วิเคราะห์ หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ UBE อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 30 ก.ย. 2564 | 3,914.29 | พลังงานและสาธารณูปโภค | UBE |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เอทานอล แป้งมันสำปะหลังและฟลาวมันสำปะหลัง รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์อื่น ๆ
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | -0.02 | 0.06 | -0.03 | -0.02 | -0.02 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.51 | 5.00 | 2.29 | 3.90 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.02 | บาท | 06 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.02 | บาท | 20 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.02 | บาท | 15 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.04 | บาท | 15 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.02 | บาท | 20 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น UBE
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
UBE มีโครงสร้างธุรกิจแบบ “เกษตรแปรรูปครบวงจร” โดยมีสินทรัพย์หลักรองรับตั้งแต่การรับวัตถุดิบมันสำปะหลัง การผลิตเอทานอล การผลิตแป้งมันสำปะหลัง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่ม
🏭 1. โรงงานผลิตเอทานอล
ทรัพย์สินสำคัญของ UBE คือ โรงงานผลิตเอทานอลในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรองรับการผลิตเอทานอลทั้งเกรดเชื้อเพลิงและเกรดอุตสาหกรรม
เอทานอลเกรดเชื้อเพลิง ความบริสุทธิ์ 99.8%
เอทานอลเกรดอุตสาหกรรม 95%
ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด 70%
กำลังการผลิตประมาณ 2,400 ตันต่อวัน
สามารถใช้วัตถุดิบได้หลายประเภท เช่น มันสำปะหลังสด มันเส้น กากน้ำตาล และน้ำตาลทรายดิบ
จุดสำคัญคือระบบ Multi-feed ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
🌾 2. โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง
UBE มีโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับโรงงานเอทานอลในจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้
กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 700 ตันแป้งต่อวัน หรือ 255,500 ตันต่อปี ผลิตทั้งแป้งมันสำปะหลังเกรดอาหารและเกรดอุตสาหกรรม ภายใต้แบรนด์ “อุบลซันฟลาวเวอร์” และ “Tasuko”
📦 3. พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบ
บริษัทมี พื้นที่จัดเก็บมันสำปะหลังเส้นประมาณ 310,000 ตัน ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์สำคัญต่อการบริหารวัตถุดิบ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความผันผวนของผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล
⚙️ 4. เครื่องจักรและระบบการผลิต
สินทรัพย์ของ UBE ยังประกอบด้วยเครื่องจักรและระบบที่ใช้ในกระบวนการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตเอทานอล เช่น
ระบบแปรรูปมันสำปะหลัง
เครื่องจักรผลิตแป้ง
ระบบผลิตเอทานอล
ระบบควบคุมและบริหารกระบวนการผลิต
ระบบจัดเก็บและลำเลียงวัตถุดิบ
ระบบบำบัดของเสียจากกระบวนการผลิต
สินทรัพย์เหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ UBE สามารถดำเนินธุรกิจตั้งแต่ วัตถุดิบ → แป้ง → เอทานอล → ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ได้อย่างต่อเนื่อง
♻️ 5. ระบบจัดการน้ำเสียและพลังงาน
ธุรกิจของ UBE มีระบบจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิต และมีการนำของเสียมาใช้ประโยชน์ เช่น การผลิตก๊าซชีวภาพจากกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน
🏢 6. สำนักงานและพื้นที่ดำเนินงาน
สำนักงานใหญ่ของ UBE ตั้งอยู่ที่ 333 หมู่ 9 ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่มีสำนักงานกรุงเทพฯ สำหรับรองรับการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจ
🍠 7. ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
นอกจากเอทานอลและแป้งมัน UBE ยังมีสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการพัฒนา ฟลาวมันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สารให้ความหวาน และผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้าง New S-Curve และลดการพึ่งพาธุรกิจเอทานอลเพียงอย่างเดียว
🔎 สรุปมุมมองสินทรัพย์ UBE
UBE ไม่ได้มีเพียง “โรงงานเอทานอล” แต่มีโครงสร้างสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงตั้งแต่มันสำปะหลัง → แป้ง → เอทานอล → อาหารมูลค่าเพิ่ม
จุดเด่นของทรัพย์สินคือ โรงงานผลิตเอทานอล + โรงงานแป้งมันสำปะหลัง + พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบขนาดใหญ่ + เครื่องจักรแปรรูป + ระบบจัดการของเสีย/ก๊าซชีวภาพ ทำให้บริษัทมีฐานสินทรัพย์ที่รองรับธุรกิจเกษตรแปรรูปแบบครบวงจร
ทั้งนี้ หากต้องการใช้ตัวเลข มูลค่าที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และสินทรัพย์ถาวรล่าสุด สำหรับบทวิเคราะห์หุ้น ควรอ้างอิงงบการเงิน/56-1 ล่าสุดของ UBE โดยตรง ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่าน ก.ล.ต.
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น UBE
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
UBE มีโครงสร้างธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ วัตถุดิบมันสำปะหลัง → เอทานอล → แป้งมันสำปะหลัง → เกษตรอินทรีย์ → พลังงานชีวภาพและอาหาร ทำให้กลุ่มบริษัทมีลักษณะเป็นธุรกิจชีวภาพแบบครบวงจรมากขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า UBE มี บริษัทย่อย 3 บริษัท
- บริษัท อุบลซันฟลาเวอร์ จำกัด (UBS)
ดำเนินธุรกิจด้าน ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง ทั้งแป้งมันสำปะหลังทั่วไปและแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค เป็นธุรกิจที่ต่อยอดจากวัตถุดิบหลักของ UBE และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับมันสำปะหลังจากต้นน้ำสู่ผลิตภัณฑ์อาหารและอุตสาหกรรม - บริษัท อุบลไบโอเกษตร จำกัด (UBA)
ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ สินค้าเกษตรอินทรีย์ การซื้อขายสินค้าเกษตร (Trading) รวมถึงธุรกิจ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยขยาย UBE จากธุรกิจเอทานอลไปสู่ธุรกิจเกษตรและพลังงานสะอาด - บริษัท ดับพีทส์ กรุ๊ป จำกัด
ดำเนินธุรกิจด้าน บริการอาหาร/ร้านอาหาร เป็นการต่อยอดจากวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรและอาหารของกลุ่ม UBE สู่ธุรกิจปลายน้ำ
🔎 ภาพรวมโครงสร้าง UBE Group
UBE
↓
ธุรกิจเอทานอล – ผลิตเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงและอุตสาหกรรม
↓
UBS – แป้งมันสำปะหลัง / แป้งมันออร์แกนิค
↓
UBA – เกษตรอินทรีย์ / Trading / พลังงานแสงอาทิตย์
↓
ดับพีทส์ กรุ๊ป – ธุรกิจอาหารและร้านอาหาร
นอกจากนี้ UBE ระบุว่าธุรกิจหลักของกลุ่มแบ่งเป็น ธุรกิจเอทานอลและธุรกิจอาหาร และมีการต่อยอดไปสู่ธุรกิจชีวภาพและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้ประโยชน์จากของเหลือในกระบวนการผลิต เช่น การผลิตไบโอก๊าซจากระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนภายในโรงงาน
จุดน่าสนใจของโครงสร้าง UBE: กลุ่มบริษัทไม่ได้พึ่งพาเอทานอลเพียงอย่างเดียว แต่พยายามสร้าง Ecosystem ตั้งแต่ เกษตร → มันสำปะหลัง → เอทานอล/แป้ง → อาหาร → พลังงานหมุนเวียน ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบภายในกลุ่ม
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น UBE
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง ทั้งเอทานอล แป้งมันสำปะหลัง ฟลาว และผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ทำให้ความเสี่ยงหลักของธุรกิจค่อนข้างผูกกับ ราคาวัตถุดิบ สภาพอากาศ ราคาพลังงาน และภาวะตลาดสินค้าเกษตร
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคามันสำปะหลัง
มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบสำคัญของ UBE หากราคาหัวมันปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าราคาขายผลิตภัณฑ์ อาจทำให้ ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและกดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการแข่งขันด้านราคา
🔴 2. ความเสี่ยงจากผลผลิตทางการเกษตร
ปริมาณและคุณภาพมันสำปะหลังขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศ ภัยแล้ง ฝนตกหนัก โรคพืช และพื้นที่เพาะปลูก หากผลผลิตลดลง อาจเกิดภาวะวัตถุดิบขาดแคลนหรือราคาวัตถุดิบพุ่งสูง ซึ่งกระทบต้นทุนของบริษัทโดยตรง
🔴 3. ความผันผวนของราคาเอทานอลและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง
รายได้ของ UBE กระจายอยู่ในธุรกิจเอทานอล แป้งมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ราคาขายสินค้าและอุปสงค์ของตลาด มีผลต่อรายได้และกำไร หากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบไม่ลดลงตาม อาจทำให้ Margin หดตัว
🔴 4. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
ธุรกิจเอทานอลมีความเกี่ยวข้องกับ นโยบายพลังงานและการผสมเอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิง หากภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โครงสร้างราคาพลังงาน หรือสัดส่วนการใช้เอทานอล อาจส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัท
🔴 5. ความเสี่ยงจากราคาพลังงาน
กระบวนการผลิตเอทานอลและผลิตภัณฑ์แปรรูปต้องใช้พลังงาน หากราคาก๊าซ ไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเพิ่มต้นทุนการผลิตและกดดันกำไรของบริษัท
🔴 6. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
ตลาดแป้งมันสำปะหลังและเอทานอลมีผู้ประกอบการหลายราย การแข่งขันด้าน ราคา คุณภาพ และต้นทุนการผลิต อาจทำให้บริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้เต็มที่
🔴 7. ความเสี่ยงด้านผลประกอบการ
ผลประกอบการของ UBE มีความผันผวน โดยในปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิประมาณ 103.09 ล้านบาท เทียบกับกำไรประมาณ 252.51 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนว่ากำไรของธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างมากตามภาวะตลาดและต้นทุน
🔴 8. ความเสี่ยงจากสภาพคล่องและกระแสเงินสด
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรต้องบริหารเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง หากราคาวัตถุดิบผันผวนหรือสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นมาก อาจทำให้บริษัทต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูงขึ้น
🔴 9. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดต่างประเทศ
หากบริษัทมีการส่งออกผลิตภัณฑ์หรือซื้อขายกับคู่ค้าต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทอาจกระทบทั้ง รายได้ ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
🔴 10. ความเสี่ยงจากการลงทุนและการขยายธุรกิจ
การลงทุนในธุรกิจใหม่หรือการเพิ่มกำลังการผลิตจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน หากผลตอบแทนจากโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจกดดัน กระแสเงินสด ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน และภาระทางการเงิน
⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
สำหรับ UBE นักลงทุนควรโฟกัส 4 ตัวแปรหลัก:
ราคามันสำปะหลัง → ราคาขายผลิตภัณฑ์ → ราคาพลังงาน → นโยบายเอทานอล
เพราะทั้ง 4 ปัจจัยสามารถส่งผลโดยตรงต่อ ต้นทุน, Gross Margin และกำไรสุทธิ ของบริษัท
ปัจจุบัน SET ระบุราคาหุ้น UBE ที่ 0.53 บาท ณ 11 ก.ย. 2569 โดยมีกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 0.41–0.92 บาท และ P/BV อยู่ที่ประมาณ 0.37 เท่า ขณะที่งบล่าสุดที่ SET แสดงคือไตรมาส 2/2569 ดังนั้นแม้ Valuation จะดูต่ำ แต่ประเด็นสำคัญคือ บริษัทจะสามารถฟื้นกำไรและสร้างผลตอบแทนจากธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
สรุปสั้น ๆ: UBE เป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงเชิงวัฏจักรค่อนข้างสูง เพราะกำไรขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่าง ราคาขายผลิตภัณฑ์กับต้นทุนมันสำปะหลังและพลังงาน หากต้นทุนพุ่งเร็วกว่าราคาขาย กำไรมีโอกาสถูกกดดันทันที ดังนั้นจุดที่ต้องติดตามคือ Margin + ราคาวัตถุดิบ + ปริมาณขาย + การฟื้นตัวของกำไร มากกว่าดูเพียงราคาหุ้นว่าถูกหรือแพงเพียงอย่างเดียว
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 11 มี.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท เอสทีเค แคปปิตอล จำกัด | 548,000,000 | 14.00 |
| 2 | บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) | 485,143,000 | 12.39 |
| 3 | บริษัท ไทยออยล์ เอทานอล จำกัด | 485,143,000 | 12.39 |
| 4 | บริษัท เค พลัส โฮลดิ้ง จำกัด | 460,520,000 | 11.77 |
| 5 | น.ส. อรวรรณ พัฒนพล | 120,300,000 | 3.07 |
| 6 | นาย เชิดชู ปานบุญห้อม | 81,728,700 | 2.09 |
| 7 | นาย พรชัย สิริภัทรวงศ์ | 74,900,700 | 1.91 |
| 8 | นาง สุรัตน์ ศุภนิมิตรกุลกิจ | 61,850,000 | 1.58 |
| 9 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 50,103,322 | 1.28 |
| 10 | นาย สาริน ศุภนิมิตรกุลกิจ | 46,305,700 | 1.18 |
| 11 | นาย ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ | 27,238,700 | 0.70 |
| 12 | นาย ศักดา จิตตะเสนีย์ | 23,850,000 | 0.61 |
| 13 | นาย สมบูรณ์ แสงตวงกิต | 23,845,500 | 0.61 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย พลากร สุวรรณรัฐ | ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ |
| 2 | นางสาว สุรียส โควสุรัตน์ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ |
| 3 | นาย จีราวัฒน์ พัฒนสมสิทธิ์ | กรรมการ |
| 4 | นาย ทศสีห์ โควสุรัตน์ | กรรมการ |
| 5 | นาย ปฏิภาณ สุคนธมาน | กรรมการ |
| 6 | นาย วิรัตน์ เอื้อนฤมิต | กรรมการ |
| 7 | นาย สมเกียรติ หัตถโกศล | กรรมการ |
| 8 | นาง สายสุณีย์ คูหากาญจน์ | กรรมการ |
| 9 | นาย คณิต วัลยะเพ็ชร์ | กรรมการอิสระ |
| 10 | นาย ประสิทธิ์ วสุภัทร | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย ศิวะ แสงมณี | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นาย อิสสระ โชติบุรการ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
UBE มีพัฒนาการจากผู้ผลิตเอทานอลและผู้แปรรูปมันสำปะหลัง สู่การเป็น “เกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร” ที่พยายามกระจายพอร์ตไปสู่ธุรกิจอาหาร ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และธุรกิจใหม่ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากเอทานอลเพียงอย่างเดียว
📌 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
2564 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
UBE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ด้วยราคา IPO 2.40 บาทต่อหุ้น และมีหุ้น IPO จำนวน 1,370 ล้านหุ้น โดยธุรกิจหลักในขณะนั้นครอบคลุมเอทานอล แป้งมันสำปะหลัง แป้งฟลาว และผลิตภัณฑ์อินทรีย์อื่น ๆ
2565–2567 – เดินหน้าสร้างธุรกิจเกษตรแปรรูปมูลค่าเพิ่ม
บริษัทเพิ่มน้ำหนักธุรกิจผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง โดยเฉพาะ แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค แป้งฟลาว และผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างสินค้าที่มีมูลค่าและอัตรากำไรสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจเอทานอลยังเป็นฐานสำคัญของบริษัท
2567 – ผลงานเติบโตและเดินหน้ากลยุทธ์ “UBEYOND”
UBE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2567 ที่ 107.6 ล้านบาท และเดินหน้ากลยุทธ์ UBEYOND เพื่อขยายธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
2567 – ขยายเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหาร
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการขยายการลงทุนไปยัง ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ผ่านการลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งบริษัทมองว่าสามารถต่อยอดทั้งธุรกิจร้านอาหาร การจัดจำหน่ายวัตถุดิบ และแฟรนไชส์ได้
2567 – ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังเริ่มมีบทบาทมากขึ้น
ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 ยอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 5,048.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง ขณะที่ยอดขายธุรกิจแป้งเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
2568 – เร่งสร้าง New S-Curve และกระจายความเสี่ยง
UBE เริ่มชัดเจนมากขึ้นในการลดการพึ่งพาธุรกิจเอทานอล โดยมุ่งขยาย พอร์ตผลิตภัณฑ์อาหาร นวัตกรรมจากมันสำปะหลัง และธุรกิจใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน
2568 – ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคและนวัตกรรมอาหารเดินหน้า
บริษัทผลักดันผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคและผลิตภัณฑ์แปรรูปให้เข้าถึงตลาดมากขึ้น รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างช่องทางรายได้ใหม่จากฐานธุรกิจมันสำปะหลังเดิม
2568 – ผลประกอบการทั้งปีฟื้นตัวอย่างโดดเด่น
UBE รายงานกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 362% และรายได้รวม 6,466 ล้านบาท โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมตั้งเป้าขยายรายได้ในระยะต่อไป
2569 – ประกาศยุทธศาสตร์ “Beyond Ethanol”
ปี 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ UBE โดยบริษัทประกาศ “Beyond Ethanol” เดินหน้าสร้าง New S-Curve จากผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต สินค้ามูลค่าสูง และธุรกิจร้านอาหาร พร้อมใช้ธุรกิจเอทานอลเป็นฐานเดิมของบริษัท
2569 – เดินหน้าขยายธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น
บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ และสร้างพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น โดยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง
🔎 มุมมองพัฒนาการของ UBE
จุดที่น่าจับตาคือ UBE กำลังเปลี่ยนจาก “หุ้นเอทานอล” ไปสู่ “หุ้นเกษตรแปรรูปและอาหารมูลค่าเพิ่ม” อย่างชัดเจน
เอทานอล → แป้งมันออร์แกนิค → ผลิตภัณฑ์อาหาร → ร้านอาหาร → New S-Curve
ดังนั้น พัฒนาการสำคัญของ UBE ไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิต แต่คือการ เพิ่มมูลค่าจากมันสำปะหลังและกระจายแหล่งรายได้ เพื่อลดความผันผวนจากราคาเอทานอลและวัตถุดิบ พร้อมสร้างธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อ: การเติบโตของธุรกิจอาหารและร้านอาหาร, ความสามารถในการรักษามาร์จิ้นของแป้งมันมูลค่าเพิ่ม และการฟื้นตัวของธุรกิจเอทานอล เพราะทั้งหมดจะเป็นตัวชี้ว่าแผน “Beyond Ethanol” สามารถเปลี่ยนโครงสร้างกำไรของ UBE ได้มากน้อยเพียงใด.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 392.97 | 486.92 | 867.30 | 226.53 | 272.20 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 514.24 | 464.30 | 366.03 | 408.56 | 332.40 |
| สินค้าคงเหลือ | 1,121.36 | 1,139.80 | 435.39 | 1,546.35 | 1,175.83 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 2,344.17 | 2,250.84 | 1,848.29 | 2,371.37 | 2,010.76 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 4,733.20 | 4,541.81 | 4,210.07 | 4,392.01 | 4,071.71 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 4,921.98 | 5,013.94 | 4,776.82 | 4,843.23 | 4,605.98 |
| รวมสินทรัพย์ | 7,266.15 | 7,264.78 | 6,625.12 | 7,214.60 | 6,616.74 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 656.91 | 331.24 | – | 613.94 | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 269.02 | 311.52 | 229.89 | 303.15 | 243.48 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 313.77 | 188.77 | 63.49 | 40.03 | 188.56 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,280.79 | 897.83 | 369.81 | 1,033.95 | 515.38 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 244.76 | 352.26 | 346.59 | 328.95 | 313.39 |
| รวมหนี้สิน | 1,525.55 | 1,250.09 | 716.41 | 1,362.89 | 828.77 |
| ทุนจดทะเบียน | 3,914.29 | 3,914.29 | 3,914.29 | 3,914.29 | 3,914.29 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 3,914.29 | 3,914.29 | 3,914.29 | 3,914.29 | 3,914.29 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,568.42 | 1,568.42 | 1,568.42 | 1,568.42 | 1,568.42 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 257.89 | 450.01 | 254.99 | 286.83 | 128.05 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | – | – | – | – | – |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 5,740.60 | 5,932.71 | 5,737.69 | 5,769.53 | 5,610.75 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | – | 81.97 | 171.02 | 82.17 | 177.22 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 5,838.04 | 6,465.51 | 5,192.71 | 2,752.42 | 2,271.65 |
| รายได้อื่น | 61.81 | 78.14 | 89.21 | 32.73 | 39.73 |
| รวมรายได้ | 5,899.84 | 6,543.65 | 5,281.92 | 2,785.15 | 2,311.38 |
| ต้นทุน | 5,316.21 | 5,584.08 | 4,641.30 | 2,490.35 | 1,978.39 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 657.99 | 675.43 | 548.08 | 280.02 | 279.36 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 5,974.20 | 6,259.51 | 5,303.14 | 2,802.34 | 2,327.83 |
| EBITDA | 321.04 | 684.20 | 426.33 | 202.16 | 175.43 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 402.05 | 406.80 | 429.66 | 206.24 | 199.05 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | -81.01 | 277.40 | -3.33 | -4.08 | -23.62 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | -96.57 | 253.18 | -103.09 | -70.80 | -67.05 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | -0.02 | 0.06 | -0.03 | -0.02 | -0.02 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 415.70 | 943.91 | 1,167.61 | -107.93 | -567.61 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -228.17 | -320.51 | -97.11 | -116.89 | -40.16 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 111.61 | -529.45 | -690.12 | -35.57 | 12.67 |
| เงินสดสุทธิ | 299.13 | 93.95 | 380.38 | -260.39 | -595.10 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 15.01 | 13.73 | 12.97 | 13.87 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 24.32 | 26.58 | 28.13 | 26.32 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 4.94 | 5.89 | 2.59 | 3.03 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 73.90 | 61.94 | 140.68 | 120.31 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 56.32 | 45.93 | 59.66 | 37.88 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 6.48 | 7.95 | 6.12 | 9.64 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 91.74 | 80.57 | 162.69 | 137.00 |
วิเคราะห์งบการเงิน
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค UBE — อุบล ไบโอ เอทานอล
UBE กำลังอยู่ในช่วง “สร้างฐาน” แต่ยังไม่ใช่จังหวะเบรกเอาต์เต็มตัว! จุดที่ต้องจับตาคือโซน 0.55–0.56 บาท หากผ่านพร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเปลี่ยนจากการแกว่งสะสมเป็นรอบรีบาวด์ที่ชัดขึ้น
ข้อมูลล่าสุดที่ SET แสดงสำหรับวันที่ 11 ก.ย. 2569 ราคาอยู่ที่ 0.53 บาท โดยกรอบวันอยู่ที่ 0.53–0.56 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 4.82 ล้านหุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.41–0.92 บาท
🔥 มุมมองสายเทคนิค
แนวโน้ม: Sideway / สร้างฐาน
โมเมนตัม: ยังไม่แข็งแรง ต้องรอ Breakout
วอลุ่ม: มีการซื้อขายเข้ามาเป็นระยะ แต่ยังต้องเห็นวอลุ่มเร่งตัวเพื่อยืนยันการเบรก
ภาพรวมราคาช่วงก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า 0.53–0.55 บาท เป็นบริเวณที่ราคาพยายามสร้างฐานหลายครั้ง ขณะที่ช่วงเดือน ก.ค. เคยมีแรงซื้อเด่นจนขึ้นแตะ 0.60 บาท พร้อมวอลุ่มสูงกว่า 30 ล้านหุ้นในวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าจับตาในเชิงเทคนิค
🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
แนวรับ 0.52–0.53 บาท — ฐานแรก หากยืนได้ยังมีลุ้นรีบาวด์
แนวรับถัดไป 0.50 บาท — จิตวิทยาสำคัญ
แนวต้าน 0.55–0.56 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
แนวต้าน 0.58–0.60 บาท — โซนสำคัญ หากผ่านได้จะเริ่มเห็น Momentum ชัดขึ้น
แนวต้านถัดไป 0.62–0.65 บาท — เป้าหมายเชิงเทคนิคหากเกิดรอบ Breakout
🚨 จุดเปลี่ยนเกม
UBE จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น หากราคาสามารถปิดเหนือ 0.56 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เพราะการทะลุ 0.56 บาท จะเป็นสัญญาณว่าราคากำลังออกจากกรอบสะสมระยะสั้น และหากผ่าน 0.60 บาท ได้อีกชั้น จะเป็นการยืนยันโมเมนตัมเชิงบวกที่น่าสนใจมากขึ้น
แต่ถ้าหลุด 0.52 บาท ต้องระวังแรงขายกดดัน และหากหลุด 0.50 บาท ภาพการสร้างฐานจะเริ่มเสียทรง
⚡ สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
UBE จ่อเบรก! แต่ด่าน 0.56 บาทยังขวางอยู่
ราคากำลังแกว่งสร้างฐานบริเวณ 0.52–0.55 บาท หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีแรงซื้อดันขึ้นแตะ 0.60 บาท
🔥 เกมนี้วัดกันที่ “เบรก + วอลุ่ม”
ถ้าทะลุ 0.56 บาทพร้อมวอลุ่ม — สัญญาณ Technical Breakout เริ่มมา
ถ้าผ่าน 0.60 บาทได้ — โมเมนตัมอาจเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง
แต่ถ้ายังผ่านแนวต้านไม่ได้ UBE ก็ยังมีโอกาสแกว่งสะสมต่อในกรอบเดิม
แนวรับ 0.52–0.53 | แนวต้าน 0.55–0.56 / 0.58–0.60 บาท
📊 จับตาให้ดี… วอลุ่มจะเป็นตัวบอกว่า UBE กำลัง “สะสม” หรือกำลัง “เบรก”
ข้อมูลนี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE เป็นหุ้นที่มีจุดเด่นจากการทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับ มันสำปะหลัง–เอทานอล–อาหาร และกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจจากการพึ่งพาเอทานอล ไปสู่แนวคิด “Beyond Ethanol” เพื่อสร้าง New S-Curve ใหม่ ๆ
🔎 UBE ทำธุรกิจอะไร?
ธุรกิจหลักของ UBE แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
ธุรกิจเอทานอล
ผลิตและจำหน่ายเอทานอลทั้งเกรดเชื้อเพลิงและเกรดอุตสาหกรรม ถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
ธุรกิจอาหาร
ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง เช่น แป้งมันสำปะหลัง แป้งฟลาว แป้งออร์แกนิก สารให้ความหวาน รวมถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
ธุรกิจเกษตรอินทรีย์/ร้านอาหาร
มีทั้งธุรกิจกาแฟ ไฟฟ้า ผลพลอยได้ และธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะ Oshinei ซึ่งกำลังถูกผลักดันให้เป็นหนึ่งใน New S-Curve ของบริษัท
📊 มองผลประกอบการล่าสุด
ข้อมูลล่าสุดที่มีคือ งบ Q2/2569 ซึ่งบริษัทเผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม 2569
Q2/2569 มีรายได้จากการขายประมาณ 1,106.9 ล้านบาท ลดลง 15.6% YoY แต่ภาพที่น่าสนใจคือ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการควบคุมต้นทุนและฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปีก่อน
โครงสร้างรายได้ Q2/69 โดยประมาณ:
เอทานอล: 441.2 ล้านบาท ลดลง 29.7% YoY
แป้งมันสำปะหลัง: 443.2 ล้านบาท ลดลง 4.3% YoY
ร้านอาหาร: 211.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% YoY
รายได้อื่น 11 ล้านบาท
จุดที่ต้องจับตาคือ ธุรกิจร้านอาหารโตสวนทางกับธุรกิจเอทานอล ซึ่งอาจช่วยให้โครงสร้างรายได้ของ UBE มีความหลากหลายขึ้นในอนาคต
💰 ฐานะการเงิน
ภาพระยะยาวยังมีทั้งจุดแข็งและจุดที่ต้องติดตาม
ปี 2568 UBE มีสินทรัพย์รวมประมาณ 6,625 ล้านบาท หนี้สินรวมประมาณ 716 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 5,738 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปี 2568 ยังขาดทุนประมาณ 103 ล้านบาท
ดังนั้นประเด็นสำคัญของ UBE ไม่ใช่เพียง “รายได้โตหรือไม่” แต่คือ
บริษัทจะเปลี่ยนยอดขายให้กลายเป็นกำไรอย่างสม่ำเสมอได้หรือไม่?
เพราะที่ผ่านมาอัตรากำไรสุทธิยังค่อนข้างบางและผลประกอบการผันผวนตามต้นทุนวัตถุดิบและราคาขาย
🚀 จุดแข็งของ UBE
- มีธุรกิจครบห่วงโซ่มันสำปะหลัง
ตั้งแต่การแปรรูปวัตถุดิบไปจนถึงเอทานอลและผลิตภัณฑ์อาหาร ทำให้มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบได้มากกว่าการขายสินค้าโภคภัณฑ์เพียงอย่างเดียว - ได้ประโยชน์จากแนวโน้มพลังงานทดแทน
การใช้ E20 และนโยบายด้านพลังงานเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการเอทานอล แม้ธุรกิจจะมีความผันผวนสูงก็ตาม - ธุรกิจอาหารกำลังกลายเป็น Growth Engine
รายได้ร้านอาหาร Q2/69 เพิ่มขึ้น 19.3% YoY และบริษัทตั้งเป้าขยาย Oshinei เป็น 31 สาขา ภายในปี 2569 - มีโอกาสเพิ่ม Margin จากสินค้า High Value
บริษัทกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งและฟลาวมันสำปะหลังที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยลดการพึ่งพาสินค้า Commodity
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา - ต้นทุนมันสำปะหลัง
ราคาวัตถุดิบเป็นตัวแปรสำคัญต่อ Margin หากต้นทุนขึ้นเร็วกว่า ราคาขายจะกดดันกำไรทันที - ธุรกิจเอทานอลมีความผันผวน
Q2/69 รายได้เอทานอลลดลงถึง 29.7% YoY สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและภาวะตลาด - กำไรยังไม่สม่ำเสมอ
ปี 2568 บริษัทขาดทุนสุทธิ 103 ล้านบาท หลังจากเคยมีกำไรในปี 2567 ทำให้ต้องพิสูจน์ความสามารถในการสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง - New S-Curve ต้องใช้เวลา
ธุรกิจร้านอาหารเติบโตดี แต่การขยายสาขาเร็วก็หมายถึงต้นทุนลงทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามว่าการขยายสาขาจะสร้าง กำไรจริง ได้มากแค่ไหน - ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและภูมิรัฐศาสตร์
บริษัทระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นความท้าทายในครึ่งหลังปี 2569 จึงต้องติดตาม Margin อย่างใกล้ชิด
🎯 มุมมองการลงทุน
UBE เป็นหุ้นที่ผมมองว่าอยู่ในธีม
“Turnaround + Transformation + New S-Curve”
มากกว่าจะเป็นหุ้นเติบโตแบบกำไรพุ่งต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าสนใจคือ กำไรขั้นต้น Q2/69 ฟื้นตัวแรง ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารกำลังเติบโต และบริษัทพยายามลดการพึ่งพาเอทานอลด้วยสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
แต่ยังต้องพิสูจน์อีก 3 เรื่องใหญ่:
กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง
Margin ฟื้นโดยไม่ต้องพึ่งปัจจัยพิเศษ
New S-Curve สร้างกำไรจริง ไม่ใช่แค่รายได้เพิ่ม
ล่าสุดราคาหุ้น UBE อยู่แถว 0.53 บาท ณ 12 ก.ย. 2569 ตามข้อมูล SET
สรุป: UBE น่าสนใจในฐานะหุ้น “ฟื้นตัวที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ” แต่ยังไม่ใช่หุ้นที่สามารถมองข้ามความเสี่ยงด้านกำไรได้ นักลงทุนควรจับตา Margin + กำไรสุทธิ + ยอดขายเอทานอล + การเติบโตของ Oshinei + High Value Products เป็นพิเศษ

