วิเคราะห์ หุ้น TPAC บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TPAC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 07 ธ.ค. 2548 | 326.55 | บรรจุภัณฑ์ (Packaging) | TPAC |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บรรจุภัณฑ์พลาสติก
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.98 | 1.50 | 1.27 | 0.75 | 0.64 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 1.06 | 1.03 | 1.08 | 0.93 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.44 | บาท | 27 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.38 | บาท | 23 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.45 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.29 | บาท | 25 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.14 | บาท | 20 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.29 | บาท | – | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ Thai Plaspac Public Company Limited ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับ “โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก” และโครงสร้างการผลิตระดับอุตสาหกรรม โดยสามารถสรุปได้ดังนี้
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ TPAC
ประเภททรัพย์สิน รายละเอียด
โรงงานและอาคาร โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
เครื่องจักรการผลิต เครื่องฉีดพลาสติก (Injection), เครื่องเป่าพลาสติก (Blow Molding), ระบบขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์
ที่ดิน ที่ดินสำหรับตั้งโรงงาน คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า
คลังสินค้า ใช้เก็บเม็ดพลาสติก วัตถุดิบ และสินค้าสำเร็จรูป
ยานพาหนะและระบบขนส่ง รถขนส่งสินค้าและระบบโลจิสติกส์
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยีการผลิต ระบบ ERP และฐานลูกค้า
เงินลงทุนในบริษัทย่อย ธุรกิจในต่างประเทศ เช่น อินเดีย มาเลเซีย UAE และฟิลิปปินส์
วัตถุดิบ เม็ดพลาสติกชนิดต่าง ๆ สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์
จุดแข็งของทรัพย์สิน TPAC
มีฐานการผลิตหลายประเทศ ช่วยกระจายความเสี่ยง
เครื่องจักรเฉพาะทางสำหรับบรรจุภัณฑ์ Food Grade และ Pharmaceutical Grade
มีลูกค้ากลุ่ม FMCG และสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่
เน้นระบบ Automation และ Digital Manufacturing เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ลักษณะธุรกิจของ TPAC
TPAC ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย “Rigid Plastic Packaging” หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกแข็ง เช่น
ขวดพลาสติก
ฝาขวด
กระปุกอาหาร
บรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง
บรรจุภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์
โดยมีฐานธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือของ Thai Plaspac Public Company Limited หรือ หุ้น TPAC มีโครงสร้างธุรกิจที่ขยายไปหลายประเทศ โดยเน้นธุรกิจ “บรรจุภัณฑ์พลาสติกคงรูป” สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ
บริษัทลูกและกลุ่มธุรกิจสำคัญของ TPAC
| บริษัทในเครือ | สัดส่วนถือหุ้น | ธุรกิจหลัก |
|---|---|---|
| TPAC Packaging (Bangna) Co., Ltd. | 100% | ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศไทย |
| TPAC Packaging India Private Limited | 100% | Holding Company และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในอินเดีย |
| TPAC Skypet India Private Limited | 80% | ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ PET ในอินเดีย |
| TPAC Custom Solutions Private Limited | 100% | ธุรกิจฝาปิดและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ |
| Sun Packaging Systems (FZC) – UAE | ประมาณ 89% | โรงงานบรรจุภัณฑ์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ |
| Combi-Pack Sdn. Bhd. – Malaysia | เดิม 80% และเพิ่มเป็น 100% | โรงงานบรรจุภัณฑ์ในมาเลเซีย |
| TPAC Packaging Philippines Inc. | ควบคุมโดย TPAC | โรงงานในฟิลิปปินส์ |
| Super Uniart Industries (M) SDN BHD | เข้าซื้อกิจการปี 2026 | ขยายตลาดมาเลเซีย |
จุดเด่นของโครงสร้างกลุ่ม TPAC
มีฐานการผลิตใน 5 ประเทศ
ไทย, อินเดีย, UAE, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
มีโรงงานรวม 19 แห่ง
รองรับลูกค้ากลุ่ม FMCG, อาหาร, เครื่องดื่ม และเวชภัณฑ์ระดับโลก
เติบโตผ่าน “M&A” อย่างต่อเนื่อง
เช่น ซื้อ Sunrise Containers, Skypet และ Super Uniart เพื่อเร่งขยายตลาดต่างประเทศ
TPAC เปลี่ยนจากหุ้นโรงงานไทย → สู่ “Global Packaging Company”
รายได้ส่วนใหญ่เริ่มมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอินเดียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของกลุ่ม
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TPAC
TPAC ดำเนินธุรกิจผลิต “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เวชภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีฐานการผลิตหลายประเทศในเอเชีย ทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและค่าแรง
โรงงานผลิตพลาสติกใช้พลังงานสูง ทั้งไฟฟ้าและเชื้อเพลิง หากต้นทุนพลังงานหรือค่าแรงปรับขึ้นเร็ว จะกระทบต้นทุนการผลิตทันที
สรุปภาพรวมความเสี่ยง
TPAC เป็นหุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่มีจุดแข็งด้านฐานการผลิตระดับภูมิภาค และมีลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ความเสี่ยงหลักคือ “ต้นทุนเม็ดพลาสติก + กฎหมายสิ่งแวดล้อม + การแข่งขันสูง” หากบริหารต้นทุนและเปลี่ยนผ่านสู่ Packaging รักษ์โลกได้สำเร็จ ก็มีโอกาสเติบโตระยะยาวได้แข็งแกร่งเช่นกัน
ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบพลาสติกผันผวน
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกพึ่งพาวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติก ซึ่งราคามักอิงกับราคาน้ำมันโลก หากต้นทุนพุ่งเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อัตรากำไรจะถูกกดดันทันที
ความเสี่ยงจากกระแสรักษ์โลก และกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ทั่วโลกเริ่มลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic) และมีกฎระเบียบด้าน ESG เข้มงวดมากขึ้น หาก TPAC ปรับตัวสู่บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกไม่ทัน อาจเสียลูกค้าและเสียความสามารถในการแข่งขันได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน และได้รับ ESG Rating ระดับ AA ซึ่งช่วยลดแรงกดดันบางส่วน
ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรง
อุตสาหกรรม Packaging มีผู้เล่นจำนวนมาก ทั้งในไทย จีน อินเดีย และอาเซียน การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ Margin ลดลง โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อ
TPAC มีลูกค้าหลากหลายประเทศ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หรือผู้บริโภคลดการใช้จ่าย ออเดอร์บรรจุภัณฑ์อาจลดลง ส่งผลต่อรายได้โดยตรง
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทมีธุรกิจในหลายประเทศ เช่น ไทย อินเดีย มาเลเซีย และ UAE
ดังนั้นค่าเงินบาทที่ผันผวน อาจกระทบทั้งรายได้ ต้นทุน และกำไรจากการแปลงค่าเงิน
ความเสี่ยงจากการขยายกิจการและซื้อกิจการ
TPAC มีการลงทุนและเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศต่อเนื่อง เช่น การซื้อธุรกิจในมาเลเซีย
หากบริหารต้นทุน การควบรวมกิจการ หรือ Synergy ไม่เป็นไปตามแผน อาจกระทบผลกำไรระยะยาว
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 09 พ.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย อานุช โลเฮีย | 225,688,192 | 69.11 |
| 2 | นาย เอกวุฒิ เนื่องจำนงค์ | 22,800,000 | 6.98 |
| 3 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 8,068,070 | 2.47 |
| 4 | น.ส. อนุตรีย์ เนื่องจำนงค์ | 8,000,000 | 2.45 |
| 5 | นาย ธีรวิทย์ บุษยโภคะ | 7,560,000 | 2.32 |
| 6 | นาง ธิติมา หวังธีระประเสริฐ | 2,600,000 | 0.80 |
| 7 | นาย สุเมธ เจนกุลประสูตร | 2,460,000 | 0.75 |
| 8 | MR. ANUJ LOHIA | 1,791,000 | 0.55 |
| 9 | นาย นิติ เนื่องจำนงค์ | 1,599,900 | 0.49 |
| 10 | บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) | 1,537,400 | 0.47 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ยาโชวาดัน โลเฮีย | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย เควิน คูมาร์ ชาร์มา | ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท, กรรมการ |
| 3 | นาย ธีรวิทย์ บุษยโภคะ | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 4 | นาย อานิล กุมาร์ โคลิ | กรรมการ |
| 5 | นาง อาราธนา โลเฮีย ชาร์มา | กรรมการ |
| 6 | นาย กรานต์ ฉายาวิจิตรศิลป์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย กิตติภัต สุทธิสัมพัทน์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของ บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น TPAC ถือเป็นเส้นทางการเติบโตจาก “ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกในไทย” สู่ “กลุ่มบรรจุภัณฑ์ระดับภูมิภาคเอเชีย” ที่ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกำลังการผลิต เทคโนโลยี และตลาดต่างประเทศ
จุดเริ่มต้นของ TPAC
ก่อตั้งเพื่อดำเนินธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแข็ง (Rigid Plastic Packaging)
เน้นลูกค้าในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม เวชภัณฑ์ และสินค้า Personal Care
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อปี 2548
การเปลี่ยนผ่านสู่บริษัทระดับภูมิภาค
TPAC มีจุดเปลี่ยนสำคัญจากการขยายฐานธุรกิจออกนอกประเทศไทย โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย
ขยายโรงงานและฐานการผลิตต่างประเทศ
บริษัทเริ่มขยายธุรกิจไปยัง:
อินเดีย
มาเลเซีย
ฟิลิปปินส์
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
ทำให้ TPAC กลายเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีเครือข่ายการผลิตหลายประเทศ
ยุค Transformation สู่ “Packaging Solution”
TPAC ไม่ได้ขายแค่ “กล่องหรือขวดพลาสติก” แต่เริ่มพัฒนาเป็นผู้ให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร
จุดเด่นในช่วงหลัง
เน้นบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง
รองรับลูกค้าแบรนด์ระดับโลก
ลงทุนด้านระบบอัตโนมัติ (Automation)
พัฒนา Digital Manufacturing และระบบ SAP S/4HANA
การเติบโตผ่านการเข้าซื้อกิจการ (M&A)
หนึ่งในพัฒนาการสำคัญคือการใช้กลยุทธ์ “ซื้อกิจการ” เพื่อเร่งขยายตลาด
ดีลสำคัญ
ปี 2567 TPAC เข้าซื้อหุ้นบริษัท Super Uniart Industries (M) SDN. BHD. ในประเทศมาเลเซีย
ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและฐานลูกค้าในตลาดอาเซียน
การยกระดับสู่ธุรกิจ ESG และ Sustainable Packaging
TPAC เริ่มให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พัฒนาการใช้วัสดุรีไซเคิลและลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
บริษัทได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AA
ภาพรวมพัฒนาการของ TPAC
| ช่วงเวลา | พัฒนาการสำคัญ |
|---|---|
| ระยะแรก | ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกในไทย |
| ปี 2548 | เข้าตลาดหลักทรัพย์ mai |
| ช่วงเติบโต | ขยายฐานการผลิตต่างประเทศ |
| ยุคใหม่ | เน้น Automation และ Digital Manufacturing |
| ปัจจุบัน | รุก Sustainable Packaging และ M&A |
จุดที่นักลงทุนจับตา
การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
การขยายฐานลูกค้าระดับโลก
Margin จากสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง
ธุรกิจ ESG และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
ความสามารถในการแข่งขันกับผู้เล่นระดับภูมิภาค
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 287.10 | 183.07 | 291.01 | 237.05 | 155.95 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 1,372.85 | 1,430.34 | 1,475.23 | 1,710.23 | 1,378.66 |
| สินค้าคงเหลือ | 535.86 | 592.67 | 644.67 | 663.94 | 613.57 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 2,361.51 | 2,337.59 | 2,523.86 | 2,735.76 | 2,271.64 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 2,342.03 | 2,583.88 | 2,687.05 | 2,830.86 | 2,656.78 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 5,042.85 | 5,146.53 | 5,085.41 | 5,456.46 | 4,969.92 |
| รวมสินทรัพย์ | 7,404.36 | 7,484.12 | 7,609.27 | 8,192.22 | 7,241.56 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 992.41 | 1,060.72 | 1,220.98 | 1,280.79 | 1,207.60 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 602.43 | 589.07 | 592.31 | 627.37 | 581.78 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 372.98 | 381.31 | 550.90 | 492.29 | 504.64 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 2,062.42 | 2,206.14 | 2,461.82 | 2,540.67 | 2,451.09 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 2,765.43 | 2,515.49 | 2,217.87 | 2,580.41 | 1,888.02 |
| รวมหนี้สิน | 4,827.85 | 4,721.63 | 4,679.70 | 5,121.08 | 4,339.11 |
| ทุนจดทะเบียน | 326.55 | 326.55 | 326.55 | 326.55 | 326.55 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 326.55 | 326.55 | 326.55 | 326.55 | 326.55 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,026.97 | 1,026.97 | 1,026.97 | 1,026.97 | 1,026.97 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 947.33 | 1,270.43 | 1,819.54 | 1,276.67 | 1,898.46 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -90.92 | -184.51 | -339.06 | 71.83 | -441.62 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 20.03 | 20.03 | -66.46 | 20.04 | -66.46 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 2,209.92 | 2,439.43 | 2,834.00 | 2,702.02 | 2,810.36 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 366.59 | 323.05 | 95.58 | 369.12 | 92.09 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 6,997.22 | 6,804.12 | 7,213.89 | 3,686.66 | 3,488.69 |
| รายได้อื่น | 77.08 | 89.23 | 85.09 | 34.37 | 34.76 |
| รวมรายได้ | 7,074.30 | 6,893.35 | 7,298.97 | 3,721.03 | 3,523.45 |
| ต้นทุน | 5,840.76 | 5,343.59 | 5,593.09 | 2,855.24 | 2,679.63 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 669.01 | 732.43 | 972.59 | 454.02 | 461.73 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 6,509.77 | 6,076.02 | 6,565.68 | 3,309.27 | 3,141.36 |
| EBITDA | 1,068.72 | 1,317.58 | 1,272.20 | 688.49 | 632.19 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 482.33 | 494.80 | 544.44 | 270.93 | 266.32 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 586.39 | 822.78 | 727.76 | 417.56 | 365.87 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 318.84 | 490.20 | 414.08 | 245.13 | 209.21 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.98 | 1.50 | 1.27 | 0.75 | 0.64 |
งบกระแสเงินสด
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 885.98 | 1,098.98 | 1,142.85 | 389.30 | 680.36 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -875.94 | -631.63 | -984.34 | -391.34 | -238.32 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -38.58 | -532.29 | -16.69 | -42.37 | -533.40 |
| เงินสดสุทธิ | -28.54 | -64.94 | 141.82 | -44.41 | -91.36 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 4.85 | 4.97 | 4.64 | 4.54 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 75.19 | 73.51 | 78.60 | 80.35 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 9.47 | 9.04 | 9.28 | 8.48 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 38.54 | 40.37 | 39.34 | 43.04 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 8.97 | 9.47 | 9.51 | 8.96 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 40.69 | 38.55 | 38.39 | 40.73 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 73.04 | 75.33 | 79.55 | 82.65 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น TPAC
หุ้นบรรจุภัณฑ์สาย “ซุ่มสะสมพลัง” ที่เริ่มมีสัญญาณน่าจับตา!
ภาพรวมทางเทคนิคของ TPAC ขณะนี้ เริ่มเข้าสู่จังหวะ “ฟื้นตัวสะสมกำลัง” หลังราคาย่อตัวลงจากโซนสูงเดิม และกำลังแกว่งตัวสร้างฐานใหม่บริเวณแนวรับสำคัญ โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาเป็นระยะ
สัญญาณเทคนิคที่น่าสนใจ
ราคาเริ่มแกว่งเหนือโซนแนวรับหลัก 7.80–8.00 บาท
มีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ หากผ่านแนวต้าน 8.50–8.70 บาทได้
RSI อยู่ในระดับกลาง ไม่ร้อนแรงเกินไป มีพื้นที่ให้ขึ้นต่อ
เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเริ่มชะลอการลง หาก Volume เข้ามาเพิ่ม อาจเกิดรอบเก็งกำไรใหม่
MACD มีโอกาสตัดขึ้น หากแรงซื้อกลับต่อเนื่อง
แนวรับ – แนวต้านสำคัญ
| ระดับ | ราคา |
|---|---|
| แนวรับแรก | 7.80 บาท |
| แนวรับสำคัญ | 7.40 บาท |
| แนวต้านแรก | 8.50 บาท |
| แนวต้านถัดไป | 9.00–9.40 บาท |
มุมมองแนวโน้ม
หาก TPAC สามารถยืนเหนือ 8 บาทได้อย่างแข็งแรง จะเป็นสัญญาณว่าหุ้นกำลัง “สะสมพลังเพื่อกลับตัว” และมีโอกาสกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นระยะกลางอีกครั้ง
แต่หากหลุด 7.40 บาท ต้องระวังแรงขายรอบใหม่ และอาจกลับเข้าสู่แนวโน้ม Sideway Down
กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน
สายเก็งกำไร: รอ Volume เข้า พร้อมเบรก 8.50 บาท
สายถือกลาง–ยาว: ทยอยสะสมโซนแนวรับ เน้นถือรอรอบฟื้นตัว
จุด Cut Loss ควรต่ำกว่า 7.40 บาท
TPAC ถือเป็นหุ้นขนาดกลางที่ “พื้นฐานยังแข็งแรง” ค่า PE อยู่ในระดับไม่สูง และ Dividend Yield ค่อนข้างน่าสนใจ
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น Thai Plaspac Public Company Limited หรือ TPAC บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน)
TPAC คือหุ้นสาย “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ที่กำลังถูกจับตาในฐานะผู้เล่นระดับภูมิภาค เพราะไม่ได้ขายแค่พลาสติกธรรมดา แต่เป็นธุรกิจ Packaging สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เวชภัณฑ์ และสินค้าแบรนด์ใหญ่ระดับโลก มีฐานการผลิตหลายประเทศในเอเชีย
จุดเด่นของ TPAC
- ธุรกิจโตตามกระแส FMCG และอาหารโลก
TPAC ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแข็ง (Rigid Plastic Packaging) ให้กับลูกค้ากลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม Personal Care และยา ซึ่งเป็นสินค้าที่ “จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน” ทำให้รายได้มีความสม่ำเสมอมากกว่าหุ้นวัฏจักรบางกลุ่ม - รายได้ระดับหลายพันล้านบาท
รายได้รวมปี 2567 อยู่ราว 7,298 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการขยายตลาดต่างประเทศและการเติบโตของคำสั่งซื้อ - ขยายกิจการต่างประเทศต่อเนื่อง
TPAC มีโรงงานและเครือข่ายในหลายประเทศ เช่น ไทย อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ UAE ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสเติบโตระยะยาว
ล่าสุดยังมีข่าวเข้าซื้อกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์ในมาเลเซีย เพื่อเสริมกำลังการผลิตและขยายฐานลูกค้าในอาเซียน
จุดแข็งทางการเงิน
มีกำไรต่อหุ้น (EPS) ต่อเนื่องหลายปี
มีประวัติจ่ายปันผลสม่ำเสมอ
SET ESG Rating ระดับ AA ช่วยเพิ่มความน่าสนใจสำหรับกองทุนและนักลงทุนสายยั่งยืน
ข้อมูลปันผลย้อนหลัง
ปี 2567 จ่าย 0.38 บาท/หุ้น
ปี 2566 จ่าย 0.45 บาท/หุ้น
ปี 2565 จ่าย 0.29 บาท/หุ้น
มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาหุ้น TPAC มีลักษณะเป็น “หุ้นพื้นฐานดี แต่วอลุ่มไม่สูงมาก” ทำให้เวลามีแรงซื้อ มักขึ้นได้เร็วและแรง
หากยืนเหนือโซนแนวรับสำคัญได้ มีโอกาสเกิดรอบเก็งกำไรจาก
ข่าวขยายธุรกิจ
กำไรฟื้นตัว
Theme หุ้น Packaging และ ESG
แต่ถ้าหลุดแนวรับสำคัญ อาจเกิดแรงขายจากสภาพคล่องที่บางได้เช่นกัน
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ต้นทุนเม็ดพลาสติก
ราคาน้ำมันและเม็ดพลาสติกมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต หากต้นทุนพุ่งเร็วกว่าอำนาจต่อรองกับลูกค้า อัตรากำไรอาจถูกกดดัน
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ลูกค้าหลักหลายรายเป็นบริษัท FMCG ต่างประเทศ หากเศรษฐกิจโลกชะลอ ออเดอร์อาจลดลง
ความผันผวนของค่าเงิน
TPAC มีรายได้ต่างประเทศจำนวนมาก จึงได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทและค่าเงินภูมิภาค
สรุปภาพรวม TPAC
TPAC เป็นหุ้น “โรงงานบรรจุภัณฑ์ระดับภูมิภาค” ที่มีจุดเด่นเรื่อง
รายได้กระจายหลายประเทศ
ลูกค้าอุตสาหกรรมจำเป็น
มีปันผล
ธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตจากเทรนด์ Packaging และสินค้าอุปโภคบริโภค
🚨🔥 “TPAC” หุ้นบรรจุภัณฑ์ฟอร์มเดือด! จับตารอบใหม่ ก่อนแรงซื้อระเบิด! 🔥🚨
วิเคราะห์หุ้น TPAC
หุ้นสาย “ซุ่มสะสมพลัง” ที่เริ่มส่งสัญญาณน่าลุ้น หลังราคาพักฐานจากโซนสูงเดิม และกำลังสร้างฐานใหม่บริเวณแนวรับสำคัญ พร้อมแรงซื้อเริ่มไหลกลับเป็นระยะ มีโอกาสเกิดรอบรีบาวด์แรง หาก Volume เข้า!
📦 ธุรกิจโตตามกระแสโลก
TPAC คือผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแข็งให้กับกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า Personal Care และยา ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทำให้รายได้แข็งแกร่งและมีความสม่ำเสมอ
💰 รายได้ทะลุหลายพันล้าน
ปี 2567 รายได้รวมพุ่งแตะประมาณ 7,298 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของออเดอร์ต่างประเทศ และการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง
🌏 เดินเกมรุกต่างประเทศเต็มสปีด
มีฐานการผลิตในหลายประเทศ ทั้งไทย อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ UAE พร้อมข่าวเข้าซื้อกิจการในมาเลเซีย เสริมกำลังผลิต ขยายลูกค้าอาเซียน ลุ้นโตระยะยาว!
💎 จุดเด่นที่นักลงทุนเริ่มจับตา
• กำไรต่อหุ้น (EPS) แข็งแรงต่อเนื่อง
• ปันผลสม่ำเสมอ
• ได้ SET ESG Rating ระดับ AA เพิ่มเสน่ห์ให้นักลงทุนสายยั่งยืน
💵 ปันผลย้อนหลัง
• ปี 2567 จ่าย 0.38 บาท/หุ้น
• ปี 2566 จ่าย 0.45 บาท/หุ้น
• ปี 2565 จ่าย 0.29 บาท/หุ้น
🎯 กลยุทธ์ลงทุน
⚡ สายเก็งกำไร: จับตาเบรก 8.50 บาท พร้อม Volume มีลุ้นวิ่งแรง
📈 สายกลาง–ยาว: ทยอยสะสมโซนแนวรับ รอรอบฟื้นตัว
🛑 Cut Loss ต่ำกว่า 7.40 บาท
🔥 TPAC คือหุ้นกลางพื้นฐานแน่น ค่า PE ไม่สูง ปันผลน่าสนใจ และกำลังอยู่ในจังหวะที่ “เงินใหญ่” อาจเริ่มสะสมเงียบ ๆ ก่อนรอบใหม่จะมา!

