วิเคราะห์ หุ้น HL บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น HL บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น HL บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ HL อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม MAI บริการ (Services)


งบปี 2565
31 ธ.ค. 2565
งบปี 2566
31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
31 ธ.ค. 2567
ไตรมาส 1/2567
31 มี.ค. 2567
ไตรมาส 1/2568
31 มี.ค. 2568
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.430.270.290.070.08

รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.22บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.17บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.15บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.18บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.16บาท–เงินปันผล

บริษัทประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยปัจจุบันลงทุนในธุรกิจร้านขายยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ และธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำากัด (“IC”) มีร้านขายยาทั้งหมด 64 สาขา แยกตามแต่ละแบรนด์


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 IC มีเภสัชกรเต็มเวลา จำานวน 115 คน คิดเป็นประมาณร้อยละ 23.23 จากจำานวน พนักงานทั้งหมดของ IC เพื่อดูแลร้านขายยาทุกสาขาของ IC และยังมีเภสัชกรพาร์ทไทม์ หมุนเวียนประมาณ 190 ถึง300 คนต่อเดือน

ผลิตภัณฑ์ที่วางขายในร้านขายยาทั้ง 4 แบรนด์ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ป็นสินค้าที่มีการจำาหน่ายเป็นหลักในทุกสาขา สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทยา ซึ่งประกอบด้วยยาทั่วไป ยาสามัญประจำาบ้านและยาควบคุมพิเศษ เพื่อใช้รักษาอาการป่วยชนิดต่าง ๆ ทั้งโรคเฉียบพลันโรคเรื้อรัง และโรคกึ่งเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อบำารุงสุขภาพ ใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วย

2. อุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้าน
สินค้าประเภทอุปโภค ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือแพทย์ วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ วัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อบำาบัด รักษาผู้ป่วย และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในบ้าน เพื่อการช่วยเหลือหรืออำานวย ความสะดวกให้กับผู้ป่วยในบางลักษณะ เช่น ไม้เท้าผู้สูงอายุ อุปกรณ์ช่วย พยุงเดิน หน้ากากทางการแพทย์ เครื่องวัดอุณหภมู ิ และเครื่องวัดความดันโลหิต เป็นต้น
3. สินค้าสุขภาพสำาหรับใช้ภายนอกร่างกาย
ประกอบด้วยสินค้าอุปโภคเพื่อสุขภาพหรือสุขอนามัย สำาหรับ ใช้ภายนอกร่างกาย ได้แก่ เวชสำาอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์สำาหรับช่องปาก และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อบำารุงสุขภาพ ของผู้ใช้ หรือบรรเทาและป้องกันอาการเจ็บป่วย เช่น แชมพูรักษาอาการ หนังศีรษะร่วง และสบู่บำารุงผิว เป็นต้น
4. สินค้าบริโภค
ประกอบด้วย อาหาร เครื่องดื่ม หรืออาหารทางการแพทย์อื่น ๆ เช่น นมผงสำาหรับเด็ก นมผงสำาหรับผู้สูงอายุ นำ้าดื่มขวดเล็ก เป็นต้น

สำหรับสาขา IC จะจัดให้มีการตรวจสอบสินค้าคงเหลือประจำาเดือนและประจำาปี (กลางปีและปลายปี) เช่นเดียวกับคลังสินค้า ซึ่งการตรวจนับประจำาปี ฝ่ายบัญชีจะมีการสุ่มสาขาเพื่อตรวจนับสินค้าทั้งหมดพร้อมกับพนักงานสาขานอกจากนี้ ทุก 3 เดือนจะมีทีม Operation Auditor จากส่วนกลางเข้าไปสุ่มตรวจสินค้าทุกสาขา


เฮลท์ลีดประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยเน้นลงทุนในธุรกิจที่สามารถมอบความรู้และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพแก่ชุมชนและทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทฯ เข้าลงทุนใน 2 สายธุรกิจหลักคือ

  1. บริษัท เฮลทิเนส จำากัด (“HN”) ประกอบธุรกิจคิดค้น พัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก และว่าจ้างผู้ผลิต
    เพื่อจัดจำาหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
  2. บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำากัด (“IC”) ประกอบธุรกิจร้านขายยาที่จำาหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำาอาง ผลิตภัณฑ์
    เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่าง ๆ


256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท


ข้อมูล ณ วันที่ 17 มี.ค. 2568

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย ศุภกร พันธุกานนท์66,136,00024.31
2น.ส. อารยา ตันธนสิน50,450,80018.55
3นาง มัทยา พันธุกานนท์28,375,00010.43
4นาย สุเมธ มโนสุทธิ22,926,8008.43
5นาย ธัชพล ชลวัฒนสกุล11,800,0004.34
6นาย ธัญกร พันธุกานนท์7,462,8002.74
7นาย ณัฐกิติ์ สุนทรบุระ5,004,6001.84
8นาย สมภพ ติงธนาธิกุล3,900,0001.43
9นาย นิพนธ์ สังวาลย์มานนท์3,707,0001.36
10น.พ. พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี3,124,5001.15
11นาย พีรนาถ โชควัฒนา2,939,9001.08
12นาย สุธี ลัคนสุทิน2,370,0000.87
13น.ส. สมจิตร อังศรีประเสริฐ2,055,4000.76
14นาย นริศ จิระวงศ์ประภา2,000,0000.74
15นาง ทัศนีย์ อังศรีประเสริฐ1,771,9000.65
16นาย อดิศักดิ์ อังศรีประเสริฐ1,771,9000.65
17น.ส. ภัทรนันท์ สิทธินววิธ1,758,5000.65
18น.ส. รังสิมา โรจนมณเฑียร1,610,0000.59

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาง อภิฤดี เหมะจุฑาประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2ร.อ. ธัชพล ชลวัฒนสกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาง มัทยา พันธุกานนท์กรรมการ
4นาย ศุภกร พันธุกานนท์กรรมการ
5นาย ธนาศักดิ์ กุลรัตนรักษ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
6นาง มารยาท ธีรโตมรกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
7นาย รัฐพงศ์ รัตนหิรัญญากรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจในปี 2568 โดยมีแผนขยายธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง .
ผลประกอบการล่าสุด
ไตรมาส 1/2568: บริษัทมีรายได้รวม 579 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน .
ไตรมาส 2/2567: มีกำไรสุทธิ 11.72 ล้านบาท ลดลงจาก 15.97 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน .
แผนธุรกิจปี 2568
เป้าหมายรายได้: ตั้งเป้าเติบโต 15–20% จากปี 2567 .
การขยายสาขา: วางแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 14 แห่ง รวมเป็น 78 สาขาภายในสิ้นปี .
พัฒนาผลิตภัณฑ์: มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ .
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
มาตรการ Easy E-Receipt: สนับสนุนยอดขายในไตรมาสแรกของปี 2567 .
การขยายสาขา: การเปิดสาขาใหม่ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้า .
ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูงช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น .
สรุป
บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในปี 2568 ด้วยแผนการขยายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ควรติดตามผลประกอบการในไตรมาสถัดไปเพื่อประเมินความสำเร็จของแผนงานที่วางไว้.

ขายที่ดินได้
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่จัดประเภทเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายมูลค่าตามบัญชีสุทธิรวม 17.38 ล้านบาท ณ
วันที่ 31 ธันวาคม 2566 กลุ่มบริษัทได้ดำาเนินการขายและโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์
2567 โดยมีกำาไรสุทธิจากการขายทั้งสิ้นจำานวน 6.45 ล้านบาท

หนี้สินรวม
กลุ่มบริษัทมีหนี้สินรวม 493.23 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.05 จาก ณ
วันที่ 31 ธันวาคม 2566 หนี้สินของกลุ่มบริษัทที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้สินที่เกี่ยวเนื่องมาจากการเปิดสาขาใหม่ ได้แก่
หนี้สินตามสัญญาเช่า และประมาณการหนี้สินสำาหรับต้นทุนการรื้อถอน กลุ่มบริษัทยังคงมีสถานะไม่มีเงินกู้จากสถาบันการเงิน และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำา 0.49 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

บริษัทฯ ได้มีการกำาหนดนโยบายการลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมไว้ โดยจะลงทุนในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ใน
การประกอบธุรกิจเช่นเดียวกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ หรือกิจการที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน หรือกิจการที่สนับสนุนกิจการ
ของบริษัทฯ อันจะทำาให้บริษัทฯ มีผลประกอบการหรือผลกำาไรเพิ่มมากขึ้น หรือลงทุนในธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ (Synergy)
ให้กับบริษัทฯ โดยสามารถสนับสนุนการดำาเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ ให้มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจพิจารณาลงทุนในธุรกิจอื่นนอกเหนือจากธุรกิจหลัก
หรือธุรกิจอื่นของบริษัทฯ หากคณะกรรมการบริษัทเห็นว่าธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและการลงทุนดังกล่าว
เป็นประโยชน์แก่บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม

สัญญาให้บริการที่ยกเลิกไม่ได้
31 ธันวาคม 2567 และ 2566 กลุ่มบริษัทได้บันทึกค่าใช้จ่ายตามสัญญา ให้บริการที่ยกเลิกไม่ได้ ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมจำนวน 33.79 ล้านบาท และ 23.08 ล้านบาท ตามลําดับ และบริษัทไดบันทึกค่าใชจ่ายตามสัญญาให้บริการที่ยกเลิกไม่ไดในงบกำไรขาดทุน เบ็ดเสร็จเฉพาะกิจการ จํานวน 0.18 ล้านบาท และ 0.54 ล้านบาท ตามลําดับ จ่ายเงินปันผลดังกล่าวในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568
ซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน


งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท




📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น HL — เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน)
ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้ หุ้น HL อยู่บริเวณ 4.50 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 4.46–8.45 บาท โดยราคาปรับตัวลงจากช่วงต้นปีค่อนข้างมาก ขณะที่ข้อมูลรายวันช่วงต้นเดือน ก.ย. แสดงการอ่อนตัวจาก 4.88 บาทลงมาบริเวณ 4.48–4.50 บาท
🔥 ภาพกราฟตอนนี้: “กำลังสร้างฐาน แต่ยังไม่ใช่ขาขึ้นเต็มตัว”
ช่วงปลาย ส.ค. หุ้น HL ปิดแถว 4.84 บาท ก่อนอ่อนตัวลงต่อเนื่อง โดยวันที่ 1 ก.ย.ขึ้นไปแตะ 4.94 บาท แต่หลังจากนั้นมีแรงขายกดราคาลงมาปิด 4.48 บาทในวันที่ 9 ก.ย. พร้อมวอลุ่มสูงในวันที่ราคาปรับลง เช่น 7 ก.ย.มีปริมาณซื้อขายกว่า 573,000 หุ้น และ 2 ก.ย.กว่า 790,000 หุ้น
ภาพรวมจึงยังเป็นลักษณะ Downtrend → พยายามสร้างฐาน
🎯 แนวรับสำคัญ
แนวรับแรก 4.46–4.48 บาท
เป็นโซนที่ต้องจับตา เพราะเป็นบริเวณ Low ล่าสุดและใกล้กับจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 4.46 บาท
แนวรับถัดไป 4.30–4.40 บาท
หาก 4.46 บาทเอาไม่อยู่ ต้องระวังการเปิด Downside เพิ่ม
แนวรับจิตวิทยา 4.00 บาท
เป็นระดับสำคัญหากแรงขายกลับมาเร่งตัว
🚨 แนวต้านที่ต้องผ่าน
4.60 บาท — ด่านแรก
เป็น High ของวันที่ 11 ก.ย. และเป็นบริเวณที่ราคาเคยมีแรงขายออกมา
4.80–4.90 บาท — แนวต้านสำคัญ
เป็นโซนที่ราคาพยายามยืนในช่วงปลาย ส.ค.–ต้น ก.ย. แต่ไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้
5.00 บาท — แนวต้านจิตวิทยา
ถ้าผ่านพร้อม Volume จะเริ่มทำให้ภาพ Technical กลับมาน่าสนใจมากขึ้น
5.50–5.80 บาท — แนวต้านถัดไป
เป็นโซนที่ต้องจับตาหากเกิดรอบ Rebound ใหญ่
⚡ กลยุทธ์สายเทคนิค
HL ยังต้องรอ “สัญญาณกลับตัว” มากกว่าการไล่ราคา
จุดที่น่าจับตาที่สุดคือ
4.46–4.48 บาท = ฐานต้องไม่หลุด
4.60 บาท = ด่านแรกต้องเบรก
4.80–4.90 บาท = ด่านเปลี่ยน Momentum
5.00 บาท + Volume = สัญญาณบวกที่ต้องจับตา
หากสามารถ Breakout 4.80–5.00 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่แข็งแรงกว่าการเด้งแบบ Volume เบาบาง
ในทางกลับกัน หาก หลุด 4.46 บาท ต้องระวังการสร้าง Low ใหม่ เพราะขณะนี้ระดับดังกล่าวอยู่ใกล้กับจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์
📊 มุมมอง Technical
Trend: 🔴 ยังเป็นขาลง
Momentum: 🟡 อยู่ในช่วงพยายามสร้างฐาน
Volume: 🟡 ต้องรอวอลุ่มยืนยันการกลับตัว
Breakout: 🔥 จับตา 4.80–5.00 บาท
Support: 4.46–4.48 / 4.30–4.40 บาท
Resistance: 4.60 / 4.80–4.90 / 5.00 บาท
จุดเปลี่ยนเกม: Breakout + Volume
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
🔥 HL กำลังทดสอบฐาน 4.46–4.48 บาท! ถ้ายืนได้ มีลุ้นรีบาวด์กลับขึ้นทดสอบ 4.60 และ 4.80–5.00 บาท แต่ถ้าจะเปลี่ยนจาก “เด้ง” เป็น “รอบขาขึ้น” ต้องเห็น Breakout พร้อม Volume ให้ชัดเจน


วิเคราะห์หุ้น HL — บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน)
หุ้น HL ทำธุรกิจด้านสุขภาพ โดยมีธุรกิจหลักเป็นร้านขายยาและการจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงการพัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านการร่วมมือกับทีมวิจัยและผู้ผลิตภายนอก
🔎 ภาพรวมล่าสุด
ราคาหุ้น HL อยู่บริเวณ 4.50 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 4.46–8.45 บาท สะท้อนว่าราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซนต่ำของกรอบปีที่ผ่านมา
ธุรกิจยังมีการขยายเครือข่ายร้านขายยา โดยบริษัทเปิด Pharmax ตลาดท่าเตียน ในเดือนกรกฎาคม 2569 ทำให้จำนวนสาขารวมแตะ 73 สาขา
📊 วิเคราะห์งบการเงิน ตัวเลข 6M/2569 เป็นจุดที่ต้องจับตา เพราะแม้รายได้ยังทรงตัว แต่กำไรลดลงค่อนข้างมาก

รายการ6M/25686M/2569เปลี่ยนแปลง
รายได้รวม1,135.90 ลบ.1,130.66 ลบ.-0.46%
กำไรสุทธิ37.26 ลบ.18.85 ลบ.-49.41%
Net Margin3.28%1.67%ลดลง
ROE8.85%6.44%ลดลง
ROA7.80%6.18%ลดลง
D/E0.54x0.59xเพิ่มเล็กน้อย

ประเด็นสำคัญ: ปัญหาของ HL ในครึ่งปีแรกไม่ได้อยู่ที่รายได้หายแรง แต่เป็นเรื่อง ต้นทุนและค่าใช้จ่ายกดกำไร ยอดขายกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังเติบโต 4.23% ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้านลดลง 17.67% ส่วนหนึ่งเพราะฐานยอดขายชุดตรวจ ATK ในไตรมาส 2/2568 สูงจากช่วง COVID-19 นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.49% และบริษัทมีค่าใช้จ่ายจากการปิด/เตรียมปิดสาขารวมประมาณ 5.42 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569
💰 ฐานะการเงิน
ณ 30 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์รวม 1,394.72 ล้านบาท
หนี้สินรวม 516.54 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น 878.17 ล้านบาท
D/E ประมาณ 0.59 เท่า
จึงยังถือว่าระดับหนี้ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับฐานทุน แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากสิ้นปี 2568 ที่ 967.60 ล้านบาท มาอยู่ที่ 878.17 ล้านบาท
🏪 จุดแข็งของ HL มีการปิดบางสาขา
บริษัทระบุว่ามีการปิดสาขาไอแคร์และตั้งสำรองค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์สำหรับอีก 4 สาขา รวม 5.42 ล้านบาทใน Q2/2569
จึงควรติดตามประสิทธิภาพของแต่ละสาขา ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนสาขารวม
📌 มุมมองเชิงหุ้น
HL เป็นหุ้นที่มี Story การเติบโตจากธุรกิจ Healthcare + การขยายสาขา แต่ตัวเลข 6M/2569 กำลังส่งสัญญาณให้ตลาดจับตาเรื่อง กำไรและ Margin มากขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือรายได้จากธุรกิจหลักยังไม่ได้หดตัวรุนแรง และยอดขายยา/อาหารเสริมยังเติบโต ขณะที่บริษัทกำลังขยายเครือข่ายร้านขายยา
แต่จุดที่ต้องพิสูจน์คือ
“รายได้โต แต่กำไรต้องกลับมาโตตาม”
เพราะถ้ารายได้เพิ่มจากการเปิดสาขา แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเร็วกว่ารายได้ การขยายตัวอาจไม่ได้แปลงเป็นกำไรให้ผู้ถือหุ้น
🎯 ตัวเลขที่ควรติดตามในงบถัดไป
รายได้สาขาเดิม → ยอดขายยา/อาหารเสริม → Gross Margin → SG&A → กำไรสุทธิ → กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน → ผลตอบแทนของสาขาใหม่
โดยเฉพาะ Net Margin หากเริ่มฟื้นจากระดับ 1.67% จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในเชิงพื้นฐานมากกว่าการดูรายได้เพียงอย่างเดียว
สรุปสั้น ๆ: HL มีธุรกิจอยู่ในธีม Healthcare ที่ยังมีโอกาสขยายตัว แต่ข้อมูล 6M/2569 สะท้อนชัดว่า โจทย์ใหญ่ในช่วงนี้คือการรักษา Margin และเปลี่ยนการขยายสาขาให้กลับมาเป็นกำไร มากกว่าการเร่งจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว

ธุรกิจ Healthcare มีฐานความต้องการค่อนข้างชัดเจน
ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นสินค้าที่มีความต้องการต่อเนื่อง และยอดขายกลุ่มยา/อาหารเสริมยังเติบโตใน 6M/2569

มีช่องทางรายได้จากหลายกลุ่มสินค้า
ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะยา แต่ครอบคลุมเวชภัณฑ์ เวชสำอาง อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ยังเดินหน้าขยายสาขา
จำนวนสาขาแตะ 73 แห่งหลังเปิด Pharmax ตลาดท่าเตียน ซึ่งเพิ่มโอกาสในการขยายฐานรายได้ในระยะยาว

งบดุลไม่ได้ใช้หนี้หนัก
D/E 0.59 เท่า ณ 6M/2569 เป็นระดับที่ยังไม่สูง
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

กำไรลดแรงกว่ารายได้
นี่คือประเด็นหลักของ HL
รายได้ 6M/2569 ลดลงเพียงประมาณ 0.5% แต่กำไรสุทธิลดลงถึง 49.41% สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อกำไรอย่างชัดเจน

Margin หดตัว
Net Profit Margin ลดจาก 3.88% ในปี 2567 → 3.43% ในปี 2568 → 1.67% ใน 6M/2569
ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามมากกว่าการเติบโตของรายได้ คือ HL จะสามารถกลับมาขยายอัตรากำไรได้หรือไม่

การขยายสาขาต้องพิสูจน์ผลตอบแทน
การเพิ่มสาขาช่วยสร้างฐานรายได้ แต่ก็ทำให้เกิดต้นทุนบุคลากร ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หากสาขาใหม่สร้างยอดขายได้ไม่ตามเป้า อาจกดดันกำไรต่อเนื่อง


Disclaimer

ใส่ความเห็น