วิเคราะห์ หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ UBE อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.02บาท06 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.02บาท20 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.02บาท15 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.04บาท15 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.02บาท20 พ.ค. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น UBE
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
UBE มีโครงสร้างธุรกิจแบบ “เกษตรแปรรูปครบวงจร” โดยมีสินทรัพย์หลักรองรับตั้งแต่การรับวัตถุดิบมันสำปะหลัง การผลิตเอทานอล การผลิตแป้งมันสำปะหลัง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่ม
🏭 1. โรงงานผลิตเอทานอล
ทรัพย์สินสำคัญของ UBE คือ โรงงานผลิตเอทานอลในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรองรับการผลิตเอทานอลทั้งเกรดเชื้อเพลิงและเกรดอุตสาหกรรม
เอทานอลเกรดเชื้อเพลิง ความบริสุทธิ์ 99.8%
เอทานอลเกรดอุตสาหกรรม 95%
ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด 70%
กำลังการผลิตประมาณ 2,400 ตันต่อวัน
สามารถใช้วัตถุดิบได้หลายประเภท เช่น มันสำปะหลังสด มันเส้น กากน้ำตาล และน้ำตาลทรายดิบ
จุดสำคัญคือระบบ Multi-feed ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
🌾 2. โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง
UBE มีโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับโรงงานเอทานอลในจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้
กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 700 ตันแป้งต่อวัน หรือ 255,500 ตันต่อปี ผลิตทั้งแป้งมันสำปะหลังเกรดอาหารและเกรดอุตสาหกรรม ภายใต้แบรนด์ “อุบลซันฟลาวเวอร์” และ “Tasuko”
📦 3. พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบ
บริษัทมี พื้นที่จัดเก็บมันสำปะหลังเส้นประมาณ 310,000 ตัน ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์สำคัญต่อการบริหารวัตถุดิบ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความผันผวนของผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล
⚙️ 4. เครื่องจักรและระบบการผลิต
สินทรัพย์ของ UBE ยังประกอบด้วยเครื่องจักรและระบบที่ใช้ในกระบวนการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตเอทานอล เช่น
ระบบแปรรูปมันสำปะหลัง
เครื่องจักรผลิตแป้ง
ระบบผลิตเอทานอล
ระบบควบคุมและบริหารกระบวนการผลิต
ระบบจัดเก็บและลำเลียงวัตถุดิบ
ระบบบำบัดของเสียจากกระบวนการผลิต
สินทรัพย์เหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ UBE สามารถดำเนินธุรกิจตั้งแต่ วัตถุดิบ → แป้ง → เอทานอล → ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ได้อย่างต่อเนื่อง
♻️ 5. ระบบจัดการน้ำเสียและพลังงาน
ธุรกิจของ UBE มีระบบจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิต และมีการนำของเสียมาใช้ประโยชน์ เช่น การผลิตก๊าซชีวภาพจากกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน
🏢 6. สำนักงานและพื้นที่ดำเนินงาน
สำนักงานใหญ่ของ UBE ตั้งอยู่ที่ 333 หมู่ 9 ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่มีสำนักงานกรุงเทพฯ สำหรับรองรับการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจ
🍠 7. ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
นอกจากเอทานอลและแป้งมัน UBE ยังมีสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการพัฒนา ฟลาวมันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สารให้ความหวาน และผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้าง New S-Curve และลดการพึ่งพาธุรกิจเอทานอลเพียงอย่างเดียว
🔎 สรุปมุมมองสินทรัพย์ UBE
UBE ไม่ได้มีเพียง “โรงงานเอทานอล” แต่มีโครงสร้างสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงตั้งแต่มันสำปะหลัง → แป้ง → เอทานอล → อาหารมูลค่าเพิ่ม
จุดเด่นของทรัพย์สินคือ โรงงานผลิตเอทานอล + โรงงานแป้งมันสำปะหลัง + พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบขนาดใหญ่ + เครื่องจักรแปรรูป + ระบบจัดการของเสีย/ก๊าซชีวภาพ ทำให้บริษัทมีฐานสินทรัพย์ที่รองรับธุรกิจเกษตรแปรรูปแบบครบวงจร
ทั้งนี้ หากต้องการใช้ตัวเลข มูลค่าที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และสินทรัพย์ถาวรล่าสุด สำหรับบทวิเคราะห์หุ้น ควรอ้างอิงงบการเงิน/56-1 ล่าสุดของ UBE โดยตรง ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่าน ก.ล.ต.


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น UBE
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
UBE มีโครงสร้างธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ วัตถุดิบมันสำปะหลัง → เอทานอล → แป้งมันสำปะหลัง → เกษตรอินทรีย์ → พลังงานชีวภาพและอาหาร ทำให้กลุ่มบริษัทมีลักษณะเป็นธุรกิจชีวภาพแบบครบวงจรมากขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า UBE มี บริษัทย่อย 3 บริษัท

  1. บริษัท อุบลซันฟลาเวอร์ จำกัด (UBS)
    ดำเนินธุรกิจด้าน ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง ทั้งแป้งมันสำปะหลังทั่วไปและแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค เป็นธุรกิจที่ต่อยอดจากวัตถุดิบหลักของ UBE และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับมันสำปะหลังจากต้นน้ำสู่ผลิตภัณฑ์อาหารและอุตสาหกรรม
  2. บริษัท อุบลไบโอเกษตร จำกัด (UBA)
    ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ สินค้าเกษตรอินทรีย์ การซื้อขายสินค้าเกษตร (Trading) รวมถึงธุรกิจ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยขยาย UBE จากธุรกิจเอทานอลไปสู่ธุรกิจเกษตรและพลังงานสะอาด
  3. บริษัท ดับพีทส์ กรุ๊ป จำกัด
    ดำเนินธุรกิจด้าน บริการอาหาร/ร้านอาหาร เป็นการต่อยอดจากวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรและอาหารของกลุ่ม UBE สู่ธุรกิจปลายน้ำ

🔎 ภาพรวมโครงสร้าง UBE Group
UBE
↓
ธุรกิจเอทานอล – ผลิตเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงและอุตสาหกรรม
↓
UBS – แป้งมันสำปะหลัง / แป้งมันออร์แกนิค
↓
UBA – เกษตรอินทรีย์ / Trading / พลังงานแสงอาทิตย์
↓
ดับพีทส์ กรุ๊ป – ธุรกิจอาหารและร้านอาหาร
นอกจากนี้ UBE ระบุว่าธุรกิจหลักของกลุ่มแบ่งเป็น ธุรกิจเอทานอลและธุรกิจอาหาร และมีการต่อยอดไปสู่ธุรกิจชีวภาพและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้ประโยชน์จากของเหลือในกระบวนการผลิต เช่น การผลิตไบโอก๊าซจากระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนภายในโรงงาน
จุดน่าสนใจของโครงสร้าง UBE: กลุ่มบริษัทไม่ได้พึ่งพาเอทานอลเพียงอย่างเดียว แต่พยายามสร้าง Ecosystem ตั้งแต่ เกษตร → มันสำปะหลัง → เอทานอล/แป้ง → อาหาร → พลังงานหมุนเวียน ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบภายในกลุ่ม



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น UBE
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง ทั้งเอทานอล แป้งมันสำปะหลัง ฟลาว และผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ทำให้ความเสี่ยงหลักของธุรกิจค่อนข้างผูกกับ ราคาวัตถุดิบ สภาพอากาศ ราคาพลังงาน และภาวะตลาดสินค้าเกษตร
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคามันสำปะหลัง
มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบสำคัญของ UBE หากราคาหัวมันปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าราคาขายผลิตภัณฑ์ อาจทำให้ ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและกดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการแข่งขันด้านราคา
🔴 2. ความเสี่ยงจากผลผลิตทางการเกษตร
ปริมาณและคุณภาพมันสำปะหลังขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศ ภัยแล้ง ฝนตกหนัก โรคพืช และพื้นที่เพาะปลูก หากผลผลิตลดลง อาจเกิดภาวะวัตถุดิบขาดแคลนหรือราคาวัตถุดิบพุ่งสูง ซึ่งกระทบต้นทุนของบริษัทโดยตรง
🔴 3. ความผันผวนของราคาเอทานอลและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง
รายได้ของ UBE กระจายอยู่ในธุรกิจเอทานอล แป้งมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ราคาขายสินค้าและอุปสงค์ของตลาด มีผลต่อรายได้และกำไร หากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบไม่ลดลงตาม อาจทำให้ Margin หดตัว
🔴 4. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
ธุรกิจเอทานอลมีความเกี่ยวข้องกับ นโยบายพลังงานและการผสมเอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิง หากภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โครงสร้างราคาพลังงาน หรือสัดส่วนการใช้เอทานอล อาจส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัท
🔴 5. ความเสี่ยงจากราคาพลังงาน
กระบวนการผลิตเอทานอลและผลิตภัณฑ์แปรรูปต้องใช้พลังงาน หากราคาก๊าซ ไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเพิ่มต้นทุนการผลิตและกดดันกำไรของบริษัท
🔴 6. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
ตลาดแป้งมันสำปะหลังและเอทานอลมีผู้ประกอบการหลายราย การแข่งขันด้าน ราคา คุณภาพ และต้นทุนการผลิต อาจทำให้บริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้เต็มที่
🔴 7. ความเสี่ยงด้านผลประกอบการ
ผลประกอบการของ UBE มีความผันผวน โดยในปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิประมาณ 103.09 ล้านบาท เทียบกับกำไรประมาณ 252.51 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนว่ากำไรของธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างมากตามภาวะตลาดและต้นทุน
🔴 8. ความเสี่ยงจากสภาพคล่องและกระแสเงินสด
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรต้องบริหารเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง หากราคาวัตถุดิบผันผวนหรือสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นมาก อาจทำให้บริษัทต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูงขึ้น
🔴 9. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดต่างประเทศ
หากบริษัทมีการส่งออกผลิตภัณฑ์หรือซื้อขายกับคู่ค้าต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทอาจกระทบทั้ง รายได้ ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
🔴 10. ความเสี่ยงจากการลงทุนและการขยายธุรกิจ
การลงทุนในธุรกิจใหม่หรือการเพิ่มกำลังการผลิตจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน หากผลตอบแทนจากโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจกดดัน กระแสเงินสด ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน และภาระทางการเงิน
⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
สำหรับ UBE นักลงทุนควรโฟกัส 4 ตัวแปรหลัก:
ราคามันสำปะหลัง → ราคาขายผลิตภัณฑ์ → ราคาพลังงาน → นโยบายเอทานอล
เพราะทั้ง 4 ปัจจัยสามารถส่งผลโดยตรงต่อ ต้นทุน, Gross Margin และกำไรสุทธิ ของบริษัท
ปัจจุบัน SET ระบุราคาหุ้น UBE ที่ 0.53 บาท ณ 11 ก.ย. 2569 โดยมีกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 0.41–0.92 บาท และ P/BV อยู่ที่ประมาณ 0.37 เท่า ขณะที่งบล่าสุดที่ SET แสดงคือไตรมาส 2/2569 ดังนั้นแม้ Valuation จะดูต่ำ แต่ประเด็นสำคัญคือ บริษัทจะสามารถฟื้นกำไรและสร้างผลตอบแทนจากธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
สรุปสั้น ๆ: UBE เป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงเชิงวัฏจักรค่อนข้างสูง เพราะกำไรขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่าง ราคาขายผลิตภัณฑ์กับต้นทุนมันสำปะหลังและพลังงาน หากต้นทุนพุ่งเร็วกว่าราคาขาย กำไรมีโอกาสถูกกดดันทันที ดังนั้นจุดที่ต้องติดตามคือ Margin + ราคาวัตถุดิบ + ปริมาณขาย + การฟื้นตัวของกำไร มากกว่าดูเพียงราคาหุ้นว่าถูกหรือแพงเพียงอย่างเดียว 


ข้อมูล ณ วันที่ 11 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท เอสทีเค แคปปิตอล จำกัด548,000,00014.00
2บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)485,143,00012.39
3บริษัท ไทยออยล์ เอทานอล จำกัด485,143,00012.39
4บริษัท เค พลัส โฮลดิ้ง จำกัด460,520,00011.77
5น.ส. อรวรรณ พัฒนพล120,300,0003.07
6นาย เชิดชู ปานบุญห้อม81,728,7002.09
7นาย พรชัย สิริภัทรวงศ์74,900,7001.91
8นาง สุรัตน์ ศุภนิมิตรกุลกิจ61,850,0001.58
9บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด50,103,3221.28
10นาย สาริน ศุภนิมิตรกุลกิจ46,305,7001.18
11นาย ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์27,238,7000.70
12นาย ศักดา จิตตะเสนีย์23,850,0000.61
13นาย สมบูรณ์ แสงตวงกิต23,845,5000.61

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย พลากร สุวรรณรัฐประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2นางสาว สุรียส โควสุรัตน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
3นาย จีราวัฒน์ พัฒนสมสิทธิ์กรรมการ
4นาย ทศสีห์ โควสุรัตน์กรรมการ
5นาย ปฏิภาณ สุคนธมานกรรมการ
6นาย วิรัตน์ เอื้อนฤมิตกรรมการ
7นาย สมเกียรติ หัตถโกศลกรรมการ
8นาง สายสุณีย์ คูหากาญจน์กรรมการ
9นาย คณิต วัลยะเพ็ชร์กรรมการอิสระ
10นาย ประสิทธิ์ วสุภัทรกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
11นาย ศิวะ แสงมณีกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
12นาย อิสสระ โชติบุรการกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
UBE มีพัฒนาการจากผู้ผลิตเอทานอลและผู้แปรรูปมันสำปะหลัง สู่การเป็น “เกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร” ที่พยายามกระจายพอร์ตไปสู่ธุรกิจอาหาร ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และธุรกิจใหม่ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากเอทานอลเพียงอย่างเดียว
📌 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
2564 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
UBE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ด้วยราคา IPO 2.40 บาทต่อหุ้น และมีหุ้น IPO จำนวน 1,370 ล้านหุ้น โดยธุรกิจหลักในขณะนั้นครอบคลุมเอทานอล แป้งมันสำปะหลัง แป้งฟลาว และผลิตภัณฑ์อินทรีย์อื่น ๆ
2565–2567 – เดินหน้าสร้างธุรกิจเกษตรแปรรูปมูลค่าเพิ่ม
บริษัทเพิ่มน้ำหนักธุรกิจผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง โดยเฉพาะ แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค แป้งฟลาว และผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างสินค้าที่มีมูลค่าและอัตรากำไรสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจเอทานอลยังเป็นฐานสำคัญของบริษัท
2567 – ผลงานเติบโตและเดินหน้ากลยุทธ์ “UBEYOND”
UBE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2567 ที่ 107.6 ล้านบาท และเดินหน้ากลยุทธ์ UBEYOND เพื่อขยายธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
2567 – ขยายเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหาร
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการขยายการลงทุนไปยัง ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ผ่านการลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งบริษัทมองว่าสามารถต่อยอดทั้งธุรกิจร้านอาหาร การจัดจำหน่ายวัตถุดิบ และแฟรนไชส์ได้
2567 – ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังเริ่มมีบทบาทมากขึ้น
ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 ยอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 5,048.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง ขณะที่ยอดขายธุรกิจแป้งเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
2568 – เร่งสร้าง New S-Curve และกระจายความเสี่ยง
UBE เริ่มชัดเจนมากขึ้นในการลดการพึ่งพาธุรกิจเอทานอล โดยมุ่งขยาย พอร์ตผลิตภัณฑ์อาหาร นวัตกรรมจากมันสำปะหลัง และธุรกิจใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน
2568 – ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคและนวัตกรรมอาหารเดินหน้า
บริษัทผลักดันผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคและผลิตภัณฑ์แปรรูปให้เข้าถึงตลาดมากขึ้น รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างช่องทางรายได้ใหม่จากฐานธุรกิจมันสำปะหลังเดิม
2568 – ผลประกอบการทั้งปีฟื้นตัวอย่างโดดเด่น
UBE รายงานกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 362% และรายได้รวม 6,466 ล้านบาท โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมตั้งเป้าขยายรายได้ในระยะต่อไป
2569 – ประกาศยุทธศาสตร์ “Beyond Ethanol”
ปี 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ UBE โดยบริษัทประกาศ “Beyond Ethanol” เดินหน้าสร้าง New S-Curve จากผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต สินค้ามูลค่าสูง และธุรกิจร้านอาหาร พร้อมใช้ธุรกิจเอทานอลเป็นฐานเดิมของบริษัท
2569 – เดินหน้าขยายธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น
บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ และสร้างพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น โดยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง
🔎 มุมมองพัฒนาการของ UBE
จุดที่น่าจับตาคือ UBE กำลังเปลี่ยนจาก “หุ้นเอทานอล” ไปสู่ “หุ้นเกษตรแปรรูปและอาหารมูลค่าเพิ่ม” อย่างชัดเจน
เอทานอล → แป้งมันออร์แกนิค → ผลิตภัณฑ์อาหาร → ร้านอาหาร → New S-Curve
ดังนั้น พัฒนาการสำคัญของ UBE ไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิต แต่คือการ เพิ่มมูลค่าจากมันสำปะหลังและกระจายแหล่งรายได้ เพื่อลดความผันผวนจากราคาเอทานอลและวัตถุดิบ พร้อมสร้างธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อ: การเติบโตของธุรกิจอาหารและร้านอาหาร, ความสามารถในการรักษามาร์จิ้นของแป้งมันมูลค่าเพิ่ม และการฟื้นตัวของธุรกิจเอทานอล เพราะทั้งหมดจะเป็นตัวชี้ว่าแผน “Beyond Ethanol” สามารถเปลี่ยนโครงสร้างกำไรของ UBE ได้มากน้อยเพียงใด.


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด392.97486.92867.30226.53272.20
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ514.24464.30366.03408.56332.40
สินค้าคงเหลือ1,121.361,139.80435.391,546.351,175.83
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,344.172,250.841,848.292,371.372,010.76
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ4,733.204,541.814,210.074,392.014,071.71
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน4,921.985,013.944,776.824,843.234,605.98
รวมสินทรัพย์7,266.157,264.786,625.127,214.606,616.74
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม656.91331.24–613.94–
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ269.02311.52229.89303.15243.48
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี313.77188.7763.4940.03188.56
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,280.79897.83369.811,033.95515.38
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน244.76352.26346.59328.95313.39
รวมหนี้สิน1,525.551,250.09716.411,362.89828.77
ทุนจดทะเบียน3,914.293,914.293,914.293,914.293,914.29
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า3,914.293,914.293,914.293,914.293,914.29
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น1,568.421,568.421,568.421,568.421,568.42
กำไร(ขาดทุน)สะสม257.89450.01254.99286.83128.05
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่5,740.605,932.715,737.695,769.535,610.75
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–81.97171.0282.17177.22

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ5,838.046,465.515,192.712,752.422,271.65
รายได้อื่น61.8178.1489.2132.7339.73
รวมรายได้5,899.846,543.655,281.922,785.152,311.38
ต้นทุน5,316.215,584.084,641.302,490.351,978.39
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร657.99675.43548.08280.02279.36
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย5,974.206,259.515,303.142,802.342,327.83
EBITDA321.04684.20426.33202.16175.43
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย402.05406.80429.66206.24199.05
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-81.01277.40-3.33-4.08-23.62
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-96.57253.18-103.09-70.80-67.05
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.020.06-0.03-0.02-0.02

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน415.70943.911,167.61-107.93-567.61
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-228.17-320.51-97.11-116.89-40.16
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน111.61-529.45-690.12-35.5712.67
เงินสดสุทธิ299.1393.95380.38-260.39-595.10

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)15.0113.7312.9713.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)24.3226.5828.1326.32
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)4.945.892.593.03
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)73.9061.94140.68120.31
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)56.3245.9359.6637.88
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)6.487.956.129.64
วงจรเงินสด (วัน)91.7480.57162.69137.00

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค UBE — อุบล ไบโอ เอทานอล
UBE กำลังอยู่ในช่วง “สร้างฐาน” แต่ยังไม่ใช่จังหวะเบรกเอาต์เต็มตัว! จุดที่ต้องจับตาคือโซน 0.55–0.56 บาท หากผ่านพร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเปลี่ยนจากการแกว่งสะสมเป็นรอบรีบาวด์ที่ชัดขึ้น
ข้อมูลล่าสุดที่ SET แสดงสำหรับวันที่ 11 ก.ย. 2569 ราคาอยู่ที่ 0.53 บาท โดยกรอบวันอยู่ที่ 0.53–0.56 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 4.82 ล้านหุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.41–0.92 บาท
🔥 มุมมองสายเทคนิค
แนวโน้ม: Sideway / สร้างฐาน
โมเมนตัม: ยังไม่แข็งแรง ต้องรอ Breakout
วอลุ่ม: มีการซื้อขายเข้ามาเป็นระยะ แต่ยังต้องเห็นวอลุ่มเร่งตัวเพื่อยืนยันการเบรก
ภาพรวมราคาช่วงก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า 0.53–0.55 บาท เป็นบริเวณที่ราคาพยายามสร้างฐานหลายครั้ง ขณะที่ช่วงเดือน ก.ค. เคยมีแรงซื้อเด่นจนขึ้นแตะ 0.60 บาท พร้อมวอลุ่มสูงกว่า 30 ล้านหุ้นในวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าจับตาในเชิงเทคนิค
🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
แนวรับ 0.52–0.53 บาท — ฐานแรก หากยืนได้ยังมีลุ้นรีบาวด์
แนวรับถัดไป 0.50 บาท — จิตวิทยาสำคัญ
แนวต้าน 0.55–0.56 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
แนวต้าน 0.58–0.60 บาท — โซนสำคัญ หากผ่านได้จะเริ่มเห็น Momentum ชัดขึ้น
แนวต้านถัดไป 0.62–0.65 บาท — เป้าหมายเชิงเทคนิคหากเกิดรอบ Breakout
🚨 จุดเปลี่ยนเกม
UBE จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น หากราคาสามารถปิดเหนือ 0.56 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เพราะการทะลุ 0.56 บาท จะเป็นสัญญาณว่าราคากำลังออกจากกรอบสะสมระยะสั้น และหากผ่าน 0.60 บาท ได้อีกชั้น จะเป็นการยืนยันโมเมนตัมเชิงบวกที่น่าสนใจมากขึ้น
แต่ถ้าหลุด 0.52 บาท ต้องระวังแรงขายกดดัน และหากหลุด 0.50 บาท ภาพการสร้างฐานจะเริ่มเสียทรง
⚡ สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
UBE จ่อเบรก! แต่ด่าน 0.56 บาทยังขวางอยู่
ราคากำลังแกว่งสร้างฐานบริเวณ 0.52–0.55 บาท หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีแรงซื้อดันขึ้นแตะ 0.60 บาท
🔥 เกมนี้วัดกันที่ “เบรก + วอลุ่ม”
ถ้าทะลุ 0.56 บาทพร้อมวอลุ่ม — สัญญาณ Technical Breakout เริ่มมา
ถ้าผ่าน 0.60 บาทได้ — โมเมนตัมอาจเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง
แต่ถ้ายังผ่านแนวต้านไม่ได้ UBE ก็ยังมีโอกาสแกว่งสะสมต่อในกรอบเดิม
แนวรับ 0.52–0.53 | แนวต้าน 0.55–0.56 / 0.58–0.60 บาท
📊 จับตาให้ดี… วอลุ่มจะเป็นตัวบอกว่า UBE กำลัง “สะสม” หรือกำลัง “เบรก”
ข้อมูลนี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น UBE บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE เป็นหุ้นที่มีจุดเด่นจากการทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับ มันสำปะหลัง–เอทานอล–อาหาร และกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจจากการพึ่งพาเอทานอล ไปสู่แนวคิด “Beyond Ethanol” เพื่อสร้าง New S-Curve ใหม่ ๆ
🔎 UBE ทำธุรกิจอะไร?
ธุรกิจหลักของ UBE แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
ธุรกิจเอทานอล
ผลิตและจำหน่ายเอทานอลทั้งเกรดเชื้อเพลิงและเกรดอุตสาหกรรม ถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
ธุรกิจอาหาร
ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง เช่น แป้งมันสำปะหลัง แป้งฟลาว แป้งออร์แกนิก สารให้ความหวาน รวมถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
ธุรกิจเกษตรอินทรีย์/ร้านอาหาร
มีทั้งธุรกิจกาแฟ ไฟฟ้า ผลพลอยได้ และธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะ Oshinei ซึ่งกำลังถูกผลักดันให้เป็นหนึ่งใน New S-Curve ของบริษัท
📊 มองผลประกอบการล่าสุด
ข้อมูลล่าสุดที่มีคือ งบ Q2/2569 ซึ่งบริษัทเผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม 2569
Q2/2569 มีรายได้จากการขายประมาณ 1,106.9 ล้านบาท ลดลง 15.6% YoY แต่ภาพที่น่าสนใจคือ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการควบคุมต้นทุนและฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปีก่อน
โครงสร้างรายได้ Q2/69 โดยประมาณ:
เอทานอล: 441.2 ล้านบาท ลดลง 29.7% YoY
แป้งมันสำปะหลัง: 443.2 ล้านบาท ลดลง 4.3% YoY
ร้านอาหาร: 211.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% YoY
รายได้อื่น 11 ล้านบาท
จุดที่ต้องจับตาคือ ธุรกิจร้านอาหารโตสวนทางกับธุรกิจเอทานอล ซึ่งอาจช่วยให้โครงสร้างรายได้ของ UBE มีความหลากหลายขึ้นในอนาคต
💰 ฐานะการเงิน
ภาพระยะยาวยังมีทั้งจุดแข็งและจุดที่ต้องติดตาม
ปี 2568 UBE มีสินทรัพย์รวมประมาณ 6,625 ล้านบาท หนี้สินรวมประมาณ 716 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 5,738 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปี 2568 ยังขาดทุนประมาณ 103 ล้านบาท
ดังนั้นประเด็นสำคัญของ UBE ไม่ใช่เพียง “รายได้โตหรือไม่” แต่คือ
บริษัทจะเปลี่ยนยอดขายให้กลายเป็นกำไรอย่างสม่ำเสมอได้หรือไม่?
เพราะที่ผ่านมาอัตรากำไรสุทธิยังค่อนข้างบางและผลประกอบการผันผวนตามต้นทุนวัตถุดิบและราคาขาย
🚀 จุดแข็งของ UBE

  1. มีธุรกิจครบห่วงโซ่มันสำปะหลัง
    ตั้งแต่การแปรรูปวัตถุดิบไปจนถึงเอทานอลและผลิตภัณฑ์อาหาร ทำให้มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบได้มากกว่าการขายสินค้าโภคภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
  2. ได้ประโยชน์จากแนวโน้มพลังงานทดแทน
    การใช้ E20 และนโยบายด้านพลังงานเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการเอทานอล แม้ธุรกิจจะมีความผันผวนสูงก็ตาม
  3. ธุรกิจอาหารกำลังกลายเป็น Growth Engine
    รายได้ร้านอาหาร Q2/69 เพิ่มขึ้น 19.3% YoY และบริษัทตั้งเป้าขยาย Oshinei เป็น 31 สาขา ภายในปี 2569
  4. มีโอกาสเพิ่ม Margin จากสินค้า High Value
    บริษัทกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งและฟลาวมันสำปะหลังที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยลดการพึ่งพาสินค้า Commodity
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
  5. ต้นทุนมันสำปะหลัง
    ราคาวัตถุดิบเป็นตัวแปรสำคัญต่อ Margin หากต้นทุนขึ้นเร็วกว่า ราคาขายจะกดดันกำไรทันที
  6. ธุรกิจเอทานอลมีความผันผวน
    Q2/69 รายได้เอทานอลลดลงถึง 29.7% YoY สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและภาวะตลาด
  7. กำไรยังไม่สม่ำเสมอ
    ปี 2568 บริษัทขาดทุนสุทธิ 103 ล้านบาท หลังจากเคยมีกำไรในปี 2567 ทำให้ต้องพิสูจน์ความสามารถในการสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง
  8. New S-Curve ต้องใช้เวลา
    ธุรกิจร้านอาหารเติบโตดี แต่การขยายสาขาเร็วก็หมายถึงต้นทุนลงทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามว่าการขยายสาขาจะสร้าง กำไรจริง ได้มากแค่ไหน
  9. ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและภูมิรัฐศาสตร์
    บริษัทระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นความท้าทายในครึ่งหลังปี 2569 จึงต้องติดตาม Margin อย่างใกล้ชิด

🎯 มุมมองการลงทุน
UBE เป็นหุ้นที่ผมมองว่าอยู่ในธีม
“Turnaround + Transformation + New S-Curve”
มากกว่าจะเป็นหุ้นเติบโตแบบกำไรพุ่งต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าสนใจคือ กำไรขั้นต้น Q2/69 ฟื้นตัวแรง ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารกำลังเติบโต และบริษัทพยายามลดการพึ่งพาเอทานอลด้วยสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
แต่ยังต้องพิสูจน์อีก 3 เรื่องใหญ่:
กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง
Margin ฟื้นโดยไม่ต้องพึ่งปัจจัยพิเศษ
New S-Curve สร้างกำไรจริง ไม่ใช่แค่รายได้เพิ่ม
ล่าสุดราคาหุ้น UBE อยู่แถว 0.53 บาท ณ 12 ก.ย. 2569 ตามข้อมูล SET
สรุป: UBE น่าสนใจในฐานะหุ้น “ฟื้นตัวที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ” แต่ยังไม่ใช่หุ้นที่สามารถมองข้ามความเสี่ยงด้านกำไรได้ นักลงทุนควรจับตา Margin + กำไรสุทธิ + ยอดขายเอทานอล + การเติบโตของ Oshinei + High Value Products เป็นพิเศษ


Disclaimer

ใส่ความเห็น