเนี่ยน โดย UP เน้นชิ้นส่วนพลาสติกขนาดใหญ่/ฟังก์ชัน ส่วน UNC เน้นชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมขนาดเล็กและมีความแม่นยำสูง
ประเด็นสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ UP: ไม่ควรเรียก PSV Mould และ Union Nifco ว่า “บริษัทย่อยของ UP” เพราะข้อมูลปี 2568 ระบุชัดว่า UP ไม่มีบริษัทย่อย แต่มี บริษัทที่ลงทุน/บริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้อง 2 แห่งดังกล่าว

บริษัท พีเอสวี โมลด์ จำกัด (PSV Mould Co., Ltd.)
สถานะ: บริษัทที่ UP มีส่วนได้เสีย/บริษัทร่วม (Associated Company)
สัดส่วนการถือหุ้นของ UP: 25%
ธุรกิจ: รับจ้างผลิต ผลิต และจำหน่าย แม่พิมพ์สำหรับอุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ต่าง ๆ
มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของ UP ในด้าน แม่พิมพ์และกระบวนการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น UP — บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ UP ดำเนินธุรกิจผลิตและรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก โดยรายได้หลักยังมีความเกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้ความผันผวนของอุตสาหกรรมปลายทาง ต้นทุนวัตถุดิบ และการแข่งขัน เป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามเป็นพิเศษ

🌱 ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบพลาสติก
ธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับพลาสติก จึงมีความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม การลดการใช้พลาสติก การจัดการของเสีย และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่อาจเข้มงวดขึ้นในอนาคต
หากลูกค้า โดยเฉพาะบริษัทระดับโลก ให้ความสำคัญกับ ESG / Circular Economy / Recycled Material มากขึ้น UP อาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่

⚠️ ความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์
รายได้ส่วนใหญ่ของ UP มาจากกลุ่มยานยนต์ ดังนั้นหากยอดผลิตรถยนต์ในประเทศชะลอตัว การส่งออกลดลง หรือผู้ผลิตรถยนต์ลดคำสั่งซื้อ อาจกระทบยอดขายและกำลังการผลิตของบริษัทโดยตรง
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่ EV อาจทำให้โครงสร้างชิ้นส่วนที่ลูกค้าต้องการเปลี่ยนแปลง บริษัทจึงจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมอื่น รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ระดับความเสี่ยง: สูง

🛢️ ความเสี่ยงจากราคาพลาสติกและน้ำมันดิบ
UP ซื้อเม็ดพลาสติกจากผู้จัดจำหน่ายในประเทศ 100% และชำระเป็นเงินบาท แต่ราคาวัตถุดิบมีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันดิบและภาวะอุปสงค์–อุปทานในตลาดโลก
หากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้นทุนเม็ดพลาสติกอาจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและกดดันอัตรากำไร
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแนวทางลดผลกระทบด้วยการเปรียบเทียบราคาจากหลาย Supplier ติดตามราคาวัตถุดิบ และสำหรับสินค้า OEM สามารถปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบได้ในบางกรณี
ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง

🏭 ความเสี่ยงจากกำลังการผลิตและการแข่งขัน
ธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกเป็นธุรกิจที่ต้องแข่งขันด้าน ราคา คุณภาพ ความแม่นยำ และการส่งมอบ หากลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปใช้ผู้ผลิตรายอื่นได้ง่าย บริษัทอาจต้องแข่งขันด้านราคามากขึ้น
ขณะเดียวกัน การลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น หากบริษัทปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไม่ทันคู่แข่ง อาจทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นและสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

👨‍🏭 ความเสี่ยงด้านแรงงานและบุคลากร
อุตสาหกรรมการผลิตมีความต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ โดยเฉพาะบุคลากรด้านเครื่องจักร แม่พิมพ์ วิศวกรรม และการควบคุมคุณภาพ
UP ระบุถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและการขาดแคลนแรงงานฝีมือ โดยบริษัทได้เริ่มนำ ระบบหุ่นยนต์ เข้ามาใช้เพื่อช่วยลดการพึ่งพาแรงงานทักษะและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว
ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง

🎯 ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าและการส่งมอบ
ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์มีมาตรฐานด้านคุณภาพสูง หากชิ้นส่วนมีปัญหา หรือบริษัทส่งมอบไม่ทันตามกำหนด อาจเกิดการเรียกร้องค่าเสียหายจากลูกค้า
ที่สำคัญ หากปัญหามีความรุนแรง อาจกระทบทั้ง ต้นทุนการชดเชย รายได้จากโครงการปัจจุบัน และโอกาสได้รับคำสั่งซื้อในอนาคต ซึ่งบริษัทระบุไว้เป็นความเสี่ยงโดยตรงในรายงานประจำปี
ระดับความเสี่ยง: สูง

👥 ความเสี่ยงจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่
บริษัท บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น UP ประมาณ 49.52% ทำให้มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางและการตัดสินใจของบริษัท
ประเด็นที่ต้องติดตามคือความเสี่ยงด้าน รายการระหว่างกันและผลประโยชน์ทับซ้อน แม้บริษัทระบุว่ารายการระหว่างกันดำเนินการตามเงื่อนไขทางการค้า และอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบ
ระดับความเสี่ยง: ปานกลาง


🔎 สรุปความเสี่ยง UP


จุดที่ผมมองว่านักลงทุนควรจับตาที่สุด:
“ยอดผลิตรถยนต์ + คำสั่งซื้อจากลูกค้า + ราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติก + ความสามารถในการรักษา Margin”
เพราะ UP ยังมีความเชื่อมโยงกับภาคยานยนต์ค่อนข้างมาก ขณะที่บริษัทกำลังพยายามกระจายฐานรายได้ไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่ม EV เพื่อช่วยลดการกระจุกตัวของธุรกิจ
ข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า UP อยู่ในหมวด Industrials / Petrochemicals & Chemicals และธุรกิจหลักคือการผลิตและรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้เป็นการประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหุ้น


ข้อมูล ณ วันที่ 02 เม.ย. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น UP
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถสรุปพัฒนาการสำคัญของ UP ได้ดังนี้
📌 1. จุดเริ่มต้นธุรกิจ — ปี 2512
บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2512 (1969) ภายใต้ชื่อ บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 125 ล้านบาท และเป็นหนึ่งในธุรกิจของ เครือสหยูเนี่ยน (Saha-Union Group) โดยมุ่งเน้นธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลาสติก
📌 2. เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ — ปี 2520
ปี 2520 (1977) บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างธุรกิจและการระดมทุนในตลาดทุนไทย
📌 3. ขยายขีดความสามารถจากการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก
บริษัทมีการพัฒนาธุรกิจจากการผลิตพลาสติกไปสู่การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ แม่พิมพ์และกระบวนการฉีดพลาสติก รวมถึงการรับจ้างผลิตและซ่อมแม่พิมพ์ ทำให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าในครัวเรือน และสุขภัณฑ์
📌 4. เพิ่มบริการพ่นสีและประกอบชิ้นส่วน
บริษัทได้ขยายขอบเขตการให้บริการเพื่อรองรับลูกค้าได้มากขึ้น โดยเพิ่มงาน พ่นสีและประกอบชิ้นส่วนพลาสติก จากเดิมที่เน้นการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ทำให้สามารถให้บริการได้ครบวงจรมากขึ้น
📌 5. แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน — ปี 2537
วันที่ 30 มีนาคม 2537 (1994) บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญด้านโครงสร้างองค์กรและการบริหารธุรกิจ
📌 6. พัฒนาศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
UP ให้ความสำคัญกับการใช้ เครื่องจักรและเทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปเทอร์โมพลาสติก รวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อผลิตชิ้นงานตามข้อกำหนดของลูกค้า โดยปัจจุบันบริษัทมีทุนชำระแล้ว 250 ล้านบาท
📌 7. ขยายฐานการดำเนินงาน 2 แห่ง
ปัจจุบันบริษัทมีสถานที่ดำเนินงานสำคัญ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางชัน กรุงเทพฯ และพื้นที่ บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งช่วยรองรับกิจกรรมด้านการผลิตและการดำเนินงานของบริษัท
📌 8. มุ่งสู่ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกอุตสาหกรรมแบบครบวงจร
ปัจจุบัน UP ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ผลิตและให้บริการผลิต ชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ฉีด โดยใช้เทคโนโลยีการฉีดพลาสติก และรองรับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม
สรุปพัฒนาการของ UP แบบไทม์ไลน์
2512 → ก่อตั้งบริษัท
⬇️
2520 → เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
⬇️
ขยายธุรกิจ → ชิ้นส่วนพลาสติก + แม่พิมพ์ + พ่นสี + ประกอบ
⬇️
2537 → แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
⬇️
ปัจจุบัน → พัฒนาการผลิตด้วยเทคโนโลยีฉีดขึ้นรูปเทอร์โมพลาสติก และรองรับลูกค้าหลายอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน SET ระบุว่า UP อยู่ในกลุ่ม ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (Petrochemicals & Chemicals) และธุรกิจหลักคือการผลิตและให้บริการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก รวมถึงแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก โดยข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่าบริษัทมีทุนชำระแล้ว 250 ล้านบาท และมีรายงานประจำปี 2568 เผยแพร่แล้ว
หากมองในเชิงลงทุน จุดเด่นของพัฒนาการ UP คือการสะสมความเชี่ยวชาญด้านแม่พิมพ์และการฉีดพลาสติกมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี และการมีฐานลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ผลประกอบการยังมีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรอุตสาหกรรมและคำสั่งซื้อของลูกค้า






🔹 แนวรับสำคัญ
24.00–24.20 บาท
เป็นแนวรับระยะสั้น หากราคาย่อลงมาแล้วสามารถยืนได้ มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับ
23.50–23.60 บาท ⭐
เป็นแนวรับสำคัญกว่า เพราะราคาบริเวณนี้ปรากฏหลายครั้งในข้อมูลล่าสุดของ SET เช่น 23.50–23.60 บาท
22.80–23.00 บาท
หากหลุด 23.50 บาทลงมา ควรจับตาโซนนี้เป็นแนวรับถัดไป
🔺 แนวต้านสำคัญ
25.00–25.50 บาท
เป็นด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้ หากผ่านพร้อมวอลุ่มเพิ่ม จะทำให้ภาพระยะสั้นดูแข็งแรงขึ้น
26.00–26.50 บาท
เป็นโซนทดสอบแรงขายก่อนเข้าสู่ High เดิม
27.00–27.25 บาท ⭐⭐⭐
แนวต้านใหญ่ที่สุด
เพราะ 27.25 บาทเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ตามข้อมูล SET
หาก Breakout 27.25 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวกมาก และเปิดทางให้ราคาสร้าง High ใหม่
📊 สัญญาณที่ควรจับตา


ข้อควรระวัง: UP เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำในบางวัน เช่น ข้อมูล SET วันที่ 22 ก.ค. 2569 ระบุปริมาณซื้อขายเพียง 5,103 หุ้น มูลค่าประมาณ 120,000 บาท ดังนั้นการดู “ราคาอย่างเดียว” อาจหลอกตาได้ ควรใช้ Volume ยืนยันทุกครั้งเมื่อเกิด Breakout
🎯 กลยุทธ์เชิงเทคนิค
กรณีมีหุ้นอยู่:
ถ้ายังยืนเหนือ 23.50–24.00 บาท ได้ สามารถถือติดตามโมเมนตัมต่อ โดยจับตา 25.50 และ 27.00–27.25 บาท
กรณีรอซื้อ:
ไม่ควรไล่ราคาหากพุ่งแรงในช่วงสั้น ๆ รอจังหวะย่อบริเวณ 24 บาท หรือ 23.50–23.60 บาท แล้วดูแรงซื้อกลับจะได้เปรียบกว่า
กรณี Breakout:
ถ้าปิดเหนือ 27.25 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นสัญญาณ Follow Buy เชิงเทคนิคที่น่าสนใจ
จุดตัดขาดทุน: หากราคาหลุด 23.50 บาท แบบปิดต่ำกว่าระดับนี้และมีแรงขายเพิ่มขึ้น ควรลดความเสี่ยง เพราะโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นจะเริ่มเสีย
🔥 สรุป
UP = “กำลังทดสอบโซนสำคัญ ก่อนเลือกทาง”
🟢 ยืน 23.50–24.00 = โครงสร้างยังดูดี
🟢 ผ่าน 25.50 = โมเมนตัมเริ่มแรง
🚀 ผ่าน 27.25 + Volume = ลุ้นทำ High ใหม่
🔴 หลุด 23.50 = ต้องระวังการพักฐาน
ทั้งนี้ UP ทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและรับจ้างฉีดชิ้นส่วน รวมถึงผลิตแม่พิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้เป็นการอ่านแนวรับ–แนวต้านและโครงสร้างราคาเชิงเทคนิค ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และเนื่องจาก UP มีสภาพคล่องบางช่วงต่ำ ควรยืนยันสัญญาณด้วย Volume ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง.



วิเคราะห์หุ้น UP — บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ UP เป็นผู้ผลิตและรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก โดยมีฐานธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นสำคัญ
ข้อมูลราคาล่าสุดที่พบ: 24.60 บาท ณ 8 ส.ค. 2569 โดยวันดังกล่าวมีการซื้อขายเพียง 5,000 หุ้น มูลค่าประมาณ 122,700 บาท สะท้อนว่าเป็นหุ้นที่มี สภาพคล่องค่อนข้างต่ำ และราคาสามารถแกว่งจากคำสั่งซื้อขายจำนวนน้อยได้

5. มุมมองด้านราคา

ข้อมูล SET ณ 4 ส.ค. 2569 เคยระบุราคา 23.50 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 20.00–27.25 บาท แต่ราคาล่าสุด 8 ส.ค. ขยับขึ้นมา 24.60 บาท

จึงมองกรอบสำคัญเบื้องต้นได้ดังนี้

หาก ผ่าน 25.50 บาทพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น และมีโอกาสทดสอบบริเวณ 27 บาท แต่หากขึ้นไปแล้วไม่มี Volume และไม่ผ่าน 25–25.50 บาท มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรได้
ข้อควรระวัง: เนื่องจาก Volume ของ UP ต่ำมาก การวิเคราะห์ Technical ต้องให้น้ำหนักกับ “ปริมาณซื้อขาย” มากกว่าปกติ

  1. มูลค่าที่น่าสนใจ
    ที่ราคาแถว 24.60 บาท
    หากอิง EPS ปี 2568 ประมาณ 2.52 บาท/หุ้น จะได้ P/E โดยประมาณ
    24.60 ÷ 2.52 ≈ 9.8 เท่า
    ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับบริษัทที่มีกำไรเป็นบวกและมีฐานะการเงินแข็งแรง
    ขณะเดียวกัน SET เคยรายงาน P/BV ที่ 0.87 เท่า ที่ราคา 23.50 บาท
    จุดนี้ทำให้ UP มีลักษณะของหุ้น Asset/Value + Dividend มากกว่าหุ้น Growth
  2. เงินปันผล
    UP มีประวัติการจ่ายเงินปันผลค่อนข้างน่าสนใจ
    สำหรับผลประกอบการปี 2567 บริษัทอนุมัติเงินปันผล 1.98 บาท/หุ้น คิดเป็นประมาณ 99.63% ของกำไรสุทธิ
    ถ้าใช้ 1.98 บาทเป็นเพียงตัวอ้างอิง และเทียบกับราคาประมาณ 24.60 บาท
    Dividend Yield ≈ 8.05%
    อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปคาดการณ์ว่าปีต่อไปจะจ่าย 1.98 บาทเท่าเดิม เพราะเงินปันผลขึ้นอยู่กับกำไรและมติของบริษัทในแต่ละปี

8. สรุปแบบนักลงทุน

⭐ คะแนนส่วนตัว


🎯 มุมมอง
UP เป็นหุ้น “กำไรดี + หนี้ต่ำ + Valuation ไม่แพง + ปันผลน่าสนใจ” แต่จุดที่ต้องจับตาคือธุรกิจหลักยังไม่ได้เติบโต และกำไรได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลรับค่อนข้างมาก
ดังนั้นผมมองว่า
UP น่าสนใจในมุม Value/Dividend มากกว่ามุม Growth
สิ่งที่จะทำให้หุ้น “น่าสนใจขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” คือ ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและคำสั่งซื้อจากลูกค้ายานยนต์กลับมาเติบโตพร้อมกับรักษา Margin ได้
ในทางกลับกัน หากยอดขายยังลดลง แต่กำไรยังโตเพราะเงินปันผลเป็นหลัก นักลงทุนควรระมัดระวังการประเมินว่าเป็น “กำไรจากธุรกิจที่เติบโต”
สรุปสั้น ๆ:
🟢 จุดเด่น: หนี้ต่ำ / เงินสดและสภาพคล่องดี / กำไรปี 2568 โตแรง / P/E ต่ำ / P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า / ปันผลโดดเด่น
🟡 จุดเฝ้าระวัง: ยอดขายหลักยังหดตัว / พึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์ / เงินปันผลรับมีบทบาทสูงต่อกำไร / หุ้นสภาพคล่องต่ำ
🔴 ความเสี่ยงสำคัญ: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์และการแข่งขันจาก EV โดยเฉพาะผู้ผลิตจากจีน
ระดับความน่าสนใจ: 7.5/10
เหมาะกับการศึกษาสำหรับแนว Value + Dividend มากกว่าการไล่ราคาหรือเก็งกำไรระยะสั้น
ข้อมูลบริษัทและงบการเงินฉบับเต็มสามารถติดตามได้จาก เว็บไซต์ Union Plastic และข้อมูลหลักทรัพย์จาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย – UP
หมายเหตุ: เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


Disclaimer

ใส่ความเห็น